บริการรับจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในเชียงใหม่และเชียงราย ด้วยราคาสุดพิเศษ ถูกสุดๆ พร้อมข้อมูลการท่องเที่ยว

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร

เทศกาลและงานประเพณี

งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์

วันที่จัดงาน: 14 ธันวาคม - 14 มีนาคม
สถานที่จัดงาน: ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์, อำเภอเมือง
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์
งานมหกรรมพืชสวนโลก
เฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มูลนิธิโครงการหลวง สถาบันวิจัยและพัฒนาเกษตรพื้นที่สูง กำหนดจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2554 - 14 มีนาคม 2554 รวมระยะเวลา 99 วัน ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ทั้งโครงการพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ มีการ จัดแสดงสวนนานาชาติให้สอดคล้องทั้งภายในและภายนอกอาคาร นอกจากนี้ ยังมีการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือทางการเกษตร ระบบน้ำ ฯลฯ การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การแสดง แสง สี เสียง ขบวนพาเหรด และการแสดงดนตรีในสวน ฯลฯ โรงแรมใกล้ อุทยานหลวงราชพฤกษ์

งานฤดูหนาวและงานกาชาดประจำปี

วันที่จัดงาน: 30 ธันวาคม - 8 มกราคม
สถานที่จัดงาน: ณ สนามด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่, อำเภอเมือง
งานฤดูหนาวและงานกาชาดประจำปี
งานฤดูหนาวและงานกาชาดประจำปี
งานฤดูหนาวและงานกาชาดจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นประจำทุกๆปี ในระหว่างเดือนธันวาคม - มกราคม ณ สนามด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยการจัดงานจะ เน้นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงผลงานตลอดทั้งปีและให้ประชาชนได้ร่วม ต้อนรับปีใหม่ร่วมกันกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น เวทีการแสดงคาราวานสินค้าราคาถูก ร้านอาหารเลิศรสนานาชาติ การประกวดนางสาวเชียงใหม่ การแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง มหกรรมสินค้าพื้นเมืองและสินค้าโอทอป การแสดงดนตรี แสง สี เสียง รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

งานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง

วันที่จัดงาน: 20 - 22 มกราคม
สถานที่จัดงาน: ณ บริเวณหมู่บ้านหัตถกรรมบ่อสร้าง, อำเภอสันกำแพง
งานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง
งานเทศกาลร่มบ่อสร้างและ
หัตถกรรมสันกำแพง
งานเทศกาลร่มบ่อสร้างสันกำแพง ได้มีการจัด “Street Fair” ตั้งแต่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านจนถึงท้ายหมู่บ้านระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีการตกแต่งบ้าน และร้านค้าต่างๆ เป็นแบบล้านนาไทย และใช้ร่มสัญลักษณ์ของหมู่บ้านเป็นส่วนประกอบสำคัญในการตกแต่ง พร้อมทั้งประดับประทีปโคมไฟแบบพื้นเมือง การจัดขบวนแห่รถประดับร่ม การประกวดหัตถกรรม การออกร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมประเภทต่างๆ การกินข้าวแลงขันโตก การประกวดธิดาบ่อสร้าง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และมหรสพอีกมากมาย

