แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในหัวหิน ชะอำ

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
สถานที่ท่องเที่ยวในหัวหิน

สถานีรถไฟหัวหิน สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2453 สมัยรัชกาลที่ 6 ถือเป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เดิมเป็นอาคารสถานีรถไฟหลวงพระราชวังสนามจันทร์ (ปัจจุบันคือ ที่หยุดรถไฟพระราชวังสนามจันทร์) และย้ายมาอยู่ที่สถานีรถไฟหัวหิน มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวอาคารเป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ คงรูปลักษณ์แบบเดิมเอาไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับมายังอดีต โดดเด่นที่สุด คือ พลับพลาหลวง (Royal Waiting Room) ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณชานชลาขาเข้า เป็นพลับพลาจัตุรมุขที่ออกแบบในสไตล์สถาปัตยกรรมแบบไทยที่สวยงาม

นอกจากนี้ป้ายสถานีรถไฟถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองหัวหิน ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก เรียกได้ว่าถ้ามาหัวหินแล้วไม่ได้เห็นสถานีรถไฟ คงถือว่ามาไม่ถึงเมืองแห่งความคลาสสิคนี้อย่างแน่นอน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพระราชวังไกลกังวล เป็นสวนผีเสื้อและสวนสมุนไพรแห่งแรกในหัวหิน ล้อมรอบไปหด้วยพันธุ์ไม้พื้นเมืองมากมายจากทั่วประเทศไทย นอกจากที่นี่จะมีผีเสื้อหลากชนิดและพันธุ์ไม้นานาพันธุ์แล้ว ยังมีทั้ง นก, กล้วยไม้ และสมุนไพรอื่นๆ เปิดให้บริการ จันทร์ถึงศุกร์ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าไปจนถึง 5 โมงเย็น เป็นสถานที่ที่มีสีสันที่สุดในยามค่ำคืนของหัวหิน ณ ตลาดแห่งนี้เป็นที่สินค้าวางขายมากมาย อาทิเช่น อาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ของที่ระลึก ของฝาก รวมทั้งอาหารทะเลสด และอาหารปรุง ได้แก่ ผัดไทย หอยทอด โรตี หรือไอศรีมมะพร้าว และยังมีสินค้าอื่นอีกมากมาย ตลาดแห่งนี้เป็นสวรรค์บนดินสำหรับนักชิมนักช้อปทั้งหลายที่มาเยือนหัวหิน เขาตะเกียบตั้งอยู่ทางใต้สุดของอำเภอหัวหิน ห่างจากตัวเมืองหัวหินเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร การเดินทางมายังเขาตะเกียบสามารถมาได้สะดวกโดยรถสองแถว เขาตะเกียบเป็นเขาที่ยื่นออกไปในทะเลมีโขดหินสวยงาม บริเวณเนินเขายังเป็นที่ตั้งของวัดเขาตะเกียบ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดใหญ่ที่หันหน้าออกสู่ทะเล ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปบนยอดเขา เพื่อสามารถชมิวทิวทัศน์ของท้องทะเลและตัวเมืองหัวหินโดยรอบได้อย่างชัดเจน ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่มีทัศนนีภาพที่งดงามทั้งกลางวันและกลางคืน ชายหาดเขาตะเกียบมีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีความลาดชันน้อย ทรายขาวละเอียด ใกล้บริเวณชายหาดมีบริการห้องพัก ส่วนใหญ่เน้นห้องพักเป็นแบบบังกะโล นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกมากมายไว้บริการอีกด้วย เขาไกรลาสตั้งอยู่ใกล้กับเขาตะเกียบ เป็นเขาที่มีความสูงชัน จึงได้ยืมชื่อเขามาตั้งเป็นชื่อวัด ซึ่งก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และได้มีการรวบรวมพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สูญหายไปนับหลายร้อยปีที่แล้วมาตั้้งประดิษฐานไว้ที่นี่ เป็นภูเขาขนาดเล็ก ตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีบันได 396 ขั้น ขึ้นไปจนถึงยอดเขาซึ่งมีความสูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีลิงเสนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ รัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2501 และทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ไว้ด้วย และจะมีงานฉลองในวันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี สำหรับด้านทิศเหนือของภูเขามีช่องโปร่งทะลุดูคล้ายกับกรอบของกระจกอันเป็นที่มาของชื่อ "เขาช่องกระจก" และบนยอดเขามีศาลานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของตัวเมืองหัวหิน อ่าวทั้งสาม และหมู่เกาะต่างๆ ได้อีกด้วย เขาเต่า อยู่ห่างจากตัวอำเภอหัวหินประมาณ 13 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแก มีหาดเล็กๆ อยู่ทางใต้ของเขาเต่า เป็นหาดที่มีความเงียบสงบมากกว่าหัวหิน เป็นหาดทรายที่สะอาด และมีความสวยงามอยู่ 2 แห่ง คือ หาดทรายน้อย และ หาดทรายใหญ่ นอกจากนี้ยังมีเกาะขนาดเล็กอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก บนเกาะมีเปลือกหอยชนิดต่างๆ ทับถมกันอยู่มากมาย และยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่หันหน้าออกสู่ทะเล สำหรับการเดินทางไปยังเขาเต่า จะมีรถโดยสารวิ่งระหว่างหัวหิน-ปราณบุรี ลงรถที่ปากทางเข้าวัด ต่อด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือสามารถเหมารถสองแถวจากตัวเมืองหัวหินก็ได้ ส่วนที่พัก ส่วนใหญ่เป็นบังกะโล โรงแรมใน เขาเต่า บีช ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวและชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากแห่งหนี่ง สามารถชมวิวได้ทั้ง 4 ทิศ จุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นตัวเมืองและอ่าวหัวหิน โดยรอบบนยอดเขาเป็นพื้นที่ราบและผาหินที่สวยงาม พร้อมกับมีศูนย์จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง พื้นที่อเนกประสงค์ปลูกพันธุ์ไม้ในวรรณคดี สวนนก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้แล้วยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ช่วงเวลาที่เหมาะในการชมวิว คือ เช้าตรู่และช่วงค่ำ สวนสนประดิพัทธ์อยู่ในความดูแลของศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี แต่เปิดให้เป็นที่สาธารณะ อยู่ห่างจากหัวหินไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร ตรงกิโลเมตรที่ 240 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร เป็นสถานที่ที่มีความเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านอาหาร