หน้าแรก
โรงแรมและที่พัก
ปลายทาง
ท่องเที่ยวกาญจนบุรี
กิจกรรมที่น่าสนใจ
ข้อมูลการเดินทาง
ภาษา
ขณะนี้กาญจนบุรีเวลา 18:55 (GMT+7)
เลือกสถานที่พัก ?
วันที่เข้าพัก:
  
วันที่ออก:
  
จำนวนคืน:
คืน
ผู้ใหญ่ / เด็ก:

all

เลือกสถานที่พัก ?

change

กรุงเทพ

change

ภูเก็ต

change

เกาะสมุย

change

กระบี่, Koh Lanta, Phi-Phi

change

พัทยา, Chonburi

change

เกาะช้าง, Trat

change

หัวหิน, Cha Am

change

เชียงใหม่
or
ใกล้เคียง:

ตัวเลือกเพิ่มเติม:
4 star or better 3 star or lower
3 star or better 2 star or lower

Kanchanaburi Hot Deal

Felix River Kwai Resort
City, Kwai Yai
From ฿
634104

Kanchanaburi Hot Deal

Mida Resort Kanchanaburi
Kwai Yai / Lat Ya
From 1,444 ฿
634107

Kanchanaburi Hot Deal

River Kwai Resotel
Kwai Noi / Saiyoke
From 1,742 ฿
634115

แผนที่จังหวัดกาญจนบุรี

แผนที่กูเกิ้ลจังหวัดกาญจนบุรี

การเดินทาง


รถยนต์

รถประจำทาง

รถไฟ

เส้นทางที่ 1: ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ใช้ทางนครชัยศรี นครปฐม บ้านโปง ท่ามะกา ท่าม่วง (เข้าเส้นราชบุรี) จนเข้าเส้นทางจังหวัด ... ข้อมูลเพิ่มเติม

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี กรุงเทพฯ-ด่านเจดีย์สามองค์ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ... ข้อมูลเพิ่มเติม

มีรถไฟออกจากสถานีบางกอกน้อย ทุกวัน วันละ 2 เที่ยว ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดเส้นทางท่องเที่ยวสายน้ำตกกาญจนบุรี ... ข้อมูลเพิ่มเติม

 

ถ้ำและน้ำตก ในจังหวัดกาญจนบุรี

กาญจนบุรีเต็มไปด้วยโถงถ้ำสวยงาม และมีถ้ำที่เป็นที่สุดของโลก คือถ้ำเสาหิน อยู่ในอำเภอสังขละบุรี ซึ่งมีเสาหินสูงที่สุดในโลกอยู่ภายในถ้ำ ความสูง 62.5 เมตร และอีกสารพัดถ้ำที่สวยงามด้วยหินงอกหินย้อย แวววาวด้วยแร่แคลไซต์ดูสวยงาม ส่วนใหญ่เป็นถ้ำที่มีน้ำลอดผ่าน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเข้าถ้ำคือเดือนพฤศจิกายน-เมษายน

แนะนำถ้ำและน้ำตก



1 ถ้ำดาวดึงส์

สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำดาวดึงส์เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียงและงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ค้นพบโดย นายสำลี คูหา ในปี พ.ศ. 2515 ถ้ำลึกประมาณ 100 เมตร แบ่งเป็นห้องๆ มีชื่อตามลักษณะของ หินงอกหินย้อย โดยทั่วไปมีสีขาว เช่น ห้องโคมระย้า ห้องเจดีย์ ห้องจีบม่านฟ้า เป็นต้น และในถ้ำจะมีหินสัตว์ที่ค่อนข้างไม่ค่อยได้เห็นโดยทั่วไป เช่น แมงป่องไม่มีหาง จิ้งหรีดหนวดยาว เป็นต้น การเดินทางนั้นสะดวก โดยท่านจะต้องเดินทางเท้าขึ้นไปบนปากถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กิโลเมตร จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จังหวัดกาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กิโลเมตร ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา (แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อำเภอไทรโยค หรือ อำเภอทองผาภูมิ ผ่านอุทยานแห่งชาติไทรโยค และผ่านทางเข้าน้ำพุร้อนหินดาดประมาณ 5 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางว่าถ้ำดาวดึงส์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ท่านจะพบทางลูกลังให้เลี้ยวขวา ขับไปอีกประมาณ 800 เมตร จะมีแยกซ้ายให้เลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังที่จอดรถประมาณ 0.5 กิโลเมตร จากนั้นเดินขึ้นสู่ปากถ้ำประมาณ 1 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 50 – 200 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3468 6024

