หน้าแรก
โรงแรมและที่พัก
ปลายทาง
ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ
กิจกรรมที่น่าสนใจ
ข้อมูลการเดินทาง
ภาษา
ขณะนี้กรุงเทพฯ เวลา 10:00 (GMT+7)
เลือกสถานที่พัก ?
วันที่เข้าพัก:
  
วันที่ออก:
  
จำนวนคืน:
คืน
ผู้ใหญ่ / เด็ก:

all

เลือกสถานที่พัก ?

change

กรุงเทพ

change

ภูเก็ต

change

เกาะสมุย

change

กระบี่, Koh Lanta, Phi-Phi

change

พัทยา, Chonburi

change

เกาะช้าง, Trat

change

หัวหิน, Cha Am

change

เชียงใหม่
or
ใกล้เคียง:

ตัวเลือกเพิ่มเติม:
4 star or better 3 star or lower
3 star or better 2 star or lower

Bangkok Hot Deal

Trinity Silom Hotel
Silom Road, Soi 03 (Pipat 2)
From 1,240 ฿
620185

Bangkok Hot Deal

Vince Hotel Pratunam
Pratunam, Petchburi Rd. Soi 11
From 1,291 ฿
620794

Bangkok Hot Deal

The Patra
Rama IX Road, near Airport
From ฿
620421

แผนที่กรุงเทพฯ

แผนที่กูเกิ้ลกรุงเทพฯ

ข้อมูลการเดินทาง

การเดินทางในกรุงเทพฯ

รถไฟฟ้า
บีทีเอส

รถไฟฟ้ามหานคร

รถแอร์
พอทลิ้งค์

เรือด่วนเจ้าพระยา
การเดินทางไปกรุงเทพฯ

รถยนต์

รถประจำทาง

เครื่องบิน

รถไฟ

กรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นของทางหลวงแผ่นดินสายหลักของประเทศไทย 3 สาย ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 หรือ ถนนพหลโยธิน (สายเหนือ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท (สายตะวันออก) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือ ถนนเพชรเกษม (สายใต้) นักท่องเที่ยวจึงสามารถขับรถจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีถนนสายหลักอื่นๆ ที่เป็นเส้นทางเข้าออกเมืองในทิศต่างๆ คือ

ด้านทิศเหนือ
ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนประชาชื่น ถนนงามวงศ์วาน และถนนรามอินทรา

ด้านทิศตะวันออก
ได้แก่ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 ถนนพระราม 4 ถนนศรีนครินทร์ และถนนอ่อนนุช

ด้านทิศตะวันตก
ได้แก่ ถนนบรมราชชนนี ถนนจรัลสนิทวงศ์ ถนนพุทธมณฑล และถนนวงแหวนรอบนอก

ด้านทิศใต้
ได้แก่ ถนนพระราม 2 ถนนพระราม 3 ถนนตากสิน และถนนเอกชัย

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของบริษัทเอกชน โดยรถออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพทั้ง 3 แห่ง คือ สถานีขนส่งสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หรือหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี และสถานีขนส่งสายตะวันออก หรือเอกมัย ถนนสุขุมวิท

สอบถามรายละเอียดการเดินรถได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com และสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.thairoute.com

นอกจากนี้ยังมีบริการรถตู้ของเอกชนไปยังจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ เช่น จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครนายก จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง เช่น บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน และบริเวณปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี เป็นต้น ตารางเวลารถประจำทาง

กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของประเทศ มีท่าอากาศยานสำคัญถึง 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศได้ทุกวัน ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินได้ที่ ตารางเวลาเที่ยวบิน

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ได้ โดยกรุงเทพฯ มีสถานีรถไฟต้นทาง 3 แห่ง ได้แก่

สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟหัวลำโพง
สำหรับเดินทางไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง

สถานีรถไฟธนบุรี หรือสถานีรถไฟบางกอกน้อย
สำหรับเดินทางไปยังภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันตก

สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่
สำหรับเดินทางเลียบอ่าวไทยไปยังปากแม่น้ำท่าจีนและปากแม่น้ำแม่กลอง (รถไฟสายแม่กลอง)

สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ www.railway.co.th ตารางเวลารถไฟ

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายและหลากหลายประเภท เป็นเมืองแห่งสีสันทั้งในยามค่ำคืนและยามกลางวัน เต็มไปด้วยเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์และความรู้รอบตัว ท่องเที่ยวได้ไม่จำกัดเวลาและไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณมากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีอยู่เป็นจำนวนมากมาย คือแหล่งท่องเที่ยวประเภทพระราชวังและวัด ที่น่าสนใจ ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วัดพระศรีรัตนมหาศาสดาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร เป็นต้นสำหรับแหล่งท่องเที่ยวประเภทพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ อนุสาวรีย์ และโบราณสถานที่น่าสนใจ ก็มีมากมาย เช่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นต้นส่วนสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์ สวนสนุก และการแสดง ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดซาฟารีเวิลด์ สวนสยาม โรงละครสยามนิรมิต เป็นต้นแม้ดูผิวเผิน กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคอนกรีตและตึกสูง แต่กรุงเทพฯ ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทสวนสาธารณะและสวนสุขภาพอันร่มรื่น ที่เป็นทั้งสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นสถานออกกำลังกายอยู่หลายแห่ง ทั่วเมืองและที่ขาดไม่ได้สำหรับการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ คือแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ ได้แก่ ย่านเยาวราช ตลาดนัดจตุจักร สวนลุมไนต์บาซาร์ ย่านสยามสแควร์ ย่านประตูน้ำ ย่านสีลม ย่านสุขุมวิท ถนนข้าวสาร ตลาดน้ำตลิ่งชัน รวมถึงตลาดนัดและห้างสรรพสินค้าต่างๆนอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีก เช่น ชายทะเลบางขุนเทียน สนามมวยเวทีราชดำเนิน หอสมุดแห่งชาติ สะพานพระราม 8 เป็นต้น

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



1 พระบรมมหาราชวัง

สถานที่ตั้ง : เขตพระนคร พระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วนคือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่ ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือมีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสมผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น หมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้คือ

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เดิมชื่อพระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาท เป็นพระมหาปราสาทองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีการมงคลและบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ

พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทอยู่ใกล้กับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทใช้เป็นที่ประทับทรงพระราชพาหนะและประทับเปลื้อง เครื่องในงานพระราชพิธีที่มีขบวนแห่

พระที่นั่งพิมานรัตยาสร้างเมื่อ พ.ศ. 2332 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นที่บรรทมและ ทรงใช้เป็นที่ชุมนุมมหาสมาคมสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารฝ่ายในเข้ารับพระราชทานเครื่องอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และนอกจากนั้นยังเป็นที่สรงน้ำพระบรมศพพระบรมวงศานุวงศ์ก่อนที่จะประดิษฐานพระบรมโกศ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทสร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2419 ใช้เป็นที่รับรอง พระราชอาคันตุกะชั้นพระราชาธิบดีหรือชั้นประมุขของรัฐ นอกจากนี้ยังมีหมู่พระที่นั่งสำคัญอื่นๆ เช่น พระที่นั่งราชกรัณยสภา พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ พระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬาร พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ฯลฯ

วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนครวัดจำลอง ปราสาทพระเทพบิดร ฯลฯ

ศาลาเครื่องราชอิสริยยศและเหรียญกษาปณ์ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวังด้านขวามือก่อนถึงทางเข้าพระราชวังส่วนในจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ และเงินตราที่ใช้ในประเทศไทยรวมทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสำนักฝ่ายใน

