บริการรับจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในเชียงใหม่และเชียงราย ด้วยราคาสุดพิเศษ ถูกสุดๆ พร้อมข้อมูลการท่องเที่ยว

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร

Attractions

โบราณสถานและประวัติศาสตร์

เวียงกุมกาม

สถานที่ตั้ง : อำเภอสารภี
เวียงกุมกาม
เวียงกุมกาม
เวียงกุมกามเป็นเมืองโบราณที่พญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829 โดยให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้านเพื่อไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ในคูเวียง โบราณสถานที่ปรากฎอยู่ในเวียงกุมกาม และใกล้เคียง จากการสำรวจพบว่ามีอยู่ 20 แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่ แต่ละแห่งอยู่กระจัดกระจายกัน มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22 ปัจจุบันเวียงกุมกาม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณกิโลเมตรที่ 3-4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี และอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิงด้านทิศตะวันออก การเดินทาง เข้าทางตู้ยามหนองหอยและตรงมาจนทะลุแยกเกาะกลางป่ากล้วยตรงต่อไปจนถึงตู้ยามเจดีย์เหลี่ยม

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม ค่ารถรางคนละ 20 บาท รถม้านั่งได้ 2-3 คน คันละ 200 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5314 0322, 08 4047 6794

เวียงท่ากาน

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันป่าตอง
เวียงท่ากาน เป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งในสมัยหริภุญชัย เชื่อว่าเมืองนี้คงจะเริ่มสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 สมัยพระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์ผู้ครองแคว้นหริภุญชัย สืบต่อมาจนถึงสมัยพญามังรายช่วงก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ โบราณสถานที่สำคัญอยู่บริเวณกลางเมืองในเขตโรงเรียน วัดท่ากาน และวัดต้นกอก โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ พระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปดินเผา พระพิมพ์จำนวนมาก ไหเคลือบสีน้ำตาลบรรจุกระดูก และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ.1823-1911)

การเดินทาง:
ห่างจากเมืองเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ประมาณ 34 กิโลเมตร ผ่านอำเภอสันป่าตองแล้วเลี้ยวซ้ายที่บ้านทุ่งเสี้ยว เข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทางสายโรงวัว-ท่าวังพร้าว คิวรถอยู่ข้างประตูเชียงใหม่
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.

ศาสนสถาน

วัดบวกครกหลวง

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดบวกครกหลวง เป็นวัดในสังกัดมหานิกาย ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ 24 บ้านบวกครกหลวง ถนนสายเชียงใหม่-สันกำแพง หมู่ที่ 1 วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด แม้จากการสอบถามชาวบ้านและผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ไม่ทราบประวัติความเป็นมาและไม่ทราบว่าสร้างมาแต่ครั้งใดทราบแต่เพียงว่า วัดบวกครกหลวงในปัจจุบันวัดนี้เดิมชื่อ วัดม่วงคำ ส่วนชื่อว่า บวกครกหลวง นี้เป็นภาษาพื้นเมือง คำว่า บวกครก แปลว่า หลุม คำว่า หลวง แปลว่า ใหญ่

วัดป่าเป้า

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดป่าเป้า ตั้งอยู่ที่ถนนมณีนพรัตน์ เป็นวัดเงี้ยวแห่งแรกในเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2426 ชาวเงี้ยว หรือชาวไทยใหญ่ในสมัยนั้นจะ อาศัยอยู่บริเวณย่านช้างเผือก ข่วงสิงห์ ช้างม่อย ฟ้าฮ่าม และวังสิงห์คำ แต่เดิมบริเวณนี้มีต้นเป้าเป็นจำนวนมาก วัดจึงได้ชื่อว่า วัดป่าเป้า ลักษณะของพระธาตุ ที่วัดป่าเป้านี้เป็นแบบไทยใหญ่ เละที่วัดได้จัดประเพณีปอยส่างลองเป็นประจำในเดือนเมษายนของทุกปี

วัดศรีสุพรรณ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดศรีสุพรรณ
วัดศรีสุพรรณ
วัดศรีสุพรรณ ตั้งอยู่ที่ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมือง สร้างขี้นเมือพุทธศักราช 2043 รัฐสมัยของพระเจ้าเมืองแก้ว กษัตริย์ในราชวงค์มังราย และทำการผูก พันธสีมาพระอุโบสถ พุทธศักราช 2052 ใช้เป็นที่ทำสังฆกรรมของคณะสงฆ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปาฏิหารย์ (พระเจ้า 500 ปี) ของวัดศรีสุพรรณมาโดยตลอด และอุโบสถหลังนี้ได้ชำรุดทรุดโทรม ลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม และจะได้มีการสร้างอุโบสถใหม่เป็นอุโบสถเงิน

วัดอุปคุต

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดอุปคุต
วัดอุปคุต
ตั้งอยู่ถนนท่าแพ ด้านสะพานนวรัฐ ลงจากสะพานผ่านสี่แยกมาประมาณ 10 เมตร จะพบวัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเพณีใส่บาตรพระอุปคุต ชาวเหนือเชื่อว่าหากเดือน ใดมีวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ หรือที่เรียกว่า “เป็งพุธ” พระอุปคุตจะปลอมเป็นเณรมาบิณฑบาตตอนเที่ยงคืน ชาวบ้านเชื่อว่าหากได้ใส่บาตรพระอุปคุตจะได้บุญมาก จึงมีประเพณีใส่บาตร ตอนเที่ยงคืน

ภายในวิหารประดิษฐานพระอุปคุตซึ่งเป็นพระประธาน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีน้ำมันเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของชาวเหนือ วาดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2470 โดยพ่อบุญปั๋ง พงษ์ประดิษฐ์ ศิลปินล้านนา อาคารที่มีลักษณะแปลกตาอีกหลังหนึ่งคือหอเก็บพระพุทธรูปทรงลูกบาศก์ ยกพื้นสูงมีลายปูนปั้นประดับอยู่โดยรอบผนังด้านนอก ทวารบาลเป็นยักษ์ปูนปั้น บาน ประตูลงรักปิดทอง

วัดป่าตึง

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันกำแพง
ตั้งอยู่ในเขตตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง เดิมเป็นวัดร้าง คู่กับวัดเชียงแสน ก่อนที่จะสร้างวัดนี้ขึ้นมาได้พบพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายหลายอย่าง อาทิ วัตถุโบราณ พระพุทธรูป เครื่องถ้วยชามสังคโลก ซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ใน พิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยชาม ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ในศาลาการเปรียญเป็นที่ตั้งศพของเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือหลวงปู่หล้าซึ่งไม่เน่าเปื่อย ให้ผู้ที่มีศรัทธาได้บูชา

วัดต้นเกว๋น

สถานที่ตั้ง : อำเภอหางดง
วัดต้นเกว๋น
วัดต้นเกว๋น
วัดต้นเกว๋น เป็นชื่อที่ชาวบ้านแถบบ้านต้นเกว๋น ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง เป็นผู้ตั้ง "เกว๋น" หรือชื่อที่ชาวเหนือเรียกว่า "มะเกว๋น" หรือต้นตะขบป่า เนื่องจากสมัยก่อนรอบวัดมีป่าต้นมะเกว๋น วัดและหมู่บ้านจึงมีชื่อตามนั้น สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2399 สมัยพระเจ้ากาวิโรรส สุริยวงศ์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ แต่ว่าเมื่อมีการบูรณะครั้งสุดท้าย ปี 2547 5 ปีที่ผ่านมา ได้ค้นพบว่าประวัติวัดนี้ มีอายุที่ยาวนานมากกว่า 250 ปี แต่ค้นพบในอดีตในสมัยผู้ว่าชัยยา อายุ 150 ปี อันนี้หลักฐานยังไม่ชัดเจน วัดนี้มีความสำคัญในอดีต คือเป็นที่พักขบวนพระบรมธาตุศรีจอมทอง จากอำเภอจอมทอง มาที่เชียงใหม่ ในอดีตเป็นประเพณีที่เจ้าหลวง เมืองเชียงใหม่ มีการสรงน้ำพระธาตุ คือจากวัดพระธาตุจอมทองมาก็เดินทางมาด้วยขบวนช้าง ขบวนม้า แล้วแวะมาที่วัดต้นเกว๋น ให้ประชาชนแถวนี้สรงน้ำ พระธาตุศรีจอมทอง หลังจากนั้นก็อัญเชิญไปที่วัดสวนดอก 3 วัน 7 วัน แล้วก็ขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นประจำทุกปี เป็นเรื่องของเจ้านายฝ่ายเหนือในอดีต วัดต้นเกว๋น เป็นวัดที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งนักวิชาการหรือผู้รู้ คนในด้านศิลปะก็บอกว่า เป็นวัดที่งามที่สุดในประเทศไทย

วัดพระธาตุดอยสะเก็ด

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยสะเก็ด
วัดพระธาตุดอยสะเก็ด เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาช้านาน ปัจจุบันได้รับการยกย่องฐานะให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำอำเภอ วัดนี้มีประวัติความเป็นมาดังนี้ ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมอันวิเศษแล้ว พระองค์ได้ออกเดินทางเผยแพร่ธรรมะแก่ชาวชนบทน้อยใหญ่ในแถบดินแดนชมพูทวีป จนมีผู้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม เป็นจำนวนมาก ในกาลนั้นพระพุทธองค์ได้แสดงปาฏิหารย์มาปรากฏกายทิพย์ ณ บนยอดดอยแห่งนี้ แล้วทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีสว่างเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ ขณะนั้นได้มี พญานาคคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในหนองบัว (อยู่ห่างจากวัด ประมาณ 1 กิโลเมตร) ได้เห็นฉัพพรรณรังสี จึงแปลกใจพากันเลื้อยขึ้นสู่ยอดดอย ได้ทัศนาเห็นพระพุทธองค์ บังเกิด ความเลื่อมใสจึงแปลงกายเป็นชายหนุ่มหญิงสาวมาเข้าเฝ้า พร้อมกับได้นำดอกบัวมาถวายพระพุทธองค์ทรงรับ เอาดอกบัวนั้นไว้แล้วจึงแสดงธรรมโปรด และประทานเกศาธาตุ แก่พญานาคแปลงคู่นั้น พญานาคจึงได้อธิษฐานสร้างเจดีย์หิน แล้วนำเอาพระเกศาธาตุบรรจุไว้บนดอยแห่งนี้

ต่อมาได้มีนายพรานผู้แสวงหาของป่าได้มาพบเห็นเจดีย์มีลักษณะสวย จึงเกิดอัศจรรย์แล้วได้นำเอาก้อนหินมาก่อเป็นรูปเจดีย์ขึ้น กลางคืนได้นิมิตรว่า เจดีย์ที่ตนพบนั้น เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า จึงได้บอกกล่าวชักชวนประชาชนในแถบนั้นขึ้นไปสักการะบูชา และเรียกชื่อภูเขาแห่งนี้ว่า "ดอยเส้นเกศ" ต่อมาจึงเพี้ยนมาเป็น "ดอยสะเก็ด" ดอยแห่งนี้ได้มีพุทธศาสนิกชนขึ้นมา นมัสการเจดีย์หินอันเป็นที่บรรจุเกศาธาตุมากขึ้น จึงได้ก่อเจดีย์ปูนเสริมให้ใหญ่และมั่นคงกว่าเดิม และได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อว่ "ครูบาเก๋" จากเมืองน่านมาสร้างวิหารและบูรณะเจดีย์พร้อมทั้งสถาปนาขึ้นเป็นวัด เรียกว่า "วัดดอยสะเก็ด" กระทั่งมีชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยในเชิงดอยและ ใกล้เคียงมากขึ้น ทางราชการจึง ได้จัดตั้งเป็นอำเภอ

