
แม้ว่าทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยจะตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแต่เลยมีหลายสิ่งที่เหมือนกับภาคเหนือคือมีทิวเขามากมาย ภูเขาสูง
อากาศหนาวและมีหมอกปกคลุม เป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีสถานที่อุณหภูมิของปรอทวัดได้ศูนย์องศาเซลเซียส จังหวัดเลยอยู่ห่างจากกรุงเทพเป็นระยะทาง 520 กิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเลยเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสูงกระจัดกระจาย
โดยเฉพาะทางตะวันตกและทางด้านใต้ของจังหวัด
ทั้งนี้ยังมีแหล่งน้ำสำคัญคือแม่น้ำโขง ในบริเวณตอนบนของจังหวัด
ซึ่งจังหวัดเลยมีภูมิประเทศที่แตกต่างกันถึง 3 ลักษณะอันได้แก่
จังหวัดเลยมีภูเขาส่วนใหญ่ทางตะวันตกโอบล้อมพื้นที่ อำเภอนาแห้ว อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอท่าลี่
ประชากรอาศัยอยู่น้อยในแถบนี้เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกและภูมิประเทศซึ่งมีทิวเขาอยู่มากมายนี้ทำให้การสื่อสารโทรคมนาคมไม่สะดวกอีกด้วย
ส่วนบริเวณที่ราบต่ำรอบแม่น้ำโขงและแม่น้ำเลยซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน และอำเภอวังสะพุง การกสิกรรมแถบนี้อุดมสมบูรณ์ และเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดของจังหวัดเลย
อาณาบริเวณที่ราบรอบๆ เนินเขาทางตะวันออกและภาคใต้ของเลยใกล้ภูกระดึง ภูหลวง ภูเก้า นาด้วงและปากชม การเกษตรกรรมสามารถทำได้มากกว่าพื้นที่อื่นๆ และมีประชากรหนาแน่นในพื้นที่นี้
ลักษณะภูมิอากาศ
จังหวัดเลยตั้งอยู่ในเทือกเขา อุณหภูมิอย่างมากเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือของประเทศไทยอาจจะร้อนมากในฤดูร้อนอุณหภูมิสูงถึง 43.3 องศาเซลเซียส (ประมาณเมษายน)
ในฤดูหนาว (ประมาณเดือนธันวาคม) อุณหภูมิสามารถติดลบ 1.3 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน
ประวัติความเป็นมา
ในปี พ.ศ.2396 รัชสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ได้ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า ราษฎรไทยในพื้นที่จังหวัดเลยเดิมมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
น่าที่จะสร้างเมืองใหม่ขึ้นจึงรับสั่งให้พระยาไทนามไปสำรวจพื้นที่ ซึ่งได้บริเวณหมู่บ้านแฮ่ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำหมาน และอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลยเป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างเมือง
พระยาไทนามจึงถวายรายงานแนะนำพื้นที่บ้านแฮ่ต่อรัชกาลที่ 4 ในการสร้างเมืองเลยขึ้น
ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองพื้นที่ ในปี พ.ศ. 2440 โดยปรับปรุงโครงสร้างการบริหารในประเทศไทยทั่วประเทศแบ่งเป็นจังหวัดเขต (อำเภอ), มณฑล (ตำบล) และ บ้าน(หมู่บ้าน)
ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2450 อำเภอกุดป่อง ซึ่งเป็นอำเภอก่อตั้งพื้นที่ปกครองในภาคพื้นที่นั้นให้เปลี่ยนเป็นเมืองเลย (จังหวัดเลย) และเปลี่ยนชื่อพื้นที่ "บริเวณลำน้ำเลย" เป็น "บริเวณลำน้ำเหือง"
และต่อมายกเลิกบริเวณลำน้ำเหืองให้คงเหลือไว้เฉพาะ "เมืองเลย" จนถึงปัจจุบัน
อาณาเขต
» ทิศเหนือ : ติดต่อกับ ประเทศลาวโดยมีแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติ
» ทิศใต้ : ติดต่อดับ จรดอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น อำเภอน้ำหนาว อำเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์
» ทิศตะวันออก : ติดต่อกับ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอน้ำโสม อำเภอนากลางจังหวัดหนองบัวลำพู และอำเภอสีชมพูจังหวัดขอนแก่น
» ทิศตะวันตก : ติดต่อกับ อำเภอชาติตระการและอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ระยะทาง
| ระยะทางจากจังหวัดเลยไปยังจังหวัดใกล้เคียง |
| จังหวัดเพชรบูรณ์ |
80 กม. |
| หนองบัวลำภู |