และที่พักหลายแบบ ตั้งแต่ บังกะโล เกสต์เฮ้าส์ และโรงแรม การเดินทางมายังสวนสนประดิพัทธ์ มีรถโดยสารจากหัวหินออกทุก 20 นาที ส่วนทางรถไฟสามารถลงที่ป้ายรถไฟสวนสนประดิพัทธ์ โดยใช้บริการรถไฟสายธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ออกเวลา 13.10 น. ถึง สวนสนฯ 18.10 น. (รถด่วนและรถเร็วขบวนอื่นไม่จอดป้ายนี้) น้ำตกป่าละอู ตั้งอยู่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 273,125 ไร่ ประกอบด้วยน้ำตกละอูใหญ่และน้ำตกละอูน้อย ซึ่งไหลลดหลั่นกันอย่างสวยงามถึง 11 ชั้น มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำตกป่าละอูตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่อุดมไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม และสัตว์ป่านานาชนิด อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผีเสื้อชุกชุม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดูผีเสื้อ คือ 7.00 น. ถึง 10.00 น. นอกจากนี้ยังมีจุดสำหรับชมสัตว์ป่าและนกพันธุ์หายากอีกด้วย สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะในการเที่ยวน้ำตก คือ เดือนพฤศจิกายน ถึง เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำตกมีความสวยงามที่สุด การเดินทางมาน้ำตกป่าละอู จากตลาดหัวหิน มีทางแยกจากถนนเพชรเกษมไปทางทิศตะวันตก ตามทางหลวงหมายเลข 3219 จนสุดถนนระยะทางประมาณ 63 กิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นครอบคลุม อำเภอเมือง อำเภอทับสะแก แหละอำเภอบางสะพานใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าบนเทือกเขาตะนาวศรี สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200-800 ฟุต เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่เกิดจากสันเขากั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ที่ทำการของอุทยานฯ อยู่ในบริเวณน้ำตก น้ำตกห้วยยาง เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีทั้งหมด 9 ชั้น สำหรับน้ำตกชั้นที่ 7 เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับนำไปใช้ในพระราชพิธีสำคัญ และตั้งแต่ชั้นที่ 7 เป็นต้นไป ต้องขออนุญาตและมีเจ้าหน้าที่นำทางเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการเข้าไปพักผ่อนเพราะมีทิวทัศน์สวยงาม บรรยากาศร่มรื่น และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ ค่าเข้า 100 บาทต่อท่าน โรงแรมและที่พักสามารถหาได้บริเวณรอบๆ หรือใกล้กับอุทยาน ตั้งอยู่ที่เลขที่ 18 ถนนแนบเคหาสน์ ที่นี่เป็นทั้งสวนพฤกษชาติและเป็นแหล่งรวบรวมผลงานทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม หัตถกรรมพื้นบ้าน ศิลปะโบราณวัตถุ และงานสร้างสรรค์แห่งโลกศิลปะ ที่นักท่องเที่ยวสามารถชม และสัมผัสได้ เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์ไทย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ว่าจะมองเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอแห่งนี้ และได้เสด็จมาทอดพระเนตรพร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์และทูตานุทูตชาวต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รับกาลที่ 9 จึงพระราชทานนามที่นี่ว่า "อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์" เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย เปิดให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกระบบโรงเรียน ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ ได้มาศึกษาเรียนรู้ นอกจากนี้ที่หว้ากอยังมีหาดทรายสีขาวยาวเต็มไปด้วยต้นสนที่ขึ้นเรียงราย ให้บรรยากาศร่มรื่น ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 335 ของทางหลวงหมายเลข 4 ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองหัวหิน สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 331-332 จากนั้นให้เลี้ยวขวาและขับไปอีก 8 กิโลเมตร ก็จะพบกับพื้นที่ที่มีหินก้อนใหญ่ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ และยังมีทางเดินแคบๆ ที่นำท่านไปสู่ลานหินที่กว้างใหญ่บนยอดเขา จากยอดเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองและท้องทะเลอีกด้วย อยู่ในเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ตั้งอยู่ที่ตำบลสิงขร ห่างจากอุทยานแห่งชาติเขาหินเทิน 4 กิโลเมตร เป็นช่องทางที่ไทย–พม่าใช้เป็นเส้นทางผ่านติดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ และด่านสิงขรในสมัยก่อนมีชื่อเสียงในการรบ ด้านการคมนาคมติดต่อค้าขาย และเป็นเส้นทางที่พวกพ่อค้า และนักเดินทางทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ มักใช้เส้นทางนี้เป็นทางลัดระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับอ่าวไทย ปัจจุบันบริเวณชายแดนไทย–พม่า มีตลาดนัดไทย–สิงขร ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่ขายสินค้าพื้นเมืองของคนไทยและพม่า ให้เลือกมากมาย
ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ตลาดน้ำในบรรยากาศรัตนโกสินทร์ย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 6 มีลักษณะเหมือนกับ “ตลาดน้ำอโยธยา” เพราะดำเนินการโดยทีมงานเดียวกัน แต่สถาปัตยกรรมของที่หัวหินนั้นจะเป็นแบบ “วิคตอเรีย” ในรูปแบบของรัชกาลที่ 6 ทั้งรูปร่าง ตัวอาคาร และอื่นๆ เนื่องจากต้องการรักษารูปแบบของท้องถิ่นเมืองหัวหินเอาไว้โชว์ให้ผู้คนที่เข้ามาสัมผัสได้เห็นความเก่าแก่ในอดีต พร้อมกับจะมีการจัดแสดงต่างๆ ที่คงความเป็นไทยเอาไว้ เรียกได้ว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมภายในตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม ยังคง concept ความเป็นเมืองหัวหินได้อย่างดีเยี่ยม โดยการนำสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของเมืองหัวหินที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น ป้ายชื่อตลาดน้ำใหญ่โตเป็นป้ายที่สร้างให้รูปแบบเหมือนกับป้ายชื่อ ซอยหัวหินที่เป็นเอกลักษณ์ ขบวนรถไฟและสถานีรถไฟหัวหิน หรืออาคารร้านค้าต่างๆ เป็นต้น

