สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันตกประมาณ
500 เมตร เป็นสถานที่ที่สำคัญและเป็นที่นับถือคู่บ้านคู่เมืองของชาวสุรินทร์
เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2511 กรมศิลปากรได้ทำการออกแบบและสร้างศาลหลักเมืองใหม่
เสาหลักเมืองเป็นไม้ชัยพฤกษ์มาจากนายประสิทธิ์
มณีกาญจน์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเสาไม้สูง 3 เมตร วัดโดยรอบเสาได้
1 เมตร ทำพิธียกเสาหลักเมืองและสมโภช เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2517
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนกรุงศรี เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาสูงสุดของจังหวัด
คือ หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง
4 ศอก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม วัดบูรพารามนี้เป็นวัดเก่าแก่
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี หรือในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีอายุประมาณ
200 ปี เท่ากับอายุเมืองสุรินทร์
อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง
(The Statue of Phraya Surin Phakdi Si Narong Chang Wang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2527 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงผู้สร้างเมืองคนแรก
ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์ อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ทางเข้าเมืองสุรินทร์ทางด้านใต้
ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 0 ที่ถนนสุรินทร์-ปราสาท เป็นบริเวณที่เคยเป็นกำแพงเมืองชั้นในของตัวเมืองสุรินทร์
อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อทองเหลืองรมดำ สูง 2.2 เมตร มือขวาถือของ้าว
อันเป็นการแสดงถึงความเก่งกล้าสามารถของท่านในการบังคับช้างศึก
และเป็นเครื่องแสดงว่าสุรินทร์เป็นเมืองช้างมาแต่ดึกดำบรรพ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 4 บนถนนสุรินทร์-ปราสาท โดยมีการจัดแสดงแบ่งออกเป็น 5
เรื่อง คือ ธรรมชาติวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์เมือง ชาติพันธุ์วิทยา และมรดกดีเด่นประจำจังหวัด
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์
อังคาร และวันนักขัตฤกษ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอกาบเชิง
ตั้งอยู่ที่บ้านด่านพัฒนา ตำบลด่าน
ช่องจอมเป็นเส้นทางข้ามแดนที่ใหญ่และสะดวกที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่จะไปยังกัมพูชา
ทำให้มีการติดต่อสัญจรไปมาและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชาวไทยและกัมพูชามาเป็นเวลาช้านาน
และเป็นที่มาของแนวความคิดในการเปิดจุดผ่านแดนเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ตลาดแห่งนี้เปิดทำการค้าขายและสัญจรไปมาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น.
วนอุทยานพนมสวาย
(Phanom Sawai Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสุรินทร์-ปราสาท (ทางหลวงหมายเลข
214) ระยะทาง 14 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นภูเขาเตี้ย
ๆ มียอดเขาอยู่ 3 ยอด ยอดที่ 1 มีชื่อว่ายอดเขาชาย (พนมเปราะ) สูง 210 เมตร
เป็นที่ตั้งของวัดพนมสวาย มีบันไดก่ออิฐถือปูนขึ้นถึงวัด ระหว่างทางเรียงรายไปด้วยระฆังจำนวน
1,080 ใบให้ผู้มาเยือนเคาะเพื่อความเป็นสิริมงคล มีสระน้ำกว้างใหญ่และร่มรื่นด้วยต้นไม้
บนเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคล เป็นพระพุทธรูปสีขาว ปางประทานพร
ภปร. ขนาดหน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 21.50 เมตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง

เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทาน อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางถนนสายสุรินทร์-ปราสาท
ประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้นเจอเลี้ยวซ้ายไปทางถนนริมคลองชลประทาน ประมาณ 4 กิโลเมตร
ห้วยเสนงนี้เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง บนสันเขื่อนเป็นถนนลาดยาง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์
และภายในที่ทำการชลประทานมีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หัวหน้าโครงการชลประทานจังหวัดสุรินทร์
อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง
อำเภอเมืองจังหวัดสุรินทร์ โทร. 0 4451 1966
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าตูม

ตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง
ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 214 (จอมพระ-ท่าตูม) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 36 จากนั้นเลี้ยวไปอีกประมาณ
22 กิโลเมตร ชาวเมืองในอดีตหรือที่เรียกว่า "ส่วย" ได้จับช้างป่ามาฝึกเพื่อใช้เป็นพาหนะและขนส่งช้าง
การเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลางไม่เหมือนการเลี้ยงช้างของชาวภาคเหนือที่เลี้ยงไว้ใช้งาน
แต่ชาวบ้านตากลางเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว
ยังได้สัมผัสการดำรงชีวิตของชาวส่วย นอกจากนี้ทางจังหวัดยังได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างขึ้น
ภายในหมู่บ้านด้วย เพื่อรวบรวมประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับช้าง อุปกรณ์ต่าง
ๆ ที่ใช้ในการคล้องช้าง และให้ความรู้ในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับช้าง รวมทั้งมีการแสดงช้างให้ชมเป็นประจำในวันเสาร์และอาทิตย์
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 50 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท
หมู่บ้านช้าง ณ บ้านตากลาง
อยู่ภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับช้างและการอนุรักษ์ช้างไว้สืบต่อไป
หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านจันรม (Silk Weaving Villages)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขวาสินรินทร์ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในด้านแหล่งทอผ้าไหมพื้นเมือง
และแหล่งผลิต เครื่องประดับเงิน ปัจจุบันเป็นแหล่งจำหน่ายหัตถกรรมทั้ง 2 ประเภท
นี้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 214 สาย สุรินทร์-จอมพระ
ถึงกิโลเมตรที่ 14-15 แล้วแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ถัดจากหมู่บ้านเขวาสินรินทร์ไป
มีหมู่บ้านชื่อ บ้านโชค และบ้านสดอ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ทำเครื่องเงิน และทอผ้าไหม
นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านจันรมย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ของอำเภอเมือง ตามถนนสายสุรินทร์-สังขะ
ทางหลวงหมายเลข 2077 ประมาณกิโลเมตรที่ 9 ที่หมู่บ้านนี้มีการปลูกหม่อน
และเลี้ยงไหมกันเองแล้วนำมาทอเป็นผ้าไหมที่มีลวดลายและสีแบบ
โบราณ และยังเป็นหมู่บ้านที่ทำหัตถกรรมเครื่องจักสานอีกด้วย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองที อำเภอเมือง การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข
226 จากตัวเมืองไปทางอำเภอศรีขรภูมิประมาณ 12 กิโลเมตร
ในช่วงนอกฤดูทำนาชาวบ้านจะมีอาชีพพิเศษด้วยการสานตะกร้าและภาชนะต่างๆ ที่ทำจากหวายเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ และเป็นของที่ระลึกเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว
ตัวอักษร
