หน้าแรก
โรงแรมและที่พัก
ปลายทาง
ท่องเที่ยวเชียงราย
กิจกรรมที่น่าสนใจ
ข้อมูลการเดินทาง
ภาษา
ขณะนี้เชียงรายเวลา 03:23 (GMT+7)
เลือกสถานที่พัก ?
วันที่เข้าพัก:
  
วันที่ออก:
  
จำนวนคืน:
คืน
ผู้ใหญ่ / เด็ก:

all

เลือกสถานที่พัก ?

change

กรุงเทพ

change

ภูเก็ต

change

เกาะสมุย

change

กระบี่, Koh Lanta, Phi-Phi

change

พัทยา, Chonburi

change

เกาะช้าง, Trat

change

หัวหิน, Cha Am

change

เชียงใหม่
or
ใกล้เคียง:

ตัวเลือกเพิ่มเติม:
4 star or better 3 star or lower
3 star or better 2 star or lower

Chiang Rai Hot Deal

Phu Chaisai Mountain Resort
Doi Mae Salong
From 2,889 ฿
653510

Chiang Rai Hot Deal

Prasurt Place
City, Maekok Road
From 671 ฿
653562

Chiang Rai Hot Deal

Siam Triangle Hotel
Chiang Saen
From 1,300 ฿
653532

แผนที่จังหวัดเชียงราย

แผนที่กูเกิ้ลจังหวัดเชียงราย

การเดินทาง


รถยนต์

รถประจำทาง

เครื่องบิน

สามารถเดินทางเป็นวงรอบได้โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผ่านตากฟ้า - วังทอง - พิษณุโลก - อุตรดิตถ์ - เด่นชัย - แพร่ - ร้องกวาง แยกซ้ายเข้า ... ข้อมูลเพิ่มเติม

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ไปเชียงรายทุกวัน นอกจากนี้ จากสถานีขนส่งฯ มีรถโดยสารไปยังอำเภอ ... ข้อมูลเพิ่มเติม

การเดินทางโดยเครื่องบินไปเชียงรายนั้น นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการสายการบินต่างๆ ตามข้อมูลด้านล่าง ซึ่งบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงรายได้ทุกวัน โดยใช้เวลาเดิน ... ข้อมูลเพิ่มเติม

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในจังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายรูปแบบ ทั้งวัดวาอาราม โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น วัดพระธาตุดอยจอมทอง วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว วัดร่องขุ่น เมืองโบราณเชียงแสน ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ดอยแม่สลอง ดอยตุง ฯลฯ

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



1 สามเหลี่ยมทองคำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงแสน สามเหลี่ยมทองคำ สามเหลี่ยมทองคำเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย (จังหวัดเชียงราย) ลาว (แขวงบ่อแก้ว) และพม่า (แขวงท่าขี้เหล็ก, รัฐฉาน) และเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงบรรจบกับแม่น้ำรวก เรียกว่า สบรวก บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ นับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค

นอกจากนี้สามเหลี่ยมทองคำยังมีทิวทัศน์ที่งดงามโดยเฉพาะยามเช้า ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอก เดิมสามเหลี่ยมทองคำเป็นที่รู้จัก ในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอยต่อระหว่างประเทศ แต่ในปัจจุบันมีความสำคัญในทางเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย มีท่าเรือขนาดเล็กขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีนและลาว เมื่อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะเห็นหมู่บ้านในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่วนทางพม่าซึ่งอยู่ด้านตะวันตกนั้น ไม่มีหมู่บ้านหรือสิ่งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ

นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำในช่วงฤดูหนาวเพื่อไปถ่ายรูปกับป้าย "สามเหลี่ยมทองคำ" ที่ติดตั้งไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้วย นอกจากนี้ยังนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาวและพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 400-600 บาท สามารถนั่งได้ 6 คน หากต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง

การเดินทาง
อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย 28 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1290
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674-5

2 พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ฟ้าหลวง สวนแม่ฟ้าหลวง พระตำหนักดอยตุงเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงาน ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีรูปทรงผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนากับชาเลย์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีการแกะสลักไม้ตามกาแล เชิงชายและขอบหน้าต่างเป็นลวดลายต่างๆ โดยฝีมือช่างชาวเหนือ รอบๆ พระตำหนักมีสวนดอกไม้หลากพันธุ์ หลายสี ให้ความสวยงามสดชื่น โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะเห็นหมอกจางๆ บริเวณยอดเขารอบพระตำหนัก มีเจ้าหน้าที่นำชมเป็นรอบๆ ละ 20 นาที

สวนแม่ฟ้าหลวง อยู่ด้านหน้าพระตำหนักดอยตุง มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว อาทิ ดอกซัลเวีย พิทูเนีย บีโกเนีย กุหลาบ ดอกลำโพง ไม้มงคลต่างๆ ไม้ยืนต้นและซุ้มไม้เลี้อยอีกมากกว่า 70 ชนิด รูปปั้นต่อเนื่อง ฝีมือของคุณมีเซียม ยิบอินซอย

หอแห่งแรงบันดาลใจ เป็นอาคารแสดงพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและพระราชวงศ์ มีห้องจัดแสดงนิทรรศการ 8 ห้อง นอกจากนั้นยังมีร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงทั้งผักผลไม้ ดอกไม้ พันธุ์ไม้ต่างๆ ให้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก

การเดินทาง
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 60 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 - 17:30 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5376 7015-7
โรงแรม โรงแรมใกล้ ดอยตุง

3 ดอยแม่สลอง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ฟ้าหลวง ดอยแม่สลอง ดอยแม่สลองเป็นยอดดอยหนึ่งในเทือกเขาแดนลาว อยู่ในเขต อ.แม่ฟ้าหลวง มีความสูงประมาณ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนยอดดอยแม่สลอง มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น พระบรมเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ตั้งอยู่เหนือหมู่บ้านไปตามถนนลาดยางประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบพระบรมธาตุสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จย่า ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรม ทรงล้านนาประยุกต์บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูง 20 เมตร ฐานกว้างด้านละ 15 เมตร คุณสามารถชมวิวหมู่บ้านสันติคีรีได้อย่างสวยงามด้วยความสูงกว่า 1500 เมตร จากระดับน้ำทะเล บริเวณนี้จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของดอยแม่สลอง

การเดินทาง
ดอยแม่สลองอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง มีทางขึ้น 2 เส้นทาง ดังนี้
  1. จากตัวเมืองเชียงรายไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอแม่จันเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1089 (แม่จัน – ท่าตอน) กิโลเมตรที่ 856 ผ่านน้ำพุร้อนป่าตึง บ้านห้วยหินฝน ถึงสามแยกกิ่วสะไต กิโลเมตรที่ 55 เลี้ยวขวาขึ้นดอยแม่สลองประมาณ 15 กิโลเมตร
  2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอแม่จัน ไปยังอำเภอแม่สายถึงกิโลเมตรที่ 10 สามแยกศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา เลี้ยวขวาสู่ทางหลวง 1338 ไปพระตำหนักดอยตุง เลี้ยวซ้ายไปทางหลวง 1234 ผ่านบ้านอีก้อ ถึงสามแยกกิโลเมตรที่ 9 เลี้ยวซ้าย ขึ้นดอยอีก 16 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433
โรงแรม โรงแรมใกล้ ดอยแม่สลอง

