สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, ที่เที่ยวจังหวัดนครราชสีมา

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดนครราชสีมา
เมืองโคราช สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ปราสาทหินพนมวัน ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลโพธิ์ จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ประมาณ 14-15 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางด้านขวามือ แยกเข้าไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมที่น่าชมอีกแห่งหนึ่ง สันนิษฐานว่าเดิมก่อสร้างด้วยอิฐในราวพุทธศตวรรษที่ 15 ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 จึงได้สร้างอาคารหินซ้อนทับลงไป ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบขอม มีลักษณะคล้ายครึงกับปราสาทหินพิมายแต่มีขนาดเล็กกว่า จากจารึกที่ค้นพบ เรียกปราสาทแห่งนี้ว่า "เทวาศรม" เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ต่อมาจึงได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นพุทธสถาน ปัจจุบันแม้จะหักพังไปมาก แต่ยังคงเห็นซากโบราณสถานหลงเหลือเป็นเค้าโครงค่อนข้างชัดเจนเช่น ปรางค์จตุรมุของค์ประธานหลักซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกโดยมีมณฑปอยู่ เบื้องหน้าและมีฉนวน (ทางเดิน) เชื่อมต่อระหว่างอาคารทั้งสอง

ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปรางค์มีอาคารก่อด้วยหินทรายสีแดงเรียกว่า "ปรางค์น้อย" ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบปราสาทมีระเบียงคตสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลงล้อมเป็นกำแพงอยู่ มีโคปุระ (ประตูทางเข้าเทวสถาน) ก่อสร้างเป็นรูปหอสูงทั้งสี่ทิศ บริเวณรอบนอกปราสาททางด้านทิศตะวันออกห่างจากโบราณสถานเกือบ 300 เมตร มีร่องรอยของคูน้ำและเนินดินเรียกว่า "เนินอรพิม" นอกจากนี้ยังพบศิลาแลงจัดเรียงเป็นแนวคล้ายซากฐานอาคารบนเนินแห่งนี้ด้วย

ปรางค์กู่ (Prang Ku)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่วัดบ้านกู่ ตำบลดอนตะหนิน ห่างจากตัวเมืองเป็นระยะทาง 67 กิโลเมตร เป็นรูปแบบของโบราณวัตถุโบราณสมัยขอม ลักษณะเป็นฐานสี่เหลี่ยม ก่อด้วยศิลาแลงวางซ้อนกันจากฐานถึงยอด ภายในบรรจุพระพุทธรูปดินเผา สถานที่ตั้ง : อำเภอโชคชัย
ปรางค์พะโคเป็นศาสนสถานสมัยขอมก่อสร้างด้วยหินทรายสีขาว แต่เดิมประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถาน 3 หลัง แต่ปัจจุบันคงเหลืออยู่แค่ 2 หลัง มีคูน้ำล้อมรอบเป็นรูปเกือกม้า ทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ได้พบชิ้นส่วนหน้าบัน ประตูหลอกที่แสดงถึงอิทธิพลวัฒนธรรมเขมรแบบปาปวนในราวพุทธสตวรรษที่ 16 ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ตั้งอยู่ที่ตำบลกระโทก จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 224 ประมาณ 29 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2071 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ตัวปราสาทจะอยู่ทางขวา
เมืองโคราช (Muang Khorat)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสูงเนิน
เมืองโคราชเป็นเมืองโบราณสมัยขอม ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองเป็นระยะทาง 32 กิโลเมตร ทางไปอำเภอสูงเนินมีะยะทาง 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาที่วัดญาณโสภิตวนาราม ซากปรักหักพังของปราสาทหินโนนกู่ ปราสาทหินเมืองแขกและปราสาทหินเมืองเก่า ซึ่งได้รับการบูรณะปฏิสังขรแล้วโดยกรมศิลปากร สถานที่ตั้ง : อำเภอสูงเนิน
เมืองเสมาตั้งอยู่ที่ตำบลเสมา อยู่ห่างจากตลาดสูงเนินเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ยังคงเป็นเมืองร้างที่มีพื้นที่เป็นวงรี มีความก้าง 1,400 เมตรและยาว 2,000 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงหินศิลาแลง มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงพระพุทธรูปนอนในวัดเสมาธรรมจักรมีความยาว 11.7 เมตร ที่สร้างจากหินทรายและเศษซากของหินเสมาโบราณ สิ่งที่ถูกค้นพบเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้เป็นพื้นของพระอุโบสถที่ศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าเมืองนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ปราสาทนางรำ สถานที่ตั้ง : อำเภอพิมาย
ปราสาทนางรำ ตั้งอยู่ที่บ้านนางรำ ตำบลนางรำ ห่างจากตัวเมือง 79 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหมายเลข 2 ผ่านทางเข้าอำเภอพิมายไปจนถึงแยกบ้านวัด ระยะทาง 62 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางหลวง 207 ไปประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปปราสาทนางรำอีก 4 กิโลเมตร เป็นอโรคยาศาลที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบขอม ในราวพุทธศตวรรษที่ 18
ใช้เป็นสถานที่รักษาพยาบาล ประกอบด้วย ปราสาทองค์กลาง มีมุขยื่นออกไปข้างหน้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทมีวิหารก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ นอกกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลง ถัดจากปราสาทนางรำไปทางทิศใต้ 80 เมตร มีปราสาทอีก 3 หลัง เรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ มีกำแพงศิลาแลงและคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบ อุทยานประวัติศาสตร์พิมายสถานที่ตั้ง : อำเภอพิมาย
อุทยานประวัติศาสตร์พิมายเป็นโบราณสถานที่ใหญ่แห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวัดอยู่หลายแห่งและหลายขนาด ลักษณะโครงสร้างส่วนใหญ่เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อพันปีมาแล้ว ซึ่งสร้างขึ้นจากหินทราย หรือการรวมกันของทั้งสองวัตถุสองประเภท ถูกสร้างขึ้นโดยคนของพราหมณ์ วัดเหล่านี้มีฐานสามถึงห้าชั้นสูงขึ้นไปเป็นยอดแหลมโดดเด่น ที่สร้างขึ้นโดยพุทธศาสนิกชน ซึ่งมีฐานต่ำยอดไม่สูง

ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิมาย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโคราช เป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายมิตรภาพ (โคราช-ขอนแก่น) อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณอันเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่โตและงดงามแห่งหนึ่ง คือ "ปราสาทหินพิมาย" ซึ่งมีความกว้าง 665 เมตร และยาว 1,030 เมตร เป็นแหล่งโบราณคดีที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์สร้างขึ้นในราวปลายพุทธ ศตวรรษที่ 16 และมาต่อเติมอีกครั้งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งครั้งนั้นเมืองพิมายเป็นเมืองใหญ่ของขอมบนแผ่นดินที่ราบสูง ทุกวันนี้พระวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรและตกแต่งอย่างงดงาม

ซากโบราณสถานปรักหักพังของสถาปัตยกรรมขอมโบราณที่น่าสนใจ ได้รับการบำรุงรักษาไว้เป็นอุทยาน ประวัติศาสตร์แห่งชาติ อนุยาทนี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินทรายสีแดง ผนังภายนอกและแกลเลอรี่ มีซุ้มประตูหรือที่เรียกว่า โคปุระ ที่มีผังเป็นรูปกากบาทและมีซุ้มประตูลักษณะเดียวกันนี้อีก 3 ทิศ คือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ทางเดินกลางจะประดับด้วยราว สะพานนาคราช เป็นเส้นทางไปยังทิศใต้ที่มีเส้นทางผ่านจากพระนคร (อังกอร์)


ปรางค์หินทรายสีขาว ที่องค์ปรางค์มีความสูง 28 เมตรและ ขนาบข้างด้วย 2 ปรางค์ ด้านซ้ายถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแลงเรียกว่า "ปรางค์พรหมทัต"และด้านขวาถูกสร้างขึ้นด้วยหินทราย เรียกว่า "ปรางค์หินแดง" หลักฐานจากวิหารหลักพบว่าซุ้มประตูภายนอกทั้งหมด รวมทั้งหน้าจั่วที่แสดงความเกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดู เช่น ภาพแกะสลักของเรื่องรามเกียรติ์ หรือ สัญลักษณ์ของเทพเจ้าฮินดู เช่น พระศิวะและพระวิษณุ ส่วนซุ้มประตูภายในเกี่ยวข้องกับศาสนาศิลปะทั่วไปของพุทธศาสนานิกายมหายาน แต่ก็สามารถสรุปได้ว่าทางเขตรักษาพันธุ์พิมาย ได้สร้างขึ้นเพื่อบูชาทั้งพุทธศาสนานิกายมหายานและศาสนาฮินดู

