บริการรับจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในกาญจนบุรี ด้วยราคาสุดพิเศษ ถูกสุดๆ พร้อมข้อมูลการท่องเที่ยว

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
Attractions in Kanchanaburi

โบราณสถานและประวัติศาสตร์
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า
ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 และเข้าทางหลวงหมายเลข 3199 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 2-3 บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่านสกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นจนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นประมาณ พ.ศ. 2019 - 2327 สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่อวรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 167-355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุมโบราณสถานโดยรอบในบริเวณใกล้เคียงกัน ได้แก่

วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวบ้านเรียกว่า วัดผ่าอก แต่เดิมภายในมณฑลประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ได้ถูกคนลักลอบเจาะอกพระจนทะลุ จึงได้เรียกกันว่า วัดผ่าอก ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขึ้นแทนโบราณสถานบริเวณวัดป่าเลไลยก์ประกอบด้วย มณฑป วิหาร และเจดีย์ทรงกลมก่อด้วยอิฐสอดินฉาบปูน

วัดขุนแผน จากวัดป่าเลไลยก์ทางเข้าด้านข้าง วัดนี้เข้าไปทางค่ายฝึกสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวัดร้างที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีพระปรางค์เป็นหลักสำคัญของวัดภายในบริเวณวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระปรางค์ พระอุโบสถ เจดีย์ประจำทิศ เจดีย์รายและวิหาร ปัจจุบันคงยังมองเห็นเฉพาะซากพระปรางค์เท่านั้น

วัดแม่หม้าย เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ห่างจากวัดขุนแผนไปทางทิศตะวันออกประมาณ 300 เมตร มีโบราณสถานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทางด้านทิศเหนือประกอบด้วยเจดีย์ทรงกลมขนาดใหย่มีฐานประทักษิณ วิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันตก และกลุ่มทางด้านทิศใต้ประกอบด้วย วิหารขนาดกลาง เจดีย์ราย และกำแพงแก้วล้อมรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทั้งสองกลุ่มมีสระล้างกระดูกอยู่ระหว่างกลาง

การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 และเข้าทางหลวงหมายเลข 3199 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 2-3

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน 24 ชั่วโมง
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีบริการรถราง Fairmong ทุกวัน โรงแรม ที่พัก

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 16.30 น.
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 1778, 0 3451 5208
โบราณสถานพงตึก
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่ามะกา
โบราณสถานพงตึก สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยทวารวดี และได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียแบบคุปตะ ชาวเมืองนับถือศาสนาพุทธและพราหมณ์ มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 11–12 ทั้งนี้เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขุดพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมากที่พงตึกเมื่อปีพ.ศ. 2470 เช่น ตะเกียงทองสำริดโรมัน พระพิมพ์ดิน เผา พระนารายณ์สลักจากศิลา พระพุทธรูป ฯลฯ และต่อมาในปีพ.ศ. 2477 ดร.เวลส์ ผู้แทนสมาคมค้นคว้าวัตถุโบราณจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางมาสำรวจและขุดค้นโบราณวัตถุเพิ่มเติมที่พงตึกและยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมากเมื่อสมัยพันปีมาแล้ว ปัจจุบันโบราณวัตถุบางส่วนที่ขุดค้นนำไปเก็บไว้ที่วัดดงสัก บางส่วนอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรุงเทพฯ

การเดินทาง
โบราณสถานพงตึกอยู่ในเขตอำเภอท่ามะกาห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปทางใต้ประมาณ 37 กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 92–93 จะมีป้ายบอกทางเข้าซ้ายมือไปโบราณสถานพงตึก เมื่อข้ามสะพานจันทรุเบกษา จะผ่านวัดดงสักซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือ จากนั้นให้ตรงไปจนผ่านป้อมตำรวจพงตึกซึ่งอยู่ด้านขวา โบราณสถานพงตึกจะอยู่ถัดป้อมตำรวจพงตึกไปไม่ไกลนัก

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์
สถานที่ตั้ง : อำเภอพนมทวน
ตั้งอยู่ที่บ้านดอนเจดีย์ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2525 ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้างและเครื่องม้าเป็นจำนวนมาก และพบซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย จากหลักฐานที่ขุดพบทำให้เชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นสนามรบในการทำยุทธหัตถีสมัยกรุงศรีอยุธยา

การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 จนถึงบริเวณสี่แยกท่าม่วง เลี้ยวขวาไป 2 กิโลเมตรจะมีป้ายบอกทางไปดอนเจดีย์อีก 11 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน 24 ชั่วโมง
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือในเขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี แวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง กว้างประมาณ 800 เมตร หมายถึงส่วนกว้างของเมือง ยาวประมาณ 850 เมตร และกำแพงสูง 7 เมตร มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ภายในเมืองมีสระน้ำ 6 สระ โรงแรม ที่พัก ไทรโยค