4 วนอุทยานภูชี้ฟ้า

สถานที่ตั้ง : อำเภอเทิง วนอุทยานภูชี้ฟ้า วนอุทยานภูชี้ฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยผาหม่น เป็นพรมแดนไทย - ลาว ด้านจังหวัดเชียงราย-พะเยา ถือเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยอดนิยมของหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ลักษณะเป็นหน้าผาหินตั้ง อยู่บนเส้นกั้นพรมแดนพอดี อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง

จากภูชี้ฟ้าจะสามารถมองลงไปเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา ในเขต ต.เชียงตอง ฝั่งลาว และเทือกเขาสลับซับซ้อน ไกลออกไปลิบๆ คือ แม่น้ำโขง ที่ไหลขนานไปกับเทือกดอยผาหม่น ในช่วงเช้าตรู่ หุบเขาเบื้องล่างจะปกคลุมด้วยสายหมอก ทิวทัศน์จะยิ่งงดงาม เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ภูชี้ฟ้าหันไปทางทิศตะวันออก จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่ได้รับความนิยมมาก นักท่องเที่ยว จะออกจากที่พัก เริ่มเดินเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิว ตั้งแต่ก่อนสว่าง

การเดินทาง
ใช้เส้นทางเชียงราย-เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง-บ้านปี้ ระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่านบ้านปางค่า บ้านเชงเม้ง เป็นทางลาดยาง ถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 42 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 สายเทิง-เชียงคำ-บ้านฮวก ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซาง อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถวนอุทยานภูชี้ฟ้าแล้วเดินเท้าไปจุดชมวิวประมาณ 700 เมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674-5

5 วัดร่องขุ่น

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดร่องขุ่น วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของ อำเภอเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของจังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งสร้างงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และประกาศความยิ่งใหญ่ต่อคนทั้งโลกเพื่อถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติในนาม "White Temple" ระยะเวลาในการสร้างนั้นไม่มีกำหนดจนกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งได้วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วทั้งลูกศิษย์ที่สานต่อและทุนทรัพย์ ประชาชนคนไทยต้องหาโอกาสสักครั้งเพื่อมาชมวัดร่องขุ่น งานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ให้ได้

การเดินทาง
  1. จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเชียงราย – กรุงเทพฯ ผ่าน จังหวัดพะเยา ผ่าน อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เข้า อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ขับรถมุ่งหน้าไปทาง จังหวัดเชียงรายเรื่อยๆ พอออกจากตัว อำเภอพาน จะข้ามสพานแม่ลาว (แม่น้ำลาว) ขับรถไปซักพักจะถึงแยกปากทางแม่สรวย (แยกไป อำเภอแม่สรวย และไป จังหวัดเชียงใหม่) ขับรถต่อไปอีกซักประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนจะถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ประมาณ 200 เมตร ถ้ามองดูทางด้านซ้ายมือ จะเห็นตัววัดสีขาวสะดุดตายิ่งนัก เมื่อถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกขุนกรณ์ วัดร่องขุ่นจะอยู่เข้าไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งวัดร่องขุ่นจะอยู่ก่อนถึงตัวเมืองเชียงราย 13 กิโลเมตร ตรงหลัก ก.ม ที่ 816 ถนนพลหลโยธิน (หมายเลข 1/A2)
  2. จาก อำเภอแม่สาย มาจากสนามบินนานาชาติเชียงราย หรือตัวเมืองเชียงราย ให้มาทางทิศใต้ ทางไป อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ทางไป จังหวัดพะเยา เมื่อออกจากตัวเมืองเชียงราย จะผ่านแยกไฟแดงสถานีขนส่งแห่งที่ 2 ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงไฟแดง แยกขวา แยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวขวาเข้ามา ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไม่กี่นาทีก็จะถึงวัดร่องขุ่น
  3. ถ้ามาจาก จังหวัดเชียงใหม่ ให้มาทาง อำเภอดอยสะเก็ด เข้า อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มาเรื่อยๆ ผ่าน อำเภอแม่สรวย มาจนถึง สามแยกปากทางแม่สรวยให้เลี้ยวซ้ายไปทาง จังหวัดเชียงราย (เลี้ยวขวาไป อำเภอพาน ไปจังหวัดพะเยา) จากปากทางแม่สรวยขับไปทางตัวเมืองเชียงรายประมาณ 10 กิโลเมตร จนถึงแยกขุนกรณ์ (ทางไปน้ำตกขุนกรณ์) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:30 - 18:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5367 3579
โรงแรม โรงแรมใน เชียงราย

6 เชียงของ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงของ เชียงของ เชียงของ เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดน อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 141 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสน 53 กิโลเมตร ตามทางหลวง 1129 (จากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 114 กิโลเมตร) เป็นทางเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีทิวทัศน์สวยงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ได้แก่

หาดจับปลาบึก
ตั้งอยู่ที่บ้านหาดไคร้ ตำบลเวียง เป็นแหล่งจับปลาน้ำจืดยักษ์เป็นปลาน้ำจืดยักษ์ที่ลำน้ำโขง กล่าวกันว่า "ใครได้ลิ้มชิมรสปลาบึก จะโชคดีตลอดกาล" ถือเป็นแหล่งจับปลาบึกที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดและเป็นแหล่งจับปลาบึกที่สำคัญของประเทศไทยอีกด้วย โดยมีฤดูกาลจับอยู่ในระหว่างกลางเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี
บ้านหาดบ้าย
อยู่ระหว่างเส้นทางเชียงแสน-เชียงของ เป็นถนนเลียบแม่น้ำโขง เป็นหมู่บ้านของชาวไทยลื้อที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามน่าสนใจ โดยเฉพาะฝีมือการทองผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงจาก อำเภอเชียงของ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวไปได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และยังได้ชมทัศนียภาพสองฝั่งโขงอันสวยงามอีกด้วย
ชาวเขาเผ่าม้ง บ้านทุ่งนาน้อย
บ้านทุ่งนาอยู่ห่างจากตัวอำเภอเชียงของเพียง 9.5 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตก โดยเป็นหมู่บ้านที่ชาวม้งอาศัยอยู่ โดยม้งเป็นหนึ่งในหลายชนเผ่าที่กระจัดกระจายอาศัยอยู่ทั่วภาคเหนือตอนบน มีวิถีชีวิตดั้งเดิมที่น่าสนใจ และยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้ มีการประกอบอาชีพและพิธีกรรมต่างๆ ที่ผสมกลมกลืนกับธรรมชาติ ห่างจากหมู่บ้านไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ยังมีน้ำตกห้วยตอง อีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามของอำเภอเชียงของ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่าหรือการปั่นจักรยานเสือภูเขา
ล่องเรือแม่น้ำโขง
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวไทยและลาว ที่มีถิ่นฐานอาศัยอยู่เลียบริมน้ำโขงมาเป็นระยะเวลานาน และยังคงรักษาสภาพความเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันชาวเรือมีเรือเหมาเที่ยวแม่น้ำโขงทุกวัน
ประตูสู่หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก (สปป.ลาว)
เนื่องด้วยอำเภอเชียงของ เป็นด่านถาวรที่เปิดเข้า-ออก สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ต้องการไปเที่ยวที่สาธารณรัฐประชาชนลาว ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือล่องแม่น้ำโขงไปสู่เมืองหลวงพระบาง โดยเริ่มขึ้นเรือข้ามฟากที่ด่านอำเภอเชียงของ ซึ่งปัจจุบันชมรมท่องเที่ยวเชียงของและบริษัททัวร์ของประเทศลาวได้จัดบริการเรือโดยสารล่องแม่น้ำโขงทุกวัน เวลา 10:00 น. จากท่าเรือบั๊คซึ่งเป็นจุดผ่านแดนไทย-ลาว ริมแม่น้ำโขง ซึ่งนอกจากท่าเรือบั๊คจะเป็นท่าเทียบเรือระหว่างเพื่อนบ้านไทย-ลาวแล้ว ยังเป็นจุดชมทิวทัศนียภาพสองฝั่งสองอันสวยงาม สามารถมองเห็นเมืองห้วยทรายของลาวได้อย่างชัดเจน และในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีงานรื่นเริงและมีการตั้งร้านค้า รองรับการท่องเที่ยว ตามชายฝั่งโขง พี่น้องชาวไทย-ชาวลาวและนักท่องเที่ยวมักสนุกสนานกันที่นี่
ปั่นจักรยานเส้นทางธรรมชาติ
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานชมธรรมชาติ สามารถใช้เส้นทางนี้ได้โดยออกเดินทางตั้งแต่เช้าปั่นจักรยานไปถึงเขื่อนน้ำช้างด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของอำเภอเชียงของ จากนั้นสามารถนั่งเรือพาย (2 คนนั่ง) ประมาณ 40 นาที เพื่อไปที่หางเขื่อน จากนั้นเดินทางต่อตามเส้นทางของป่าของชาวบ้านสลับกับลำห้วยธรรมชาติ ลักษณะเส้นทางจะเป็นทางเดินเท้าพอที่จะสามารถปั่นจักรยานได้ สามารถแวะทานอาหารเที่ยวกลางทางข้างลำห้วย จากนั้นก็ปั่นจักรยานไปที่น้ำตกห้วยตาด อีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

