สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดอุบลราชธานี
โบราณสถานและประวัติศาสตร์(Historic Building)
ปราสาทบ้านเบ็ญ (Prasat Ban Ben)
สถานที่ตั้ง : อำเภอทุ่งศรีอุดม
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม ตำบลหนองอ้ม อำเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากตัวจังหวัดเป็นระยะทางประมาณ 63 กิโลเมตร ปราสาทบ้านเบ็ญเป็นศาสนสถานของขนาดย่อมประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่สร้างแยกกัน กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งในปี พ.ศ. 2533 ได้พบทับหลังรูปเทพนพเคราะห์ หรือ เทวดาประจำทิศทั้ง 9 องค์ และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ จากลักษณะแผนผังทางสถาปัตยกรรมและภาพสลักบนทับหลังที่พบ อาจกำหนดอายุปราสาทหลังนี้ได้ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง ต้นพุทธศตวรรษที่ 16
ศาสนสถาน (Religious site)
วัดบูรพาราม (Wat Buraparam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดบูรพารามตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ตามประวัติวัดบูรพาเล่าว่า แต่เดิมนั้นที่ดินตรงนี้เป็นป่าไม้โสงเสง ซึ่งหมายถึงป่าโปร่ง เป็นที่อยู่ของสัตว์หลายชนิด ผู้คนไม่ค่อยเข้าไป จึงเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม หลวงปู่ทาสี หลวงปู่เสาร์ ได้ไปปฏิบัติธรรม ขณะนั้นเป็นเพียงสำนักสงฆ์ ครั้นต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2458 หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ทราบข่าว จึงได้เดินทางมาจากวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และปฎิบัติธรรมอยู่ที่วัดบูรพา และเมื่อเจ้ากรมหลวงสรรรพสิทธิประสงค์ ได้บริจาคทรัพย์และที่ดิน ให้สร้างวัดบูรพา จึงเป็นต้นกำเนิดสายวิปัฏนากรรมฐาน พระเกจิอาจารย์ต่างๆ ทั่วประเทศได้มาปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้ วัดสุปัฏนารามวรวิหาร สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นพระอารามหลวงในจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นวัดธรรมยุติกนิกายวัดแรกของอีสาน สร้างใน พ.ศ. 2396 โดยพระพรหมราชวงศา (พระอุปราชกุทอง) เป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานี (สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี) ตัววัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นพระอารามหลวงที่อยู่ในภูมิทัศน์ที่ร่มรื่นสวยงาม พระอุโบสถเป็นศิลปะไทย-จีน-ยุโรป หน้าโบสถ์มีรูปสิงโตคล้ายของจริงสองตัว ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระสัพพัญญูเจ้า เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดเงาไม่ปิดทองที่สง่างามมาก มีหอศิลปวัฒนธรรม เก็บรักษาโบราณวัตถุ เช่น เสมาหิน ศิลาจารึก และทับหลัง สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เรียกอีกชื่อว่า วัดศรีทอง เป็นอารามหลวง ตั้งอยู่บนถนนอุปราช ข้างศาลากลางจังหวัดในตัวเมืองอุบลฯ พระอุโบสถสร้างตามแบบวัดเบญจมบพิตร เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม พระคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต ประเทศลาว
วัดบ้านนาเมือง (Wat Ban Na Muang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ บ้านนาเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตรทางทิศเหนือของสนามบิน เป็นวัดที่มีพระอุโบสถที่มีลักษณะแปลกตากว่าพระอุโบสถทั่วไป เพราะวัดนี้สร้างเป็นรูปเรือสุพรณหงส์ ใช้เซรามิคในการตกแต่งพระอุโบสถ ซึ่งเซรามิคนี้ทำจากโรงงานในจังหวัดอุบลราชธานี และนอกจากนี้ยังมีอุโบสถตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงส์ กลางสระน้ำใหญ่ ซึ่งประดับตกแต่งด้วยเซรามิก วัดบ้านนาเมือง
วัดมหาวนาราม (Wat Maha Wanaram)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนสรรพสิทธิ์ เป็นวัดเก่าแก่และถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุบลราชธานี เดิมชื่อว่า "วัดป่าหลวงมณีโชติศรีสวัสดิ์" ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วัดป่าใหญ่" ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัดนี้คือ พระเจ้าใหญ่อินแปลง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูนพร้อมกับลงรักปิดทอง ลักษณะศิลปะแบบลาว ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดอุบลราชธานี สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ถนนสรรพสิทธิ์ โบราณสถานที่สำคัญคือ พระอุโบสถ ได้รับการยกย่องว่ารูปทรงสวยงาม และมีงานจำหลักไม้ที่มีฝีมือแบบพื้นฐานโดยแท้ ซึ่งนับเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าและเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี วัดหนองบัว สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ชานเมืองอุบลราชธานีบนทางหลวงหมายเล 212 (อุบล-อำนาจเจริญ) ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าไป ประมาณ 800 เมตร ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในช่วงปี พ.ศ. 2500 และได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย สถานที่ตั้ง : อำเภอวารินชำราบ
เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม สร้างโดยหลวงพ่อชา สุภทฺโท หรือ พระโพธิญาณเถระ วัดหนองป่าพงเป็นต้นแบบของวัดป่ากว่า 100 แห่งในประเทศไทย และอีกหลายแห่งในยุโรป ออสเตรเลีย และแคนาดา หลวงพ่อชาเป็นตัวอย่าง ของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ภายในวัด มีเจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อชา ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอีสานกับล้านช้าง สถานที่ตั้ง : อำเภอวารินชำราบ
เป็นศูนย์กลางทางศาสนาเช่นเดียวกับวัดหนองป่าพง ปัจจุบันนี้ วัดป่านานาชาติ ได้มีพระภิกษุสามเณรชาวต่างชาติมาจำพรรษาจำนวนมาก เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบัติทางวิปัสสนากรรมัฎฐาน วัดป่านานาชาติ ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร โดยตามทางหลวงหมายเลข 226 วัดหนองป่าพง สถานที่ตั้ง : อำเภอพิบูลมังสาหาร
ตั้งอยู่อำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ44 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร ประมาณ 1 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 217 วัดภูเขาแก้ว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2480 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ พระอุโบสถ ที่ประดับด้วยกระเบื้องทั้งหลัง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอีกแห่งหนึ่งด้วย สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีเมืองใหม่
ตั้งอยู่ที่ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ ห่างจากตัวอำเภอ 20 กิโลเมตรและห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 78 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2135 เป็นสถานที่ที่หลวงปู่มั่นเริ่มฝึกปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานกับหลวงปู่เสาร์ผู้เป็นอาจารย์ มีบันไดศิลาแลงทอดขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งมีเพิงผาหินและร่มครึ้มด้วยแมกไม้
วัดสุปัฏนารามวรวิหาร (Wat Supattanaramworawihan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นวัดธรรมยุติ วัดแรกของจังหวัดอุบลราชธานี ได้เริ่มสร้างวัดในปี พ.ศ. 2396 โดยพระพรหมราชวงศา (พระอุปราชกุทอง) เป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานี (สมัยรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี) ตัววัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นพระอารามหลวงที่อยู่ในภูมิทัศน์ที่ร่มรื่นสวยงาม พระอุโบสถเป็นศิลปะไทย-จีน-ยุโรป หน้าโบสถ์มีรูปสิงโตคล้ายของจริงสองตัว และยังเป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ วัดทุ่งศรีเมือง
วัดหนองบัว (Wat Nong Bua)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ชานเมืองอุบลราชธานีบนทางหลวงหมายเลข 212 (อุบล-อำนาจเจริญ) ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 800 เมตร ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ มีพระธาตุเจดีย์ที่จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย
วัดแจ้ง (Wat Chaeng)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนสรรพสิทธิ์ ในเขตเทศบาลเมือง วัดนี้มีพระอุโบสถที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของจังหวัด ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมไทยอีสานที่สมบูรณ์แบบ มีการอนุรักษ์ไว้อย่างดี สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนหลวงในเขตเทศบาลเมือง มีพระอุโบสถสวยงาม เป็นสถาปัตยกรรมอีสานที่ได้รับอิทธิพลจากกรุงเทพฯ สร้างประมาณต้นสมัยรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ ยังมีหอพระไตรปิฏก ที่มีความสวยงามและสมบูรณ์แบบสถาปัตยกรรมทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่บ่งบอกถึงอารยธรรม และวัฒนธรรมของคนอุบลในสมัยโบราณเมื่อ 200 กว่าปีมาแล้ว พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง (Ban Kan Lueang Archaeological Site)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านก้านเหลือง จากตัวเมืองไปตามทางหลวง 212 ประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าทางหลวง 2050 ไปอีก 2 กิโลเมตร กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 พบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย เช่น ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา กระพรวน สำริด ขวานเหล็ก และแกลบข้าวจำนวนมาก แต่ไม่พบโครงกระดูกมนุษย์ สันนิษฐานว่าชุมชนโบราณแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีสมัย กสิกรรมยุคหลังหรืออยู่ในช่วงยุคโลหะตอนปลาย มีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ (Kaeng Tana National Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอโขงเจียม
พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นเมื่อปี 2539 พบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย เช่น ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา กระพรวนสำริด ขวานเหล็ก และแกลบข้าวจำนวนมาก แต่ไม่พบโครงกระดูกมนุษย์ สันนิษฐานว่าชุมชนโบราณแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีอายุระหว่าง 1,500-2,500 ปีมาแล้ว

อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ :

แก่งตะนะ (Kaeng Tana): ลำน้ำมูลเมื่อไหลอ้อมดอนตะนะทั้งสองด้านแล้ว จะไหลลงมาทางแก่งตะนะ กลางแก่งตะนะนี้ มีโขดหินทรายขนาดมหึมา เป็นเกาะกลางลำน้ำมูลที่เกิดจากลำน้ำมูลทั้ง 2 สายที่เชี่ยวกรากกัดเซาะลงในแนวหินสูงประมาณ 1 เมตร บ้างก็ไหลซอกซอนไปตามร่องหินและลานหินริมฝั่งแม่น้ำมูล

ดอนตะนะ (Don Tana): เป็นดอนดินหรือเกาะที่เกิดขึ้นขวางแม่น้ำมูล และแบ่งแม่น้ำมูลออกเป็นสองสาย มีความกว้างประมาณ 450 เมตร ยาวประมาณ 700 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 225 ไร่ หรือ 0.36 ตารางกิโลเมตร ทางตอนเหนือของดอนตะนะ มีหาดทรายเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ศึกษาพรรณไม้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีสะพานแขวนที่เชื่อมจากฝั่งแม่น้ำมูล โครงสร้างของสะพานเป็นเหล็กยึดโยงด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ พื้นปูด้วยไม้กระดาน กว้าง 2 เมตร ยาว 295 เมตร ซึ่งเป็นสะพานแขวนคนเดินข้ามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นจุดชมวิวสองฟากฝั่งของแม่น้ำมูลเหนือแก่งตะนะ

แก่งคันเหว่ (Kaeng Khanwhe): ประกอบด้วยแนวหินยาวประมาณ 1 กิโลเมตร กว้างราว 300 เมตร และยังมีหาดทรายตามแก่งหิน ประกอบด้วยโขดหินใหญ่น้อย เกลี้ยงเกลา มีหลุมยุบและรอยแหว่งเว้า ปรากฏอยู่ทั่วไป ในช่วงเดือนธันวาคมลำน้ำมูลจะเอ่อไหลตามแก่งหินอย่างเชี่ยวกราก ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม

น้ำตกตาดโตน (Tat Ton Waterfall): อยู่ในเขตท้องที่ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร เป็นน้ำตกขนาดเล็กเกิดจากลำห้วยหนองชาด ซึ่งเป็นธารน้ำสาขาลำโดมน้อย อยู่ห่างจากถนนใหญ่ ในเส้นทางสายสิรินธร-โขงเจียม (ทางหลวงหมายเลข 2173) เพียง 500 เมตร ซึ่งเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้ผ่านไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ แม่น้ำสองสี และหมู่บ้านเวินบึก ในเขตอำเภอโขงเจียมด้วย น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม ตกจากชั้นหินแนวโค้งลงสู่ที่ลุ่ม เกิดเป็นแอ่งน้ำด้านบนเป็นพลาญหินกว้าง มีน้ำไหลผ่านเหมาะแก่การลงเล่นน้ำและนั่งพักผ่อน บริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่นและมีพืชพรรณไม้หลายชนิดให้ศึกษา ฤดูที่น่าเที่ยวควรจะเป็นหลังฤดูฝนและฤดูหนาว

