home
โรงแรมและที่พัก
ปลายทาง
จังหวัดในภาคอีสาน
ท่องเที่ยวภาคอีสาน
ข้อมูลการเดินทาง
ภาษา
ขณะนี้อีสานเวลา 01:10 (GMT+7)
เลือกสถานที่พัก ?
วันที่เข้าพัก:
  
วันที่ออก:
  
จำนวนคืน:
คืน
ผู้ใหญ่ / เด็ก:

all

เลือกสถานที่พัก ?

change

กรุงเทพ

change

ภูเก็ต

change

เกาะสมุย

change

กระบี่, Koh Lanta, Phi-Phi

change

พัทยา, Chonburi

change

เกาะช้าง, Trat

change

หัวหิน, Cha Am

change

เชียงใหม่
or
ใกล้เคียง:

ตัวเลือกเพิ่มเติม:
4 star or better 3 star or lower
3 star or better 2 star or lower

Khao Yai Hot Deal

Limon Villa Khao Yai
Nakhon Ratchasima, Khao Yai
From 1,640 ฿
644556

Khao Yai Hot Deal

Belle Villa Resort Khao Yai
Nakhon Ratchasima, Khao Yai
From 1,198 ฿
644527

Khao Yai Hot Deal

Mountain Creek Golf Resort & Residence
Nakhon Ratchasima, Khao Yai
From 3,025 ฿
644536

แผนที่ภาคอีสาน

แผนที่กูเกิ้ลภาคอีสาน

ข้อมูลการเดินทาง


รถประจำทาง

รถยนต์

เครื่องบิน

รถไฟ

มีรถโดยสารให้บริการไปยังทุกจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างสม่ำเสมอในแต่ละวันจากสถานีขนส่งหมอชิตal ... ข้อมูลเพิ่มเติม

การเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถทำได้หลายเส้นทาง จังหวัดแรกที่คุณจะถึงก่อนที่จะเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ ... ข้อมูลเพิ่มเติม

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสนามบินภายในประเทศทั้งหมด 8 สนามบิน ตั้งอยู่ใน 8 จังหวัด ... ข้อมูลเพิ่มเติม

มีบริการรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปยังจังหวัดส่วนใหญ่ในภูมิภาค สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทาง ... ข้อมูลเพิ่มเติม

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน เป็นเขตพื้นที่ราบสูงลักษณะกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทยทั้งหมด ในพื้นที่ของภาคอีสานนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจและน่าศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็น หินและแร่ที่มีอายุนับหลายร้อยปี รวมไปถึงวัตถุที่มนุษย์ในยุคหินประดิษฐ์ขึ้นมา อีกทั้งยังมีวัดและปราสาทสำคัญต่างๆ มากมายในยุคอาณาจักรขอมโบราณ ที่ถือเป็นมรดกอันล้ำค่า นอกจากนี้ ภาคอีสานมีอุทยานแห่งชาติที่เป็นที่รู้จักกันดี ติด 3 อันดับในประเทศไทย นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง และ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ใน ปีที่ผ่านๆ มา ดินแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ ต้องการหาประสบการณ์แปลกใหม่ สำหรับการเดินทางมายังจังหวัดในภาคอีสาน สายการบินภายในประเทศได้มีการปรับปรุงและพัฒนาเที่ยวบินไปยังจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสานมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ในด้านสถานที่พัก มีโรงแรมหรูหรามากมายให้ได้เลือกใช้บริการ โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆ อาทิเช่น ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา และ อุบลราชธานี

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว


1 ภูกระดึง

สถานที่ตั้ง : อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ เส้นทางขึ้นภูกระดึง ทางขึ้นค่อนข้างชันแต่จะมีจุดแวะพักที่ “ซำ” หมายถึง บริเวณที่มีแหล่งน้ำใต้ดินผุดขึ้นมาแต่ละจุดมีเครื่องดื่มและอาหารบริการ

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง ผานกแอ่น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นมีดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่ ซึ่งบานสะพรั่งในเดือนมีนาคม-เมษายน

การเดินทาง
จาก อำเภอเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ไปทาง อำเภอภูกระดึง ถึง อำเภอภูกระดึงให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2019 ทางจะไปสิ้นสุดที่ที่ทำการ รวมระยะทางประมาณ 80 กม. (หากมาจากทางใต้ของจังหวัด ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อำเภอชุมแพ จ.ขอนแก่น เมื่อเข้าเขต จ.เลย จะผ่านบ้านผานกเค้า จากนั้นให้ตรงไปอีกประมาณ 8 กม. พบสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 แล้วตรงไปจนถึงที่ทำการ)
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4287 1333, 0 4287 1458

2 ทุ่งดอกกระเจียว

สถานที่ตั้ง : อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ทุ่งดอกกระเจียว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีพื้นที่ 112 ตร.กม. หรือประมาณ 70000 ไร่ ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม - กรกฏาคม มีดอกกระเจียวขึ้นอยู่เต็มบริเวณ ส่วนหน้าหนาวประมาณเดือนธันวาคม - มกราคม มีดอกกล้วยไม้ป่าสีเหลืองขึ้นตามซอกหิน นอกจากนี้บริเวณเหนือสุดของแนวป่าหินงามและทุ่งดอกกระเจียว ยังมีหน้าผาสูงชัน ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 846 เมตร เรียกว่า "สุดแผ่นดินของที่ราบสูง"

การเดินทาง
จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านอำเภอโนนไทย บ้านหนองบัวโคก บ้านคำปิง เมื่อเลยอำเภอเทพสถิตมาประมาณ 1 กม. ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางทางประมาณ 17 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กม.ก่อนจะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 3 กม. จะเห็นป้ายเส้นทาง@love ด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเข้าซอยอีกประมาณ 500 เมตร