วัดน้ำบ่อหลวง

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันป่าตอง
วัดพระธาตุดอยสะเก็ด
วัดพระธาตุดอยสะเก็ด
เป็นวัดที่มีอายุ 1,300 ปี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ วัดน้ำบ่อหลวงเป็นวัดประจำตำบลอันเก่าแก่และมีความเป็นมาที่น่าศึกษา มีท่านเจ้าคณะอำเภอประจำอยู่ที่ วัดแห่งนี้โดยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในตำบล สิ่งน่าดึงดูดใจในวัดน้ำบ่อหลวงแห่งนี้คือการเข้าไปสักการะหุ่นขี้ผึ่งพระครูบาอินทรจักรรักษา เจ้าอาวาสรูปแรกผู้บูรณะปฎิสังขรวัด น้ำบ่อหลวง วัดน้ำบ่อหลวงแห่งนี้มีสถานที่สำคัญที่เป็นนามเริ่มต้นของตำบลแห่งนี้คือ บ่อน้ำขนาดใหญ่ ที่เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า น้ำบ่อหลวง อันเป็นบ่อน้ำขนาดกว้างซึ่งอยู่คู่กับตำบล แห่งนี้ตลอดมา ในขณะเดียวกันวันน้ำบ่อหลวงแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำพิเศษที่เรียกว่า บ่อน้ำทิพย์ ซึ่งเป็นบ่อน้ำขนาดเล็ก ขนาด กว้างเพียงเท่ากับหน้ากระดาษ A4 เท่านั้น แต่บ่อน้ำแห่งนี้เป็น บ่อน้ำสะอาดซึ่งชาวบ้านสามารถนำมาดื่มกินได้เมื่อยามน่าแล้งชาวบ้านยังนำน้ำจากบ่อขนาดเล็กนี้มาใช้ประโยชน์ได้

วัดป่าเจริญธรรม

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันป่าตอง
ตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่-ฮอด ก่อนถึงกาดงัว ภายในวัดมีพระนอนใหญ่และมีรูปปั่นทางพุทธศาสนา และรูปปั่นประวัติหนองสะเรียม ที่เล่ากันมาว่าเมื่อก่อนชาวบ้านจับปลาไหลยักษ์มาได้ แล้วนำมาแบ่งกันรับประทาน หลังจากนั้นแผ่นดินก็ยุบกลายเปนหนองน้ำขนาดใหญ่

วัดท่าจำปี

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันป่าตอง
วัดท่าจำปี เป็นวัดเก่าแก่หนึ่งในล้านนา สร้างเมื่อใด โดยผู้ใดไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน แต่เป็นวัดที่ตั้งอยู่ที่บ้านท่าจำปีมาเป็นเวลานานมาก ก่อนที่หลวงปู่ครูบาเจ้าดวงดีจะถือกำเนิดเป็น เด็กชายในหมู่บ้านแห่งเดียวกันนี้ วัดท่าจำปี นับเป็นวัดใหญ่เป็นที่พึ่งของชาวบ้านท่าจำปีมาโดยตลอด แม้ในบางห้วงเวลาวัดท่าจำปีจะร้างพระสงฆ์อยู่เป็นประจำ แต่ก็มีพระเถระผู้ใหญ่ผลัด เปลี่ยนมาจำพรรษา ปฏิบัติธรรม และช่วยทำนุบำรุงดูแลปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างในวัดเสมอมา วัดท่าจำปี ได้รับการประกาศตั้งเป็นวัดจากทางราชการ เมื่อปีพ.ศ.2419 หรือเมื่อ 130 ปีมาแล้ว สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา(ขึ้นทะเบียนเป็นวัด) เมื่อหลวงปู่ครูบาเจ้าดวงดี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา สร้างพระอุโบสถของวัดเสร็จ ในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2526

วัดพระธาตุดอยน้อย

สถานที่ตั้ง : อำเภอจอมทอง
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
เป็นวัดโบราณที่เก่าแก่อายุกว่า 1,300 ปี และมีประวัติว่าก่อสร้างโดยพระนางจามเทวี เมื่อปี พ.ศ. 1201 วัดพระธาตุดอยน้อยมีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย ได้แก่ พระบรมธาตุ โขงพระ (กรุพระ) โบสถ์ วิหารและพระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลัก ทั้งองค์เล็กองค์ใหญ่มากมาย บริเวณวัดตั้งอยู่บนภูเขา ติดลําน้ำปิง มองเห็นทิวทัศน์โดย รอบทุกทิศ ทุกทาง ดูแล้วสวยงาม วัดพระธาตุดอยน้อยตั้งอยู่ที่ตําบลดอยหล่อ อําเภอจอมทอง การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 43-44 วัดพระธาตุดอยน้อย

วัดพระธาตุศรีจอมทอง

สถานที่ตั้ง : อำเภอจอมทอง
จากตัวเมืองเชียงใหม่มุ่งหน้าไปตามถนนสายเชียงใหม่-ฮอด 58 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญคู่เมืองจอมทองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเหนือโดยทั่วไป ประเพณีเด่นของวัดคือ การแห่ไม้ค้ำโพธิ์ ซึ่งเป็นประเพณีของชาวล้านนาที่ถือว่าการเอาไม้มาค้ำโพเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา

วัดถ้ำผาปล่อง

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงดาว
วัดถ้ำผาปล่องก่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์โดยหลวงปู่สิม พุทธาจาโร ในปี พศ.๒๕๐๓ ถ้ำผาปล่องอยู่ในเขต อำเภอเชียงดาว อยู่ทางเหนือของตัวเมืองเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 107 เส้นทางฝาง-ท่าตอน เป็นสถานปฏิบัติธรรมอันเงียบสงบ บรรยากาศโดยรอบเป็นธรรมชาติ ขั้น มีที่พักสำหรับอุบาสก และอุบาสิกาที่ไปปฏิบัติธรรม โดยสามารถรองรับได้ถึง 200 คน ภายในถ้ำผาปล่องจะมีรูปหล่อเหมือนองค์หลวงปู่สิมประดิษฐานอยู่ในท่าขัดสมาธิเพชร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำองค์ท่าน และ "เจดีย์แห่งความกตัญญู" ที่คณะศิษย์ได้จัดสร้างถวาย ให้ใช้เป็นที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุและเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารของ "หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร"

วัดดอยแม่ปั๋ง

สถานที่ตั้ง : อำเภอพร้าว
วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล
วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ห่างจากตัวเมืองตามเส้นทางสายเชียงใหม่ - แม่โจ้ - พร้าว (ทางหลวงหมายเลข 1001) เป็นระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร วัดดอยแม่ปั๋ง เป็นวัดที่หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เคยจำพรษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จนถึงมรณภาพในปี พ.ศ. 2528 ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ วิหารไม้ กุฏิหลวงปู่แหวน กุฏิไม้ที่เรียกว่า โรงย่างกิเลส หรือ โรงไฟ และวิหารที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่แหวนเท่าองค์จริง

วัดพระเจ้าล้านทอง

สถานที่ตั้ง : อำเภอพร้าว
วัดพระเจ้าล้านทอง เป็นวัดที่เก่าแก่ในอำเภอพร้าว ยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้สร้างวัด แต่สันนิษฐานตามจารึกใต้ฐานพระพุทธรูปพระเจ้าล้านทอง ว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2069 สมัยพระเมืองเกษเกล้า เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ วัดพระเจ้าล้านทอง เป็นวัดที่สร้างมานานกว่า 400 ปี มีพระพุทธรูปที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในอำเภอพร้าวสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2069 และบริเวณวัดมีแนวคูเมืองเก่าล้อมรอบ เหมือนกับคูเมืองที่สร้างล้อมเมืองเชียงใหม่ปัจจุบัน คาดว่าคูเมืองที่สร้างล้อมรอบบริเวณวัด ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระยามังราย

วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล

สถานที่ตั้ง : อำเภอพร้าว
พระธาตุดอยเวียงชัยมงคล เป็นพระมหา ธาตุเจดีย์โบราณที่ใหญ่ที่สุดของ อ.พร้าว ในอดีต มีอายุกว่า 730 ปี เป็นสัญลักษณ์หลักแดนเขตเมืองพร้าว อดีตเป็นที่ พักทัพและตั้งทัพของกษัตริย์ล้านนา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของ อ.พร้าว วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ได้ขุดค้นพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2546 พบเพียงซากเจดีย์เก่าเป็นกองเล็กเท่านั้น จากนั้นได้เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์สร้างพระเจดีย์ใหม่ทับเจดีย์เก่า เริ่มต้นสร้างมาตั้งแต่ 17 เมษายน 2546 เป็นต้นมา

พร้อมกันนั้นได้เริ่มสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ถูกต้อง เป็นสถานที่กราบไหว้สักการบูชา ตลอดจนเป็นศูนย์กลาง ทางพระพุทธศาสนาประจำตำบลโหล่งขอด ได้สร้างวิหารล้านนาแบบโบราณเป็นแห่งแรกใน อ.พร้าว โดยมีสล่าหรือช่างชาวล้านนาภาคเหนือจำนวนมากได้ระดมแรง ใจแรงกายช่วยกันออก แบบและลงมือสร้าง พร้อมแกะสลักวาดลวดลายไทยล้านนาในวิหารด้านในด้วย

วัดพระพุทธบาทตะเมาะ

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยเต่า
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
วัดพระพุทธบาทตะเมาะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาลเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้า 4 พระองค์แห่งกัปนี้ ได้แก่พระพุทธเจ้ากกุสันโธ พระพุทธเจ้าโกนาคมนาคม พระพุทธเจ้ากัสปะ พระพุทธเจ้าสมณโคดมเคยเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้และเคยมีพุทธสาวกหลายองค์มาปฏิบัติและบรรลุธรรมที่สถานที่แห่งนี้ ภายในวัดยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งเช่น รอยพระบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์, แท่นหินที่พระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ประทับไสยาสน์, รอยพระบาทของพระสาวกซึ่งเป็น พุทธอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้ากุสันโท,รอยพระบาทของพระฤๅษีที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ฯลฯ

วัดถ้ำดอกคำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอพร้าว
ตั้งอยู่หมู่ 7 บ้านสหกรณ์ดำริ ตำบลน้ำแพร่ ลักษณะเป็นถ้ำขนาดกลาง มีเส้นทางเข้าออกถึงกันมีประวัติที่น่าสนใจชวนศึกษาค้นคว้าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งข้างในถ้ำมีพระพทุธรูปไว้สำหรับ ผู้แสวงบุญได้กราบไว้เพื่อเป็นศิริมงคล วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ พระอาจารย์มั่น ( ภูริทัตโต )ได้มาพักบำเพ็ญเพียร ต่อมาหลวงปู่แหวน หลวงปู่สาร หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่อ่อนสี ได้มาร่วม บำเพ็ญเพียรด้วย เป็นการชั่วคราว ต่อมาในปี พ.ศ.2478 ท่านพระอาจารย์มั่นได้บรรลุธรรมชั้นสูงสุด ณ วัดแห่งนี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางธุดงค์ไปดอยมะโน นับเป็นสถานที่สำคัญ แห่งหนึ่งที่ควรคู่แก่การรักษาไว้คงคงอยู่คู่เมืองพร้าวตลอดไป

วัดถ้ำผาผึ้ง

สถานที่ตั้ง : อำเภอไชยปราการ
อยู่ในเขตอำเภอไชยปราการ บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 120 และ 121 แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎกสร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น 2 ถ้ำ คือ ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน

วัดถ้ำตับเต่า

สถานที่ตั้ง : อำเภอไชยปราการ
วัดถ้ำตับเต่า
วัดถ้ำตับเต่า
อยู่ในเขตอำเภอไชยปราการ บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 120 และ 121 แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎก สร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น 2 ถ้ำ คือ ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน

วัดเจดีย์งาม

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง
วัดเจดีย์งาม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2021 เดิมเป็นวัดร้าง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2475 ท่านพระครูโสภณเจติยาราม อดีตเจ้าคณะอำเภอฝาง ได้ทำการบูรณะพัฒนาขึ้นมาเป็นวัด เดิมชื่อว่า “วัดหัวกาด” ต่อมาชื่อว่า “วัดหนองไผ่” (จากคำบอกเล่าถวายของพระเดชพระคุณพระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสำเภอ อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่) และตั้งชื่อใหม่ว่า “วัดเจดีย์งาม” ตามองค์พระธาตุเจดีย์งาม ได้รับพระราชทานพัทธสีมา เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 เขตพัทธสีมา กว้าง 60 เมตร ยาว 80 เมตร และเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2541 ได้มีพระบรมราชองค์การโปรดเกล้าฯ ให้วัดเจดีย์งามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งมีความกว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตร ประกาศเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542

วัดจองแป้น

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2436 เป็นวัดของชาวไต เป็นที่ประดิษฐานของพระระแข่ง จากเมืองมัณทะเล ประเทศพม่า