การเดินทาง
โดยรถประจำทาง - มีบริการรถประจำทางแก่นักท่องเที่ยวจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายไปยังอำเภอเชียงของ
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5379 1351 และ 0 5371 7433 (ททท)
โรงแรม โรงแรมใน อำเภอเชียงของ

7 หาดเชียงราย (พัทยาน้อย)

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง หาดเชียงราย หาดเชียงราย หรือ พัทยาน้อย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมมาเที่ยวกันมากพอสมควรโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เป็นจุดชมวิวและรับประทานอาหารและมีเรือนแพตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งแม่น้ำกกจะไหลผ่านเทือกเขาทำให้เกิดทิวทัศน์สวยงาม สามารถมองเห็นหินงอกที่เกิดจากถ้ำหินปูน บริเวณริมแม่น้ำกกจะมีร้านอาหารจำนวนมาก ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้บริเวณหาดเชียงรายยังมีลานกีฬาและสวนสุขภาพไว้สำหรับออกกำลังกายอีกด้วย

การเดินทาง
หาดเชียงราย (พัทยาน้อย) ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านป่างิ้ว หมู่ 4 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5374 2663

8 ขี่ช้างเที่ยว - บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ขี่ช้างเที่ยว - บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกฝั่งซ้าย หมู่ 2 ตำบลแม่ยาว เป็นหมู่บ้านขี่ช้างเที่ยวชมหมู่บ้านชาวเขา บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ประกอบไปด้วย ชนเผ่ากะเหรี่ย, อาข่า, ลาหู่, ลีซอ, ม้ง,ไทลื้อ นอกจากขี่ช้างเที่ยวชมบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรรวมแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ขี่ช้างชมหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่าและลาหู่ในระแวกใกล้เคียงอีกด้วย

ส่วนกิจกรรมที่สำคัญอื่นๆ มีดังนี้
  1. กิจกรรมนั่งช้าง นั่งเกวียน ชมวิถีชีวิตชนเผ่า ทิวทัศน์ พันธ์ไม้ต่างๆ สามารถนั่งช้างไปยังน้ำตกห้วยแม่ซ้ายได้
  2. ชมร้านจำหน่ายของที่ระลึกจากฝีมือชาวเขาเผ่าต่างๆ
  3. ชมการแสดงวัฒนธรรมชนเผ่า
  4. พักหมู่บ้านโฮมสเตย์ในพื้นที่หมู่ 2

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ส่วนตัว - จากห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่จัน เมื่อข้ามสะพานข้ามแม่น้ำกกเจอสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้าย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1207 จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกห้วยแม่ซ้ายและป้ายริมกกรีสอร์ทขนาดใหญ่ ให้ขับไปตามทางหลัก เมื่อผ่านหลัก กม.7 จะเป็นสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปบ้านทรายมูล จะมีป้ายบอกทางไปบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ผ่านบ้านริมกก สวนเขื่อนแก้วริมกกระยะทาง 6 กิโลเมตร
  2. โดยรถประจำทาง - นั่งรถสีแดงสายเชียงราย-แม่ยาวหรือเหมารถสองแถวละแวกตลาดสดเทศบาล
  3. โดยเรือหางยาว - ใช้บริการล่องเรือลำน้ำกกที่เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 16:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5375 0009 และ 08 7176 2090

9 สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง (พระขี่ม้าบิณฑบาตร)

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่จัน สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง (พระขี่ม้าบิณฑบาตร) นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตพระขี่ม้าบิณฑบาตรได้ ณ สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง ซึ่งอยู่ในถิ่นกันดารห่างไกลคมนาคม บนดอยสูง บ้านแม่คำ ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน และด้วยระยะทางที่ห่างไกล ที่เป็นอุปสรรคต่อการออกไปบิณฑบาตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จึงจำเป็นต้องใช้ม้าเป็นพาหนะ เพื่อออกบิณฑบาตรในพื้นที่หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล เป็นที่มาของพระขี่ม้าบิณฑบาตร ถือเป็นหนึ่ง "อันซีนไทยแลนด์" เลยก็ว่าได้

สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้มี “ครูบาเหนือชัย โฆสิโต” ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง นอกเหนือจากการขี่ม้าเพื่อออกบิณฑบาตรแล้ว วิถีชีวิตของพระภิกษุสงฆ์ ณ สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง ยังได้ใช้ม้าเป็นพาหนะสำหรับเดินทางเผยแผ่พระธรรม เรื่องราวดังกล่าวนี้เป็นสิ่งแปลกตาที่ไม่เคยพบเห็นมากนัก

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง ได้แก่
  1. ใช้เส้นทางเชียงราย – แม่จัน เลยจากอำเภอแม่จัน ไป 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง
  2. ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่สาย (ทางหลวงสาย 1/A2) ระยะทางจากอำเภอเมือง - อำเภอแม่จัน ประมาณ 28 กิโลเมตร จากตัวอำเภอแม่จัน ประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร ก็ถึงปากทางไปวัดถ้ำป่าอาชาทอง (ถนนข้างวัดแม่คำหลวง) จะมีป้ายและลูกศรบอกตลอดทาง และเข้าไปอีก ประมาณ 5 - 7 กิโลเมตร ลักษณะถนนตอนทางขึ้นตั้งแต่สะพาน ก่อนถึงลานพระแก้ว ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5366 5073