3 สามพันโบก

สถานที่ : อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สามพันโบก สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย ที่ความงามของแก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง และวิถีชีวิตริมคลองสองฝั่งโขงนั้นงดงาม และน่ามหัศจรรย์เช่นกัน ไม่แพ้แกรนด์แคนยอน ที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา การเที่ยวชมสามพันโบกนั้นคุณสามารถเลือกได้สองวิธี คือ นั่งเรือชมวิวไปเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรไปจนถึงสามพันโบก หรือจะขับรถไปจนถึงสามพันโบกเลยก็ได้สำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อย แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมนั่งเรือชมวิวสวยสองฟากฝั่ง และยังมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจก่อนถึงสามพันโบกให้ได้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วย ที่หาดสลึง ไม่เพียงเป็นจุดลงเรือ ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แถมยังมีที่พักและร้านอาหารบริการอย่างครบครันเรียกว่าเป็นทริปเริ่มต้นเที่ยวสามพันโบกต้องเริ่มที่นี่เลยก็ว่าได้ หาดสลึง เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล ในฤดูแล้งน้ำโขงลดลงจะเผยมีหาดทรายสวยงาม เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนสบายๆ ยามที่น้ำแห่งจัดๆ จะเผยหาดทรายยาวตลอดแนวถึง 860 เมตรเลยทีเดียว

สามพันโบก เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล และด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็กใหญ่ จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือสามพันโบก โดยคำว่าโบก ภาษาท้องถิ่นนั้น แปลได้ว่า แอ่ง จนเป็นที่มาของชื่อสามพันโบก ในช่วงหน้าแล้ง สามพันโบก จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขง ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะ บางแอ่งใหญ่ ขนาดเป็นสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามจินตนาการ ทั้งรูปดาว วงรี และรูปอื่นๆอีกมากมาย กว่า 3,000 แอ่งสวยงามและน่าอัศจรรย์มาก ที่นี่ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดในลำน้ำโขงตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดทำให้เกิดงานประเพณีที่น่าสนใจของชาวบ้านสองคอน คือประเพณีตักปลาในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ ที่ปากบ้อง ไปชมการจับปลาที่แปลกประหลาดกว่าที่อื่นๆ ด้วยการใช้สวิงขนาดใหญ่ด้ามยาวคอยตักปลาที่จะว่ายผ่านปากบ้องทวนกระแสน้ำเพื่อขึ้นไปวางไข่ เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่น่าสนใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความงามของแก่งสามพันโบกทั้งช่วงเช้าตรู่ และช่วงยามเย็นพระอาทิตย์อัสดง ก็จำเป็นต้องหาและจองที่พักล่วงหน้า โดยที่พักส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณริมหาดสลึง จุดลงเรือท่องเที่ยวนั่นเอง มีที่พักสวยหลากสไตล์ทั้งแบบเห็นวิวหาดทรายและแม่น้ำโขงแบบใกล้ชิด หรือที่พักราคาประหยัดก็มีให้บริการ ในด้านอาหารการกินก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่หาดสลึงก็มีร้านอาหารอร่อยมากมายบริการคุณทั้งเมนูปลาแม่น้ำโขง อาหารไทยตามสั่งทั่วไป อาหารพื้นบ้าน และอาหารอีสานมากมายให้คุณเลือกชิมกันจนอิ่มหนำสำราญ

การเดินทาง
จากตัวเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ให้ขับรถตรมทางหลวงหมายเลข 2050 สายอุบลราชธานี – ตระการพืชผล – โพธิ์ไทร ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตรจะถึงสามพันโบก แต่ถ้าคุณเลือกที่จะเที่ยวสามพันโบกด้วยวิธีล่องเรือ ก็ให้จอดรถที่หาดสลึงอยู่ที่บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร ก่อนถึงสามพันโบกประมาณ 5 กิโลเมตร

4 น้ำตกเหวนรก

สถานที่ : อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถเข้าถึง จากลานจอดรถเดินลงไปเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะได้ เห็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร มีจุดชมน้ำตกในระยะไกลที่สามารถมองผ่านแมกไม้เห็นภาพของน้ำตกทั้งหมดในมุมสูงได้สวยงาม หรือหากต้องการสัมผัสกับสายน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง ก็มีทางเดินลัดเลาะลงไปได้ แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัดควรระมัดระวังอันตราย

การเดินทาง
จากทางหลวงหมายเลข 2090 ไปถึงเส้นทางหลวงหมายเลข 3077 บริเวณกิโลเมตรที่ 24 เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง

5 ผาแต้ม

สถานที่ : อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้ม เป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ที่หน้าผาด้านล่าง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 180 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา มีภาพทั้งหมดประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ สัตว์ ลายเรขาคณิต คนทำนา ภาพมือ และภาพตุ้ม (เครื่องมือจับปลาของชาวประมงริมโขง) ด้านตรงข้ามผาแต้มคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวโดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนทำให้ผาแต้ม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่แห่งใดในประเทศไทย เช่นเดียวกันกับที่หมู่บ้านเวินบึกที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไม่ไกลจากบริเวณแม่น้ำสองสีมากนัก ซึ่งทุกวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

การเดินทาง
จากอำเภอโขงเจียมใช้ทางหลวงหมายเลข 2134 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2112 ถึงกิโลเมตรที่ 8 แล้วเลี้ยวขวาไปผาแต้มอีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทางจากโขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
เปิดให้เข้าชม 06:00 - 18:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4531 8026, 0 4524 6332 – 3

6 ภูผาเทิบ

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ภูผาเทิบ เป็นภูผาที่มีหินมาเทิบทับกันไว้ มีกลุ่มหินประกอบด้วยหินรูปร่างลักษณะต่างๆ วางซ้อนกันอยู่อย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้างและยาวเป็นสวนหินเปรียบเสมือนประติมากรรมธรรมชาติ หินบางก้อนมีรูปร่างคล้ายเครื่องบินไอพ่น รอบเท้าบู้ท เก๋งจีน มงกุฎ และคล้ายสถูป เป็นต้น บริเวณลานหินมีป่าเต็งรังที่มีลักษณะแคระแกร็นสวยงาม และในฤดูฝนต่อฤดูหนาวจะเต็มไปด้วยไม้ดอกงดงามนานาชนิด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 100 เมตร

การเดินทาง
อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางมุกดาหาร-ดอนตาล ทางหลวงหมายเลข 2034 แล้วเลี้ยวขวาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ
เปิดให้เข้าชม อังคาร – อาทิตย์ 08:00 - 18:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 50 – 200 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)