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม เน้นจุดขายทางธรรมชาติ มีกลุ่มเรือพายมีสินค้าของกินทุกชนิดประเภทใส่เรือพาย ไปมาในสระขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสหาซื้อสิ่งของได้กินเล่นกัน เปรียบเสมือนว่าได้เข้ามาจุดนี้แล้วได้ย้อนอดีต ภายในตลาดน้ำมีพื้นที่ค่อนช้างกว้างขวาง มีร้านค้ามากมายกว่า 250 ร้าน รูปบ้านการตกแต่งร้านค้า ก็ตกแต่งแบบเก๋ไก๋ มีมุม ถ่ายภาพ มีสินค้าให้ได้เลือกซื้อเลือกชมมากมาย มีร้านอาหารขายอาหารพื้นบ้าน มีที่นั่งรับประทานเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ ยังมีการแสดง โชว์แสง สีเสียง ทุกวัน รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เวลาเปิดให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน 10.00 น. – 23.00 น.
ตลาดน้ำหัวหิน
ตลาดน้ำหัวหิน ได้ประยุกต์ระหว่างวิถีชีวิตในอดีตบวกกับการท่องเที่ยวและธุรกิจ เกิดขึ้นเป็นตลาดน้ำหัวหิน concept ของตลาดน้ำคือ “ตลาดน้ำหัวหิน แปลกใหม่ ยิ่งใหญ่ หรูหรา” แปลกใหม่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด ด้วยสไตล์หัวหินย้อนยุคยิ่งใหญ่อยู่บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ หรูหราสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมและ การตกแต่ง ที่ภูมิใจนำเสนอในจุดต่างๆ ของตลาดน้ำหัวหิน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งที่จอดรถ และเรือนักท่องเทียว ฯลฯ