วัดพุทธเอ้น

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่แจ่ม
ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม ตามประวัติกล่าวว่า วัดพุทธเอิ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว มีโบราณสถานคือ “โบสถ์น้ำ” สร้างในสระสี่เหลี่ยมโดย ปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง บริเวณรอบโบสถ์จนถึงกำแพง เรียกว่า “อุทกสีมา” มีความหมายเหมือนกับ “ขันทสีมา” ของโบสถ์บนบก โบสถ์น้ำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียน กับกรมศิลปากรแล้ว คติการบวชในโบสถ์กลางน้ำนั้นถือว่าเป็นการบวชพระภิกษุสงฆ์ที่มีความ บริสุทธิ์มากที่สุด ได้รับอิทธิพลมาจากฝ่ายลังกา ปัจจุบันการบวชกลางน้ำนี้ได้ยกเลิกไปหมดแล้ว บริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสกุลไทยใหญ่ ปัจจุบันหลงเหลือเพียงภาพเดียว เหนือประตูทางเข้าด้านหลัง

วัดกองกาน

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่แจ่ม
วัดเจดีย์งาม
วัดเจดีย์งาม
อยู่ห่างจากวัดพุทธเอ้นประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญของชาวแม่แจ่ม เนื่องจากภายในวิหารมี พระเจ้าตนหลวงซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแม่แจ่ม ในช่วงเทศกาล สงกรานต์ชาวแม่แจ่มจะไปสรงน้ององค์ พระกันทุกปี พระเจ้าตนหลวงนี้เป็นแบบล้านนา และมีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอแม่แจ่ม ตัววิหารเป็นไม้ และหลังคา มุงแป้นเกล็ดแบบโบราณ

วัดยางหลวง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่แจ่ม
วัดยางหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม เส้นทางเดียวกับวัดป่าแดด ไม่ไกลกันมาก ชาวกะเหรี่ยง หรือ “ยาง” เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราว พุทธศตวรรษที่ 24 สิ่งที่น่าสนใจ คือ กู่ปราสาท หรือ กิจกูฏ ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธานในวิหาร คนโบราณถือว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกูฏเป็นแบบพุกามจากพม่า ผสมกับล้าน นาสกุลช่างเชียงแสน

วัดป่าแดด

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่แจ่ม
วัดป่าแดด ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม สิ่งที่น่าสนใจ คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ วาดโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ เป็นเรื่องพุทธประวัติ และชาดกต่างๆ วิหารหลังนี้สร้างขึ้ น พร้อมกับการสร้างวัด เมื่อ ประมาณปี พ.ศ. 2400

วัดท่าตอน

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่อาย
วัดพุทธเอ้น
วัดพุทธเอ้น
วัดท่าตอน ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่อาย เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาต่อเนื่องกันหลายลูก มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ อยู่ติดริมแม่น้ำกก เดิมเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานได้จาก วัตถุโบราณที่ค้นพบ ในบริเวณนี้ วัดท่าตอนยังเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับพระภิกษุ สามเณร และเยาวชน เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติด และสงเคราะห์ชาวเขา เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงาม และเนื่องในวโร กาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50 ทางวัดได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างเจดีย์แก้วเฉลิมพระเกียรติไว้บนยอดเขา ด้านบนมีจุดชมวิวซึ่งจะมองเห็นชุมชน ทุ่งนา และแม่น้ำกกไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง

วัดแสนทอง

สถานที่ตั้ง : อำเภออมก๋อย
ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแม่สะเรียง มีสิ่งที่สำคัญคือพระแสนทองพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ อันเป็นศิลปะสมัยเชียงแสนที่เก่าแก่และงดงามมากองค์หนึ่ง และที่วัดแสนทอง นี้ยังประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ชาวบ้านเรียกว่า "พระเพชร" หรือ "พระสิงห์หนึ่ง" อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองแต่อดีต ผู้สนใจสามารถติดต่อกับพระภิกษุภายในวัดเพื่อขอชมได้

พระตำหนักและพระราชวัง

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง ใช้เส้นทางเดียวกันกับพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักฯอยู่เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร พระตำหนักภูพิงค์ฯ เป็นพระตำหนักประทับในวโรกาสที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯเยือนประเทศไทยซึ่งแต่เดิมจะประทับรับรองแต่ในพระนครหลวงเท่านั้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2504 ในครั้งแรกได้ก่อสร้างเฉพาะองค์พระตำหนักที่ประทับและเรือนรับรองเท่านั้น ส่วนอาคารอื่นๆได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมต่อมาในภายหลัง ภายในพระตำหนักฯ มีสถานที่น่าชม ดังนี้ เรือนปีกไม้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เรือนรับรอง พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์น อ่างเก็บน้ำ พระตำหนักต่างๆ และหอ พระ โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะผ่านสวนกุหลาบเป็นระยะโดยปกติแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน แต่ทั้งนี้จะงดการเข้าชมพระตำหนักฯ ระหว่างเสด็จแปร พระราชฐาน (ประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม)

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 008.30 - 11.30 น. และ 13.00 - 15.30 น. (กรุณาแต่งกายสุภาพ)
ค่าเข้าชม สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5322 3065, 0 5321 9932

อนุสาวรีย์

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
พระบรมราชานุสรณ์สามกษัตริย์ ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เดิมพระบรมรูป "สามกษัตริย์" หล่อด้วยทองเหลืองและทองแดงรมดำ มีขนาดเท่าครึ่ง จากพระบาทถึง พระเศียรไม่รวมยอดมงกุฏ มีความสูง 270 เมตร ออกแบบและทำการ ปั้นหล่อโดยคุณไข่มุกด์ ชูโต ใช้เวลา 10 เดือน ประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ สามกษัตริย์ จากกรุงเทพมหานครขึ้นประดิษฐานบนแท่นพระบรม ราชานุสาวรีย์ ในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2526 เวลา 11.49 น. พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ คือ พญามังราย พญาร่วง และพญางำเมือง ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ที่พระมหากษัตริย์สาม พระองค์มาทรงร่วมกันวางแผนการสร้างเมืองเชียงใหม่ ซึ่งปรากฏคำจารึกฐาน พระบรมราชา นุสาวรีย์สามกษัตริย์ กล่าวคือพญามังรายประสูติ เมื่อปีกุน พ.ศ. 1782 พระองค์ทรงครองเมืองเงินยางเชียงแสนแทนพญาลาวเม็ง พระราชบิดา เมื่อ พ.ศ. 1802 ทรงพระปรีชา สามารถกล้าหาญเป็นเยี่ยมสามารถ รวบรวมแคว้นและเมืองต่างๆ เข้าเป็นอาณาจักรล้านนาไทย และได้ทรงตรากฏหมาย "มังรายศาสตร์" ขึ้นเป็นหลักในการปกครองบ้านเมือง พระองค์ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์มังราย เมื่อปี พ.ศ. 1839 โดยมีพระราชวงศ์สืบ ต่อกันมาอีก 17 พระองค์ พญามังรายสิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. 1860 สิริพระชนมายุ ได้ 79 ชันษา

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ครูบาศรีวิชัยเป็นบุคคลแรกที่บุกเบิกการสร้างถนนขึ้นไปถึงดอยสุเทพ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยตั้งอยู่บนทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยถ้าผู้ที่จะขึ้นไป นมัสการดอยสุเทพมักจะลงนมัสการอนุสาวรียครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้น ไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2478 รวมระยะทางจากเชิงดอยไปถึงวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ 10 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์บ้านคำอูน

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์บ้านคำอูน
พิพิธภัณฑ์บ้านคำอูน
พิพิธภัณฑ์บ้านคำอูน ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 4 ริมถนนด้านขวามือ ตรงข้ามกับฟาร์มงูแม่สา อำเภอเมือง เป็นแหล่งรวมของศิลปวัตถุโบราณและหายากยุค บ้านเชียงถึงปัจจุบัน บ้านสร้างด้วยไม้สักทองสวยสะดุดตา ภายในบ้านไม้สักทองหลังใหญ่เป็นสถานที่รวบรวมโบราณวัตถุและงานศิลปกรรมหายาก เช่น เครื่องปั้นดินเผายุคบ้านเชียง ภาพไม้แกะสลัก เครื่องลายคราม พระพุทธรูปไม้แกะสลัก ฯลฯ แวดล้อมด้วยพันธุ์พฤกษชาติและกล้วยไม้ป่านานาพันธุ์ให้ความร่มรื่น
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 30 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5329 8068

บ้านร้อยอันพันอย่าง

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
บ้าน 100 อัน 1000 อย่าง เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมงานแกะสลักไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สัก งานแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง โดยสุดยอดช่าง ฝีมือล้านนา ซึ่งอาจารย์ชรวย ณ สุนทรได้รวบรวมอนุรักษ์ไว้ ตัวอย่างเช่น ไม้ขี้เหล็กสลักภาพครูบาศรีวิชัย ไม้ขี้เหล็กเนื้อแข็งมากและแกะยากจนอาจทำให้เครื่องมือเสียได้ ผู้แกะใช้ไม้เนื้อนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ครูบาศรีวิชัยได้ต่อสู้ฝ่าฟันมา นอกจากนี้ยังมีไม้แกะพญางิ้วดำซึ่งเป็นไม้หายาก

เปิดให้เข้าชม 08.30 - 16.30 น. วันอังคาร - อาทิตย์ (ปิดบริการวันเสาร์)
ค่าเข้าชม ค่าบำรุงพิพิธภัณฑ์คนละ 100 บาท นักศึกษามาเป็นคณะ คนละ 50 บาท นักเรียนมาเป็นคณะคนละ 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5335 5819, 0 5382 2649

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย มีนโยบายส่งเสริม ให้สำนักงานภาค ของธนาคาร แห่งประเทศไทยมีบทบาท ในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจท้องถิ่น นอกเหนือจากหน้าที่ดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีนโยบาย รวมถึงการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม และโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าของท้องถิ่น ตลอดจนเพื่อส่งเสริม และ สนับสนุน การอนุรักษณ์ศิลป วัฒนธรรมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานภาค มีประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตผู้คน ธรรมชาติ ตลอดจน ศิลปวัฒนธรรม ที่สูงค่า และเป็นเอกลักษณ์ สั่งสมมา เป็นเวลายาวนานถึง 700 กว่าปี ด้วยตระหนัก ในคุณค่าเหล่านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ร่วมสืบสาน มรดกอันล้ำค่านี้ด้วยการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเพื่อเป็นศูนย์กลาง การเผยแพร่ความรู้ด้าน เงินตราและผ้าไท แก่บุคคลทั่วไป ในรูปแบบของ พิพิธภัณฑ์เงินตรา และผ้าโบราณ ทั้งนี้เพื่อให้ชนรุ่นหลังตระหนักถึง คุณค่าแห่งมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ และร่วมอนุรักษณ์สิ่งมีค่าเหล่านี้ มิให้สูญหายไปจากแผ่นดิน

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน เปิดพิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ อย่างเป็น ทางการ เมื่อวันพุธที่ 1 มีนาคม พศ.2543 การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนที่ 1
เป็นการจัดแสดง เรื่องเกี่ยวกับ เงินตรา ของโลกและของประเทศไทย ในยุคสมัยต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงความเป็นมา และพัฒนาการในการนำโลหะมีค่า มาผลิตเป็นเงินตรา ซึ่งนำมาใช้เป็นสื่อกลาง ในการแลกเปลี่ยน

ส่วนที่ 2
ห้องผ้า เป็นการจัดแสดง เรื่องเกี่ยวกับ ผ้าโบราณ เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของผ้า ในฐานะที่เป็น เครื่องชี้ความเป็นมาแห่งเชื้อชาติ สะท้อนสภาพ เศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อ ศาสนา และวัฒนธรรม ตลอดจน พัฒนาการ ทางภูมิปัญญา

เปิดให้เข้าชม 9.00 - 12.00น. และ 13.00 - 16.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ เว้นวันหยุดธนาคาร
ค่าเข้าชม ฟรี (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5393 1182-3

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้า ต.ศรีภูมิ (ใกล้กับวัดพระสิงห์) บริเวณที่ตั้งเคยเป็นสะดือเมือง ตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมือง ก่อนที่พระเจ้าติโลกราชจะโปรดให้ย้ายเสาอินทขีลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง ที่ดินนี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโรรสสริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียง ใหม่องค์ที่ 6 จนถึงสมัยเจ้าดารารัศมี เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาล ได้ประทานให้รัฐบาล ตัวอาคารสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2467 เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ย้ายไปใช้ศาลากลางหลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิฑิธภัณฑ์ในปี พ.ศ.2540 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ. 2542 ประเภทที่ทำการอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