งานตรุษจีนไชน่าทาวน์ เมืองเชียงใหม่

วันที่จัดงาน: 22 - 23 มกราคม
สถานที่จัดงาน: ถนนตรอกเล่าโจ๊ ตลาดวโรรส, อำเภอเมือง
งานตรุษจีนไชน่าทาวน์ เมืองเชียงใหม่
งานตรุษจีนไชน่าทาวน์ เมืองเชียงใหม่
บรรยากาศงาน เทศกาลตรุษจีน “ไชน่าทาวน์เมืองเชียงใหม่” จะมีการตกแต่งประดับโคมไฟแบบจีนตลอดแนวถนน วิชยานนท์ ถนนช้างม่อย และตรอกเล่าโจ้ว มีการจัดเวทีการแสดงเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ถึง 2 เวที เวทีใหญ่บริเวณหน้าร้าน 7-Eleven สาขาตลาดวโรรส เวทีเล็กบริเวณตรอกเล่าโจ้ว ซึ่งจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกิจกรรมบนเวที อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน การแสดงดนตรีจีน การประกวดหนูน้อยคิดดี้ ตี๋-หมวย (อายุระหว่าง 4-6 ปี) และการประกวด ตี๋-หมวย สวยเก่ง (อายุระหว่าง 7-9 ปี) การประกวดมิสเชียงใหม่ไชน่าทาวน์ การเสวนาเรื่องดวง โหงวเฮ้ง และราศี และพลาดไม่ได้กับการแสดงชุดพิเศษ “กายกรรมวัดเส้าหลิน” จากกรุงปักกิ่ง โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนได้นำการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งประกอบไปด้วยการแสดง 4 ชุดพิเศษได้แก่ การแสดงชุดภัคดีต่อชาติโดยวีรบุรุษหงั่กฮุ่ย การแสดงหมัดราชสีห์ การแสดงอาวุธ 18 อย่าง และการแสดงศรีษะเหล็กอรหันต์ เพียง 1 รอบเท่านั้น นอกจากนี้ ภายในงานได้นำภัตตาคารและร้านอาหารจีนชื่อดังของจังหวัดเชียง ใหม่มาจำหน่ายอาหารจีนรสเลิศในราคาย่อมเยาอีกด้วย

งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่

วันที่จัดงาน: 3 – 5 กุมภาพันธ์
สถานที่จัดงาน: ณ เวทีสวนสาธารณะหนองบวกหาด, อำเภอเมือง
งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่
งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่
งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด "ใต้ร่มมหาราชา วัฒนธรรมล้ำค่า บุปผางาม นามนพบุรีศรีนครพิงค์" รถบุปผชาติที่เข้าร่วมประกวด ต่างประดับประดาพรรณไม้ต่างๆอย่างสวยงาม โดยขบวนทั้งหมดจะเคลื่อนเข้าไปในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนไปจอดให้ชมที่งานไม้ดอกไม้ประดับ ที่สวยสาธารณะหนอง บวกหาด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการพันธุ์พืชพันธุ์ไม้ต่างๆ การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ ตลอดจนการจำหน่ายพันธุ์ไม้ไว้ให้เลือกซื้อด้วย

สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในปีนี้ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ และการจัดสวน ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด และลานเอนกประสงค์ข่วง ประตูท่าแพ การแห่ประกวดขบวนรถบุปผชาติ การประกวดนางงามบุปผชาติ และนางงามบุปผชาตินานาชาติ การแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงดนตรี ในสวน การจัดกาดหมั้ว ณ สวนข้างจวนผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ การตกแต่งเส้นทางการทำถนนดอกไม้ ภายใต้แนวคิด เชียงใหม่ นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทาง วัฒรธรรม นอกจากนั้นการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ เป็นการจัดกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่อีกกิจกรรมหนึ่ง เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ที่เฝ้ารอคอยและเดินทางมาชมงานนี้ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก

งานสตรอเบอรี่ ของดีอำเภอสะเมิง

วันที่จัดงาน: 11 - 14 กุมภาพันธ์
สถานที่จัดงาน: อำเภอสะเมิง
งานสตรอเบอรี่ ของดีอำเภอสะเมิง
งานสตรอเบอรี่ ของดีอำเภอสะเมิง
งานสตรอเบอรี่และของดีอำเภอสะเมิง งานออกร้านและจำหน่ายสตอเบอรี่อันเลื่องชื่อของอำเภอสะเมิง และยังมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอำเภอสะเมิงจากชาวบ้านมาวางจำหน่าย เพื่อส่งการ ท่องเที่ยวของอำเภอสะเมิง และจังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ที่ประดับไปด้วยสตอเบอรี่ มีทั้งการแสดงและจำหน่ายสตรอเบอรี่อันเลื่องชื่อของอำเภอสะเมิง และพืชผลทางการเกษตร การประกวดธิดาสตรอเบอรี่ ธิดาจำแลง และธิดาชนเผ่า การออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ การ แสดงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่า ๆ ต่างที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ในอำเภอสะเมิง และยังมีกิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของงาน คือการจัดพิธีแต่งงานและจดทะเบียน สมรสหมู่แบบชาวเขา ในวันสุดท้ายของการจัดงานด้วย ซึ่งงานสตรอเบอรี่และของ ดีอำเภอสะเมิง ประจำปี ณ ที่ว่าการอำเภอสะเมิง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

