พระธาตุยาคู (Phrathat Yakhu)
สถานที่ตั้ง : อำเภอกมลาไสย
เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐปรากฏการก่อสร้าง 3
สมัยด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ
มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี
ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา
ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์
รอบๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำ
เรื่องพุทธประวัติชาวบ้านเชื่อกันว่าในองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ
สังเกตได้จากเมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม
ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดด แต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู
จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ชาวบ้านจะจัดให้มีงานประเพณีบุญบั้งไฟเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤษภาคม
เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นให้กับหมู่บ้าน
วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม ตั้งอยู่บ้านเสมาตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง
เป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก
มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสานเนื่องจากแทบจะไม่พบในภาคอื่นเลย
ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีความโดดเด่นคือ
นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก
มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด
สลักภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระเจ้าสุทโธทนะ
พระราหุล และนางยโสธรา (พิมพา) เข้าเฝ้าแสดง สักการะอย่างสูงสุดด้วยการสยายพระเกศาเช็ดพระบาทองค์พระพุทธเจ้า
เรียกเสมาหินภาพ พิมพาพิลาป
ซึ่งใบเสมาหลักนี้ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น
สถานที่ตั้ง : อำเภอกมลาไสย
เป็นเมืองโบราณ ตามเส้นทางหมายเลข 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) ระยะทาง 13 กิโลเมตร
ถึงอำเภอกมลาไสย เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2367 ระยะทาง 6 กิโลเมตร
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน จากหลักฐานโบราณคดีที่ค้นพบ
ทำให้ทราบว่ามีการอยู่อาศัย ภายในเมืองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
แล้วได้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นในสมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 13-15
นอกจากนั้นยังมีซากศาสนสถานกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ภายในเมือง และนอกเมือง
หลักฐานบางส่วนเก็บไว้ที่วัดโพธิ์ชัยเสมารามซึ่งอยู่ภายในเมือง บางแห่งอยู่ในตำแหน่งดั้งเดิมที่พบ
และบางส่วนก็นำไปเก็บรักษา และจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติขอนแก่น
ซึ่งหนึ่งในวัตถุโบราณนั้นมีพระสำริดและพวกเครื่องท่อยาสูบอยู่
สถานที่ตั้ง : อำเภอกุฉินารายณ์
หรือถ้ำลายมือตามคำเรียกของชาวบ้าน ได้มีการค้นพบและเปิดเผยต่อสาธารณชน
เมื่อก่อนปี พ.ศ. 2516 และ 2523 ค้นพบครั้งแรกนับได้ประมาณ 147 รอย
โดยกรมศิลปากรได้ค้นพบและเผยแพร่ หลังจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมโบราณสถานแห่งนี้เพิ่มมากขึ้นทุกปี
เป็นบริเวณพื้นที่แห่งหนึ่งที่พบฝ่ามือแดงมากที่สุดในประเทศไทย
ภาพดังกล่าวถือว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมา
อาจารย์พิสิฐ เจริญวงศ์ จากกรมศิลปากร ได้อธิบายว่าภาพฝ่ามือแดงไม่สามารถบอกอายุที่แน่นอนได้แม้ในก่อนช่วงประวัติศาสตร์
เทคนิคการวาดภาพเขียนสีแดงอาจจะแยกเป็นแบบฉีด
ลายเส้นและพวกของแข็งและคาดว่าอายุของถ้ำบริเวณภูผาผึ้งน่าจะประมาณ 2,000 ปีผ่านมาแล้ว
ซึ่งเป็นภาพวาดดที่ ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ภาพที่ปรากฏอย่างเช่น คนและสัตว์
และภาพเหล่านี้ก็จะค่อยๆ จางไปตามกาลเวลา
นอกจากนี้ภาพบางส่วนยังถูกการทำลายจากพวกคนบางกลุ่มที่ไม่เข้าใจในภาพอันล้ำค่าที่พบเห็น
วัดศรีบุญเรือง หรือ วัดเหนือ (Wat Si Bunruang or Wat Nua)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสงยางจำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้
โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ หลักเสมาจำหลักที่สวยงามคือ
หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือ ปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว
ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรสทั้งหมดนี้เป็นลักษณะศิลปะทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ดำหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์
หน้าตักกว้าง 20 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปลักษณะงดงามที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นภาษาไทยโบราณ
สร้างในสมัยพระเจ้าคูนาขาม พระชัยสุนทร (กิ่ง)
ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝนเสมอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง

อยู่ที่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร
โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2319