ปราสาทเมืองสิงห์ มีจุดมุ่งหมายสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน จากการขุดตกแต่งของกรมศิลปากรที่ค่อยทำค่อยไปตั้งแต่ พ.ศ. 2478 แต่มาเริ่มบุกเบิกกันจริงจังเมื่อ พ.ศ. 2517 แล้วเสร็จเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อ พ.ศ. 2530 จึงสวยงามดังที่เห็นอยู่ในวันนี้ ปราสาทเมืองสิงห์นี้กล่าวว่าสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรม คล้ายคลึงกับของสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1720 - 1780) กษัตริย์นักสร้างปราสาทแห่งขอม จากการขุดแต่งของกรมศิลปากร พบศิลปกรรมที่สำคัญยิ่งคือพระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และ นางปรัชญาปารมิตา และยังพบรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีอีกองค์หนึ่ง รูปลักษณ์คล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา ปัจจุบันกรมศิลปากรได้นำไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แล้ว คงเหลือแต่องค์จำลองไว้จากศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ซึ่งจารึกโดย พระวีรกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกชื่อเมือง 23 เมือง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างไว้ มีเมืองชื่อ ศรีชัยสิงห์บุรี ซึ่งสันนิษฐานกันว่าคือเมือง ปราสาทเมืองสิงห์ นี่เอง และยังมีชื่อของเมือง ละโวธยปุระ หรือ ละโว้ หรือลพบุรี ที่มีพระปรางค์สามยอด เป็นโบราณวัตถุร่วมสมัย ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมืองสิงห์เป็นเมืองหน้าด่าน รัชกาลที่ 4 โปรดให้เจ้าเมืองสิงห์เป็น พระสมิงสิงห์บุรินทร์ แต่สมัยรัชกาลที่ 5 เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล จึงยุบเมืองสิงห์เหลือแค่ตำบล

โบราณสถานหมายเลข โบราณสถานหมายเลข 1 สันนิษฐานว่า สร้างเพื่ออุทิศถวายพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในนิกายมหายาน ตัวปราสาทตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมือง ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ประดับลวดลายปูนปั้น ศิลาแลงนั้นได้มาจากเมืองครุฑ ซึ่งเป็นแหล่งตัดหินริมแม่น้ำน้อย ห่างจากเมืองสิงห์ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งการลำเลียงแท่งศิลาแลงมานี้คงจะมาทางน้ำ เช่นเดียวกับการสร้างนครวัด นครธม ที่ลำเลียงมาไกลถึง 50 กิโลเมตร แต่ละแท่งหนักร่วมตัน น่าจะใช้ช้างดันลากจูงจนลงแพแล้วลอยมาตามแควนี้ มาชักลากขึ้นฝั่งแล้วใช้ถมดินเอาก้อนศิลาแลงยกขึ้นไปบนฐานโบราณสถานยังมี โคปุระ(ซุ้มประตู) ระเบียงคต อยู่รอบปรางค์ประธานทั้ง 4 ทิศบรรณาลัย สร้างเพื่อเก็บคัมภีร์ทางศาสนา และ กำแพงแก้ว
โบราณสถานหมายเลข 2 ยังมีปรางค์ประธาน โคปุระ 4 ด้าน แต่พังลงมามาก บูรณะได้น้อย สถานที่ขุดพบเทวรูป
โบราณสถานหมายเลข 3 ตั้งอยู่นอกกำแพงแก้ว เป็นโบราณสถานขนาดเล็ก ก่อด้วยศิลาแลง
โบราณสถานหมายเลข 4 อยู่ใกล้หมายเลข 3 ยังบูรณะอยู่ เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลุมขุดค้นทางโบราณคดี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ซึ่งขุดค้นพบทั้งโครงกระดูก เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด ดินเผา เครื่องมือเหล็ก สร้องคอทำด้วยลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว ซึ่งชี้ชัดว่าชุมชนเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่จะสร้างเมืองสิงห์ เพราะเป็นศพของคนที่ตายมา 2,000 ปีแล้ว คงจะยุคเดียวกับคนในชุมชนบ้านเก่า

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อ.ไทรโยค ประมาณ 30 กม. จะมีป้ายบอกทางไป อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ จากนั้นให้ท่านเลี้ยวซ้ายมือ แล้วขับไปอีกประมาณ 10 กม. ก็จะถึง อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์

เปิดให้เข้าชม ทุกวัน 08.00 - 16.30 น.
อัตราค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท, ชาวต่างชาติ 40 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3452 8456 - 7
ศาสนสถาน
วัดไชยชุมพลชนะสงคราม
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดไชยชุมพลชนะสงคราม
วัดไชยชุมพลชนะสงคราม
หรือชื่อที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีเรียกขานอีกนามหนึ่งว่า วัดใต้ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ด้านทิศตะวันออก อยู่ห่างทางใต้จากจุดแม่น้ำแคว 2 แคว ไหลมาบรรจบกันประมาณ 10 เส้น เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ระหว่างสงครามไทยกับพม่ามาแต่โบราณ ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม มีพระเจดีย์เก่าแก่องค์หนึ่งอยู่ใกล้พระอุโบสถหลังเก่า ตั้งอยู่ริมตลิ่ง พระเจดีย์องค์นี้มีชื่อทางโบราณคดีกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ว่ามีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์และโบราณคดีเรียกว่า "เจดีย์โบราณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม"

นอกจากนี้ ภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก ซึ่งตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน และบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้นเพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม

การเดินทาง
ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สอบถามเพิ่มเติม

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดถ้ำเขาน้อย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ถือเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ติดกับวัดถ้ำเสือวัดนี้ประดับประดาไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ผสมผสานศิลปะแบบจีน มีความงามสะดุดตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเก๋งจีนบนยอดเขาซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไป ชมทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองกาญจนบุรีและเขื่อนแม่กลอง

การเดินทาง
จากอำเภอท่าม่วง ไปตามเส้นทางเลียบคลองชลประทาน วัดถ้ำเสือ และวัดถ้ำเขาน้อย อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลอง แล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร คอยสังเกตป้ายบอกทาง และตัวเจดีย์

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดถ้ำเขาปูน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดถ้ำเขาปูน
วัดถ้ำเขาปูน
วัดถ้ำเขาปูน ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านเขาปูน ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 6 ก.ม. เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแหล่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างประเทศไปท่องเที่ยวและเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้แล้วบริเวณนี้ยังเคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