7ลานหินงาม

สถานที่ : อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ลานหินงาม ลานหินงาม เป็นบริเวณที่มีโขดหินใหญ่รูปร่างแปลก ๆ กระจายอยู่เต็มไปหมดในเนื้อที่กว่า 10ไร่ เกิดจากการกัดเซาะของเนื้อดินและหินเป็นรูปลักษณ์แตกต่างกัน สามารถจินตนาการเป็นรูปต่าง ๆ เช่น ตะปู เรด้าร์ แม่ไก่ เป็นต้น สำหรับลานหินงามนี้อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพื้นที่ทำการอุทยานแห่งชาติมีทางรถยนต์เข้าถึง

การเดินทาง
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 270 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีไปสามแยกพุแค เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 205 จากบ้านลำนารายณ์ไปประมาณ 48 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2354 (ทางไปอำเภอหนองบัวระเหว) ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านไร่ประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ สำหรับรถโดยประจำทาง สามารถเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-เทพสถิต-ชัยภูมิ ลงที่แยกบ้านไร่ แล้วเหมาจักรยานยนต์รับจ้างไปยังที่ทำการอุทยานฯ หรือเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-ชัยภูมิ และใช้บริการรถสองแถวซึ่งจอดรับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปากทางบริเวณบ้านวะตะแบกเข้าไปยังตลาดใกล้ ที่ทำการอุทยานฯ ในช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบาน มีบริการรถสองแถววิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในบริเวณอุทยานฯ ด้วย
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

8 น้ำตกแสงจันทร์ หรือ น้ำตกรู

สถานที่ : อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี น้ำตกแสงจันทร์ หรือ น้ำตกรู น้ำตกแสงจันทร์ หรือน้ำตกรู จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นน้ำตกขนาดเล็กเกิดจากลำห้วยท่าล้งไหลไปตามพลาญ หินทรายแล้วไหลลอดผ่านหน้าผาที่มีลักษณะเป็นรูขนาดใหญ่อันเกิดจากแรงกัดเซาะของสายน้ำบ้างก็ เรียกว่า "น้ำตกรู" สายน้ำที่ไหลลอดรูตกลงเป็นละอองขาวนวลมองดูคล้ายแสงจันทร์สาดส่องลง มาสู่พื้นโลก บ้างจึงเรียกว่า "น้ำตกแสงจันทร์" นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ ททท.บันทึกใน UNSEEN IN THAILAND มาสัมผัสความงามได้ในช่วงเดิอนมิถุนายน-ธันวาคม

การเดินทาง
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตามหมายเลขทางหลวงที่ 2112 ประมาณ 30 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปน้ำตกทุ่งนาเมือง ก่อนถึงน้ำตกทุ่งนาเมือง 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาที่บ้านทุ่งนาเมืองไปน้ำตกแสงจันทร์ประมาณ 2 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

9 ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง

สถานที่ : อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง หมู่บ้านข้างบ้านตากลาง ตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ 58 กิโลเมตร ชาวบ้านตากลางส่วนใหญ่เป็นชาวกวย ในอดีตมีอาชีพในการคล้องช้างป่าเพื่อมาฝึกไว้ใช้งาน และเป็นสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัว โดยในปัจจุบันชาวบ้านหันมาเลี้ยงช้าง และฝึกช้างเพื่อร่วมแสดงงานประจำปีของจังหวัด ลักษณะการเลี้ยงช้างของที่นี่ จะให้ความสัมพันธ์เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน จังหวัดสุรินทร์ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ช้าง หรือศูนย์คลศึกษาขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อเก็บรวบรวมประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับช้าง ข้อมูลเกี่ยวกับช้างและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการคล้องช้าง ซึ่งสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ส่วนการแสดงช้างนั้นจะจัดให้ชุมวันละ 2 รอบ (เช้า-บ่าย) อีกทั้งยังมีบ้านพักแบบโฮมสเตย์

การเดินทาง
ตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวง 214 (สุรินทร์-ร้อยเอ็ด) เลี้ยวทางซ้ายมือตรงหลักกิโลเมตรที่ 36 แล้วไปต่ออีก 22 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม การแสดงช้าง : วันละ 2 รอบ (รอบเช้าเวลา 10:00 น. และ รอบบ่ายเวลา 14:00 น.)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4414 5050, 0 4451 1975

10 ภูทอก

สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ภูทอก ภูทอกในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง เป็นภูเขาหินทรายโดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล ประกอบด้วย ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้เริ่มเข้ามาจัดตั้งเป็นแหล่งบำเพ็ญเพียร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบ ภูทอกน้อยเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก โดยต้องเดินไปตามสะพานไม้เวียนวนรอบเขาสูงชันจนถึงยอด สะพานไม้สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาจากเหล่าพระ เณร และชาวบ้าน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2512 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะสู่โลกแห่งโลกุตระ หรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอกยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและปฏิบัติศาสนกิจของชุมชน ดังนั้นผู้ที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ควรอยู่ในความสงบ และเคารพสถานที่ บันไดขึ้นภูทอกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น แตกต่างกันดังนี้

ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหิน ลานหิน สุดทางชั้นที่ 3 มีทางแยกสองทาง ทางซ้ายมือเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย ซึ่งเป็นทางชันมาก ผ่านหลืบหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์ ทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4

ชั้นที่ 4 เป็นสะพานลอยไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ย ๆ สลับกัน เรียกว่า “ดงชมพู” ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบ บนชั้นที่ 4 นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี รอบชั้นมีระยะทางประมาณ 400 เมตร มีที่พักผ่อนระหว่างทางเป็นระยะ ๆ

ชั้นที่ 5 มีศาลาและกุฏิที่อาศัยของพระ ตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ตลอดเส้นทางสู่ชั้นที่ 6 มีที่พักเป็นลานกว้างหลายแห่ง มีหน้าผาชื่อต่าง ๆ กัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น

ถ้ามาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พระวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน ผู้คนส่วนใหญ่มักหยุดการเดินทางเพียงแค่นี้ เพราะจากชั้นที่ 6 สู่ชั้นที่ 7 เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริมหน้าผาสูงชันดูน่าหวาดเสียวอันตราย มีความยาว 400 เมตร สุดทางที่ชั้น 7 เป็นป่าไม้ร่มครึ้ม

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอปากคาด และอำเภอบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล จากอำเภอศรีวิไลมีทางแยกซ้ายผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอกเป็นระยะทางอีก 30 กิโลเมตร

11 พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว)