10 หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงแสน หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ห่างจากอำเภอเชียงแสน 9 กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดแสดงถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของฝิ่นในสามเหลี่ยมทองคำ ต้นกำเนิดฝิ่น สงครามฝิ่น ผู้นำฝิ่นเข้ามาในเอเชีย ผลกระทบของฝิ่น การยุติการดำรงชีวิตที่ต้องพึ่งพิงกับการปลูกฝิ่นและเสพฝิ่น การฟื้นฟูสภาพชีวิตประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใจกลางสามเหลี่ยมทองคำของประเทศไทย เป็นการแสดงนิทรรศการพร้อมสัมผัสกับเรื่องราวต่างๆ ของฝิ่นแบบคล้ายจริง ใช้เวลาชมเรื่องราวต่างๆ ในหอฝิ่นประมาณ 1-2 ชั่วโมง

การเดินทาง
หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงแสน ตรงข้ามกับโรงแรมอนันตรา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล
เปิดให้เข้าชม อังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท นักเรียน/นักศึกษา 50 บาท เด็ก (อายุ 12-18 ปี) 50 บาท ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 50 บาท
และพระสงฆ์/คนพิการ 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5378 4444-6

11 พิพิธภัณฑ์อูบคำ - ศูนย์อนุรักษ์มรดกล้านนา

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง พิพิธภัณฑ์อูบคำ - ศูนย์อนุรักษ์มรดกล้านนา ศูนย์อนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ และความหลากหลายของเสื้อผ้า และอาภรณ์ของชนชาติไตเผ่าต่าง ในอาณาจักรล้านนา ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอนุรักษ์ความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ของชาวล้านนา ทำให้ อาจารย์จุลศักดิ์ สุริยะไชย จึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์อูบคำเพื่อเป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอานาจักรล้านนาโบราณ เช่นเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าต่างๆ ในล้านนา เช่น คุ้มเจ้าแพร่ คุ้มเจ้าเชียงใหม่ คุ้มเจ้าน่าน ฯลฯ ผ้าโบราณอายุ 200 ปี ซึ่งเกิดจากการตั้งใจของผู้รวบรวมที่ต้องการเก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่กระจายอยู่ในที่ต่างๆ ให้คืนกลับสู่แผ่นดินไทย และเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไปในอนาคต

โบราณวัตถุที่สำคัญภายในพิพิธภัณฑ์อูบคำ ล้วนมีคุณค่าและความสวยงาม อ่อนช้อย ปราณีตในการทำขึ้นมา หาดูได้เพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น ได้แก่
พระราชบัลลังก์ของกษัตริย์ไตเหนือ
สมบูรณ์ อ่อนช้อย งดงาม ยิ่งใหญ่ ระดับแนวหน้าของเอเชีย
พระพุทธรูปล้านนาศิลปเชียงแสน
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของล้านนา ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศรัทธาปสาธะเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา
ผ้าทอในราชสำนัก
ที่ประดิษฐ์ถักทอด้วยแรงกาย ด้วยความละเอียดอ่อนทางด้านกรรมวิธีการทอ มาเป็นผ้าทอลวดลายสวยงาม
เครื่องเงิน - เครื่องใช้ในราชสำนัก
ที่ทำจากเงินมากมายหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามลักษณะการใข้งาน และตามลักษณะเทคนิคการทำ
อาคารจัดแสดงหลังใหม่
อาคารหลังใหม่แบบไตใหญ่ ข้างในบรรจุพระพุทธรูปปางต่างๆ มากมายสวยงาม หนึ่งเดียวประเมินค่ามิได้
ถ้ำแห่งวัตถุโบราณ
ถ้ำที่บรรจุวัตถุโบราณไว้ภายใน ตกแต่งอย่างวิจริร สวยงาม ล้ำค่ายิ่งนัก

การเดินทาง
ติดกับตลาดสดเด่นห้าบนถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 1 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท และสำหรับคนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท
(ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 3349 และ 08 1992 0342

12 วัดพระธาตุดอยเวา

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สาย วัดพระธาตุดอยเวา วัดพระธาตุดอยเวา เป็นวัดอันเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุดอยเวา ตั้งอยู่บนยอดดอยเวาริมฝั่งแม่น้ำสาย นับเป็นพระบรมธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่งรองมาจากพระบรมธาตุดอยตุง บนวัดพระธาตุดอยเวายังมีหอชมวิวตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้กับองค์พระธาตุ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา และที่สำคัญยังมีรูปปั้นแมงป่องยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก อันเป็นประดุจสัญลักษณ์ของวัดพระธาตุดอยเวา การขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุสามารถนำรถขึ้นไปถึงยอดเขาได้

การเดินทาง
ตั้งอยู่ห่างจากพรมแดนเพียง 500 เมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5373 1527

13 ล่องเรือแม่น้ำกก

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ล่องเรือแม่น้ำกก การล่องเรือเที่ยวลำน้ำกก เป็นกิจกรรมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงราย ซึ่งลำน้ำกกเป็นแม่น้ำที่ไหลมาจากบ้านท่าตอนผ่านตัวเมืองเชียงราย ระยะทางกว่า 130 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวนิยมเช่าเรือจากท่าเรือริมแม่น้ำในตัวเมือง “ท่าเรือเชียงราย” (ท่าเรือซีอาร์) เพื่อเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก สองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติไปยังบ้านกระเหรี่ยงรวมมิตร เพื่อนั่งช้างเที่ยวชมป่าและชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น อีก้อ ลีซอ เป็นต้น

การเดินทาง
จากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร ตามถนนพหลโยธิน ถึงกม.836-837 ให้เลี้ยวซ้ายตรงซอยข้างตลาดบ้านดู่อีกประมาณ 3 กิโลเมตร
อัตราค่าบริการ ค่าเช่าเรือเหมาลำประมาณ 900 - 1,000 บาท สามารถนั่งได้ 8 คน และใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง
(ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5375 0009 และ 0 5371 7433

14 วัดพระแก้วเชียงราย

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วัดพระแก้วเชียงราย วัดพระแก้วเชียงราย เป็นวัดที่ค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ประกอบด้วย

พระเจดีย์
เมื่อปีพ.ศ.1977 ได้เกิดฟ้าผ่า ลงองค์พระเจดีย์พังทลายลง และได้พบพระแก้วมรกตซ่อนไว้ในพระเจดีย์หลังจากนั้นได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่างๆ คือ ลำปาง เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ กรุงธนบุรี และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ กรมศลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนองค์พระเจดีย์ เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อ พ.ศ.2478
พระอุโบสถ
พระวิหารทรงเชียงแสน มีลักษณะฐานเตี้ย เชิงหลังคาลาดต่ำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2433 ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2495 พระประทานในอุโบาถ (พระเจ้าล้านทอง) เป็นพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย นับเป็นพระพุทธรูปในสกุลช่างศิปปาละที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดในประเทศไทย
หอพระหยก
อาคารทรงล้านนาโบราณ เป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธรตนากร นวุติวัสสานุสรณ์มงคล" หรือ "พระหยกเชียงราย" บนผนังอาคาร แสดงกิจกรรม จากตำนานพระแก้วมรกต และภาพวาดการสร้าง และพิธีอัญเชิญพระหยกเชียงรายสู่พระอารามในวันที่ 19 ตุลาคม 2534
โฮงหลวงแสงแก้ว
อาคารทรงล้านนาประยุกต์ เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2538 โดยมีคุณอมรา (แสงแก้ว) มุนิกานนท์ เป็นผู้อุปถัมภ์ ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญ รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่ทันสมัย

