สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดศรีสะเกษ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองฯ บนถนนอุบล เป็นตึกเก่าของขุนอำไพพาณิชย์ (อินทร์ นาคสีหราช) คหบดีชาวศรีสะเกษที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยช่างชาวจีนและชาวมอญ ตัวอาคารมีรูปทรงและลวดลายปูนปั้นที่งดงาม ตามคติความเชื่อของชาวจีน ได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการดีเด่นในการอนุรักษ์ สถาปัตยกรรมในเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2530 ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ประกอบด้วยปรางค์และวิหาร ก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำใหญ่ ทั้งปรางค์ วิหาร และสระน้ำ ล้วนล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณ เทพเจ้าแห่งฝนประทับบนแท่น มีหงส์แบก 3 ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เป็นศิลปะแบบปาปวน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 สันนิษฐานว่า ปราสาทหินแห่งนี้ เดิมเป็นศาสนสถานมาก่อน แล้วต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาจมีการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติมขึ้นใหมสังเกตได้จาก มีสถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเรียกกันในสมัยนั้นว่า "อโรคยาศาล" อันหมายถึง สถานพยาบาล หรือสุขศาลาประจำชุมชนนั่นเอง

การเดินทาง : ตั้งอยู่ที่บ้านกลาง ตำบลขยง ห่างจากตัวจังหวัด 8.7 กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือ ติดเส้นทางสายศรีสะเกษ-อุทุพรพิสัย (ทางหลวง 226) ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ สถานที่ตั้ง : อำเภออุทุมพรพิสัย
ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด มีลักษณะเป็นปรางค์ 3 องค์ บนฐานเดียวกันในแนวทางทิศเหนือใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์องค์กลางคือ ปรางค์ประธาน ก่อด้วยหินทรายมีอิฐแซมบางส่วน ปรางค์อีก 2 องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่งที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลังกรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้ มีปรางค์ก่ออิฐ 1 องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคด ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย ประตูซุ้มทั้งสี่ทิศ ที่ปรางค์ประธานมีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล ทิศเหนือ มีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ อยู่เหนือพระยาอนันตนาคราช และที่วิหารก่ออิฐทางด้านทิศใต้ มีทับหลังรูปพระอิศวรกับพระอุมา ประทับนั่งเหนือโคนนทิ

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงสาย 2084 และ 226 ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 50 เมตร ถนนราดยางตลอดสาย สถานที่ตั้ง : อำเภอห้วยทับทัน
ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองจันทร์ อำเภออุทุมพรพิสัย เป็นโบราญสถานที่สร้างตามแบบขอมแห่งหนี่ง ที่ถูกดัดแปลงหลายครั้งในสมัยต่อมา เช่นเดียวกับปราสาทศรีขรภูมิในจังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะส่วนหลังคาซึ่งคล้ายคลึงกันมาก แต่มีขนาดสูงกว่า ประกอบด้วยปรางค์อีก 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ รวมทั้งซุ้มประตูทำจากหินศิลาแลงด้วย