การเดินทาง
  1. โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - เส้นทางสายสีลม ลงสถานีสะพานตากสิน แล้วเดินออกทางออกที่ 2 จากนั้นใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา ไปยังท่าช้างวังหลัง แล้วเดินเท้าอีกไม่ไกล ก็จะเจอทางเข้าพระบรมมหาราชวัง
  2. โดยรถยนต์ - ขับรถไปตามเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสถึงสถานีสะพานตากสิน แล้วนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปยังท่าช้างวังหลัง เดินเท้าอีกไม่ไกล ก็จะเจอทางเข้าพระบรมมหาราชวัง
  3. โดยรถประจำทาง - สาย 1, 3, 6, 9, 15, 19, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 59, 60, 64, 65, 70, 80, 82, 91, 123, 201, และ203
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 15:30 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 400 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2623 5500 ต่อ 3100, 0 2224 3273

2 พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ

สถานที่ตั้ง : ถนนราชวิถี เขตดุสิต พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคมในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังเดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ชะลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบัน เมื่อปีพ.ศ. 2444 ประกอบด้วยห้องต่างๆ 81 ห้อง มีคลองล้อมรอบตัวอาคาร อาทิ คลองคาบแผ่นกระจก คลองรางเงิน อ่างหยก ภายในบริเวณร่มรื่น สวยงามมาก นอกจากนั้นภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่

พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2447 จุดเด่นที่สวยงามของพระที่นั่งองค์นี้ก็คือ ลายไม้ฉลุแบบสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ ปัจจุบันปรับแต่งเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงผลงานหัตถกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายในพิพิธภัณฑ์ มีงานหัตถกรรมหลากหลายให้ชม อาทิ เครื่องเงิน คร่ำ ผ้าทอ ผ้าปัก ถมเงิน ถมทอง งานประดับด้วยปีกแมลงทับ เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง เป็นที่รวบรวมรถม้าพระที่นั่งโบราณซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 รถม้าแต่ละคัน เคยร่วมในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ มีความสง่าสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

พระตำหนักสวนสี่ฤดู เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระอัครมเหสีใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช

นอกจากนี้ภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีอาคารที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ พิพิธภัณฑ์เครื่องราชูปโภค และพระสาทิสลักษณ์ พิพิธภัณฑ์ภาพพระราชพิธี

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 12, 18, 28,56,70, 108, และ 515
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:30 - 15:30 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2628 6300-9

3 วังสวนผักกาด

สถานที่ตั้ง : ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี วังสวนผักกาด ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยาเป็นที่ประทับของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และ ม.ร.ว.หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร ชื่อวังสวนผักกาดตั้งตาม ลักษณะของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสวนผักกาดของชาวสวน จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณต่างๆ มากมาย เป็นของสะสมและของส่วนตัวของราชสกุลบริพัตร ภายในหมู่เรือนไทยโบราณ 8 หลังอายุกว่าร้อยปี เช่น เรือนไทยหลังที่ 1 ชั้นล่างคือ พิพิธภัณฑ์ดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งดนตรีไทย” เรือนไทยหลังที่ 2 จัดแสดงของใช้ส่วนตัว เรือนไทยหลังที่ 3 จัดแสดงเครื่องดนตรีไทย เรือนไทยหลังที่ 4 จัดแสดงโบราณวัตถุเช่น พระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย งาช้างแกะสลัก เรือนไทยหลังที่ 5

ชั้นบนแสดงวัตถุโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชั้นล่างจัดแสดงเปลือกหอย หินชนิดต่างๆ เรือนไทยหลังที่ 6 จัดแสดงถ้วยชามสังคโลก ขวานหินโบราณฯลฯ เรือนไทยหลังที่ 7 เป็นพิพิธภัณฑ์โขน จัดแสดงหัวโขนต่างๆและหุ่นละครเล็ก เรือนไทยหลังที่ 8 จัดแสดงวัฒนธรรมบ้านเชียง และยังมีหอเขียนซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภายในมีภาพลายรดน้ำเรื่องพุทธประวัติ เรื่องรามเกียรติ์และเหตุการณ์ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ส่งราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนที่บริเวณชั้น 2 ของศิลปาคารจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง แสดงโบราณวัตถุมีอายุเก่าแก่ประมาณ 4,000 ปี เช่น ภาชนะดินเผา กำไลหิน ลูกปัดแก้วซึ่งพบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

การเดินทาง
  1. โดยรถประจำทาง - สาย 14, 17, 38, 77, 29, 39, และ 36
  2. โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพญาไท ทางออกที่ 4
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 100 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2245 4934, 0 2246 1775-6

4 พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน

สถานที่ตั้ง : ซอยเกษมศานติ์ 2 ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน อยู่ในซอยเกษมสันต์ ซอย 2 ถนนพระรามที่ 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ เป็นบ้านเรือนไทยของนายทหารอเมริกัน ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไหมไทย เป็นบ้านที่สร้างขึ้นด้วยการนำเอาเรือนไทยหลายๆ หลังมาเชื่อมเข้าด้วยกัน ด้วยแนวสถาปนิกของท่านจิมเอง และเป็นการประยุกต์ความเป็นศิลปะของบ้านเรือนไทยเข้ากับศาสตร์ของตะวันตก ในเรื่องของการใช้สอยพื้นที่ และการปรับแต่งให้ลงตัว

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน อยู่ในความดูแลของมูลนิธิจิม ทอมป์สัน จัดแสดงศิลปวัตถุของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะพระพุทธรูปยุคสมัยต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ตัวอาคารเรือนไทยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2539 จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

การเดินทาง
  1. โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
  2. โดยรถประจำทาง - สาย 15, 47, 73, และ 204
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2216 7368
โรงแรม โรงแรมใกล้ สยามสแควร์

5 การแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุง

สถานที่ตั้ง : ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร การแสดงโขน ชมสุดยอดศิลปะการแสดงชั้นสูง โขน ศาลาเฉลิมกรุง "ชุดหนุมานชาญกำแหง" ถ่ายทอดผ่านการแสดงอันวิจิตรงดงาม ตระการตาและถูกต้องตามขนบจารีตแบบแผน ดำเนินเรื่องราวสั้นกระชับด้วยการพากย์-เจรจาและ เพลงหน้าพาทย์แบบโบราณ ชมความพิเศษสวยงามของเครื่องแต่งกายที่วิจิตรตามขนบเดิม ซึ่งสร้างสรรค์เพื่อการแสดงครั้งนี้โดยเฉพาะ

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 12, 48, และ 508
เปิดให้เข้าชม ศุกร์ - เสาร์ ตั้งแต่เวลา 19:30 - 24:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 1,000 บาท และ 1,200 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2623 8148-9, 0 2225 8757-8

6 นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์)

สถานที่ตั้ง : เอเชียทิค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง เขตบางคอแหลม นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์ ) โจหลุยส์ หรือ นาฏยศาลาหุ่นละครเล็ก เป็นคณะการแสดงละครเล็ก หรือหุ่นกระบอก ของอาจารย์สาคร ยังเขียวสด หรือ "โจหลุยส์" และครอบครัว ได้จัดให้มีการแสดงต่อสาธารณะ ครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2528 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะการแสดงและการทำหุ่นของไทย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระราชทานชื่อโรงละครโจหลุยส์ว่า “นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก” และได้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ "มูลนิธินาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก"