เปิดให้เข้าชม 08.30-17.00 น.วันอังคาร-อาทิตย์ ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดทำการวันจันทร์
ค่าเข้าชม 20 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5321 7793, 0 5321 9833

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา และศูนย์กลางการศึกษา การอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ และ ของภาคเหนือตอนบน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็๗พระนางเจ้าสิริกิตติ์บรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2516 ปัจจุบัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ได้ร้บการปรับปรุงทั้งเนื้อหาการจัดแสดง อาคารสถานที่ และสิ่ง อำนวยความสะดวกต่างภายในพิพิธภัณฑ์ให้สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจยิ่ง

ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่-ลำปาง) ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือไว้ เช่น พระพุทธรูปสกุลช่างสมัย ล้านนาต่างๆ และพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องถ้วยภาคเหนือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาและชาวเขาเผ่าต่างๆ ภาพถ่ายประวัติ ศาสตร์ของเชียงใหม่

เปิดให้เข้าชม 09.00 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท นักเรียนและนักศึกษาฟรี
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5322 1308 แฟ็กซ์. 0 5340 8568

คุ้มเจ้าบุรีรัตน์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
คุ้มเจ้าบุรีรัตน์
คุ้มเจ้าบุรีรัตน์
ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้าด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์หลังนี้คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2432-2436 ปัจจุบันตกเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์มณฑล ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา ภายใต้การดูแล จัดการ และดำเนินงาน ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อเก็บข้อมูล และค้นคว้า วิจัย อันนำไปสู่แนวทางในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง รูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสม ผสานระหว่างลักษณะพื้นถิ่นและตะวันตก และเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกที่สร้างในเชียงใหม่ยุคแรก เป็นเรือนสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้บันได อยู่ด้านนอก เสาชั้นล่างก่ออิฐหนาเป็นรูปโค้ง ฉาบปูนเป็นระเบียงโดยรอบ ชั้นบนเป็นพื้นไม้สักมีระเบียงโดยรอบ ปัจจุบันตัวอาคารยังอยู่ในสภาพดี แสดงถึงวิทยาการ ก่อสร้างที่แข็งแรงคงทนในอดีต

เปิดให้เข้าชม 09.00 – 17.30 น.
ค่าเข้าชม ฟรี (กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาแจ้งนัดหมายล่วงหน้า)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5327 7855

พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ รวบรวมแมลงชนิดต่างๆจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ด้วง กว่าง ผีเสื้อ ตั๊กแตน นอกจากแมลงแล้ว ยังมีซากพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ และหินสะสมสวยงามประเภทต่างๆ ไว้ด้วย แต่สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์นี้มีความเป็นพิเศษขึ้นมาอีก คือ เป็นแหล่งรวมยุง ในประเทศไทยสี่ร้อยกว่าชนิดที่ใช้เวลาสี่สิบกว่าปีในการรวบรวม เพื่องานวิจัยทางการแพทย์

เปิดให้เข้าชม 09.00 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5321 1891

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์ชาวเขา
พิพิธภัณฑ์ชาวเขา
พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ตั้งอยู่ในบริเวณสวนล้านนา ร.9 ถนนโชตนา อยู่ในความดูแลของสถาบันวิจัยชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เป็นพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางด้านชาติพันธุ์วิทยา จัดเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานวัฒนธรรมของชนเผ่าบนที่สูง หรือ ชาวเขา ประกอบด้วยกลุ่มชนจำนวน 9 กลุ่ม คือ กะเหรี่ยง แม้ว เย้า ลีซอ อีก้อ มูเซอ ลัวะ ถิ่น ขมุ และกลุ่มชนเล็กที่สุดอีกกลุ่มหนึ่งคือ มลาบรี หรือผีตองเหลือง มีลักษณะวัฒนธรรมของตนเองที่แตกต่างกันไป พิพิธภัณฑ์ ชาวเขาได้จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี ความเชื่อและภูมิปัญญาชาวเขา ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงทางวัตถุศิลป์ จัดเป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับวัฒน ธรรมชาวเขาที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าสำหรับผู้สนใจทั่วไป

เปิดให้เข้าชม 09.00 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม ฟรี
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5321 0872, 0 5322 1933

พิพิธภัณฑ์วัดเกตการาม

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์วัดเกตการามก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของศรัทธาวัดเกต อาคารพิพิธภัณฑ์ภายในวัดจัดแสดงสิ่งของแยกเป็นส่วนๆ ส่วนแรกเป็นห้องโถงจัดแสดงกลุ่ม วัตถุประเภทต่างๆ ที่ถูกคนพบในสมัยโบราณต่างๆ กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องดนตรีล้านนาโดยส่วนมากเป็นเครื่องปั้นดินเผา และอีกหนึ่งในศิลปะวัตถุ ที่น่าสนใจที่สุดคือ "ธงช้างเผือก" การแสดงวัตถุที่มีวัสดุเป็นผ้า ธงต่าง ๆ ธงมังกร และยังมีรูปภาพย่านวัดเกตอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ถือเป็นย่านเศรษฐ กิจสำคัญของเชียงใหม่มาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันย่านวัดเกตเป็นทั้งย่านที่อยู่อาศัยและย่านท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ในอดีตที่ผ่านมาประมาณ 100 กว่าปีเป็นภาพฉากในชีวิตประจำวันในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น เรือในแม่น้ำปิง ย่านตลาดเก่าและตัวอย่างการดำเนินคดีทางอาญาก็มี ก่อนที่เชียงใหม่จะกลายเป็น เมืองท่องเที่ยวมีการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มมากขึ้น
เปิดให้เข้าชม 08.30 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม ฟรี

พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์
พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์
พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็น พระตำหนัก ของ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถวายให้เป็นที่ประทับ หลังจาก พระราชชายา เจ้าดารารัศมี กราบบังคมทูลลาขอเสด็จมาประทับนครเชียงใหม่เป็นการถาวร หลังจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ตั้งอยู่ ณ สวนเจ้าสบาย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ตัว พระตำหนัก เป็นเรือนไม้สองชั้น ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ปรับปรุงเป็น พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จัดแสดง พระราชประวัติ และพระราชวงศ์ฝ่ายเหนือ เครื่องใช้ส่วนพระองค์ ของที่ทรงได้รับพระราชทาน รวมทั้ง พระราชหัตถเลขา ระหว่าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักระหว่าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ฝ่ายเหนือ ที่ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศ พระราชชายา อันเป็นพระฐานันดรศักดิ์พระมเหสีเทวีพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์ไทย

การเดินทาง:
รถยนต์ส่วนตัว ใช้ ถนนโซตนา หรือทางหลวงหมายเลข 107 เมื่อถึง สภ.อ. แม่ริม จะมีซอยอยู่ข้างๆ ตรงข้ามกับตลาดแม่ริม ให้เลี้ยวซ้าย ไปค่ายดารารัศมี ประมาณ 300 ม. ผ่านป้อมยามแจ้งต่อตำรวจรักษาการว่าไปเที่ยวชมพระตำหนักดาราภิรมย์
เปิดให้เข้าชม 09.00 - 17.00 น. หยุดวันจันทร์
ค่าเข้าชม คนละ 20 บาท พระสงฆ์และนักเรียนในเครื่องแบบชมฟรี
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5329 9175

พิพิธภัณฑ์แมลงสยาม

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
สวนสัตว์แมลงสยาม สถานที่เพาะเลี้ยงและแสดงแมลงที่มีชีวิต ตลอดจนแมลงสะสมจากทั่วโลก โดยเฉพาะการเลี้ยงด้วงปีกแข็ง ตั๊กแตนกิ่งไม้ ตั๊กแตนใบไม้ ตั๊กแตนกล้วยไม้ ผีเสื้อ แมลงปอ มด ต่อ แตน กิ้งกือ แมงมุมยักษ์ และแมงป่องยักษ์ เป็นต้น มีสวนผีเสื้อขนาดใหญ่สำหรับศึกษาธรรมชาติของผีเสื้อ พืช อาหารหนอนและพืชน้ำหวานอาหารของผีเสื้อ และมีอาคารพิพิธภัณฑ์แสดงแมลงสะสมจากทั่วโลก ซึ่งใช้เวลารวบรวมมานานกว่า 30 ปี นอกจากการจัดแสดง การเผยแพร่ความรู้แก่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างประเทศแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแมลง เพื่อรวบรวมและคัดเลือกผลงานที่น่าสนใจ เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.malaeng.com หรือ www.siaminsectzoo.com และ จัดพิมพ์เป็นหนังสือวิชาการ หนังสือสารคดีเกี่ยวกับแมลงสำหรับ เด็กและบุคคลทั่วไป เพื่อจำหน่ายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น ผีเสื้อ ด้วงปีกแข็ง แมลงปอ โรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญ เป็นต้น

การเดินทาง:
ไปตามถนนสายแม่ริม-สะเมิง กิโลเมตรที่4 ก่อนถึงน้ำตกแม่สา 2 กิโลเมตร สำหรับขาเข้า ปากทางเข้าซอยอยู่ขวามือ ห่างจาก ปั๊มน้ำมัน ปตท. (อยู่ขวามือเหมือนกัน) หรือโชว์งูจงอาง 400 เมตร (โชว์งูจงอางจะอยู่ซ้ายมือตรงกันข้ามกับปั๊ม) บริเวณปากทางเข้าซอยเข้าสู่สวนสัตว์แมลงสยาม เป็นทางโค้งพอดี กรุณาชะลอรถเพิ่มดูป้ายขวามือ ก่อนจะขับรถเลยไป
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 009.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5386 0807, 08 1746 6776

พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็ง

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันทราย
ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านร้องเม็ง หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ภายในวัดร้องเม็งได้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นซึ่งนับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ศิล ปวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวล้านนา โดยได้รวบรวมสิ่งต่าง ๆ บ่งบอกถึงความเป็นมาของเรื่องราวในอดีต อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้กับผู้ ที่สนใจในเรื่องของศิลปะ โบราณวัตถุ ได้เข้ามาแวะเวียนเยี่ยมชมกันได้ทุกวัน

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 17.30 น.
ค่าเข้าชม ฟรี
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5325 5182, 01 960 3698
โรงแรม โรงแรมใน สันทราย

พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยหล่อ
พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ
พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ
ตั้งอยู่ที่ตำบลยางคราม อำเภอดอยหล่อ ถนนสายเชียงใหม่-ฮอด กิโลเมตรที่ 35 ก่อตั้งโดยคุณปัณฑร ทีรคานนท์ เมื่อปี พ.ศ. 2547 เป็นที่รวบรวมศิลปะวัตถุ และเทวปฏิมากรรมที่เป็นของสะสมของคุณปัณฑรที่ได้เริ่มสะสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบันมีเทวรูปกว่า 1,000 องค์ ซึ่งได้มาจากสถานที่ต่าง ๆ ในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พระพิฆเนศ เป็นเทพแห่งความสำเร็จ ความสมหวังในชีวิต หน้าที่การงาน สติปัญญา โชคลาภ รวมทั้งขจัดปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย จึงทำให้มีผู้คนทุกสาขา อาชีพให้ความเคารพนับถือ และสักการะบูชากันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะชาวอินเดียและชาวเอเชียเกือบทุกประเทศ ทางพิพิธภัณฑ์ได้สร้างรูปจำลองอัสตะวินายกา คณปติมูรติ หรือพระพิฆเนศที่เป็นหินที่มีรูปลักษณ์เป็นองค์พระพิฆเนศซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ กระจายอยู่ 8 แห่ง ในเมืองมุมไบและเมืองปูเน ประเทศอินเดีย

เปิดให้เข้าชม 09.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม ฟรี
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5302 4287, 0 5302 4288

ศูนย์จัดแสดงนิทรรศการ

ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ และศูนย์สาธิตและส่งเสริมงานศิลปาชีพ ภาคเหนือ

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
ตั้งอยู่ที่บ้านแม่สา ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม มีเนื้อที่ราว 100 ไร่ เป็นแหล่งการเรียนรู้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่นในแบบ การให้ความรู้โดยสอดแทรกความบันเทิงไว้ (Edutainment) สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจ ประกอบด้วยส่วนนิทรรศการและ การสาธิต มีแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงพืชผสมผสาน ส่วนสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง และมีนิทรรศการโครงการสาธิตและส่งเสริมศิลปาชีพ เป็นต้น