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ประมาณ 39 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าอำเภอห้วยทับทัน แล้วจากนั้นต่อไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร ปราสาทตำหนักไทร สถานที่ตั้ง : อำเภอขุขันธ์
ปราสาทมีลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียว ตั้งอยู่บนฐาน องค์ปรางค์มีผังเป็นรูปสี่เหลียมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูเข้าได้เพียงประตูเดียว อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ที่สำคัญคือ เสาติดผนังประตูหน้าทั้งสองข้าง ยังคงมีลวดลายสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงามประณีต เป็นลายก้านขด เชื่อว่าปราสาทตาเล็ง สร้างขึ้นในศิลปะขอมแบบปาปวนซึ่งมีอายุราวช่วงปี พ.ศ. 1560-1630 สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนหาญ
ตั้งอยู่ที่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ ปราสาทตำหนักไทร เป็นปราสาทอิฐหลังเดียวบนฐานศิลาทราย พื้นที่รอบๆมีการปรับสภาพจนราบเรียบ ปราสาทก่อด้วยอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดกว้าง-ยาว 4x4 เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก อีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก โดยสลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ เฉพาะด้านหน้ากรอบประตูเป็นศิลาทราย ปราสาทปรางค์กู่ สถานที่ตั้ง : อำเภอปรางค์กู่
ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ อำเภอปรางค์กู่ แยกจากอำเภอราว 10 กิโลเมตร ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยอิฐเรียงแผ่นโตๆ เหมือนปราสาทศรีขรภูมิที่จังหวัดสูรินทร์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก มีอายุกว่าพันปีมาแล้ว หน้าบริเวณปรางค์กู่ มีสระน้ำกว้างยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นทำเลพักหากินของนกพันธุ์ต่างๆ ฝูงใหญ่ สถานที่ตั้ง : อำเภอปรางค์กู่
ตั้งอยู่ที่ตำบลสมอ อ.ปรางค์กู่ ปราสาทมีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้ :
เจดีย์ : สร้างจากมีลักษณะเป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็กทรงสี่เหลี่ยมมีซุ๊มประตู 4 ด้านโดย 3 ด้านเป็นประตูหลอกส่วนด้านหนึ่งที่หันหน้าไปทางทิศใต้จะมีหน้าทับหลังประดับอยู่ด้วย
โบสถ์ : เป็นอีกสิ่งก่อสร้างหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกำแพง โดยประตูหันหน้าทางทิศตะวันตก
กำแพง : เป็นโครงสร้างหินโดยมีซุ้มประตูเป็นรูปตัวเอ็กซ์ สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษ์
ตั้งอยู่ที่ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 38 กิโลเมตร เดินทางโดยใช้เส้นทาง กันทรลักษณ์-ผามออีแดง ปราสาทเป็นศิลปะขอมมีขนาดเล็กตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชันเขตชายแดนไทย-เขมร ปราสาทเขาพระวิหาร สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษ์
ตั้งอยู่ที่ตำบลบึงมะลู อำเภอกันทรลักษ์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงเร็ก (ดองเร็ก)ภาษาเขมรแปลว่า ภูเขาไม้คาน ซึ่งกั้นพรหมแดนระหว่าง ไทยกับกัมพูชา มีความสูงจากพื้นดิน 547 เมตร และระดับความสูง 657 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พระวิหารหรือในภาษาเขมรเรียกว่า เปรียะวิเหียร หมายถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งของศาสนสถานแห่งนี้รู้จักกันในนาม พนมพระวิหาร อันหมายถึง บรรพตแห่งศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ สำหรับสถานที่ตั้งและทิศทางปราสาทเขาพระวิหารนั้น ปรากฏว่าปราสาทแห่งนี้หันหน้าไปทางทิศเหนือแทนการหันไปสู่ทิศตะวันออก ดังเช่นศาสนสถานแบบเขมรโดยทั่วไป โดยหลักการแล้วการสถาปนาปราสาทขึ้นมีจุดประสงค์หลักเพื่อการรังสรรค์ที่ประทับของเทพเจ้า ตามแบบจำลองของพระราชวังบนสรวงสวรรค์