สถานที่ตั้ง : อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์สิรินธร ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ วัดป่าสักกะวัน จัดแสดงนิทรรศการด้านธรณีวิทยา และซากดึกดำบรรพ์ โดยใช้เทคโนโลยีประกอบกับการให้ความรู้โดยแบ่งเป็น 9 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 การกำเนิดโลกและจักรวาล โซนที่ 2 กำเนิดสิ่งมีชีวิต โซนที่ 3 มหายุคพาลิโอโซอิก มหายุควิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโบราณ โซนที่ 4.1 มหายุคมีโซโซอิก มหายุคแห่งสัตว์เลื้อยคลานและไดโนเสาร์ โซนที่ 4.2 ไดโนเสาร์ไืทย โซนที่ 5 วิถีชีวิตไดโนเสาร์ไทย โซนที่ 6 คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ โซนที่ 7 มหายุคซีโนโลอิก มหายุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โซนที่ 8 เรื่งอราวของมนุษย์ นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ยังมีบริการจัดค่ายเยาวชน มีห้องประชุม ร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึกไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมิตรภาพ ถึงอำเภอบ้านไผ่ เลี้ยวขวาเข้ามหาสารคาม ต่อไปที่กาฬสินธุ์ ออกจากกาฬสินธุ์เลี้ยวซ้ายไปอำเภอสหัสขันธ์ ก่อนเข้าตัวอำเภอ 2 กม. เลี้ยวขวาเข้าวัดสักกะวัน หรือทางขวามือจะเห็นตัวหนังสือขนาดยักษ์ "อุทยานไดโนเสาร์"
เปิดให้เข้าชม 08:30 - 17:30 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4387 1014, 0 4387 1613-4

12 อุทยานแห่งชาติภูเวียง

สถานที่ : อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อุทยานแห่งชาติภูเวียง เมื่อพูดถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียงนักท่องเที่ยวก็ต้องนึกถึงไดโนเสาร์ ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่าบริเวณที่ราบสูงที่อยู่ในเขตประเทศไทยปัจจุบันนั้นจะเคยเป็นบ้านของไดโนเสาร์มาก่อน จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2519 มีการสำรวจแหล่งแร่ยูเรเนียมในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูเวียง ระหว่างการสำรวจนักธรณีวิทยาได้ค้นพบซากกระดูกชิ้นหนึ่งเข้า และเมื่อส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสวิจัยผลปรากฏออกมาว่าเป็นกระดูกหัวเข่าข้างซ้ายของไดโนเสาร์ จากนั้นนักสำรวจก็ได้ทำการขุดค้นกันอย่างจริงจังเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน

ความน่าสนใจของที่นี่ไม่ได้มีเพียงแต่ไดโนเสาร์เท่านั้นยังมีการพบร่องรอยอารยธรรมโบราณด้วย โดยพบ "พระพุทธรูปปางไสยาสน์" ประติมากรรมนูนสูงสลักบนหน้าผาของยอดเขาภูเวียง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 14 ลักษณะท่านอนได้รับอิทธิพลจากอินเดีย พระเศียรหนุนแนบกับต้นแขนขวาแขนซ้ายทอดไปตามลำพระองค์ นอกจากนี้"ถ้ำฝ่ามือแดง" ที่บ้านหินร่องมีงานศิลปะของมนุษย์ถ้ำโบราณ ลักษณะของภาพเกิดจากการพ่นสีแดงลงไปในขณะที่มือทาบกับผนังถ้ำก่อให้เกิดเป้นรูปฝ่ามือขึ้น

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในบริเวณอุทยานฯจะมีน้ำตกอยู่สองสามแห่ง "น้ำตกทับพญาเสือ" เป็นน้ำตกเล็กๆตั้งอยู่ใกล้กับถ้ำฝ่ามือแดง "น้ำตกตาดฟ้า" เป้นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15 เมตร สามารถเข้าถึงได้ทางรถยนต์อยู่ห่างจากอำเภอภูเวียง 18 กิโลเมตร และขึ้นเขาไปอีก 6 กิโลเมตร ตรงต่อไปจากน้ำตกตาดฟ้าอีก 5 กิโลเมตร จะถึง"น้ำตกตาดกลาง" นอกจากน้ำตกก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภอทุ่งหญ้าและลานหิน ซึ่งจะมีดอกไม้ป่านานาพันธุ์บานในช่วงหลังฤดูฝนได้แก่"ทุ่งใหญ่เสาอาราม" "หินลาดวัวถ้ำกวาง" และ"หินลาดอ่างกบ"

การเดินทาง
อุทยานแห่งชาติภูเวียงอยู่ห่างจากจังหวัดขอนแก่น 86 กิโลเมตร จากจังหวัดขอนแก่น ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ขอนแก่น-ชุมแพ) ผ่านอำเภอบ้านฝาง อำเภอหนองเรือ ถึงทางแยกไปอำเภอภูเวียง ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร จึงแยกตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2038 ไปประมาณ 38 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอภูเวียง และหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภว.1 (ปากช่องภูเวียง) ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียงที่ภูประตูตีหมา
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูเวียง
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4335 8073, 08 5852 1771

13 จุดชมวิวหินช้างสี

สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น จุดชมวิวหินช้างสี กลุ่มหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนสันเขาป่าโสกแต้เหนือที่ทำการอุทยานแห่งชาติขึ้นไป เป็นจุดชมวิวยามเช้าเย็นที่พระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดของน้ำพอง เหตุที่ชื่อหินช้างสีเพราะครั้งอดีตมีช้างป่ามาใช้ลำตัวสีกับก้อนหินขนาดใหญ่และทิ้งร่องรอยของดินติดไว้ ด้านบนของจุดชมวิวหินช้างสีเป็นลานหินกว้างขนาดใหญ่ จุดสูงสุดมีก้อนหินสัณฐานคล้ายหัวกระโหลกตั้งโดดเดี่ยวเป็นเอกเทศ ด้านบนลานหินนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบ ทั้งทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ที่ถูกปูพรมด้วยผืนป่าอันเขียวขจี หรือตัวเมืองขอนแก่นที่อยู่ไกลลิบๆ ออกไป ส่วนด้านทิศตะวันตกจะพบกับทัศนียภาพของธรรมชาติอันงดงามและกว้างไกลของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จนสุดสายตาที่เทือกเขาภูเวียงและภูเก้า ยามเช้าในฤดูหนาวที่สายหมอกล่องลอยไล่เลี่ยพื้นน้ำและราวป่า คล้ายกับลูกคลื่นในท้องทะเล ส่งผลให้จุดชมวิวหินช้างสีมีเสน่ห์และน่าหลงไหลสำหรับผู้ที่ได้พบเห็นมากยิ่งขึ้น บริเวณนี้จึงเหมาะสำหรับการตั้งแค็มป์ค้างแรมของผู้ที่ชื่นชอบและต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้บริเวณหินช้างสียังพบภาพเขียนเลขาคณิตอันเป็นร่องรอยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย



การเดินทาง
จากตัวเมืองขอนแก่นไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ไปยังอำเภอชุมแพ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 30 แยกขวาไปประมาณ 19 กิโลเมตร จุดชมวิวหินช้างสีตั้งอยู่ไม่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติมากนัก ใช้เวลาเดินเท้าลัดเลาะไปตามสันเขาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือขับรถอ้อมไปขึ้นทางด้านบ้านคำหญ้าแดงอีกด้านหนึ่งก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อด้วยการเดินเท้าอีกประมาณ 10 กว่านาที
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4335 8074, 0 4324 8006

14 แก่งคุดคู้

สถานที่ : อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย แก่งคุดคู้ เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ในช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ

การเดินทาง
การเดินทางจากตัวอำเภอเชียงคานนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่งคุดคู้ได้ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร

15 พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ80 ก.ม มีลักษณะเป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย “พระอาจารย์ศรี มหาวิโร” ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศสร้าง ในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำเป็น 109เมตร ใช้ทอง คำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือน อยู่บนวิมานแดนสวรรค์

การเดินทาง
วัดเจดีย์ชัยมงคล (พระมหาเจดีย์ชัยมงคล) ห่างจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ด 62 กม. ไปทางอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก ต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวไปอีก 5 กม. ก็จะถึงวัดเจดีย์ชัยมงคลสถานที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
เปิดให้เข้าชม 06:00 - 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 20 บาทต่อคน (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)

16 ผามออีแดง

สถานที่ตั้ง : อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผามออีแดง นับเป็นสถานที่ตรงจุดชายแดนเขตประเทศไทยติดต่อกับประเทศกัมพูชา ใกล้ทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ พื้นที่แนวชายแดนประเทศกัมพูชา และบริเวณปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างสวยงามและกว้างไกล จุดสูงสุดของหน้าผามออีแดง สามารถส่องกล้องชมปราสาทเขาพระวิหารได้ชัดเจนมาก มองเห็นสภาพภูมิประเทศ ตามความเป็นจริงได้อย่างดี ซึ่งปราสาทเขาพระวิหารเคยเป็นสมบัติของประเทศไทยมาก่อน แต่เมื่อเกิดกรณีพิพาทเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ถูกศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินให้ตกเป็นสมบัติของประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยโดยเด็ดขาดแล้ว เชื่อกันว่ามีการเริ่มสร้างในสมัยพระเจ้า สุริยวรมันที่ 1 (ประมาณ พ.ศ. 1581) มีความสวยงามควรค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณสถานมาก ปัจจุบันปราสาทเขาพระวิหารเปิดบริการให้ผู้สนใจขึ้นไปเยี่ยมชมได้ ด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย

การเดินทาง
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ บริเวณปลายสุดของทางหลวงหมายเลข 221 (สายศรีสะเกษ-กันทรลักษ์) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 34 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 98 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดียวที่ติดต่อกับทางขึ้นเขาพระวิหาร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

17 บั้งไฟพญานาค

สถานที่ตั้ง : ลุ่มแม่น้ำโขง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ UNSEEN IN THAILAND ของเมืองไทยกับมหัศจรรย์เมื่อลูกไฟหลากสี ได้พวยพุ่งขึ้นมาจากลำน้ำโขง สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปชม ปรากฏการณ์ที่น่าจดจำ เมื่อพญานาคแห่งเมืองบาดาลได้พ่นบั้งไฟเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า ซึ่งเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลูกไฟสีแดงอมชมพูพุ่งขึ้นจากลำแม่น้ำโขง เหนือผิวน้ำตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วพุ่งแหวกอากาศขึ้นไปสูงประมาณ 50-150 เมตร นานประมาณ 5-10 วินาที แล้วก็จะดับหายวับไปในอากาศโดยไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ

ลูกไฟที่เกิดขึ้นจะไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ขนาดของลูกไฟมีตั้งแต่เท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดเท่าฟองไข่ไก่ และจะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันออกพรรษา นั่นคือปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค

ตั้งแต่ครั้งโบราณกาลชาวโพนพิสัยมีความเชื่อว่า เมืองโพนพิสัยแห่งนี้ เป็นเมืองหน้าด่านของนครบาดาล ชื่อเมืองพัทลุง ส่วนการที่เกิด บั้งไฟพญานาคนั้นสืบเนื่องมาจากวันออกพรรษาเมื่อ 2,000 กว่าปีล่วงมาแล้ว เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากที่เสด็จไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดา เป็นเวลา 3 เดือน เหล่ามนุษย์ เทพยดาบนสวรรค์ เทพเทวา ทุกภพ ทุกภูมิ ต่างยินดีปรีดาเฉลิมฉลองจึงถือเป็นวันออกพรรษาครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พญานาคแห่งนครบาดาล ผู้ศรัทธาในพระพุทธเจ้า จึงได้พ่นบั้งไฟจากใต้บาดาลขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อบูชาสรรเสริญพระพุทธองค์ ใครที่ปราถนาจะชมและมีส่วนร่วมไปกับปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ งดงามและน่าอัศจรรย์นี้ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

สอบถามข้อมูล โทร. 0 4232 5406-7

18 บึงหนองหาน (ทะเลบัวแดง)

