สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม, ที่เที่ยวจังหวัดมหาสารคาม

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร

สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดมหาสารคาม

กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา (Ku Mahathat Prang or Ku Ban Kwao)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่บ้านเขวา ตำบลเขวา อำเภอเมือง ห่าง 13 กิโลเมตร ตามถนนแจ้งสนิทจากเขตเมืองเป็นโบราณสถานที่ก่อสร้างมากว่า 700 ปี ทำด้วยศิลาแลงรูปทรงกระโจมสี่เหลี่ยมความสูงถึงยอด 8 เมตรและมีฐานกว้าง 5 เมตร ในวิหารมีเทวรูปปั้นด้วยดินเผา 2 รูปในท่านั่งขัดสมาธิถือหอยสังข์ นั่งประนมมือ มีกำแพงล้อมรอบซึ่งมีทางออกเดียว มีบรรณาลัยอยู่ในด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีเพียงทางเข้าเดียวในปรางค์หลักและตั้งอยู่ในตะวันออกเกินไป ในขณะที่ประตูที่เหลือสามประตูเป็นประตูปลอม ภาพและชื่อประตูทำจากหินทราย ซึ่งโบราณสถานนี้กรมศิลปากรได้ขุดค้นสำรวจเสร็จแล้ว สถานที่ : อำเภอวาปีปทุม
ได้ค้นพบเจดีย์ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นครอบพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งอยู่สองห่างจากที่ตั้งปัจจุบันไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 2 กิโลเมตร พระธาตุตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมซ้อนกัน 3 ชั้น ชั้นแรกของเจดีย์ไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในขณะที่พื้นที่ด้านบนของฐานชั้นที่สองและชั้นที่สามตกแต่งด้วยเจดีย์จำลองอยู่ตรงมุมสี่มุม จากพื้นที่ด้านบนของฐานที่สามเป็นต้นไปชั้นมีตัวเจดีย์เป็นทรงระฆังขนาดใหญ่ ซึ่งส่วนยอดเป็นรูปดอกบัวคู่และคู่ปล่องไฉนและปลียอด เจดีย์มีฐานกว้าง 35.7 เมตรและสูง 50.5 เมตรซึ่งสันนิษฐานว่าอายุของเจดีย์น่าจะมีอายุราว พ.ศ.800-1000 ของสมัยทวารวดี

นอกจากนี้ยังมีการจำลองพระพุทธรูปประดับรอบฐานชั้นที่สอง ชื่อพระธาตุนี้มีอีกชื่อว่า พุทธมณฑลแห่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งอยู่ที่บ้านนาดูนในบริเวณใกล้เคียงอำเภอนาดูน ดังปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบจากการขุดค้น บริเวณนี้เคยเป็นอาณาจักรจำปาศรี วัตถุโบราณที่พบจากการขุดค้นได้ถูกนำแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและสิ่งสำคัญที่สุดที่พบคือพระบรมสารีริกธาตุ มีสัณฐานดังเกล็ดแก้ว ประดิษฐ์สถานในผอบ 3 ชั้น ชั้นในเป็นทองคำ ชั้นกลางเป็นเงิน ชั้นนอกเป็นสำริด สันนิษฐานว่าทำในสมัยทวาราวดีในพุทธศตวรรษที่ 8–10 รัฐบาลอนุมัติให้สร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา

การเดินทาง จากเมืองมหาสารคามโดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกเขื่อน อำเภอวาปีปทุม และให้เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 2045 ซึ่งเป็นถนนราดยางไปอำเภอนาดูน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร สถานที่ตั้ง : อำเภอนาดูน
โบราณสถานนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินทรายในแบบศิลปขอมบายน อายุระหว่าง พ.ศ. 1650-1700 สมัยพระชัยวรมันต์ที่ 7, กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของราชอาณาจักรเขมร ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่นมัสการเทวดาและพุทธ สถานที่นมัสการกุฏิล้อมรอบด้วยหินทรายสูง 1.5 เมตรในขณะที่ กู่เองสูงประมาณ 10 เมตร กรมศิลปากรได้ขุดค้นในปี พ.ศ. 2514 และพบวัตถุโบราณหลายชิ้นเช่นพระพุทธรูปหินทราย พระพุทธรูปปาง ป้องนาคปรก เป็นต้น