ปราสาทเขาพระวิหาร ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาทราย จำแนกออกเป็นประเภทต่างๆได้แก่ ปราสาทประธาน ระเบียงคด โคปุระ อาคารรูปกากบาท วิหาร บรรณาลัย และบันไดนาคพร้อมทางเดิน องค์ประกอบทั้งหมดของศาสนสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาลาดลงตามไหล่เขาพระวิหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงเร็ก ในวัฒนธรรมเขมรได้ให้ความสำคัญแก่ยอดเขา โดยถือว่ายอดเขาเป็นสถานที่ซึ่งได้รับการเลือกสรรมาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ตั้งแต่กลางสมัยพุทธศตวรรษที่ 15 ได้เริ่มนิยมสร้างศาสนสถานบนยอดเขาธรรมชาติตามความหมายของศาสนบรรพต เหนือยอดเขาพระวิหารซึ่งถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สถิตของเทพเจ้า โดยปกติแล้วทิศของศาสนสถานของเขมรทั้งหมดจะหันหน้าออกไปทางทิศตะวันออก แต่บางครั้งก็ต้องมีการปรับปรุงให้เข้ากับทางภูมิศาสตร์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษคือ "หลวงพ่อโต" เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้วแต่มาสร้างเพิ่มเติมขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พระธาตุถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมผสมหลายรูปแบบโดยชาวลาว, ส่วย, เขมร และเยอ โดยเป็นชนพื้นเมืองทางภาคอีสาน การเดินทางไปเยือนใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2373 วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว  หรือ วัดล้านขวด สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนหาญ
ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาล สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสีหลายแบบนับล้านใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค เป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว และนอกจากนี้ยังมีสิม (โบสถ์) อยู่กลางน้ำภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว ซึ่งมีความวิจิตรงดงามมาก
การเดินทาง : จากศรีสะเกษไปอำเภอขุนหาญใช้ทางหลวงหมายเลข 211 และ 2111 ผ่านอำเภอพยุห์ อำเภอไพรบึงไปขุนหาญระยะทางประมาณ 61 กิโลเมตร สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษณ์
ตั้งอยู่ที่บ้านกระเเชงใหญ่ ตำบลกระแชง มีสิ่งที่น่าสนใจหลายประการ เช่น สภาพวัดป่าที่สงบเยือกเย็น การจัดการชุมชนที่น่าศรัทธาตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่ประยุกต์เข้ากับเหตุผล กาลเทศะ และสถานการณ์ ได้จัดตั้งระบบชุมชนแบบใหม่ เรียกชื่อว่าชุมชนพุทธธรรม ที่สมาชิกของชุมชน ทุกคนสมัครใจร่วมใช้ชีวิตภายใต้กฎกติกาข้อกำหนดทางศาสนาอย่างเดียวกัน มีการดำรงชีวิตประจำวันอย่างสมถะเรียบง่าย ฯลฯ ทางจังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศให้พุทธสถานศรีษะอโศก เป็นแหล่งทัศนศึกษาของจังหวัดอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีร้านผลไม้ที่ปลอดภัยจากสารเคมี และสมุนไพรซึ่งทำจากกลุ่มหมู่บ้าน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ประชาชนร่วมกันสร้างขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติป่าแห่งเดียวในประเทศไทยที่มี "ป่าดงลำดวน" ที่ออกดอกหอมทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน ต้นลำดวนเป็นต้นไม้ประวัติศาสตร์ของศรีสะเกษ เพราะเกี่ยวข้องกับการตั้งจังหวัดโดยใช้มงคลนามจากต้นไม้นี้ว่า "ศรีนครลำดวน" และยังมีสิ่งที่เหลืออยู่ให้เห็น เช่น บึงศรีนครลำดวน เมื่อต้นลำดวนออกดอกพร้อมกัน จะเป็นดงลำดวนที่สะพรั่งด้วยดอกสีเหลืองนวลคล้ายดอกนมแมว ใบเขียวขจี ส่งกลิ่นหอมอยู่นานเป็นเดือน ไม้ลำดวนจึงกลายเป็นไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษไป สวนสมเด็จฯ เป็นสวนสาธารณะแห่งเดียวของประเทศไทย ที่สามารถสงวนป่าธรรมชาติไว้เป็นที่ศึกษาด้านพฤกษศาสตร์และนิเวศวิทยา ตลอดจนการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นปราสาทสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ของเขมรตั้งอยู่เขตชายแดนไทย-เขมรบนเนินเขาสูง 600 เมตร สร้างโดยกษัตริย์เขมรใช้เวลาสร้างจากพุทธศตวรรษที่ 15 -18 รูปแบบปราสาทเป็นแบบศิลปะปาปวนและเขมร และสร้างตามความเชื่อของศาสนาฮินดู แม้ว่าไทยจะมีความร่วมมือกันในเรื่องการท่องเที่ยวบนเขาพระวิหาร แต่นักท่องเที่ยวควรปรึกษาการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยก่อนวางแผนท่องเที่ยวที่ปราสาทเขาพระวิหาร สถานที่ตั้ง : อำเภอไพรบึง
บึงนกเป็ดน้ำไพรบึง ตั้งอยู่บ้านสวาย ตำบลไพรบึง ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 221 ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าเส้นทาง หลวงหมายเลข 2111 ไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะพบบึงอยู่ทางซ้ายมือและยังมีบึงนกเป็ดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่บ้านกู่ อำเภอ ปรางค์กู่ ทางด้านหน้าของปรางค์กู่เป็นสระน้ำขนาดใหญ่สร้างด้วยศิลา มีนกเป็ดน้ำเป็นจำนวนมากในฤดูแล้ง น้ำตกพรหมวิหาร สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนหาญ
น้ำตกสำโรงเกิยรหรือน้ำตกปีศาจ เป็นน้ำตกขนาดกลางตกจากหน้าผาสูง น้ำจะไหลลดหลั่นกันลงไปอีกเป็นชั้น ด้านล่างของน้ำตกจะมีแอ่งน้ใสสะอาดสำหรับให้ท่านได้เล่นน้ำ เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2111 เมื่อถึงเขตอำเภอขุนหาญ มีทางแยกซ้ายเป็นทางลูกรังไปอีก 16 กิโลเมตร สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนหาญ
น้ำตกพรหมวิหาร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งของอำเภอขุนหาญ น้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ใกล้กับน้ำตก พรหมวิหารนั้นจะเป็นหน้าผาสูง ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาและทัศนียภาพได้อย่างชัดเจน หน้าผานี้เรียกว่า "ผาพรหมวิหาร" การเดินทางเข้าน้ำตกนั้นสะดวกสบาย โดยจะผ่านน้ำตกห้วยจันทร์ก่อน แล้วต่อ ไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตก ซึ่งห่างจากอำเภอขุนหาญประมาณ 22 กิโลเมตร น้ำตกห้วยจันทร์หรือน้ำตกกันทรอม สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนหาญ
น้ำตกห้วยจันทร์หรือน้ำตกกันทรอม อยู่ในเขตตำบลกันทรอม ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีศาลาเล็ก ๆ เรียงราย เป็นระยะสำหรับพักผ่อน มีทางรถยนต์เข้าถึงบริเวณน้ำตกได้ สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษณ์
อยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 80 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอกันทรลักษณ์ประมาณ 34 กิโลเมตร เป็นทางเดียวกับทางขึ้นเขาพระวิหารซึ่งค่อนข้างสูงชัน เมื่อถึงเชิงเขาต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร ผามออีแดงเป็นจุดชมทัศนียภาพเขาพระวิหารที่ใกล้ที่สุด จะมองเห็นยอดเขาพระวิหารในระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากนี้ในบริเวณผามออีแดงทางด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลง ไป พบภาพสลักหินนูนต่ำ ซึ่งสันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยมีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 15 ผามออีแดง สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษณ์
อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 221 (กันทรลักษ์-ผามออีแดง) ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ถึงบ้านภูมิซรอล เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางบ้านภูมิซรอล-น้ำตกสำโรงเกียรติ ประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายสู่น้ำตกภูละอออีก 2.5 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกภูละออ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่มีน้ำตกสวยงามในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ ทางเดินเท้าจากบริเวณลานจอดรถถึงน้ำตก ในระยะทางไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร ได้รับการพัฒนาให้เป็นเส้นทางที่ให้ความรู้เรื่องพืชพันธุ์และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวในลักษณะเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษ์
ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชัน บนเทือกเขาพนมดงรัก ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากบ้านภูมิซรอลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 8 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 38 กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก ประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ก่อด้วยอิฐ ซุ้มประตูก่อด้วยศิลา และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ภายในสวนสมเด็จศรีสะเกษ (อยู่ด้านหลัง)เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในบริเวณรอบๆสวนป่ามีสัตว์ป่าหลายชนิดให้ชม และมีหนองนํ้ากว้างขนาดใหญ่สำหรับแข่งเรือพาย พร้อมศาลาเอนกประสงค์ริมนํ้าสำหรับนั่งพักผ่อน สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษณ์
ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 5 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 (กันทรลักษ์-ผามออีแดง) ทางด้านขวามือมีเส้นทางที่ตัดผ่านหมู่บ้านทุ่งใหญ่ บ้านทุ่งสว่าง บ้านร่องตาชุน บ้านชำม่วง และบ้านหนองเก่า รวมระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร (ทางลาดยางประมาณ 16 กิโลเมตร)

