หน้าแรก
โรงแรมและที่พัก
ปลายทาง
ท่องเที่ยวเชียงใหม่
กิจกรรมที่น่าสนใจ
ข้อมูลการเดินทาง
ภาษา
ขณะนี้เชียงใหม่เวลา 09:45 (GMT+7)
เลือกสถานที่พัก ?
วันที่เข้าพัก:
  
วันที่ออก:
  
จำนวนคืน:
คืน
ผู้ใหญ่ / เด็ก:

all

เลือกสถานที่พัก ?

change

กรุงเทพ

change

ภูเก็ต

change

เกาะสมุย

change

กระบี่, Koh Lanta, Phi-Phi

change

พัทยา, Chonburi

change

เกาะช้าง, Trat

change

หัวหิน, Cha Am

change

เชียงใหม่
or
ใกล้เคียง:

ตัวเลือกเพิ่มเติม:
4 star or better 3 star or lower
3 star or better 2 star or lower

Chiang Mai Hot Deal

Harmony Resort Hotel
Padad
From ฿
653406

Chiang Mai Hot Deal

Star Hotel
City, Loi Kroh Road
From 858 ฿
653129

Chiang Mai Hot Deal

137 Pillars House
City, Charoenrad Road
From ฿
653296

แผนที่เชียงใหม่

แผนที่กูเกิ้ลจังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลการเดินทาง


รถยนต์

รถประจำทาง

เครื่องบิน

รถไฟ

การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพมหานคร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางดังนี้
เส้นทางที่ 1 : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ผ่านพระนครศรีอยุธยา อ่างทองและนครสวรรค์ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข ... ข้อมูลเพิ่มเติม

มีทั้งรถประจำทางธรรมดาและรถปรับอากาศไปเชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2 ทุกวันตั้งแต่ 8:00 – 21:00 น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง ... ข้อมูลเพิ่มเติม

ภายในประเทศ มีสายการบินเปิดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ทุกวัน เช่น การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชียง นกแอร์ และวันทูโก ... ข้อมูลเพิ่มเติม

จากกรุงเทพฯ รถไฟวิ่งไปสุดทางที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ มีทั้งรถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษนครพิงค์และรถด่วนพิเศษสปรินเตอร์ไปจังหวัดเชียงใหม่ทุกวัน ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ ... ข้อมูลเพิ่มเติม

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในจังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นศูนย์กลางของจังหวัดในภาคเหนือ มีความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งทางด้านธรรมชาติอันงดงาม ด้านศิลปวัฒนธรรม และประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์น่าประทับใจ อีกทั้งมีความเพียบพร้อมในเรื่องสถานที่พัก และบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่หลากหลาย เชียงใหม่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและภูเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยป่าเขตร้อนที่เขียวขจี อุทยานแห่งชาติออบหลวง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เป็นช่องเขาแคบขาดจากกัน มีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดให้นักท่องเที่ยวยืนชมความงดงามของออบหลวง เชียงใหม่เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา จึงปรากฏให้เห็นวัดวาอารามในเขตตัวเมืองอยู่มากมาย เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญๆ และเป็นแหล่งโบราณสถานที่รวบรวมเอาศิลปะ สถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงควรค่าต่อการอนุรักษ์ วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองและเป็นวัดที่มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ วัดสำคัญอื่นๆ ได้แก่ วัดสวนดอก วัดเชียงมั่น วัดกู่เต้า วัดเจดีย์หลวง วัดอุโมงค์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิเช่น โบราณสถานวัดอุโมงค์ เวียงกุมกาม ดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ ดอยอ่างขาง ดอยเชียงดาว สวนสัตว์เชียงใหม่ บ้านบ่อสร้าง บ้านถวายและถนนคนเดินเป็นต้น

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



1 วัดพระธาตุดอยสุเทพ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร หรือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่อีกวัดหนึ่ง เป็นศาสนสถานที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองเชียงใหม่ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ความผูกพันด้านจิตใจเป็นวัดที่ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากวัดหนึ่งของไทย มีผู้คนจากทั่วสารทิศมานมัสการพระธาตุดอยสุเทพกันไม่ขาดสายในฐานะที่เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากวัดหนึ่งของประเทศไทย วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 14 กิโลเมตร อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,053 เมตร ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามประวัติได้แจ้งว่า เมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 พระเจ้ากือนา ได้ทรงสร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารไว้บนยอด เขาดอยสุเทพ โดยได้นำเอาพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระมหาสวามีนำมาจากเมืองปางจา จังหวัดสุโขทัย บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร นอกจากจะเป็นวัดที่มีความสำคัญมากแล้ว ยังเป็นพระอารามหลวง 1 ใน 4 ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ – จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางตามถนนห้วยแก้วผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขารวมระยะทางจากเชิงดอยประมาณ 14 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง
  2. โดยรถประจำทาง – หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปโดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดยจากตัวเมืองเชียงใหม่ให้นั่งรถสองแถวสีแดง มาลงหน้าสวนสัตว์เปิดเชียงใหม่จากนั้นต่อรถโดยสารนำเที่ยวดอยสุเทพ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 20:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ค่าบริการรถราง 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5329 5011

2 ดอยอินทนนท์

สถานที่ตั้ง : อำเภอจอมทอง ดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์เป็นพื้นที่้ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิงซึ่งให้กำเนิดแม่น้ำสำธารหลายสายที่สำคัญและมีแหล่งท่องเที่ยวด้านธรรมชาิตที่สวยงามอาทิเช่น น้ำตกขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี จุดชมวิวทิวทัศน์ ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่และยอดดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาสูงสุดของประเทศ อากาศบนยอดดอยหนาวเย็นประดุจดังอยู่ในเมืองหนาว ยามฤดูหนาวหนาวจัด มีเมฆหมอกครึ้ม บรรยากาศดังกล่าวไม่อาจหาได้ในส่วนอื่นของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณอ่างกาหลวง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นจุดที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติอันชวนหลงไหลของป่าดิบเขาได้ง่ายที่สุด ภายในจัดทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ จุดเด่นของเส้นทางนี้ ได้แก่ ต้นกุหลาบพันปีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ กุหลาบพันปีจะบานอวดดอกสีแดงสด ยอดดอยอินทนนท์มีระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง 400 – 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางโดยจุดสูงสุดอยู่ที่ยอดดอยอินทนนท์ ดอยอินทนนท์ เดิมมีชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวงมาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มากชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดอยหลวง" ดอยอ่างกา มาจากเรื่องเล่าว่าห่างจากยอดดอยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 300 เมตร มีหนองน้ำแห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่าง ฝูงกาจำนวนมากมายมักพากันไปเล่นน้ำที่หนองแห่งนี้จึงพากันเรียกว่า "อ่างกา" และภูเขาขนาดใหญ่แห่งนั้นก็เลยเรียกกันว่า "ดอยอ่างกา" บ้างก็ว่า คำว่า "อ่างกา" นั้นมาจากภาษากระเหรี่ยงแปลว่า "ใหญ่" เพราะฉะนั้นคำว่า "ดอยอ่างกา" จึงแปลว่าดอยที่มีความใหญ่นั่งเอง