ครูสาคร เกิดเมื่อพ.ศ. 2465 ที่มาของชื่อ โจหลุยส์ นั้นเพราะสมัยเด็ก ครูสาครป่วยหนักบิดามารดาจึงยกให้เป็นลูกพระ ตั้งชื่อให้ว่า หลิว เป็นการแก้เคล็ด เมื่อโตขึ้นได้ฝึกหัดโขน ละคร และลิเก จนเติบโตได้ออกแสดงตระเวนไปกับบิดา ซึ่งครูสาครนิยมแสดงเป็นตัวตลก และมีการเรียกชื่อเพียนจาก "หลิว" เป็น "หลุยส์" ต่อมามีผู้มาเติมเป็น "โจหลุยส์" เหมือนชื่อนักมวยแชมป์โลกขณะนั้น ต่อมานำชื่อ โจหลุยส์ มาตั้งเป็นชื่อโรงละคร ที่เป็นคณะแสดงหุ่นละครกับสมาชิกครอบครัวว่า "โจหลุยส์เธียเตอร์"

ปัจจุบันโรงละครของคณะโจหลุยส์ (โจหลุยส์เธียเตอร์)นั้นมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนลุมไนท์บาซาร์ ประสบปัญหาด้านการเงินอยู่หลายครั้ง แต่ก็ได้รับการอนุเคราะห์จากชาวไทยที่มีจิตใจอนุรักษ์ บริจาคเงินช่วยเหลือ และเข้าชมการแสดง จนสามารถรอดพ้นวิกฤตมาได้ทุกๆ ครั้ง ล่าสุดหุ่นละครเล็กได้รับรางวัลชนะเลิศการแสดงชุดประกวดหุ่นโลก เมื่อวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2549

ปัจจุบัน หลังจากสวนลุมไนท์บาซาร์ หมดสัญญาเช่า คณะโจหลุยส์ได้รับความอนุเคราะห์จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ให้เปิดการแสดงและถ่ายทอดความรู้ให้นักศึกษาในรายวิชาของคณะศิลปกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ทางคณะยังมีโครงการย้ายโรงละครถาวร ไปยังเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง อีกด้วย

การเดินทาง
โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - สถานีสะพานตากสิน แล้วใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาไปยังท่าสาทร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 20:00 - 21:15 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 900 บาท เด็ก 300 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2252 9683-4

7 สยามนิรมิต

สถานที่ตั้ง : ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง สยามนิรมิต ตั้งอยู่ที่ถนนเทียมร่วมมิตร เยื้องศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ข้างสถานทูตเกาหลีใต้ เขตห้วยขวาง เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยรูปแบบใหม่ ระดับมาตรฐานโลก โดยใช้เทคนิคพิเศษผสมผสานกับการละคร แสดงเรื่องราวย้อนรอยประวัติศาสตร์ภาคต่างๆ ของไทย เรื่องของภพภูมิต่างๆ นรก หิมพานต์ สวรรค์ ดินแดนแห่งจินตนาการจากวรรณคดี และวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ของไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยใช้นักแสดงกว่า 150 คน โรงละครรองรับผู้เข้าชมได้กว่า 2,000 ที่นั่ง เปิดแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 20:00 น. ค่าบัตรเข้าชม 1,500 บาท ก่อนเข้าชมการแสดงสามารถเดินชมบรรยากาศบ้านเรือนไทยสี่ภาค บริเวณด้านนอกโรงละคร และมีบริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม

การเดินทาง
มีบริการรถรับ-ส่ง จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรม (ทางออกที่ 1)
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17:30 - 22:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2649 9222

8 มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

สถานที่ตั้ง : ถนนสนามไชย เขตพระนคร มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ภายใต้ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้น การสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของ แหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยเกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จักตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆเป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย

- นิทรรศการถาวร
- นิทรรศการหมุนเวียน
- กิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

การเดินทาง
  1. โดยรถประจำทาง - สาย 3, 6, 9, 12, 47, 53, 82, และ 524
  2. โดยทางเรือ - ท่าเรือท่าเตียน แล้วเดินไปอีกประมาณ 500 เมตร
เปิดให้เข้าชม อังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10:00 - 18:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2622 2599

9 แม่น้ำเจ้าพระยา

สถานที่ตั้ง : เขตพระนคร แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแม่น้ำสายหลักสายหนึ่งของประเทศไทย เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำสายหลัก 2 สายจากภาคเหนือ คือแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ที่ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นไหลลงไปทางทิศใต้ ผ่านจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ก่อนออกสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างเขตตำบลท้ายบ้าน ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเส้นทางคมนาคมอีกเส้นทางสำหรับคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงทำให้มีการสร้างท่าน้ำจำนวนมากเพื่อ รองรับการขนส่งทางน้ำ โดยท่าน้ำในการเดินเรือโดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

การเดินทาง
โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - สถานีสะพานตากสิน

10 ถนนข้าวสาร

สถานที่ตั้ง : เขตพระนคร ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสาร เป็นตรอกขายข้าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเขตพระนครในสมัยรัชกาลที่ 6 ข้าวสารจำนวนมากจะถูกขนส่งมาจากฉางข้าวหลวง สะพานช้างโรงสี ริมคลองคูเมืองเดิม หรือ ปัจจุบันก็คือ คลองหลอด เลียบมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นที่ท่าเรือบางลำพู เพื่อนำข้าวมาขาย ให้แก่ชาวบ้านในชุมชนต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้ยังมีถ่านหุงข้าว ของชำ ขายอีกด้วย ต่อมาการค้าขายเจริญขึ้น จึงมีการขยายถนนและชุมชนออกไป

ในปี พ.ศ. 2525 มีงานเฉลิมฉลองกรุงเทพฯ ครบรอบ 200 ปี ชาวต่างชาติมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก และ ได้ไปเช่าที่พักอยู่บริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีเกสท์เฮาส์หรือโรงแรมเหมือนในปัจจุบัน ภายหลังจึงได้มีการเปิดเกสท์เฮาส์ และโรงแรมราคาประหยัด ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก สถานบันเทิง ตลอดแนวถนนข้าวสาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น จนปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถนนข้าวสารเริ่มคึกคัก ในช่วงเวลาประมาณ 15:00 - 02:00 น. ของทุกวัน

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 3, 9, 32, 64, 39, 44, 53, 59, 503, 509, และ 511
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 02:00 น.

11 ถนนเยาวราช ไชน่าทาวน์

สถานที่ตั้ง : เขตสัมพันธวงศ์ ถนนเยาวราช ไชน่าทาวน์ ถนนเยาวราชกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแหล่งชุมชนคนจีน ย่านธุรกิจการค้า การเงิน การธนาคาร ร้านค้าทอง จนได้สมญานามว่า เป็นถนนสายทองคำ เป็นแหล่งรวมร้านทองคำรูปพรรณเก่าแก่คุณภาพดี ยามค่ำคืนยังเป็นที่รวบรวมสุดยอดร้านอาหารอร่อยหลากหลายร้าน เปิดบริการตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00-23.00 น. และยังเป็นที่ตั้งซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตสัมพันธวงศ์ สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ

การเดินทาง
  1. โดยรถประจำทาง - สาย 1, 4, 7, 21, 40, 73, 159, 204, และ 529
  2. โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน - จากสถานีหัวลำโพง เดินเท้าอีกประมาณ 700 เมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 - 24:00 น.