เทศกาลสงกรานต์ล้านนา

วันที่จัดงาน: 13 - 15 เมษายน
สถานที่จัดงาน: อำเภอเมือง
เทศกาลสงกรานต์ล้านนา
เทศกาลสงกรานต์ล้านนา
ชาวล้านนาให้ความสำคัญวันปีใหม่เมืองมากเพราะถือว่าเป็นการแสดงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนา แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ความสามัคคีและสนุกสนานในหมู่คณะ และยังเป็นเทศกาลที่ญาติพี่น้องซึ่งแยกย้ายกันอยู่ตามที่ต่าง ๆ ได้มีโอกาสกลับมาพบปะสังสรรค์กัน จึงนับเป็นการรวมญาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี

วันแรกของงาน คือ วันที่ 13 เมษายน ตามประเพณีพื้นเมืองเรียกว่า วันสังขานต์ล่อง คือ หมายความว่า วันนี้สิ้นสุดศักราชเก่า ในวันนี้จะได้ยินเสียงยิงปืนจุดประทัดกันแต่เช้าตรู่ การยิงปืนและการจุดประทัดนี้ มีความเชื่อถือกันแต่โบราณว่า เป็นการขับไล่เสนียดจัญไรต่าง ๆ ให้ล่องไปพร้อมกับสังขาร นอกจากนั้นชาวบ้านก็จะกวาดขยะมูลฝอยตามลานบ้านไปกอง ไว้แล้วจุดไฟเผาเสียและทำความสะอาดปัดกวาดบ้านเรือนให้เรียบร้อยเก็บเสื้อผ้ามุ้งหมอนผ้าปูที่นอนไปซัก อุปกรณ์ที่ซักไม่ได้ก็นำออกไปผึ่งแดดเสร็จแล้วก็ชำระร่างกายสระผม (ดำหัว) ให้สะอาด และมีการแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองด้วย

ถัดจากวันสังขารล่อง คือ วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า วันเนา หรือ วันเน่า ในวันนี้ตามประเพณีถือว่าเป็นวันสำคัญและเป็นมงคลแก่ชีวิต จะได้ประสบแต่ความดีงามตลอดปี จะไม่ทำอะไร ที่ไม่เป็นมงคล เช่นด่าทอ หรือทะเลาะวิวาทกัน ตอนเช้าต่างก็จะไปตลาดเพื่อจะจัดซื้ออาหารและข้าวของมาทำบุญเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันดา (คือวันสุขดิบทางใต้) ตอนบ่ายจะมีการขน ทรายเข้าวัดโดยขนจากแม่น้ำปิงแล้วนำไปยังวัดที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อก่อเจดีย์ทรายตามลานวัด เจดีย์ที่ก่อขึ้นจะตบแต่งด้วยธงทิวสีต่าง ๆ ธงสีนี้ชาวพื้นเมืองเรียกว่า ตุง ทำด้วยกระดาษสี ตัด เป็นรูปสามเหลี่ยมชายธงและรูปร่างต่าง ๆ ติดปลายไม้ อีกชนิดหนึ่งตัดเป็นรูปลวดลายต่าง ๆ ติดปลายไม้เรียกว่า ช่อ การทานหรือถวายตุงหรือช่อนี้ถือกันว่าเมื่อตาย (สำหรับผู้ที่มีบาป หนักถึงตกนรก) จะสามารถพ้นจากขุมนรกได้ด้วยช่อและตุงนี้ ส่วนการขนทรายเข้าวัดนั้นถือว่าเป็นการทดแทนที่เมื่อตนเดินผ่านหรือเข้าออกวัด ทรายในวัดย่อมจะติดเท้าออกไปนอก วัดเป็นบาปกรรม ทางวัดจะได้ใช้ทรายเพื่อประโยชน์ในการสร้างหรือถมลานวัด เจดีย์ทรายนี้จะทำพิธีถวายทานในวันรุ่งขึ้น และจะมีการปล่อยนกปล่อยปลาอีกด้วย ในวันขนทรายนี้ จะมีการเล่นรดน้ำกันและเป็นการเล่นอย่างสนุกสนานที่สุดวันหนึ่ง ผู้หญิงจะแต่งกายพื้นเมืองจะนุ่งผ้าซิ่นสวมเสื้อแขนยาวทัดดอกเอื้องที่มวยผม ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดพื้น เมืองคล้องคอด้วยดอกมะลิ ถือขันหรือโอคนละใบใส่น้ำเพื่อรดกันอย่างสนุกสนาน และขนทรายเข้าวัดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทุกๆ คน