2 ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล

สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล ติดภูเขาเล็กๆ แต่ละถ้ำมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น ถ้ำบาดาลมีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า ถ้ำพ่อปู่ฤาษี ถ้ำแก้วมรกตมีผนังหินงอกหินย้อยเป็นสีเขียว ถ้ำแก้วสวรรค์บันดาลและถ้ำแก้ว ภายในแต่ละถ้ำมีหินย้อยรูปทรงต่างๆ งดงามมาก เมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนแสงแวววาวคล้ายถูกโรยไว้ด้วยกากเพชร การเข้าไปเที่ยวชมนักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุม เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสมและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางถ้ำมีโขดหินที่สูงชัน บางถ้ำต้องใช้วิธีการคลานและมุดไปตามซอกของช่องหิน และบางถ้ำที่มีระดับน้ำสูงประมาณหัวเข่า หากต้องการชมให้ครบหมดทุกถ้ำ จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป

การเดินทาง
ใช้เส้นทางอำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ กิโลเมตรที่ 16 เลี้ยวขวาบริเวณศาลาพักร้อนริมทาง จากนั้นขับรถไปตามถนนดินอีกประมาณ 800 เมตร เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางอีก 200 เมตร จะถึงบริเวณสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำแก้วสวรรค์บันดาล นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลของถ้ำได้จากพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ ณ บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมนั้น
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น.
อัตราค่าเข้าชม 50 – 150 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)

3 ถ้ำกระแซ

สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ที่อำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองประมาณ 55 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 29–30 ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี–น้ำตก วึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก ภายในถ้ำโปร่งและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยอยู่เบื้องล่าง บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุด เนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขา เบื้องล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย

การเดินทาง
ทางสู่ถ้ำกระแซ จะมีป้ายบอกอยู่หลายแห่งเริ่มจากทางแยกจากทางหลวงหมายเลข 323 หรือถนนแสงชูโต มีทางแยกบริเวณวัดเขาสามชั้น หรืออันที่จริงจะขับตรงไปอีกหน่อยไปเข้าทางแยก ทางหลวงหมายเลข 3343 บริเวณป้อมตำรวจ สภ.อำเภอไทรโยค ซึ่งเลยไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร จะตรงถึงสถานีรถไฟถ้ำกระแซก็ได้ แต่ก็มีค่าเท่ากัน เพราะส่วนใหญ่การมาเที่ยวถ้ำกระแซมักจะต้องมีการเดินชมทางรถไฟสายมรณะแล้วกลับมายังที่จอดรถ ต้องเดินไปแล้วเดินกลับอยู่ดี ทางแยกเข้ามาถึงถ้ำกระแซเป็นทางลาดยางขับสบายตลอดทาง ระยะทางเพียงไม่กี่กิโลเมตร ในที่สุดก็มาถึงสุดทางต้องหาที่จอดรถแล้วเดินกันต่อไปตามทางรถไฟ
เปิดให้เข้าชม 24 ชม.

4 ถ้ำละว้า

สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค ถ้ำละว้า ถ้ำละว้า เป็นถ้ำแรกๆ ของกาญจนบุรีที่ถูกค้นพบ พร้อมกับโครงกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำ จึงสันนิษฐานว่าอาจเคยเป็นที่อาศัย ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ปากทางเข้าถ้ำละว้าค่อนข้างเล็ก แต่ภายในถ้ำกว้างขวางใหญ่โตมาก แบ่งเป็นห้องต่างๆ ซึ่งแต่ละห้องจะมีลักษณะเด่นต่างกัน เช่น "ห้องจระเข้" จะมีหินย้อยขนาดใหญ่คล้ายจระเข้เกาะอยู่บนเพดาน ถัดไปจะเป็น "ห้องดนตรี" ซึ่งจะมีหินก้อนหนึ่งที่เมื่อถูกเคาะจะมีเสียงก้องกังวาลอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ยังมี "ห้องค้างคาว" มีลักษณะเป็นโถง ถ้ำสูงและกว้างมาก เมื่อก่อนจะมีค้างคาวอาศัยอยู่ที่บริเวณนี้เป็นพันๆ ตัว แต่ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่ตามซอกถ้ำอื่นๆ

