จังหวัดนครพนม, นครพนม, ข้อมูลจังหวัดนครพนม, เทศกาลและงานประเพณีจังหวัดนครพนม

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดนครพนม
ข้อมูลแนะนำจังหวัดนครพนม
จังหวัดนครพนม ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของ ศรีโคตรบูร ซึ่งเป็นเมื่องเก่าที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 735 กิโลเมตร นครพนมติดกับชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ในดินแดนที่ราบสูง ตั้งอยู่เหนือเมืองลาว หรือที่เรียกว่า "ท่าแขก" โดยรัชกาลที่ 1 พระราชทานนามให้ใหม่ว่า "นครพนม" เนื่องจากแหล่งภูมิศาสตร์ที่มีความโดดเด่นเป็นเมืองแห่งภูเขา ซึ่งในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาลาวและชนชั้นชาติอื่นๆ ได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ จึงทำเกิดภาษา ประเพณีวัฒนธรรม และอาหารที่เป็นต้นตำรับจากที่นี่ ในหลายพื้นที่จะมีการเต้นรำพื้นบ้านที่ไม่ซ้ำกัน เช่้น รำศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนครพนม และนอกจากนี้ยังมี การรำภูไทย แสกเต้นสาก และโส้ทั่งบั้ง ที่จะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีประเพณี รำบายศรี เป็นการรำที่ใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญ เมื่อมีแขกมาเยือนเมืองนครพนม มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ศาสนโบราณ อนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียง และปูชนียสถานที่สำคัญในจังหวัดนครพนม คือ พระธาตุพนม ซึ่งสร้างขึ้นแต่สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์นานมาแล้ว
อาณาเขต
» ทิศเหนือ : ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดขอนแก่น
» ทิศใต้ : ติดกับจังหวัดปราจีนบุรี และ จังหวัดนครนายก
» ทิศตะวันออก : ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์
» ทิศตะวันตก : ติดกับจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสระบุรี และนครนายก
ระยะทาง
ระยะทางจากจังหวัดนครพนมไปยังจังหวัดใกล้เคียง
จังหวัดขอนแก่น 338 กม.
จังหวัดบุรีรัมย์ 423 กม.
จังหวัดชัยภูมิ 442 กม.
จังหวัดสระบุรี 613 กม.
จังหวัดปราจีนบุรี 651 กม.
จังหวัดนครนายก 669 กม.

ระยะทางจากอำเภอเมืองนครพนมไปยังอำเภอต่างๆ
อำเภอท่าอุเทน 26 กม.   อำเภอนาแก 78 กม.
อำเภอปลาปาก 44 กม.   กิ่งอำเภอวังยาง 80 กม.
อำเภอโพนสวรรค์ 45 กม.   อำเภอบ้านแพง 93 กม.
อำเภอเรณูนคร 51 กม.   อำเภอนาหว้า 93 กม.
อำเภอธาตุพนม 52 กม.   อำเภอนาทม 130 กม.
อำเภอศรีสงคราม 67 กม.      
โดยรถยนต์
เส้นทางที่ 1  จากกรุงเทพฯ ไปเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 2 ถึงอำเภอบ้านไผ่ จากนั้นแยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 23 และ ทางหลวงหมายเลข 213 ไปเส้นทางจังหวัดสกลนคร มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2  จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรี จากนั้นจะเจอสี่แยก กิโลเมตรที่ 107 จะเจอป้ายบอกทางเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) จะผ่านจังหวัดนครราชสีมา เข้าตัวอำเภอบ้านไผ่ (จังหวัดขอนแก่น) ต่อจากนั้นเลี้ยวซ้ายเจ้าสู่ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านเส้นทางมหาสารคาม กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง
มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-นครพนม ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง
ตรวจสอบตารางเวลารถโดยสารประจำทาง
โดยเครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดบริการเที่ยวบินไปจังหวัดนครพนม ช่วงระยะเวลาประมาณ 1.10 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินจากสกลนครไปยังนครพนม (ประมาณ 25 นาที ราคา 300 บาท) และยังมีให้บริการรถตู้รับส่งจากสนามบินเข้าไปยังตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 0060 , 0 2628 2000 หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com
โดยทางเรือ
มีให้บริการเรือข้ามฟากจากฝั่งแม่น้ำโขงไปยังท่าแขก หรือท่าแขกไปยังแม่น้ำโขง อัตราค่าโดยสารราคา 40 บาทต่อคน การเดินทางท่องเที่ยวเข้าลาวจะต้องมีวีซ่าเข้าประเทศลาว จึงจะอนุญาตให้สามารถเข้าไปยังท่าแขกได้ งานนมัสการพระธาตุพนม (Prathat Phanom Festival)
จัดขึ้นช่วง : เดือนกุมภาพันธ์
สถานที่ : วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม
พิธีแห่พระอุปคุตที่ริมแม่น้ำโขงเพื่อแห่มายังวัดฯ พิธีคารวะองค์พระธาตุพนม ถวายข้าวพีชภาค พิธีเชื่อมสายสิญจน์สองฝั่งโขงระหว่างพระธาตุพนมแห่งราชอาณาจักรไทยและพระธาตุศรีโคตรบอง แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว การรำบูชาองค์พระธาตุพนม แห่กองบุญถวายองค์พระธาตุพนม พิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุทุกวัน กราบพระธาตุพนมเสริมสิริมงคล บูชาดอกไม้ธูปเทียน ปิดทองเปลว และกล่าวคำนมัสการพระธาตุพนม การจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองอีกมากมาย ประเพณีไหลเรือไฟ
ประเพณีไหลเรือไฟ (Prathat Phanom Festival)
จัดขึ้นช่วง : เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน
สถานที่ : บริเวณแม่น้ำโขง
เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวนครพนม จะเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง วันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน จัดให้มีขึ้นในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลเข้าพรรษา กล่าวกันว่างานประเพณีนี้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าซึ่งตามตำนานทางพระพุทธศาสนากล่าวว่าพระองค์เสด็จลงมาสู่โลกหลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจ จึงเรียกวันนี้ว่า "วันพระเจ้าโปรดโลก" ซึ่งหมายถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลก และมวลมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬาร การไหลเรือไฟก็คือ การสักการะบูชาอย่าง หนี่งในวันนั้น และได้ทำเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นประเพณีพื้นบ้านจัดให้มีการแข่งเรือ ส่วงเฮือ แห่ปราสาทผึ้ง และการไหลเรือไฟ ปัจจุบันมีการจัดทำเรือไฟเป็นรูปแบบต่าง ๆ ที่ขนาดใหญ่โตขึ้น มีวิธีการประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ลงกลางลำน้ำโขงภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วง เป็นภาพที่งดงามประทับใจผู้พบเห็นไปตราบนานเท่านาน