บริการรับจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในกระบี่,เกาะพีพี ,เกาะลันตา และหมู่เกาะใกล้เคียง ด้วยราคาสุดพิเศษ พร้อมข้อมูลการท่องเที่ยว

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดกระบี่

เขาขนาบน้ำ
เป็นภูเขา 2 ลูก ความสูงประมาณ 100 เมตร ที่ขนาบแม่น้ำกระบี่ ซึ่งโด่ดเด่นและถือว่าเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองกระบี่เลยที่เดียว การเดินทางไปเที่ยวชมนั้นสามารถทำได้โดยการเช่าเรือหางยาวจากท่าเรือเจ้าฟ้าและใช้เวลาเดินทางแค่ 15 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อยได้ เป็นถ้ำที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมาก ซึ่งสันนิษฐานว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนดั่งเดิมและตั้งถิ่นฐานที่เขาขนาบน้ำแห่งนี้ แต่ได้ล้มตายลงเนื่องจากเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลันจนไม่มีใครหลงเหลืออาศัยอยู่ที่นี่อีกแล้ว ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำเสือในตำบลกระบี่น้อย ห่างจากตัวเมืองกระบี่เป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าวัดถ้ำเสือเพราะสันนิษฐานว่าเมื่อก่อนมีเสืออาศัยอยู่ และเนินเขาของภูเขาอ่าวลูกธนู เรียกว่า เขาแก้ว ภายในถ้ำแห่งนี้ยังปรากฏหินธรรมชาติ เป็นรูปแบบของอุ้งเท้าเสือ ภายนอกถ้ำรายล้อมไปด้วยป่าและต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติที่มีอายุเป็นร้อยๆปี ที่เติบโตภายในพื้นที่แนวเขาคีรีวงศ์ที่รายล้อมพระอารามแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่เป็นที่รู้จักอื่นๆอีกเช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ ซึ่งนอกเหนือจากพระอารามแล้ว พื้นที่นี้มีลักษณะที่น่าสนใจอื่นๆอีกโดยเฉพาะในมุมมองของนักโบราณคดี และถ้ำบางแห่งที่นี้ยังตั้งอยู่ใกล้บริเวณวัด จึงสามารถใช้เป็นศูนย์กลางการนั่งฌานของพระภิกษุและเหล่าอุบาสก อุบาสิกาได้อีกด้วย หาดนพรัตน์ธารา หาดนพรัตน์ธาราวตั้งอยู่โดยครอบคลุมเนื้อที่ติดตำบลหนองทะเล ตำบลไสไท ตำบลอ่างนาง และตำบลปากน้ำ ซึ่งมีสถานที่มากมายที่น่าสนใจ ได้แก่ หาดนพรัตน์ธารามีความยาวหาดประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งชาวบ้านจะเรียกที่นี่อีกชื่อหนึ่งว่าหาดคลองแห้ง เพราะเวลาที่น้ำลง น้ำจะแห้งหายไปหมด ทำให้ชายหาดแห่งนี้ไม่มีชายฝั่งมีแต่พื้นดินที่แห้งและเหยียดยาวไปกลางทะเล ทำให้เราสามารถเดินไปยังเกาะเขาปากคลองซึ่งอยู่กลางทะเลได้ และในบริเวณใกล้เคียงชายหาดนั้นมีสถานที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอยู่มากมาย โรงแรมใกล้ หาดนพรัตน์ธารา  เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ที่ตำบลไสไท ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามไปด้วยหินงอกหินย้อย โดยเมื่อ พศ. 1909 รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประภาสที่ถ้ำและทรงสลักพระปรมภิไทไว้บนหิน นับจากนั้นมาประชาชนในท่องถิ่นก็เลยเรียกถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำเสด็จ” ซึ่งมีความหมายว่า กษัตริย์เคยเดินทางมาเยื่อน ตั้งอยู่ที่บริเวณชายหาดบ้านแหลมโพธิ์ ซึ่งเคยเป็นพรุน้ำจืดขนาดใหญ่มาก่อนและซากหอยดึงดำบรรพ์ที่พบส่วนใหญ่จะเป็นซากหอยน้ำจืดชนิดต่างๆ โดยเฉพาะหอยขมจะพบมากที่สุด โดยซากหอยเหล่านี้จะเกิดจากการทับถมกันโดยมีเป็นเวลาประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว การทับถมกันของซากหอยเหล่านี้ก่อให้เกิดเป็นหินแข็งทับถมอยู่กับชั้นหินลิกไนท์และหินดินดาน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่และเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของบ้านแหลมโพธิ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีน้ำพุน้อยใหญ่ตามธรรมชาติทั้งหมด 8 สระ ซึ่งความใสของน้ำพุที่นี่ได้ชื่อว่าใสเหมือนคริสตอลเลยที่เดิม สระแก้วอยู่ในเขตสวนป่าตำบลเขาทอง บนถนนสายกระบี่ในสระ และน้ำพุอื่นๆ ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆดังนี้ น้ำลอด เชิงเขา จระเข้ขาว น้ำทิพย์ น้ำคราม มรกต หุ้นแก้งและสระน้อย อ่าวนางและหาดไร่เลย์เป็นหาดที่มีความสวยงามและขณะเวลาเดียวกันก็จะดูแปลกตามากเนื่องจากมีภูเขาที่เป็นหินปูนเรียงรายอยู่มากมาย เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ ไร่เลย์ ถ้ำพระนางและน้ำเมา ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีถนนที่จะเดินทางไปถึง แต่อย่างไรก็ดีหากคุณต้องจะเดินทางไปที่นี่จะมีเรือคอยให้บริการรับส่งทุกวันที่อ่าวนาง และนอกจากนี้ยังมีเกาะอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะปอดะ ทุกๆที่มีหาดทรายที่ขาวสะอาด น้ำทะเลใสๆ และมีฝูงปลาสีสรรสวยงามมากมาย จึงไม่แปลกเลยที่ที่นี่จะมีโรงเรียนสอนดำมากมาย รวมทั้งว่ายน้ำและดำน้ำดูปะการัง