วันที่สาม ตรงกับวันที่ 15 เมษายน เรียกว่า วันพญาวัน จะมีการ ดำหัว ซึ่งเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวเมืองเหนือ คือ การนำลูกหลานญาติพี่น้องไปขอขมาลาโทษ(สูมาคาระวะ) ต่อผู้ใหญ่ในตอนเย็น วันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ชาวบ้านจะจัดอาหารหวานคาวใส่สำรับไปถวายพระที่วัด เป็นการถวายภัตตาหารหรือที่เรียกกันว่า ทานขันข้าว เป็นการถวายทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ถึงญาติพี่น้องบิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้วอีกด้วย รวมทั้งถวายเจดีย์ทราย ถวายจ่อตุง ถือว่าเป็นอานิสงส์

ประเพณีปีใหม่เมือง เป็นประเพณีที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวที มีความเอื้ออาทรต่อกัน เป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่พี่น้องและชุมชน ด้วยการร่วมกันทำอาหารคาว - หวาน สำหรับ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ การขนทรายเข้าวัดเพื่อถวายทานเจดีย์ทราย ถวายช่อตุง รดน้ำดำหัวผู้อาวุโสที่เคารพนับถือ ด้วยการร่วมตกแต่งเครื่องสักการะดำหัว ตลอดจนการสรง น้ำพระพุทธรูปสำคัญประจำเมือง ประจำวัดและประจำบ้าน

ประเพณีบูชาเสาอินทขิล

วันที่จัดงาน: พฤษภาคม - มิถุนายน
สถานที่จัดงาน: ณ วัดเจดีย์หลวง, อำเภอเมือง
ประเพณีบูชาเสาอินทขิล
ประเพณีบูชาเสาอินทขิล
พิธีบูชาเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง ซึ่งชาวเชียงใหม่เชื่อว่าเป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ อินทขิลหรือเรียกว่า เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ทราบดีว่า ทุกๆ ปีจะต้องมีพิธีสักการะบูชาเสาอินทขิล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองรวมทั้งผู้ที่ทำเกี่ยวกับเกษตรโดยการเพาะปลูก โดยงานดังกล่าวได้อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าอันเป็นพระพุทธรูปที่บันดาลให้ฝนตกมาเป็นประธาน ในขบวนแห่และมีการสวดคาถาอินทขิลของหมู่สงฆ์ด้วย ชาวเชียงใหม่จะทำพิธีบูชาอินทขิลในตอนปลายเดือน 8 ต่อเดือน 9 หรือระหว่างเดือนพฤษภาคมต่อเดือนมิถุนายน โดยเริ่มในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า วันเข้าอินทขิล การเข้าอินทขิลจะมีไปจนถึงในวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ซึ่งเป็นวันออกอินทขิล จึงเรียกว่า เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก

ประเพณีขึ้นขันดอกอินทขิล เป็นการบูชาใหญ่ของวัดเจดีย์หลวงจัดในช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน เป็นงานที่สวยสดงดงาม เนื่องจากพิธีส่วนใหญ่จะมีการใส่บาตรดอกไม้ เป็นงานพิธีที่มุ่งการสร้างกำลังใจให้ชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุขและฝนตกต้องตามฤดูกาล ที่กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก

ประเพณียี่เป็ง

วันที่จัดงาน: เดือนพฤศจิกายน
สถานที่จัดงาน: ธุดงคสถานล้านนา, อำเภอสันทราย
ประเพณียี่เป็ง
ประเพณียี่เป็ง
เป็นงานประเพณี อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนา ที่ได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลหรือวันเพ็ญ เดือนยี่ของชาว ล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง อันเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศ ปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ธรรมเนียม ปฎิบัติของชาวล้านนาอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการลอยกระทงในแม่น้ำก็คือ การจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า โดยมีคติความเชื่อว่า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวง สวรรค์ หรือบ้างก็เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ หรือสะเดาะเคราะห์ ให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต

ความรู้เกี่ยวกับประเพณียี่เป็ง ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ “ยี่” แปลว่า สอง และคำว่า “เป็ง” หมายถึง เพ็ญ หรือพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นจึง หมายถึงประเพณี พระจันทร์เต็มดวงในเดือนสอง โดยในพงศาวดารโยนกและจามเทวี มีบันทึกว่าครั้งหนึ่งได้เกิด อหิวาตกโรคขึ้นในแคว้นหริภุญไชย ทำให้ชาวเมืองต้องอพยพไปอยู่เมืองหงสาวดี นานถึง 6 ปี จึงจะเดินทางกลับ มายัง บ้านเมืองเดิมได้ เมื่อเวลาเวียนมาถึง วันที่ จากบ้านจากเมืองไป จึงได้มีการทำกระถางใส่เครื่องสักการบูชา ธูปเทียนลอย ลอยตามน้ำ เพื่อให้ไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไป เรียกว่า การลอยโขมด หรือลอยไฟ ในงานบุญยี่เป็ง ยังมีการเทศน์มหาชาติ ผู้คนจะออกมาตกแต่งบ้านเรือน วัดวาอาราม และถนนหนทาง ด้วยต้นกล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ยามค่ำคืน จะมีการจุดโคมลอย ปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุดเด่นของงานนี้อยู่ที่การปล่อย โคมลอย ขึ้นไปในท้องฟ้า โดยเชื่อกันว่า เปลวไฟในโคมเป็นสัญลักษณ์ของความรู้ และแสงสว่างที่ได้รับจากโคม จะส่งผลให้ ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง การจุดโคมลอยมี 2 แบบ คือแบบที่ใช้ปล่อยใน

ประเพณียี่เปงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็น "วันดา" หรือวันจ่ายของเตรียมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด ครั้น ถึงวันขึ้น 14 ค่ำ พ่ออุ้ยแม่อุ้ยและผู้มีศรัทธาก็จะพากันไปถือศีล ฟังธรรม และทำบุญเลี้ยงพระที่วัด มีการทำ กระทงขนาด ใหญ่ตั้งไว้ที่ลานวัด ในกระทงนั้นจะใส่ของกินของใช้ ใครจะเอาของมาร่วมสมทบด้วยก็ได้เพื่อเป็น ทานแก่คนยากจน ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ จึงนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็ก ๆ ของส่วนตัวไปลอยในลำน้ำในงาน บุญยี่เป็งนอกจากจะมีการปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์มหาชาติตามวัดวาอารามต่าง ๆ แล้ว ยังมีการประดับตกแต่งวัด บ้านเรือน และถนนหนทางด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุง ช่อประทีป และชักโคมยี่เป็ง แบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา พอตกกลางคืนก็จะมีมหรสพและ การละเล่นมากมาย มีการแห่โคมทอง พร้อมกับมีการจุดถ้วย ประทีป (การจุดผางปะติ๊ด)เพื่อบูชาพระรัตนตรัยการจุดบอกไฟ การจุดโคมไฟประดับตกแต่งตาม วัดวาอาราม และการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสท้องฟ้าเพื่อเพื่อบูชาพระเกตุ แก้ว จุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความเชื่อ การปล่อยว่าวไฟหรือโคมลอยนี้ ชาวบ้านมักมีความเชื่อกันว่า เพื่อให้ว่าวได้นำเอาเคราะห์ ร้ายภัยพิบัติต่างๆออก ไป จาก หมู่บ้าน ดังนั้นว่าวหรือโคมลอยที่ปล่อยขึ้นไปถ้าไปตกในบ้าน ใครบ้าน นั้นต้องจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เพื่อล้างเสนียด จัญไรทั้งปวงออกไป นอกจากนี้ ยังถือกันว่าเป็น การทำเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสามัคคีกันใน หมู่บ้าน อีกด้วย