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตองไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามเส้นทาง 1009 (จอมทอง – ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 ที่บริเวณน้ำตกแม่กลางและตัดขึ้นสู่ยอดเขา
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5328 6728 – 9

3 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

สถานที่ตั้ง : อำเภอหางดง สวนเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และ สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษาในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 และทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศูนย์กลางการเรียนรู้พืชสวนโลก มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด การจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตรและอื่นๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อการศึกษางานวิจัยและเป็นแหล่งพบปะกันในกลุ่มเกษตรกรภายในพื้นที่มีการจัดภูมิสถาปัตย์อย่างสวยงาม อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 468 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา วันเดียวก็เที่ยวไม่หมด มีดอกไม้กว่า 2,200 ชนิด ที่ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้รวบรวมไว้ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในพื้นที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายได้แก่ หอคำหลวง เรือนร่มไม้ เรือนกล้วยไม้ สวนสมุนไพร เรือนพืชทะเลทราย โดมไม้เขตร้อนชื้น โลกแห่งแมลง สวนบอนไซ สวนบัว สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ สวนองค์กรหน่วยต่างๆ

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ผ่านอำเภอหางดง ประมาณ 7 กิโลเมตรจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ประมาณ 3 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5311 4110 – 5

4 สวนสัตว์เชียงใหม่และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง สวนสัตว์เชียงใหม่และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์เชียงใหม่มีเนื้อที่ทั้งหมด 531 ไร่ เป็นสวนสัตว์ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เชิงดอยสุเทพที่ยังคงความเป็นป่าธรรมชาติเอาไว้อย่างสมบูรณ์ โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1 วันในการเที่ยวชมความสวยงามทั้งหมดและเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนพร้อมกับสัมผัสสัตว์นานาชนิดกว่า 7,000 ตัว เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น และยังมีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย จากประเทศจีน อันเป็นทูตสันถวไมตรีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสถานที่น่าสนใจภายในสวนสัตว์อาทิเช่น เชียงใหม่ซู สโนวโดม เมืองหิมะจำลองสภาพอากาศความเป็นอยู่ตามธรรมชาติของหมีแพนด้าในประเทศจีน ที่มีหิมะเทียมซึ่งเหมือนของจริง ตกจริง ที่พร้อมให้เจ้าหมีแพนด้าเข้ามาอาศัย และเชียงใหม่ ซู อควาเรียมที่คุณจะได้พบประสบการณ์การผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่ม ต้นขึ้น กับทริปดำ สำรวจความมหัศจรรย์แห่งอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลกในกิจกรรม ดำผิวน้ำดูปลา โชว์แสดงความสามารถของสัตว์ สวนไม้ดอก ไม้ประดับ สวนนก และกิจกรรมร่วมสนุกอีกมากมาย

การเดินทาง
จากอำเภอเมืองเชียงใหม่เดินทางตามถนนห้วยแก้วผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 20 นาที
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น.
ค่าธรรมเนียม บัตรผ่านประตูสวนสัตว์ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5321 0374

5 ดอยอ่างขาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง ดอยอ่างขาง ดอยอ่างขางอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,400 เมตร คำว่า "อ่างขาง" ในภาษาเหนือหมายถึง อ่างรูปสี่เหลี่ยมตามลักษณะของ ดอยอ่างขางซึ่งเป็นดอยที่มีรูปร่างของหุบเขา ยาวล้อม รอบประมาณ 5 กิโลเมตร กว้าง 3 กิโลเมตร ตรงกลางของอ่างขางเดิมเป็นภูเขาสูง เช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบแต่เนื่องจากเป็นภูเขาหินปูนเมื่อถูกน้ำฝนชะก็จะค่อยๆ ละลายเป็นโพรงแล้วยุบตัวลงกลายเป็นแอ่ง มีพื้นที่ราบความกว้างไม่เกิน 200 เมตร บนดอยอ่างขางยังเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งมีพื้นที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,800 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีเกษตรให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ สถานีเกษตรอ่างขางมีจุดท่องเที่ยวที่หลากหลายได้แก่ เรือนดอกไม้ สวนบอนไซ โรงงานชา สวนไผ่ ศูนย์ข้อมูล สวน 80 สวนคำดอย สวนหอม กุหลาบอังกฤษ สวนสมเด็จ แปลงไม้ผล โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว แปลสาธิตไม้ดอก โรงเรือนกุหลาบตัดดอก พระธาตุดอยอ่างขาง บ้่านขอบด้ง บ้านนอแล บ้านคุ้ม บ้านหลวงและจุดชมวิวระหว่างเดินทางไปหมู่บ้านขอบด้งเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกได้ นอกจากนี้ภายในสถานีฯ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจหลากหลายอาทิเช่น ปั่นชมแปลงเกษตรภายในสถานีฯ ในช่วงฤดูหนาวช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม การขี่ล่อเที่ยวชมสถานีฯ เส้นทางศึกษาธรรมชาติและดูนก จุดท่องเที่ยวอื่นๆ และลานกางเต๊นท์ไว้บริการนักท่องเทียว

การเดินทาง
  1. จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) เลี้ยวซ้ายทางแยกตำบลเมืองงาย ตรงเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังสวนเกษตรหลวงดอยอ่างขาง
  2. จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ถึง กม. 137 แยกบ้านปางควาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1249 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างชันดังนั้นจึงต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
สอบถามข้อมูล สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทร. 0 5345 0107 – 9

6 น้ำพุร้อนสันกำแพง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ออน น้ำพุร้อนสันกำแพง น้ำพุร้อนสันกำแพง เดิมตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงมาเนิ่นนานควบคู่กับการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่เช่นกัน บรรยากาศร่มรื่น สวยงาม ล้อมรอบไปด้วยภูเขาธรรมชาติ ไม้ดอกนานาพรรณและได้ตื่นตาตื่นใจกับความมหัศจรรย์ธรรมชาติที่ี่มาจากความเปลี่ยนแปลงจากใต้พื้นโลกก่อกำเนิดน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิถึง 100 องศาเซลเซียส น้ำร้อนอันเดือดพล่านพุ่งขึ้นจากใต้พื้นพิภพสู่ท้องฟ้าสูงถึง 15 เมตร เป็นธรรมชาติที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก น้ำพุร้อนในบ่อนี้มีอุณหภูมิสูงถึง 106 องศาเซลเซียส สามารถต้มไข่ให้สุกได้ จากบ่อน้ำร้อนใหญ่จะมีทางน้ำไหลยาวนักท่องเที่ยวสามารถนั่งแช่เท้าได้และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกสนานเป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เดิมบริเวณน้ำพุร้อนสันกำแพงเป็นทุ่งหญ้า มีธารน้ำร้อนและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ ต่อมาจึงได้มีการร่วมลงทุนระหว่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสหกณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์ อำเภอสันกำแพง ใช้ชื่อว่า "น้ำพุร้อนสันกำแพง" ทำการก่อสร้างอาคารอาบน้ำแร่ ร้านอาหาร ซุ้มพักผ่อน สถานที่จำหน่ายของที่ระลึก ไม้ดอก ไม้ประดับและน้ำพุร้อน

