สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย
อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย บริเวณทางแยกที่จะไปอำเภอแม่จันชาวหรือที่เรียกกันว่า "ห้าแยกพ่อขุน" เดิมทีพ่อขุนเม็งรายเป็นเจ้านครหิรัญเงินยาง (เมืองเก่าตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณเชียงแสน) ก่อนที่เชียงรายจะถูกก่อตั้งเป็นเมืองศูนย์กลางการบริหารในปี พ.ศ. 1805 จากนั้นพ่อขุนเม็งรายได้รวมอำนาจโดยการรวมเมืองต่างๆในภาคเหนือและก่อตั้งเป็นอณาจักรล้านนาไทยในปี พ.ศ 1839 มีเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง
กู่พระเจ้าเม็งราย (Ku Phra Chao Meng Rai)
ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดงำเมือง บนดอยงำเมืองในเขตเมืองเชียงราย กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่งเพราะเป็นที่บรรจุอัฐิของพ่อขุนเม็งราย วัดร่องขุ่น หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งคือ วัดขาว ปัจจุบันวัดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมากขึ้น ซึ่งวัดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมและภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ออกแบบและดูแลการก่อนสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งปราถนาจะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสววรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้ ภายในวัดมีรูปปั้นต่างๆที่มีตามความเชื่อทางศาสนา เริ่มก่อสร้างเมีปี พ.ศ. 2540 คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2551 นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีห้องจัดแสดงภาพศิลปะภาพวาดที่งดงามโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ การเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปทางทิศเหนือขับไปตามถนนสายเอเชีย วัดร่องขุ่น
วัดพระธาตุดอยทอง (Wat Phra That Doi Thong )
วัดพระธาตุดอยทอง หรือ วัดพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่บนดอยจอมทองริมฝั่งแม่น้ำกกทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองเชียงราย ตามตำนานเล่าว่าเป็นพระธาตุเก่าแก่ที่มีมาก่อนเมืองเชียงราย สันนิษฐานว่าเมื่อพ่อขุนเม็งรายทรงพบชัยภูมิที่สร้างเมืองเชียงรายจากดอยจอมทองนั้น คงจะมีการบูรณะองค์พระธาตุใหม่พร้อมๆกับการสร้างเมืองเชียงราย จากจุดนี้สามารถมองเห็นวิวเมืองและทัศนียภาพของแม่น้ำกก เจดีย์ของวัดดอยทองเชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุประบรมสารีริกธาตุที่เก่าแก่ที่สุดอาจถูกสร้างเมื่อช่วงเวลาเดียวกับที่ก่อตั้ง เสาสะดือเมือง (เสาหลักเมือง) ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 725 ปีของการก่อตั้งเมืองเชียงรายและได้มีการบูรณะในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: (053) 716 055 วัดพระสิงห์ ตั้งอยู่บริเวณถนนท่าหลวงใกล้ศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ จังหวัดเชียงใหม่ พระอุโบสถ์มีลักษณะพิเศษออกแบบตามศิลปะล้านนาไทยมีความงดงามเป็นอย่างมากและแผงประตูแกะสลักโดยช่างฝีมือร่วมสมัยของเชียงราย
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร (The Sirindhorn Chinese Language and Culture Center)
ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิริธร ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมืองระห่วางมหาวิทยลัยแม่ฟ้าหลวงและรัฐบาลสาธารณประชาชนจีน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นเกียรติในวโรกาสครบรอบ 100 ปี ของวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีและเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ การออกแบบและการก่อนสร้างใช้เวลารวมทั้งสิ้น 7 เดือน คิดเป็นมูลค่าในการก่อนสร้างประมาณ 60 ล้านบาท คณะรัฐบาลจีนได้ส่งตัวแทนมาเพื่อทำการสำรวจพื้นที่และออกแบบการก่อสร้างอาคารศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน การก่อสร้างศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน ได้ยึดเอาศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบซูโจว เป็นโครงสร้างของอาคารโดยมีกำแพงล้อมรอบตัวอาคารทั้งหมดสี่ด้าน ภายในประกอบด้วยสวนหินและสระบัว ศาลาดูปลา ที่สร้างตามแบบดั้งเดิมของจีน การก่อสร้างศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนแห่งนี้ได้นำเอาวัสดุการก่อสร้างที่สำคัญบางส่วนมาจากประเทศจีนเช่น ปูนปั้นมังกร หลังคา ครอบเชิงชาย สิงโตคู่ บัวเสา ตลอดจนรูปแบบศิลปะแบบจีน ประตูวงพระจันทร์ หน้าต่างหกเหลี่ยม ประตูและหน้าต่างลวดลายจีน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : (053) 917 093, (053) 917 097 วัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเชียงราย มีความสำคัญคือเป็นสถานที่ค้นพบพระมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต ในปี พ.ศ. 1987 พระแก้วมรกตได้ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานไว้สักการบูชาในเมืองหลวงของรัฐต่างๆ นับจากลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ เวียงจันทน์และปัจจุบันประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีแบบจำลองพระพุทธรูปเนื้อหยกสีเขียวมรกตและรูปปั้นสีทองอายุประมาณ 700 ปีของพระเจ้าล้านทอง ซึ่งตั้งอยู่ในพระอุโบสถแบบเชียงแสน
พิพิธภัณฑ์อูบคำ (Oub Kham Museum)
พิพิธภัณฑ์อูบคำ ตั้งอยู่เลขที่ 81/1 ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า เป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของโบราณ ประกอบด้วยเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนาและของบรรณาการจากพันธมิตรของอณาจักรล้านนาเช่น พม่า จีนและเวียดนาม นอกเหนือจากวัตถุที่ใช้ในการทำพิธกรรมแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องใช้ในราชสำนัก อย่างพวกเครื่องเคลือบ เครื่องประดับ เครื่องเงิน เครื่องใช้ในราชสำนักและผ้าทอในราชสำนัก พระราชบัลลังก์ของกษัตริย์ไตเหนือและที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ อูบคำ ทำจากไผ่นำมาสานจัดกันลงรักปิดทอง เป็นภาชนะสำหรับใส่อาหารสำหรับพระมหากษัตริย์และพระสงงฆ์ชั้นผู้ใหญ่
เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 09.00 -18.00 น. ค่าเช้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: (053) 713 349 วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 1211 ประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไป 11 กิโลเมตร หรือไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (สายเชียงราย - พะเยา) ประมาณ 15 กิโลเมตร จะมีป้ายแยกขวาไปอีก 17 กิโลเมตร ถึงที่ทำการวนอุทยานแล้วเดินเท้าไปยังตัวน้ำตกอีกประมาณ 30 นาที ระยะทาง 1200 เมตร น้ำตกขุนกรณ์เป็นน้ำตกสวยที่สูงที่สุดของจังหวัดเชียงรายชาวบ้านเรียกว่าน้ำตกตาดหมอก มีความสูงถึง 70 เมตร สองข้างทางที่เดินเข้าสู่น้ำตกเป็นป่าเขาธรรมชาติร่มรื่น ล้อมรอบไปด้วยป่าหนาแน่นเป็นเส้นทางเดินป่าที่ดีแห่งหนึ่ง