เป็นแหล่งสวนเกษตรและสวนผลไม้ ที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษที่ให้ผลผลิตหลากหลายประเภท เช่น เงาะ ทุเรียน ลองกอง มังคุด สะตอ และยางพารา เป็นต้นในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีสวนเกษตรดังกล่าวจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดและเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะชมสวนชิมผลไม้ และซื้อผลผลิตจากสวนโดยตรง สวนเกษตรที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนเงาะบ้านชำม่วง สวนทุเรียน บ้านซำขี้เหล็ก และสวนสะตอ สวนมะม่วงนอกฤดูบ้านหนองเก่า

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร

ขณะนี้ภาคอีสานเวลา 19:33  
 • หน้าหลัก สวัสดีดอทคอม
 • หน้าหลัก ภาคอีสาน
 • หน้ารวมทุกจังหวัดในไทย
 
โรงแรม ที่พัก ในภาคอีสาน
ข้อมูลท่องเที่ยวภาคอีสาน
ตารางเวลาการเดินทาง
   รถโดยสาร, รถไฟ และ เครื่องบิน
เทศกาลและงานประเพณี
แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
10 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
10 อุทยานแห่งชาติที่น่าสนใจ
สนามกอล์ฟในภาคอีสาน
สุดยอดกิจกรรมที่น่าสนใจ
 
 • จังหวัดศรีสะเกษ
 • โรงแรม ที่พักในศรีสะเกษ
 • การเดินทาง
 • เทศกาลและงานประเพณี
 • แผนที่จังหวัดศรีสะเกษ
 • สถานที่ท่องเที่ยว
  - โบราณสถานและประวัติศาสตร์
  - ศาสนสถาน
  - สวนสาธารณะและอุทยาน
  - แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
  - แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
 
จังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดขอนแก่น
จังหวัดชัยภูมิ
จังหวัดนครพนม
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดมหาสารคาม
จังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดยโสธร
จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดเลย
จังหวัดศรีสะเกษ
จังหวัดสกลนคร
จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอำนาจเจริญ
 
โรงแรมใน ภาคอีสาน
โรงแรมใน ภาคเหนือ
โรงแรมใน ภาคกลาง
โรงแรมใน ภาคใต้
โรงแรมใน กรุงเทพมหานคร