พระธาตุศรีสองรัก (Phra That Si Song Rak)
สถานที่ตั้ง : อำเภอด่านซ้าย
พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน ห่างจากตัวอำเภอด่านซ้ายประมาณ 1 กิโลเมตร
หรือห่างจากตัวจังหวัด 83 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ
ได้ขึ้นทะเบียนไว้อย่างถูกต้อง พระธาตุศรีสองรักมีรูปทรงลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง องค์พระธาตุสูง 19.19
เมตร ฐานกว้างด้านละ 10.89 เมตร ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ย่อมุมไม้สิบสอง องค์ระฆังทรง "บัวเหลี่ยม" คล้ายพระธาตุพนม พระธาตุหลวง (เวียงจันทน์)
พระธาตุศรีโคตรบอง (แขวงคำม่วน) และอีกมากมายแถบลุ่มแม่น้ำโขง
ไม่ไกลจากวัดศรีสองรัก เป็นที่ตั้งของ
วัดเนรมิตวิปัสสนา
เป็นวัดที่มีความงดงามก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลังอย่างลงตัว
ดูสง่างามท่ามกลางความเงียบสงบของร่มเงาบวรพุทธศาสนา
ภายในวัดมีพระอุโบสถสวยงามขนาดใหญ่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรในรูปแบบศิลปะภาคกลาง
ผนังของพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวของแลคติธรรมต่างๆ ไว้เตือนสติ
นอกจากนี้พื้นที่กว้างขวางของวัดได้จัดเป็นสวนพักผ่อนมีการจัดแต่งสวนและต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม
และเป็นที่ตั้งของมณฑปของหุ่นขี้ผึ้งพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทธโล)
ผู้ริเริ่มการก่อสร้างวัดแห่งนี้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธา ปัจจุบันท่านได้มรณภาพแล้ว
ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุศรีสองรักคือ ไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงขึ้นบูชา
ไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงขึ้นไปนมัสการ เพราะองค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี
สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง
ไม่ควรกางร่ม สวมหมวกและสวมรองเท้าขึ้นไปบนพระธาตุ ไม่ควรนำเด็กต่ำกว่า 3 ปีขึ้นไปนมัสการ
(หมายเหตุ : ก่อนท่านจะทำหรือประกอบพิธีใดๆ ที่เกี่ยวกับองค์พระธาตุขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าองค์พระธาตุก่อน)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาแห้ว
วัดโพธิ์ชัยเป็นวัดเก่าแก่ซึ่งก่อตั้งขึ้นก่อนประวัติศาสตร์และก่อนที่จะตั้งแหล่งชุมชน
เชื่อว่าก่อสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22-23
ภายในบริเวณวัดมีหอสมุดที่เก็บรวบรวมพระไตรปิฏกเป็นหอตั้งอยู่บนเสาสูง
พบว่าทั้งโบสถ์ วิหาร และพระพุทธรูปนั้นมีอายุ 400 ปี นับเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีค่ายิ่งของจังหวัดเลย
พระพุทธรูปสำคัญศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพของชาวบ้าน คือ
พระเจ้าองค์แสน
หรือพระพุทธรูปฝนแสนห่า ตามประวัติเล่าว่า เสด็จมาจากเมืองเชียงแสนด้วยพระองค์เอง
มาประดิษฐานอยุ่ที่วัดโพธิ์ชัย โดยมีฆ้องห้อยศอกมา 1 อัน
และลูกแก้วเป็นทองสัมฤทธิ์มาด้วย 1 องค์ พร้อมด้วยปืน 1 กระบอก
ต่อมาเจ้าเมืองเชียงของทราบข่าวจึงยกขบวนพลช้าง พลม้า เพื่อที่จะอัญเชิญไปเชียงของ
แต่ไม่สามารถอัญเชิญไปได้ และเล่ากันต่อมาว่า ถ้าพระพุทธรูปองค์นี้เสด็จไปประดิษฐาน ณ ที่ใด
ที่นั้นจะไม่มีการแล้ง จึงได้ชื่อว่าพระพุทธรูปฝนแสนห่า
พระพุทธรูปองค์แสน เป็นพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก กว้าง 34 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร
เนื้อองค์เป็นทองสัมฤทธิ์ พระสังฆาฏิเป็นทองนาค พอถึงฤดูตรุษสงกรานต์
ชาวบ้านจะนำพระพุทธรูปองค์แสนมาสรงน้ำและทำพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงทุกปี
โบสถ์และวิหารที่วัดแห่งนี้ก่อสร้างด้วยฝีมือประณีตภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติต่างๆ
วัดศรีคุณเมือง (Wat Sri Khun Muang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์
ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตุที่สำคัญมีหลายชิ้นเช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก
ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง
พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว
สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25
นอกจากนี้ ในวัดยังมีธรรมาสน์ไม้แกะสลักลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท
ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน
ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดก
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าลี่
เจดีย์มีความสูงทั้งหมด 33 เมตร พระธาตุมีสีขาวประกอบด้วยดอกบัวบานมีกลีบ 3 ชั้น
ตั้งอยู่รอบองค์พระธาตุสัจจะ มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกับพระธาตุพนม
มีเศวตฉัตร 7 ชั้น ประดิษฐานไว้บนยอดสุดของพระธาตุสัจจะ
ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดลาดปู บ้านท่าลี่
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 แยกซ้ายเข้าถนนสายท่าลี่-อาฮี
ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าลี่ประมาณ 2 กิโลเมตร องค์ประกอบของพระธาตุสัจจะ
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย (Loei Province Cultural Center)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ห่างจากอำเภอเมืองเลยไปตามเส้นทาง (เลย-เชียงคาน) ประมาณ 5 กิโลเมตร
จัดเป็นศูนย์แสดงวัตถุ ศิลปะวัฒนธรรมประเพณีพื้นเมืองของจังหวัดเลย
เปิดให้บริการ : ทุกวันตั้งแต่เวลา 5.30 น. - 16.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 4283 5223-8 ต่อ 512
วนอุทยานภูผาล้อม (Phu Pha Lom Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง และตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย
ตั้งอยุ่ที่ตำบลน้ำเสวย อยู่ห่างจากตัวอเมืองเลยเป็นระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่
สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและมีหน้าผาสลับซับซ้อนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 400-700
เมตร เป็นภูเขาหินปูนแหลหินแกรนิต มีถ้ำหินปูนหลายแห่ง กิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมได้แก่การเดินป่าและตั้งแคมป์
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาแห้ว
อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลนาแห้ว ตำบลแสงภา ตำบลเหล่ากอหก อำเภอนาแห้ว
จังหวัดเลย มีเนื้อที่ประมาณ 73,225 ไร่ หรือ 117.16 ตารางกิโลเมตร ด้วยสภาพขุนเขาที่สูงสลับซับซ้อนกันในพื้นที่ อำเภอนาแห้ว ประกอบกับเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์
สภาพป่าโดยส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้น ซึ่งมีที่ราบน้อย จุดที่สูงที่สุดประมาณ 1,408 เมตร จากระดับน้ำทะเล สภาพอากาศค่อนข้างเย็นสบายตลอดปี
เนื่องจากความสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติซึ่งมีพันธุ์ไม้อยู่หนาแน่น ในช่วงฤดูหนาวอากาศค่อนข้างจะหนาวเย็น จากสภาพภูมิอากาศคงที่ มีความชื้นสูง
ทำให้ป่าที่อุทยานแห่งชาติภูสวนทรายมีความหลากหลายทางชีวภาพ มาก กับฤดูฝนที่ค่อนข้างยาวนาน ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ตั้งแต่แบคทีเรีย เห็ด
พืชชั้นต่ำจน ถึงพันธุ์พืชนานาชนิดรวมทั้งสัตว์ป่า เป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และรักษา ทั้งสังคมของสิ่งมีชีวิตความหลากหลายชนิด
และความสมบูรณ์ของแหล่งพันธุกรรมตามธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนตลอดไป
การเดินทาง
การคมนาคมและการเข้าถึงอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย การคมนาคมที่สะดวกที่สุดคือการคมนาคมทางรถยนต์ ในการเข้าถึงอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย สามารถเข้าถึงได้ 3 เส้นทาง คือ
1. จากจังหวัดเลย ใช้เส้นทางหมายเลข 203 ระยะทาง 68 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านโคกงามเลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 203 ระยะทาง 12 กิโลเมตร