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ – จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางอำเภอสันกำแพงผ่านหมู่บ้านออนหลวยเพื่อไปยังน้ำพุร้อน ตลอดเส้นทางมีป้ายบอกอย่างชัดเจน รวมระยะทางจากตัวเมืองถึงน้ำพุร้อนประมาณ 34 กิโลเมตร
  2. โดยรถประจำทาง – หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปโดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดย ขึ้นรถจากสถานีขนส่งช้างเผือกไปยังอำเภอสันกำแพงและเช่าเหมารถสองแถวจากอำเภอสันกำแพงไปยังน้ำพุร้อน
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 21:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล สำนักงานน้ำพุร้อนสันกำแพง โทร. 0 5392 9077, 0 5392 9099

7 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

สถานที่ตั้ง : อำเภอหางดง และ อำเภอเมือง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเมื่อแรกเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2549 มุ่งเน้นการให้บริการในตอนเย็นจนถึงกลางคืนและจัดเป็นสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรก ในประเทศไทย แต่ในปัจจุบันเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ทั้งในเวลากลางวันและในเวลากลางคืนและอาจนับได้ว่าเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 819 ไร่ และห่างจากใจกลางเมืองเชียงใหม่เพียง ประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของไนท์ซาฟารีสิงคโปร์ นอกจากนี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังเน้นในความเป็น Nature Theme Park ซึ่งจะแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วๆไป รวมทั้ง Safari ในแอฟริกา โดยเน้นในด้านธรรมชาติวิทยา ชีวิตสัตว์ป่าที่อยู่ในเอเชีย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด หากเปรียบกับในแอฟริกา ก็ยังหาดูพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้ยากกว่าที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี นักท่องเที่ยวจะได้ชมและสัมผัสกับเหล่าสัตว์ป่านอย่างใก้ชิดทั้งในยามบ่ายและยามค่ำคืน ด้วยรถลาก (Tram) เปิดโล่งขนาด 50 ที่นั่ง ก็สร้างความสนุกตั้งแต่แรกเห็นได้ไม่น้อยแล้ว ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ แสง สี เสียง อันสวยงามของน้ำพุดนตรีที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด ในยามค่ำคืนการแสดง Safari Dancing การให้อาหารสัตว์อย่างใกล้ชิดในจุดต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นของที่นี่ที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้พบกับประสบการณ์ครั้ง หนึ่งที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

การเดินทาง
จากเมืองเชียงใหม่ขับรถไปตามถนนห้วยแก้ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 121 (ถนนวงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่) ไปทางอำเภอหางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นแล้วเลี้ยวขวาประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 – 23:00 น.
อัตราค่าเข้าชม สวนสัตว์กลางวัน ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
  สวนสัตว์กลางคืน ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 125 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5399 9000

8 วัดเจดีย์หลวงวรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดเจดีย์หลวงวรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวง เป็นวัดเก่าแก่ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเรียกหลายชื่อได้แก่ ราชกุฏาคาร วัดโชติการาม สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1934 ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2024 และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ. 2011 – 2091 นานถึง 80 ปี ต่อมาได้เกิดแผ่นดินไหว ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่งลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ 40.8 เมตร ฐานกว้างด้านละ 60 เมตร หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ และในวัดเจีดย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ มีการบูรณะมาหลายสมัย เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่

การเดินทาง
วัดเจดีย์หลวงตั้งอยู่บนถนนปกเกล้าในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปโดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดยขึ้นรถสองแถวสีแดงที่ให้บริการรอบเมืองอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5324 8604

9 วัดสวนดอก

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดสวนดอก วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม ตั้งอยู่ที่ถนนสุเทพในเขตอำเภอเมือง พญากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1914 ซึ่งถือเป็นวัดที่สำคัญยิ่งในสมัยนั้นที่สำคัญยิ่งในสมัยนั้น สาเหตุทีพระองค์ทรงสร้างเพราะศรัทธาในพระพุทธศาสนา อีกทั้งเพื่อเป็นสถานที่อยู่และปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์พร้อมกันนั้น ก็เป็นที่พุทธศาสนิกชนได้ใช้เป็นสถานที่ทำบุญและประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของชาวพุทธอีกด้วย วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยานของกษัตริย์ล้านนาไทยสมัยแรกเริ่ม มีสถาปัตยกรรมสำคัญคือ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่และวิหารโถง นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้นเป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมกับศิลปะสุโขทัย

การเดินทาง
วัดสวนดอกตั้งอยู่บนถนนสุเทพห่างจากประตูสวนดอกไปทางทิศตะวันตก 1 กิโลเมตร วัดอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลประสาท หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปโดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดยขึ้นรถสองแถวสีแดงที่ให้บริการรอบเมืองอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5327 8304

10 วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดพระสิงห์ หรือมีชื่อเต็มว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวรู้จักคุ้นชื่อกันดี พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญาคำฟู ซึ่งเป็นพระราชบิดา เดิมชื่อว่า วัดลีเชียงพระ บริเวณหน้าวัดแห่งนี้เคยเป็นกาดมาก่อน ชาวบ้านเรียกว่า กาดลี วัดพระสิงห์มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ หอไตร สร้างเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ ที่ตัวผนังตึกด้านนอกประดับด้วยทวยเทพปูนปั้นแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงาม เป็นฝีมือช่างสมัยพระเมืองแก้ว ต่อมาในสมัยเจ้าแก้วนวรัฐได้มีการซ่อมแซมขึ้นใหม่ ประมาณ พ.ศ. 2467 ที่ฐานหอไตรปั้นเป็นลายลูกฟักลดบัวภายในประดับด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และประจำยาม ที่มีลักษณะละม้ายลายสมัยราชวงศ์เหม็งของจีน

การเดินทาง
วัดพระสิงห์ตั้งอยู่บริเวณคูเมืองด้านในบริเวณถนนสิงหราชจรดกับถนนราชดำเนิน หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปโดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดยขึ้นรถสองแถวสีแดงที่ให้บริการรอบเมืองอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 08 3949 0933