ห้องสุดท้ายจะอยู่ข้างในสุดของถ้ำ ซึ่งถูกเรียกว่า "ห้องม่านบรรทม" เป็นบริเวณที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามที่ยังมีการเจริญ เติบโตอยู่ มีลักษณะคล้ายม่านห้องนอนขนาดใหญ่ รวมไปถึงของภาพสายน้ำที่กำลังไหลย้อยจากซอกหินลงตรงพื้น ก่อให้เกิดหิน งอกที่มีประกายระยิบระยับราวกับโรยด้วยกากเพชร ขึ้นมาจากพื้นให้เห็นกันตรงหน้า เส้นทางศึกษาธรรมชาติละว้า ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ทางเดินในถ้ำที่นี่ถูกจัดทำไว้อย่างลงตัว รวมถึงการจัดเตรียมแสงไฟเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว

การเดินทาง
ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร ไปตามทางหลวง 323 แล้วเลี้ยวซ้ายระหว่างหลัก กม.ที่ 59 และ 60 ไปที่ท่าเรือปากแซง จากนั้นต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำแควน้อยไปอีกฝั่ง
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 18:00 น.
ฤดูท่องเที่ยว เดือนตุลาคม - มิถุนายน
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3468 6024

5 ถ้ำนกนางแอ่น

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ ถ้ำนกนางแอ่น ถ้ำนกนางแอ่นเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มีลำธารที่เป็นส่วนหนึ่งของห้วยคลองงูไหลผ่าน สายน้ำจะมุดหายลงไปใต้ดินก่อนถึงถ้ำ และโผล่พ้นดินเมื่อถึงประมาณกลางถ้ำ และจะมุดลงใต้ดินอีกครั้งเมื่อถึงช่วงปลายถ้ำสายน้ำมีความยาวตลอดถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตร บางช่วงของเพดานถ้ำถูกน้ำกัดเซาะ และถล่มลงมากองทับถมอยู่ที่พื้นดิน เราเรียกเพดานถ้ำช่วงที่ถล่มลงมานี้ว่า KARST WINDOW (คาร์สวินโดว์) ซึ่งมีถึง 6 แห่งด้วยกันบนเพดานถ้ำจะมีรูขนาดใหญ่อยู่เป็นระยะ ทำให้มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทผ่านตลอดช่วงที่เราเดินสำรวจ ขนาดและความงามของประติมากรรมธรรมชาติภายในถ้ำที่ผ่านกาลเวลามากว่านับล้านปี เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้หมด ไม่ว่าจะเป็นความโอ่โถงของเวิ้งถ้ำ ม่านหินปูนเป็นริ้วลายขนาดใหญ่ หินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ นานา สายน้ำเย็นเยียบดำสนิท

ภายในถ้ำได้รับแสงสว่างจากพระอาทิตย์ตลอดทาง เราจึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฉาย แต่รูปแบบของการท่องเที่ยวก็ยังเป็นแบบการผจญภัยที่สร้างความตื่นเต้นอยู่ ไม่น้อยเช่นกัน เพราะต้องเดินป่าข้ามเขา ลอยตัวฝ่าแก่งเชี่ยวไปตามเชือก ว่ายน้ำ ขึ้นไต่เลาะตามโขดหิน กว่าจะไปถึงคาร์สวินโดว์สุดท้าย ถ้ำเปิดแค่ช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคมเท่านั้น ใช้เวลาในการสำรวจประมาณ 7 ชม.

การเดินทาง
ตั้งอยู่ที่อุทยานฯ ลำคลองงู ใช้เส้นทางหลวง 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร 26 (แยกพุทโธ) เข้าไปผ่านน้ำตกทุ่งนางครวญ เลยไปจนถึงบ้านห้วยเสือ ระหว่างเส้นทางห้วยเสือ บ้านพุเตย ผ่านบ้านเขาพระอินทร์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินอีก 3 กิโลเมตร จะถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าต่อไปอีก 30 นาที
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ
ฤดูท่องเที่ยว เดือนมีนาคม - พฤษภาคม
สอบถามข้อมูล โทร. 08 4913 2381