ถ้ำเหวสินธุ์ชัย (Heo Sin Chai Cave): ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงโขงเจียมประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทางเดียวกับแก่ตะนะ บริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์ มีพระพุทธไสยาสน์ลักษณะงดงาม และมีชื่อในการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยรอบวัดมีลักษณะเป็นไหล่เขา มีก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย มีต้นไม้และดอกไม้สวยงาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากหน้าผาลงมาบริเวณด้านหน้า พระนอนเป็นที่ร่มเย็นสวยงาม จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน

วัดถ้ำคูหาสวรรค์ (Wat Tham Khu Ha Sawan): วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนถึงอำเภอโขงเจียมประมาณ 6 กิโลเมตรวัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดย "หลวงปู่คำคนิงจุลมณี" ซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา ปัจจุบันหลวงปู่ท่านได้มรณภาพแล้ว แต่ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อยบรรดาลูกศิษย์ได้เก็บร่างของท่านไว้ในโลงแก้วเพื่อบูชา บริเวณวัดมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของ ลำน้ำโขงและฝั่งลาว

แม่น้ำสองสี (The Bi-coloured River): หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล อยู่ในเขตบ้านเวินบึก เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำโขงสีปูน แม่น้ำมูลสีคราม อยู่ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี 84 กิโลเมตร จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณลาดริมตลิ่งแม่น้ำมูล แม่น้ำโขงหน้าวัดโขงเจียม และบริเวณบางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก

เขื่อนปากมูล (Pakmun Dam) : เขื่อนปากมูล เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สร้างกั้นแม่น้ำมูลที่บ้านหัวเห่ว อำเภอโขงเจียม มีความสูง 17 เมตร ยาว 300 เมตร อำนวยประโยชน์ในด้านการเกษตร และผลิตกระแสไฟฟ้า เขื่อนปากมูลอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ประมาณ 75 กิโลเมตร ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำมูล และอำเภอโขงเจียม ประมาณ 6 กิโลเมตร สันของเขื่อนปากมูลสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดจาก อำเภอโขงเจียม ไป อำเภอสิรินธรได้ โดยไม่ต้องย้อนไป อำเภอพิบูลมังสาหาร นอกจากนี้ บริเวณท้ายเขื่อนยังสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ลำน้ำมูลที่งดงามโดยตลอด ไปบรรจบกับแม่น้ำโขง บริเวณที่เรียกว่า "แม่น้ำสองสี"
สวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง (Thung Si Muang Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองที่มีสภาพภูมิทัศน์งดงาม มีประตูทางเข้า 4 ทิศ 4 ประตู คือ อุบลเดชประชารักษ์ อุบลศักดิ์ประชาบาล อุบลการประชานิตย์ และอุบลกิจประชากร ภายในสวนมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ คือ อภิมหาเทียนพรรษาเฉลิมพระเกียรติ ศาลหลักเมืองอุบลราชธานี ปัจจุบัน เทศบาลนครอุบลฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบมีความร่มรื่นสวยงาม กำหนดเป็นเขตปลอดมลภาวะ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และใช้ออกกำลังกาย สำหรับชาวอุบลฯ และนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง สถานที่ตั้ง : อำเภอนาจะหลวย
อุทยานแห่ชาติภูจองนายอย ได้รับประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 53 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2530 อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยมีเนื้อที่ประมาณ 686 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา อุทยานแห่ชาติภูจองนายอย ประกอบด้วย ภูเขาภูเล็กภูน้อยมากมาย เช่น ภูจองนายอย ภูจองน้ำซับ ภูจอง ภูจันทร์แดง ภูพลานสูง ภูพลานยาว เป็นต้น มีสภาพป่าสมบูรณ์ สภาพธรรมชาติที่สวยงามและมีสัตว์ป่าชุกชุม

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมายมาย อาธิ น้ำตกบักเหว น้ำตกเกิ้งแม่ฟอง เป็นต้น และจุดชมทิวทัศน์ผาผึ้งที่มีความสวยงามตามแนวชายแดนกัมพูชาประชาธิปไตย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ลานพักแรม ร้านอาหาร และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (Pha Taem National Park)
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม สถานที่ตั้ง : อำเภอโขงเจียม
มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร ได้ รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2534 สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง และเนิน เขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะ แปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน การเดินทางจากอำเภอโขงเจียมใช้ เส้นทาง 2134 ต่อด้วยเส้นทาง 2112 แล้วแยกขวาไปผาแต้ม อีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทางจาก โขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร

มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย เช่น ผาแต้ม น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปาฏิหารย์ ภูนาทาม เป็นต้น อีกทั้งยังได้มีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000-4,000 ปี ที่บริเวณผาขาม ผาแต้ม ผาเจ็ก ผาเมยและถือได้ว่า เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทย และประเทศลาว เป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาทางฝั่งประเทศลาวได้เป็นอย่างดี

ในอดีต ชาวบ้านท้องถิ่นที่ทำกินในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ป่าภูผา น้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าไปในป่าดังกล่าว เนื่องจากมีความเชื่อว่า "ผาแต้ม เป็นเขตต้องห้าม ภูผาเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าเป็นภูผาแห่งความตาย ใครล่วงล้ำเข้าไป มักมีอันเป็นไป อาจเจ็บไข้หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้"

อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ :

เสาเฉลียง (Sao Chaliang) :

เสาเฉลียงอยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 3 กม. เป็นหินตั้งซ้อนกันโดยธรรมชาติ มีลักษณะคล้ายดอกเห็ดเรียงรายกันอยู่มากมาย ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในแผ่นดินขนาดใหญ่ ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เมื่อประมาณล้านกว่าปีมาแล้ว บริเวณนี้คงจะเป็นทะเลมาก่อน

ผาแต้มและผาหมอน (Pha Taem) :

ผาแต้มเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงราย อยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เช่น กลุ่มภาพเขียนสีผาขาม กลุ่มภาพเขียนสีผาแต้ม กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอน และ กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอนน้อย

ถ้ำมืด (Tham Mut) :

ตั้งอยู่ที่บ้านซะซอม ตามทางหลวงหมายเลข 2112 เลี้ยวซ้ายไปทางบ้านทุ่งนาเมือง ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดกว้าง 4 เมตร สูง 6 เมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักสวยงามเรียงรายกันมากมาย สันนิษฐานว่า สมัยก่อนอาจเคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

น้ำตกสร้อยสวรรค์ (Soi Sawan Waterfall) :

น้ำตกสร้อยสวรรค์ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2112 ห่างจากตัวอำเภอโขงเจียมประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่เกิดจากลำธาร 2 สายคือห้วยสร้อยและห้วยไผ่ที่ไหลจากหน้าผาคนละ มาบรรจบกันซึ่งสูงประมาณ 20 เมตร มองดูคล้ายสร้อยที่แขวนคอ

น้ำตกทุ่งนาเมือง (Thung Na Muang Waterfall) :

ตั้งอยู่บนถนนทางหลวง 2112 ห่างจากน้ำตกสร้อยสวรรค์ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีความสวยงาม ที่ไหลลดหลั่นลงมาตามโขดหิน ชั้นบนสูงสุดประมาณ 25 เมตร บริเวณโดยรอบของน้ำตกมีดอกไม้พืชพันธุ์ต่างๆ มากมาย

น้ำตกแสงจันทร์ หรือ น้ำตกรู (Saengchan Waterfall)