ตั้งอยู่ที่ตำบกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จากอำเภอเมืองเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 2040 ผ่าน อำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2040 มุ่งหน้าสู่อำเภอนาดัน อีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงที่ตั้งของกู่สันตรัตน์

ศาสนสถาน (Religious Site)
พระพุทธรูปยืนมงคล (Mongkhon Standing Buddha)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย เดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ห่างตัวเมือง ราว 14 กิโลเมตรจากเขตเมือง (ด้านขวา) องค์พระพุทธรูปสร้างในสมัยทวารวดีทำจากหินทรายแดงเช่นเดียวกับพระพุทธรูปมิ่งเมือง จนได้รับการกล่าวว่าพระพุทธรูปทั้งสองได้ทำในเวลาเดียวกัน ความเป็นมา เมื่อมีภัยแล้งในพื้นที่อำเภอกันทรวิชัย ผู้ชายได้จัดสร้างพระพุทธรูปมิ่งเมืองในขณะที่ผู้หญิงได้สร้างพระพุทธรูปยืนมงคล แล้วเสร็จพร้อมกันจึงจัดงานฉลองอย่างมโหฬาร นับแต่นั้นมาฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่ท้องที่นั้นเป็นต้นมา
พระพุทธรูปมิ่งเมือง (Phra Phuttha Ming Muang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธรูปสุวรรณมาลีทำจากหินทรายแดงในสมัยทวาราวดี และประชาชนชาวมหาสารคามเชื่อว่าพระพุทธรูปองค์นี้ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล องค์พระพุทธรูปนี้ตั้งอยู่ในวัดสุวรรณาวาส หมู่ 1 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย สามารถเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 213 (มหาสารคาม-กาฬสินธุ์) 14 กิโลเมตรจากเขตเมือง
กู่มหาธาตุ หรือ ปรางค์กู่บ้านเขวา กู่ มหาธาตุ พระพุทธรูปมิ่งเมือง
พิพิธภัณฑ์วัดมหาชัย (Wat Mahachai Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์ นี้ตั้งอยู่ในเมืองมหาสารคามเป็นแล่งรวบรวมศิลปวัตถุโบราณของภาคอีสานอาทิเช่น ใบเสมาหิน, พระพุทธรูปโบราณ, แผงประตูแกะสลัก, เทียมเกวียนอายุราว 100-200 ปี อีกทั้งยังมีการรวบรวมวรรณกรรมทางภาคอีสานและพระไตรปิฎกบันทึกไว้ในใบลาน ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน (Isan Cultural & Art Center)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถาบันราชภัฏมหาสารคาม จัดแสดงความเป็นมาของศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานตลอดจนศิลปหัตถกรรม เช่น การทอผ้า ลายผ้าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีวรรณคดีอีสานที่บันทึกในใบลาน ภาพสไลด์เกี่ยวกับวัฒนธรรม และประเพณีของชาวอีสาน
สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน (North Eastern Arts & Cultural Research Institute)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
มหาวิทยาลัยมหาสารคามเปิดแสดงจัดนิทรรศการถาวรสำหรับประชาชนทั่วไปในวันทำงานราชการ, ครึ่งวันในวันเสาร์และปิดวันอาทิตย์ (ถ้าขอเข้าชมล่วงหน้าสถาบันยินดีที่จะต้อนรับผู้ชมเป็นพิเศษ) ผู้ชมสามารถได้รับความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ประวัติของผ้าทอซึ่งประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองและเครื่องจักสาน งานช่างไม้ งานหล่อโลหะ, การพัฒนาเครื่องเคลือบดินเผาเครื่องใช้ในครัวเรือนอุปกรณ์จับสัตว์ ดนตรี วรรณกรรมจารึกภาษาโบราณ รวมทั้งผลงานศิลปะของนักศึกษาระยะคราวเดียวกัน วนอุทยานโกสัมพี (Kosamphi Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอโกสุมพิสัย
ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัยบนริมฝั่งของแม่น้ำชี จากตัวเมืองสามารถเดินทางผ่านทางหลวงหมายเลข 208 ระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตรถึงสี่แยกโกสุมพิสัย ที่เดินทางคือการทำผ่าน 450 ถนนราดยางเมตรเพื่อ วนอุทยานโกสัมพีมีพื้นที่ 125 ไร่ และได้ประกาศเป็นสวนรุกขชาติในวันที่ 1 ตุลาคม 1976 มีต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิดให้ร่มเงา มีอ่างเก็บน้ำธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงดงาม ภายในสวนเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์และลิงหลายร้อยตัว โดยลิงในสวนเป็นลิงเชื่องนักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้