6 ถ้ำเสาหิน

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ ถ้ำเสาหิน ถ้ำเสาหิน ถือเป็นถ้ำที่สวยบริสุทธิ์ ซึ่งมีการกล่าวขานที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คแล้วว่าเป็นเสาหินในถ้ำที่สูงที่สุดในโลก เสาถ้ำเกิดจากหินงอกและหินย้อยที่ค่อยๆ เพิ่มขนาดจนมาเชื่อมต่อกัน น้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำมีแร่แคลไซด์ หยดลงสู่พื้นถ้ำ เมื่อแห้งจะเหลือแต่ แคลเซียมคาร์บอเนตจับตัวเป็นหินปูน กลายเป็นหินงอกจากพื้นถ้ำ ขณะเดียวกันน้ำบนเพดานถ้ำที่ละลายหินปูนได้ระเหยออกไป เหลือแต่คราบหินปูนเกาะตามเพดานถ้ำแล้วพอกพูนเพิ่มขนาด ย้อยลงมาเป็นหินย้อย นานวันผ่านไปนับพันปี ทั้งหินงอกและหินย้อยเพิ่มขนาดและความยาวขึ้น จนมาบรรจบกันกลายเป็น “เสาหิน” มีความสูงที่สุดในโลกถึง 62.5 เมตร เอาชนะสถิติเดิมของเสาถ้ำที่เมืองจีนซึ่งสูงเพียงแค่ 33 เมตรเท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความน่าทึ่งในการยืนหยัดต่อสู้กับภัยธรรมชาติมาได้ ไม่ว่าจะแผ่นดินไหวหรือน้ำท่วม ผ่านกาลเวลาที่แสนยาวนาน แต่เสาหินแท่งนี้ยังคงยืนตระหง่านมาได้จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ความเป็นที่สุดอีกอย่างคือความยากในการเดินทางเข้าชมเสาหินภาย ในถ้ำเสาหินแห่งนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยและนิยมไพรตัวยงเพราะต้องเดินป่าข้ามเขา 3 ลูก ไต่ลงเขาชันเกือบ 90 องศา ข้ามธารน้ำเชี่ยวหน้าน้ำตก ปีนขึ้นสู่ประตูถ้ำ ลอยคอทวนกระแสน้ำเข้าไปอีก 700 เมตร ภายในถ้ำปราศจากการตกแต่งไฟ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวต่างๆ เพื่ออนุรักษ์ความดิบของพื้นที่เอาไว้

การเดินทาง
ตั้งอยู่ที่อุทยานฯ ลำคลองงู ใช้ทางหลวง 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) เลี้ยวขวาที่หลัก กม. 26 (แยกพุทโธ) เข้าไปผ่านน้ำตกทุ่งนางครวญ เลยไปจนถึงบ้านห้วยเสือ ระหว่างเส้นทางห้วยเสือ บ้านพุเตยจะผ่านบ้านเขาพระอินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินอีก 3 กิโลเมตร จะถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าต่อไปอีก 30 นาที
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ
ฤดูท่องเที่ยว เดือนมีนาคม - พฤษภาคม
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 1200 (ททท) และ 08 4913 2381 (อุทยานแห่งชาติลำคลองงู)

7 ถ้ำธารลอด

สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีสวัสดิ์ ถ้ำธารลอด ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 100 เมตร ก็จะถึงปากทางเข้า “ถ้ำธารลอดน้อย” ซึ่งมีสายน้ำไหลลอดผ่านโถงถ้ำอยู่ตลอดเวลา ภายในถ้ำมีไฟส่องสว่างตามทางเดิน ระหว่างทางจะได้พบกับหินงอกหินย้อยมากมายหลายรูปแบบดูแปลกตา เดินไปสักพักจะได้ยิน เสียงเห่าของสุนัขซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่ามันจะลงมาทำ อะไรในถ้ำลึกขนาดนี้ แต่แท้ที่จริงแล้ว มาทราบภายหลังว่ามันคือเสียงของ "จงโคร่ง" หรือหมาน้ำ ลักษณะคล้ายกับคางคกทั่วๆ ไป ซึ่งหาเจอตัวเป็นๆ ได้ยากมาก เดินมาจนสุดทางจะเห็นผืนป่าสีเขียวชะอุ่ม จากจุดนี้ สามารถเดินต่อไปอีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำธารลอดใหญ่ มีทางเดินให้ศึกษาธรรมชาติตลอดเส้นทาง ทั้งป่าไผ่ ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ซึ่งระหว่างทาง หากมีเวลาสามารถแวะเล่นน้ำที่น้ำตกไตรตรึงษ์ได้

เดินทางมาพักใหญ่ ก็จะถึงน้ำตกถ้ำธารลอดใหญ่ สามารถแวะพักผ่อน ก่อนเดินบุกป่าผ่าดงต่ออีกพอสมควรกว่าจะถึง "ถ้ำธารลอดใหญ่" ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรงกว้าง เกิดจากน้ำกัดเซาะหินปูนสะสมกันเป็นเวลานานติดต่อกันจนเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ คล้ายสะพานโค้ง มีช่องให้แสงแดดลอดส่องเข้ามาภายในถ้ำ จึงไม่แปลกใจที่เห็นพืชพันธุ์มากมายภายในบริเวณโถงถ้ำนอกจากนั้นยังมีการค้น พบเศษ ซากโครงกระดูกมนุษย์โบราณ ถ้วยชามและภาชนะมากมายอีกด้วย

การเดินทาง
จากตัวเมืองไปตามทางหลวง 3199 ระยะทาง 16 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 3086 ประมาณ 68 กิโลเมตร ถึงหนองปรือ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 3480 ประมาณ 22 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานฯ เฉลิมรัตนโกสินทร์
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:00 น.
ฤดูท่องเที่ยว ตลอดทั้งปี
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3454 7020 และ 0 3451 9606

2 ถ้ำน้ำลอดทิพุเชะ

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ ถ้ำน้ำลอดทิพุเชะ ความงดงามตระการตาของประติมากรรมหินงอกหินย้อยที่ซุกซ่อนตัวผ่านกาลเวลา มานานนับพันปี บัดนี้โถงถ้ำลึกเร้นลับแห่งนี้ ได้เปิดตัวต่อโลกภายนอกกับเส้นทางสำรวจที่ไม่ ธรรมดาเลย เพราะแค่เริ่มแรก ก็ต้องโรยตัวผ่านผาน้ำตกสูง 25 เมตร โดยมีเพียงแสงไฟฉายคาดหัวส่องเปิดเส้นทาง ยิ่งช่วงที่ต้องยืนหมิ่นเหม่ตรงสันหินก่อนไต่ลงถ้ำ ท่ามกลางลมเย็นที่พัดมาปะทะ โถงถ้ำใหญ่ซึ่งมีม่านหินย้อย หินปูนฉาบระยิบระยับด้วยแร่แคลไซต์ และทำนับหินปูนที่กั้นน้ำใส ท่ามกลางความเย็นสบายที่แผ่คลุมอยู่ในโลกใต้พิภพแห่งนี้ ความยิ่งใหญ่ของกลุ่มหินย้อยที่ถูกเก็บรักษาผ่านกาลเวลามายาวนาน ความสวยงามของหินงอกหินย้อย ม่านหินปูน หินปูนฉาบ และทำนบหินปูนที่สมบูรณ์ในถ้ำทิพุเชะ

ถ้ำทิพุเชะ ยิ่งเมื่อนึกถึงกาลเวลานับพันปีที่หินเหล่านี้ค่อยๆ ก่อตัวย้อยลงมาทีละนิดทีละน้อย ก็ทำให้เราทึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ บนเพดานของถ้ำที่อยู่สูงลิบขึ้นไปจะมีค้างคาวอาศัยอยู่ ถัดจากโถงถ้ำจากปากทางเข้า จะเป็นอุโมงสายน้ำคดเคี้ยวเย็นฉ่ำระดับความลึกประมาณเอว ยาวเกือบ 100 เมตรที่ให้ได้เดินลัดเลาะผ่านซอกหิน จนไปสุดที่น้ำตกที่สูงประมาณ 15 เมตร ซึ่งให้เราได้โรยตัวท่ามกลางสายน้ำที่หลากไหลกระสาดเซ็นให้เปียกทั้งตัว หลังเดินต่อไม่นานนักโพรงถ้ำกลับค่อยๆ หดเล็กลง บางช่วงเหลือความสูงกับความแคบที่พอให้เราได้มุดๆ คลานๆ เท่านั้น จนถึงทางออก ระหว่างทางมีกลุ่มหินสวยหลายแบบแล้วแต่จินตนาการ ที่สวยงามสุดคงจะเป็นหินลูกท้อยักษ์ที่ส่องประกายระยิบระยับยิ่งกว่าจุดใด ที่ผ่านมา รวมระยะทางถึงปากทางออกประมาณ 1 กิโลเมตร การสำรวจถ้ำต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 ชม. ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 อาทิตย์ และรับไม่เกิน 12 คนต่อรอบ

การเดินทาง
การเดินทางมาถ้ำนี้มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น คือใช้บริการมืออาชีพของทีมงาน Hyper Venture เท่านั้น ซึ่งสามารถติดต่อโดยตรงหรือติดต่อผ่านบ้านห้วยอู่ล่อง รีสอร์ทที่ อำเภอทองผาภูมิ เท่านั้น
ฤดูท่องเที่ยว เดือนตุลาคม - มิถุนายน

9 ถ้ำวังบาดาล

สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค ถ้ำวังบาดาล ลักษณะของถ้ำวังบาดาล เช่น ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ปากทางเข้าเป็นห้องเล็ก ๆ มีหลายห้อง ห้องชั้นล่างมีน้ำไหลผ่านและมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่ด้วย นอกจากนี้แต่ละห้องยังมีความงามของหินงอกหินย้อย เช่น ห้องม่านพระอินทร์ จะมีลักษณะหินย้อยลงมาคล้ายกับม่าน ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ ซึ่งวิจิตรงดงามมาก
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3457 4222 และ 0 3457 4234