ที่ตลาดน้ำหัวหินได้ตองสนองร้านค้าด้วยการตัดคู่แข่งให้ โดยขายสินค้าซ้ำไม่เกิน 2 ร้าน ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมสินค้าที่หลากหลาย นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับโชว์การแสดง แสง สี เสียง และกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายทุกวัน ความสวยงามของตลาดน้ำหัวหินในสไตล์หัวหินย้อนยุค ดูหรูหราต่างจากตลาดน้ำที่อื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมทั้งการเดินชมและล่องเรือดูวิถีชีวิตริมน้ำ แบบอดีตได้ทั่วทั้งตลาดน้ำหัวหิน และยังได้ตื่นตากับสิ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตย์สไตล์หัวหินและต้นไม้ ในจุดต่างๆ ที่ดูยิ่งใหญ่ ไม่เหมือนใครจริงๆ

เวลาเปิดให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน
- วันจันทร์ - พฤหัสบดี 09.30 น. – 19.30 น.
- วันศุกร์ - อาทิตย์ 09.30น. - 20.00 น.

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อยู่ห่างจากหัวหินลงมาทางใต้ ประมาณ 63 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่าง อำเภอปราณบุรี และ อำเภอกุยบุรี มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 98 ตารางกิโลเมตร หรือ 61,300 ไร่ ภูมิประเทศครอบคลุมพื้นที่ภูเขาหินปูนที่ตั้งอยู่ทางตะวันตก ไปจรดพื้นที่ราบลุ่มอ่าวไทยทางตะวันออก ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ริมฝั่งทะเลมีความสูงชันราว 605 เมตร ส่วนพื้นที่ราบริมฝั่งทะเลจะเป็นหาดเลน และห้วงน้ำทะเลตื้นยาวจากเขากะโหลกทางทิศเหนือถึงเขาแร้งทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ได้แก่ เกาะโครำ เกาะนมสาว เกาะระวาง เกาะระวิง เกาะสัตกูด และเกาะขี้นก

ทุ่งสามร้อยยอด เป็นบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญสำหรับสัตว์นานาชนิด อาทิ นก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน และ สัตว์ขนาดเล็กจำนวนมาก และในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะมีนกอพยพมาที่นีเป็นจำนวนมาก