การเดินทาง
วัดถ้ำเขาปูน ตั้งอยู่เลยสุสานช่องไก่ไปประมาณ 4 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดถ้ำมังกรทอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่บนเชิงเขา วัดนี้สร้างขึ้นในปี 2447 เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองนั้นเนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขา โดยราวบันไดขึ้นสู่ถ้ำสร้างเป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ มีบันไดทั้งหมด 95 ขั้นที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตดูน่าเกรงขามฒิพฬฒิพฬ

การเดินทาง
จากถนนแสงชูโตใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัด ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทอง

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดถ้ำพุหว้า
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้าเป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำบรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมเจริญศีลภาวนาทั้งสวยงามด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาป่าไม้ และถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงามหลายแห่ง

การเดินทาง
สามารถใช้เส้นทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกาญจนบุรี-บ้านเก่าเลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน อีก 6 กม. ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด หรือ ข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าน้ำหน้าเมืองเดินทางผ่านวัดถ้ำเขาปูน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จากนั้นเลี้ยวขวาที่บริเวณระหว่างหลัก กม.ที่ 49 - 48 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลานอีก 5 กม.ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดถาวรวราราม (วัดญวณ)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดบ้านถ้ำ
วัดบ้านถ้ำ
ชาวบ้านนิยมเรียกสั้นๆว่า "วัดญวน" เป็นวัดใพระพุทธศาสนา ฝ่ายอนัมนิกาย ลัทธิมหายาน มีชื่อตามภาษาญวนว่า "คั้นถ่อตื่อ" แปลเป็นไทยได้ความว่า "อยู่อย่างมั่นคงถาวร" สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งราชวงศ์จักรี ถือเป็นวัดญวนแห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี มีอายุกว่าร้อยปี

การเดินทาง
ตั้งอยู่บนถนนประสิทธิ์ ติดกับวัดเหนือ สามารถเดินทางจากเกสเฮ้าส์พื้นที่ใกล้เคียงได้

เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดบ้านถ้ำ
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าม่วง
วัดบ้านถ้ำเป็นวัดโบราณเก่าแก่มาหลายชั่วอายุคนบริเวณวัดเป็นลานกว้าง ด้านหลังจรดเขา ด้าด้านจรดแม่น้ำกลอง มีชายหาดสวยงามอยู่หน้าวัดภูเขาที่ตั้วถ้ำสูงราวๆ 200 เมตร ภูเขาลุกนี้เป็นเทือกเดียวติดต่อกันหลายยอดเป็นพืด ไปทางทิสตะวันตกเยงเหนือสุดปลายเขาที่เขาแหลมและเขาตกถ้ำมังกรทอง

วัดบ้านถ้ำนี้มีประวัติเล่าต่อๆกันมาว่าสร้างในสมัยยุคสุโขทัย ตามประวัติเล่าว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งร่ำรวย มากได้มาเห็นถ้ำที่บ้านถ้ำนี้ใหญ่โตสวยงามน่าอาศัย มีปล่องสว่างดีมีลมพัดถ่ายเทอากาศเข้าออกอยู่เสมอ จึงนิมนต์หลวงพ่อทองผู้เป็นปฐมเจ้าอาวาส เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านพุทธาคมให้มาอยู่จำพรรษาในถ้ำนี้หลวงพ่อทองได้เลี้ยงนกสาริกาตัวหนึ่ง หัดพูดพาคนได้ แม้กระทั่งทุกวันนี้ก้ยังมีนกสาริกาอาศัยอยู่ ได้จัดสร้างพระพุทธรูปไว้ในถ้ำแบบพระพุทธชินราช

การเดินทาง
ห่างจากในตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากวัดถ้ำเสือไปทางตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ทั้งรถจักรยานยนต์

เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดถ้ำเสือ
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าม่วง
วัดถ้ำเสือ
วัดถ้ำเสือ
วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขามีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และยังมีอุโบสถอัฏมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา ข้างๆ มีเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือใช้ลิฟท์ขึ้นไปชมวิวทะเลสาบและเขื่อนแม่กลอง

การเดินทาง
ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลอง แล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 200 เมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดทุ่งสมอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอพนมทวน
พระโพธิสัตว์กวนอิม (วัดทุ่งสมอ) ประดิษฐานอยู่ภายในวัดทุ่งสมอ ตำบลทุ่งสมอ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมานมัสการกันจำนวนมาก เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ ลักษณะงดงาม นอกจากนี้ยังสามารถนมัสการพระสังกัจจายน์และพระประธาน ภายในอุโบสถวัดทุ่งสมอได้อีกด้วย

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก ตามทางหลวงหมายเลข 324 ประมาณ 15 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น. ด่านเจดีย์สามองค์
ด่านเจดีย์สามองค์
วัดพระแท่นดงรัง
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่ามะกา
เป็นพระแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่นี่ อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาททำจากไม้ขนาดใหญ่แห่งเดียวในประเทศไทย ในบริเวณวัดยังมีโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ เช่น บ่อบ้วนพระโอษฐ์ วิหารพระอานนท์ ฯลฯ และยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านทุกๆปี ประมาณกลางเดือน 4 ของไทยจะมีงานนมัสการอย่างยิ่งใหญ่

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงบริเวณแยกตลาดท่าเรือ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3081 ระหว่างกิโลเมตรที่ 9 - 10

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ)
สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค
วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ตั้งอยู่ที่ บ้านพุไม้แดง ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค พระราชญาณวิสุทธิโสภณ (ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) แห่งวัดป่าบ้านตาด อุดรธานี ได้รับการถวายที่ดินบริเวณบ้านพุไม้แดง ตำบลสิงห์ กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2537 เพื่อสร้างเป็นวัดป่าสถานที่ปฏิบัติธรรม ต่อมาท่านได้มีพระบัญชาให้ พระอาจารย์ภูสิต (จันทร์) ขันติธโร ได้จัดตั้งเป็นวัดและฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบให้เป็นที่อาศัยของสัตว์มากมายหลายชนิด

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อ.ไทรโยค อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 37 กม.ให้สังเกตป้ายปราสาทเมืองสิงห์ เพราะจะห่างจากทางแยกไปปราสาทเมืองสิงห์ 6 กม. ทางเข้า

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.30 - 15.45 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 1557
เจดีย์โบอ่อง
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
ที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโบอ่อง ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ลักษณะทั่วไป เป็นเจดีย์โบราณแบบพม่า สร้างบนยอดเขาหินปูนที่มีบ่อน้ำล้อมรอบเจดีย์สูง 6 เมตร ฐานกว้างประมาณ 3x3 เมตร บริเวณบ่อน้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ บริเวณวัดมีความร่มรื่น ข้อจำกัด สำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้หญิง จะมีป้ายห้ามไม่ให้ขึ้นไปชมความงามบนยอดเขาหินปูนเนื่องจากเป็นความเชื่อของชาวบ้านว่าจะทำให้บ่อน้ำแห้งขอดและอาจมีภัยอันตรายแก่ตัวเองได้ การเดินทางเข้าถึง จาก จ.กาญจนบุรี เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3272 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-ปิล๊อก จนถึงบ้านท่าแพ การเดินทางต่อไปสามารถไปทางเรือได้ทางเดียว ลงเรือที่บ้านท่าแพ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นเรือที่บ้านโบอ่อง ฤดูกาลที่เหมาะสมในการเดินทางท่องเที่ยว เหมาะสมทุกฤดูกาล โรงแรม ที่พัก ทองผาภูมิ

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอทองผาภูมิ
ด่านเจดีย์สามองค์
สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี
วัดวังก์วิเวการาม
วัดวังก์วิเวการาม
พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าผ่านด่าน

การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 18.00 น.
อัตราค่าเข้าชม 25 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3459 0105, 0 3459 5335
วัดวังก์วิเวการาม และเจดีย์พุทธคยาจำลอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี
ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างแทนวัดเดิมซึ่งถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม วัดนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอสังขละบุรี

ภายในวัดมีพุทธสถานที่สวยงาม ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหารพระหินอ่อน ศาลาหลวงพ่ออุตตมะ หอระฆัง เป็นต้น และจากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยา บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา

การเดินทาง
วัดวังวิเวก์การามอยู่ห่างจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร จากอำเภอเมืองกาญจนบุรี มาตามทางหลวงหมายเลข 323 มุ่งมาทางอำเภอสังขละบุรี จนผ่านตัวอำเภอข้ามสะพานชองกาเลียมาจนถึงสามแยกบ้านห้วยมาลัยให้เลี้ยวซ้ายไปทางตลาดวังวังก์ ขับต่อไปไม่ไกลจะเห็นตัววัดวังวิเวก์การาม

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
อนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สถานที่ตั้ง : อำเภอพนมทวน
อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ใกล้กับโบราณสถานดอนเจดีย์ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2542 จังหวัดกาญจนบุรีและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศได้บริจาคเงินสมทบทุน สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประทับช้าง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้ปวงชนชาวไทย ได้ถวายสักการะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระปรีชาสามารถได้รับชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถี สามารถปกป้องเอกราชของชาติไทยไว้ได้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
พิพิธภัณฑ์
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน ก่อตั้งขึ้นโดยคุณอรัญ จันทร์ศิริ ผู้ประกอบการธุรกิจค้าอัญมณี ในจังหวัดกาญจนบุรี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มก่อตั้งในปี 2538 โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่ บริเวณใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ลักษณะพิพิธภัณฑ์เป็นกลุ่มอาคารจัดแสดงจำนวนหลายหลัง เรื่องราวที่จัดแสดงภายในมีเนื้อหาที่หลากหลาย บางส่วนเกี่ยวโยงกับเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว และบางส่วนเป็นความสนใจส่วนตัวของเจ้าของ และบางส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าอัญมณี

การเดินทาง
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำแควเพียงแค่ 50 เมตรเท่านั้น

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 07.00 - 16.30 น.
อัตราค่าเข้าชม 40 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 2596
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า
ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย เป็นสถานที่ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2506 สิ่งที่ค้นพบ ได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับและเครื่องปั้นดินเผา

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3229 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3455 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าทางวัดท่าโป๊ะประมาณ 1 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่ 09.00 - 16.30 น. (ปิดเฉพาะวันจันทร์และอังคาร)
อัตราค่าเข้าชม 30 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล Tel. 0 3465 4058
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ตำบลหนองบัว ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา ชั้นบนมีห้องประวัติศาสตร์และห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุต่างๆ ด้านข้างอาคารศูนย์ฯมีหลุมขุดค้นทางประวัติศาสตร์

การเดินทาง
ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ตำบลหนองบัว บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข 323) ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.30 - 16.30 น. (ยกเว้นวันพุธ)
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สอบถามข้อมูล สำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, โทร. 0 3463 3227-8 ต่อ 650
พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก
พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก
จัดสร้างขึ้นเป็นกระท่อมที่มีสภาพคล้ายค่ายเชลยศึก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่รวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจน เครื่องมือ เครื่องใช้ในสมัยนี้ นอกจากนี้ยังมีเศษลูกระเบิดที่ตกอยู่ตามที่ต่างๆ ระหว่างสงครามแสดงไว้ในบริเวณรอบ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแม่ กลอง ในบริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ถนนไชยชุมพล เปิดให้ เข้าชมทุกวัน

การเดินทาง
ก่อนเข้าเมืองกาญจนบุรี จะมีป้ายบอกตรงสี่แยกไฟแดง ไปทางศาลหลักเมืองกาญจนบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายให้ขับตรงมาตลอด (สังเกตให้ดี จะอยู่ก่อนทางเข้าวัดใต้) อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ 300 เมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.30 - 16.00 น.
อัตราค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท, คนต่างชาติ 30 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 1263
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของทหารญี่ปุ่นซึ่งทำการออกแบบและสร้างทางรถไฟ โดยเกณฑ์เฉลยศึกทั้งชาวไทยและชาวพม่ามาร่วมกันก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ ซึ่งระหว่างการสร้างก็มีผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ

เปิดให้เข้าชม 09.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 2721
พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค
พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ
ช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ เป็นสถานที่จัดแสดงมินิเธียเตอร์และรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ระหว่างการสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น พิพิธภัณฑ์นี้จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม ภายในบริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมืออันทันสมัย ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่

การเดินทาง
ตั้งอยู่ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บริเวณกิโลเมตรที่ 64 - 65 บนทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี - ไทรโยค - ทองผาภูมิ)

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 09.00 - 16.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สอบถามข้อมูล โทร. 08 1814 7564, 08 1754 2098, 0 3453 1347
ตลาด
ตลาดบ้านอีต่อง
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
ตลาดบ้านอีต่อง ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นตลาดโบราณขายของพื้นเมืองติดกับชายแดนพม่า สินค้าที่ขายในตลาดมีอาหารแห้งเช่น บะหมี่สำเร็จรูป ฝ่ายไทยเราให้ทหารพม่าขับรถข้ามช่องเขาขาด เข้ามาซื้ออาหาร เครื่องใช้ได้ แต่ฝ่ายเขาไม่ให้เราเข้าไป ปลากระป๋อง มาม่า จึงขายดี ของกินของใช้ราคาถูกจากฝั่งพม่า เช่น ถั่วคั่วหลายชนิด หอม กระเทียม ปลาแห้ง หอยแห้ง กุ้งแห้งตัวโต ๆ จากทะเลอันดามัน เมื่อก่อน กั้งทะเล กุ้งมังกร กุ้งสด ก็มีเข้ามาขาย และยังมีพวกเสื้อผ้า โสร่ง ชุดทหารพม่า หรือฟลุ๊ค จะมีปูทะเลข้ามแดนเข้ามาเพื่อเข้าไปขาย นอกจากนี้ภายในตลาดยังมีทีพักรีสอร์ทให้สำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
สวนสาธารณะ
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนหิน)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนหิน) ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี มีเนื้อที่ 600 ไร่ ประชาชนทั่วไป เรียกว่า สวนหินหรืออุทยานหิน บริเวณโดยรอบมีหินงอกขนาดเล็กใหญ่ลักษณะต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากอย่างมีระเบียบและยังเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่าง ๆ อีกด้วย การเดินทาง สามารถเดินทางจากถนนแสงชูโต ข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร โดยผ่านสุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่ วัดถ้ำเขาปูนไปไม่ไกลนักจะพบสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ต้นจามจุรียักษ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอด่านมะขามเตี้ย
ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10 คนโอบ รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75 เมตร ความสูงเรือนยอด 20 เมตร มีพื้นที่ของพุ่มไม้ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา มีทรงพุ่มแผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โตสวยงามร่มรื่น ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก

การเดินทาง
หากมาจากวัดถ้ำมังกร เลยจากวัดถ้ำมังกรทองไปประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าไปในกองสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถแล้วเลี้ยวขวา
เขาช้างเผือก
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
เขาช้างเผือก
เขาช้างเผือก
เขาช้างเผือก ยอดเขาสูงสุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นสันเขาชัน แต่มีวิวเปิดสวยงาม อยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่ ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุด 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชมทัศนียภาพมุมสูงจากสองฝั่งชายแดนไทย-พม่า การเดินทางไปเขาข้างเผือกแนะนำให้เดินทางช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศเหมาะสมมากที่สุดกับการเดินเที่ยวเขาลูกนี้

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามถนนบรมราชชนนี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครชัยศรี นครปฐมใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านบ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึง กาญจนบุรี ตรงไปถึงกิโลเมตรที่ 126 เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอทองผาภูมิ ทางหลวงหมายเลข 3272 เป็นเส้นทางคดเคี้ยวประมาณ 300 โค้ง ผ่านอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและบ้านปิล็อกแล้ว ไปขึ้นเขาช้างเผือกที่บริเวณบ้านอีต่อง

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, อำเภอทองผาภูมิ
อัตราค่าเข้าชม 100 บาท/คน (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 2114
จุดชมทิวทัศน์เขาขาด
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่อยู่บนยอดเขาสูง มีกระแสลมพัดผ่านตลอดเวลา อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบาย จากการสำรวจ ได้พบว่า จุดชมทิวทัศน์แห่งนี้มีความสวยงามมาก เมื่อเราไปอยู่บนจุดนี้แล้วเราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่าง ๆ ได้รอบตัว อันดับแรกเราจะได้เห็นน้ำตกจ๊อกกระดิ่นที่มีสายน้ำไหลผ่านหน้าผาสูงลงสู่ พื้นล่างแล้วแตกกระจาย ออกมา กลายเป็นกลุ่มไอน้ำลอยตัวขึ้นมาจากพื้นล่างน่าประทับใจเป็นยิ่งนัก จะมองเห็นหมู่บ้านอีต่อง หมู่บ้าน หินกอง เนินเสาธงทิวทัศน์ในประเทศสหภาพพม่าและเมื่อใดท้องฟ้าเปิดก็จะมองเห็นท้องทะเล อันดามันได้ด้วย ตาเปล่า การเดินทางค่อนข้างลำบากจะต้องเดินทางด้วยเท้าตลอดจากปากทางเข้าที่ระหว่างหลักกิโลเมตร ที่ 24–25 ของถนนสายบ้านไร่อีต่อง เป็นระยะประมาณ 2 กิโลเมตร

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, อำเภอทองผาภูมิ
จุดชมวิวเขาใหญ่
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
เป็นยอดเขาสูงประมาณ 1,450 เมตร จากระดับน้ำทะเล เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่กางเต็นท์พักแรม เพื่อชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม และทุ่งหญ่าอันกว้างใหญ่และสวยงานยามต้องแสงอาทิตย์ทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีทอง อีกทั้งยังสามารถชมทัศนียภาพของและอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณและชมพระอาทิตย์ตกได้ สถานที่แห่งนี้ห่างจากตัวที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประมาณ 10 กิโลเมตร จากถนนสายหลักจะมีทางลาดยางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร และต้องใช้เส้นทางเดินเท้าเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร จัดทำเป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ในรูปแบบการผจญภัย โดยจัดเป็นทริปสั้นๆใช้ระยะเวลาประมาณ 2 วัน 1 คืน

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม, อำเภอทองผาภูมิ
จุดชมทิวทัศน์ กม. 15
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
อยู่บริเวณหลักกิโลเมตร ที่ 15 ถนนสายบ้านไร่-อีต่อง จุดชมทิวทัศน์แห่งนี้อยู่ริมถนนพอดี อากาศที่นี่เย็นสบาย เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำของเขื่อนเขาแหลมเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุด เพราะมีความสวยงามประทับตาต้องใจของผู้ที่ไปเที่ยวชมเป็นอย่างมาก การเดินทางใช้เส้นทางสาย บ้านไร่อีต่อง

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, อำเภอทองผาภูมิ
เนินกูดดอย
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
ตั้งอยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นจุดวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศนเทือกเขา สลับซับซ้อน ของอำเภอทองผาภูมิและยังสามารถมองเห็น สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ นอกจากนี้ยังเป็น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้เป็นจุดที่สามารถกางเต้นท์ได้

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, อำเภอทองผาภูมิ
จุดชมทิวทัศน์ป้อมปี่
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
อยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ประมาณ 2 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป เป็นพื้นที่อยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถชมความงามของพระอาทิตย์ตกในยามเย็นได้อีกด้วย และมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 4 หลัง และจุดกางเต็นท์บนสนามหญ้าอันอ่อนนุ่ม นอกจากนี้ยังจะพบเห็นนกบางชนิด เช่น นกเหงือก นกกระเต็นอกขาว เขียวก้านตองปีกฟ้า ฯลฯ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ กางเต็นท์พักแรม สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ สามารถเล่นน้ำ พายเรือ นั่งเรือชื่นชมความสวยงามของอ่างเก็บน้ำได้ การเดินทางเข้าถึง จาก จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางตามถนนหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ-สังขละบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 40 - 41 มีทางแยกเลี้ยวซ้าย มีป้ายบอกหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติป้อมปี่ เข้าไปอีกประมาณ 1.3 กิโลเมตร

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม, อำเภอทองผาภูมิ
พุน้ำร้อนหินดาด
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
พุน้ำร้อนหินดาด (เดิมเรียกว่าน้ำพุร้อนกุยมั่ง) เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ 45-55 องศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้ และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อน

การเดินทาง
สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 บริเวณกิโลเมตรที่ 105 - 106 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 135 กิโลเมตร
สวนสัตว์
สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ่อพลอย
สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์
สวนสัตว์เปิด ซาฟารี ปาร์ค แอนด์ แคมป์
เป็นสวนสัตว์เปิดแนวธรรมชาติแห่งแรกของกาญจนบุรี ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีเพียง 28 กิโลเมตร เท่านั้น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิด เช่น กวาง หมี เสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ อูฐ ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเที่ยวชมได้ด้วยตนเอง ซึ่งภายในสวนสัตว์ จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนสวนสัตว์เปิด และส่วนที่เป็นการแสดงโชว์

การเดินทาง
จากตัวเมืองมาตามทางหลวงหมายเลข 323 แล้วแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3398 จากนั้นเลี้ยวขวาอีกครั้งไปตามทางหลวงหมายเลข 3098 ประมาณ 21 กิโลเมตร จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดฯ อยู่ทางซ้ายมือ

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท, เด็ก 80 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 1888, 0 3453 1999, 0 3450 0089
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่
สถานที่ตั้ง: อำเภอเมือง
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย บริเวณท่าน้ำเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางแม่น้ำแควน้อยประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปโดยขับรถข้ามสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรที่ท่าน้ำหน้าเมือง สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ บริเวณสุสานสงบและสวยงาม มีขนาดเล็กกว่าสุสานดอนรัก บรรจุศพทหารเชลยศึกซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ประมาณ 1,740 หลุม

การเดินทาง
สามารถเดินทางได้โดยรถตุ๊กตุ๊ก หรือมอเตอร์ไซต์รับจ้าง

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
สถานที่ตั้ง: อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม

การเดินทาง
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งอยู่บริเวณเขาแดง ตามเส้นทางหลัก 2 ทาง คือ
เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี จนถึงอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บริเวณสี่แยกปราณบุรี ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายปากน้ำปราณบุรี ประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. อีก 31 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 286.5 ใกล้บ้านสำโรง ก่อนถึงอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก 14 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.30 - 16.00 น.
อัตราค่าเข้าชมคนไทย 100 บาท, คนต่างชาติ 120 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ประตูเมืองกาญจนบุรี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นประตูเมืองก่ออิฐถือปูนยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เมื่อปี พ.ศ. 2374 ครั้งย้ายเมืองกาญจนบุรีเก่า จากตำบลลาดหญ้ามาสู่ปากแพรก เนื่องด้วยยุทธศาสตร์การรบเปลี่ยนไป โดยมีชัยภูมิในการตั้งรับข้าศึกได้ดีกว่าเก่า อีกทั้งยังสะดวกในการค้าขายกับเมืองต่างๆอีกด้วย
พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ
พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นภาพยนตร์ไตรภาคอันยิ่งใหญ่ที่ได้ดำเนินการถ่ายทำในบริเวณกองพลทหารราบ ที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ตำบลลาดหญ้า ชมความสวยงามอลังการของฉากต่าง ๆ จากในภาพยนตร์ที่ท่านจะได้สัมผัสจริง ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ อาทิ วัดมหาเถรคันฉ่อง ห้องเก็บพระแสงปืนต้น อาณาจักรหงสาวดี สีหสาสนบัลลังก์ คุกใต้ดิน พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ท้องพระโรงหงสาวดี

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการภาพถ่ายจากการถ่ายทำภาพยนตร์ โดยจะมีวิทยากรประจำจุดต่างๆ มีจอพลาสมาบรรยายประวัติศาสตร์ภูมิหลังอธิบายฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกต่าง ๆ อาทิ การแต่งกายชุดประวัติศาสตร์ ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียน และมีจุดจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว การเยี่ยมชมกองถ่ายจะเป็นการเดินชม ให้สวมรองเท้าที่เหมาะสม พร้อมเตรียมอุปกรณ์กันแดดเช่น ร่ม หรือหมวกไปด้วย

การเดินทาง
กองถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 24 กิโลเมตร จากตัวเมือง ใช้เส้นทางกาญจนบุรี - เขื่อนศรีนครินทร์ (ทาง 3199) ประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงสี่แยกลาดหญ้า มีทางแยกขวาผ่านค่ายทหารไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงทางเข้าให้เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง)

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 10.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม คนไทย 100 บาท, เด็ก 50 บาท, คนต่างชาติ 200 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล 0 3453 2057, 0 3453 2058 (บริษัท พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ )
อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ
อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ
เป็นสถานที่รวบรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ ซึ่งเป็นสงครามครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อป้องกันการรุกรานของพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่าในปี พ. ศ. 2328 ชัยชนะในสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะในสมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาเอกราชและดำรงความเป็นชาติมาถึงปัจจุบัน ภายในอาคารจัดเป็นตู้จำลองเหตุการณ์และโต๊ะทรายแสดงภูมิประเทศจำลองเส้นทางการเดินทัพของข้าศึก นอกจากนี้ยังมีหอสังเกตการณ์เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจประวัติศาสตร์เข้าใจการเลือกใช้ภูมิประเทศในการเดินทัพ และจุดสกัดกั้นทัพพม่าได้ชัดเจนขึ้น

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 3199 (กาญจนบุรี - เขื่อนศรีนครินทร์ ) ประมาณกิโลเมตรที่ 24 แล้วเลี้ยวซ้ายไป 700 เมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3458 9233-5 ต่อ 51015
ทางรถไฟสายมรณะ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ทางรถไฟสายมรณะ ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่าทาง รถไฟสายมรณะมีความยาวจากหนองปลาดุกถึงสถานีตันบีอูซายัดรวม 415 กิโลเมตร เป็นทางรถไฟอยู่ในเขตประเทศไทยประมาณ 303.95 กิโลเมตรและอยู่ในเขตพม่า 111.05 กิโลเมตร

ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา
หอดูดาวเกิดแก้ว
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ่อพลอย
หอดูดาวเกิดแก้วเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2539 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านโลกและอวกาศ ปลูกฝังความรักธรรมชาติแก่เยาวชน เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและสนใจในด้านดาราศาสตร์ ภายในบริเวณจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับการดูดาว มีหอดูดาวรูปโดมและที่พักรูปแบบแค๊ปซูล

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 แล้วเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 3086 (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) กิโลเมตรที่ 49 ทางซ้ายมือจะมีป้ายเขียนชื่อไร่พล.อ.ท. สำเริง เกิดแก้ว เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 09.00 - 17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 08 1927 4140 (ติดต่อล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ได้ที่ น.ท. ฐากูรย์ เกิดแก้ว )
หมู่บ้านช้างไทรโยค
สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค
ทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟสายมรณะ
ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านลุ่มผึ้ง ตำบลลุ่มสุ่ม มีกิจกรรมล่องแพ นั่งช้างชมป่าธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีการแสดงช้างทุกวัน

การเดินทาง
จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางไทรโยค-ทองผาภูมิ ประมาณกิโลเมตรที่ 45 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือ ทางรถไฟ ลงรถไฟที่สถานีวังโพธิ์

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 16.00 น.
อัตราค่าเข้าชม 40 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3459 1255, 0 3459 1102, 08 1878 9979
แคมป์ช้างวังโพธิ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค
อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวังโพธิ์ ภายในมีการแสดงช้าง นั่งช้าง และล่องแพ

การเดินทาง
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลย 323 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลย 3343 อีก 7 กิโลเมตร (เส้นทางไปสถานีรถไฟวังโพธิ์)

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 18.00 น.
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3459 1018
เขื่อนศรีนครินทร์
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีสวัสดิ์
เขื่อนศรีนครินทร์
เขื่อนศรีนครินทร์
อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ 4 กิโลเมตร ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกั้นแม่น้ำแควใหญ่ เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า การประมง และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ทางเขื่อนมีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

การเดินทาง
เขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 70 กิโลเมตร บนทางหลวงสาย 3199 (กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์)