11 เวียงกุมกาม

สถานที่ตั้ง : อำเภอสารภี เวียงกุมกาม เวียงกุมกามเป็นเมืองโบราณที่พญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829 โดยให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้านเพื่อไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ในคูเวียง โบราณสถานที่ปรากฎอยู่ในเวียงกุมกาม และใกล้เคียง จากการสำรวจพบว่ามีอยู่ 20 แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่แต่ละแห่งอยู่กระจัดกระจายกันมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22 ในสมัยพม่าปกครอง พ.ศ. 2101 – 2317 เวียงกุมกามสลายตัวลงเพราะถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่ ถูกฝังจมอยู่ใต้ตะกอนดินที่น้ำพัดมาจนยากที่จะฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพเดิม ประกอบกับกลังจากน้ำท่วม แม่น้ำปิงได้เปลี่ยนร่องน้ำไม่ไหลผ่านเวียงกุมกาม ทำให้หมดความสำคัญ โดยปล่อยทิ้งให้รกร้างสืบต่อมานับร้อยปี จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีราษฏรเข้าไปอยู่อาศัย ภายในเวียงกุมกามมีสภาพเป็นชุมชนอีก เรื่องราวของเวียงกุมกามเพิ่งได้รับความสนใจในฐานะชุมชนโบราณ ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ล้านนาเมื่อ พ.ศ. 2527

ปัจจุบันเวียงกุมกาม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ กรมศิลปากรดำเนินการขุดค้นขุดแต่งและอนุรักษ์โบราณสถานเล้วจำนวน 42 แห่ง เวียงกุมกามในปัจจุบัน จึงมีสภาพดังเช่น "นครโบราณใต้พิภพ" ที่ถูกเปิดเผยออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางถนนเชียงใหม่-ลำพูน ประมาณกิโลเมตรที่ 3 – 4 ในเขตอำเภอสารภี ขับรถเข้าทางตู้ยามหนองหอยและตรงมาจนทะลุแยกเกาะกลางป่ากล้วยตรงต่อไปจนถึงตู้ยามเจดีย์เหลี่ยม
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5314 0322, 08 4047 6794
โรงแรม โรงแรมใน อำเภอสารภี

12 ม่อนแจ่ม

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม ม่อนแจ่ม ม่อนแจ่ม เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย เป็นพื้นที่บนสันเขาในระดับความสูงประมาณ 1,350 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาที ม่อนแจ่มถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวที่ใครต่างก็อยากจะไปสักครั้งให้สมกับคำร่ำลือ ด้วยอากาศที่เย็นสบายและทัศนียภาพที่งดงาม วิวทิวทัศน์เป็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน มองไปไกลโสุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศา ม่อนแจ่มมีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า ช่วงที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวคือ เดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆ เป็นขั้นบันไดของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ไม่มากนักสามารถเดินชมได้อย่างสบาย ยอดเขาทางทิศตะวันออกมีจุดชมวิวม่อนล่อง เหมาะสำหรับชมทิวทัศน์ของพื้นที่โครงการหลวง เป็นจุดชมทะเลหมอกบนหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่า ทางด้านทิศใต้เป็นไหล่เขามองลงไปจะเห็นหมู่บ้านม้งหนองหอยและพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยโดยรอบ ซึ่งเป็นแปลงปลูกผักและวิจัยพืชผักเมืองหนาวเช่น อาติโช๊ค แปลงสมุนไพรเลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่ ไม้ผลเช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่พันธุ์ 80 แปลงผักไฮโดรโพนิค การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินเช่น โอ้คลีฟแดง ผักตระกูลสลัดและมะเขือเทศดอยคำเป็นต้น

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ตรงไปถึงอำเภอแม่ริม กิโลเมตรที่ 17 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม – สะเมิง) บริเวณกิโลเมตรที่ 15 เลี้ยวขวาที่บ้านโป่งแยงขับตรงไปอีก 6 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5381 0765
โรงแรม โรงแรมใกล้ ม่อนแจ่ม

13 พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์เป็นพระตำหนักประทับในวโรกาสที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อทรงเยี่ยมเยืยนราษฎรในเขตภาคเหนือและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯเยือนประเทศไทยซึ่งแต่เดิมจะประทับรับรองแต่ในพระนครหลวงเท่านั้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2504 ในครั้งแรกได้ก่อสร้างเฉพาะองค์พระตำหนักที่ประทับและเรือนรับรองเท่านั้น ส่วนอาคารอื่นๆ ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมต่อมาในภายหลัง ภายในพระตำหนักฯ มีสถานที่น่าชมดังนี้ เรือนปีกไม้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เรือนรับรอง พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์น อ่างเก็บน้ำ พระตำหนักต่างๆ และหอพระ โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะผ่านสวนกุหลาบเป็นระยะโดยปกติแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน แต่ทั้งนี้จะงดการเข้าชมพระตำหนักฯ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐาน (ประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม)

การเดินทาง
พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง ใช้เส้นทางเดียวกันกับพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักฯ อยู่เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 11:30 น. และ 13:00 – 15:30 น. (กรุณาแต่งกายสุภาพ)
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5322 3065, 0 5321 9932, 0 5321 9915

14 วัดเชียงมั่น

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดเชียงมั่น วัดเชียงมั่น อยู่ถนนราชภาคินัย อำเภอเมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อพญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1839 พระองค์ทรงยกพระตำหนักเชียงมั่น ถวายแด่พระศาสนา โดยตั้งเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกและพระะราชทานนามอันเป็นมงคลว่า วัดเชียงมั่นอันหมายถึงบ้านเมืองที่มีความมั่นคง จึงนับได้ว่าวัดเชียงมั่นเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่ วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณีหรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่ มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานช้างล้อม พระอุโบสถและหอไตรและที่สำคัญคือ เจดีย์ทรงระฆังฐานสี่เหลี่ยม และมีช้างล้อมที่ฐานหมายความว่าคำจุนพระพุทธศาสนาไว้

การเดินทาง
วัดเชียงมั่น ตั้งอยู่บริเวณถนนราชภาคินัย อำเภอเมือง ใช้เส้นทางคูเมืองด้านในซึ่งเป็นถนนวันเวย์ การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะจึงเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดหากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางก็สามารถทำได้โดยขึ้นรถสองแถวสีแดงที่ให้บริการรอบเมืองอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น. (กรุณาแต่งกายสุภาพ)

15 หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ (ใกล้กับวัดพระสิงห์) บริเวณที่ตั้งเคยเป็นสะดือเมือง ตั้งแต่สมัยพระยาเม็งราย เป็นที่ตั้งของเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมือง ก่อนที่พระเจ้าติโลกราชจะโปรดให้ย้ายเสาอินทขีลไปไว้ที่วัดเจดีย์หลวง ที่ดินนี้เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโรรสสริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียง ใหม่องค์ที่ 6 จนถึงสมัยเจ้าดารารัศมี เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาล ได้ประทานให้รัฐบาล ตัวอาคารสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 เคยใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลพายัพ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ย้ายไปใช้ศาลากลางหลังใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จึงขอปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นพิฑิธภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2540 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นในปี พ.ศ. 2542 ประเภทที่ทำการอาคารสาธารณะ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