สถานที่ : อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บึงหนองหาน บึงหนองหานจัดเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุมภวาปี มีเนื้อที่ 45 ตร.กม.หรือ 28,125 ไร่ ล้อมรอบด้วยพงหญ้าชื้นแฉะ มีเกาะใหญ่อยู่สองเกาะคือ เกาะดอนแก้วและดอนป่า ลักษณะดินมีความสมบูรณ์ปานกลางบริเวณรอบหนองหานพบดินเค็มเล็กน้อย การใช้ประโยชน์ดินรอบหนองหานเพื่อการผลิตโดยประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ทำนา อีกประมาณร้อยละ 2 ของพื้นที่ ทำไร่และเลี้ยงสัตว์ในบริเณหนองหาน พบนกอย่างน้อย 74 ชนิด พบพันธ์ปลาอย่างน้อย 39 ชนิดและพบพืชน้ำอย่างน้อย 15 ชนิด หนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจท้องถิ่นมีชุมชนเก่าแก่โบราณริมหนอง

หนองหาน นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำ จำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบหนองหานได้พึ่งพาเป็นแหล่งอาหารแล้วนั้น ยังมีระบบนิเวศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นที่สนใจของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้ว ธรรมชาติของหนองหาน ยังได้บรรจงสร้างทะเลบัวแดงเพิ่มความงดงามให้แก่หนองหานมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี ดอกบัวแดงในหนองหานซึ่งมีจำนวนมากจะงอกงามโผล่จากน้ำขึ้นมา โดยเริ่มจากเดือนตุลาคมบัวเริ่มแตกใบและเริ่มออกดอกตูมและบานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ และค่อย ๆ ลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม ดอกบัวจะบานในช่วงเช้าตรู่ถึงเที่ยง นักท่องเที่ยวจะมองเห็นบัวแดงบานเต็มท้องน้ำหนองหานสุดลูกหูลูกตางดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า ทะเลบัวแดง

การเดินทาง
ห่างจากจังหวัดอุดรธานี ประมาณ 45 ก.ม. การเดินทางสามารถเดินทางจากอำเภอเมืองอุดรธานี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-กุมภวาปี) ถึงกิโลเมตรที่ 26 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางห้วยสามพาด-อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ประมาณ 18 กิโลเมตร

19 สวนหินผางาม

สถานที่ : อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย สวนหินผางาม อยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ จากอำเภอหนองหินเข้าไปประมาณ 18 กิโลเมตร ภายในสวนหินผางามมีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี สวนหินแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “คุนหมิงเมืองเลย”

การเดินทาง
จาก อำเภอวังสะพุงใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ไปทาง อำเภอหนองหิน จนถึงตลาดหนองหิน ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสายหนองหิน-สวนหินผางามไปประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงบ้านผางาม ผ่านบ้านผางามไปเล็กน้อยพบทางแยกขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของสวนหินฯ
เปิดให้เข้าชม 08:00 - 18:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 08 1462 1719

20 น้ำตกเหวสุวัต

สถานที่ตั้ง : อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วๆ ไป น้ำตกเหวสุวัตนี้อยู่สุดถนนธนะรัชต์ หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้ ประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษ บริเวณด้านล่างของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและลำธารเหมาะที่จะลงเล่นน้ำ แต่สำหรับฤดูฝนน้ำจะมากและไหลแรงน้ำค่อนข้างเย็นจัด

การเดินทาง
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 37.7กิโลเมตร ( หลักกิโลเมตรที่ 144 - 145 ) ให้ท่านชิดเลนขวาสุด เพื่อกลับรถ หลังจากกลับรถแล้ว ให้ขับตรงมา จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปตามเส้นทาง จนถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากด่านเก็บค่าธรรมเนียมขับไปตามเส้นทางประมาณ 14 ที่ทำการอุทยาน ฯ จากที่ทำการอุทยาน ฯ ขับรถไปตามเส้นทางอีกประมาณ 10กิโลเมตร จนสุดถนนธนะรัชต์ก็จะถึงลานจอดรถ
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
สอบถามข้อมูล โทร. 08 6092 6529, 08 6092 6531

21 หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม หาดทรายทองศรีโคตรบูรณ์ เป็นหาดทรายน้ำจืดที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ในฤดูแล้ง(ราวเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม) หาดทรายจะยื่นออกไปกลางลำน้ำโขง หาดทรายนี้จะอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการแขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและชมความงามของธรรมชาติ

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดนครพนม ระยะทาง 740 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 2 ถึงจังหวัดขอนแก่น แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 209, 213 และ 22 ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนครจนถึงจังหวัดนครพนม

22 วัดเขาอังคาร

สถานที่ตั้ง : อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ วัดเขาอังคาร วัดเขาอังคาร ตั้งอยู่บ้านเจริญสุข บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ เป็นวัดที่สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบงดงาม แปลกตาและน่าสนใจยิ่ง ภายในบริเวณวัดเคยมีการค้นพบโบราณสถานเก่าแก่และใบเสมาหินทรายสลักภาพบุคคล สถูป ดอกบัว และธรรมจักร สมัยทวารวดีหลายชิ้น อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-14 ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดี เพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก

การเดินทาง
ห่างจากภูเขาพนมรุ้งไปทางตะวันตกประมาณ 8 กม. มีทางเท้าและทางเกวียนขึ้นไปสู่ยอดเนินภูเขานี้หลายเส้นทาง ปัจจุบันมีการสร้างทางรถยนต์พื้นแข็งลูกรังผสมหินภูเขาไฟจากหมู่บ้านเชิงเขาซึ่งอยู่ทางตะวันออกของภูเขาไฟนี้ เส้นทางรถยนต์ที่เข้าสู่หมู่บ้านเจริญสุขมีอยู่ 2 เส้นทาง เส้นทางแรกเริ่มจาก อำเภอนางรอง ผ่านบ้านผักหวาน บ้านสนวน บ้านกระเดื่อง บ้านหนองม่วง บ้านสวายสอ และบ้านโคกสะอาด อีกเส้นทางหนึ่ง เริ่มจากอำเภอประโคนชัยไปทางทิศตะวันตกตามถนนสายโชคชัย-เดชอุดม ถึงถนนเจริญสุข เส้นทางนี้สะดวกทุกฤดูกาล