เปิดให้เข้าชม 08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชม ค่าเข้าชมศูนย์ 10 บาท เยี่ยมชมศูนย์และทำกิจกรรม 40 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5329 9758

สวนสาธารณะ

สวนสาธารณะหนองบวกหาด

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์
สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์
ตั้งอยู่บนถนนบำรุงบุรี ตำบลพระสิงห์ เป็นสวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เหมาะสำหรับการมาปิคนิคและผ่อนคลายในช่วงวันหยุด พักผ่อน สวนสาธารณะหนองบวกหาดตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงาม ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจี และเป็นสวนสาธารณะที่มีบรรยากาศเงียบสงบมาก นอกจากนี้ สวนสาธารณะหนองบวกหาดยังเป็นสถานที่จัดเทศกาลที่สำคัญและมีชื่อของจังหวัดอย่าง งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ที่มีจัดขึ้นทุกๆปี และ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ พากันไปเที่ยวทางเหนือ เพื่อชมงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับที่ทางจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้น

สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สวนเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษาในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 และทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์กลางการเรียนรู้พืชสวนโลก มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้ หลากหลายชนิด การจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตรและอื่น ๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อการศึกษางานวิจัย และเป็นแหล่งพบ ปะกันในกลุ่มเกษตรกร ภายในพื้นที่มีการจัดภูมิสถาปัตย์อย่างสวยงาม

เปิดให้เข้าชม 10.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท, เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5311 4110-5

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เดิมมีชื่อว่า "สวนพฤกษศาสตร์แม่สา" เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่กรมป่าไม้จัดตั้งขึ้นให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ ประจำภาคเหนือของประเทศไทย หลังจากที่ได้มีการสถาปนาองค์การสวนพฤกษศาสตร์ขึ้น สวนพฤกษศาสตร์แม่สาก็ได้รับการโอนย้ายมาสังกัด อ.ส.พ. และได้รับการวางแผน และพัฒนาให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ระดับสากลแห่งแรกของประเทศ มีการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรพืช ศึกษาวิจัย และเผยแพร่ ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ใช้ชื่อ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ว่า "สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์"

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5384 1000

สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยสะเก็ด
สวนทวีชล ตั้งอยู่บนถนนสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด หลักกิโลเมตรที่ 10-11 มีเนื้อที่ 286-300 ไร่ เปิดบริการมาตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2548 โดยคุณทวีศักดิ์ – คุณชลางค์ เสสะเวช เดิมทีสวนฯ ทวีชลของเราเป็นสวนลำใย และผลไม้อื่นๆ เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการศึกษาสำหรับการเลี้ยงวัวนม ที่นากลายเป็น ทุ่งหญ้าที่เป็นหญ้าพันธุ์ตระกูลถั่วฮามาต้า ที่ใช้สำหรับเลี้ยงวัวนมโดยเฉพาะ มูลสัตว์นำมาทำไบโอแก๊ส และปุ๋ย ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นสวนฯ สวยงามเพื่อ เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการ เรียนรู้ เพื่อการศึกษา โดยรวบรวมพันธุ์ไม้หายากมารวมไว้ที่นี่ เพื่อความเพลิดเพลิน เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5386 7151

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า
อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม เป็นโครงการหมู่บ้านตัวอย่างตามพระราชดำริ และจัดทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เขตทหาร อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ก่อสร้างขึ้น ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่ใช้ในศูนย์เกษตรกรรมทหารฯ และราษฎรบริเวณใกล้เคียง บริเวณอ่างเก็บน้ำ มีหาดทรายคล้ายชายทะเล สามารถเล่นน้ำได้ มีบริการห่วงยาง เรือพาย จักรยานน้ำให้เช่า มีร้านอาหาร ซุ้มแพสำหรับตกปลาบริเวณสันเขื่อน กิจกรรมกระโดดหอ เกมโซน เพ้นท์บอล รถเอทีวี และเครื่องเล่นต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมค่ายพักแรม บ้านพัก และพื้นที่กางเต็นท์ ค่าธรรมเนียมเข้าชมคนละ 20 บาท

การเดินทาง:
จากตัวเมือง เริ่มต้นจากสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เลียบคลองชลประทาน ผ่าน โรงเรียนนวมินทร์ ฯ – มูลนิธิขาเทียม – กรมทางหลวง – ททบ.5 – สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ และเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานคลองชลประทาน เข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5312 1119

ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ แหล่งรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ที่แปลกและหาดูได้ยากไว้ด้วย น้ำผึ้งพิพิธภัณฑ์กล้วยไม้ไทย โดยไปตามถนนสายแม่ริม-สะเมิง 2 กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ มีฟาร์มผีเสื้อ แมวไทย และสัตว์อื่นๆ ให้ชม ตรงกันข้ามเป็น สวนกล้วยไม้เมาท์เท่น ออร์คิด แม่แรมออร์คิด ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 5.5 มีการปลูกพันธุ์กล้วยไม้นานาชนิด สาธิตการปลูกกล้วยไม้ และจัดเป็นฟาร์มผีเสื้อด้วย จำหน่ายสินค้าที่ระลึกประเภทเครื่องประดับ เช่น เข็มกลัด ต่างหู สร้อย ซึ่งทำจากกล้วยไม้ ใบไม้ และแมลงต่างๆ

น้ำพุร้อนสันกำแพง

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันกำแพง
น้ำพุร้อนสันกำแพง
น้ำพุร้อนสันกำแพง
น้ำพุร้อนสันกำแพง ตั้งอยู่ใน อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 34 กิโลเมตรนับ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมาเนิ่นนานควบ คู่กับการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่เช่นกัน บรรยากาศร่มรื่น สวยงาม ล้อมรอบไปด้วยภูเขาธรรมชาติ ไม้ดอกนานาพรรณ และ ได้ตื่นตาตื่นใจกับความมหัศจรรย์ ธรรมชาติที่ี่ มาจากความเปลี่ยนแปลงจากใต้พื้นโลกก่อกำเนิดน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิถึง 100 องศาเซลเซียส น้ำร้อนอันเดือด พล่านพุ่งขึ้นจากใต้พื้นพิภพสู่ท้องฟ้าสูงถึง 15 เมตร เป็นธรรมชาติที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก

ค่าเข้าชม 30 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5392 9077

ผาตูบ

สถานที่ตั้ง: อำเภอหางดง
เป็นหน้าผาเตี้ยๆ ตั้งตระหง่านติดเชิงเขา อยู่บริเวณลำน้ำแม่ขาน ถัดจากห้วยหญ้าไซประมาณ 500 เมตร เหนือออบไฮ และ ห่างจากออบไฮ ประมาณ 1 กิโลเมตร จากฐานของผาตูบเป็นลาน หินราบเรียบมาจดลำน้ำแม่ขาน มีโขดหินในลำน้ำและชะง่อนหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะจนมีรูปร่างต่างๆ ที่สวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบขาน, อำเภอหางดง

ดอยลังกา

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยสะเก็ด
มีความสูง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทย อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีทุ่งหญ้าปกคลุมยอดเขาเป็นบริเวณกว้าง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ดอกหอมชู จะบานสะพรั่งทุ่งหญ้า เดือนเมษายน-พฤษภาคม ดอกกุหลาบพันปีจะบานชูช่อสวยงาม ต้องเดินทางเท้าเข้าไป 12 กิโลเมตร อาศัยความอดทนและระมัดระวังตลอดเส้นทางอย่างมาก ทั้งนี้ต้อง นอนค้างคืน 1 คืนด้วย

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้, อำเภอดอยสะเก็ด

ดอยผาตั้ง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่วาง
อยู่ในตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง ยอดดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,909 เมตร เป็นยอดดอยที่มีความสูงที่สุดของอุทยานฯ มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการเดินป่าพิชิตดอยสูงในช่วงฤดูหนาว เพราะจะสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของทะลหมอก เป็นบริเวณที่มีฝนตกชุกประปรายในฤดูหนาวและฤดูร้อน ดอยผาตั้งมี ลักษณะเป็นภูเขาที่มีหน้าผาสูงชันลมพัดแรงตลอดปี ต้นไม้ไม่สามารถขึ้นเจริญเติบโตได้ในภูเขาทั้งลูก ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้มักจะพบเห็นตลอดทั้งสองข้างทางที่เดินทางเข้าสู่ดอยผาตั้ง

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วาง, อำเภอดอยหล่อ

จุดชมวิวดอยช้าง

สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แตง
อยู่บนดอยช้างขึ้นไปทางเหนือของห้วยน้ำดัง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 20 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,962 เมตร เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ห้วยน้ำดัง สามารถมองเห็นทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่ ได้ชัดเจน และสภาพธรรมชาติของทิวเขาอันสลับซับซ้อนของดอยสามหมื่นและดอยสันห้วยรูทางทิศเหนือ ดอยหลวงเชียงดาวและดอยขุนแม่แมะทางทิศตะวันออก ดอยแม่ยะและดอยม่อนอังเกตุ ทางทิศใต้ ดอยแม่ยานและเมืองปายทางทิศตะวันตก ดอยช้างปกคลุมด้วยป่าดิบเขาอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของนกบนที่สูงนานาชนิด เช่น นกเดินดง นกจับแมลง นกเขน นกปรอด ฯลฯ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถมากางเต็นท์รอชมทะเลหมอกในยามเช้าตรู่ที่ดอยช้างได้เหมือนกัน

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง, อำเภอแม่แตง

จุดชมวิวดอยกิ่วลม

จุดชมวิวดอยกิ่วลม
จุดชมวิวดอยกิ่วลม
สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แตง
เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติส่วนกลาง (เอื้องเงิน) เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากในด้านการท่องเที่ยวที่จะชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ และเป็นที่รู้จักของ ชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพื่อคอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกอันกว้างใหญ่ไพศาลในช่วงฤดูหนาว ในยามท้องฟ้าเปิดและแจ่มใสจะมีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของ ทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอยเชียงดาวที่มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล

สภาพธรรมชาติอันสวยงามของจุดชมทิวทัศน์นี้ เมื่อยืนอยู่ที่บ้านพักของห้วยน้ำดังแล้วมองไปทางทิศตะวันออก ทำให้มองเห็นสภาพธรรมชาติที่สวยงาม ทิวทัศน์ของทิวเขาอันสลับซับซ้อน ซึ่งมีดอยหลวงเชียงดาว ที่สูงที่สุดอยู่ใจกลาง และในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาวจะเกิดทัศนียภาพของทะเลหมอกที่สวยงาม ทางเข้าแยกจากถนนสายแม่มาลัย-ปาย หลักกิโลเมตรที่ 65-66 เป็นทางเข้า ไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร นอกจากนี้ บริเวณดอยกิ่วลมยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเอื้องเงิน ซึ่งเป็นอาคารทรงชาเลย์ที่กรมป่าไม้สร้างถวายสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ ภายในบริเวณ โดยรอบพระตำหนักมีการออกแบบภูมิทัศน์ที่ประกอบด้วยพืชประจำถิ่น เช่น กล้วยไม้ "เอื้องเงินหลวง" ที่ออกดอกสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง, อำเภอแม่แตง

น้ำพุเจ็ดสี

สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แตง
เป็นบ่อน้ำพุเย็นมีขนาด 6 x 8 เมตร มีน้ำไหลพุ่งออกมาจากใต้ดินตลอดปี น้ำใสเป็นประกายสีรุ้ง เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ "ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า น้ำพุเจ็ดสี" เพราะในน้ำพุเจ็ดสีนี้มีธาตุ แคลเซียม และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำตกบัวตอง โดย น้ำจะไหลไปตามลำธารถึงน้ำตกบังตองเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา, อำเภอแม่แตง

โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด

สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แตง

โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด
โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด
โป่งน้ำร้อนโป่งเดือด น้ำพุร้อนขนาดใหญ่ สูง 2-3 เมตร จำนวน 3-4 บ่อ และยังมีบ่อเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป อุณหภูมิน้ำผิวดินประมาณ 90-99 องศาเซสเซียล น้ำพุร้อนจะพุ่งจากใต้ดิน ตลอดเวลา บางครั้งพุ่งสูงถึง 2 เมตร มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ บริเวณนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด ระยะทาง 1,550 เมตร บริการอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพ และโป่งเดือดยังเป็นจุดเริ่มต้น ของการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะไกล ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง นอกจากนี้ บริเวณโป่งเดือดยังมีศุนย์บริการนักท่องเที่ยว สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ ห้องอาบน้ำแร่ ร้านอาหาร บ้านพักนัก ท่องเที่ยวและสถานที่กางเต็นท์ ไว้ให้บริการด้วย