การเดินทาง
หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้า หากนำรถส่วนตัวไปสามารถจอดรถได้บริเวณโดยรอบ การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะจึงเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดหากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไป โดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดยขึ้นรถสองแถวสีแดงที่ให้บริการรอบเมืองอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
เปิดให้เข้าชม วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 08:30 – 17.00 น. ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ปิดทำการวันจันทร์)
อัตราค่าเข้าชม บุคคลทั่้วไป 20 บาท นักเรียนนักศึกษา 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5321 7793

16 ปางช้างแม่สา (ศูนย์ฝีกช้างแม่สา)

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม ศูนย์ผึกช้างแม่ริม (ปางช้างแม่ริม) ปางช้างแม่สา หรือ ศูนย์ฝึกช้างแม่สา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไม่มากนัก ใช้เวลาขับรถจากตัวเมืองมาถึงปางช้างภายในเวลาประมาณ 20 นาที ปางช้างแม่สาเป็นปางช้างแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 version 2008 เนื่องจากมีความมุ่งมั่นที่ จะนำเสนอปางช้างยุคใหม่ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงการดูแลเอาใจใส่ที่ดีต่อช้างทุกเชือกและมีความมั่นใจว่าช้างทุกเชือกอยู่อย่างอิ่มท้องและมีความสุข ปางช้างแม่สาเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ช้างหลาย เชือกอยู่ร่วมกันกับควาญช้างด้วยสายใยแห่งความรักและความกลมเกลียว ถือเป็นปางช้างที่มีจำนวนช้างมากที่สุดในภาคเหนือด้วยสภาพแวดล้อมที่อยู่ในอ้อมกอดของป่าเขาลำเนาไพรที่อุดมสมบูรณ์ใน เขตพื้นที่หุบเขาแม่สา นอกเหนือจากปณิธานหลักในการจัดหาสภาพ แวดล้อมที่ดีและเป็นธรรมชาติที่สุดให้กับช้างแล้ว ปางช้างแม่สายังให้ความใส่ใจกับการอนุรักษ์และสืบพันธุ์ช้างสืบเนื่องจากจำนวนช้างที่ลดลงเรื่อยๆ

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 56
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:30 – 14:30 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้่ใหญ่ 120 บาท เด็ก 80 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5320 6247, 0 5320 6248

17 อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ครูบาศรีวิชัยเป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือว่าเป็น "นักบุญแห่งล้านนาไทย" ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ครูบาศรีวิชัยเป็นบุคคลแรกที่บุกเบิกการสร้างถนนขึ้นไปถึงดอยสุเทพ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยตั้งอยู่บนทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ถ้าผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรียครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2478 รวมระยะทางจากเชิงดอยไปถึงวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ 10 กิโลเมตร

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ – จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางตามถนนห้วยแก้ว ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยตั้งอยู่ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางครึ่งชั่วโมง
  2. โดยรถประจำทาง – หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปโดยรถประจำทางก็สามารถทำได้โดยจากตัวเมืองเชียงใหม่ให้นั่งรถสองแถวสีแดง มาลงหน้าสวนสัตว์เปิดเชียงใหม่จากนั้นต่อรถโดยสารนำเที่ยวดอยสุเทพ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 14:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 30 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5322 1308

18 วัดเจ็ดยอด

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดเจ็ดยอด วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร ตั้งอยู่บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่ – ลำปาง) ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2020 โดยพระเจ้าติโลกราชกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ ได้แก่ เจดีย์เจ็ดยอด ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิที่พุทธคยาในประเทศอินเดีย ที่ฐานเจดีย์ประดับปูนปั้นรูปเทวดา ด้านนอกพระเจดีย์ก็เช่นกันประดับงานปูนปั้นรูปเทวดาทั้งนั่ง ขัดสมาธิและยืนทรงเครื่องที่มีลวดลายต่างกันไปดูงามน่าชม สถูปเจดีย์พระเจ้าติโลกราช เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. 2030 พระยอดเชียงราย ราชนัดดาได้สืบราช สมบัติแทน และโปรดให้สร้างสถูปใหญ่บรรจุอัฐิของพระอัยกาธิราช และ สัตตมหาสถาน คือสถานที่สำคัญในพุทธประวัติเจ็ดแห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิตเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ ราชายตนเจดีย์ ปัจจุบันเหลืออยู่ที่วัดเจ็ดยอดเพียงสามแห่ง คือ อนิมิตเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ มุจจลินทเจดีย์

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางตามถนนเชียงใหม่ซูเปอร์ไฮเวย์ (ถนนเชียงใหม่ – ลำปาง ) เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)

19 วัดกู่เต้า

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดกู่เต้า เดิมชื่อ วัดเวฬุวนาราม เป็นวัดโบราณที่มีความโดดเด่นของเจดีย์ที่มีลักษณะแปลกไปกว่าเจดีย์อื่นๆ ในเมืองไทย ลักษณะของเจดีย์องค์นี้คล้ายกับนำผลแตงโมมาวางซ้อนกันไว้หลายๆ ลูก หรือบาตรคว่ำซ้อนลดหลั่นขึ้นไปถึง 5 ชั้นอันเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในกัปนี้ ซึ่งประกอบด้วย พระกกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโมและพระอริยเมตไตยโย ชาวบ้านเรียกว่าเจดีย์กู่เต้า วัดนี้ไม่มีประวัติแจ้งไว้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด คาดว่าสร้างในสมัยที่พม่ายึดครองเมืองเชียงใหม่ โดยพงศาวดารโยนกได้กล่าวถึง เจ้าฟ้าสารวดี (มังซานนรธามังคุย) ราชโอรสพระเจ้าบุเรงนอง ได้ครองเมืองเชียงใหม่ ในระหว่างปี พ.ศ. 2122 – 2150 จนพิราลัยที่เมืองเชียงใหม่และได้บรรจุอัฐิไว้ ณ เจดีย์กู่เต้า โดยคำว่า "กู่" คือ ที่บรรจุอัฐิ ส่วน "เต้า" คือ ขี้เถ้า

การเดินทาง
วัดกู่เต้าตั้งอยู่ในเขตตำบลศรีภูมิ ติดกับสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ จุดที่ใกล้ที่สุดคือประตูช้างเผือก วิ่งตรงไปตามถนนช้างเผือกประมาณ 100 เมตร เลี้ยวขวาตรง ซอยช้างเผือก 6 ประมาณ 100 เมตร จะถึงวัดกู่เต้าการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะจึงเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด หากนักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางก็สามารถทำได้โดยขึ้นรถสองแถวสีแดงที่ให้บริการรอบเมืองอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)

20 วัดพระธาตุดอยคำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดพระธาตุดอยคำ วัดพระธาตุดอยคำ เป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี พระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่บนเขาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ภูเขาที่ตั้งของพระธาตุดอยคำ เป็นป่าเขียวขจีมีทัศนียภาพที่สวยงาม ด้านล่างเป็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์และอยู่ใกล้เคียงกับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (สวนสัตว์กลางคืน) ประวัติวัดพระธาตุดอยคำ นั้นสร้างในสมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง 2 เป็นผู้สร้างในปี พ.ศ. 1230 ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดดอยคำ" เมื่อ พ.ศ. 2509 ขณะนั้นวัดดอยคำเป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบโบราณวัตถุหลายชิ้นเช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ (เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ พระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการะบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตาก่อนที่จะลงจอดที่สนามบิน

การเดินทาง
วัดพระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง เดินทางไปได้ตามเส้นทางเลียบคลองชลประทานจะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางตำบลแม่เหียะ จะพบทางขึ้นเขาไปยังพระธาตุดอยคำ
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)

21 วัดอุโมงค์มหาเถรจันทร์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง Wat Umong Mahatherachan วัดอุโมงค์สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวปี พ.ศ. 1839 เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็นกำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้ ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระหว่าง พ.ศ. 1900 – 2000 แต่เดิมคงเป็นภาพ จิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และ นกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำด้านบนอุโมงค์เป็นเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่ของล้านนา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีชั้นทรงกลมประมาณ 3 ชั้นเหมือนกลีบบัวซ้อนกันอยู่ ด้านบนมีปลียอด ด้านหน้าอุโมงค์มีเศียรพระพุทธรูปหินสลักสกุลช่างพะเยา พ.ศ. 1950 – 2100 บริเวณวัดเป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เป็นสวนป่าที่เหมาะกับการนั่งวิปัสสนา ด้านหลังเป็นสวนป่าและสวนสัตว์ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เดินเล่นได้ และเป็นสถานที่ดูนกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง

การเดินทาง
วัดอุโมงค์ตั้งอยู่บนถนนสุเทพอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับการเดินทางไปดอยสุเทพ หากเดินทางจากตลาดต้นพยอมให้ใช้เส้นทางสี่แยกคลองชลประทานด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณ 500 เมตร เข้าซอยทางด้านซ้ายมือไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงตัววัด
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)

22 ฟาร์มงูแม่สา

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม ฟาร์มงูแม่สา ฟาร์มงูแม่สาเป็นฟาร์มงูที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสนุกสนานและให้ความรู้ซึ่งมีงูหลากหลาย พันธุ์จากหลายๆ ภูมิภาคของประเทศ รวมไว้ให้ได้ศึกษา มีทั้งชนิดที่มีพิษและไม่มีพิษ ซึ่งบางชนิดใกล้จะสูญพันธุ์และชมการแสดงของหมองูที่มีความเชี่ยวชาญในการจับงูและทราบอุปนิสัยของงูแต่ละชนิดเป็นอย่างดี มีการแสดงของงูและการรีดพิษงูให้นักท่องเที่ยวชมทุกวัน แบ่งเป็นรอบๆ แต่ละรอบใช้เวลาแสดงประมาณ 30 นาที

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ตรงไปถึงอำเภอแม่ริม กิโลเมตรที่ 17 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม-สะเมิง) ฟาร์มงูแม่สาอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 3 จากเส้นทางแม่ริม – สะเมิง
เปิดให้เข้าชม เปิดให้เข้าชมการแสดงวันละ 3 รอบ คือ เวลา 11:30 น. 14:15 น. และ 15:30 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5386 0719

23 ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ แหล่งรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ที่แปลกและหาดูได้ยากไว้ด้วย น้ำผึ้งพิพิธภัณฑ์กล้วยไม้ไทย โดยไปตามถนนสายแม่ริม-สะเมิง 2 กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ มีฟาร์มผีเสื้อ แมวไทย และสัตว์อื่นๆ ให้ชม ตรงกันข้ามเป็น สวนกล้วยไม้เมาท์เท่น ออร์คิด แม่แรมออร์คิด ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 5.5 มีการปลูกพันธุ์กล้วยไม้นานาชนิด สาธิตการปลูกกล้วยไม้ และจัดเป็นฟาร์มผีเสื้อด้วย จำหน่ายสินค้าที่ระลึกประเภทเครื่องประดับ เช่น เข็มกลัด ต่างหู สร้อย ซึ่งทำจากกล้วยไม้ ใบไม้ และแมลงต่างๆ

สวนกล้วยไม้สายน้ำผึ้งเป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ โดยไปตามถนนสายแม่ริม-สะเมิง 2 กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก 1 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 5329 8771 – 2 และ 0 5329 7152
สวนกล้วยไม้แม่แรม ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 5 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 16:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 5329 8801
สวนบัว แม่สาออร์คิด
เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07:30 – 04:30 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 5329 8564
ใบออร์คิด บัตเตอร์ฟลาย
เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07:30 – 05:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 5329 9588 และ 0 5329 9222

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ตรงไปถึงอำเภอแม่ริม กิโลเมตรที่ 17 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม – สะเมิง) ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้ออยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 5.5 กิโลเมตร จากเส้นทางแม่ริม – สะเมิง
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 06:00 – 05:00 น.

24 สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เดิมมีชื่อว่า "สวนพฤกษศาสตร์แม่สา" เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่กรมป่าไม้จัดตั้งขึ้นให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ ประจำภาคเหนือของประเทศไทย หลังจากที่ได้มีการสถาปนาองค์การสวนพฤกษศาสตร์ขึ้น สวนพฤกษศาสตร์แม่สาก็ได้รับการโอนย้ายมาสังกัด อ.ส.พ. และได้รับการวางแผนและพัฒนาให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ระดับสากลแห่งแรกของประเทศ มีการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรพืช ศึกษาวิจัยและเผยแพร่ ความรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถให้ใช้ชื่อสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ว่า "สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์"

ภายในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลักก็คือ พื้นที่เพื่อการศึกษาวิจัย และส่วนพื้นที่สวนและการจัดแสดง สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จุดทีดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากก็คือกลุ่มอาคารเรือนกระจก ซึ่งมีทั้งหมด 12 โรงเรือน เป็นแหล่งแสดงพืชพรรณที่น่าสนใจ โดยเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดคือ เรือนแสดงไม้ป่าดงดิบ ที่ได้จัดสภาพไว้เหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบจริง ด้วยการจัดตกแต่งพื้นที่เป็นเนินเขาและน้ำตกเพื่อเพิ่มความหลากหลายของภูมิทัศน์ พืชพรรณที่จัดแสดงอาทิ พืชจำพวกหมาก ปาล์ม และเรือนแสดงไม้ป่าดงดิบแห่งนี้ยังเป็นเรือนกระจกที่มีขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ตรงไปถึงอำเภอแม่ริม กิโลเมตรที่ 17 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม – สะเมิง) ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้ออยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 12 กิโลเมตร จากเส้นทางแม่ริม – สะเมิง
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 05:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5384 1000

25 บ้าน 100 อัน 1000 อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง)

สถานที่ตั้ง : อำเภอหางดง บ้านร้อยอันพันอย่าง บ้าน 100 อัน 1000 อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง) เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่รวบรวมงานแกะสลักไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้สัก งานแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงโดยสุดยอดช่างฝีมือล้านนา ซึ่งอาจารย์ ชรวย ณ สุนทร ได้รวบรวมอนุรักษ์ไว้ ตัวอย่างเช่น ไม้ขี้เหล็กสลักภาพครูบาศรีวิชัย ไม้ขี้เหล็กเนื้อแข็งมากและแกะยากจนอาจทำให้เครื่องมือเสียได้ ผู้แกะใช้ไม้เนื้อนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ครูบาศรีวิชัยได้ต่อสู้ฝ่าฟันมา นอกจากนี้ยังมีไม้แกะพญางิ้วดำซึ่งเป็นไม้หายาก สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เกิดจากชื่อเสียงเรื่องความงดงามและปราณีตของงานไม้แกะสลักที่มีผีมือยากที่จะหาดูได้ง่าย

การเดินทาง
พิพิธภัีณฑ์บ้าน 100 อัน 1000 อย่าง (บ้านร้อยอันพันอย่าง) ตั้งอยู่ในอำเภอหางดง ริมทางหลวงสาย 108 เชียงใหม่ – สันป่าตอง-จอมทอง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 19 – 20 หากมาจากเชียงใหม่จะอยู่ฟากซ้ายมือ และจากประตูเชียงใหม่มีรถโดยสารสีเหลืองผ่านหลายสายได้แก่ สายทุ่งเสี้ยว หนองตอง จอมทอง บ้านกาด มะขามหลวงเป็นต้น
เปิดให้เข้าชม วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 08:30 น. – 16:30 น. (ปิดบริการวันเสาร์)
ค่าเข้าชม 100 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5335 5819 และ 0 5382 2649

26 ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว (ปางช้างเชียงดาว)

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียวดาว ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาว หรือ ปางช้างเชียงดาว โอบล้อมไปด้วยหมู่ไม้เขียวชอุ่มและขุนเขาสูงชันขนาบข้างด้วยสายน้ำปิงไหลระเรื่อยในดินแดนต้นน้ำ บรรยากาศของศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวจึงดูสงบร่มรื่นในแวดล้อมของกลิ่นอายธรรมชาติทำให้ผู้มาเยือนคล้ายเดินทางย้อนกลับไปพบเจอกับหมู่บ้านช้างในอดีตอันห่างไกลจนอาจกล่าวได้ว่า ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวแห่งนี้เป็นปางช้างที่มีบรรยากาศสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวมีการแสดงช้างทุกวัน เริ่มตั้งแต่พาช้างลงอาบน้ำในแม่น้ำปิง จากนั้นควาญจะนำช้างไปใส่เครื่องลากจูงบนหลังเพื่อลากซุงในป่ามาแสดงให้ชมการแสดงส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ขั้นตอนการชักลากจูงไม้ซุง อันเป็นภารกิจหลักที่ช้างแต่ก่อนทำงานอยู่ในป่าซึ่งสะท้อนให้เห็นความเฉลียวฉลาดและความผูกพันระหว่างควาญช้างกับช้างใน การทำงานร่วมกัน

นอกจากการแสดงแล้วกิจกรรมอันเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวก็คือการนั่งช้างชมทิวทัศน์ซึ่งมีเส้นทางให้เลือกทั้งระยะสั้นครึ่งชั่วโมงและระยะไกลหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จุดเด่นของการนั่งช้างที่นี่คือ การพาช้างเดินท่องน้ำปิงอันมีทัศนียภาพสวยงาม

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ศูนย์ฝึกช้างเชียงดาวตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 56 เขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่แตงและอำเภอเชียงดาว
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 30 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5329 8553

27 เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

สถานที่ตั้ง : อำเภอจอมทอง เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน การใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทางโดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ก่อน เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานจะเลียบไปตามสันเขาที่มีดงต้นกุหลาบพันปีรวมทั้งไม้พุ่มขนาดเล็กอย่างช้ามะยมดอยและต่างไก่ป่า ซึ่งเป็นตัวอย่างของสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ให้ศึกษา ทางช่วงสุดท้ายจะเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งและไปสิ้นสุดที่จุดเริ่มต้นของเส้นทาง รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดิน 2 – 3 ชั่วโมง เส้นทางนี้อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจาก ระดับน้ำทะเล ผู้สนใจต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมคือ เดือนธันวาคม – มกราคม ส่วนในช่วงเดือนมิถุนายน – ตุลาคม เส้นทางนี้ปิดให้บริการเพื่อให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัว

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 42 ของถนนสายจอมทอง – ยอดดอยอินทนนท์ เส้นทางนี้จะผ่านสภาพธรรมชาติที่แตกต่างกัน 2 ลักษณะ คือ ป่าดิบเขากับทุ่งหญ้าบนสันเขา ทางช่วงแรกผ่านเข้าไปในป่าดิบเขาซึ่งมีบรรยากาศร่มครึ้ม มีแสงแดดส่องลงมาเพียงรำไรตามพื้นป่าเต็มไปด้วยเฟินหลากหลายชนิด มีมอสสีเขียวขึ้นคลุมตามโคนต้นไม้และบริเวณริมห้วยที่ชุมชื้น ทางจะเดินขึ้นเขาจนทะลุออกยังทุ่งหญ้าโล่งกว้างของสันกิ่วแม่ปานซึ่งมีแสงแดดจ้าและสายลมแรงทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจากสภาพที่ผ่านมาทันที

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ผ่านอำเภอหางดงและอำเภอสันป่าตองไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 (จอมทอง – ดอยอินทนนท์) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 ที่บริเวณน้ำตกแม่กลางและตัดขึ้นสู่ยอดเขา เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 42 ของ ถนนจอมทอง – ดอยอินทนนท์
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาตดอยอินทนนท์
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5328 6728 และ 0 5328 6729