แม่น้ำกก (Mae Kok River)
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดของจังหวัดเชียงราย มีต้นกำเนิดในประเทศพม่าไหลจากบ้านท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ มาบรรจบแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียง ท่าเรือบ้านท่าตอนมีแพและเส้นทางสำหรับสำรวจป่าเพื่อการผจญภัยสำหรับ 1 วัน ในบรรยากาศที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าดิบทึบและสายน้ำที่ไหลเย็น นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำจากตัวเมืองเพื่อท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกกซึ่งสองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาต่างๆ เช่น อีก้อ ลีซอกะเหรี่ยง เที่ยวชมถ้ำพระหรือจะแวะปางช้างเพื่อนั่งช้างเที่ยวรอบป่าแวะเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อน อัตราค่าเช่าเหมาเรือราคาอยู่ที่ประมาณ 300 - 700 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง ท่าเรืออยู่ที่โรงแรมดุสิตไอซ์แลนด์รีสอร์ท (Dusit Island Resort)
เป็นศูนย์กลางอุทยานศิลปะการศึกษาและวัฒนธรรมล้านนาที่ได้ทุมเทเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนา
แบ่งพื้นที่การจัดแสดง 5 ส่วนดังนี้ :
  1. สวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ
  2. หอคำ
  3. หอคำน้อย
  4. ศาลาแก้ว-จัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า
  5. หอแก้ว-จัดแสดงผลงานเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์
เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) : ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 18.00 น.
ค่าบริการ: คนไทย 150 บาท ต่างชาติ 200 บาท
หาดเชียงราย (Haad Chiang Rai)
ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวริมฝั่งแม่น้ำที่สวยงามนักท่องเที่ยวสามารถแวะรับประทางอาหารมีเรือนแพตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งแม่น้ำกกจะไหลผ่านเทือกเขาต่างๆทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงาม
น้ำพุร้อนห้วยหมากเลี่ยม (Huay Hmak Lium Hot spring)
เป็นน้ำพุร้อนอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกก เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติมีอุณหภูมิความร้อนประมาณ 67 องศาเซลเซียส ในฤดูร้อนมีฝูงช้างข้ามผ่านน้ำพุร้อนแห่งนี้ บริเวณโดยรอบมีทิวทัศน์สวยงามของแม่น้ำกกและที่พักให้บริการ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปทางเหนือประมาณ 29 กิโลเมตร เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น เผ่าอาข่า เผ่าเย้า ขายสินค้าจำพวกงานฝีมือ ครื่องเงินหรือสินค้าหันตถกรรมในท้องถิ่นตามร้านค้าต่างๆ อยู่ห่างจากอำเภอแม่จันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร ทางภาคเหนือของประเทศไทย สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง เป็นหนึ่งใน "Unseen Thailand" ที่อยู่บนดอยสูงในถิ่นกันดารห่างไกลของจังหวัดเชียงราย แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในอำเภอศรีคำ ในการเดินทางและบรรทุกสัมภาระแต่ละครั้งแม้แต่ชาวบ้านยังต้องใช้ม้าแกลบ ท่านพระครูเหนือชัย โฆษิโต หรือเป็นที่รู้จักดีว่า "พระขี่ม้า" ดำรงตำเเหน่งเป็นเจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์ อดีตนายทหารม้าเก่า จึงให้พระเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตรวิ่งระยะทางร่วม 5 กิโลเมตรไปยังหมู่บ้านกว่า 40,000 ไร่ ทุกๆเช้าท่านพระครูบาเหนือชัย จะออกมารับบิณฑบาตรตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 – 08.00 น. บริเวณลานพระแก้ว เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่จะพบได้แห่งเดียวคือที่ประเทศไทย
ดอยหัวแม่คำ (Doi Hua Mae Kham)
ดอยหัวแม่คำ เป็นภูมิลำเนาของชาวเขาใกล้ชายแดนไทย-พม่า เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงโดยรถยนต์จากแม่จัน บ้านเทิดไทย บ้านห้วยใน ตามเส้นทางตามขอบเขาสูงชัน เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าลีซอ อาข่าและเผ่ามูเซอที่มีความรู้น้อยดอยหัวแม่คำเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในราวกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ดอกบัวตองจะบานสะพรั่งไปทั้งหุบเขาแซมอยู่ตามหมู่บ้านชาวเขาดูสวยงามมาก ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ 13 กิโลเมตรที่ 12 ถนนท่าตอน-ป่าตึง ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 36 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ เป็นจุดที่สามาถชมความงดงามของธรรมชาติที่ล้อมรอบได้วยป่าไม้สวยงามหลายหลากพันธุ์ พบความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กับฆ้องชัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก อุทยานแห่งศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาลุ่มน้ำโขง 6 ชาติ ชื่นชมความงามตามธรรมชาติและย้อนอดีตเพื่อสัมผัสความเป็นอยู่และวัฒนธรรม ประเพณีของชุมชนภาคเหนือ ชาวไทยภูเขาและชนเผ่าต่างๆแห่งลุ่มแม่น้ำโขง นอกจากนี้ยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเกี่ยวกับลุ่มแม่น้ำโขง น้ำตกสวยใสและบริการร้านอาหารแสนอร่อย
เปิดให้บริการทุกวัน : ตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 18.00 น.
การแสดงศิลปวัฒนธรรม : ตอนเช้าเริ่ม 11.00 น. ช่วงบ่ายเริ่ม 02.00 น. จากตัวเมืองเชียงรายตามเส้นทางไปยังดอยแม่สลองประมาณ 15 กิโลเมตร จะพบกับศูนย์ช่วยเหลือและดูแลถิ่นฐานของชาวเขาตามท้องถิ่น มีการฉายสไลด์เกี่ยวกับความเป็นมาของชาวไทยภูเขาประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมถึง 5 ภาษาคือ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมันและฝรั่งเศส รวมทั้งมีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้หัตถกรรม เครื่องเงิน ผ้าทอและสินค้ามากมายจากฝีมือชาวบ้าน
น้ำพุร้อนป่าตึงหรือโป่งน้ำร้อนห้วยหินฝน (Par Tung Hot Spring Huay Hin Fon Hot Spring)
ตั้งอยู่บ้านป่าตึง หมู่ 11 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน อยู่ช่วงระหว่างไปเส้นทางดอยแม่สลอง (เส้นทางใหม่) บนทางหลวงหมายเลข 1089 (กิโลเมตรที่ 78) ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง จากอำเภอแม่จันเป็นบ่อน้ำพุร้อนและทัศนียภาพที่สวยงาม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : (053) 772 577 เชียงของ เป็นเมืองขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขงซึ่งตรงข้ามกับห้วยทรายของลาว จากตัวเมืองประมาณ 115 กิโลเมตร หรือจากเมืองเชียงแสนประมาณ 55 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1129 เชียงของนับว่าสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการจับปลาบึกซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฤดูการจับปลาบึกอยู่ระหว่างกลางเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี

ล่องเรือชมทัศนียภาพที่สวยงามและพบกับวิถีชีวิต ตามแนวฝั่งแม่น้ำโขงแวะชมหมู่บ้านหาดบ้ายซึ่งเป็นชุมชนไทยลื้อ ที่มีขนบธรรมเนียมประเณีอันงดงามน่าสนใจ โดยเฉพาะฝีมือการทอผ้าพื้นเมืองอันมีลวดลายสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวที่ต้องการข้ามไปเมืองห้วยทรายในประเทศลาวสามารถติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือตัวแทนทัวร์ที่อำเภอเชียงของ

อยู่ในอำเภอเชียงของ เป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงทางด้านการจับปลาบึกซึ่งเป็นหลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความยาวประมาณ 2.5 เมตร น้ำหนัก 300 กิโลกรัม ช่วงที่มีการจับปลาบึกจะอยู่ในช่วงวันที่ 18 เมษายนของทุกปี 25 กิโลเมตรจากตัวเมืองเชียงรายไปตามถนนเชียงแสน - เชียงของ เป็นที่ตั้งของชุมชนไทยลื้อเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการทอผ้าพื้นเมืองที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ตั้งอยู่บริเวณริ่มฝั่งแม่น้ำโขง อยู่ห่างจากอำเภอม่จันทร์ไปประมาณ 30 กิโลเมตรโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 หรือจากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 110 จากนั้นเลี้ยวขาวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1016 เข้าไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร สามเหลี่ยมทองคำ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงรายแล้วหากยังมาไม่ถึงหรือไม่แวะมาชมวิวทิวทัศน์ที่สามเหลี่ยมท่องคำ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเป็นแหล่งทอ่งเที่ยวรอยต่อระหว่างประเทศไทย ลาวและพม่า โดยมีแม่น้ำโขงตัดผ่านระหว่างพรมแดน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของการเพาะปลูกฝิ่นในประเทศไทย

การเดินทางจากเมืองโบราณเชียงแสนไปทางเหนือประมาณ 9 กิโลเมตร ขับเรียบไปตามฝั่งแม่น้ำโขง เป็นบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศได้แก่ไทย พม่าและลาว ลักษณะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมมาบรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกเรียกว่า "สบรวก" ภายในบริเวณนี้ยังคงมีโบราณสถานมากมายและได้พิสูจน์แล้วว่าพื้นที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับแหล่งตั้งถิ่นฐานและต้นกำเนิดของบรรพบุรุษล้านนา

สำหรับผู้ที่สนใจ สามาถเช่าเรือหางยาวเพื่อชมวิวิทิวทัศน์ต้นน้ำของสามเหลี่ยมทองคำ โดยล่องเรือไปตามกระแสน้ำลงไปยังเชียงของ การนั่งเรือเที่ยวชมสามเหลี่ยมทองคำและเชียงของใช้เวลาประมาณ 40 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับกระแสน้ำและระดับน้ำ หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5,600 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงามของอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฎหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่องในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆ และยาเสพติดในชนิดอื่นๆ เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของพืชชนิดนี้ จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง แสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่นอันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น

นิทรรศการอื่นๆได้น้ำเสนอในลักษณะที่ส่งเสริมให้เรียนรู้เกี่ยวกับยาเสพติดเริ่มใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันในรูปแบบของยามหัศจรรย์ หอฝิ่นได้นำเสนอสนธิสัญญาฝิ่น กฎหมายเกี่ยวกับฝิ่น องค์การที่แก้ไขปัญหานี้ ความขัดแย้งและการพัวพันอาชญากรรม ผลกระทบที่เลวร้ายของยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถต่อต้านได้ มาตรการควบคุมและปราบปรามยาเสพติดและกรณีศึกษาที่นำเสนอทางเลือกและโอกาสที่จะต่อสู้กับความเย้ายวนจากสารเสพติด

หอฝิ่นได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนต์และวีดิทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับและยาเสพติดจากหลายประเทศทั่วโลก

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หมู่ 1 บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150
ตรงข้ามกับ โรงแรมอนันตรา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล (Anantara Golden Triangle)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: (053)784 444 แฟกซ์: 0 5365 2133 อีเมลล์: hallofopium@doitung.org
เว็บไซต์: www.goldentrianglepark.com