ลักษณะทางพุทธศาสนาที่มีมากกว่าเทพเจ้าฮินดู พระศิวะ และพระแม่อุมามหาเทวี น่าจะหมายความว่าพระพุทธศาสนาได้รับการนับถือมากขึ้นกว่าศาสนาฮินดู จากการพบ 2 หินศิลาจาลึก หินแรกกล่าวถึงชื่อพระมหากษัตริย์ คือ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (1545-1593) ในขณะที่หินที่ 2 ที่ซุ้มประตูทางทิศใต้ เป็นการกล่าวถึงชื่อพระนางมหากษัตริย์ คือ พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 (พ.ศ. 1650-1656) ศิลาจารึกเหล่านี้ใน ยุคต่างๆได้ตรงกับลักษณะของศิลปวัตถุที่พบในพระปรางค์องค์กลาง ถึงแม้ว่าซากโบราณสถานปราสาทหินพิมายถูกบูรณะขึ้นมา สัญนิษฐานว่าปูชนียสถานนี้อาจถูกสร้างขึ้นในระหว่างช่วงกลางพุทธวรรษที่ 17 และ 18

อุทยานประวัติศาสตรพิมายเปิดให้เข้าชมทุกวัน : เวลา 07.30-18.00 น.
ค่าเข้าชม : คนไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 40 บาท
ศาสนสถาน (Religious Site)
วัดพระนารายมหาราช (Wat Phra Narai Maharat)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระนารายมหาราช ตั้งอยู่ที่ถนนประจักษ์ องค์พระนารายณ์ (เทพเจ้าฮินดู) ทำจากหินทราย รูปหล่อถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่สำคัญของเมือง ยังเป็นที่ประดิษฐานของเสาหลักเมือง
วัดป่าศาลาวัน (Wat Pa Salawan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในตัวเมือง หลังสถานีรถไฟนครราชสีมา เป็นวัดหนึ่งที่ได้เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพบูชาของศาสนิกชนโดยทั่วไป คือ อาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น รวมทั้งอัฐิของอาจารย์สิงห์ อดีตเจ้าอาวาสที่ได้บุกเบิกสร้างวัดแห่งนี้ สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดศาลาลอย ตั้งอยู่ที่ ตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง นครราชสีมา อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง ติดกับเขื่อนลำตะคอง แยกจากถนนรอบไปประมาณ 500 เมตร พระวิหารหลักที่ได้รับรางวัลมากมายจากสมาคมต่างๆ เช่น วัดนี้ได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยศาสนสถานที่ถูกสร้างในรูปแบบสำเภาจีน และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีปในปี พ.ศ. 2516 วัดหน้าพระธาตุ สถานที่ตั้ง : อำเภอปักธงชัย
วัดหน้าพระธาตุ ตั้งอยู่ที่บ้านตะคุ จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 314 ประมาณ 30 กิโลเมตร (ผ่านสี่แยกปักธงชัย) มีทางแยกด้านขวามือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2238 ไปบ้านตะคุ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ทางซ้ายมือ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้แก่ เจดีย์ อุโบสถ และหอไตรกลางน้ำ หรือห้องเก็บพระไตรปิฎก ที่มีการแกะสลักอย่างประณีต ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีศิลปะแบบท้องถิ่น ปะปนอยู่มาก อุโบสถหลังเก่ามีจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ปรากฎให้เห็นอยู่เกือบสมบูรณ์ทั้งบริเวณผนังด้านหน้าข้างนอกและผนังด้านในทั้งสี่ด้าน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติชาดก และเป็นภาพการสักการะพระพุทธบาท นอกจากนั้นยังแทรกภาพชีวิตประจำวันของชาวบ้านในสมัยนั้นด้วยเช่น การทำนา การหาปลา เป็นต้น ทางด้านหน้าอุโบสถหลังเก่า มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่กลางสระมีหอไตร 1 หลัง ทรงเตี้ยแบบหอไตรพื้นเมืองอีสาน ซึ่งมีภาพลายรดน้ำที่บานประตูเป็นลวดลายวิจิตรสวยงามมาก ระหว่างหอไตรและอุโบสถหลังเก่า ยังมีเจดีย์ศิลปะแบบลาวเก่าอีก 1 องค์ สร้างโดยชุมชนที่อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ สถานที่ตั้ง : อำเภอด่านขุนทด
วัดบ้านไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลกุดพิมาน จากตัวเมืองเดินทางตามถนนมิตรภาพ ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2217ป็นระยะทางอีกประมาณ 11 กิโลเมตร วัดบ้านไร่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อคูณ ปริสทฺโธ เกจิอาจารย์ชื่อดัง ในแต่ละวันมีผู้คนจากทุกสารทิศเดินทางมานมัสการหลวงพ่อคูณกันเป็นจำนวนมาก วัดศาลาลอย