การเดินทาง
จากห้าแยกพ่อขุนเม็งรายฯ ให้ขับรถไปทางโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค จนสุดทางสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นวัดพระแก้วอยู่ทางขวามือ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 1385 และ 0 5371 5875

15 อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง)

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง คือส่วนหนึ่งของการตั้งต้นชีวิตใหม่ชาวเขาไทยใต้ร่มพระบารมีแม่ฟ้าหลวง หรือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะสถานที่กำเนิดโครงการผู้นำเยาวชนชาวเขา ก่อนจะพัฒนามาเป็นอุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ซึ่งมีภูมิทัศน์อันน่ารื่นรมย์ใจยากจะหาสถานที่ใดเสมอเหมือน

ที่แห่งนี้ถือเป็นใหม่ของเยาวชนชาวเขาไทยผู้มาอยู่รวมกันเพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตและฝึกงานตามแนวพระราชดำริ ก่อนจะเติบโตแยกย้ายกันไปประกอบสัมมาชีพตามอัธยาศัย โครงการสิ้นสุดลงเมื่อการศึกษาได้ขยายเข้าไปในพื้นที่ห่างไกล เยาวชนได้มีโอกาสเรียนในโรงเรียนใกล้หมู่บ้าน ไร่แม่ฟ้าหลวงจึงเปลี่ยนเป็น อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง สถานที่เก็บรักษาและให้ความรู้เกี่ยวกับมรดกล้านนา อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ประกอบด้วยสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น
หอคำ
หอคำ เป็นสถานที่ที่ใช้ในการบริหารราชกิจ และประกอบพิธีกรรม หอคำสำคัญในภาคเหนือพบที่ ได้แก่ เมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และเมืองน่าน เป็นต้น
หอแก้ว
หอแก้ว เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สัก และนิทรรศการชั่วคราวอื่นๆ ที่หมุนเวียนกันไป
ศาลาแก้ว
ศาลาริมน้ำทรงล้านนา เป็นอาคารเอนกประสงค์ ในบรรยากาศที่โอบล้อมด้วย น้ำ ฟ้า และธรรมชาติเขียวชอุ่มสบายตา บริเวณศาลา โปร่ง โล่ง สบาย ใช้สำหรับทำกิจกรรม เช่น จัดงานเลี้ยง จัดประชุมฯลฯ
หอคำน้อย
หอคำน้อย อยู่ทางทิศใต้ของหอคำ เป็นอาคารศิลาแลงหลังคาแป้นเกล็ดไม้สัก เป็นสถานที่เก็บภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก จากวัดเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5
ลานพระรูปปั้นแม่ฟ้าหลวง
พระรูปปั้นแม่ฟ้าหลวง ประดิษฐานบนเนินในสนาม ระหว่างเส้นทางสู่หอคำน้อย พระอิริยาบถประทับบนก้อนหิน ฉลองพระองค์ชุดตำรวจตระเวนชายแดน (ต.ช.ด) ทรงพระมาลา เป็นภาพคุ้นตาราษฎรที่ได้เห็นสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงฉลองพระองค์ทะมัดทะแมง เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลกันดาร เสด็จลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ราษฎรพากันขนานพระนาม “แม่ฟ้าหลวง”

การเดินทาง
ตั้งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์อูบคำประมาณ 1 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:30 น.
อัตราค่าเข้าชม 300 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 1968 และ 0 5371 6605-7

16 วัดพระธาตุผาเงา

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงแสน วัดพระธาตุผาเงา วัดพระธาตุผาเงา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่ วิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม บนยอดเขาข้างหลังวัด เป็นที่ตั้งพระบรมพุทธนิมิตเจดีย์ เป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ โบราณสถานและสถานที่สำคัญของวัด ได้แก่

พระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา
เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ศิลปะสมัยเชียงแสนสิงห์สาม มีเปลวรัศมี ขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 40 นิ้ว มีอายุระหว่าง 700-1,300 ปี
วิหารหลวงพ่อผาเงา
เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นมีขนาดความกว้าง 10 เมตร ขนาดความยาว 28 เมตร หลังคาลดหลั่น 2 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องดินขอเคลือบ หน้าบันวิหารประดับลวดลายปูนปั้นศิลปะเชียงแสน บานประตูทำด้วยไม้สัก แกะสลักลวดลายเกี่ยวกับประเพณีสิบสองเดือนของล้านนา หน้าต่างทำด้วยไม้สักแกะสลักลวดลายเกี่ยวกับเรื่องราวพระเจ้าสิบชาติและพระเวสสันดรภายในวิหาร ฝาผนังประดับประติมากรรมนูนต่ำเกี่ยวกับพุทธประวัติ สัตว์ป่าหิมพานต์ ก่อสร้างขึ้นครอบบริเวณวิหารเดิมด้วย อิฐโบราณที่มีอยู่เดิม
พระธาตุผาเงา
เป็นพระธาตุองค์เล็กทรงแปดเหลี่ยม ศิลปะล้านนาได้สร้างประดิษฐานขึ้นบนก้อนหิน แกรนิตขนาดใหญ่ เป็นฐานของพระธาตุ สูง 10 เมตร และมีหินก้อนใหญ่นอนลาด ลักษณะคล้ายเงาของพระธาตุที่ตั้งอยู่ คณะผู้ค้นพบจึงขนานนามว่า “พระธาตุผาเงา” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกที่สุดของเชิงเขาดอยคำ ที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้
อุโบสถ
เป็นสถาปัตยกรรมล้านนา สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตกแต่งด้วยไม้สักแกะสลัก และลวดลายปูนปั้นในศิลปะแบบล้านนา เป็นโบสถ์ วิหารคต ขนาดกว้าง 15 เมตร ขนาดยาว 25 เมตร หลังคามุงกระเบื้องดินขอโบราณลดหลั่น 2 ชั้น ท่านผู้หญิงอุศนา ปราโมช ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการก่อสร้างอุโบสถเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาาฯ สยามบรมราชกุมารี
พระธาตุจอมจัน
ตั้งอยู่ระหว่างทิศเหนือ ติดกับแม่น้ำคำ แม่น้ำโขง และที่ราบลุ่มเมืองเชียงแสน ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับแม่น้ำกก ทิศใต้ติดกับที่ราบลุ่ม พระธาตุจอมจันได้รับการบูรณะและอนุรักษ์เมืองประวัติศาสตร์เชียงแสน ของสำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 6 เชียงใหม่ ซึ่งพระธาตุจอมจัน คงเหลือแต่ฐานถึงปากระฆังเท่านั้น ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดพังทลายลงหมด
พระบรมธาตุพุทธนิมิตรเจดีย์
ขนาดกว้าง 40 เมตร ความยาว 40 เมตร ความสูง 3 เมตร ออกแบบโดย ศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี โดยสร้างครอบพระธาตุเจ็ดยอดซึ่งเป็นพระธาตุเก่า ภายในมีภาพเขียนฝาผนังพุทธประวัติ และพระราชประวัติพระนางจามเทวี
หอพระไตรปิฎกนานาชาติ
สร้างขึ้นกลางสระน้ำทางด้าน หน้าวิหารหลวงพ่อผาเงาทิศตะวันออก สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตัวเรือนสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ดำเนินการก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นที่เก็บรวบรวมพระไตรปิฏกนานาชาติ ของพระพุทธศาสนา 9 ประเทศ 9 ภาษา อนาคตต่อไปจะเป็นแหล่งค้นคว้าของพุทธศาสนิกชนสืบไป
บันไดนาค
อยู่บริเวณทางขึ้นสู่อุโบสถและพระธาตุจอมจัน ด้านข้างวิหารหลวงพ่อผาเงา เป็นพญานาค 7 เศียร มีความยาว 183 เมตร จำนวน 249 ขั้น ศิลปะปูนปั้น สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2537
พิพิธภัณฑ์ทอผ้าล้านนาเชียงแสน
เป็นเรือนไม้ทรงล้านนา 2 ชั้นใต้ถุนโล่ง มีขนาดกว้าง 10 เมตร ความยาว 20 เมตร ชั้นบน เป็นสถานที่จัดแสดงลวดลายผ้าทอสมัยเก่าลวดลายเชียงแสน แสดงวิถีชีวิตของชาว ล้านนาดั้งเดิม
ซุ้มประตูเข้าวัด
เป็นรูปพระธาตุศิลปะเชียงแสน ได้นำเอาก้อนอิฐโบราณมาสร้างขึ้นใหม่ เพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ในการก่อสร้างวัดในอดีต ซึ่งใช้วัสดุล้วนแต่มีคุณค่า อยู่ทางเข้าวัดติดกับถนนเชียงแสน - เชียงของ