12 สวนสัตว์ดุสิต

สถานที่ตั้ง : ถนนพระราม 5 เขตดุสิต สวนสัตว์ดุสิต ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตสมาคม มีพื้นที่ 118 ไร่ ได้รับพระราชทานนามในนามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ให้จัดตั้งเป็นสวนสัตว์ของประชาชนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2481 ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และได้รับการปรับปรุงเรื่อยมาตามลำดับ เป็นสถานที่เดียวที่พบหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งใน unseen in Thailand แหล่งท่องเที่ยวในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็น

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 18, 28, 70, 108, 510, 515, 539, และ 542
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2281 2000, 0 2282 7111-3

13 ซาฟารีเวิลด์

สถานที่ตั้ง : ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี ซาฟารีเวิลด์ ซาฟารีเวิลด์ เป็น สถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสัตว์ และมีการแสดงโชว์หลายๆ ประเภท โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. ซาฟารีปาร์ค เป็นสวนสัตว์เปิด นำรถเข้าไปชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติ ได้อย่างใกล้ชิด จะนำรถเข้าไปเอง หรือ จะไปรถที่สวนสัตว์จัดให้ก็ได้

2. มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำและมีการแสดงโชว์ต่างๆ เช่น การแสดง สิงโตทะเล, สตั้น, ลิงอุรังอุตัง, แมวน้ำ, โลมา – ปลาวาฬ, นก และการแสดง สงครามจารกรรม ซึ่งแต่ละโชว์น่าดู น่าตื่นเต้นอย่างมาก ระยะเวลาในการดู เราจะต้องจัดสรรดีๆ ก็อาจจะได้ดูโชว์ ครบก็ได้นะ

3. ส่วนของจังเกิลวอลด์ เป็นพื้นที่เปิดใหม่ ประกอบด้วย การป้อนอาหารยีราฟ การแสดงนกเงือก, นกแก้วซินดอนนัวส์ และมีสัตว์แปลกนาๆชนิด

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 26, 60, 71, 96, 115, และ 501
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 05.00 pm.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 600 บาท เด็ก 360 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2518 1000-19

14 สยามโอเชี่ยนเวิลด์

สถานที่ตั้ง : สยามพารากอน สยามโอเชี่ยนเวิลด์ ตั้งอยู่ชั้นบี 1 และบี 2 ในศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามสแควร์ เป็นอุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลกกว่า 30,000 ตัว 400 กว่าชนิด รวมทั้งสัตว์น้ำที่หายากของโลก ในพื้นที่ถึง 10,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอล 2 สนาม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานโลก ในบรรยากาศที่จัดกลมกลืนเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเล เพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ความบันเทิงสำหรับเยาวชนและนักท่องเที่ยว สยามโอเชี่ยนเวิลด์ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2551 รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการ

การเดินทาง
  1. โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - สถานีสยาม
  2. โดยรถประจำทาง - สาย 73, 16, 15, 79, 40, 54, และ 204
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 10:00 pm.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 450 บาท เด็ก 280 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2687 2000

15 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สถานที่ตั้ง : ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เดิมสถานที่นี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวง มีพระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม เรียกว่า “มิวเซี่ยม” แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วน กลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจนอกจากพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับ โรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า "วัดพระแก้ววังหน้า" พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่างๆ มากมาย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย และชาติเพื่อนบ้าน พิพิธภัณฑ์ฯแห่งนี้ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 3, 6, 9, 15, 19, 30, 32, 33, 39, 43, 47, 53, 59, 60, 65, 70, 80, 82, 91, 123, 201, และ 203
รถปรับอากาศ สาย 1, 8, 25, 38, 39, 82, 506, 507, และ 512
เปิดให้เข้าชม พุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2224 1333, 0 2224 1370

16 สนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ

สถานที่ตั้ง : ใกล้พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง หรือทุ่งพระเมรุ ท้องสนามหลวงหรือสนามหลวง เป็นสนามขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ระหว่างพระบรมมหาราชวัง กับพระราชวังบวรสถานมงคล กรุงเทพมหานคร

ท้องสนามหลวง เดิมเรียกว่า ทุ่งพระเมรุ เนื่องจากใช้เป็นที่ ถวายพระเพลิง พระบรมศพพระเจ้าแผ่นดิน และพระบรมวงศานุวงศ์ ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2398 รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเรียกจาก "ทุ่งพระเมรุ" เป็น "ท้องสนามหลวง" ดังปรากฏในประกาศว่า "ที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น คนอ้างการซึ่งนานๆ มีครั้งหนึ่งแลเป็นการอวมงคล มาเรียกเป็นชื่อตำบลว่า ทุ่งพระเมรุ นั้นหาชอบไม่ ตั้งแต่นี้สืบไปที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้นให้เรียกว่า ท้องสนามหลวง”

ในรัชกาลปัจจุบันมีการใช้สนามหลวง เป็นที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ เช่น พระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีฉลอง กรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 200 ปี พระราชพิธีกาญจนาภิเษก รวมทั้งงานพระเมรุมาศ เจ้านายระดับสูง เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 1, 3, 6, 9, 15, 19, 25, 30, 32, 33, 39, 43, 44, 47, 53, 59, 60, 64, 65, 70, 80, 82, 91, 123, 201, และ 203
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน 24 ชั่วโมง

17 พระที่นั่งอนันตสมาคม

สถานที่ตั้ง : ถนนราชวิถี เขตดุสิต พระที่นั่งอนันตสมาคม ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร ศิลป์แผ่นดิน โดยสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ตั้งอยู่ใกล้กับพระบรมรูปทรงม้าและพระที่นั่งวิมานเมฆ พระที่นั่งอนันตสมาคมเริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่รับรองแขกเมืองและประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน ตัวอาคารเป็นอาคารหินอ่อน แบบเรอเนอซองส์ของประเทศอิตาลีและแบบนีโอคลาสสิก ภายนอกประดับด้วยหินอ่อนจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้นแปดปี

ภายในพระที่นั่งบนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโกที่สวยงามมาก เป็นภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1-6 แห่งราชวงศ์จักรี จำนวน 6 ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพของนายซี. รีโกลีและศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี ใต้โดมกลางเป็นโดมใหญ่ที่สุดมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีพระราชดำริก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม ที่เพดานนับจากใต้โดมตลอดทั้งบริเวณท้องพระโรงกลาง มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." สลับกับ "วปร." อันเป็นพระปรมาภิไธย ย่อของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ พระที่นั่งอนันตสมาคมได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ พระที่นั่งอนันตสมาคมใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีรัฐพิธีต่างๆ และเคยใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังจึงได้ย้ายการประชุมมายังรัฐสภาใหม่ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งนี้

การเดินทาง
  1. โดยรถประจำทาง - สาย 70, 72, และ ปอ.503
  2. โดยรถยนต์ส่วนตัว หรือ แท็กซี่ - จอดรถฟรีบนฟุตบาทหน้าทางเข้าอาคารจอดรถสวนสัตว์เขาดิน (ด้านถนนอู่ทองใน) แล้วเดินข้ามถนนมา
เปิดให้เข้าชม อังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10:00 - 18:00 น. (ปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์ วันขึ้นปีใหม่ และวันสงกรานต์)
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2283 9411, 0 2283 9185

18 พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ

สถานที่ตั้ง : สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 6 เขตปทุมวัน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 250 ปี และได้รับการยอมรับจากผู้ชมทั่วโลก ถึงการเป็นมาตรวัด “ความมีชื่อเสียง” โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็นแบบปั้นหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์ฯ โดยจะมีหุ่นขี้ผึ้งจัดแสดงที่กรุงเทพฯ มากกว่า 70 ตัว นอกจากนี้ผลงานการปั้นที่ “เหมือนคนจริง” มากที่สุด ทั้งส่วนสูง รูปร่างหน้าตา รวมไปถึงเครื่องแต่งกาย ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างปราณีต โดยทีมงานมืออาชีพที่ใช้เวลากว่า 4-6 เดือน ในการปั้นหุ่นแต่ละตัว ได้สร้างความอึ้ง ทึ่ง ประจักษ์แก่สายตาผู้ชมกว่า 500 ล้านคนทั่วโลกมาแล้ว รวมถึงบรรยากาศแบบ “อินเทอร์แอ็คทีฟ” ที่ครบรส ผสาน แสง สี เสียงล้ำสมัย และเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถถ่ายรูปและ ใกล้ชิดกับหุ่นขึ้ผึ้งคนดังคนโปรดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