องค์กรด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ได้ให้การยอมรับให้เขาสามร้อยยอดเป็น อุทยานแห่งชาติอันดับที่ 4 ของไทย และถือว่าเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกในไทยอีกด้วย และรวมไปถึงบริเวณพื้นที่อื่นๆ โดยรอบ อาทิเช่น ป่าชายเลน หาดทราย น้ำกร่อย เกาะเล็กๆ นอกฝั่ง สถานที่เพาะปลูก เป็นต้น ถือเป็นอุทยานแห่งชาติยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ให้เที่ยวสนุกครบทุกรสชาติ ทั้งพักผ่อน เล่นน้ำทะเล ปีนเขา ชมถ้ำ หรือ ล่องเรือชมธรรมชาติ และสัมผัสกับวิถีชีวิตหมู่บ้านประมง

สำหรับการเดินทางมาอุทยานเขาสามร้อยยอด จากถนนเพชรเกษมมีทางแยกเข้าอุทยานฯ ได้ 2 เส้นทาง ได้แก่ กิโลเมตรที่ 256 บริเวณสี่แยกอำเภอปราณบุรี เดินทางไปยังที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ 38 กิโลเมตร และที่กิโลเมตรประมาณ 286.5 ก่อนถึงอำเภอกุยบุรี 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปที่ทำการอุทยานฯ อีก 13 กิโลเมตร ส่วนถ้าเดินทางโดยรถประจำทาง หรือ ลงที่สถานีรถไฟปราณบุรี สามารถเช่ารถสองแถวจากตลาดปราณบุรีเข้าอุทยานฯ ได้ ระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตร นอกจากนี้ภายในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย คลองเขาแดง
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์และสัตว์นานาชนิดในบริเวณป่าชายเลน โดยเช่าเรือจากหมู่บ้านเขาแดง และหมู่บ้านบางปู ลงเรือที่ท่าน้ำหน้าวัดเขาแดง ล่องไปตามลำคลองประมาณ 3-4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เวลาที่เหมาะในการล่องเรือคือ ช่วงเย็น ประมาณ 16.00-17.00 น. เพราะอากาศไม่ร้อน และสามารถชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามได้ ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 23 จากอำเภอปราณบุรี หรือ 15 กิโลเมตรจากที่ทำการอุทยานฯ ภายในถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม มีลักษณะเด่นคือค่อนข้างใสและโปร่งแสง การเดินชมถ้ำค่อนข้างลำบากและค่อนข้างอันตราย เนื่องจากภายในถ้ำมืดมากและพื้นไม่เรียบเต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่ระเกะระกะ และมีเหวลึก จึงจำเป็นต้องใช้ตะเกียงเจ้าพายุหรือไฟฉาย ช่วยในการนำทาง ซึ่งที่นี่มีไฟฉายให้เช่าบริการ และมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาตินำทาง ใช้เวลาเที่ยวชมภายในถ้ำประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคุ้งโตนด ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร การเข้าชมถ้ำ สามารถนำรถยนต์ไปจอดไว้ที่เชิงเขาแล้วเดินเท้าขึ้นเขาไปอีก 280 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ภายในถ้ำจะมีต้นไทรซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำ และมีหินงอกหินย้อยที่งดงามหลายจุด ได้แก่ สระโบกขรณี ห้องหินงอกหินย้อย ห้องม่านเจ็ดสี เป็นต้น ภายในถ้ำค่อนข้างมืดต้องใช้ไฟฉายหรือตะเกียง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจะมีบริการเช่าตะเกียงเจ้าพายุหรือไฟฉายจากชาวบ้านที่หมู่บ้านคุ้งโตนดได้ ระยะเวลาที่เข้าชมภายในถ้ำประมาณ 1 ชั่วโมง อยู่ห่างจากหาดแหลมศาลาประมาณ 500 เมตรและห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ไปทางทิศเหนือประมาณ 17 กิโลเมตร มีทางเดินขึ้นเขาไปยังตัวถ้ำ ระหว่างทางมีบ่อน้ำกรุด้วยอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง 1 เมตร ลึก 4 เมตร เรียกว่า “บ่อพระยานคร” ตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม "ถ้ำพระยานคร" เป็นถ้ำขนาดใหญ่ บนเพดานถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้ จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้ คือ "พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์" ซึ่งเป็นพลับพลาแบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ นับเป็นจุดเด่นของถ้ำพระยานคร และเป็นตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน