สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี, ที่เที่ยวจังหวัดอุดรธานี

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี
ศาลหลักเมือง (The City Pillar)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บริเวณทุ่งศรีเมือง ใจกลางเมืองอุดรธานี ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2542 ตัวอาคารศาลหลักเมืองเป็นแบบสถาปัตยกรรมอีสาน ศาลหลักเมืองหลังใหม่ตั้งอยู่ด้านหน้าของศาลหลักเมืองเดิม นอกจากนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอื่นๆ อันเป็นที่เลื่อมใสบูชาเป็นอย่างสูงได้แก่ หลวงพ่อพระพุทธโพธิ์ทองและท้าวเวสสุวัณ
ศาลเจ้าปู่-ย่า (Chao Pu - Chao Ya Chinese Spirit Shrine)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่ใหญ่โตและสวยงาม ตั้งอยู่ใกล้ตลาดน้อยหนองบัว ซึ่งมีสวนหย่อมริมหนองบัว บริเวณโดยรอบมีศาลาชมวิวกลางน้ำ 2 หลัง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อนและในศาลเจ้าปู่-ย่าแห่งนี้ ยังมีมังกรทองยาวถึง 99 เมตร ซึ่งใช้แสดงในงานทุ่งศรีเมืองใน ช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี
วัดทิพยรัฐนิมิตร (Wat Thipphayaratnimit)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หรือเรียกกันอีกชื่อว่า วัดป่าบ้านจิก ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกระหว่างถนนนเรศวร กับถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง เป็นวัดป่าอีกวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ภายในวัดร่มรื่น มีเจดีย์องค์ใหญ่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และรูปเหมือนหลวงปู่ถิร จิตธมโม เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พร้อมเครื่องอัฐบริขาร เจดีย์นี้มีสัณฐาน คล้ายทะนานที่ใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุแต่ครั้งพุทธกาล สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 ทุกๆ ปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับวันเกิดหลวงปู่จะมีการทอดกฐินและการทำบุญฉลองอายุหลวงปู่
ศาลหลักเมือง ศาลเจ้าปู่-ย่า วัดทิพยรัฐนิมิตร
วัดโพธิสมภรณ์ (Wat Phothisomphon)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดโพธิสมภรณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ 5 โดยมหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านหมากแข้งสร้างวัด ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดใหม่" ต่อมาพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงประทานนามว่า "วัดโพธิสมภรณ์" ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรผู้สร้างวัดนี้
วัดมัชฌิมาวาส (Wat Matchimawat)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดมัชฌิมาวาส ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดเดิมหรือวัดเก่า ในวิหารเล็กๆ ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินสีขาวปางนาคปรกประดิษฐานอยู่ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อนาค" เป็นที่เคารพสักการะของชาวอุดรธานี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้น ที่วัดร้างโนนหมากแข้ง และให้ชื่อว่า "วัดมัชฌิมาวาส"
วัดป่าบ้านตาด (Wat Pa Ban Tat)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตัวจังหวัดอุดรธานีประมาณ 16 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 อุดรธานี-ขอนแก่น ระยะทาง 7 กิโลเมตร ถึงบริเวณสี่แยกบ้านดงเค็งแล้วแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดที่อยู่เลยจากชุมชนบ้านตาด วัดนี้มีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าบนโคกเนินที่ล้อมรอบด้วยพื้นที่นา วัดล้อมรอบด้วยกำแพงคอนกรีต มีประตู-เข้าออกเป็นประตูใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าของวัด กำแพงล้อมรอบบริเวณวัดนอกจากมีจุดประสงค์ที่จะให้แสดงเขตแน่นอนแล้ว ยังป้องกันอันตรายให้กับสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของวัดอีกด้วย เพราะในบริเวณวัดมีสัตว์ป่าชุกชุมมาก วัดป่าบ้านตาดเหมาะแก่การนั่งวิปัสสนาทำสมาธิซึ่งเป็นการทำสมาธิตามแบบพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นพระที่มีปฏิปทาเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนในภาคอีสานโดยทั่วไป
พระพุทธบาทบัวบาน (Phra Phutthabat Bua Ban - Holy Footprint)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านผือ
ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอันเก่าแก่และมีการขุดค้นพบใบเสมาที่ทำด้วยหินเป็นจำนวนมาก ใบเสมาเหล่านี้สลักเป็นรูปบุคคลศิลปะทวาราวดี
วัดมัชฌิมาวาส วัดป่าบ้านค้อ
วัดป่าบ้านค้อ (Wat Pa Ban Kho)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านผือ
วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ ภายในวัดประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมบารมีพระนวมินทร์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในพระมหาธาตุเจดีย์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา แกะสลักเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ ชาดกและพุทธประวัติ วัดนี้เหมาะสำหรับผู้รักการปฏิบัติธรรม จังหวัดอุดรธานีกำหนดให้วัดป่าบ้านค้อเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติประจำจังหวัด มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาปฏิบัติกันอยู่เสมอ

การเดินทางไปยังวัดป่าบ้านค้อ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้าย ไปตามถนนหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านผือ) ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าวัดป่าบ้านค้อ ประมาณ 3 กิโลเมตร

วัดป่าภูก้อน (Wat Pa Phu Kon)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนายูง
ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย วัดป่าภูก้อน เกิดจากความดำริของพุทธบริษัทผู้ตระหนักถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ และความสำคัญของป่าไม้ธรรมชาติที่เหลือน้อยลงทุกวัน โดยมุ่งดำเนินตามรอยพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร ตลอดจนสัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ เพื่อให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อนเป็นวัดในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง-น้ำโสม บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เป็นวัดที่ถูกต้องตามระเบียบกรมการศาสนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 และได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้เข้าทำประโยชน์ เพื่อจัดตั้งพุทธอุทยาน มีเนื้อที่ 1,000ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2531 ได้รับขนานนามว่า "พุทธอุทยานมหารุกขปาริชาติ" โดยมีท่านพระครูจิตตภาวนาญาณ (ชาลี ถิรธมฺโม) เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอนายูง
อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงส์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (Krom Luang Prachaksinlapakhom Monument)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่กลางเมืองอุดรธานี พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2399 ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ (เรียกว่า "มณฑลอุดร" ในสมัยต่อมา) ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2436-2442 ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมืองอุดรขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2436 ทรงจัดวางระเบียบราชการปกครองบ้านเมือง และรับราชการในหน้าที่สำคัญ ๆ ที่อำนวยประโยชน์แก่ราษฎร อนุสาวรีย์พระองค์ท่านนับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของชาวจังหวัดอุดรธานี จะมีพิธีบวงสรวงในวันที่ 18 มกราคม ของทุกปี
พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี (Udon Thani Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ตั้งอยู่ริมถนนโพศรี ในอาคารราชินูทิศ ตั้งขึ้นโดยการนำของ นายชัยพร รัตนนาคะ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานีจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ ความเป็นมาของเมืองอุดรธานีในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติวิทยา ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงพระประวัติและพระเกียรติคุณของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ซึ่งก่อตั้งเมืองอุดรธานี เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองหาน
พิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปวัตถุโบราณรวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องประดับ มีอายุราว 4,000 ถึง 7,000 มีการขุดค้นพบในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผาที่มีการตกแต่งด้วยลวดลายที่โดดเด่นคล้ายก้นหอย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก มีการขุดพบหลุมศพในวัดโพธิ์ศรีใกล้เคียงพบว่าในหลุมฝังศพมีเครื่องปั้นดินเผารวมอยู่กับศพ และพบหลักฐานที่เเสดงว่ามีการหล่อโหะสำริดขึ้นใช้งานในพื้นที่ในปี พ.ศ. 2535 บ้านเชียงได้ถูกประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

พิพิธภัณฑ์ฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม สำหรับชาวไทย 30 บาท และ ชาวต่างชาติ 150 บาท

การเดินทาง : เส้นทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงนั้นสะดวกมาก เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 22 เส้นอุดรธานี-สกลนคร ตรงกิโลเมตรที่ 50 ก็จะถึงปากทางเข้าบ้านปูลู จะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ
วัดโพธิ์ศรีใน (Wat Pho Si Nai)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองหาน
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2390 เดิมชื่อ วัดใน เพราะตั้งอยู่กลางชุมชน ต่อมาได้ย้ายมาตั้งอยู่ ณ ที่ปัจจุบันนี้เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระครูวิมลปัญญากร (เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน) ได้ให้ความอนุเคราะห์บริจาคที่ดินให้กรมศิลปากรทำการขุดค้นทางโบราณคดี ต่อมาจัดเป็นพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในและเปิดให้เข้าชมจนถึงปัจจุบัน
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบ้านเชียง พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี
สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม (Nong Prachak)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี หนองประจักษ์เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี เดิมเรียกว่า "หนองนาเกลือ" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "หนองประจักษ์" เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานีต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เทศบาลเมืองอุดรธานี ได้ทำการปรับปรุงหนองประจักษ์ขึ้นใหม่ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยบริเวณตัวเกาะกลางน้ำได้จัดทำสวนหย่อมปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิดและทำสะพานเชื่อม ระหว่างเกาะมีน้ำพุ หอนาฬิกา และสวนเด็กเล่น แต่ละวันจะมีประชาชนเข้าไปพักผ่อนและออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก
วนอุทยานน้ำตกธารงาม (Than Ngam Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองแสง
จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ คือ มีหน้าผา ถ้ำที่สวยงาม และมีลานหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "แหล" เป็นแหลขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวางมีก้อนหินใหญ่ตั้งวางเรียงรายซ้อนกันอยู่และที่จุดนี้สามารถมองเห็น ทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างได้