การเดินทาง
  1. โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - สถานีสยาม ใช้เวลาเดินทางจากสถานีสยาม ถึงสยามดิสคัฟเวอรี่ ประมาณ 5 นาที
  2. โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน - ลงสถานีสีลม สุขุมวิท หรือ ขึ้นสถานีสวนจตุจักร เพื่อเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม
  3. โดยรถประจำทาง - สาย 15, 16, 25 (ปากน้ำ-ท่าช้าง), 40, ปอ.40, 48, 54, 73, 73ก, 79, 141, 159, 162, 183, 204, 501, 508
  4. โดยรถยนต์ส่วนตัว - ลานจอดรถสยาม จากถนนพระรามที่1 เข้าประตูพารากอนที่ 2 เลี้ยวซ้ายเข้าอาคารจอดรถสยาม
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 09:00 pm.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 800 บาท เด็ก 600 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2658 0060

19 สอนทำอาหารไทย

สอนทำอาหารไทย ในกรุงเทพฯ มีโรงเรียนสอนทำอาหารไทยมากมาย ให้บริการแก่ผู้ที่มีความสนใจ กระตือรือร้นในการทำอาหาร พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมการปรุงอาหาร และการกินของคนไทย ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการทำอาหารอันเลิศรส โดยแต่ละโรงเรียนมีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่สูตรอาหารไทย ขนมไทย ให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
สอนทำอาหารไทยอมิตา
สถานที่ตั้ง : วุฒากาศซอย 14 เขตธนบุรี
โทร.: 0 2466 8966
โรงเรียนสอนทำอาหารมโนราห์
สถานที่ตั้ง : อนันตรา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ถนนเจริญกรุง เขตธนบุรี
โทร.: 0 2476 0022
โรงเรียนสอนทำอาหารไทยใบพาย
สถานที่ตั้ง : ถนนงามวงศ์วานซอย 54 เขตจตุจักร
โทร.: 0 2561 1404
โรงเรียนสอนทำอาหารไทยสีลม
สถานที่ตั้ง : ถนนสีลมซอย 13 เขตบางรัก
โทร.: 08 4726 5669
บลู เอเลแฟนท์
สถานที่ตั้ง : ถนนสาทรใต้ (รถไฟฟ้าสุรศักดิ์)
โทร.: 0 2673 9353, 0 2673 9354
เดอะวีสคูล โดยเวนเจอร์เทค
สถานที่ตั้ง : ลาดพร้าวซอย 1 (แยก 14)
Tel: 0 2939 2172, 08 5483 0238

20 มวยไทย

มวยไทย มวยไทย เป็นกีฬาที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัว ด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูงเช่น หมัด ศอก แขน เท้า แข้งและเข่า ถือว่าเป็นศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในระหว่างการแข่งขันมีการบรรเลงเพลงดนตรีไทยดั้งเดิม ทำให้เพิ่มความตื่นเต้นในการต่อสู้มากขึ้น ในกรุงเทพฯ มีสนามมวยดังต่อไปนี้ :
สนามมวยช่อง 7 สี
สถานที่ตั้ง : สถานีขนส่งเก่าหมอชิต สายเหนือ เขตจตุจักร
โทร.: 0 2272 0201
สนามมวยราชดำเนิน
สถานที่ตั้ง : ถนนราชดำเนินนอก วัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
โทร.: 0 2281 4205, 0 2280 1684-6
สนามมวยลุมพินี
สถานที่ตั้ง : ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน
โทร.: 0 2252 8765, 0 2251 4303
 

21 พระพรหมเอราวัณ

สถานที่ตั้ง : โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ พระพรหมเอราวัณ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู พระพรหมเป็นพระผู้สร้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเทพผู้สูงสุด ท้าวมหาพรหมทรงมีสี่พระพักตร์ แต่ละพระพักตร์เป็น ดั่งสัญลักษณ์แทนทิศทั้งสี่ คือ เหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก ทำให้พระองค์สามารถมองเห็นและปกปักรักษาได้ทั้งโลกมนุษย์และสวรรค์ พระองค์ทรงมีชื่อเสียงในเรื่องทรงเปี่ยมไปด้วยเมตตาเนื่องจากมีพระอารมณ์เย็นและทรงรับฟังคำขอและคำสวดภาวนาของทุกคนและ ทรงทำให้ผู้สักการะที่มีจิตศรัทธาสมปรารถนา

สิ่งที่ใช้สักการะพระพรหม ได้แก่ ธูป 12 ดอก เทียน 4 เล่ม พวงมาลัยดอกมะลิและดาวเรือง และทองคำเปลว 4 แผ่น โดยเริ่มบูชาจากด้านพระพักตร์ขององค์ท้าวมหาพรหมที่หันมาทางประตูทางเข้าและวนรอบองค์ในทิศตามเข็มนาฬิกา จุดธูปไหว้ด้านละ 3 ดอก พร้อมด้วยเทียน พวงมาลัย และทองคำเปลวบูชาที่แต่ละด้านขององค์ท้าวมหาพรหม

การเดินทาง
โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - ใช้เส้นทางสายสุขุมวิท ไปลงสถานีชิดลม (ทางออกที่ 8) จากนั้นเดินไปทางสี่แยกราชประสงค์ประมาณ 100 เมตร
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2252 8750

22 พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย

สถานที่ตั้ง : สีลม ซอย 23 เขตบางรัก พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย อาคารพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรก จัดแสดงให้เห็นเปลือกหอยขนาดใหญ่ชนิดต่างๆ รวมถึงเปลือกหอย 2 ฝาที่มีขนาดใหญ่ (หอยมือเสือยักษ์) นอกจากนี้ยังมีบรรดาเม่นทะเลรูปร่างหน้าตาแปลกๆให้ชม ชั้นที่ 2 มีจัดแสดงหอยสังข์ หอยงวงช้าง และหอย 2 ฝา สีสันสวยงามจากทั่วทุกมุมโลก ชั้นบนสุดจัดแสดงงานงานศิลปะเกี่ยวกับเปลือกหอยต่างๆ รวมทั้งเปลือกหอยสวยงามและหายาก อาทิ หอยเบี้ย หอยเต้าปูนที่ฆ่าคนได้ โดยการแทงเข็มพิษครั้งเดียว

การเดินทาง
ตั้งอยู่บนถนนสีลม ติดซอยสีลม 23 ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 19:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 200 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2234 0291

23 โฟลว์ เฮาส์ แบงค์ค็อก

สถานที่ตั้ง : เอ สแควร์ สุขุมวิท ซอย 26 (เยื้องกับโครงการเค วิลเลจ) โฟลว์ เฮาส์ แบงค์ค็อก โฟลว์ เฮาส์ แบงค์ค็อก เป็นสถานที่โต้คลื่นใจกลางกรุงที่มีการจำลองคลื่นมาให้เล่นกันกลางกรุงเทพฯ และมีความปลอดภัยสูงในย่านสุขุมวิท แห่งแรกในเมืองไทย ที่มีการจำลองคลื่นมาให้เล่นกันกลางกรุงเทพฯ และมีความปลอดภัยสูง น้ำไหลด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง (32 กิโลเมตร/ชม.) บนน้ำจำนวน 30,000 แกลอน สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