ถึงอำเภอด่านซ้าย เลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร ถึง อำเภอนาแห้ว ไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่
เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านบ้านแสงภา อีกประมาณ 7 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 1268 หลักกิโลเมตร 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร
ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
2. จากกรุงเทพฯ – หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางจาก อำเภอหล่มสัก ใช้เส้นทางหมายเลข 203 ถึงบ้านโป่งชี เลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง 2014 ถึงอำเภอด่านซ้าย
เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร ถึง อำเภอนาแห้ว ไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านบ้านแสงภา
อีกประมาณ 7 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 1268 หลักกิโลเมตร 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
3. จากจังหวัดพิษณุโลก – อำเภอชาติตระการ – บ้านบอภาค ถึงกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวขวาเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านบ้านร่มเกล้า ผ่านตำบลเหล่ากอหก
อีกประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตร 0 และเลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
แหล่งท่องเที่ยว
น้ำตกตาดเหือง (น้ำตกไทย-ลาว):
อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 25 กม. เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสูงมาก ซึ่งเป็นสมบัติของสอง ประเทศ ไทย-ลาว เกิดจากลำน้ำเหือง บริเวณรอบๆ
เป็นป่าทึบที่มีความอุดมสมบูรณ์ครบถ้วน การเดินทางไปเที่ยวชมโดยทางรถยนต์จากที่ว่าการอำเภอนาแห้วไปตามถนนสายนาแห้ว-ร่มเกล้า
จนถึงทางแยกเข้าบ้านบ่อเหมืองน้อย ระยะทางประมาณ 7 กม. จากปากทางถึงบ้านบ่อเหมือง น้อยระยะทาง 10 กม. เส้นทางตลอดสายเป็นทางราดยาง
จากนั้นเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตก
น้ำตกคิ้ง:
อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 15 กม. อยู่ติดกับถนนสายเหมืองแพร่-ร่มเกล้า บริเวณน้ำตก มีพืชพันธุ์นานาชนิดขึ้นริมฝั่งทำให้ดูมีความอุดมสมบูรณ์ สวยสด งดงาม
มีก้อนหินเรียงกันเป็นชั้น ๆ ตอนล่างมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ มีศาลาพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้มาเที่ยว อยู่ในพื้นที่ของตำบลแสงภา
น้ำตกช้างตก:
อยู่เหนือน้ำตกคิ้งขึ้นไป 500 เมตร อยู่ในลำน้ำแพร่มีความลาดชันมากกว่า
น้ำตกวังตาด:
อยู่เหนือน้ำตกช้างตก 1.5 กม. อยู่ในลำน้ำแพร่เช่นกัน
น้ำตกผาค้อ:
อยู่ในลำน้ำเหือง เป็นลำน้ำที่เป็นเส้นแบ่งเขตพรมแดนระหว่างไทย-ลาว บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น อากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน
จุดชมวิว เนิน 1255:
เป็นจุดชมวิวในระยะใกล้ สามารถมองเห็นบ้านห้วยน้ำผักอยู่ด้านล่าง และเห็นวิวของภูสอยดาว ภูเวียงประเทศลาวได้
จุดชมวิว เนิน 1408:
บนตีนภูสวนทราย เป็นจุดที่สูงที่สุดและเป็นจุดใจกลางของอุทยานฯ หากมองลงไปทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จะเห็นบ้านบ่อเหมืองน้อย
บ้านงแสงภา อำเภอนาแห้วได้ และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงามอีกด้วย
หินสี่ทิศ:
อยู่บนเทือกเขาภูตีนสวนทราย ทางด้านทิศใต้มีหินอยู่ 4 ก้อนโผล่ขึ้นกลางป่าดงดิบ ชาวบ้านขึ้นไปสักการะทุกๆ 3 ปี ชาวบ้านเรียกว่า 2 ปีหาม 3 ปีครอบ
หมายถึง ขึ้นไปทำบุญ 1 ครั้งแล้ว เว้นไปอีก 2 ปี ขึ้นไปสักการะอีก เรียกว่า บุญภูใหญ่ หรือบุญสวนเมี่ยง จะทำราวปลายเดือน 3 หรือ เดือน 4 ไม่มีกำหนดวันที่แน่นอน
หินก่วยหล่อ:
อยู่บนภูตีนสวนทราย เป็นหินทรายรูปร่างคล้ายดอกเห็ดตูมโผล่ขึ้นมากลางป่าดงดิบ
สถานที่ตั้ง : ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 75,525 ตารางกิโลเมตร ยอดภูเรือ
เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร
ส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่
มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือมีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่
ในช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวยังอุทยานฯ เป็นจำนวนมากเพื่อสัมผัสอากาศหนาว
สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานมีหลากหลายได้แก่ น้ำตก สวนหินและถ้ำ โดยเฉพาะผาโหล่นน้อย
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน
ผาซำทอง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน
และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเรียกว่า ผาซำทอง
น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน
มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย
ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร
บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติ
และสนสามใบที่เป็นสนปลูก จากจุดนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหือง
และแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวได้
นอกจากนี้ยังมีรีสอร์หลายแห่งตั้งอยู่ตาเนินเขาภูเรือ และ
ชาตู เดอ เลย ไวน์เนอรี่ (Chateau de Loei Winery) เป็นไร่องุ่นขนาดใหญ่และกรรมวิธีการผลิตไวน์ที่ทันสมัย
จุดที่น่าสนใจบนอุทยานแห่งชาติภูเรือได้แก่
จุดชมวิวผาโหล่นน้อย เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ผาซำทอง เป็นหน้าผาที่สูงมาก
น้ำตกห้วยไผ่และที่ราบสูงสุดบนอุทยานแห่งชาติภูเรือที่สามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำโขง
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูเรือ
จากอำเภอเมืองเลยขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 203 (เป็นเส้นเชื่อมระหว่างจังหวัดเลย-เพชรบูรณ์)
ไปประมาณ 48 กิโลเมตร
ก็จะถึงที่ว่าการอำเภอภูเรือ ในบริเวณใกล้เคียงจะเห็นป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูเรือริมถนน บ้านหนองบัว
เป็นถนนดินลูกรับไปยังอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร
จากนั้นเดินทางต่ออีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็จึงยอดเขา
ควรใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อในการเดินทาง
สถานที่ตั้ง : อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย

เป็นหนึ่งในแห่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย ภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 348 ตารางกิโลเมตรลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด
โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร
มีความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร
ภูกระดึงมีธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวประทับใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น
ความสวยงามของการชมทิวทัศน์มาจากที่ราบสูง เช่น การชมพระอาทิตย์อัสดงที่ผาหล่มสัก
การสำรวจพรรณไม้นานาชนิด เช่น ไฟเดือนห้าที่แดงสดและดงป่าสนอันกว้างใหญ่
หรือธรรมชาติชนิดอื่นๆ เช่น การชมน้ำตกที่น้ำตกขุนพอง
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
โดยรถยนต์ การเดินทางเริ่มจากกรุงเทพ ผ่านจังหวัดสระบุรี สีคิ้ว เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านจังหวัดชัยภูมิ ภูเขียวแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ
จากนั้นเลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอุทยานแห่งชาติภูผาม่านและตำบลผานกเค้า เข้าสู่อุทยานฯ
โดยรถประจำทาง
รถประจำทางสายกรุงเทพ-เมืองเลย มีบริษัทให้บริการได้แก่บริษัท ขนส่งจำกัด แอร์เมืองเลย ภูกระดึงทัวร์
ขอนแก่นทัวร์ ศิขรินทร์ทัวร์และชุมแพทัวร์
เส้นทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ลง ณ ผานกเค้า
แล้วต่อรถสองแถวเพื่อเดินทางไปยังที่ทำการอุทยาน โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ : อุทยานแห่งชาติเป็นให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เวลา 7.00-14.00 น.