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าขุนห้วยสามทาก ขุนห้วยกองสี ตำบลหนองแสง มีพื้นที่ทั่งหมดประมาณ 78,125 ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2527 การเดินทางวนอุทยานน้ำตกธารงาม อยู่ห่างจากอำเภอหนองแสง 6 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง โดยผ่านเส้นถนนอุดรธานี-หนองบัวลำภู หรือ อุดรธานี-ขอนแก่น โดยเส้นทางแรก ใช้ถนนเส้นทางหลวงประมาณ 45 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอหนองแสง และไปต่ออีกประมาณ 5 กิโลเมตร และส่วนเส้นทางที่สอง ใช้ถนนเส้นทางหลวงประมาณ 55 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอหนองแสงเช่นเดียวกัน แล้วไปต่ออีกประมาณ 55 กิโลเมตร

วนอุทยานแห่งชาติภูฝอยลม (Phu Foi Lom)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองแสง
ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อยที่อำเภอหนองแสง สูงจากระดับน้ำ ทะเลประมาณ 600 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดปี ชื่อภูฝอยลมมา จากไลเคนชนิดหนึ่ง คือ "ฝอยลม" ซึ่งเคยพบเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ใหญ่บริเวณนี้ แต่ปัจจุบันพบได้น้อยลง เนื่องจากป่าถูกบุกรุกจนมีสภาพเสื่อมโทรม ปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงนิเวศเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ และยังให้เป็นที่ทัศนศึกษาของประชาชน ประกอบด้วยสวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษามหาราชินี อุทยานโลกล้านปี มีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ และพิพิธภัณฑ์ซากสัตว์ ดึกดำบรรพ์ และมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติซึ่งตลอดเส้นทาง จะได้พบป่าเบญจพรรณ ป่า ดิบแล้ง ป่าเต็งรังสลับ ป่าทุ่งหญ้า น้ำตกเล็ก ๆ และถ้ำ

สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม วนอุทยานแห่งชาติ ภูฝอยลม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (Phu Phra Bat Historical Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านผือ
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,430 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งอุดมไปด้วยพืชพันธุ์ธรรมชาติ และร่องรอยทางวัฒนธรรมของมนุษย์มาแต่ครั้งอดีตกาล ผู้คนในท้องถิ่นและบริเวณใกล้เคียงเชื่อถือกันมาแต่โบราณว่าสถานที่นี้มีความเกี่ยวโยงกันกับนิทานพื้นบ้านเรื่องอุสาบารส ดังปรากฏชื่อเรียกโบราณสถานตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่อง เช่น หอนางอุสา คอกม้าท้าวบารส เป็นต้น จากการสำรวจศึกษาทางโบราณคดีพบว่า มนุษย์เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อการล่าสัตว์และประกอบพิธีกรรมตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ตอนปลายจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ โดยได้พบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุราว 2,000–3,000 ปีมาแล้ว และการดัดแปลงเพิงหิน/แท่งหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถาน และรูปเคารพทางศาสนาในสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นช่วงวัฒนธรรมทวารวดีลพบุรี และสืบต่อกันมาจนถึงวัฒนธรรมล้านช้างตามลำดับ หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า บริเวณนี้มีความสำคัญในทางศาสนาสืบเนื่องมาเป็นเวลาช้านาน

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกซึ่งอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร ขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ปรากฏเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง อาธิ พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทหลังเต่า ถ้ำ และเพิงหินต่าง ๆ ตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอุทยานฯ ซึ่งอัตราค่าเข้าชม สำหรับนักท่องเที่ยว ชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท

อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม (Na Yung - Nam Som National Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอน้ำโสม
มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ น้ำตกยูงทอง ตั้งอยู่ที่บ้านสว่าง หมู่ 2 ตำบลนายูง เป็นน้ำตกตั้งอยู่บนสัน เขาภูพานและภูย่าอูมีลำน้ำไหลผ่านโขดหินสลับซับซ้อนสวยงาม ท่ามกลางความเขียวขจีของแมกไม้นา นาพรรณ น้ำตกยูงทองเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 3 ชั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 103 กิโลเมตร