วัดปรางค์สีดา (Wat Prang sida)
สถานที่ตั้ง : อำเภอประทาย
ปรางค์สีดา ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์สีดา ตำบลสีดา จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ไปประมาณ 84 กิโลเมตร ถึงบริเวณสี่แยกสีดาเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 202 (ไปทางอำเภอประทาย) ประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าวัดอีกราว 2 กิโลเมตร ปรางค์สีดามีลักษณะคล้ายปรางค์กู่ที่ตำบลดอนตะหนิน แต่ปรางค์สีดาปิดทึบทั้งสี่ด้าน เป็นโบราณสถานในศาสนาพราหมณ์ ศิลปะแบบเขมรโบราณ ก่อด้วยศิลาแลงจำนวน 1 หลัง มีลวดลายปูนปั้นประดับหันหน้าไปทางทิศตะวันออกล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ (Miss Boonlua Memorial)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12.5 กิโลเมตร อยู่ทางด้านซ้ายมือตามเส้นทางสายนครราชสีมา-ชัยภูมิ ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง 175 เซนติเมตร สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือและเหล่าบรรพบุรุษของชาว นครราชสีมาที่ได้พลีชีพเพื่อปกป้องชาติเมื่อครั้งสงครามเจ้าอนุวงศ์ ปี พ.ศ. 2369 ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ด้วยการใช้ดุ้นฟืนติดไฟโยนเข้าใส่กองเกวียนดินดำของกองทัพลาวจนระเบิดเสีย หายหมดสิ้นและตัวนางได้สิ้นชีวิตในการสู้รบในครั้งนั้น สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12.5 กิโลเมตร อยู่ทางด้านซ้ายมือตามเส้นทางสายนครราชสีมา-ชัยภูมิ ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง 175 เซนติเมตร สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือและเหล่าบรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา ที่ได้พลีชีพเพื่อปกป้องชาติเมื่อครั้งสงครามเจ้าอนุวงศ์ในช่วงปี พ.ศ. 2369 ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ด้วยการใช้ดุ้นฟืนติดไฟโยนเข้าใส่กองเกวียนดินดำของกองทัพลาวจนระเบิดเสีย หายหมดสิ้นและตัวนางได้สิ้นชีวิตในการสู้รบในครั้งนั้น สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ มหาวีรวงศ์ อยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ถือกำเนิดจากการรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) อดีตพระเถระสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยพระองค์ได้สะสมโบราณศิลปวัตถุจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งขณะนั้น ทรงมีอำนาจปกครองคณะสงฆ์อยู่แล้ว นำมาเก็บรักษาไว้ที่วัด ต่อมา ด้วยความตระหนักถึงคุณค่าทางการศึกษาโบราณศิลปวัตถุเหล่านี้ ได้มีการมอบสิ่งของที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) รวบรวมได้ให้กับกรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนผู้สนใจชม ในปี พ.ศ. 2497 กรมศิลปากรได้สร้างอาคารชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์ขึ้น 1 หลัง ภายในพื้นที่ของวัดสุทธจินดา จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้น ซึ่งนอกจากจะจัดแสดงของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์รวบรวมไว้แต่เดิมแล้ว ยังจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ได้จากแหล่งโบราณคดี โบราณสถานในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง
รวมทั้งสิ่งของที่ประชาชนบริจาคให้เพิ่มเติมในภายหลังด้วย และตั้งชื่อพิพิธภัณฑสถานฯ ที่สร้างขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ริเริ่มก่อตั้งว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์" สถานที่ตั้ง : อำเภอโนนสูง
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ตั้งอยู่ที่ หมู่ 7 บ้านปราสาทใต้ ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมือง 45 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 44 จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ถ้าเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร

มีการขุดค้นเพื่อค้นหาโบราณสถาน 2 แห่ง แต่ละแห่งมีการขุด 3 หลุม ในความลึกต่างกัน 3.50-4.50 เมตร พบโครงกระดูดมนุษย์และศิลปวัตถุหลากหลายชนิด รวมถึงอาวุธโบราณที่มีรูปร่างเหมือนจานทำจากหิน เหมือนกับหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ เครื่องประดับทำจากกระดูกสัตว์ เปลือกหอยและอาวุธขวานโบราณ สิ่งที่ถูกค้นพบในชั้นนี้เชื่อว่า เป็นของสมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ที่ความลึกของ 2.30-3.0 เมตร พบอาวุธสำริดโบราณ เช่น อาวุธที่ดูเหมือนหลาว ลูกปัดหินสีแปลก ๆ ภาชนะดินเผาแบบเคลือบโคลนสีแดง และเครื่องประดับเคลือบดินเผามีลวดลายสีดำ รวมทั้งข้อมือและกำไลข้อเท้าทอง เชื่อว่าสิ่งถูกค้นหาเป็นของในสมัยทวารวดี เมื่อ 1,600 –800 ปี มาแล้ว ที่ความลึก 1.50-2.0 เมตร ยังขุดค้นพบ เตาเผาและเครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีที่มีรูปแบบการผสมผสานของขอมและร่วมสมัย ภาชนะที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พบในช่วงเวลานี้ ภาชนะคล้ายกับที่พบในช่วงนี้ รวมถึง ดาบและอาวุธ ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกัน สิ่งต่างๆ ที่ถูกขุดค้นพบเหล่านี้น่าจะมีอายุ อย่างน้อย 600 ปี จากการสำรวจโดยกองโบราณคดี เมื่อปี 2520 บ้านปราสาทมีพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ ล้อมรอบด้วยคูเมือง วัดพื้นที่รอบนอกทั้งหมดได้ 700 x 450 เมตร พื้นที่ลาดไปทางทิศใต้มี จุดสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเพียง 4 เมตรจากพื้นที่บริเวณรอบนาข้าว เป็นพื้นที่ที่เชื่อว่าเป็นชุมชนการเกษตรในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ทางใต้ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีอารยธรรมทั่วไปของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากที่บ้านเชียงจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีอายุ เมื่อ 500-1,000 ปี มาแล้ว สถานที่ตั้ง : อำเภอปากช่อง
อุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตรในเทือกเขาพนมดงรัก ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี ป่าเขาใหญ่สมัยก่อนได้รับสมญานามว่า ดงพญาไฟ ที่ทั้งโหดทั้งดิบสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางผ่านป่าผืนใหญ่ที่กั้นแบ่งเขตภาค กลางและภาคอีสาน จนกระทั่งเมื่อประมาณปี พ.ศ.2465 ได้มีชาวบ้านประมาณ 30 ครัวเรือนไปตั้งหลักแหล่ง ถางป่าทำนาทำไร่ สันนิษฐานว่าเป็นพวกที่หลบหนีคดีมา ต่อมาพื้นที่เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 และได้รับสมญาว่าเป็นอุทยานมรดกของอาเซียน
เขื่อนลำพระเพลิง (Lam Phra Phloeng Dam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอปักธงชัย
อยู่ในเขตอำเภอปักธงชัย ใช้เส้นทางสาย ๓๑๔ ผ่านทางเข้าอำเภอปักธงชัยไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบสี่แยกเลี้ยวขวามือเข้าไปเป็นระยะทาง 28 กิโลเมตร เป็นเขื่อนในความดูแลของกรมชลประทาน ชาวบ้านนิยมมาพักผ่อน รับประทานอาหาร ตกปลาและชมทิวทัศน์ริมอ่างเก็บน้ำ มีบริการบ้านพักรับรองหลายหลัง นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเหมาเรือหางยาวไปชมบรรยากาศภายในอ่างเก็บน้ำ เที่ยวน้ำตกคลองกี่หรือน้ำตกขุนโจนได้ โดยใช้เวลาไป-กลับประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 0 4437 3184 ต่อ 117, 114
ถ้ำเขาจันทร์งาม (Khao Chan Ngam Cave)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสีคิ้ว