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์, อำเภอศรีสวัสดิ์
เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 - 16.00 น.
อัตราค่าเข้าชมฟรี
สอบถามข้อมูล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. 0 2436 6046 - 8
เนินเสาธง
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
เนินเสาธงเป็นพื้นที่ยอดเขาที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า โดยที่ทางการทหารไทยได้จัดตั้งเสาธงพร้อมติดธงชาติไทยขนาดใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพื้นที่นี้เป็นจุดพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า ทางการทหารไทยจึงได้ให้ชื่อพื้นที่แห่งนี้ว่า "เนินเสาธง" และได้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าเที่ยวชมได้ โดยมีกำลังของทหารไทย และกองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนของไทยรักความปลอดภัยให้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเราอยู่บนเนินเสาธงนี้แล้ว เราจะได้พบกับบรรยากาศเย็นสบาย อากาศสดชื่นแสนบริสุทธิ์สามารถมองลงเห็นทิวทัศน์ได้รอบตัวเรา ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงามในประเทศไทยและทิวทัศน์ในประเทศสหภาพพม่า และเมื่อวันใดท้องฟ้าเปิดเราก็จะได้เห็นท้องทะเลอันดามันได้อีกด้วย

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, อำเภอทองผาภูมิ
เหมืองปิล็อก
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
ที่นี่เคยมีการทำเหมืองแร่ดีบุก วุลเฟรม กันมากบนเทือกเขาตะ นาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า มีอากาศดีโดยเฉพาะฤดูหนาว สามารถชมทัศนียภาพทะเลอันดามันที่จุดชมวิวไทย-พม่า ณ บ้านอีต่อง เป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแนวชายแดนของประเทศพม่า มีน้ำตกสวยงามหลายแห่งซึ่งการจะเข้าถึงน้ำตกจะต้องใช้การเดินเท้า เช่น น้ำตกจ๊อกกะดิ่น และน้ำตกเจ็ดมิตร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถกางเต็นท์ได้ที่บริเวณเนินช้างศึก และชมทัศนียภาพของบ้านอีต่อง (ประเทศพม่า) ได้ที่เนินเสาธง

การเดินทาง
การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3272 ระยะทาง 56 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่แยกบ้านไร่อีก 26 กิโลเมตร ถึงอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิตั้งอยู่ในตำบลปิล็อก ซึ่งอยู่ห่าง จากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่ 08.00 – 18.00 น.
สอบถามข้อมูล สำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 1 โทร. 0 3451 1200 , 0 3462 3691
เขื่อนวชิราลงกรณ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ
เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ เขื่อนเขาแหลม เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย ที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อย ในท้องที่ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีความสูงจากฐาน 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร ระดับสันเขื่อนสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เขื่อนเขาแหลม เขื่อนวชิราลงกรณแห่งนี้นับเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ลำดับ 4 ของประเทศไทย รองจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนวชิราลงกรณ มีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน อาทิ บ้านพัก ห้องพัก ห้องสัมมนา ร้านอาหาร ร้านค้าสหกรณ์ สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ สวนสุขภาพ สวนรวมฤทัย และยังมีเรือโดยสาร สำหรับชมทิวทัศน์ในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งก่อนเข้าท่านสามารถสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่ที่คอยบริการอยู่ทางเข้าเขื่อนฯ

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อ. ทองผาภูมิ ให้ท่านเลี้ยวขวา ซึ่งท่านจะผ่าน ม.ราชภัฏกาญจนบุรี และมุ่งหน้าไปทองผาภูมิ ซึ่งจะผ่านทั้งไทรโยคน้อย และไทรโยคใหญ่ ( หลักกิโลเมตรที่ 125 ทางหลวงหมายเลข 323 ) ท่านจะพบสามแยก ( ตรงไปไปอำเภอทองผาภูมิ + เขื่อนเขาแหลม ถ้าเลี้ยวขวาไปอำเภอสังขละบุรี ) ตรงไป ขับไปประมาณ 1.5 กม. ก็จะถึงทางเข้าเขื่อนเขาแหลม จะอยู่ทางด้านขวามือ

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม, อำเภอทองผาภูมิ
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน 24 ชั่วโมง
อัตราค่าเข้าชม ฟรี
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3459 9077 ต่อ 2502 และ 2506, 0 3459 8030 (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)
สะพานมอญ
สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี
สะพานมอญ
สะพานมอญ
สะพานมอญถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) ได้มีดำริให้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยใช้แรงงานชาวมอญส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ฝั่งวัดวังก์วิเวการาม ร่วมกันก่อสร้างขึ้นโดยเชื่อต่อระหว่างชุมชนบ้านไหล่น้ำ (หมู่ที่ 3) กับหมู่บ้านมอญ ชุมชนบ้านวังกะ (หมู่ที่ 2) ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี อยู่ในเขตเทศบาลตำบลวังกะ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางในการติดต่อไปมาหาสู่ ทำมาค้าขาย ขนส่งพืชผลทางการเกษตรในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และเป็นเส้นทางแห่งการเผยแพร่แลกเปลี่ยนประเพณีวัฒนธรรม ระหว่างชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำซองกาเรีย

การเดินทาง
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 200 กิโลเมตร จากตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงทางแยกก่อนเข้าอำเภอทองผาภูมิให้เลี้ยวขวาแล้วขับรถต่อไปอีก 74 กิโลเมตร ถึงอำเภอสังขละบุรี
หมู่บ้านมอญ
สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตที่ผสมผสานระหว่าง ชาวไทย เเละ ชาว มอญ มีการใช้ชีวิตที่พึ่งพากันระหว่างสองเชื้อชาติ ทั้งการอยู่อาศัย การค้าขาย วัฒนธรรม และประเพณี