โฟลว์ เฮาส์ แบงค์ค็อก ให้คุณสนุกกับคลื่นได้ทุกวันที่ต้องการ และยังเป็นที่ที่เหล่านักกีฬาสามารถโชว์ลีลาเด็ดๆ ให้ทุกคนที่ต้องทึ่งอีกด้วย

การเล่น FlowRider ครั้งแรกของคุณอาจจะกลายเป็นกิจกรรมที่คุณเสพติดไปตลอดชีวิตจากผู้เริ่มเป็นครั้งแรก เป็นผู้เล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก และสุดท้าย FlowRider ก็จะกลายเป็นสิ่งที่คุณอยากเล่นไปตลอด ด้วยแผ่นน้ำบางๆ ที่ไหลอยู่บนเนินพื้นผิว และทำให้เกิดเป็นคลื่นที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา กระแสน้ำที่ไหลเป็นคลื่นด้วยความเร็วช่วยให้เหล่านักโต้คลื่นได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นและสมจริงในการเซริฟ FlowRider เป็นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ของกีฬาทางน้ำที่ให้ความสนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 13-29 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ยากในการทำให้ประทับใจแต่ก็มักจะติดใจกับความตื่นเต้นท้าทายของ FlowRider

การเดินทาง
  1. โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - ใช้เส้นทางสายสุขุมวิท ไปลงสถานีพร้อมพงษ์ (ทางออกที่ 21) และต่อรถเข้าซอย 26
  2. โดยรถแท็กซี่ หรือ รถตุ๊กตุ๊ก - จากถนนสุขุมวิท เข้าไปในซอย 26 ขับไปจนถึงศูนย์การค้า เอ สแควร์
  3. โดยรถยนต์ส่วนตัว หรือ รถประจำทาง - เดินทางสะดวก ทั้งจากถนนสุขุมวิท ซอย 26 และ ถนนพระราม 4
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 24:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 550 บาท/ชั่วโมง (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2108 5211-16, 0 2108 5210

24 สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ

สถานที่ตั้ง : ถนนสวนสยาม เขตคันนายาว สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ บริษัทอมรพันธุ์นคร จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน และนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง ร่วมริเริ่มโครงการด้วยการปรับปรุงพื้นที่แปลงใหญ่ จำนวนหลายแปลงซึ่งอยู่ในตำบลในกรุงเทพฯ ที่มีการเจริญเติบโตเร็วที่สุด ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นนาข้าว และบางแห่งเป็นที่ๆซึ่งไม่ได้ทำการเพาะปลูก ให้กลายมาเป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ในเนื้อที่ 1,000 ไร่ พร้อมสวนน้ำ สวนสนุก

ภายใต้ชื่อ ในเนื้อที่ 300 ไร่ โดยเล็งเห็นว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว จะมีการพัฒนา และชุมชนจะต้องขยายมา ณ บริเวณแห่งนี้ การเดินทางคมนาคมจะสะดวก รวดเร็ว สามารถเชื่อมโยงกับตัวเมืองได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้น กลุ่มผู้ลงทุนยังมีความมั่นใจว่า สวนเอนกประสงค์ในบรรยากาศธรรมชาติจะสนองความต้องการ ในการเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกที่มาเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ในระยะแรก บริษัทอมรพันธุ์นคร จำกัด ได้แบ่งโครงสร้างออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนบ้านจัดสรร และส่วนสวนสยาม ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2523 สวนสยาม ได้รับการจัดตั้งใหม่ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท อมรพันธุ์นคร – สวนสยาม จำกัด เพื่อให้การดำเนินงานของสวนน้ำ สวนสนุกแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ สามารถขยายตัวต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมเปิดให้บริการเป็นวันแรก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2523 โดยได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ใช้บริการต่างๆ อย่างกว้างขวาง ภายใต้ชื่อ ที่ติดปากประชาชนทั่วไปว่า "สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ"

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ หรือ รถแท็กซี่ - เข้าได้สองเส้นทาง ถนนเสรีไทย 75 (7 กม. จากแยกบางกะปิ) และถนนรามอินทรา ตรงข้ามโรงพยาบาลนพรัตน์ (รามอินทรา กม.12)

    ทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทรา ลงทางด่วนที่ถนนรามอินทราและตรงมาทางด้านมีนบุรี ขับตรงขึ้นมาผ่านแยก กม.8 จากนั้นจะพบ ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์อยู่ทางซ้ายมือ ขับตรงมาจนพบโรงพยาบาลนพรัตน์ฯ อยู่ด้านซ้ายมือ ทางเข้าสวนสยามจะอยู่ฝั่งตรงข้าม หน้าทางเข้าคือศูนย์การค้า Amorini

    ถนนวงแหวนบางนา-บางปะอิน (จากบางนา) ลงถนนวงแหวนที่ถนนเสรีไทยและตรงมาทางด้านมีนบุรี อีกประมาณ 1 กม. ซ้ายมือเป็นทางเข้าถนนสวนสยาม (หน้าทางเข้าคือธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสวนสยาม)

    จากทางพิเศษศรีรัช ขับตรงเพื่อเชื่อมต่อถนนมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข7) มุ่งหน้าชลบุรี แยกซ้ายเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ฝั่งตะวันออก (ทางหลวงหมายเลข 9) มุ่งหน้าบางปะอิน ออกทางออก "ถนนเสรีไทย"มุ่งหน้ามีนบุรี ขับตรงอีกประมาณ 1 กม. ซ้ายมือเป็นทางเข้าถนนสวนสยาม (หน้าทางเข้าคือธนาคารกรุงเทพฯสาขาสวนสยาม)
  2. โดยรถประจำทาง - สาย 60,71,96,115 (ผ่านด้านหน้าสวนสยาม) และ รถเมล์ปรับอากาศสาย ปอ.168, ปอ.519 (ผ่านด้านหน้าสวนสยาม)
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 900 บาท เด็ก 750 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2919 7200

25นันทาโชว์

สถานที่ตั้ง : อาคารอาร์ซีเอ พลาซ่า ถนนพระราม 9 นันทาโชว์ นันทาโชว์เป็นการแสดงท่าทางประกอบดนตรีที่ยอดเยี่ยมจากบรอดเวย์ชื่อดัง สมบูรณ์แบบด้วยการสื่อสารที่เป็นสากล ถ่ายทอดความสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ ผ่านท่าทางและเสียงเพลง โดยผู้ชมจากหลากหลายประเทศสามารถเข้าใจเนื้อหาของเรื่องได้ผ่านการแสดงทางร่ายกายและสีหน้า การแสดงประกอบไปด้วยการโชว์ทำอาหาร การประยุกต์ดัดแปลงเครื่องครัวและแม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ในบ้านมาเป็นเครื่องดนตรีได้อย่างสร้างสรรค์

การเดินทาง
โรงละครนันทาโชว์ตั้งอยู่ใน อาคารอาร์ซีเอ พลาซ่า และมีบริการรถรับ-ส่ง ระหว่าง รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีเพชรบุรีกับโรงละครนันทาโชว์ (กรุณานัดล่วงหน้า)
เวลารับ : 19:30 น. (รถไฟฟ้าใต้ดิน - โรงละครนันทาโชว์)
เวลาส่ง : 21:30 น. (โรงละครนันทาโชว์ - รถไฟฟ้าาใต้ดิน)
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 20:00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์แรกของเดือน)
อัตราค่าธรรมเนียม ประเภทที่นั่งแบบวีไอพี ราคา 1,300 บาท และ ที่นั่งแบบธรรมดา ราคา 1,100 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
จำนวนที่นั่ง 500
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2641 4407-9