1 น้ำตกเอราวัณ

สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีสวัสดิ์ น้ำตกเอราวัณ น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่มีระยะทาง ยาวประมาณ 1,500 เมตร ติดต่อกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้นเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เดิม มีชื่อว่า น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อ ลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกที่เกิดจากยอดเขา ตาม่องล่ายใน เทือกเขาสลอบ สายน้ำจะไหลมาตามชั้นหินเป็นระยะทาง ประมาณ 1,500 เมตร แบ่งออกเป็นชั้นใหญ่ๆได้ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยว ทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ป่าหลายชนิดบนคาคาคบไม้ สายธารน้ำที่ไหลตกลดหลั่นลงมาบนโขดหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เสียงสาดซ่า คลอเคล้า ด้วยเสียงเพรียกของนกป่า ทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่เรียก เอาความมี คุณค่าของป่าเขาลำเนาไพร ซึมซับเข้าสู่อารมณ์ของผู้ใฝ่ความสันโดษ และรักธรรมชาติโดยแท้จริง ในชั้นที่ 7 อัน เป็นชั้นบนสุดของน้ำตกลักษณะของน้ำตกชั้นที่ 7 ลักษณะสายน้ำไหลบ่า มองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 หัว จึงกลาย มาเป็นที่มาของชื่อน้ำตก จนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่า "น้ำตกเอราวัณ"

ทางอุทยานฯได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทางอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการ ศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที คือ เส้นทางสายป่าดิบแล้งม่องไล่ - ระยะทาง 1,010 เมตร ลักษณะเป็นทางเดินเลียบลำห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่าย พักไปบรรจบกับเส้นทาง ใน น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 3 เส้นทางเขาหินล้านปี - ระยะทาง 1,940 เมตร เริ่มจากลานจอดรถไปบรรจบกับเส้นทาง สู่น้ำตก บริเวณสะพานของ น้ำตกเอราวัณชั้นที่ 4

การเดินทาง
  1. โดยรถยนต์ส่วนตัว - ตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ามารถใช้ได้ คือ เริ่มต้นจากจังหวัด กาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัด หมายเลข 3199 ถึง เขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้า ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร เดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณ บ้านวังใหญ่อยู่ห่างจาก น้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อน ท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนน หมายเลข 3199 อีกประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
  2. โดยรถประจำทาง - รถโดยสารธรรมดา/รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุก 15 นาที ตั้งแต่เวลา 04:00 - 20:30 น. ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งกาญจนบุรี หมายเลข 8170 กาญจนบุรี-เอราวัณ ออก ทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:20 น. เพื่อเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จากนั้นนั่งรถสายกาญจนบุรี - เอราวัณ ไปลงหน้าที่ทำการอุทยานแห่ง ชาติเอราวัณ แล้วเดินเข้าไปยังน้ำตกอีก 500 เมตร ค่าโดยสารรถประจำทาง 40 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หรือออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ชั้น 1 ช่อง 21 สายกรุงเทพฯ-ด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่เวลา 05.00 - 19.00 น. โดยแวะจอดที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรีใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนั้นเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกาญจนบุรี-เอราวัณ เพื่อเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:30 - 16:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3457 4222 และ 0 3457 4234

2 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีสวัสดิ์ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีสภาพสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมา จากต้นน้ำของ เทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นแบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆ กันไปแต่ละชั้น ได้แก่
ชั้นที่ 1 - ดงว่าน ชั้นที่ 4 - ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 6 - ดงผีเสื้อ
ชั้นที่ 2 - ม่านขมิ้น ชั้นที่ 5 - ไหลจนหลง ชั้นที่ 7 - ร่มเกล้า
ชั้นที่ 3 - วังหน้าผา    
แต่ละชั้นมีความสูงและความ งดงามต่างกันไป ทาง อุทยานฯได้ทำเส้นทางเดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ

การเดินทาง
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีประมาณ 108 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้ 2 แบบดังนี้
  1. โดยรถยนต์ส่วนตัว - จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กิโลเมตร จะพบสะพาน ลอยข้ามไปทางจังหวัดกาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กิโลเมตร ท่านจะพบสี่แยกให้เลี้ยวขวาแยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยังอำเภอเมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทางอำเภอศรีสวัสดิ์ เส้นทางหลวงหมายเลข 3199 เพื่อมุ่งไปยังอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางก่อนจะเข้าถึงตัวอุทยาน แห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จะผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา (ไม่ต้องเข้าไปใน เขื่อนท่าทุ่งนา)
  2. โดยรถประจำทาง - จากเมืองกายจนบุรีขึ้นรถสองแถวจากบริเวณวัดทุ่งลาดหญ้าในเขตอำเภอเมือง ผ่านบ้านต้นมะพร้าวบ้านน้ำมุดพุดตาเซียนถึงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รถออกเวลาประมาณ 12:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (หมายเหตุ - เวลารถโดยสารอาจเปลี่ยนแปลงได้)
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์
เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:30 - 16:00 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท และเด็ก 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
ฤดูท่องเที่ยว เดือนตุลาคม – เมษายน
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 2027 และ 0 3454 7018

3 น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีมี ชั้นเดียว แต่มีความสวยงามมาก เพราะว่าสายน้ำของน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ลงสู่พื้นล่างแล้ว แตกกระจายออก มากลายเป็นกลุ่มไอน้ำลอยตัวขึ้นมาจากพื้นล่างซึ่งมีความสวยงามมาก ความพิเศษของน้ำตก คือตรงที่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ที่เป็นสีครามปนเขียว และที่สำคัญคือเป็นแอ่งน้ำพื้นทรายที่เหมาะแก่การเล่นน้ำ ไม่น้อย

การเดินทาง
อยู่ในท้องที่หมู่บ้านอีปู่ หมู่ 1 ตำบลบิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น คือน้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่ง หนึ่งของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อยู่ห่างจากอุทยานฯประมาณ 5 กิโลเมตร

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบ สะพานลอย ข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้เลี้ยวขวา (แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยก แก่งเสี้ยนให้ขับ ไปทาง อ. ทองผาภูมิ ซึ่งจะผ่านทั้งไทรโยคน้อย และไทรโยคใหญ่ จะพบสามแยกให้ขับตรงไปเพื่อมุ่งหน้าสู่อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 25 กิโลเมตร เส้นทาง เป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขา ถนนค่อนข้าง แคบโค้งเยอะ ก็จะถึงที่ทำการี่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขับไป 2.5 กิโลเมตร ทางขวามือ มีทางแยกไปน้ำตกจ๊อกกระดิ่น หลังจากถึงจุดจอดรถก็เดินทางไปยังตัวน้ำตกอีก 600 เมตร
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 2114

4 น้ำตกเกริงกระเวีย

สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี น้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกเกริงกระเวีย เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงประมาณ 5 เมตร กระแสน้ำไหลลดหลั่นกันตามหินปูนเป็นชั้นๆผ่านแนวต้นไม้อันร่มรื่นที่ปกคลุม อยู่อย่างหนาแน่น มีความสวยงามตามธรรมชาติ เหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน บริเวณใกล้น้ำตกจะมีร้านขายอาหารอยู่ 2-3 ร้านและมีลานจอดรถ ศาลาพัก สำหรับแวะรับประทานอาหารได้ การเดินทางท่องเที่ยวเหมาะสมทุกฤดูกาล
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม อำเภอทองผาภูมิ
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 2099

5 น้ำตกผาสวรรค์

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ น้ำตกผาสวรรค์ ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สวยงาม มีความสูงประมาณ 80 เมตร ไหลลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม - มกราคม น้ำตกอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 155 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางกาญจนบุรี - ทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ 108 เข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกดินลูกรังอีก 13 กิโลเมตร

การเดินทาง
  1. เส้นทางที่ 1 - อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 155 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวง หมายเลข 323 กาญจนบุรี – ทองผาภูมิ เลี้ยวขวาเข้าปากทางหมู่บ้านสหกรณ์นิคม บริเวณกิโลเมตรที่ 110 ผ่านบ้านสหกรณ์ นิคมเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตรตามถนนลาดยาง ก็จะเจอแยกขวามือ เป็นถนนลูกรัง พร้อมป้ายบอกทางเข้าน้ำตกผาสวรรค์ และเลี้ยวขวาบริเวณทางแยกดินลูกรังอีก 13 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางเชื่อมต่อจากน้ำตกผาตาดแล้วเดินเท้าต่ออีก 40 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก การเดินทางต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและใช้เฉพาะรถโฟร์วีลไดรฟเท่านั้น
  2. เส้นทางที่ 2 - ใช้เส้นทางจากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ผ่านเหมืองเนินสวรรค์ หมู่บ้านสะพาน ลาวระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ถึงทางแยกบริเวณโครงการปลูกป่เลี้ยวซ้ายอีก 13 กิโลเมตร ถึงที่จอดรถเดินเท้าต่ออีก 40 นาที ก็จะถึงถ้าเดินทางในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 2027 และ 0 3454 7018