ตั้งอยู่ที่บ้านเลิศสวัสดิ์ จากตัวเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-สระบุรี) ประมาณ 50 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 200-201 มีทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นแหล่งศิลปะภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ซี่งอยู่บริเวณด้านหลังวัด โดยเดินเท้าผ่านสวนหินและป่าธรรมชาติอันร่มรื่นและเงียบสงบเข้าไปประมาณ 150 เมตร จะพบภาพเขียนลงสีแบบเงาทึบสีแดงเป็นแนวปรากฎอยู่บนเพิงผาหินทรายด้านหนึ่ง อยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 4 เมตร เป็นรูปคนและสัตว์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่หรือกิจกรรมบางอย่างของ กลุ่มคน เช่น ลักษณะการแต่งกาย การดำรงชีวิต การล่าสัตว์ สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นโดยชุมชนเกษตรกรรมที่อาศัยอยู่ในบริเวณ นี้มีอายุระหว่าง 3,000 – 4,000 ปี  เขื่อนลำตะคอง สถานที่ตั้ง : อำเภอสีคิ้ว
ตั้งอยู่ตำบลลาดบัวขาว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 62 กิโลเมตร มีทางแยกจากทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-สระบุรี) บริเวณกิโลเมตรที่ 196-197 ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสร้างกั้นลำตะคองที่ช่องเขาเขื่อนลั่นและช่องเขาถ่านเสียดในปี พ.ศ. 2571 เพื่อนำน้ำเหนือเขื่อนมาใช้ประโยชน์ในด้านชลประทาน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวบนสันเขื่อน เพื่อชมทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีฉากหลังเป็นภูเขาสวยงามเหมาะสำหรับพักผ่อนในยามแดดร่มลมตก เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 18.00 น.
ไทรงาม (Sai Ngam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพิมาย
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนพิมาย โดยก่อนข้ามสะพานท่าสงกรานต์เข้าตัวอำเภอพิมาย จะมีทางแยกไปเขื่อนพิมายอีกประมาณ 2 กิโลเมตร บรรยากาศไทรงามแห่งนี้มีต้นไทรขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ไทรเหล่านี้เกิดจากต้นไม้อายุประมาณ 350 ปี แผ่กิ่งก้านสาขาออกรากซึ่งเจริญเติบโตเป็นลำต้นใหม่มากมายครอบคลุมพื้นที่ กว้างขวาง ประมาณ 15,000 ตารางฟุต สถานที่นี้มีชื่อเสียงรู้จักกันมานานตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมืองพิมายเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2454 และได้พระราชทานนามว่า "ไทรงาม" ในบริเวณใกล้เคียงมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารหลายร้าน อาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมมารับประทานกันมากคือ ผัดหมี่พิมาย (ผัดหมี่โคราช) ที่เส้นเหนียวนุ่มน่ากินไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์ สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข 304(นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 18 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ทางหลวงหมายเลข 2310) อีกประมาณ 1 กิโลเมตร หากเดินทางรถโดยสารจากตัวเมืองสามารถใช้บริการรถปรับอากาศสาย 1415 (สุรนารี-สวนสัตว์)

สวนสัตว์นครราชสีมามีพื้นที่กว้างขวางถึง 545 ไร่ เป็นสวนสัตว์แบบซาฟารีกึ่งเปิดและปิดที่ทันสมัยได้มาตรฐานที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย คอกสัตว์กว้างขวาง จัดสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับนิสัยสัตว์แต่ละชนิด ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ป่าแอฟริกาที่น่าสนใจ ได้แก่ นกเพนกวิน แมวน้ำ ช้างแอฟริกา แรด เสือชีต้าห์ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ เป็นต้น และยังมีอาคารจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลาน และสวนนกเงือก จึงเหมาะแก่การทัศนศึกษาเรียนรู้ชีวิตสัตว์และพักผ่อนหย่อนใจ ภายในสวนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม มีบริการรถพ่วงวิ่งรอบบริเวณ รวมทั้งจักรยานให้เช่าอีกด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท นักเรียน 5 บาท รถ 4 ล้อ 30 บาท

สอบถามรายละเอียดได้ที่ : 0 4435 7355
เว็บไซต์ :
www.zoothailand.org