102 กม. |
| จังหวัดขอนแก่น |
120 กม. |
| จังหวัดอุดรธานี |
143 กม. |
| จังหวัดหนองคาย |
170 กม. |
| จังหวัดพิษณุโลก |
210 กม. |
| ระยะทางจากอำเภอเมืองเลยไปอำเภอต่างๆ |
| อำเภอเอราวัณ |
5 กม. |
อำเภอหนองหิน |
50 กม. |
| อำเภอวังสะพุง |
23 กม. |
อำเภอผาขาว |
70 กม. |
| อำเภอนาด้วง |
32 กม. |
อำเภอภูกระดึง |
73 กม. |
| อำเภอท่าลี่ |
47 กม. |
อำเภอด่านซ้าย |
82 กม. |
| อำเภอเชียงคาน |
47 กม. |
อำเภอปากชม |
90 กม. |
| อำเภอภูหลวง |
49 กม. |
อำเภอนาแห้ว |
125 กม. |
| อำเภอภูเรือ |
49 กม. |
|
|
โดยรถยนต์

จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 3 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงอำเภอหล่มสัก
ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มเก่า อำเภอภูเรือ เข้าสู่จังหวัดเลย
เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา
ไปจนถึงจังหวัดขอนแก่น แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย
เส้นทางที่ 3 ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จนถึงอำเภอสีคิ้ว แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201
ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย
โดยรถประจำทาง
มีทั้งรถโดยสารปรับอากาศและธรรมดา ขึ้นรถที่สถานีหมอชิตส่วนภาคอีสาน ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2271 0101 สำหรับรถธรรมดา และ 0 2279 4484-7 สำหรับรถปรับอากาศ
ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้วติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com
นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.thairoute.com
ตรวจสอบตารางเวลารถประจำทาง
โดยรถไฟ
มีขบวนรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงสู่สถานีอุดรธานีและขอนแก่น แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปที่จังหวัดเลย
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2223 7010, 0 2223 7020
ตรวจสอบ
ตารางเวลารถไฟ
โดยเครื่องบิน
บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัดเป็นผู้ให้บริการเดินทางไปจังหวัดเลย โดยมี 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 2253 4004
งานดอกฝ้ายบาน (Cotton Blossom or Dok Fai Ban)
จัดขึ้นช่วง : เดือนกุมภาพันธุ์
สถานที่จัดงาน : สวนสาธารณะกุดป่อง
งานเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ ในวันแรกมีขบวนแห่ที่ตกแต่งด้วยผ้าฝ้ายสีสันสวยงามและนางงามดอกฝ้ายซึ่งจะแต่ละอำเภอจะมีรถขบวนแห่ที่สวยงามแตกต่างกันไปตามถนน
ภายในงานมีการละเล่นความบันเทิง ร้านขายของพื้นเมืองและสิ่งของสวยงามมากมาย
จัดขึ้นช่วง : เดือนมิถุนายน หรือเดือนกรกฎาคม
สถานที่จัดงาน : อำเภอด่านซ้าย
ประเพณีที่มีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อด้านพุทธศาสนาจากพระเวสสันดรซึ่งเป็นชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าได้เดิินทางกลับเมือง และบรรดาผีป่าหลายตนอาลัยในหระองค์จึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน
มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสองพระองค์กลับเมือง ประเพณีผีตาโขนจัดอย่างยิ่งใหญ่โดยชายหนุ่มใส่หน้ากากแต่งกายคล้ายผีเข้าร่วมขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์และร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน
และพระสงฆ์เทศน์มหาชาติเพื่อรำลึกถึงชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน
จัดขึ้นช่วง : เดือนธันวาคม - เดือนมกราคม
สถานที่ : อำเภอภูเรือ
ในช่วงฤดูหนาว เลยเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์มากไม่เพียงแค่อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์ แต่เพราะดอกไม้และต้นไม้ที่พร้อมออกดอกสวยงามสะพรั่ง นักท่องเที่ยวหลาย คนจึงเดินทางไปจังหวัดเลยเพื่อชมความงามดอกไม้ในเวลานี้ของปี
ตัวอักษร