23 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่ถนนเพลินจิต ใกล้ศาลากลางจังหวัด แต่เดิมจัดตั้งตามดำริของท่านศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ เพื่อจัดแสดงผ้าไหมพื้นเมืองและงานศิลปหัตถกรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมากรมศิลปากร มีนโยบายในการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง เพื่อแสดงเรื่องราวด้านต่าง ๆ ของจังหวัด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด จึงได้รับการปรับปรุงให้มีลักษณะเป็นพิพิธภัณฑ์ฯ ประจำเมืองแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้แนวนโยบายนี้และมีเนื้อหาการจัดแสดงครอบคลุมเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ดทั้งสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรณีโบราณคดี ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และงานหัตถกรรมการทอผ้าไหมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด

เปิดให้เข้าชม พุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น. (ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ )
อัตราค่าเข้าชม 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4351 4456

24 แม่น้ำสองสี

สถานที่ตั้ง : อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำสองสี หรือ ดอนด่านปากแม่น้ำมูล อยู่ในเขตบ้านเวินบึก เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงเกิดเป็นสีของแม่น้ำที่ต่างกันจึงเรียกกันอย่างคล้องจองว่าโขงสีปูน มูลสีคราม จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และบริเวณบางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก ในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้แล้วบริเวณใกล้เคียงยังมีบริการเรือพาล่องชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ ชมแม่น้ำสองสี แก่งตะนะ บ้านเวินบึก และผาแต้ม โดยสามารถแวะซื้อของที่ระลึกที่ตลาดหมู่บ้านในฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้อีกด้วย

การเดินทาง
นั่งเรือจากตัวอำเภอโขงเจียมไปประมาณ 5 นาที

25 พิพิธภัณฑ์หอยหิน150 ล้านปี

สถานที่ : อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พิพิธภัณฑ์หอยหิน150 ล้านปี หอยหิน 150 ล้านปี ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน จัดแสดงเกี่ยวกับซากฟอสซิลหอยอายุราว 140-150 ล้านปีซึ่งค้นพบจำนวนมากที่บริเวณหน้าผาสูงชัน 50เมตร มีสภาพที่สมบูรณ์ และยังค้นพบซากกระดูกจระเข้โบราณ เศษหินจาไมก้า และแร่ธาตุบางชนิดอีกด้วย ภายในบริเวณยังสามารถชมอาคารแสดงนิทรรศการกระดูกไดโนเสาร์ที่ขุดพบอยู่ในชั้นหินเหนือชั้นที่พบซากหอยหิน 2 เมตร เป็นกระดูกขาหน้าส่วนบนทั้งซ้ายและขวา ขาหลังส่วนล่าง กระดูกสะบัก กระดูกนิ้ว กระดูกซี่โครง ฯลฯ

การเดินทาง
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 210 (หนองบัวลำภู-อุดรธานี) กิโลเมตรที่ 88 จากตัวเมือง ประมาณ 10กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อยู่ทางด้านซ้ายมือ หรือสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายหนองบัวลำภู-อุดรธานี
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4281 2812

26 หมู่บ้านงูจงอาง

สถานที่ : อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น หมู่บ้านงูจงอาง บ้านโคกสง่า ตำบลทรายมูล ชาวบ้านโคกสง่าแต่เดิมมีอาชีพขายยาสมุนไพรควบคู่กับการทำนามาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย การขายยาสมุนไพรในสมัยก่อนต้องเดินเท้าไปเร่ขายยาตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วยความยากลำบาก แต่เมื่อปีพ.ศ. 2494 พ่อใหญ่เคน ยงลา หมอยาบ้านโคกสง่าจึงได้คิดหางูเห่ามาแสดงเพื่อเป็นการดึงดูดคนมาดู แทนที่จะต้องเดินไปขายยาในทุกๆ หมู่บ้านเช่นเคย ปรากฏว่าการแสดงประสบความสำเร็จสามารถเรียกคนมาดูได้มากพอสมควร แต่เนื่องจากงูเห่านั้นมีอันตรายมากสามารถพ่นพิษได้ไกลถึง 2 เมตร พ่อใหญ่จึงเปลี่ยนมาใช้งูจงอางแสดงแทนและถ่ายทอดวิชาแสดงงูให้คนในหมู่บ้าน เมื่อว่างเว้นจากการเกษตรชาวบ้านจะรวมกลุ่มเดินทางออกเร่แสดงงูเพื่อขายยาสมุนไพร

ส่วนการแสดงที่หมู่บ้านนั้นจะจัดขึ้นบริเวณลานวัดศรีธรรมา และรอบๆ บริเวณก็จะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับงูจงอาง รวมทั้งมีโรงเรือนเพาะเลี้ยงงูจงอางอยู่ด้วยปัจจุบันการแสดงงูจงอางบ้านโคกสง่าเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมาก ชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือนจะเลี้ยงงูจงอางไว้ใต้ถุนบ้าน มีการจัดแสดงหลายรูปแบบเพื่อดึงดูดให้คนสนใจยิ่งขึ้น เช่นการแสดงละครงูตามจังหวะเพลง การชกมวยระหว่างคนกับงูจงอางจนชาวบ้านที่มีชื่อเสียงทางการแสดงงูมีฉายาประจำ เช่น กระหร่องน้อย เมืองอีสาน, ทองคำ ลูกทองชัย ฯลฯ

การเดินทาง
หมู่บ้านงูจงอางบ้านโคกสง่าอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 50 กิโลมตร จากตัวเมืองขอนแก่นเดินทางไปตามถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ถึงกิโลเมตรที่ 33 บริเวณตัวอำเภอน้ำพอง เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2039 ทางไปอำเภอกระนวน 16 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านงูจงอาง ให้เลี้ยวขวาไป 2 กิโลเมตร ถึงวัดศรีธรรมา หรือใช้บริการรถประจำทางนั่งรถสายดาวสิงห์-กะนวนมาลงที่สี่แยกน้ำพอง แล้วนั่งรถสกายแล็ปมาลงที่หมู่บ้านงูจงอาง วัดศรีธรรมา