6 น้ำตกผาตาด

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ น้ำตกผาตาด น้ำตกผาตาด เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งในเขตอำเภอทองผาภูมิ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ จากที่จอดรถเดินเข้าไปเพียง 350 เมตร ก็จะได้พบความงามของน้ำตกทั้ง 3 ชั้น ชั้นแรกเดินเข้าไปประมาณ 50 เมตร ทางเข้าบริเวณริมทางหลวงหมายเลข 323 บริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นของพันธุ์ไม้นานาชนิด มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่น

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา (แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อ.ทองผาภูมิ ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 103 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 132 กิโลเมตร .ให้ท่านเลี้ยวขวาขับตรงไปประมาณ 9.2 กิโลเมตร ก็จะพบทางเข้าน้ำตกผาตาด
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3453 2027 และ 0 3454 7018

7 น้ำตกไทรโยคน้อย

สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค น้ำตกไทรโยคน้อย น้ำตกไทรโยคน้อย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบนหน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมา จนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจาก ภูเขาแล้วไหลมาตามลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง ภายใต้ร่มเงาของพันธุ์ไม้นานาชนิด ในลำธารมีต้นกกขึ้นอยู่กระจัดกระจาย นับเป็นบรรยากาศที่ชวนให้ไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง

การเดินทาง
จากตัวเมืองกาญจนบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ไทรโรค-ทองผาภูมิ) บริเวณกิโลเมตรที่ 46 ด้านขวามือคือน้ำตกไทรโยคน้อย เลยไปตามเส้นทางสู่อำเภอทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ 82 มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยคและน้ำตกไทยโยคใหญ่ ทางจากตัวเมืองกาญจนบุรี 65 กิโลเมตร จากลานจอดรถมีทางเดินเลียบน้ำตกขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 7
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3468 6024

8 น้ำตกไทรโยคใหญ่

สถานที่ตั้ง : อำเภอไทรโยค น้ำตกไทรโยคใหญ่ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย แยกเป็น 2 แพร่ง ส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือ เรียกว่า น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 8 เมตร น้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นน้ำตกที่น่าท่องเที่ยวมาก โดยนักท่องเที่ยวทุกท่านจะต้องเดินข้ามสะพานแขวนไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อชมสาย น้ำตกที่ไหลลงมาอย่างสวยงามยิ่งนัก
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3468 6024

9 น้ำตกตะเคียนทอง

สถานที่ตั้ง : อำเภอสังขละบุรี Takian Thong Waterfall น้ำตกตะเคียนทอง เป็นน้ำตกที่ขึ้นอยู่กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งกั้นแนวเขตชายแดนไทย-พม่า ในเขตอำเภอสังขละบุรี ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่าไหลเลาะเรื่อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดนสู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลีย จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เส้นทางเดินสู่ตัวน้ำตกชั้นแรกใช้เวลาประมาณ 30 นาที เป็นทางราบปกคลุมด้วยดงไผ่ หวาย เฟิร์น และไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์ บางช่วงลัดเลาะลำธารน้ำ บางช่วงจะเห็นสายน้ำไหลมาจากหลายทิศทางกระจายออกไปเป็นแอ่งน้ำหรือลานกว้าง ซึ่งน้ำตกในแต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตากันออกไป

การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปด่านเจดีย์สามองค์ ไปตามเส้นทางสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ ประมาณกิโลเมตรที่ 12–13 จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ด้านขวา เลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนหิน ลูกรังอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 30 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก

10 น้ำตกทุ่งนางครวญ

สถานที่ตั้ง : อำเภอทองผาภูมิ Thung Nang Kruan Waterfall ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 7 ชั้น ร่มรื่นสวยงามมาก สภาพน้ำตกยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเป็นหินปูน แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า 35 เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี

การเดินทาง
ใช้เส้นทาง 323 ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละ เลี้ยวขวาบริเวณหลักกม.ที่ 26 (โดยสังเกตจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก 15 กม. สภาพถนนเป็นทางราดยางสลับกับทาง ลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก 3 กม. สภาพถนนเป็นถนนดิน ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกะบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 30 นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 หากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวก สามารถติดต่อกับชาวบ้านเพื่อว่าจ้างหาผู้นำทางไปยังน้ำตกได้
ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ
สอบถามข้อมูล โทร. 08 6175 4786