สมัยทวาราวดีจำหลักบนหน้าผา 2 องค์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์
ฝีมือช่างจากสมัยทวาราวดีองค์แรก
ประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้นองค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ
นอกจากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้วยัง
เป็นสถานที่มีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง
และจะมีการเฉลิมฉลองพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ช่วงเดือนเมษายนของทุกปี
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ยาวประมาณ 2 เมตร
กว้าง 50 เซนติเมตร อยู่ในบริเวณวัดกลาง มีรอยพิมพ์เท้าจากหิน สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้
เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าละว้า
ซึ่งรอยพิมพ์เท้า เดิมตั้งอยู่ริมลำปาวใกล้แก่งสำโรง
สถานที่ตั้ง : อำเภอกมลาไสย
เรียกอีกอย่างว่า วัดบ้านก้อม ตั้งอยู่บ้านเสมาตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยางและไม่ไกลจากพระธาตุยาคู
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีใบเสมาหิน
ที่ถูกทำขึ้นในช่วงสมัยทวารวดีซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นที่น่าสนใจของอีสาน นั่นคือ
นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก
มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด
สถานที่ตั้ง : อำเภอสหัสขันธ์
ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (เส้นทางหลวงหมายเลข 227)
เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก
โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด
มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (Phraya Chaiyasunthon Monument Thao Somphamit)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข
จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง
ยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มีอซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์
ชาวกาฬสินธุ์ได้ทำการบริจาคเงินสำหรับทำการก่อสร้างอนุสาวรีย์
เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์
ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว (Culture & Tourism Promotion Center)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลธีรวัฒน์ เป็นแหล่งให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้ที่สนใจด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของกาฬสินธุ์
จัดแสดงวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้านในท้องถิ่นและในภาคอีสานพร้อมทั้งจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของกาฬสินธุ์อย่างเช่น
ผ้าแพรวา กะเตาะหรือเครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน
สำหรับผู้ที่จะเข้าไปชมเป็นหมู่คณะและต้องการผู้บรรยาย
กรุณาติดต่อล่วงหน้าได้ที่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธีรวัฒน์ เลขที่ 269/3
ถนนชนะพล อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 4381 1757
พิพิธภัณฑ์สิรินธร ฟอสซิลไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว (Sirindhorn Museum and Phu Kum Khao Dinosaur Excavation Site)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสหัสขันธ์
อยู่ที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเดิมผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (นายชัยรัตน์ มาปราณีต)
ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์รวมของดีเมืองกาฬสินธุ์ จัดเป็นห้องบรรยายสรุป
ห้องเจ้าเมือง ห้องศาสนา ห้องเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ห้องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวผู้ไทย ห้องวิจิตรแพรวา ห้องศึกษาค้นคว้าเรื่องหัตถกรรม
ห้องสาธิตจำหน่ายผ้าไหมแพรวา และของที่ระลึกพื้นเมือง
โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 4381 1695
พิพิธภัณฑ์นี้มีชื่อว่า "พิพิธภัณพ์สิรินธร" อาคารสองชั้นภายในจัดเป็นทางเดินแนะนำไดโนเสาร์พันสายพันธุ์ต่างๆ
ในยุคล้านปีก่อน ช่วงระยะเวลามหายุคโพรทีโรโซอิก (Proterozoic Era)
กำเนิดสัตว์ชนิดแรกบนโลก เป็นสัตว์เซลล์เดียวเรียกว่า โปรโตซัว
และอุโมงค์จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับธรณีวิทยาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเกิดโลก
และวิวัฒนาการของสัตว์โลกดึกดำบรรพ์เช่น ไดโนเสาร์ มนุษย์ยุคหินเป็นต้น
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยูที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเดิมผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (นายชัยรัตน์ มาปราณีต)
ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์รวมของดีเมืองกาฬสินธุ์ จัดเป็นห้องบรรยายสรุป
ห้องเจ้าเมือง ห้องศาสนา ห้องเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ห้องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวผู้ไทย ห้องวิจิตรแพรวา ห้องศึกษาค้นคว้าเรื่องหัตถกรรม
ห้องสาธิตจำหน่ายผ้าไหมแพรวา และของที่ระลึกพื้นเมือง
โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น.