วัดพระธาตุผาเงา ตั้งอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ 4 ตามเส้นทางเชียงแสน-เชียงของ พระธาตุผาเงาที่ตั้งอยู่บนยอดหินก้อนใหญ่ คำว่าผาเงาก็คือ เงาของก้อนผา (ก้อนหิน) หินก้อนนี้มีลักษณะสูงใหญ่คล้ายรูปทรงเจดีย์และทำให้ร่มเงาได้ดีมากชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า "พระธาตุผาเงา" มีลักษณะสูงใหญ่คล้ายรูปทรงเจดีย์ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นวิหารเก่าของเชียงแสน มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลายรูปแบบ วัดแห่งนี้มีจุดชมวิวที่มีความเป็นเอกลักษณ์และความงดงามของแม่น้ำโขง ประเทศลาวและอำเภอเชียงแสน พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงแสนเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้มาจากบริเวณเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา ที่รู้จักและมีชื่อเสียงที่สุดคือพระพุทธรูปเชียงแสน ศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อและชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่นเครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับอุปกรณ์เครื่องสูบฝิ่น
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ ):
ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.
ทะเลสาปเชียงแสน (Chiang Saen Lake)
ขับรถไปทางใต้ของเมืองเชียงแสน ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1016 (เชียงแสน-แม่จัน) แล้วแยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 27 จะพบกับทะเลสาบเชียงแสนเป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ืสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ จะมีฝูงนกน้ำอพยพมาอาศัยที่ทะเลสาบแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีให้บริการร้านอาหารและโรงแรมที่พัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและกีฬาทางน้ำที่หลากหลาย จากทะเลสาบเชียงแสนเพียง 2 กิโลเมตร จะพบกับวัดพระธาตุดอยปูเข้าเชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ แห่งเวียงหิรัญนครเงินยาง ในช่วงศตวรรษที่ 8 วัดแห่งนี้อยู่ริมแม่น้ำใกล้กับตลาดสบรวก ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบสามเหลี่ยมชัดเจนและงดงาม มีโบราณสถานประกอบด้วยพระวิหารและกลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตตำบลเวียง วัดป่าสักแห่งนี้ เคยเป็นที่ประดิษฐานของปรมาจารย์ของพระเจ้าแสนภู โดยให้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ. 1930 ทำการปลูกต้นสักล้อมรอบวัดจำนวน 300 ต้น จนได้ชื่อว่าวัดป่าสัก มีการทำลวดลายปูนปั้นประดับเจดีย์ ซึ่งมีฐานกว้าง 8 เมตร สูง 12.5 ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมล้านนาที่สวยงามที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่ถัดไปจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน เป็นโบราณสถานระฆังทรงคว่ำแบบล้านนา สูง 88 เมตร ฐานกว้าง 24 เมตร เป็นเจดีย์สไตล์ล้านนาที่ใหญ่ที่สุด สร้างโดยพระเจ้าแสนภูในช่วงปี พ.ศ. 1833 นอกจากนี้ยังมีซากของวิหารโบราณและเจดีย์เก่าแก่ที่พังทลายลงมา อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1.7 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนดอยจอมกิตติ นอกเมืองเชยงแสนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่พระเจดีย์ทรงปราสาทยอดทรงระฆังหลังคารูปบัวคว่ำ พระเจ้าพังคราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1483 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาเจ้าสุวรรณคำล้าน เจ้าเมืองเชียงแสนได้สร้างครอบเจดีย์องค์เดิมไว้เมื่อปี พ.ศ.2030 ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมองค์เจดีย์ในปัจจุบัน
วัดสังฆาแก้วดอนหัน (Wat Sangkha Kaew Don Han)
ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดพระธาตุจอมกิตติ ลักษณะของภาพเป็นการเขียนลงบนอิฐก่อนการเผา ที่น่าสนใจคืออิฐดังกล่าวถูกนำมาก่อเป็นผนังและฉาบปูนปิดทับ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญมากมายโดยเฉพาะภาพขูดขีดบนแผ่นอิฐเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติตอนเวสสันดรชาดกเช่น พระเวสสันดรเดินป่า ชูชกเฝ้าพระเวสสันดรเป็นต้น ล่องเรือแม่น้ำโขง
วัดพระเจ้าล้านทอง (Wat Phra Chao Lan Thong)
วัดพระเจ้าล้านทอง ตั้งอยู่ในเขตกำแพงเมืองเชียงแสน พระเจ้าทองงั่วหรือพระยาครีรับฏเงินกอง พระราชโอรสของพระเจ้าติโลกราชเป็นผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ.2032 โดยทรงให้หล่อพระพุทธรูปสำริดที่มีน้ำหนักล้านทองหรือประมาณ 1200 กิโลกรัม หน้าตักกว้าง 2 เมตร สูง 3 เมตรเศษแล้วทรงขนานนามว่า "พระเจ้าล้านทอง" เป็นพระประธานในวิหารหลวง สามารถจ้างเรือจากเชียงแสนไปยังสามเหลี่ยมทองคำหรือเชียงของ ช่วงการท่องเรือไปยังสามเหลี่ยมทองคำจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีและเดินทางถึงเชียงของ ประมาณ 1.30 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความแรงของกระแสน้ำและระดับน้ำ ดอยแม่สลองตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านสันติคิรี เป็นที่ตั้งของชุมชนของชาวจีนยูนนาน ซึ่งบรรพบุรุษเป็นทหารจีนคณะชาติจากกองพล 93 อพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขตไทยตั้งแต่ปี 2504 วัฒนธรรมชาวจีนยูนนานไม่ว่าจะเป็นสภาพบ้านเรือน อาหารการกิน วิถีชีวิตของชาวจีน บรรยากาศที่เงียบสงบและชาวเขาในพื้นที่จึงเป็นจุดดึงดูดให้ผู้คนสนใจมาเที่ยวดอยแม่สลองสนุกสนานไปกับเมืองเล็กๆในหุบเขา อาหารจีนน่าลิ้มลอง โรงแรมและเกสท์เฮาส์ขนาดเล็กและชมสวนกาแฟ สวนชาและสวนผลไม้ ดอยแม่สลองนี้ยังเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่มีคุณภาพของภาคเหนืออีกด้วย มีทั้งชาอู่หลงก้านอ่อน ชาโสม และชาเขียวในราวเดือนธันวาคมและมกราคมจะได้พบทิวทัศน์สวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุดสีชมพูอมขาวจะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลองและหมู่บ้านชาวเขาเหมาะสำหรับกิจกรรมเดินป่า