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง, อำเภอแม่แตง
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5331 5209

กิ่วเสือเต้น

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยหล่อ
เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติเช่นเดียวกับผาช่อ อยู่ไกลจากผาช่อ 1 กิโลเมตร มีความสวยงามไม่แพ้ผาช่อ ลวดลายแตกต่างออกไป มีกรวดและหินค่อนข้างชัดกว่าผาช่อ มีความสูงน้อยกว่าผาช่อ ตั้งอยู่ในตำบลยางคราม กิ่งอำเภอดอยหล่อ

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วาง, อำเภอดอยหล่อ

ผาช่อ

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยหล่อ
ผาช่อ
ผาช่อ
เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ที่เกิดจากตะกอนแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นทางเดินของสายน้ำปิงเมื่อหลายพันปีแล้ว ได้เปลี่ยนทิศทางไปทำให้ตะกอนเกิดการก่อตัวเป็นชั้นๆ มีลวดลายที่สวยงาม และมีขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 30 เมตร มีอาณาบริเวณกว้าง ลวดลายวิจิตรพิสดาร ซึ่งหาชมได้ยาก ตั้งอยู่ที่ตำบลยางคราม กิ่งอำเภอดอยหล่อ

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วาง, อำเภอดอยหล่อ

จุดชมทิวทัศน์ป่าแม่แจ่ม กม.36-55

สถานที่ตั้ง : อำเภอสะเมิง
อยู่บริเวณสองข้างถนนสายสะเมิง - วัดจันทร์ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 36 - 55 ถนนช่วงดังกล่าวลัดเลาะไปตามสันเขา เขตติดต่ออำเภอสะเมิงและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติขุนขาน, อำเภอสะเมิง

จุดชมทิวทัศน์ป่าสะเมิง กม.24-25

สถานที่ตั้ง : อำเภอสะเมิง
จุดชมทิวทัศน์ป่าสะเมิง กม.24-25
จุดชมทิวทัศน์ป่าสะเมิง กม.24-25
บริเวณริมถนนสายสะเมิง-แม่ริม ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 24 - 25 ท้องที่ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติขุนขาน, อำเภอสะเมิง

ยอดดอยอินทนนท์

สถานที่ตั้ง : อำเภอจอมทอง
เป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศ อากาศบนยอดดอยหนาวเย็นประดุจดังอยู่ในเมืองหนาว ยามฤดูหนาวหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม บรรยากาศดังกล่าวไม่อาจหาได้ในส่วนอื่นของประเทศ โดยเฉพาะ บริเวณ อ่างกาหลวง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นจุดที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันชวนหลงไหลของป่าดิบเขาได้ง่ายที่สุด ภายในจัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง ประมาณ 300 เมตร โดยใช้สะพานไม้ทั้งหมด เพื่อป้องกันมิให้เหยียบย่ำธรรมชาติอันเปราะบางเสียหาย เส้นทางจะวนกลับมา ณ จุดเริ่มต้น มีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติตลอดเส้นทาง บรรยากาศ ในอ่างกาหลวงปกคลุมด้วยเมฆที่ลอยพัดผ่านเข้ามาตลอดเวลา อากาศจึงชื้นและเต็มไปด้วยละอองน้ำ ทำให้ต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบเขามีมอสและเฟินขึ้นหุ้มเต็มต้นจนแลดูราวกับป่าในยุคดึกดำบรรพ์ จุดเด่นของเส้นทางนี้ ได้แก่ ต้นกุหลาบพันปีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ กุหลาบพันปีจะบานอวดดอกสีแดงสดดึงดูดให้นกมากินน้ำหวานและช่วยผสมเกสร เช่น นกกินปลีหางยาวเขียว นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้าฯลฯ ส่วนตามโคนต้นกุหลาบพันปีมีข้าวตอกฤาษีขึ้นปกคลุมราวกับพรมธรรมชาติ ข้าวตอกฤาษีเป็นมอสชนิดหนึ่งขึ้นอยู่หนาแน่นมีสีเขียวสลับส้มกับ สีน้ำตาลอ่อนๆ มอสชนิดนี้จะขึ้นได้เฉพาะที่สูง ความชื้นมาก และอากาศหนาวเย็นเท่านั้น

นอกจากนี้ในอ่างกาหลวงยังมีพรุน้ำจืดที่อยู่สูงที่สุดของประเทศ ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์เฉพาะถิ่นหายากบางชนิด และเป็นถิ่นอาศัยของนกบนที่สูงจำนวนมากซึ่งสามารถพบเห็นได้ค่อนข้างง่าย เช่น นกศิวะหางสีตาล นกอีแพรดท้องเหลือง นกกะรางหัวแดง นกจับแมลงหน้าผากขาว ฯลฯ ในช่วงฤดูหนาวยังมีนกอพยพย้ายถิ่นนานาชนิดบินมาอาศัย ทำให้ดอยอินทนนท์เป็นแหล่งดูนกที่มี ชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ บริเวณจุดสูงสุดบนยอดดอยอินทนนท์นี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระสถูปของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ผู้เป็นที่มาของชื่อดอยอินทนนท์แห่งนี้อีกด้วย

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินททน์, อำเภอจอมทอง

ดอยหลวงเชียงดาว

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงดาว
ดอยเชียงดาว มี ลักษณะเป็นเทือกเขา ซึ่งเทือกเขาเหล่านี้ประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดเรียกว่าดอยหลวงเชียงดาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,220 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง ตำบลเมืองงาย ตำบลเมืองคลง ตำบลเชียงดาวและตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บนยอดดอยหลวงเชียงดาวอากาศค่อน ข้างหนาว เพราะว่ามีลมพัดตลอด เมื่อยืนอยู่บนยอดดอยจะเห็นวิว 360 องศา มองไปด้านหน้าก็เป็นมุมพระอาทิตย์ขึ้น มองไปด้านหลังก็เห็นดอยสามพี่น้องและดอยปิรามิดยืนโดดเด่น อยู่ท่ามกลางทะเล หมอกสีขาวนวลตา เมื่อมองลงมายังเบื้องล่างจะเห็นเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้ามองมาทางด้านตะวันออก จะมองเห็นเป็นพื้นราบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ เมืองงาย บนยอดดอยหลวงเชียงดาวจึงเหมาะที่จะเป็นที่ชมวิว เพราะไม่มีอะไรมาบดบังสายตา เราสามารถที่จะเห็นยอดเขาทุกลูก ณ จุดนี้ และบนยอดดอยแห่งนี้ก็เหมาะสำหรับการชม พระอาทิตย์ตก

การเดินทาง:
  1. โดยรถยนต์ - ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาว เข้าสู่ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ขับรถเข้าป่า ไปเด่นหญ้าขัดประมาณ2 ชม. ระยะทางประมาณ 20 กม. ถึงจุดเริ่มเดินการเดินเท้าที่หน่วยฯ เด่นหญ้าขัด
  2. โดยรถประจำทาง - จากจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งช้างเผือกสายเชียงใหม่-เชียงดาว มาลงที่ปากทางเข้าตำบลแม่นะ เช่ารถยนต์ไปส่งหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ราคาประมาณเที่ยวละ 700 บาท บริเวณนี้ยังใช้เป็นจุดพักแรมและเป็นแหล่งหากินของไก่ฟ้าหางลายขวาง
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2561 2947
โรงแรม โรงแรมใน เชียงดาว

ดอยค้ำฟ้า

สถานที่ตั้ง: อำเภอเชียงดาว
ดอยค้ำฟ้า มีความสูง 1,834 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนยอดดอยค้ำฟ้า เหมาะสำหรับกางเต็นท์พักแรมและเฝ้าชมทะเลหมอกยามเช้าของช่วงฤดูหนาว ชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ดูนก ศึกษาพรรณไม้เฉพาะถิ่น และชมความงดงามของสภาพป่าสนเขาที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง, อำเภอเชียงดาว

ดอยผาแดง

สถานที่ตั้ง: อำเภอเชียงดาว
ถ้ำแกลบเป็นเขาหินสูงเรียงตัวกันไปมา ทำให้เกิดจุดเด่นเฉพาะมีลักษณะเป็นทิวทัศน์มีความสวยงาม อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 98 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง, อำเภอเชียงดาว

จุดชุมวิวยอดดอยถ้วย

สถานที่ตั้ง: อำเภอเชียงดาว
อยู่ทางตอนเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งยอดดอยถ้วยนี้เป็นจุดต้นน้ำลำห้วยแม่น้ำปิง ซึ่งเรียกว่า “ขุนปิง” สภาพป่าอุดมสมบูรณ์อากาศเย็นสบาย สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามทั้งใน เขตประเทศไทย และทิวเขาในเขตประเทศพม่า โดยเริ่มการเดินทางจากบ้านเมืองนะ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ไปตามสันเขาถึงบริเวณฐานยอดดอยถ้วย ระยะทางเดินเท้าประมาณ 10 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง, อำเภอเชียงดาว

ขุนน้ำรู

สถานที่ตั้ง: อำเภอเชียงดาว
ต้นกำเนิดแม่น้ำปิง มีลักษณะเป็นธารน้ำเล็กๆ ไหลออกมาจากภูเขา ชาวบ้านเชื่อว่าต้นน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนฤดูทำนาทุกปีจะจัดพิธีไหว้และพิธีบวชป่าชุมชนขึ้นที่นี่

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง, อำเภอเชียงดาว

ลำน้ำแม่แตง

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงดาว
สองฝั่งของลำน้ำแม่แตงยังคงอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และนกนานาชนิด จัดว่าเป็นสายน้ำที่มีบรรยากาศของการท่องเที่ยวที่ตื่นเต้นเร้าใจ เต็มไปด้วยเกาะแก่งและโขดหิน ลำน้ำไหลคดเคี้ยวไป ตามหุบเขาด้วยกระแสน้ำที่ไม่เชี่ยวจนเกินไป

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง, อำเภอแม่แตง

บ่อน้ำร้อนโป่งอ่าง

สถานที่ตั้ง: อำเภอเชียงดาว
เป็นบ่อน้ำร้อนขนาดเล็ก มีแก๊ส กำมะถัน และควันไอน้ำระเหยขึ้นมา มีน้ำไหลตลอดปี น้ำมีอุณหภูมิสูง 70-80 องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ในบริเวณทางเข้าหมู่บ้านบริเวณโป่งอ่าง แยก กม. 22 ของถนนเมืองงาย-บ้านนาหวาย ห่างจากทางแยกประมาณ 2 กิโลเมตร ตรงบริเวณนี้มีนกหลายชนิดชุกชุม ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง, อำเภอเชียงดาว

จุดชุมวิวยอดดอย

สถานที่ตั้ง: อำเภอเชียงดาว
อยู่ตรงกิโลเมตรที่ 45 เส้นทางลาดยาง แม่จา-เปียงหลวง บริเวณนี้เป็นพื้นที่สวนป่าของหน่วยจัดการต้นน้ำขุนคอง ส่องอนุรักษ์ต้นน้ำ สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ทั้งสองเขต คือ ทางด้านเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดอยเชียงดาวและเขตอุทยานแห่งชาติเชียงดาว

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง, อำเภอเชียงดาว

จุดชมทิวทัศน์ดอยแม่โถ

สถานที่ตั้ง: อำเภอฮอด
อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเทือกเขาและผืนป่าได้กว้างไกล ช่วงฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกยามเช้าปกคลุมอย่างสวยงาม ณ จุดชมวิวแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จแม่โถประมาณ พ.ศ. 2523 เส้นทางในการเดินทาง ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 จากฮอดไปแม่สะเรียง ถึง กม.ที่ 54 บ้านกองลอย แยกขวามือไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1270 ถึงบ้านเลาลี ระยะทาง 16 กิโลเมตร แยกขวามือเข้าไปอีก 500 เมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่โถ
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่โถ, อำเภอฮอด