การเดินทาง
วัดพระธาตุผาเงา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับประเทศลาว อยู่ในหมู่บ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน อยู่ทางทิศใต้ของตัวอำเภอเชียงแสนประมาณ 3 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น. (โปรดแต่งกายสุภาพ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5377 7151

17 อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บริเวณฟ้าแยกพ่อขุน เส้นทางที่จะไปอำเภอแม่จันหรือแม่สาย พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งราชวงศ์ลวะ เป็นโอรสของพญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมืองประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พุทธศักราช 1782 และเสด็จสวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1854รวมพระชนมายุได้ 72 พรรษา พ่อขุนเม็งรายได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นบนดอยทอง จากรากฐานเดิมที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อปี พ.ศ.1805 ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์มังราย และรวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยเข้าเป็นอาณาจักรล้านนาไทยจนเจริญรุ่งเรืองจวบจนปัจจุบัน

การเดินทาง
ตั้งอยู่ตรงกลางเมืองเชียงรายทางไปอำเภอแม่จัน
เปิดให้เข้าชม ตลอด 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674-5 (ททท)

18 วนาฟาร์มม้าและนกกระจอกเทศ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง วนาฟาร์มม้าและนกกระจอกเทศ วนาฟาร์มม้าและนกกระจอกเทศ เป็นฟาร์มนกกระจอกเทศที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดเชียงราย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่สำหรับทุกท่าน สามารถเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมกันได้ฟรีทุกวัน ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยนกกระจอกเทศ ม้า สัตว์นานาชนิด และแมกไม้นานาพันธุ์ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งทำกิจกรรมในฟาร์ม อาทิเช่น ขี่นกกระจอกเทศ ขี่ม้ารอบฟาร์มหรือขี่ม้าออกท่องเที่ยวไปตามเส้นทางทุ่งหญ้าหรือป่าเขา นั่งรถม้ารอบฟาร์มหรือนั่งรถม้าออกไปชมตลาดบ้านหัวดอย รวมไปถึงพาทัวร์รอบฟาร์ม โชว์ขี่นกกระจอกเทศ ชมห้องฟักไข่ และการฟักไข่นกตามธรรมชาติสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน เลี้ยงสังสรรค์ อบรมสัมมนานอกสถานที่ ทัศนศึกษาดูงาน เป็นต้น

นอกจากเที่ยวชมและทำกิจกรรมแล้ว ยังให้บริการที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง นอนเต็นท์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมได้อิ่มอร่อยกับอาหารจานเด็ด เมนูแนะนำต่างๆ พร้อมชิมกาแฟชั้นยอดจากดอยช้าง ที่วนา กาแฟสด และสามารถเยี่ยมชมของฝากของที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนกกระจอกเทศ หลากหลายรูปแบบให้ท่านเลือกซื้อและเลือกชม ทั้งหมดนี้ได้ถูกรวบรวมไว้รอให้ท่านมาสัมผัส ณ วนา ฟาร์มม้าและนกกระจอกเทศ

การเดินทาง
ตั้งอยู่บนถนนสายเชียงราย - เทิง ไม่ไกลจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายมากนัก
เปิดให้บริการ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 08 9635 7233 และ 08 1671 5885

19 พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา เป็นสถานที่แสดงวิถีชีวิตของชาวเขาหกเผ่าในประเทศไทย ได้แก อาข่า มูเซอ เย้า กะเหรี่ยง ลีซอ และม้ง มีการฉายสไลด์ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมถึง 5 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน และฝรั่งเศส ถนนธนาลัย ดำเนินงานโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนจังหวัดเชียงราย จัดแสดงและฉายสไลด์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัตถุสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ชุดแต่งกายประจำเผ่า รวมทั้งข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับชาวไทยภูเขา 6 เผ่า คือ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง มูเซอ เย้า และม้ง

การเดินทาง
ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บนถนนธนาลัย
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5374 0088 และ 0 5371 9167

20 ดอยผาตั้ง

สถานที่ตั้ง : อำเภอเวียงแก่น ดอยผาตั้ง ดอยผาตั้ง เป็นจุดชมวิวไทย-ลาว ส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขาแนวพรมแดนไทย-ลาว สามารถเที่ยวชมทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ภูชี้ฟ้าได้ตลอดปี ชมดอกซากุระบานในเดือนธันวาคมถึงมกราคม และดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงามในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า

ด้วยอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การทำการปลูกพืชเมืองหนาว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอยผาตั้งจึงทำอาชีพเกษตร ปลูกบ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นต้น ซึ่งจะให้ผลผลิตมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากทำให้เกิดการกระจายรายได้แก่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บนดอยผาตั้ง มีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหารไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์ขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็นแนวเขาซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนี้บนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ
  1. ผาบ่อง ประตูสยามสู่ลาว - เป็นช่องหินขนาดใหญ่คนเดินลอดได้อยู่ในแนวหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้
  2. ช่องเขาขาด - เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี

การเดินทาง จากจังหวัดเชียงรายมี 4 เส้นทางดังนี้
  1. เชียงราย - เวียงชัย - พญาเม็งราย - บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร
  2. บ้านต้า - บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020) 45 กิโลเมตร
  3. บ้านท่าเจริญ - เวียงแก่น - ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155) 17 กิโลเมตร
  4. ปางหัด - ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 16:30 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674-5