ปิดทำการฟื้นฟูอุทยานแห่งชาติในช่วง 1 มิถุนายน-30 กันยายน ของทุกปี
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาแห้ว
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ประกอบไปด้วย ลำธาร น้ำตก
ภายในอุทยานฯ เหมาะที่จะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเดินป่า
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่พัก อาหาร เจ้าหน้าที่นำทางนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่
อุทยานแห่งชาตินาแห้ว
การเดินทาง จากอำเภอเมืองเลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอด่านซ้าย
จากนั้นเลี้ยวขวา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2113
บริเวณกิโลเมตรที่ 82 จะเห็นป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกนานแห้ว ให้ขับรถต่อไปอีกประมาณ 50
กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน และห้วยกระทิง (Upper Huai Nam Man and Huai Krathing Reservoir)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน และห้วยกระทิง เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน มีขนาดความจุ 26
ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,500 ไร่
สันเขื่อนยาว 800 เมตร สร้างเพื่อการชลประทาน บริเวณอ่างเก็บน้ำ
มีทัศนียภาพที่สวยงามของป่าไผ่และภูเขาที่โอบล้อม
การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-ภูเรือ
ออกจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร และให้เลี้ยวขวาไป 5 กิโลเมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงคาน
แก่งคุดคู้ เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง
ห่างจากที่ว่าการอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร ประกอบด้วยหินก้อนใหญ่
เป็นจำนวนมาก ตัวแก่งกว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำโขง
มีกระแสน้ำไหลผ่านไปเพียงช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งทะเลไทยซึ่ง กระแสน้ำเชี่ยวกราก
เวลาที่เหมาะชมแห่งคุดคู้ที่สุดคือ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม
ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง สามารถมองเห็นเกาะแก่งต่าง ๆ ชัดเจน และยังสามารถมองประเทศลาวได้อีกด้วย
บริเวณริมน้ำมีร้านอาหารเปิดให้บริการหลายแห่ง รวมทั้งร้านอาหารพื้นบ้านภาคอีสานได้แก่ ปลาย่าง กุ้งน้ำจีด
หรือจะเช่าเรือแบบเหมาลำเที่ยวชมทัศนียภาพที่สวยงามสองริมฝั่งโขง
การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคานขับไปประมาณ 47
กิโลเมตรจากนั้นเลี้ยวฃาวเข้าไปอำเภอเชียงคานอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอภูเรือ
เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่สู่แอ่งน้ำเบื้อล่าง เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อน
การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 203 (ภูเรือ-ด่านซ้าย)
บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57-58 เลี้ยวซ้ายทางเดียวกับสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ (บ้านกกโพธิ์)
เข้าไปตามทางลาดยาง 7 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านปลาบ่า จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
จะถึงน้ำตก
สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองหิน
เป็นสวนที่มีภูเขาหินปูนที่เกิดจากการกัดเซาะเป็นระยะเวลายาวนาน มีลักษณะคล้ายกับ คุณหมิงในประเทศจีน
ภายในสวนหินผางามมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต
บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้
ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี
สวนหินแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า
"คุนหมิงเมืองเลย" มีจุดที่น่าในใจได้แก่ สวนหอมและ น้ำตกเพียงดิน
การเดินทาง อยู่ทางใต้ของเมืองบนทางหลวงหมายเลข 201
ดำเนินมาถึงวังสะพุงหนองหิจากนั้นขับต่อไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาแห้ว
น้ำตกตาดเหือง อยู่ในลำน้ำเหือง เป็นแม่น้ำแบ่งเขตพรมแดนระหว่างประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว)