น้ำตกแสงจันทร์ หรือ น้ำตกรู ตั้งอยู่ห่างน้ำตกทุ่งนาเมืองเพียง 1 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2112 เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและมีลักษณะพิเศษ คือ น้ำตกตกลงผ่านปล่องหินสู่เบื้องล่าง มองดูคล้ายแสงจันทร์ซึ่งเต็มดวงสาดส่องมายังพื้นโลก บริเวณโดยรอบมีโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันอยู่ และมีต้นไม้นานาพรรณ นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก ได้แก่ ผาเจ็ก ผาเมย ภูนาทาม ภูโลง สวนหิน ภูกระบอ ภูจ้อมค้อม น้ำตำห้วยพอก ฯลฯ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินทาง ท่องเที่ยวแบบทัวร์ป่า หาดคูเดื่อ (Khu Kua Beach)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หาดคูเดื่อ เป็นหาดทรายกว้างใหญ่ริมแม่น้ำมูลที่ปรากฏในช่วงหน้าแล้ง ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนเลี่ยงเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร บริเวณนั้นมีร้านอาหารมากมายตามชายหาด เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หาดวัดใต้ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ใกล้ที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด เป็นเกาะหาดทราย ตั้งอยู่กลางลำน้ำมูล ในฤดูแล้งจะมีหาดทรายขาวเนียน น้ำใสสะอาด บนเกาะมีต้นไม้เขียวชะอุ่ม ให้ความร่มรื่นอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารเป็นแพไม้ไผ่ ให้บริการอาหารประเภทกุ้งเต้น ปลาเผา และอาหารตามสั่งอีกมากมาย เหมาะสำหรับการรับประทานอาการพื้นเมือง และสัมผัสกับบรรยากาศแม่น้ำมูล ชาวอุบลราชธานีและนักท่องเที่ยว จะนิยมลงเล่นน้ำกันเป็นที่สนุกสนาน บางครั้งก็จะมีการนัดแนะกันทำอาหารไปกินด้วยกัน โดยเฉพาะในตอนเย็นๆ จะทำให้มองเห็นพระอาทิตย์เคลื่อนลงสู่แม่น้ำ ดูแล้วสวยงามมาก สถานที่ตั้ง : อำเภอพิบูลมังสาหาร
เป็นแก่งที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นแก่งที่อยู่ในแม่น้ำมูล ในเขตอำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 45 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 217 จะมีหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน กระแสน้ำไหลผ่านกระทบหิน แล้วเกิดเป็นฟองขาวมีเสียงดังตลอดเวลา ริมแก่งจะมีศาลาพักร้อนตั้งอยู่ สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งชมทัศนียภาพของแก่ง
เขื่อนสิรินธร (The Sirindhom Dam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสิรินธร
เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่สำคัญทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเขื่อนหินแกนดินเหนียว สร้างกั้นลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล เพื่ออำนวยประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทาน บริเวณริมทะเลสาบมีสวนสิรินธร ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ มีรูปปั้นและน้ำพุสวยงาม เขื่อนสิรินธร ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 217 แยกขวาที่กิโลเมตร 71 ไปอีก 500 เมตร
บ่อน้ำบุ้น (Bo Nam bun or Bun Spring)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสิรินธร
ตั้งอยู่ในวัดป่าน้ำบุ้น ถัดจากเขื่อนสิรินธรไปอีก 700 เมตร ตามทางหลวงหมายเลข 217 เป็นบ่อน้ำเย็นที่มีลักษณะคล้ายบ่อน้ำร้อนค้นพบโดยพระธุดงค์ มีน้ำเย็นผุดขึ้นมาจากใต้ดินตลอดเวลาและทุกฤดูกาล
น้ำตกห้วยทรายใหญ่ (Huai Sai Yai Waterfal)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบุณฑริก
เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของอีสาน ห่างจากอำเภอบุณฑริกไป ทางทิศเหนือ ตามเส้นทาง รพช. ไปบ้านห้วยทราย เป็นระยะทาง 19 กิโลเมตร เสาเฉลียง
สามพันโบก (Sam Phan Bok)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบุณฑริก
ลักษณะเป็นแก่งหิน ขนาดต่างๆ มากกว่า 3,000 แอ่ง ชาวบ้านมักจะเรียกที่แห่งนี้ว่า สามพันโบก คำว่า “โบก” ก็หมายถึงแอ่งน้ำ นั่นเอง สามพันโบก เกิดจากกระแสน้ำโขงกัดเซาะ จึงทำให้มีลักษณะต่างๆ อย่างสวยงาม ฤดูที่เหมาะแก่การมาชม คือ ช่วงฤดูแล้ง บรรยากาศช่วงเย็นๆ สวยงามมาก ดูคล้ายกับแกรนด์แคนยอน ประเทศสหรัฐอเมริกามาก จนอาจขนานนามสถานที่แห่งนี้ได้ว่า แกรนด์แคนยอนเมืองสยาม สามพันโบกเมืองอุบล