21 ดอยหัวแม่คำ

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ฟ้าหลวง ดอยหัวแม่คำ ดอยหัวแม่คำ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,850 เมตร จากเชียงรายใช้เส้นทางเดียวกับทางขึ้นดอยแม่สลองสายเก่า ทางหลวงหมายเลข 1130 แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกอีก้อ ผ่านบ้านเทอดไทย ไปจนถึงบ้านแม่คำ ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 100 กิโลเมตร บ้านหัวแม่คำอยู่เกือบสุดชายแดน เส้นทางเป็นทางลูกรังคดโค้งไปตามทิวเขา ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ดอยหัวแม่คำเป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเผ่าลีซอ เป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอีก้อ ม้งและมูเซอ ในช่วงเวลาซึ่งตรงกับตรุษจีนของทุกปี ชาวลีซอจะจัดงานประเพณีกินวอ ซึ่งเปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ ในวันนั้นชาวลีซอแต่งกายสวยงาม มีการกินเลี้ยง เต้นระบำ 7 วัน 7 คืน และในเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ดอยหัวแม่คำงดงามไปด้วยดอกบัวตองสีเหลืองสดใสสะพรั่งอยู่ทั่วไปตามแนวเขา เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก ดอยแห่งนี้นับเป็นเสน่ห์ที่ลงตัวในด้านบรรยากาศที่เป็นกันเอง ภายในหมู่บ้านจะมีทุ่งหญ้าที่รู้จักกันในชื่อ "ทุ่งดอกบัวตอง" มีให้ชมในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนมกราคม ของทุกปี ปกคลุมด้วยดอกไม้หลากหลายสีสันให้ชวนชม รวมถึงวิถีชีวิตชุมชนที่มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง ภายใต้ภูมิทัศน์ลักษณะเนินเขาและมีหมู่บ้านชาวเขาอยู่เรียงราย อาทิ ชนเขาเผ่าอีก้อ ลีซอ ม้งและมูเซอ ตั้งถิ่นฐานทั่วบริเวณ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสวยงามและความอิ่มเอมใจสำหรับผู้มาเยือนยิ่ง นอกจากนี้สามารถชมทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างสุดลูกหูลูกตา ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางขึ้นดอยแม่สลอง จากนั้นให้เข้าเส้นทางบ้านเทอดไท เมื่อพบทางแยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านห้วยอิ้น ระหว่างทางจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาซึ่งตั้งอยู่เป็นระยะ ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674-5

22 พิพิธภัณฑ์บ้านดำ

สถานที่ตั้ง : ตำบลนางแล อำเภอเมือง พิพิธภัณฑ์บ้านดำ พิพิธภัณฑ์บ้านดำถือเป็นศิลปะสถานที่สร้างจินตนาการให้แก่ผู้พบเห็นในหลายมุมมอง และยังเป็นที่เก็บสะสมสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตมาตั้งแต่อดีต ซึ่งของบางชิ้นคนรุ่นใหม่ ก็ไม่อาจพบเห็นหรือหาได้ในปัจจุบัน แถมมีมุมพักผ่่อน สำหรับแขกผู้มาเยื่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านดำได้พักดื่มกาแฟอีกด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ประกอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคเหนือกว่า 25 หลัง และอาคารสถาปัตยกรรมท้องถิ่นประยุกต์หลายหลัง สำหรับจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของช่างท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาคารทั้งหมดทาด้วยสีดำ แต่ละหลังประดับประดาด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงามวิจิตรยิ่ง และยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควาย เขากวาง และกระดูกช้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ยังมีบ้านดำแกลลอรี่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงผลงานทางศิลปะ และเป็นสถานที่จัดจำหน่ายของที่ระลึกสำหรับผู้ชื่นชอบผลงานของศิลปิน โดยเฉพาะของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี เช่น เสื้อยืด กระเป๋า ภาพพิมพ์ หนังสือ เป็นต้น โดยรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นกองทุนทนุบำรุงพิพิธภัณฑ์บ้านดำ และเพื่อนักเรียก นักศึกษาศิลปะที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงรายไปตามถนนสายเชียงราย-แม่จัน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย เลยบริษัทเสริมสุข 100 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยตรงป้าย ซอย 1 บ้านแม่ปูคา หมู่ 13 ไปประมาณ 200 เมตร มีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 200 เมตร พิพิธภัณฑ์บ้านดำอยู่ซ้ายมือ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5377 6333 และ 08 1673 1155

23 ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลาและถ้ำเสาหินพญานาค

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สาย ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลาและถ้ำเสาหินพญานาค ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลาและถ้ำเสาหินพญานาค ตั้งอยู่บนดอยจ้อง เป็นภูเขาหินปูนประกอบด้วย ถ้ำหอนงอก หินย้อยและทางน้ำไหลมากมาย

ถ้ำปุ่ม
อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขา นักท่องเที่ยวต้องปีนขึ้นไป ภายในถ้ำมืดมากต้องมีผู้นำทาง

ถ้ำปลา
เป็นถ้ำหนึ่งที่มีน้ำไหลภายในถ้ำ เคยมีปลาชนิดต่างๆ ทั้งใหญ่น้อยว่ายออกมาให้เห็นเป็นประจำ ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า สร้างขึ้นโดยภิกษุชาวพม่า ประชาชนทั่วไปเรียกว่า "พระทรงเครื่อง" เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนในแถบนี้

ถ้ำเสาหินพญานาค
อยู่บริเวณเดียวกัน เดิมต้องพายเรือข้ามน้ำเข้าไปชม ภายหลังได้สร้างทางเดิน เชื่อมกับถ้ำปลา ระยะทาง 150 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และยังเป็นที่ปฏิบัติธรรมด้วย

การเดินทาง
ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลาและถ้ำเสาหินพญานาค ตั้งอยู่ที่ดอยจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข 110 ประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกขวาเข้าไปอีกแระมาณ 2 กิโลเมตร

24 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน

สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงแสน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน เป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากบริเวณเมืองโบราณเชียงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ลวดลายปูนปั้นฝีมือล้านนา พระพุทธรูปและศิลาจารึกจากเชียงแสนและจากจังหวัดพะเยา พร้อมทั้งให้ข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี การตั้งถิ่นฐานของชุมชน และประวัติการสร้างเมืองเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ ไทยลื้อและชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น เครื่องเขิน เครื่องดนตรี เครื่องประดับ เป็นต้น

การเดินทาง
ตั้งอยู่ติดกับวัดเจดีย์หลวงทางด้านทิศตะวันตก
เปิดให้เข้าชม พุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5377 7102

25 ไร่ชาฉุยฟง

สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่จัน ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาฉุยฟง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยไร่ชาฉุยฟงแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกชาชั้นดี ของ บริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย โดยมีประสบการณ์ยาวนานในการเพาะปลูกชามากว่า 40 ปี ปัจจุบัน บริษัท ฉุยฟง เป็นผู้ผลิตชา ผู้จัดจำหน่ายและผู้ส่งออก มีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้ใช้ทางด้านอุตสาหกรรม เช่น โออิชิ มาลี ยูนีฟ ลิปตัน เป็นต้น

ด้วยบรรยากาศโดยรอบปกคลุมด้วยหมอกตลอดปี ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมความสวยงามของไร่ชาที่กว้างใหญ่กว่าพันไร่ โดยจะปลูกโค้งวนตามสันเขาและลดหลั่นเป็นขั้นบันได ซึ่งดูสวยงามแปลกตากว่าไร่ชาที่อื่น

การเดินทาง
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านพญาไพร ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวงและ อำเภอแม่จัน
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:30 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5377 1563
โรงแรม โรงแรมใน อำเภอแม่จัน