1 วัดอรุณ

สถานที่ตั้ง : ถนนอรุณอัมรินทร์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ วัดอรุณ วัดอรุณราชวราราม เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเรียกว่า "วัดมะกอก" ตามชื่อ ตำบลบางมะกอกซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งวัด ภายหลังเปลี่ยนเป็น "วัดมะกอกนอก" เพราะมีวัดสร้างขึ้นใหม่ในตำบลเดียวกัน แต่อยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอก ใหญ่ชื่อ "วัดมะกอกใน" ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ เมื่อสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชม พระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรีจึงเสด็จกรีฑาทัพล่องลงมาทาง ชลมารคถึงหน้าวัดมะกอกนอกนี้เมื่อเวลารุ่งอรุณพอดี จึงทรงเปลี่ยนชื่อวัดมะกอกนอกเป็น "วัดแจ้ง" เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งนิมิตที่ได้เสด็จมาถึงวัดนี้เมื่อเวลาอรุณรุ่ง

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 19, 57, และ 83
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2891 1149

2 วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)

สถานที่ตั้ง : ถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร วัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนครวัดจำลอง ปราสาทพระเทพบิดร ฯลฯ

การเดินทาง
โดยรถไฟฟ้าบีทีเอส - ใช้เส้นทางสายสุขุมวิท ไปลงสถานีสะพานตากสิน (ทางออกที่ 2) แล้วใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา ไปขึ้นท่าเรือท่าช้าง แล้วเดินเท้าไปวัด
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 15:30 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 350 บาท
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2222 0094, 0 2222 6889

3 วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม)

สถานที่ตั้ง : ถนนสนามชัย เขตพระนคร วัดโพธิ์ อยู่ที่ถนนมหาราช เขตพระนคร ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่างๆ มาจารึกไว้โดยรอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย

วัดโพธิ์ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2551 รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย

การเดินทาง
1. โดยรถประจำทาง - สาย 1, 3, 12, 25, 44, 47, 53, 60, 82, 91, 501, และ 508
2. โดยเรือ - ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา ท่าเรือท่าช้าง ท่าเรือท่าเตียน หรือ ท่าเรือปากคลองตลาด
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 100 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2222 1969, Thai Massage School: 0 2221 3686, 0 2622 3550-3

4 วัดสุทัศน์และเสาชิงช้า

สถานที่ตั้ง : ถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร วัดสุทัศน์และเสาชิงช้า วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชประสงค์ จะสร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทานนามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงดำเนินงานต่อ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม” สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่น ๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์ (คือต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่ได้ชะลอมาจากวิหารหลวง วัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และบานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ใน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

เสาชิงช้า ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร เสาชิงช้าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 2327 และถือเป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 ลักษณะเป็นเสาคู่ขนาดใหญ่ สูงประมาณ 21 เมตร ทาสีแดงชาด ถือเป็นงานสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าที่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงเทพมหานคร

ในอดีตเสาชิงช้านี้เคยใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ การแสดงการละเล่นอันสนุกสนานเพื่อถวายต่อองค์พระอิศวร โดยเป็นการสรรเสริญบูชาคุณของพระองค์เนื่องในวาระที่เสด็จมาเยี่ยมโลกมนุษย์ปีละครั้ง และ ต่อมาพระราชพิธีนี้ได้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2478

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 12, 15, 42, 73, 96, และ 508
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 21:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2221 4026, 0 2224 9845

5 วัดราชนัดดาราม

สถานที่ตั้ง : ถนนราชดำเนินกลางและถนนมหาไชย วัดราชนัดดาราม อยู่ที่ถนนมหาไชย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 เป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้า โสมนัสวัฒนาวดี มีเจ้าพระยายมราชเป็นแม่กองออกแบบ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์เป็นแม่กองสร้างโลหะปราสาท วัดนี้แปลกกว่าวัดอื่น คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้างพระเจดีย์ (นับเป็นแห่งที่ 3 ของโลก) มีความสูง 36 เมตร ประกอบด้วย เจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ “โพธิปักขียธรรม 37 ประการ” ปัจจุบันโลหะปราสาทแห่งนี้เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากโลหะปราสาทที่ประเทศอินเดีย และศรีลังกาได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 2, 9, 39, 44, 68, 79, 503, 511, 512, 516, ปอ.พ. 1, 8 และ 10
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2224 8807, 0 2225 5749

6 วัดเบญจมบพิตร

สถานที่ตั้ง : ถนนพระราม 5 เขตดุสิต วัดเบญจมบพิตร ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยาเขตดุสิต เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกัน โดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในชื่อ "Marble Temple"

พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงราย ด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่าง ๆ และต่างประเทศ ... การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - สาย 72, 503
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2281 2501, 0 2628 7947

7 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)

สถานที่ตั้ง : ถนนจักรพรรดิพงษ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) อยู่นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบางลำพู อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า "วัดสะแก" ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ"

ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยา แล้วเสร็จในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดม ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่

พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทย ทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น

การเดินทาง
  1. โดยรถประจำทาง - สาย 8, 15, 37, 47, 49, และ ปอ. 37
  2. โดยเรือ - ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา ไปขึ้นท่าผ่านฟ้าลีลาศ (คลองแสนแสบ), ท่าภูเขาทอง (คลองผดุงกรุงเกษม)
  3. โดยรถยนต์หรือแท็กซี่ - จอดภายในบริเวณวัดได้
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:30 - 17:30 น.
อัตราค่าเข้าชม 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2621 0576

8 วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง : ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เป็นพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกายชั้นเอก เดิมชื่อว่า วัดสลัก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทโปรดให้สร้างขึ้นใหม่พร้อมกับพระบรมมหาราชวังแล้วพระราชทานนามว่า "วัดนิพพานาราม" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดพระศรีสรรเพชญ์" เคยใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฏกหลังจากกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จสวรรคตแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเปลี่ยนนามพระอารามใหม่ว่า "วัดมหาธาตุ" ส่วนคำว่า "ยุวราชรังสฤษดิ์" มาเพิ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังจากที่ทรงปฏิสังขรณ์แล้ว ภายในวัดมีสิ่งสำคัญคือ พระอุโบสถ พระวิหารพระมณฑป วิหารโพธิ์ลังกา หรือวิหารน้อย ต้นศรีมหาโพธิ์ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ "มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย"
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2222 6011 และ 0 2623 5613

9 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

สถานที่ตั้ง : ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำรัชกาลของพระองค์ โดยสร้างเลียนแบบ 2 วัด คือ วัดพระปฐมเจดีย์กับวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 4 โดยภายในวัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตสุสานหลวง

ตัวพระอุโบสถภายนอกสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ประกอบด้วยลวดลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์รูปเทพประนม(มือ) ภายในเป็นสถาปัตยกรรมโกธิค พระประธานคือพระพุทธอังคีรส ภายใต้พระประธานมิได้เพียงบรรจุพระสรีรังคารของ ร.5 เพียงเท่านั้นยังบรรจุพระสรีรังคารของพระมหากษัตริย์พระองค์อื่นๆ ด้วย