27 แห่ปราสาทผึ้งสกลนคร

สถานที่ : อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร แห่ปราสาทผึ้งสกลนคร การแห่ปราสาทผึ่งเป็นประเพณีของชาวจังหวัดสกลนคร ที่มีความเชื่อในเรื่องของหนองหาน และมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องภูตผีวิญญาณ แต่อย่างไรก็ตาม การแห่ปราสาทผึ้งนั้นล้วนมีรากฐานความเชื่อมาจากพุทธศาสนา ตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ในตำนาน เรื่องหนองหาน (สกลนคร) กล่าวไว้ว่า ในสมัยขอมเรืองอำนาจ และครองเมืองหนองหานในแผ่นดินพระเจ้าสุวรรณภิงคาราช ได้โปรดให้ ข้าราชบริพารทำต้นผึ้งหรือปราสาทผึ้งในวันออกพรรษา เพื่อห่คบงันที่วัดเชิงชุม (วัดมหาธาตุเชิงชุมวรวิหาร) จากนั้นเมืองหนองหานได้จัดวันปราสาทผึ้ง ติดต่อกันมาทุกปี

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง เป็นประเพณีที่ชาวสกลนครจัดขึ้นทุกปี เพื่อถวายแก่องค์พระธาตุเชิงชุมและหลวงพ่อองค์แสน ซึ่งเป็นแหล่งเคารพนับถือ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลมาช้านาน โดยการแห่ปราสาทผึ้งถือเป็นประเพณีสำคัญงานหนึ่ง ในฮีตเดือนสิบเอ็ด ตามหลักฮีตสิบสองคองสิบสี่ของชาวอีสาน
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4251 3490-1

28 วนอุทยานโกสัมพี

สถานที่ตั้ง : อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม วนอุทยานโกสัมพี มีเนื้อที่ 125 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนป่ามีต้นไม้หลายชนิด เช่น ต้นยางขนาดใหญ่ ต้นตะแบก และยังมีลิงแสมฝูงใหญ่จำนวนหลายพันตัว มีลิงแสมขนสีทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หายาก ไม่ดุร้าย วนอุทยานโกสัมพีมีสิ่งที่น่าสนใจคือแก่งตาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม น้ำจะตื้นเขินมองเห็นหินดาน และยังมีลานข่อย ซึ่งมีต้อนข่อยกว่า 200 ต้น ตกแต่ง ดัดแปลงเนไม้แคระตกแต่งเป็นรูปต่างๆ

แก่งตาด : เป็นบริเวณแก่งหิน ปกติหน้าน้ำมองไม่ค่อยเห็นแก่งหินเท่าไหร่ แต่ถ้ามาช่วงมีนาคม - พฤษภาคม น้ำลดลงมาก เดินข้ามแม่น้ำชีได้สบายๆ ไม่เฉพาะคนเท่านั้นที่จะอาศัยแม่น้ำชีแห่งนี้เพื่อการคลายร้อน บางวันเราก็จะได้เห็นลิงเล่นน้ำเหมือนกัน

ลานข่อย : วนอุทยานโกสัมพีได้พัฒนาตกแต่งดัดแปลง ต้นข่อยที่มีอยู่เดิมตาม ธรรมชาติได้เป็นแคระตกแต่งเป็นรูปต่าง ๆ มีให้ชมกว่า 200 ต้น

ลิงแสม : เป็นสัตว์ป่าประจำถิ่นของป่าแห่งนี้ โดยลิงแสมในวนอุทยานโกสัมพีจะมีลักษณะ 2 สี คือลิงแสมสีเทาและลิงแสมสีทอง และลิงแสมสีทองจะมีเฉพาะในวนอุทยานแห่งเดียว ซึ่งหาดูได้ยากในประเทศไทย

การเดินทาง
ขับเข้ามาตามถนนเรื่อยๆ ก็จะมาสุดที่ที่ทำการตรงนี้ละครับ ด้านหลังมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว จากตรงนี้มีทางออกจากวนอุทยานได้โดยไม่ต้องย้อนกลับทางเก่า แต่ถนนไม่ค่อยดีหลุมเยอะ แนะนำว่าย้อนกลับออกทางเก่าตรงวิหารพระมิ่งเมืองจะดีกว่า

29 งานประเพณีบุญบั้งไฟ

สถานที่ตั้ง : สวนสาธารณะพญาแถน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร งานประเพณีบุญบั้งไฟ งานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นงานประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสาน ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และความเชื่อทางศาสนาของชาวอีสานมาช้านาน โดยเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลปักดำทำนา จะต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนบนฟากฟ้า เพื่อขอให้พญาแถน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งฝน ได้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้สรรพสิ่งบนผืนโลกได้ดำเนินวีถีชีวิตไปตามครรลองที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะผู้คนบนผืนดินอีสาน ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการทำใร่ทำนามาช้านาน ต้องอาศัยข้าวและพืชผลทางการเกษตรในการหล่อเลี้ยง ดำรงชีวิตมาโดยตลอด น้ำฝนจากฟ้าจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ คืองานประเพณีแห่ และจุดบั้งไฟจึงถูก สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นความหวัง และกำลังใจ ของชาวอีสานมาโดยตลอด

งานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธรจัด ณ สวนสาธารณะพญาแถน และเขตเทศบาลเมืองยโสธร ประเพณีบุญบั้งไฟ หรือบุญเดือนหก จัดขึ้นเป็นประจำปีทุกปี ในช่วงอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะถึงฤดูลงมือทำนา ทำไมงานบุญบั้งไฟของชาวยโสธรถึงน่าสนใจ เนื่องจากบุญบั้งไฟของชาวยโสธรเป็นบุญบั้งไฟนานาชาติโดยมีบั้งไฟจากประเทศญี่ปุ่น และประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมงานทุกปี ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมจำนวนมาก มีการประกวดแห่เซิ้งบั้งไฟ บั้งไฟสวยงาม ประกวดกองเชียร์ การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ ฯลฯ
สอบถามข้อมูล โทร. 0 4571 1397 ต่อ 112

30 วัดถ้ำแสงเพชร

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ วัดถ้ำแสงเพชร พื้นที่วัดมีบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วย วิหาร เจดีย์ และพระนอนที่ก่อสร้างอย่างสวยงาม ทางด้านทิศเหนือของวิหาร มีถ้ำขนาดใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำแสงเพชรเนื่องมาจากประกายของเกล็ดหินยามเมื่อต้องกับแสงตะวันจะวาววับคล้ายกับแสงเพชร วัดถ้ำแสงเพชร เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสายพระอาจารย์ชา สุภัทโท สาขาที่ 5 ของวัดหนองป่าพง



การเดินทาง ใช้ถนนสายอำนาจเจริญ-เขมราฐ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามทางขึ้นเขาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
เปิดให้เข้าชม 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 5322 4333