การเดินทาง : จากตัวเมืองอุดรธานี ผ่านเข้าอำเภอบ้านผือ และอำเภอน้ำโสม เมื่อถึงอำเภอน้ำโสมจะมีทางแยกจากหมู่บ้านน้ำซึม จากนั้นต่อไปอีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกไปวนอุทยานฯ ซึ่งเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางของรพช. ตลอดสาย

อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง (Huai Luang Reservoir)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง อยู่บนเส้นทางหลวงแผ่นดินสายอุดรธานี-หนองบัวลำภู ตรงกิโลเมตรที่ 15 แล้วแยกเข้าไปอีก 10 กิโลเมตร เขตอำเภอเมือง อุดรธานี เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร การประมง การจ่ายน้ำดื่ม เพื่อผลิตประปา และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม เหมาะสำหรับการล่องแพ ตกปลา และนั่งเรือเล่น การเดินทางไปยังอ่างเก็บน้ำเป็นทางราดยางตลอดและอยู่ไม่ไกลจาก ตัวจังหวัด
คำชะโนด (Ban Kham Chanot Wang Nakhin)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านดุง
ตั้งอยู่ที่ตำบลวังทอง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอบ้านดุง มีพื้นที่ราว 20 ไร่ ซึ่งมีน้ำล้อมรอบสภาพคล้ายเกาะ มีดงต้นปาล์มชนิดหนึ่งลักษณะคล้ายต้นตาลผสมต้นมะพร้าวขึ้นอยู่ เรียกว่า ต้นชะโนด คนสมัยเรียกที่นี่ว่า "วังนาคินทรคำชะโนด" เชื่อกันว่าบ่อ น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่กลางดงเป็นประตูสู่เมืองบาดาล เป็นที่อยู่อาศัยของพญาสุทโธนาค ที่แปลกคือในดงชะโนดมีน้ำซับน้ำซึมอยู่ตลอดเวลาแต่กลับไม่เคยมีน้ำท่วมเลย การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมาย เลข 22 (อุดรธานี-สกลนคร) เลี้ยวซ้ายที่บ้านหนองเม็ก ไปทาง อำเภอบ้านดุง อีก 9 กิโลเมตร ถึงบ้านคำชะโนด
น้ำตกยูงทอง (Yung Thong Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอน้ำโสม
น้ำตกยูงทอง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และสูงชันอยู่บนสันเขาภูพาน และภูย่าอู่ เป็นแอ่งน้ำซึมไหลออกมาตกเป็น 3 ชั้น บริเวณน้ำตกประกอบด้วย หินสลับซับซ้อน ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามมาก บรรยากาศรอบๆ ยังคงความงดงามตามธรรมชาติ น้ำตกยูงทองอยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานี ประมาณ 103 กิโลเมตร การเดินทางจากตัวจังหวัดอุดรธานีี ผ่านเข้าอำเภอบ้านผือและอำเภอน้ำโสม เมื่อถึงอำเภอน้ำโสมจะมีทางแยกจากหมู่บ้าน น้ำซึมต่อไปอีกประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกไปวนอุทยาน ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางของ รพช.ตลอดสาย และมีสภาพดี
สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ (Udon Sunshine Orchid Garden)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ซอยกมลวัฒนา ถนนรอบอุดร-หนองสำโรง ใช้เส้นทางหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ระยะ ทางประมาณ 5 กิโลเมตร เลยแยกถนนเลี่ยงเมืองไปเล็กน้อย ทางซ้ายมือจะมีทางแยกเข้าหนองสำโรง ประมาณ 500 เมตร และเห็นป้ายบอกทางเข้าสวนกล้วยไม้ทางด้านซ้ายมือสวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ เป็นสวนกล้วยไม้ที่ผลิตกล้วยไม้กลิ่นหอมพันธุ์ใหม่ของไทย ซึ่งใช้เวลาในการค้นคว้าและผสมพันธุ์ระหว่างแวนด้า (Vanda) โจเซฟฟินแวนเบอร์โร (Josephine Van Berrow) ได้รับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ที่สมาคมกล้วยไม้โลก ณ ประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2531 ชื่อพันธุ์ Udon Sunshine Orchid หรือ "พันธุ์นางสาว อุดรซันไฌน์" ซึ่งมีการนำไปสกัดทำน้ำหอมในชื่อเดียวกันไปจำหน่าย
บ้านนาข่า (Ban Na Kha)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
บ้านนาข่า เป็นหมู่บ้านที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากผ้าขิดในราคาย่อมเยา อยู่ในเขตอำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 16 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายอุดรธานี-หนองคาย (ทางหลวงหมายเลข 2) จากอุดรธานี หมู่บ้านอยู่ทางขวามีรถยนต์โดยสารประจำทาง อุดรธานี-นาข่า ออกจากหน้าสถาบันราชภัฎอุดรธานีและที่ตลาดรังษิณา