อำเภอเมือง (Amphoe Muang)

อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำแคว ซึ่งจะมีร้านอาหารให้บริการมากมาย
อีกทั้งยังเป็นท่าเรือของการล่องแพเธค แพดิสโด้
แม่น้ำบริเวณดังกล่าวมีความกว้างโดยประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร จึงทำให้เป็นแหล่งที่นิยมในการล่องแพดิสโก้
หรือสถานที่จัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่บนแพสองชั้น ภายในแพจะมีอาหารและเครื่องดื่มคอยบริการ การล่องแพจะมีเรือ
โยงลากแพไปตามกระแสน้ำ ถือได้ว่าเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่น่าจดจำ เพราะตลอดเส้นทางการล่องแพ นักท่องเที่ยวจะ
ได้พบเห็นแหล่งสัตว์ปลาน้ำจืด สัมผัสกับวิถีชีวิตท้องถินของผู้คนบริเวณนั้น สนุกสนานกับเสียงเพลง และบริการ
อาหารและเครื่อง ดื่ม จังหวัดกาญจนบุรีมีเขตแดนติดต่อกับประเทศพม่า มีเทือกเขากั้นเขตแดนระหว่างประเทศ
จากการสำรวจในปี ค.ศ. 1905 กองทัพญี่ปุ่นใช้บริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางยุธศาสตร์ผ่านไปประเทศพม่า
โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาตร์ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็ม
ไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลาย
หมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี ญาติพี่น้องของเชลยศึกเดินทางไปร่วมรำลึกที่หลุมฝังศพ ที่ป่าช้าตรงข้ามสถานีรถไฟกาญจนบุรี

ต้องขอบคุณสำหรับภาพยนต์และหนังสือมากมายเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสะพานที่สำคัญและ
มีชื่อเสียงที่ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมาเข้าชม เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น
สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทาง
รถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่
ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน
ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์
รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่าและอินเดียต่อไป
ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วย
ความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองสะพานข้ามแม่น้ำแควเดิมได้รับความเสียหาย และรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ ภายหลังสงคราม
สิ้นสุดลง เมื่อปี พ.ศ. 2489 จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม ปัจจุบัน มีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสัญลักษณ์
แห่งสันติภาพ
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4
กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน
ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่
ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศ
ไทย 300 กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486
เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม
ทางรถไฟสายนี้ ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น จากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง ของทหารเชลย
ศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถ
ไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก
ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน
และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.
02-223-7010, 02-223-7020 หรือที่ 1690 หรือที่เว็บไซต์ www.railway.co.th
ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่เก็บรักษา สิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์
เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-512-596
จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เชลยศึกที่เสียชีวิต เพราะการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะกว่า 16,000 คน ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม
(วัดใต้) ตำบลบ้านใต้ อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ 300 เมตร ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสง
ครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน และบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือ
เครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-511-2636
ตั้งอยู่กลางเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2374 ซึ่งพระองค์ได้ทรงย้ายมาจากเมืองกาญจนบุรีเก่า ตำบลลาดหญ้า
ตั้งอยู่บนถนนหลักของเมือง ซึ่งใกล้กับจุดรวมของแม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อย
สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย บริเวณท่าน้ำเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางแม่น้ำแควน้อยประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถ
เดินทางไปโดยขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรที่ท่าน้ำหน้า เมือง สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลย
ศึกขนาดใหญ่ บริเวณสุสานสงบและสวยงาม มีขนาดเล็กกว่าสุสานดอนรัก บรรจุศพทหารเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ประมาณ 1,740
หลุม สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cwgc.org
อยู่เลยสุสานสัมพันธมิตรช่องไก่ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของ
ค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีถ้ำขนาดกลางอยู่ในบริเวณวัด ซี่งภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่
ด้านหลังวัดติดริมน้ำ มีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่อยู่บนยอดเขา
อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขา วัดนี้สร้างขึ้นในปี 2447 เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่อง
จากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขา โดยราวบันไดขึ้นสู่ถ้ำสร้างเป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ ปากถ้ำ มีบันไดทั้งหมด
95 ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตดูน่าเกรงขาม วัดถ้ำมังกรทองยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัว
ในน้ำ ที่เยกกันว่า "แม่ชีลอยน้ำ" โดยเสียค่าเข้าชม(ทำบุญ) 10 บาทต่อคน มีผู้สนใจมาชมการแสดงลอยตัวในน้ำเป็นประจำ
การเดินทาง จากถนนแสงชูโตใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยัง
วัดถ้ำมังกรทอง
ตั้งอยู่ตำบลหนองหญ้า วัดนี้เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ บรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ สวยงาม ลักษณะภูมิประเทศโอบล้อมด้วยภูเขา
และป่าไม้ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยงดงาม มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นประธาน และถ้ำนี้ยังใช้เป็นพระอุโบสถเพื่อใช้ในพิธีอุปสมบท
อีกด้วย การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 3229 ประมาณกิโลเมตรที่ 17
ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี มีเนื้อที่ 600 ไร่ ประชาชนทั่วไป เรียกว่า สวนหินหรืออุทยานหิน
บริเวณโดยรอบมีหินงอกขนาดเล็กใหญ่ลักษณะต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากอย่างมีระเบียบ และยังเป็นแหล่งรวบรวม
พันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ อีกด้วย การเดินทาง สามารถเดินทางจากถนนแสงชูโต ข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร
โดยผ่านสุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ วัดถ้ำเขาปูนไปไม่ไกลนักจะพบสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์.
ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 จากนั้นเลี้ยวซ้าย
เข้าทางหลวงหมายเลข 3229 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3455 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางวัดท่าโป๊ะประมาณ 1 กิโลเมตร
เป็นที่ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดี เกี่ยวกับมนุษย์สมัยหิน ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2506 สิ่งที่ค้นพบ
ได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-654-058

ตั้งอยู่ที่สถาบันราชภัฏกาญจนบุรี ตำบลหนองบัว บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข 323) ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15
กิโลเมตร ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา ชั้นบนมีห้องประวัติศาสตร์
ห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุต่างๆ ด้านข้างอาคารศูนย์ฯ มีหลุมขุดค้นทางประวัติศาสตร์ ศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดให้ชมทุกวัน
ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏกาญจนบุรี โทร. 034-633-227-8 ต่อ 650
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก (Kanchanaburi War Cemetery)
ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้าง ทางรถไฟสายมรณะ
บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-511-500
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า (Thailand - Burma Railway Centre)
ตั้งอยู่ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า
เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของญี่ปุ่น การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตใน
ค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ ค่าของสงคราม การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ
และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 60 บาท
เด็ก (อายุต่ำกว่า 12 ปี) 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 034-510-067, 034-512-721
หรือ www.tbrconline.com หรือ E-mail: admin@tbrconline.com
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า (Ancient Town of Kanchanaburi)
ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 และเข้าทางหลวงหมายเลข 3199 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 2-3
บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น
จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2091-2327 สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดิน
รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 167 x 355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม โบราณสถานโดยรอบในบริเวณใกล้เคียงกัน ได้แก่
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่าวัดผ่าอก แต่เดิมภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปปาง
มารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ได้ถูกคนลักลอบเจาะอกพระจนทะลุ จึงได้เรียกกันว่าวัดผ่าอก ต่อมาชาวบ้าน
ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ขึ้นแทน โบราณสถานบริเวณวัดป่าเลไลย์ ประกอบด้วย มณฑป วิหาร
และเจดีย์ทรงกลมก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน
จากวัดป่าเลไลยก์ทางเข้าด้านข้าง วัดนี้เข้าไปทางค่ายฝึกสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย เป็นวัดร้างที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์เป็นหลักสำคัญของวัด ภายในบริเวณวัดมีโบราณ
สถานที่สำคัญ ได้แก่ พระปรางค์ พระอุโบสถ เจดีย์ประจำทิศ เจดีย์ราย และวิหาร ปัจจุบันคงยังมองเห็นเฉพาะซากพระปรางค์เท่านั้น
• วัดแม่หม้าย (Wat Mae Mai)
เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 300
เมตร มีโบราณสถานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทางด้านทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมขนาดใหญ่มีฐานประทักษิณ
วิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก และกลุ่มทางด้านทิศใต้ประกอบด้วย วิหารขนาดกลาง เจดีย์ราย และกำแพง
แก้วล้อมรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทั้งสองกลุ่มมีสระล้างกระดูกอยู่ระหว่างกลาง
สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรี (Animal Shelter)
ตั้งอยู่ที่บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข
3229 กิโลเมตรที่ 16–17 จะมีทางแยกเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร สวนสัตว์เลี้ยงกาญจนบุรีเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ย้าย
มาจากทุ่งสีกัน บนพื้นที่ 38 ไร่ ปัจจุบันมีสุนัขมากที่สุด นอกนั้นจะเป็นแมว โค กระบือ แพะ และแกะ เหมาะสำหรับผู้ที่รักสัตว์
สามารถมาขอรับสุนัขไปเลี้ยงได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1763 3467, 0 1914 3444
ค่ายฝึกเขาชนไก่ (Khao Chon Kai)
ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า ห่างจากกรุงเทพฯ 150 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์)
ประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจกตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นสถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ในเวลาเสร็จสิ้นการฝึก
จะเปิดเป็นค่ายฝึกสำหรับประชาชนทั่วไปได้เข้าชม พร้อมทั้งสนุกกันกิจกรรมทดสอบกำลังใจของทหาร เช่น การโดดหอสูง การยิงปืน
การไต่เชือกข้ามลำน้ำ ชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีบริการที่พักไว้บริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานท่องเที่ยวกรม
การรักษาดินแดน โทร. 0 2221 2871 หรือ สำนักงานท่องเที่ยวเขาชนไก่ โทร. 0 3458 9237
กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ - พร้อมมิตรสตูดิโอ (Prommitr Film Studio)
ตั้งอยู่ที่ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง มีโครงการท่องเที่ยวในเขตทหารเพื่อบริการประชาชนผู้สนใจทั่วไป
ภายในค่ายมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ อนุสาวรีย์ขุนรัตนาวุธ ผู้นำกองทหารดาบทลวงฟันสมัยสงครามเก้าทัพ อนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเวียดนาม
สวนสัตว์ และมีกิจกรรมผจญภัยที่น่าท้าทายหลายอย่างได้แก่ ไต่หน้าผา กระโดดหอ สนามประลองยุทธยิงปืน Paint Ball จักรยานเสือภูเขา
เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดตั้งแต่ 8.30 - 17.00 น.
กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เริ่มมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจไปเที่ยวชมมากขึ้นหลังจากที่ ค่ายหนัง พร้อมมิตรสตูดิโอ ได้ใช้สถานที่
แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ยิ่งใหญ่ของไทย เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งได้ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 4 ปี จากสภาพพื้นที่
ป่ารกกว่า 2,000 ไร่
ภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบ ที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ผู้ที่เช้าชมสามารถชมความสวยงาม
อลังการของฉากต่างๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง อาทิ หมู่บ้านโยเดีย กุฏิมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บศาตราวุทธ โบสถ์วัดมหาเถรคันฉ่อง
กำแพงเมืองหงสาวดี อาคารแสดงนิทรรศการ สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน ตำหนักพระนเรศวร สรรเพชรปราสาท กำแพงเมืองอโยธยา หมู่บ้านอโยธยา
ตำหนักบุเรงนอง ฯ แต่ละจุดจะมีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบายฉากในการถ่ายทำ ภาพยนตร์ และในสถานที่สำคัญจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่าง ๆ อาทิ การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน ให้อาหารช้าง และมีจุดจำหน่ายสินค้า
ของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
อัตราค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 50 บาท ชาวต่างประเทศ 200 บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 034-532-057-8 แฟ๊กซ์. 034-532-056
อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (Somdet Phra Naresuan Maharat Moument)
ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานดอนเจดีย์ สร้างขึ้นได้โดยการบริจาคและเงินสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประทับช้าง
เพื่อเป็นเกียรติแก่ชัยชนะ ในการทำสงครามยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในช่วงสมัยตีกับกับกษัตริย์ของพม่า
อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ (The Nine-Army Battle Historical Park)
ตั้งอยู่บริเวณทุ่งลาดหญ้า ตำบลช่องสะเดา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 45 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323
จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์) ประมาณกิโลเมตรที่ 24 เป็นสถานที่รวบรวม
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ ซึ่งเป็นสงครามครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช เพื่อป้องกันการรุกรานของพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าในปี พ.ศ. 2328 ชัยชนะในสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะใน
สมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราช และดำรงความเป็นชาติมาถึงปัจจุบัน ภายในอาคารจะเป็นตู้
จำลองเหตุการณ์ และโต๊ะทรายแสดงภูมิประเทศ จำลองเส้นทางการเดินทัพของข้าศึก นอกจากนี้ยังมีหอสังเกตการณ์ เพื่อ
ให้ผู้ที่มีความสนใจประวัติศาสตร์ เข้าใจการเลือกใช้ภูมิประเทศในการเดินทัพ และจุดสกัดกั้นทัพพม่าได้ชัดเจนขึ้น เปิดให้
เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. (ไม่เสียค่าเข้าชม)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายยุทธการจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี โทร. 034-589-233-5 ต่อ 51015-6 โทรสาร 034-589-236
ตัวอักษร