การวางตัวของพระอุโบสถกับพระวิหารเป็นแบบวัดพระปฐมเจดีย์คือวางแนวทิศตรงกันข้าม โดยด้านข้างจะมีทางเข้าไปในรอบๆพระเจดีย์ ข้างในพระเจดีย์มีพระพุทธรูปปางนาคปรกอยู่ด้วย ซึ่งเล่ากันมาว่าขุดพบใต้ต้นตะเคียนริมคลองหลอด ซึ่งเชื่อกันว่าคนที่อยากมีลูกมาขอพรก็จะมีลูกสมใจ ภายในพระเจดีย์ยังมีทางขึ้นไปบนฐานเจดีย์ด้วย ในอดีตสามารถมองเห็นภูเขาทองได้ด้วย

ศิลปกรรมที่สำคัญในวัด ได้แก่ บานประตู และหน้าต่างของพระอุโบสถที่มีลายไทยลงรักประดับมุก เป็นรูปดวงตราครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ สวยงามมาก
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2222 3930, 0 2221 0904

10 วัดเทพธิดาราม วรวิหาร

สถานที่ตั้ง : ถนนมหาไชย ใกล้วัดราชนัดดา เขตพระนคร วัดเทพธิดาราม วรวิหาร วัดเทพธิดารามวรวิหาร (วัดเทพธิดาราม) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2379 โดยคำว่า เทพธิดา หมายถึง กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ หรือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองศ์เจ้าวิลาส พระราชธิดาองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีพระสิริโฉมงดงาม ทรงได้รับใช้เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของพระราชบิดา กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพทรงบริจาคทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อร่วมในการก่อสร้างวัดเทพธิดารามด้วย มีสถาปัตยกรรมเป็นแบบจีน ในวัดมีตุ๊กตาจีนจำหลักทั้งรูปสัตว์และรูปคนที่น่าสนใจ คือ บางตัวสลักเป็นรูปหญิงไทยไว้ผมปีกแบบโบราณนั่งอุ้มลูก
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2222 5067

11 วัดอินทรวิหาร (วัดอินทร์)

สถานที่ตั้ง : ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม พระนคร วัดอินทรวิหาร (วัดอินทร์) ตั้งอยู่บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม คนละฝั่งกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นวัดที่มีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า วัดบางขุนพรหมนอก ภายในวัดมีหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรสูง 16 วา กว้าง 5 วา 2 ศอก ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหมรํสี) เริ่มสร้างเมื่อปี 2410 ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชนและรัฐบาลศรีลังกา มอบแก่พุทธศาสนิกชนไทยไว้บนยอดเกศ

นอกจากนี้ พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ขณะดำรงสมศักดิ์เป็น พระครูธรรมธร ทองสืบ ดำริที่จะบูรณะบ่อน้ำพระพุทธมนต์เดิม ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างไว้ในสมัยที่ท่านมาสร้าง "หลวงพ่อโต" จึงได้ร่วมกับบรรดาศาสนิกชนผู้เคารพศรัทธาดำเนินการรื้ออาคาร ไม้สี่เหลี่ยม ซึ่งคลุมบ่อน้ำพระพุทธมนต์เดิมและสร้างอาคารใหม่รูปทรงคล้ายเจดีย์ศิลปะไทยประยุกต์แทน งานก่อสร้างเริ่มเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2530 เสร็จบริบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2531 แล้วจึงทำการตกแต่งภายนอกและภายในอาคารด้วยงานจิตรกรรม - ประติมากรรมอันงดงาม และยังได้สร้างศาลารายหน้าองค์หลวงพ่อโต 2 หลัง ศาลาหกเหลี่ยม 2 หลัง, สร้างรูปพระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร, และดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัด สิ้นเงินทั้งสิ้นประมาณ 4 ล้านบาทเศษ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 20:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2628 5550-2

12 วัดบวรนิเวศ

สถานที่ตั้ง : ถนนพระสุเมร เขตพระนคร วัดบวรนิเวศ อยู่ที่ถนนพระสุเมรุ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพเป็นแม่กองก่อสร้างเคยเป็นที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4, 6, 7 และ 9 เมื่อคราวทรงผนวชสิ่งที่น่าชมในวัดนี้ได้แก่ พระพุทธชินสีห์ พระรูปสมเด็จพระสมณเจ้า 2 องค์ คือ สมเด็จกรมพระยาปวเสศวิทยาลงกรณ์ และสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง ตำหนักปั้นหยา และพระศาสดา พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไททรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1900
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2281 2831-3

13 วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร

สถานที่ตั้ง : ทางทิศตะวันตกของสถานีรถไฟหัวลำโพง ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธวงศ์ วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เป็นวัดโบราณอยู่ในที่ลุ่มพระอารามเป็นเรือนไม้ มีชื่อเดิมว่าวัดสามจีน เข้าใจกันว่า จีน 3 คนร่วมกันสร้างพระอารามเพื่อเป็นวิหารทานการบุญ (มีความตำนานใกล้เคียงกับวัดนางปลื้ม (วัดสามปลื้ม)หรือวัดจักรวรรดิฯ ทำนองเดียวกัน) สิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุด

สิ่งสำคัญของวัด คือ พระสุโขทัยไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนสบุ๊คออฟเรคคอดร์ พระพุทธรูปทองคำองค์นี้มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร องค์พระสามารถถอดได้ 9 องค์ จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80 % ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ 99.99 % สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2225 9775

14 วัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ

สถานที่ตั้ง : เขตพระนคร วัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ ตั้งอยู่เชิงสะพานพุทธฝั่งกรุงเทพฯ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดเลียบ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายโดยพ่อค้าชาวจีน วัดนี้เป็นหนึ่งในจำนวนวัดเอกประจำเมือง 3 วัด ได้แก่ วัดราชบูรณะ วัดราชประดิษฐ์ และวัดมหาธาตุ วัดนี้ได้รับการบูรณะมาตลอด ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-7 เว้นรัชกาลที่ 6 รัชกาลเดียว ในคราวสงครามมหาเอเซียบูรพา สถานที่สำคัญๆของวัดถูกระเบิดพังทลาย โดยเฉพาะพระอุโบสถที่มีภาพจิตรกรรม ฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่งถูกระเบิดทำลายจนหมด ต่อมาจึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ ดังที่เห็นในปัจจุบัน

การเดินทาง
อยู่ตรงข้ามกับวัดมหาธตุ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 18:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2225 1595

15 วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

สถานที่ตั้ง : ถนนสราญรมณ์ เขตพระนคร วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นอารามหลวงชั้นเอกที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เป็นพระอารามหลวงของพระมหากษัตริย์ ตามโบราณราชประเพณีและทรงรับเข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระกษัตริย์ทุกพระองค์สืบมาจน ถึงปัจจุบันนี้ นับได้ว่า วัดราชประดิษฐฯเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญยิ่งพระอารามหนึ่งในพระบรมราชจักรีวงศ์

พระราชประสงค์อีกประการหนึ่งในการสร้างวัดราชประดิษฐ์ฯขึ้น ก็เพื่ออุทิศถวายแด่พระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะ เนื่องจากครั้ง ยังทรงผนวชอยู่ ทรงเป็นหัวหน้านำพระสงฆ์ชำระข้อปฏิบัติ ก่อตั้งคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกายขึ้น พระอารามนี้จึงนับเป็นพระอารามแรกของ คณะสงฆ์ธรรมยุติ เพราะวัดธรรมยุติก่อนๆนั้น ได้ดัดแปลงมาจากวัดมหานิกายเดิมทั้งนั้น วัดประดิษฐ์ฯ จึงเป็นเสมือนวัดต้นแบบของคณะธรรม ยุติกนิกายที่มีอยู่ในพุทธอาณาจักรบนแผ่นดินไทยนับแต่สมัยนั้นเป็นต้นมา
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2222 0855