26 เมืองโบราณเวียงกาหลง

สถานที่ตั้ง : อำเภอเวียงป่าเป้า เมืองโบราณเวียงกาหลง เมืองโบราณเวียงกาหลงซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ถือเป็นเมืองโบราณซึ่งมีหลักฐานทางโบราณคดีที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน คือ แนวคูดินและกำแพงเมืองเก่า ซึ่งผุพังเหลือเพียงแนวที่สามารถเห็นได้ ตัวเมืองตั้งอยู่บนเนินเขา มีกำแพงคันดินและคูเมืองล้อมรอบ แบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ
  1. ส่วนแรก เป็นรูปสี่เหลี่ยมเกือบจัตุรัสมุมมน มีคูเมืองอยู่ระหว่างกำแพงคันดินสองชั้น แบ่งพื้นที่ภายในเมืองออกเป็นหลายส่วน มีส่วนกำแพงคันดินถูกตัดขาดออกเป็นทางเดินหลายแห่งลักษณะคล้ายประตูเมือง
  2. ส่วนที่สอง เป็นรูปวงรียาวต่อจากส่วนที่หนึ่งขึ้นไปทางทิศเหนือตามแนวเทือกเขา กำแพงคันดินสองชั้นขนาบคูเมืองอยู่ตรงกลางแนวกำแพงเมืองด้านตะวันออกขนานไป กับแนวสันเขาสูงชัน ด้านตะวันตกสร้างอยู่บนลาดเนินเขา

การเดินทาง
เมืองโบราณเวียงกาหลงตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยดงในเทือกเขาดอยหลวง ในเขตบ้านป่าส้าน หมู่ที่ 5 ตำบลหัวฝาย อำเภอเวียงป่าเป้า หากเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1019 ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวา (ถ้ามาจากเชียงรายเลี้ยวซ้าย) ไปตามถนนสายแม่ขะจาน - วังเหนือ - ลำปาง/พะเยา ประมาณ 3.5 กิโลเมตร เมืองโบราณเวียงกาหลงจะอยู่ด้านซ้ายมือห่างจากทางเข้าประมาณ 1 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5378 1665 (เทศบาลเวียงป่าเป้า)

27 ไร่เชิญตะวัน

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ไร่เชิญตะวัน ไร่เชิญตะวัน เป็นศูนย์ปฎิบัติธรรมที่ท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิระเมธี) ได้สร้างขึ้น จากแรงบัดดาลใจที่จะหาที่ปลีกวิเวกส่วนตัวสงบๆ กลายมาเป็นที่ส่วนร่วมเพื่อทุกคนไปแล้วในปัจจุบัน เพื่อให้คนกรุงที่มีเวลาน้อยได้มีที่ปฎิบัติธรรม ที่ช่วยเสริมเติมพลัง มาชาร์ตแบตเตอรี่แล้วกลับไปทำงานใหม่ ด้านใน มีปริศนาธรรม ออกแนวศิลปะเป็นตุงให้ถอดความกัน มาที่นี่แล้วความสงบ สวยงามเย็นสบายดีจริงๆ

การเดินทาง
จากตัวเมืองเชียงราย วิ่งไปทาง อำเภอเทิง จะผ่าน ตำบลห้วยสัก ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เลยตัวตำบลห้วยสักไปประมาณ 700 เมตร จะมีทางเลี้ยวขวา จากถนนใหญ่ ทางเข้าไร่เชิญตะวัน อีก7กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5360 2666

28 ไร่บุญรอด

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ไร่บุญรอด ไร่บุญรอดเป็นไร่ของบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ผู้ผลิตเบียร์สิงห์ ที่ไร่บุญรอดแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ที่น่าสนใจบนพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ หากนักท่องเที่ยวมาถึงที่ไร่บุญรอดแล้วจะสะดุดตากับรูปปั้นสิงห์สีทองอร่ามขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินหญ้าสีเขียว ทางไร่บุญรอดมีรถรางให้บริการพาทัวร์ชมไร่แบบสบายๆ และจะมีไกด์คอยอธิบายจุดเที่ยวต่างๆ ด้วย

ภายในไร่ปลูกพืชหลายชนิดตามความเหมาะสมกับสภาพดิน มีทั้งไม้ผล อาทิ ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง กระท้อน พืชสวนมีชาพันธุ์อู่หลง มะนาว หม่อน ส่วนพื้นที่ราบจะปลูกพืชไร่ที่มีชื่อเสียง เช่น ข้าวบาร์เลย์ และข้าว และพืชผัก เช่น บร็อกโคลี่ ฟาร์มเห็ดหอม และการทำฟาร์มปศุสัตว์ เลี้ยงวัวนม เป็นต้น

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จากไร่บุญรอด นอกจากส่งออกไปยังไต้หวันโดยเฉพาะชาแล้วก็ยังมีการจัดจำหน่ายในช็อบบริเวณทางเข้าไร่ ซึ่งมีครบทั้งแอลกอฮอล และนอนแอลกอฮอล์ ซึ่งจะมีสัดส่วนมากกว่า ทั้งกาแฟสด ชาผสมบาร์เลย์ ชาอู่หลง ซีอิ้ว และสินค้าแบรนด์ของเบียร์สิงห์ที่หลากหลาย

การเดินทาง
ตั้งอยู่ตำบลแม่กรณ์ ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5317 2870

29 ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร

สถานที่ตั้ง : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมือง ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นับเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ เป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยและในภูมิภาค รวมทั้งเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีน-ไทย ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบจีนแท้มีสวนน้ำตรงกลางแบบซูโจว ออกแบบโดยสถาปนิกชาวจีนจากมณฑลเสฉวน วัสดุกระเบื้องหลังคา รูปปั้นประดับหลังคา สิงโตคู่แกะสลักด้วยหินอ่อนที่หน้าศูนย์ฯ นำมาจากประเทศจีนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงมีความคล้ายคลึงตามสถาปัตยกรรมจีนทุกอย่าง ทั้งอาคาร สถานที่และบรรยากาศ

นอกจากการเรียนการสอนภาษาจีนแล้ว ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยือนประเทศจีนและมีห้องสมุดให้ค้นคว้าอีกด้วย
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5391 7097

30 ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น

สถานที่ตั้ง : อำเภอเทิง ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่นเป็นศูนย์ส่งเสริมการเพาะปลูกดอกไม้เมืองหนาว เช่น ดอกทิวลิป ดอกลิลลี่ ดอกซัลเวียสีแดง ต้นคริสต์มาสสีแดง หลากสีหลายพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวดอกไม้จะออกดอกสวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม รอบบริเวณยังมีทิวทัศน์สวยงามดูแล้วสดชื่นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ส่วนตัว - จากตัวเมืองเชียงราย ไปตามทางหลวงหมายเลข 1020 สู่อำเภอเทิง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 1155 อยู่ริมทางผ่านก่อนถึงภูชี้ฟ้า
  2. โดยรถประจำทาง - มีรถออกจากสถานีขนส่ง เวลา 13:00 น. ผ่านบ้านปางค่า ผ่านภูชี้ฟ้า ประมาณ 10–13 กิโลเมตร ค่าโดยสารราคา 40 บาท ตลอดเส้นทางเป็นทางลาดยางตลอด หรือเช่ารถตู้จากตัวเมือง ราคา 1,500 บาท ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5371 7433 และ 0 5374 4674-5