เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินกลับจากประพาสทวีปยุโรป ในปีพุทธศักราช 2440
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่สวนและนาระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมจรดคลองสามเสนด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์
เพื่อจัดสร้างเป็นอุทยานสถานและพระราชทานนามอุทยานสถานแห่งนี้ว่า "สวนดุสิต"
พระที่นั่งถาวรองค์ แรกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้าง ขึ้นภายในสวนดุสิต คือ "พระที่นั่งวิมานเมฆ" โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2443
โดยมีพระบรมราชโองการ ให้รื้อย้ายพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ จากพระจุฑาธุชราชฐาน ณ เกาะสีชังมาปลูกสร้างขึ้นใหม่ มีสมเด็จพระเจ้าบรมวงค์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงกำกับการออกแบบ
และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการเฉลิมพระที่นั่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พุทธศักราช 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานจากพระบรมมหาราชวัง มาประทับเป็นการถาวร
ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นเวลาถึง 5 ปี จนการก่อสร้างพระที่นั่งอัมพรสถานเสร็จสมบูรณ์ในปีพุทธศักราช 2449 จึงทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถาน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 2453 พระที่นั่งวิมานเมฆก็ปิดร้างลง
ในปีพุทธศักราช 2468 ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจีพระวรราชชายาเสด็จมาประทับ ณ พระที่นั่งวิมานเมฆและเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักด์ศจีพระวรราชชายาได้ทรงย้ายไปประทับที่พระตำหนัก ในสวนหงษ์ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของพระที่นั่งวิมานเมฆ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพระที่นั่งวิมานเมฆก็มิได้ใช้เป็น พระราชฐานที่ประทับของเจ้านายพระองค์ใดอีกได้แต่ปิดร้าง
ในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 แม้ว่าได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการบูรณะซ่อมแซมพระที่นั่งวิมานเมฆหลายครั้ง
เช่น การซ่อมเปลี่ยนสายไฟฟ้าภายในองค์พระที่นั่ง การซ่อมเสามุขศาลาท่าน้ำเป็นต้น แต่ในที่สุดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2475 เป็นต้นมา
พระที่นั่งวิมานเมฆก็ใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บราชพัสดุของสำนักพระราชวังตลอด มาถึง 50 ปี
จนถึงพุทธศักราช 2525 ในมหามงคลสมัยสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงสำรวจและพบว่าพระที่นั่งวิมานเมฆยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มีลักษณะทาง
สถาปัตยกรรมที่ประณีตงดงามและยังมีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ รวมถึงศิลปวัตถุส่วนพระองค์เป็นจำนวนมาก จึงทรงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บูรณะซ่อมแซมเพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นมรดกของชาติสืบไป
พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก
องค์พระที่นั่งเป็นรูปอักษรตัวแอลในภาษาอังกฤษ คือสร้างเป็นรูปสองแฉกตั้งฉากกัน แต่ละด้านยาว 60 เมตร สูง 20 เมตร เป็นอาคาร 3 ชั้นเฉพาะที่ประทับซึ่งเรียกว่า "แปดเหลี่ยม"
มี 4 ชั้น ชั้นล่างสุดก่ออิฐถือปูน ชั้นถัดขึ้นไปสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหมด มีห้องจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 31 ห้อง การจัดแสดงบางห้องยังคงลักษณะบรรยากาศในอดีตไว้
เช่น หมู่ห้องพระบรรทม ท้องพระโรงและห้องสรง เป็นต้น บางห้องจัดแสดงศิลปวัตถุแยกตามประเภทเช่น ห้องจัดแสดงเครื่องเงิน ห้องจัดแสดงเครื่องกระเบื้องลายคราม
ห้องจัดแสดงเครื่องแก้วเจียระไน และห้องจัดแสดงเครื่องงาเป็นต้น


นอกจากพระที่นั่งวิมานเมฆภายในบริเวณสวนดุสิตหรือวังสวนดุสิตนี้ (ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามใหม่ว่า "พระราชวังดุสิต" และเรียกขานนามนี้มาจนถึงปัจจุบัน)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน ที่ดินสำหรับสร้างพระตำหนัก และตำหนักที่ประทับของพระมเหสีพระเจ้าลูกเธอและเจ้าจอมมารดาเป็นส่วน ๆ
และพระราชทานชื่อสวน คลอง ประตู และถนนต่าง ๆ ตามชื่อเครื่องลายครามของจีน ที่เรียกกันว่า "เครื่องกิมตึ๋ง" ซึ่งนิยมสะสมกันในสมัยนั้น ปัจจุบันหมู่พระตำหนักของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในดังกล่าว
ได้เปิดจัดแสดงพร้อมด้วยโรงรถม้าพระที่นั่งให้ประชาชนได้เข้าชมด้วยเช่นกัน
พระที่นั่งวิมานเมฆ:
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 15.15 น. ไม่เว้นวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ในแต่ละวันจะมีการแสดงรำไทย 2 รอบ ในเวลา 10.30 น. และ 14.00 น.
วันหยุดราชการ อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท และสำหรับนักเรียน พระสงฆ์ แม่ชี 20 บาท ต้องแต่งกายให้สุภาพ ห้ามนุ่งกางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด เสื้อสายเดี่ยว
- 1. พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ
- 2. พระที่นั่งอภิเศกดุสิต
- 3. ห้องจำหน่ายตั๋ว
- 4. เวทีการแสดง
- 5. อาคารจำหน่ายของที่ระลึก
- 6. พิพิธภัณฑ์ภายถ่ายฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 2
- 7. พิพิธภัณฑ์ภายถ่ายฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 1
- 8. ประชาสัมพันธ์
- 9. พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ
- 10. สำนักงาน
- 11. พระตำหนังสวนหงษ์
- 12. ผ้าโบราณและผ้าไหม
- 13. ร้านอาหาร
- 14. สำนักงาน 2
- 15. อาคารจัดแสดงเครื่องราชูปโภค และพิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย
- 16. อาคารรถม้าพระที่นั่ง 1,2,3
- 17. พิพิธภัณฑ์ภาพพระราชพิธีต่างๆ
- 18. พระตำหนักสวนสี่ฤดู
- 19. ตำหนักสวนบัว
ตัวอักษร