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ล้อมร้อบด้วยป่าเขียวชอุ่ม
การเดินทาง อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 25 กิโลเมตร
บริเวณบ้านบ่อเหมืองน้อย เดินทางโดยรถยนต์จากที่ว่าการอำเภอนาแห้วไปตามถนนสายนาแห้ว-ร่มเกล้า
ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร
และแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร เส้นทางตลอดสายเป็นทางลาดยาง
จากนั้นเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตก
กลุ่มทอผ้าไทเลย บ้านก้างปลา (Thai Loei Ban Kang Pla Weaving Group)
สถานที่ตั้ง : บ้านก้างปลา อำเภอเมือง
มีการรวมตัวกันทอผ้าไทเลย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด มีการสาธิตการทอผ้า
และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เช่น ผ้าผืน เสื้อบุรุษ ชุดสตรี ผ้าขาวม้า กระเป๋าสามารถเลือกซื้อและนำไปเป็นของฝากได้
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-เชียงคาน)
ออกจากตัวเมืองไปประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านก้างปลาไปอีก 1 กิโลเมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นฟาร์มที่ผลิตเห็ดหอมส่งขายทั่วประเทศ มีผลผลิตทั้งปี เป็นผักที่ปลอดสารพิษ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมตลอดจนศึกษาขั้นตอนการผลิตและเลือกซื้อสินค้าภายในฟาร์มได้
จากอำเภอภูเรือเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 203
เปิดให้บริการ :
8.00 น. -17.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 1975 7623 หรือ 0 1954 3573
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ที่บ้านกอไร่ใหญ่ ตำบลเสี้ยว ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นฟาร์มไก่งวงของนายสถิตย์
ภักดิ์ศรีแพง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ที่ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดเลยเลี้ยงไก่งวง
เพื่อเป็นรายได้เสริมและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีคำขวัญว่า "คิดถึงไก่งวง คิดถึงเมืองเลย"
ภายในฟาร์มมีไก่งวงจำนวนนับพันตัว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมการลำแพนที่สวยงามของไก่งวงได้ทุกวัน
อยู่ห่างจากอำเภอเมือลเลยไปประมาณ 9 กิโลเมตร ไปตาทางหลวงหมายเลข 203 (เลย-ด่านซ้าย)
เจอป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 50 เมตร
ฟาร์มเปิดให้บริการทุกวัน : ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 1661 7511
สถานที่ตั้ง : บ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่
เป็นกลุ่มหัตถกรรมที่ผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ต่าง ๆ จากหวาย
และยังมีการทอผ้าพื้นเมืองที่มีความประณีตสวยงาม โดยสามารถเข้าชมขั้นตอนการผลิตและเลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกได้
การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-ท่าลี่ ระยะทาง 47 กิโลเมตร
เมื่อถึงตัวอำเภอเลี้ยวขวาไปทางบ้านอาฮี ประมาณ 9 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปทางบ้านนากระเซ็งอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงคาน
หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ ตั้งอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะวัฒนธรรม
เดิมชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448
มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ
มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต และยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชาวบ้าน
โดยสามารถชมการทอผ้า และเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้
นักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะสัมผัสชีวิต ความเป็นอยู่ ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์
สามารถติดต่อได้ที่สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 1048 2000
การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน ไปประมาณ 38 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปบ้านนาสีจนถึงบ้านนาป่าหนาดอีกประมาณ 10 กิโลเมตร อำเภอวังสะพุง
ตัวอักษร