ดูนลำพัน (Dun Lamphan No-hunting Area)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาเชือก
ป่าดูนลำพันตั้งอยู่ที่ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก ซึ่งเป็นป่าธรรมชาติปกคลุม 900 ไร่เดิมเป็นพื้นที่สาธารณะประยชน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2536 ได้มีการค้นพบปูน้ำจีด หรือปูป่า ซี่งมีสันสันสวยงาม และเป็นปูชนิดใหม่ของโลก ภายหลังได้ขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม" เนื่องจากป่าดูนลำพันมีลักษณะเด่นทางระบบนิเวศน์ จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวในโลกของ ปูทูลกระหม่อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจังหวัดมหาสารคาม ได้พิจารณาประกาศให้เป็นพื้นที่ ป่าดุนลำพันเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นการป้องกันภัยคุกคามและปัญหาการบุกรุกพื้นที่และเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้พื้นที่สาธารณประโยชน์ป่าดถนลำพันเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ดูนลำพัน
วนอุทยานโกสัมพี ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมภาคอีสาน
แก่งเลิงจาน (Loeng Chan Rapids)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เและมีสถานีประมงทำการเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน อ่างเก็บน้ำมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ประชาชนโดยทั่วไปนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ โดยอ่างเก็บน้ำนี้ตั้งอยู่ด้านหลังของสถาบันราชภัฎมหาสารคามห่างตัวเมืองราว 3 กิโลเมตร
บึงบอน (Bueng Bon)
สถานที่ตั้ง : อำเภอโกสุมพิสัย
บึงบอนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวขวางอำเภอโกสุมพิสัย ซึ่งอยู่ถัดมาจากวนอุทยานโกสุมพิสัยประมาณ 100 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่มีความลึกเฉลี่ย 2.50 เมตร ถนนรอบหนองน้ำมีความกว้าง 5 เมตรและยาว 2,689 เมตรเป็นงบประมาณโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นจุดแห่งการพักผ่อนสำหรับคนในท้องถิ่นคนในจังหวัดใกล้เคียง สามารถใช้เส้นทางเดียวกับอุทยานโกสัมพี บ้านหนองเขื่อนช้าง (Ban Nong Khuan Chang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านสองคอน การเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมหาสารคามในการทอผ้าไหม ผ้าฝ้ายและการทำผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่จะขายให้กับนักท่องเที่ยว หมู่บ้านตั้งอยู่ 12 กิโลเมตร จากเขตเมืองเดินทางตามถนนมหาสารคาม–โกสุมพิสัย แล้วแยกซ้ายกิโลเมตรที่ 47-48 ไปตามถนนสาย 1027 สู่บ้านโนนตาล 2 กิโลเมตร เดินทางต่อไปจนถึงหมู่บ้านหนองเขื่อนช้าง เป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาซื้อของมากที่สุด
บ้านแพง (Ban Phaeng)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพการทอเสื่อกก เป็นอาชีพเสริมอีกอาชีพหนึ่ง การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 208 (มหาสารคาม-โกสุมพิสัย-ขอนแก่น) เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางโกสุมพิสัย-ขอนแก่น ระหว่างกิโลเมตรที่ 20-21 ห่างจากอำเภอโกสุมพิสัย 9 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองประมาณ 38 กิโลเมตร สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หมู่บ้าน ตั้งอยู่ที่ตำบลเขวาประมาณ 5 กิโลเมตร จากตัวเมืองเดินทางมาตามถนนมหาสารคาม-ร้อยเอ็ดจากนั้นเลี้ยวซ้ายไปอีก 1 กิโลเมตรตามถนนดินลูกรังก็จะถึงหมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่กว่า 100 หลังคาเรือนโดยทุกครัวเรือนประกอบอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาซึ่งใช้เป็นหม้อน้ำ หม้อแกง ฯลฯ และกรรมวิธียังเป็นรูปแบบโบราณดั้งเดิม
บึงบอน บ้านหนองเขื่อนช้าง หมู่บ้านปั้นหม้อ