เข้าชมได้ในช่วงเวลา : 08.00 (ช่วงเวลาเช้าเป็นต้นไป)
การเดินทาง : จากจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่าน อำเภอตระการพืชผล ถึงบ้านห้วยยาง แยกขวามือทางหลวงหมายเลข 2337 ถึงหาดสลึง เลี้ยวขวาทางหลวงหมายเลข 2112 อีกราว 7 กิโลเมตรถึง สามพันโบก
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ (Other Attractions)
บ้านปะอาว (Ban Pa Ao)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองขาน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 18 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 23 ไปทางยโสธร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 273 เลี้ยวขวาไปอีก 3 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตามประวัติศาสตร์นั้น ผู้คนได้อพยพจากนครเวียงจันทน์ประเทศลาว มาตั้งแต่สมัยของพระเจ้สิริบุญสาร แล้วเดินทางมายังหนองบัวลำภู นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน จนกระทั่งถึงบ้านปะอาวแห่งนี้ ฉะนั้น หมู่บ้านปะอาว จึงมีอายุประมาณ 200 กว่าปี และเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ประจำหมู่บ้าน ซึ่งได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ นั่นคือ การทำเครื่องทองเหลือง กรรมวิธีการผลิตยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิม นอกจากนี้แล้วในหมู่บ้านยังมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง และทอผ้าไหมที่สวยงามแห่งหนึ่ง
บ้านท่าข้องเหล็ก (Ban Tha Khong Lek)
สถานที่ตั้ง : อำเภอวารินชำราบ
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2193 สายอุบล-ศรีสะเกษ ประมาณ 3 กิโลเมตร (ข้างโรงเรียนวารินชำราบ) เป็นหมู่บ้านซึ่งทำหม้อดินกันทั้งหมู่บ้าน โดยใช้ดินเหนียวในลุ่มแม่น้ำมูล นำมานวดให้เข้าเนื้อ แล้วผสมกับแกลบและอื่นๆ ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจมาก ซึ่งเป็นวิธีการทำด้วยมือทั้งสิ้น
ธรรมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน (Lion Pulpit at Ban Chi Thuan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขื่องใน
เป็นธรรมาสน์ที่แตกต่างจากธรรมาสน์โดยทั่วไปกล่าวคือ มีลักษณะเป็นรูปสิงห์ยืนเทินปราสาท (ตัวธรรมาสน์) สร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้ทำเป็นชั้นซ้อนลดหลั่นประดับตกแต่งลายปูนปั้น และลายเขียนสีแบบศิลปะญวนทั้งหลัง ธรรมาสน์นี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2468 โดยช่างชาวญวน และถือเป็นประติมากรรมที่มีคุณค่ายิ่งทางด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การเดินทาง สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 23 (อุบลราชธานี-ยโสธร) ประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงบ้านท่าวารี (กิโลเมตร 268) มีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีก 5 กิโลเมตร
ชายแดนช่องเม็ก (Chong Mek Bonier)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสิรินธร
อาณาเขตติดต่อระหว่างไทยกับลาว เป็นที่สิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 217 ด้วยระยะทางประมาณ 89 กิโลเมตรจากอุบลราชธานี ถนนสายนี้จะเชื่อมกับถนนในเขตลาวเข้าไปสู่เมืองปากเซในอีก ประมาณ 38 กิโลเมตร ข้างหน้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย บริเวณช่องเม็กมีด่านตรวจคนเข้าเมืองและร้านขายสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศลาว
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ขณะนี้ภาคอีสานเวลา 19:37  
 • หน้าหลัก สวัสดีดอทคอม
 • หน้าหลัก ภาคอีสาน
 • หน้ารวมทุกจังหวัดในไทย
 
โรงแรม ที่พัก ในภาคอีสาน
ข้อมูลท่องเที่ยวภาคอีสาน
ตารางเวลาการเดินทาง
   รถโดยสาร, รถไฟ และ เครื่องบิน
เทศกาลและงานประเพณี
แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
10 แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
10 อุทยานแห่งชาติที่น่าสนใจ
สนามกอล์ฟในภาคอีสาน
สุดยอดกิจกรรมที่น่าสนใจ
 
 • จังหวัดอุบลราชธานี
 • โรงแรม, ที่พัก ในอุบลราชธานี
 • การเดินทาง
 • เทศกาลและงานประเพณี
 • สภาพอากาศและอุณหภูมิ
 • แผนที่จังหวัดอุบลราชธานี
 • สถานที่ท่องเที่ยว
  - โบราณสถานและประวัติศาสตร์
  - ศาสนสถาน
  - พิพิธภัณฑ์
  - สวนสาธารณะและอุทยาน
  - แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
  - แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
 
จังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดขอนแก่น
จังหวัดชัยภูมิ
จังหวัดนครพนม
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดมหาสารคาม
จังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดยโสธร
จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดเลย
จังหวัดศรีสะเกษ
จังหวัดสกลนคร
จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอำนาจเจริญ
 
โรงแรมใน ภาคอีสาน
โรงแรมใน ภาคเหนือ
โรงแรมใน ภาคกลาง
โรงแรมใน ภาคใต้
โรงแรมใน กรุงเทพมหานคร