การเดินทางดอยแม่สะลอง จากตัวเมืองเชียงรายใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน ประมาณ 29 กิโลแมตรจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 41 กิโลเมตรเป็นทางลาดยางตลอดสาย ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ น้ำพุร้อนและจุดแวะซื้อหัตถกรรมชาวเขา ขากลับสามารถเดินทางด้วยทางหลวงหมาเลข 1234 และ 1130 ผ่านหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า จากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอนรวมระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตรเป็นทางลาดยางตลอดสาย ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือแม่น้ำกก มีโรงแรมและเกสท์เฮาส์พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ดอยตุงอยู่ในอำเภอแม่ฟ้าหลวงสามารถเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 110 ประมาณ 48 กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นถนนทางลาดยางตลอดสายไปถึงดอยตุงตลอดระยะทางมีทัศนียภาพอันงดงามของภูเขา ตำหนักดอยตุง (พระตำหนักดอยตุง) ไร่แม่ฟ้าหลวงและหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า มูเซอร์ นอกจากทัศนียภาพที่สวยงามแล้วสถานที่เด่นที่สุดคือพระธาตุดอยตุงเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่อยู่บนยอดเขา

บนดอยตุงเป็นที่ตั้งของตำหนักที่สวยงามคือ พระตำหนักดอยตุง เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่าตั้งอยู่บริเวณเนินเขาติดอ่างเก็บน้ำป่ากล้วย

สถานที่สำคัญสำหรับผู้เข้าชมพระตำหนักดอยตุงคือ "สวนแม่ฟ้าหลวง" สวนสวยที่เต็มไปด้วยพืชและดอกไม้หลายร้อยชนิดที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงามเช่น ดงกุหลาบพันปี สวนน้ำพุ สวนหินและสงบสุขในเส้นทางธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยกลิ่นไม้สนไม้เมืองหนาวละลานตาด้วยแปลงไม้ดอกไม้พุ่มหมุนเวียนกันเบ่งบานตลอดปีสวนแม่ฟ้าหลวงตั้งเป็นเกียรติแก่สมเด็จย่าและโครงการพัฒนาดอยเป็นโครงการอันเกิดจากพระราชดำริของ (สมเด็จย่า) สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจัดตั้งขี้นในปี พ.ศ. 2530 ที่มุ่งหวังจะพัฒนาพื้นที่แห่งนี้รวมทั้งชีวิตของชาวเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดี บ้านผาหมี อยู่ในตำบลเวียงพางคำเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า มีระยะทางไม่ห่างไกลจากตัวเมือง ด้วยสภาพภูมิทัศน์ที่สวยงามของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนป่าภูเขาหินอ่อน ฉากหลังสลับกับสวนผลไม้ ชา กาแฟ ลิ้นจี่ สามารถเดินทางเรียบชายแดนไทย-พม่า ไปสู่ดอยช้างมูบบนพระธาตุดอยตุง อำเภอแม่สาย อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 62 กิโลเมตรจากทางหลวงหมายเลข 110 (เชียงราย-แม่สาย) เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทย พรมแดนระหว่างแม่สายกับพม่าอยู่ที่บริเวณอำเภอท่าขี้เหล็กมีแม่น้ำสายกั้นเขตแดนระหว่างไทย-พม่ามีสะพานข้ามไปยังด่านชายแดน นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปยังตลาดท่าขี้เหล็กโดยนำบัตรประชาชนและเสียค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาทที่จุดผ่านแดน (สำหรับชาวต่างประเทศเสียค่าธรรมเนียม 5 เหรียญสหรัฐและใช้พาสปอร์ต ติดต่อที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย) นอกจากนี้ยังมีบริการทัวรเชียงตุงในประเทศพม่าอยู่ห่างจากด่านชายแดนไปประมาณ 160 กิโลเมตร พระธาตุดอยตุงตั้งอยู่บนดอยตุงภูเขาที่สูงที่สุดในเชียงรายมีความสูงประมาณ 2,000 เมตร อยู่ห่างไปทางใต้ของอำเภอแม่สายประมาณ 50 กิโลเมตรใกล้กับพรมแดนพม่า ระยะทางสู่ยอดเขาประมาณ 40 กิโลเมตรเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวไปตามภูเขา มีทัศนียภาพที่สวยงามสามารถมองเห็นวิวฝั่งประเทศลาวและพม่า

พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 และมีการปรับปรุงโดยพระเจ้าเม็งรายมหาราชกษัตริย์ผู้ครองเมืองเชียงรายมีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 13 ต่อมาในปี 2470 หรือศตวรรษที่ 20 ครูบาศรีวิชัยได้ทำการบูรณะองค์พระธาตุในแบบล้านนา

องค์พระธาตุประกอบด้วยเจดีย์คู่แบบล้านนาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) จนถึงปัจจุบันเป็นสถานที่เคารพสักการะของคนไทยทั่วประเทศ ตลอดจนพม่าและลาว ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 12 ก่อนถึงอำเภอแม่สาย ตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตรจะเห็นเขาที่มีรูปร่างคล้ายผู้หญิงนอนทอดกาย เกิดจากทิวเขาหลายๆ ลูกมาซ้อนเลื่อมกันจนเกิดมุมมองให้เห็นเป็นรูปร่างดังกล่าง ตั้งอยู่ห่างไปทางเหนือของขุนน้ำนางนอมประมาณ 1 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 110 (เชียงราย-แม่สาย) เข้าไปประมาณ 1.8 กิโลเมตร ถ้ำนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าภายในถ้ำได้รับการบูรณะตกแต่งด้วยการปูพื้นถ้ำด้วยหินอ่อน อยู่ถัดจากถ้ำปุ๋มถ้ำปลาเข้าไปประมาณ 150 เมตรภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย
ถ้ำผาจม (Tham Pha Chom)
อยู่ทางตะวันตกของอำเภอแม่สายประมาณ 2.5 กิโลเมตร ติดชายแดนระหว่างไทย – พม่า มีแม่น้ำแม่สายเป็นเขตแดนกั้นห่างจากสะพานข้ามไปประเทศพม่าประมาณ 800 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยที่สวยงาม ในถ้ำมีพิพิธภัณฑ์พระธาตุและเป็นสถานที่ศึกษาปฏิบัติธรรม อุทยานแห่งชาติดอยหลวงตั้งอยู่ไปทางใต้จากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 65 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,170 ตารางกิโลเมตร ครอบคุลมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง พะเยาและอำเภอพานจังหวัดเชียงราย นอกเหนือจากเส้นทางเดินป่า บริเวณอุทยานแห่งชาติยังมีน้ำตกอีก 2 แห่งได้แก่น้ำตกปูแกงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมีทั้งหมด 9 ชั้นลดหลั่นกันไปมีน้ำไหลตลอดปี การเดินทางไปยังน้ำตกขับรถใช้เส้นทางเชียงราย-พะเยาประมาณ 58 กิโลเมตรถึงหมู่บ้านปูแกงที่กิโลเมตรที่ 77 จากนั้นเลี้ยงขวาเข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตรก็จะพบกับน้ำตกขนาดใหญ่ท่ามกลางป่าที่อุดมสมบูรณ์น้ำตกไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินปูน มีบริเวณสำหรับตั้งแคมป์และเดินป่าไว้บริการนักท่องเที่ยว