ดอยผาช้าง

สถานที่ตั้ง: อำเภอฮอด
เป็นหินแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ทั้งแท่ง ก้อนใหญ่มหึมา สีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 300 เมตร สูงประมาณ 80 เมตร จากระดับพื้นดิน มีลักษณะเหมือนช้างตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ บนยอดดอยผาช้างเป็นจุดชมวิว มองลงไปทางทิศใต้จะเห็นน้ำตกแม่บัวคำอยู่ลิบๆ ใกล้เข้ามาตรงหน้า ดอยผาช้างเห็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ลดเลี้ยวเลียบเหลี่ยมเขาผ่าน หน้าผาออบหลวง ลึกจากผาออบหลวงลงไปจะมองเห็นสายธารแม่แจ่มไหลคดเคี้ยวซอกซอนผาหินหายลับไปทางทิศตะวันออก
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อำเภอฮอด

ออบหลวง

สถานที่ตั้ง: อำเภอฮอด
เป็นช่องแคบเขาขาดที่มีหน้าผาหินขนาบลำน้ำ ทำให้เกิดหุบผาลึก ความลึกของหน้าผาวัดจากสะพาน ออบหลวงถึงระดับน้ำปกติประมาณ 32 เมตร ส่วนแคบสุด 2 เมตร ความยาวของ ช่องแคบประมาณ 300 เมตร ธรรมชาติได้สร้างสรรความน่าพิศวงให้กับแผ่นดินส่วนนี้อย่างมหัศจรรย์

คำว่า “อ๊อบ” หรือ “ออบ” เป็นภาษาท้องถิ่นหมายถึงช่องแคบ “หลวง” หมายถึง ใหญ่ “ออบหลวง” คือชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกช่องแคบหินขนาดยักษ์ที่มีลำน้ำแม่แจ่มบีบตัวแทรกผ่านไป อีกนัยหนึ่งคือ หุบเขา ที่มีสายธารไหลผ่าน (Canyon) ภายในออบ น้ำที่ตกไปกระทบแก่งหินละอองน้ำจะกระจายฟุ้งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดเวลา ลานหินและโตรกผาที่ถูกน้ำอันเชี่ยว กรากกัดกร่อนปีแล้วปีเล่า ทำให้หินมีลักษณะเป็นลวดลายรูปร่างแปลกตาสวยงามมาก ทำให้ผู้ไปเยือนต้องพิศวงว่ากำแพงหินสูงใหญ่ที่ขวางลำน้ำอยู่นั้น แตกทะลุหรือแยกตัวให้น้ำผ่านไป ได้อย่างไร

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อำเภอฮอด

ภาพเขียนโบราณ

สถานที่ตั้ง: อำเภอฮอด
บริเวณดอยผาช้างด้านตะวันตกมีเพิงผาคล้ายถ้ำเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์และได้วาดภาพช้างด้วยสีขาวและสีแดงไว้ จากรายงานของนักโบราณคดี กรมศิล ปากรยืนยันว่าเป็นครั้งแรกที่พบภาพเขียนโบราณในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในเขตจังหวัดเชียงใหม่ (พบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยนายสายันต์ ไพรชาญจิตร และนายประทีป เพ็งตะโก นักโบราณคดีฝ่ายวิชาการกองโบราณคดี) สันนิษฐานว่าภาพเขียนนี้มีอายุไม่น้อยกว่า 7,500 - 8,500 ปี มาแล้ว

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อำเภอฮอด

ทะเลสาบดอยเต่า

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยเต่า
ดอยเต่าเป็นอําเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนเชียงใหม่-ฮอด-ดอยเต่า ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ที่ดอยเต่ามีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนภูมิพล เคยใช้ในการเกษตรกรรมการประมง ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ มีบริการแพพักและเรือสำหรับนําเที่ยว ซึ่งนําชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่นน้ำตกอุ่มแป๋ ผาวิ่งชู้ พระธาตุดอยเกิ้ง ฯลฯ สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวสามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยทางเรือเท่านั้น สำหรับค่าเช่าเหมาเรือหางยาวนําชม ใช้เวลาในกาเดินทางประมาณ 1 วัน นอกจากนี้ยังมีเรือนําเที่ยวจากเขื่อนภูมิพลจังหวัดตาก มายังอ่างเก็บน้ำดอยเต่า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำว่าจะมากพอที่จะเดินเรือได้หรือไม่

จุดชมวิวดอยเวียงผา

สถานที่ตั้ง : อำเภอไชยปราการ
ชมความงามของธรรมชาติ ทิวเขา ในยามเช้าและยามเย็นในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นและมีหมอกในตอนเช้า เป็นความงามที่น่าสัมผัส อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ วผ.1 (หัวฝาย) ประมาณ 30 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา, อำเภอไชยปราการ

ดอยอ่างขาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง
พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร สถานีฯ จึงเกิดขึ้นเมื่อพ.ศ. 2512 มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทด ลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หมู่บ้านคุ้ม ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็กๆ ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติ อยู่รวมกัน อาทิชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว โดยมีจุดท่องเที่ยวดังนี้ สถานีเกษตรหลวง อ่างขาง, แปลงปลูกดอกไม้เมืองหนาว, สวนบอนไซ, จุดชมวิวกิ่วลม, หมู่บ้านนอแล, หมู่บ้านขอบด้ง, หมู่บ้านหลวง โรงแรมใน ดอยอ่างขาง

การเดินทาง:
จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสาย 107 เชียงใหม่-ฝาง เป็นเส้นทางผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ทางแยกเข้าดอยอ่างขางมี 2 เส้นทาง คือ แยกซ้ายที่ กม.79 เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ชันมากแต่ทางจะเปลี่ยวหน่อย ระยะทางจากแยกทางหลวงสาย 107 ไปจนถึงอ่างขางมีระยะทางประมาณ 50 กม. อีกเส้นทางคือแยกที่ กม.137 มีระยะทางถึงอ่างขางประมาณ 25 กม. เป็นเส้นทางที่สั้นแต่ชันมาก รถเก๋งและรถทุกชนิดขึ้นได้ถ้าคนขับมีฝีมือ ถ้าไม่แน่ใจให้จอดรถ ไว้ที่วัดที่ปากทาง กม.137 จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสาย 1089 เลยอำเภอไชยปราการไปประมาณ 8.5 กิโลเมตร แยกซ้ายขึ้นดอยอ่างขางไปตามเส้นทางหมาย เลข 1249 ตัดผ่านหมู่บ้านแล้วตัดตรงขึ้นดอยอ่างขาง เป็นเส้นทางที่ชันที่สุดและลุ้นที่สุดของเส้นทางในเมืองไทย

บ่อน้ำร้อนฝาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง
บ่อน้ำร้อนฝาง
บ่อน้ำร้อนฝาง
เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้ดิน มีไอร้อนคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำประมาณ 40-88 องศาเซสเซียล มีจำนวนมากกว่า 50 บ่อใน พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ (บ่อใหญ่มีไอน้ำร้อนพุ่งขึ้นสูงถึง 40-50 เมตร) อุทยานแห่งชาติได้จัดบริการห้องอาบน้ำแร่และอบไอน้ำบ่อน้ำร้อนจะอยู่ก่อนถึงที่ทำ การอุทยานแห่งชาติเล็กน้อยและทางอุทยานแห่งชาติได้จัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาผ่าป่าเบญจพรรณมาถึงบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร กิจกรรม -อาบน้ำแร่ – ชมทิวทัศน์

ลำน้ำแม่แจ่ม

สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แจ่ม
ธารน้ำแจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน กำเนิดจากเทือกเขาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไหลผ่านอำเภอแม่แจ่มออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด เป็นลำน้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวคดเคี้ยวไประหว่างโขดเขาและหุบผา มีเกาะแก่งอยู่กลางลำน้ำ สลับกับหาดทรายขาวทิวป่าเขียวขจีและเทือกเขาสลับซับซ้อน ทำให้ลำน้ำแม่แจ่มมีทัศนียภาพสวยงามยิ่ง นักท่องเที่ยวนิยมไปล่องแพ จากบ้านอมขลูถึงบ้านท่าเรือในท้อง ที่อำเภอแม่แจ่มอยู่เป็นประจำ

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อำเภอฮอด

ผาแดง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่แจ่ม
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอำเภอแม่แจ่ม ตั้งอยู่บริเวณตำบลแม่แดดน้อย อำเภอแม่แจ่ม ต้องเดินเท้าเข้าไปบริเวณตัวหน้าผามีการสลักอักษรโบราณไม่ทราบยุค หรือสมัยไว้ติดหน้าผา แต่นอกจากจะมาชมแหล่งมนุษย์โบราณแล้ว ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ได้เข้าเยี่ยมชม

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วาง, อำเภอดอยหล่อ

ผาสามหน้า

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่แจ่ม
อยู่ท้องที่บ้านสบผาหลวง ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหน้าผาบนยอดเขา สูง 1,253 เมตร มีลักษณะเป็นหน้าผาอยู่สามด้าน มีเลียงผาอาศัยอยู่บนผานี้ด้วย

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติขุนขาน, อำเภอสะเมิง
บ่อน้ำร้อนเทพพนม
บ่อน้ำร้อนเทพพนม

บ่อน้ำร้อนเทพพนม

สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แจ่ม
อยู่ในเขตป่าแม่แจ่ม ตำบลห่าผา อำเภอแม่แจ่ม ห่างจาก ออบหลวง 14 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 22 เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ มีแรงดันพุ่งขึ้นมากระทบน้ำเย็นใต้ดินเกิดเป็นไอร้อนคุอยู่ตลอดเวลา ความร้อนสูงถึง 99 องศาเซลเซียส บริเวณเป็นที่ราบโล่งเตียนประมาณ 10 ไร่ มีลำห้วยเล็ก ๆ คือ ห้วยโป่งไหลผ่าน จึงมีทั้งธารน้ำร้อนและน้ำเย็นบริเวณเดียวกัน

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อำเภอฮอด

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่อาย
ดอยปู่หมื่น ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 174 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง มีทัศนียภาพ อันสวยงามรอบๆ หน่วยงานขนบธรรมเนียมของชาวเขาเผ่ามูเซอ ชมยอดดอยผ้าห่มปกที่สวยงาม แปลงดอกไม้ และแปลงทดลองปลูกพืชเมืองหนาวพร้อมทั้งบ้านพัก ทั้งหมด 6 หลัง รับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน การเดินทาง:
ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ประมาณ 140 กิโลเมตร ฝาง-แม่อาย 9 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหน่วยงานอีก 14 กิโลเมตร

โป่งน้ำร้อนฝาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง
เกิดจากพลังงานความร้อนใต้ผิวโลก น้ำมีอุณหภูมิสูงถึง 90-130 องศาเซลเซียส มีน้ำแร่ทั้งปี บริเวณกว้างโปร่งตา โป่งน้ำร้อนฝางมีห้องบริการอาบน้ำแร่ ทั้งห้องอาบน้ำและอบไอน้ำ รวมทั้งบ่ออาบ น้ำร้อนกลางแจ้ง เปิดให้บริการตั้งแต่ 08.00 - 20.00 น. โป่งน้ำร้อนอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ทำการฯ นอกจากนี้จากที่ทำการอุทยานฯ ยังมีเส้นทางเดินขึ้นเขาผ่านป่าเบญจพรรณมาถึงโป่ง น้ำร้อนระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ห่างจากบ่อน้ำร้อนประมาณ 300 เมตร จะมีห้วยแม่ใจ ซึ่งมีน้ำไหลมากตลอดปี

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก, อำเภอฝาง

ดอยม่อนจอง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่อมก๋อย
เป็นดอยสวยมากๆ อีกดอยหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะไม่ค่อยรู้จัก บางคนได้เคยได้ยินได้ฟังมาบ้างเกี่ยวกับดอยม่อนจองว่าที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่ของเลียงผา กวางผา ดอยม่อนจอง ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติเป็นเพียงเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสังกัดอยู่กับเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าออมก๋อย ผืนป่าดอยม่อนจองเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำปิงที่ไหล ลงสู่เขื่อนภูมิพล ในด้านการท่องเที่ยว ดอยม่อนจองเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม บนเส้นทางเดินบนสันดอยไปสู่ยอดสูงสุดกว่า 3 กิโลเมตรเป็นจุด ชมวิวที่เปิดโล่ง ทางด้านซ้ายเป็นหน้าผาสูงมองลงไปจะเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทางด้านขวาเป็นป่าทึบซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และป่าทางด้านซ้ายนี้ยังมีพันธ์ไม้ที่ สำคัญ คือ ต้นกุหลาบพันปี มีขึ้นอยู่เป็นดงๆ แต่ละต้นมีขนาดใหญ่มากเรียกได้ว่าทีนี่เป็นแหล่งของกุหลาบพันปีที่สมบูรณ์มากในช่วงฤดูหนาวจะออกดอกสีแดงสะพรั่งงดงามยิ่ง นักเมื่อกุหลาบพันปีมีดอกก็จะเป็นจุดดึงดูดให้นกสวยงามนานาชนิดมารวมกันที่นี้เพื่อดูดกินน้ำหวาน นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในช่วงเวลานี้ก็จะได้เห็นทั้งดอกกุหลาบพันปี และได้ดูนกสวยงามอีกด้วย