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
0 4381 1695
วนอุทยานภูแฝก (Phu Faek Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอยางตลาด และอำเภอท่าคันโท
ตั้งอยู่หมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับกับเนินเขาไม่สูงนัก
สภาพป่าเป็นป่าเต็งรังมีพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ไม้มะค่าโมง ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ประดู่
และมีสัตว์ป่าที่พบเห็นได้ง่าย เช่นกระรอก กระแต อีเห็น กระต่ายป่า เป็นต้น
เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 เด็กหญิงสองคนพร้อมด้วยผู้ปกครองไปทานข้าวในวันหยุด
ได้พบรอยเท้าประหลาดกลางลานหินลำห้วยเหง้าดู่ เชิงเขาภูแฝก
บริเวณเทือกเขาภูพาน หลังจากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่นักธรณีวิทยาพร้อมด้วยส่วนราชการ
และเอกชนในจังหวัดกาฬสินธุ์
ได้เดินทางไปสำรวจจึงพบว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ประเภทเทอร์โรพอด 7 รอย
จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140 ล้านปี ปัจจุบันนั้นเห็นชัดเจนเพียง 4 รอย
การเดินทาง จากอำเภอเมือง
ใช้เส้นทางไปอำเภอสมเด็จ (ทางหลวงหมายเลข 213)
ถึงอำเภอสมเด็จเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางไปอำเภอกุฉินารายณ์ (ทางหลวงหมายเลข 2042)
ประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงอำเภอห้วยผึ้ง เลี้ยวซ้ายไปกิ่งอำเภอนาคู
(ทางหลวงหมายเลข 2101) ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานภูแฝกประมาณ 4.7 กิโลเมตร
เขื่อนลำปาว (Lam Pao Dam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอยางตลาด อำเภอสหัสขันธ์ และอำเภอคำม่วง
เข้าสู่เส้นทางทางหลวงหมายเลข 209 (กาฬสินธุ์-มหาสารคาม) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 10
แยกขวามือเข้าเขื่อนลำปาวตามถนนลาดยาง 26 กิโลเมตร
เป็นเขื่อนดินสูงจากระดับน้ำทะเล 33 เมตร และสันเขื่อนยาว 7.8 เมตร
เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยาง อ่างเก็บน้ำแฝดทางซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ
ถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ
และตามทะเลชายหาดเป็นจุดสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
สถานที่ตั้ง : อำเภอยางตลาดและอำเภอท่าคันโท

อยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว มีเนื้อที่ 1,420 ไร่ มีสภาพเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงที่ค่อนข้างสมบูรณ์
มีสัตว์หายากที่อยู่มากกว่า 130 ตัว ได้แก่ ชะนี ลิง นกชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เลี้ยงไว้และนกที่มาตามฤดูกาล
สวนสะออนเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. การใช้บ้านพักของสถานีฯ
และตั้งแค้มป์พักแรมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่สถานีฯ หรือทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าส่งไปที่
สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว ตู้ ป.ณ. 120 อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000
หรือผู้อำนวยการสำนัก
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2562 0760
การเดินทาง การเดินทาง มี 2 สองเส้นทาง คือ
เส้นทางไปเขื่อนลำปาว เมื่อถึงตัวเขื่อนจะมีทางเลียบสันเขื่อนไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร
หรือใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวงหมายเลข 227)
ประมาณ 19 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปสวนสะออนอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอสหัสขันธ์
พระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าว อยู่ที่บ้านนาสีนวล ตำบลโนนศิลา ห่างจากตลาดสหัสขันธ์ ประมาณ 6 กิโลเมตร
บริเวณถ้ำภูค่าว แต่เดิมเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาแห่งหนึ่ง
ปัจจุบันเป็นเพียงวัดเล็กๆ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจากพระนอนทั่วไปคือ แทนที่พระไสยาสน์ตะแคงขวา แต่กลับไสยาสน์ตะแคงซ้าย
มีตำนานได้กล่าวไว้ว่าพระพุทธไสยาสน์สร้างมาตั้งแต่ช่วง 1,300-1,500 ปีมาแล้ว
และเป็นที่เคารพของชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการปิดทองในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี
สถานที่ตั้ง : อำเภอสหัสขันธ์
อยู่บนยอดเขาภูสิงห์ ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 34 กิโลเมตร
ตามทางหลวงหมายเลข 227 พุทธสถานภูสิงห์สามารถขึ้นได้ 2 ทางคือ
ทางทิศตะวันตกจะเป็นทางลาดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาและทางทิศตะวันออกเป็นทางขึ้นบันได 400
กว่าขั้น เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติ
ทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงาม
พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร มีลักษณะงดงาม
สถานที่ตั้ง : อำเภอสมเด็จ
ไปตามเส้นทางกาฬสินธุ์-สกลนคร (ทางหลวงหมายเลข 213)
แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 300 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแก่งหินเรียงรายเป็นแนวยาว มีลานหินกว้างเหมาะแก่การพักผ่อน
สถานที่ตั้ง : อำเภอสมเด็จ
อยู่บนเทือกเขาภูพาน เขตบ้านแก้งกะอาม ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ
ห่างจากที่ว่าการอำเภอสมเด็จ 17 กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกว่า "ผารังแร้ง" เมื่อปี พ.ศ. 2497
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ได้เสด็จผ่านและเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงเรียกที่ประทับนั้นว่า "ผาเสวย"
ลักษณะตั้งอยู่บนเหวลึก หน้าผาสูงชัน ชาวบ้านเรียกว่า "เหวหำหด"
บนหน้าผาเสวยสามารถชมทัศนียภาพและเป็นที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี
สถานที่ตั้ง : อำเภอกุฉินารายณ์
ตั้งอยู่ที่บ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหน้าผาสูงประมาณ 400 เมตร
ซึ่งในอดีตเคยมีผึ้งมาทำรังเกาะอยู่เต็มหน้าผาแห่งนี้ แต่เนื่องจากการตีผึ้ง
เพื่อเอาผึ้งและรวงผึ้งไปขายของชาวบ้านบริเวณนั้น
เป็นไปในรูปแบบล้างเผ่าพันธุ์ไปด้วย และเมื่อป่าไม้ถูกทำลายระบบนิเวศน์ก็เปลี่ยนแปลงไป
ไม่มีดอกไม้อันอุดมให้ผึ้งได้กินได้สร้างครอบครัวอีกต่อไป
ปัจจุบันนี้ภูผาผึ้งจึงเหลือเพียงตำนานที่เล่าขานเพื่อชี้ชวนให้ชมรอยเว้ารอยบุ๋มของหินผา
ซึ่งรวงผึ้งเคยเกาะอยู่เท่านั้น
สถานที่ตั้ง : อำเภอกุฉินารายณ์
น้ำตกที่นี่สวยงามมาก ลักษณะเด่นคือ เป็นลานหินขนาดกว้างลาดเอียงตามธรรมชาติ
ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำตกสไลเดอร์" และน้ำตกตาดยาวนี้จะไหลไปรวมกันกับน้ำตกตาดสูงในที่สุด
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาวง
อยู่ที่ตำบลบ่อแก้ว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลมาจากเทือกเขาภูพาน
แบ่งเป็นชั้นๆ มีความสวยงามมาก สภาพป่าโดยรอบเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ มีน้ำไหลตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาวง
อยู่ในเขตอำเภอเขาวง บนเส้นทาง เขาวงดงหลวง-มุกดาหาร
เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามด้วยโขดหินสลับซับซ้อน ในฤดูฝนจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด น้ำตกตาดทองจะจัดให้มีงานขึ้นทุกๆ ปี
ในช่วงเดือนตุลาคม รถยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงน้ำตกได้โดยสะดวก
กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน (Ban Phon Phrae Wa Silk )
สถานที่ตั้ง : อำเภอสหัสขันธ์ และอำเภอคำม่วง
ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 227
มีชื่อเสียงด้านผ้าแพรวาทอที่สวยงาม เป็นงานฝีมือทอผ้าของชาวผู้ไทย ที่อพยพมาจากเวียดนาม
ซึ่งผ้าแพรวาทอจากผ้าไหมด้วยลายมัดหมี่ละเอียดลายเฉพาะตัว ลักษณะลายผ้าแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
ได้แก่ ลายหลัก (ลายใหญ่) และลายแถบ (ลายริ้ว)
ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น
ปัจจุบันนี้มีการให้สีต่างๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียวเป็นต้น
นับได้ว่าการทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งในประเทศไทย
ซึ่งต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสนับสนุนจนเป็นที่แพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
สถานที่ตั้ง : อำเภอกุฉินารายณ์
เป็นหมู่บ้านที่มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวผู้ไทย
เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่สนใจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้พักแรมและสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน
รับประทานอาหารพื้นบ้านแบบพาแลง (อาหารแบบดั้งเดิมของลาวและอาหารตะวันตกให้เลือกมากมาย) ชมการแสดงศิลปพื้นบ้าน การเต้นโดยเด็ก การรำพื้นบ้านเพลงประจำหมู่บ้าน
จัดแสดงและสอนการทอผ้าและการหัตถกรรม นอกจากนี้ สามารถเดินทางไปชมน้ำตกและลำธารได้
การเดินทาง จากบ้านโคกโก่งประมาณ 15
กิโลเมตรจากทางตะวันออกของอำเภอกุฉินารายณ์ การเข้าถึงหมู่บ้านโดยรถโดยสารจากขอนแก่น
หรือ ติดต่อทางฝั่งหมู่บ้านเองได้
สถานที่ตั้ง : อำเภอกุฉินารายณ์
อยู่บริเวณตำบลหนองห้าง ห่างจากตัวอำเภอกุฉินารายณ์ ประมาณ 10 กิโลเมตร
โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2042 ประมาณ 2 กิโลเมตร หลังจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดยางประมาณ 6 กิโลเมตร
ชาวบ้านบ้านหนองห้างมีการรวมกลุ่มกันทอผ้าฝ้าย ผ้าไหม
และจักสานไม้ไผ่ เป็นลวดลายผ้าขิด ฝีมือประณีตสวยงามมาก ผลิตภัณฑ์อย่างเช่นได้แก่ กระเตาะ กระติ๊บ กระเป๋าและภาชนะต่างๆ
ตัวอักษร