นอกจากในบริเวณใกล้เคียงยังมี "พาน แกลอรี่" เป็นแหล่งรวบรวมผลงานของช่างผีมือดี ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างหอศิลป์เพื่อให้เป็นศูนย์รวมผลงาน การเดินทางไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายไปทางหนือขับไปตามถนนสายเอเชียสังเกตุจากป้ายบอกทาง วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่ทางใต้ของดอยผาตั้งในอำเภอเทิงประมาร 25 กิโลเมตร สภาพอากาศค่อนข้างเย็นตลอดมีพุ่มไม้ดอกสวยงามหลายชนิดและทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ประมาณ 300 ไร่ บนยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของประเทศลาว นอกจากนี้ยังสามาถมองเห็นวิวของดอยฝาตั้ง เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างคืนที่บ้านร่มฟ้าทองและร่มฟ้าไทย ดอยผาหม่นตั้งอยู่ที่อำเภอเทิง ในฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทุ่งดอกทิวลิป ลิลลี่ ซัลเวียแดง ไฮเกรนเยีย เบญจมาศและดอกไม้เมืองหนาวอีกหลายสายพันธุ์ ระหว่างทางจากตัวเมืองไปดอยผาหม่นตามทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงราย-เชียงของ) จากนั้นใช้ทางหลวงหมาเลข 1155 (ไปอำเภอเนินมะปราง) ใช้เวลาการเดินทางทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที อยู่ในท้องที่บ้านน้ำตกพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งก่อ กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545

วนอุทยานแห่งชาติห้วยแม่สักอยู่สูง 480 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นน้ำตกชั้นเดียวมีความสูงประมาณ 15 เมตร ล้อมร้อบด้วยป่าไม้ที่ร่มรื่นและทัศนียภาพที่สวยงาม
กิจกรรม: อาบน้ำแร่ , นั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำ

จากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 1233 (เชียงราย-เวียงชัย) ผ่านอำเภอเวียงชัยหมู่บ้านลาวเจริญใช้ระยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร หลังจากนั้นใช้ถนนกรมโยธาธิการไปทางใต้ไปหมู่บ้านลาวเจริญและหมู่บ้านน้ำตกพัฒนาระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ขับไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จุถึงอุทยาน รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงรายถึงอุทยานน้ำตกห้วยแม่สักมีระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร

ค่าธรรมเนียมในการเข้าอุทยาน
- ผู้ใหญ่: 100-400 บาท/คน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอุทยาน)
- เด็ก (อายุต่ำกว่า 14 ปี): 50-200 บาท/คน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับอุทยาน)

ดอยผาตั้ง ดอยผาตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายไปประมาณ 160 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวสองฝั่งโขงบนหน้าผาสูงมองเห็นวิวทิวทัศนท์ของชายแดนไทย-ลาว มีทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำและทะเลหมอกให้ชมเกือบทั้งปี ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ลและชา สถานทีท่องเที่ยวอีกแห่งที่ได้รับการพัฒนาเมื่อไม่นานมานี้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเวียงป่าเป้าประมาณ 16 กิโลเมตร เคยเป็นชุมชนโบราณและแหล่งผลิตเครื่องถ้วยที่สำคัญของดินแดนล้านนาในอดีต มีการค้นพบ "เตากาหลง" เป็นเตาก่อด้วยอิฐลักษณะเป็นประทุนคล้ายกระดองเต่า มีความกว้าง 2 เมตร 50 เซ็นติเมตร จากอำเภอเมืองเชียงรายขับรถไปทางใต้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลย 118 (บรรจบเส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่-พะเยา) ถึงอำเภอเวียงป่าเป้า (รวมระยะทางประมาณ 75-80 กิโลเมตร) สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางจาก เชียงราย ไปเชียงใหม่โดยผ่านอำเภอดอยสะเก็ด สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางจากเชียงรายไปเชียงใหม่ผ่านดอยสะเก็ดทางหลวงหมายเลข 1014 เชียงใหม่-ดอยสะเก็ด) แนะนำให้แวะที่เวียงกาหลงก่อนเดินทางไปเชียงใหม่
อุทยานขุนแจ (Khun Chae National Park)
ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 118 (ถนนเชียงใหม่-เชียงราย) สำนักงานอุทยาอยู่ติดกับทางหลวงระหว่างกิโลเมตรที่ 55-56 นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินป่าและเข้าค่ายภายในอุทยานจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์แคมป์ไปเอง ระหว่างเดินป่าในอุทยานขุนแจเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ได้ผจญภัยตามเส้นทางภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง และหน้าผาสูงชันกว่า 1,400 เมตร เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินป่าและชอบการผจญภัยสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามเพลิดเพลินไปกับน้ำตกและลำธารบนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ปกคลุมด้วยพืชพันธ์หลายชนิด

กลับสู่ด้านบน
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ขณะนี้เชียงรายเวลา 07:50  [ eng | ไทย | deu ]