สวนสัตว์

สวนสัตว์เชียงใหม่

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สวนสัตว์เชียงใหม่
สวนสัตว์เชียงใหม่
สวนสัตว์เชียงใหม่มีเนื้อที่ทั้งหมด 531 ไร่ เป็นสวนสัตว์ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนพร้อมกับสัมผัสสัตว์นานาชนิดกว่า 7,000 ตัว เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น และยังมีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย จากประเทศจีน อันเป็นทูตสันตวไมตรีจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่ง ช่วง ช่วง และ หลินฮุ้ย จะอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่เป็นเวลา 10ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ถึง 2557 สำหรับภายในสวนสัตว์เชียงใหม่มีโบราณสถานที่ชื่อว่าวัดกู่ดินขาว ที่เป็นซึ่งตั้ง อยู่ในบริเวณเวียงเจ็ดลิน และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ เช่น นกมาคอลว์ นาก นกกระทุง และมีส่วนจัดแสดงเพนกวินและแมวน้ำ

การเดินทาง:
ขับรถมาตามถนนห้วยแก้ว ผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5321 0374, 0 5335 8116

ฟาร์มงูแม่สา

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
ฟาร์มงูแม่สาเป็นฟาร์มงูที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสนุกสนานและให้ความรู้ซึ่งมีงูหลากหลาย พันธุ์จากหลาย ๆ ภูมิภาคของ ประเทศ รวมไว้ให้ได้ศึกษา มีทั้งชนิดที่มีพิษและไม่มีพิษ ซึ่งบางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์ และชมการแสดงของหมองูที่มีความเชี่ยวชาญในการจับงูและทราบอุป นิสัยของงูแต่ ละชนิดเป็นอย่างดี
เปิดให้เข้าชม เปิดให้ได้เข้าชมการแสดงวันละ 3 รอบ คือ เวลา 11.30 , 14.15 และ 15.30 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5386 0719

คุ้มเสือ แม่ริม

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม
สถานที่ที่ผู้มาเยือนสามารถใกล้ชิดกับบรรดาเสือตัวน้อยใหญ่ได้อย่างเพลิดเพลิน ที่สำคัญยังสามารถจับต้องสัมผัสเสือตัวเป็นๆ ขอย้ำเสือตัวเป็นๆ ได้ด้วยมือเปล่าของเราอีกด้วย คุ้มเสือแห่งนี้เปิดกรงให้เราเข้าชมเสือได้ถึง 3 ขนาดด้วยกัน ซึ่งราคาค่าเข้าชม นั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเสือที่เราจะเข้าชม เริ่มกันตั้งแต่ลูกเสือตัวน้อยๆ ที่มีอายุเฉลี่ย 3-4 เดือนโดยประมาณ ซึ่งขนาดตัวกำลัง น่ารักน่าชังแถมยังซุกซนไปตามประสา คนที่มีสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นเป็นสัตว์ตัวโปรดคงปันใจให้กับเจ้าพวกนี้ได้ไม่ยาก ส่วนเสือขนาดถัดไปเป็นเสือขนาดกลางซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ 12-16 เดือน และเสือขนาดใหญ่สุดมีอายุตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้เสือ ทั้งหมดล้วนแต่เป็น สายพันธุ์อินโดจีน ซึ่งมีกระจายอยู่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเสือที่นี่จะถูก เลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจนคุ้นเคยกับคน แต่ทุกกรงเสือก็ยังต้องมีเจ้าหน้าที่คอยกำกับดูแลเสือแต่ละตัวอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่เรากำลัง เข้าใกล้เพื่อชื่นชมและถ่ายรูปกับพวกมัน ซึ่งไฮไลต์สำคัญของคุ้มเสือ แห่งนี้ก็น่าจะอยู่ที่เราสามารถเข้าไปลูบๆ คลำๆ ตัวเสือ หรือจะ นอนเอนกายถ่ายรูปคู่กับพวกมันได้ใกล้ชนิดสัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจของมัน
เปิดให้เข้าชม 10.00 - 18.00 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053 299 363, 053 860 704

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
สถานที่ตั้ง : อำเภอหางดง
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเมื่อแรกเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 มุ่งเน้นการให้บริการในตอนเย็นจนถึงกลางคืน และจัดเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรก ในประเทศไทย แต่ในปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ทั้งในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืน และอาจนับได้ว่าเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของไนท์ซาฟารีสิงคโปร์ นอกจากนี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังเน้นในความเป็น Nature Theme Park ซึ่งจะแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วๆไป รวมทั้ง Safari ในแอฟริกา โดยเน้นในด้านธรรมชาติวิทยา ชีวิตสัตว์ป่าที่อยู่ในเอเชีย ซึ่งนักท่อง เที่ยวจะสามารถศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด หากเปรียบกับในแอฟริกา ก็ยังหาดูพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้ยากกว่าที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 บาท, ส่วนสูงตั้งแต่ 100-140 ซม. 300 บาท และ ต่ำกว่า 100 ซม. เข้าฟรี! (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. โทร. 0 5399 9000

แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

หมู่บ้านทำร่มบ่อสร้าง

สถานที่ตั้ง : อำเภอสันกำแพง
หมู่บ้านทำร่มบ่อสร้าง สินค้าพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างหนึ่ง คือ ร่มหมู่บ้านที่มี ชื่อเสียงในการทำร่ม ของจังหวัดเชียงใหม่ คือ หมู่บ้านทำร่มบ่อสร้าง อยู่ในเขตอำเภอสันกำแพงห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ตาม ถนนสายเชียงใหม่-สันกำแพง 9 กม. มีทางแยก ซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดิน ชมการทำร่ม ซึ่งส่วนมากจะทำกันใต้ถุนบ้าน แล้วนำออกมาวางเรียงราย เต็มกลางลานบ้าน เพื่อผึ่งแดดให้ แห้ง ทำให้แลดูสวยงามอย่างยิ่งด้วยสีสัน และลวดลายบนร่มนั้นสะดุดตาผู้พบเห็น ร่มที่ผลิตในหมู่บ้านบ่อสร้างนี้มี 3 ชนิด ด้วยกันคือ ร่มที่ทำด้วย ผ้าแพร ผ้าฝ้ายและกระดาษสา ซึ่งแต่ละชนิดมีวิธี ทำอย่างเดียวกัน ถ้าหากนักท่องเที่ยวประสงค์จะชมขั้น ตอนการผลิต เจ้าของบ้านก็ จะทำการอธิบายตั้งแต่การทำกระดาษสาไปจนถึงวาด ลวดลายบนร่มให้ชม ทั้งนี้เพราะการทำกระดาษสายังใช้กรรมวิธีเก่าแก่ที่น่าสนใจมาก โดย ใช้วิธีง่าย ๆ และส่วนใหญ่ทำด้วยมือล้วนๆ ข้อมูลเพิ่มเติม

ออบไฮ

สถานที่ตั้ง: อำเภอหางดง
เป็นออบขนาดเล็กคล้ายออบขาน ยาวประมาณ 40 เมตร อยู่บริเวณลำน้ำแม่ขาน ห่างจากออบขานไปทางทิศเหนือประมาณ 700 เมตร. และอยู่ห่างจากผาอกม้าประมาณ 50 เมตร บริเวณ หน้าออบไฮน้ำจะตื้นและกว้างกว่าหน้าออบขาน

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบขาน, อำเภอหางดง

ออบขาน

สถานที่ตั้ง: อำเภอหางดง
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 200 เมตร มีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงชันสองด้านหันเข้าหากัน โดยมีน้ำแม่ขานไหลผ่านตรงกลาง หน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร สันนิษฐาน ว่าลักษณะดังกล่าวเกิดจากยกตัวของเปลือกโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน ผ่านการกัดเซาะของกระแสน้ำ ทำให้หินมีรูปร่างต่างๆ สวยงามแปลกตา เป็นประติมากรรมชิ้นเอกที่ธรรมชาติได้เป็นผู้สร้างสรรค์เอาไว้

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติออบขาน, อำเภอหางดง

อ่างเก็บน้ำแม่ตะไคร้

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ออน
เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำจำนวนมาก มีความร่มรื่น ทิวทัศน์สวยงาม และมีเส้นาทงเดินศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำ และเขื่อนที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น อ่างเก็บ น้ำห้วยผาแหน อ่างเก็นน้ำห้วยขมิ้น อ่างเก็บน้ำ ห้วยบง อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตะไคร้ เขื่อนเก็บน้ำแม่กวง เขื่อนห้วยแม่ออน

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้, อำเภอดอยสะเก็ด

อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

สถานที่ตั้ง: อำเภอแม่แตง
เป็นอ่างเก็บน้ำที่ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงามน่าท่องเที่ยว มีเรือนแพของอุทยานแห่งชาติ สำหรับบริการที่พักและอาหาร ตั้งอยู่ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร เก็บกัดน้ำได้ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับน้ำจากลำน้ำแม่งัด อยู่ติดกับที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา นอกจากนี้มีแหล่งชมนก และแหล่งชมปลา มีพันธุ์ปลาเช่น ปลาบึก ปลากด ปลาสวาย มีศาลาเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีลานนาไปตามถนนห้วยแม่วะ ประมาณ 100-300 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา, อำเภอแม่แตง

อ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ

สถานที่ตั้ง : อำเภอดอยหล่อ
ตั้งอยู่ที่ตำบลยางคราม กิ่งอำเภอดอยหล่อ ตอนล่างของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีทัศนียภาพที่งามตา

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแม่วาง, อำเภอดอยหล่อ

โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยคำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเวียงแหง
โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ดอยคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง เป็นเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังครอบคลุมพื้นที่ 161,850 ไร่ เกิดขึ้นเนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯทอดพระเนตรพื้นที่บริเวณดอยคำและทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ โดยใช้หลักการ 3 อ.คือ อิ่ม อุ่น และอุดมการณ์ มีราษฎรที่เข้าร่วมโครงการทำหน้าที่เป็นยามรักษาชายแดน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ และศึกษา รูปแบบหรือแนวทางให้คนอยู่กับป่าได้อย่างกลมกลืนโดยไม่ทำลายป่า กรมส่งเสริมการเกาตร ได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ รับสนองพระราชดำริดำเนินการส่งเสริมการปลูกผลไม้หลังบ้าน ส่งเสริมการปลูกไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตภายใต้ร่มเงาของป่าไม้ เช่น กาแฟ ชาเมี่ยง ส่งเสริม การปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อนำมาปรุงอาหารแบบเศรษญกิจพอเพียง สาธิตการปลูกผักเพื่อเป็นอาหารชุมชน
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5321 6203

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง
ตำบลอ่างขาง อำเภอฝาง เรื่องกำเนิดของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางแห่งนี้เป็นเกร็ดประวัติเล่ากันต่อมาว่าครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จทางเฮลิคอป เตอร์ผ่านยอดดอยแห่งนี้และทอดพระเนตรลงมาเห็นหลังคาบ้านคนอยู่กันเป็นหมู่บ้าน จึงมีพระดำรัสสั่งให้เครื่องลงจอด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินลงมาทอดพระเนตรเห็นทุ่งดอกฝิ่น และหมู่บ้านตรงนั้นก็คือหมู่บ้านของชาวเขาเผ่ามูเซอซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ พระองค์มีพระราชดำรัสที่จะแปลงทุ่งฝิ่นให้เป็นแปลงเกษตร สถานีฯ จึงเกิดขึ้นเมื่อพ.ศ. 2512

มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน โดยมุ่งที่จะหาผลิตผลที่มีคุณค่าพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่นของชาวเขา และทำการส่งเสริมพัฒนา อาชีพเกษตรกรรมแก่ชาวเขาในบริเวณใกล้เคียง สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอร์รี่ สาลี่ ราสเบอรี่ พลับ กีวี ลูกไหน เป็นต้น พืช ผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่าง ๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ จำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในโครงการฯ และมีที่พักบริการ

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น.
ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5345 0107-9 ต่อ 9