28 ดอยหลวงเชียงดาว

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงดาว ดอยหลวงเชียงดาว ดอยเชียงดาวมีลักษณะเป็นเทือกเขาซึ่งเทือกเขาเหล่านี้ประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอด ยอดเขาที่สูงที่สุดเรียกว่าดอยหลวงเชียงดาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,220 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง ตำบลเมืองงาย ตำบลเมืองคลง ตำบลเชียงดาวและตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บนยอดดอยหลวงเชียงดาวอากาศค่อนข้างหนาวเพราะว่ามีลมพัดตลอด เมื่อยืนอยู่บนยอดดอยจะเห็นวิว 360 องศา มองไปด้านหน้าก็เป็นมุมพระอาทิตย์ขึ้นมองไปด้านหลังก็เห็นดอยสามพี่น้องและดอยปิรามิดยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางทะเล หมอกสีขาวนวลตา เมื่อมองลงมายังเบื้องล่างจะเห็นเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้ามองมาทางด้านตะวันออกจะมองเห็นเป็นพื้นราบซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองงาย บนยอดดอยหลวงเชียงดาวจึงเหมาะที่จะเป็นที่ชมวิว เพราะไม่มีอะไรมาบดบังสายตา เราสามารถที่จะเห็นยอดเขาทุกลูก ณ จุดนี้ และบนยอดดอยแห่งนี้ก็เหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตก

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ – ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เส้นทางเชียงใหม่ – อำเภอฝาง) ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาว เข้าสู่ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ไปทางเด่นหญ้าขัด ประมาณ2 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงจุดเริ่มเดินการเดินเท้าที่หน่วยฯ เด่นหญ้าขัด
  2. โดยรถประจำทาง – จากจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งช้างเผือกสายเชียงใหม่ – เชียงดาว มาลงที่ปากทางเข้าตำบลแม่นะ เช่ารถยนต์ไปส่งหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ราคาประมาณเที่ยวละ 700 บาท
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแดง
สอบถามข้อมูล โทร. 0 2561 2947

29 บ่อน้ำพุร้อนฝาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง บ่อน้ำร้อนฝาง เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้ดิน มีไอร้อนคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำประมาณ 40 – 88 องศาเซสเซียล มีจำนวนมากกว่า 50 บ่อใน พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ (บ่อใหญ่มีไอน้ำร้อนพุ่งขึ้นสูงถึง 40 – 50 เมตร) บ่อน้ำพุร้อนอำเภอฝางเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ใครผ่านมาเที่ยวอำเภอฝางไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชม เป็นจุดแวะพักอย่างดีสำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในอำเภอฝาง บ่อน้ำพุร้อนฝางตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปกหรืออุทยานผ้าห่มปก ตำบลบ้านปิน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้ๆกันกับที่ทำการอุทยาน ในพื้นที่จะมีทางเดินที่ถูกสร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวเป็นปูนที่ทำเลียนแบบไม้เข้ากับสถานที่มากๆ โดยจุดที่น่าสนใจจะเป็นจุดที่น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาสูงที่สุดในบ่อน้ำพุร้อนฝางโดยจะพุ่งออกมาเป็นช่วงๆ ประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง สูงประมาณ 30 – 50 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติได้จัดบริการห้องอาบน้ำแร่และอบไอน้ำบ่อน้ำร้อนจะอยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเล็กน้อยและทางอุทยานแห่งชาติได้จัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นเขาผ่าป่าเบญจพรรณมาถึงบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร กิจกรรมอาบน้ำแร่และชมทิวทัศน์

การเดินทาง
จากตัวเมืองใช้ใหม่ใช้หลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ พอเข้าสู่อำเภฝาง สังเกตุทางแยกด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปน้ำพุร้อนฝางและอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปกเดินทางขึ้นไปประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงบ่อน้ำพุร้อนฝาง
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปกหรืออุทยานผ้าห่มปก

30 สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานที่ตั้ง : อำเภอฝาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2512 ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระราชประสงค์ให้ชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือเลิกการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยอันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้และต้นน้ำลำธารของประเทศถูกทำลาย สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเป็นสถานีที่ทดลอง ค้นคว้าวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อนำผลการทดลอง ค้นคว้าและวิจัยไปส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ปลูกทดแทนฝิ่น

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีพื้นที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,800 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีเกษตรให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ สถานีเกษตรอ่างขางมีจุดท่องเที่ยวที่หลากหลายได้แก่ เรือนดอกไม้ สวนบอนไซ โรงงานชา สวนไผ่ ศูนย์ข้อมูล สวน 80 สวนคำดอย สวนหอม กุหลาบอังกฤษ สวนสมเด็จ แปลงไม้ผล โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผักเมืองหนาว แปลสาธิตไม้ดอก โรงเรือนกุหลาบตัดดอก พระธาตุดอยอ่างขาง บ้่านขอบด้ง บ้านนอแล บ้านคุ้ม บ้านหลวงและจุดชมวิวระหว่างเดินทางไปหมู่บ้านขอบด้งเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกได้ นอกจากนี้ภายในสถานีฯ ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวน่าสนใจหลากหลายอาทิเช่น ปั่นชมแปลงเกษตรภายในสถานีฯในช่วงฤดูหนาวช่วยเพิ่มความสนุกสนานน่าตื่นเต้นในการเที่ยวชม การขี่ล่อเที่ยวชมสถานีฯเส้นทางศึกษาธรรมชาติและดูนก จุดท่องเที่ยวอื่นๆ และลานกางเต๊นท์ไว้บริการนักท่องเทียว

การเดินทาง
  1. เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) เลี้ยวซ้ายทางแยกตำบลเมืองงาย ตรงเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัยไปยังสวนเกษตรหลวงดอยอ่างขาง
  2. เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ถึง กม. 137 แยกบ้านปางควาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1249 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างชันดังนั้นจึงต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5345 0107 – 9 ต่อ 9

31 เส้นทางเดินชมธรรมชาติลอยฟ้า

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ริม เส้นทางเดินชมธรรมชาติลอยฟ้า เส้นทางเดินชมธรรมชาติลอยฟ้า ตั้งอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ระยะทางกว่า 400 เมตร สูงเหนือพื้นดินกว่า 20 เมตร สามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของทิวยอดไม้ในแบบ 360 องศา โอบล้อมด้วยความอลังการของต้นไม้ ภูเขา รวมไปถึงทะเลหมอกจางๆ ที่ลอยละล่องเหนือปลายยอดไม้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยโครงสร้างของทางเดินนี้ทำมาจากเหล็กกล้า แข็งแรง และทาด้วย สีเทาอมเขียว เพื่อให้มีความกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติโดยรอบ บางช่วงมีกระจกใสสามารถมองเห็นลงไปด้านล่างได้ สร้างความตื่นตาเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบ ความสูงโดยเฉพาะ

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ – ฝาง) ตรงไปถึงอำเภอแม่ริม กิโลเมตรที่ 17 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 (แม่ริม – สะเมิง) ฟาร์มกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้ออยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 12 จากเส้นทางแม่ริม – สะเมิง
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5384 1000