หมายเหตุ:
- หาดไร่เลย์ตอนนี้ได้พัฒนาไปมาก กลายเป็นหาดที่มี รีสอร์ท และ โรงแรม จำนวนมาก รวมไปทั้งบาร์และร้านอาหารก็มีจำนวนมากไม่แพ้กัน
- หาดไร่เลย์ไม่มีท่าเรือ ดังนั้นเวลาที่น้ำลงคุณสามารถเดินผ่านน้ำไปยัง ที่พักของคุณได้
น้ำตกแห่งนี้มีระดับน้ำตกถึง 11 ชั้น และต้นกำเนิดมาจากภูเขาเขาพนมในตำบลทับปริก บนถนนสายศรีตรังประชาอุทิศ ซึ่งน้ำตกแต่ละชั้นนั้นก็จะมีสระน้ำตามธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างสวยงามและน้ำที่ใสสะอาดทุกชั้น ความกว้างของแต่ละสระประมาณ 4 ถึง 5 เมตร โดยสระเหล่านั้นมีชื่อเรียกต่างๆกันไปเช่นที่รู้จักกันดี คือ วังเทวดา วังศกและวังจาน เดิมหมู่เกาะแห่งนี้มาจากภาษามาเล ชื่อว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ และคำว่า “ปิอาปิ” แปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ซึ่งต่อมามีชาวมุสลิมและผู้คนจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอยู่ จึงเรียกชื่อเกาะนี้สั้นๆว่า “ปีปี” และภายหลังกลายเสียงมาเป็น “พีพี” ซึ่งหมู่เกาะพี่พีประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะด้วยกัน คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน โดยพื้นที่ทั้งหมดของเกาะพีพีประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร และถูกรวมเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1983 (ดูรายละเอียด)

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี
เดิมชื่อ “ธารอโศก” ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 37.5 ไร่ ในตำบลอ่าวลึกใต้ ซึ่งห่างจากตลาดตรงสีแยกของตำบลอ่าวลึกเหนือบนถนนสายอ่าวลึกศักดิ์ประมาณ 1 กิโลเมตร ในอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นป่าดงดิบอยู่ในระหว่างหุบเขา รอบๆสระจะแวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ทำให้ที่นี่ดูร่มรื่นและสวยงามตามธรรมชาติจึงได้ชื่อว่า “สระโบกขรณี” โดยธารน้ำนี้จะไหลลอดใต้ภูเขาลงสู่ทะเลอันดามัน ที่ตำบลแหลมสัก และตอนหนือสุดของสระโบกขรณีจะมีพระพุทธบาทจำลองที่แกะสลักจากไม้ประดิษฐานอยู่ใกล้ๆกับศาลาบูชาเจ้าพ่อโต๊ะยวน โต๊ะช่อง เป็นถ้ำขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับถ้ำอื่นๆหลายๆถ้ำ ซึ่งถ้ำผีหัวโต หรือถ้ำหัวกะโหลกถูกล้อมรอบด้วยบึ่งและป่าโกงกาง ซึ่งเดิมภายในถ้ำเคยพบหัวกะโหลกมนุษย์ซึ่งมีขนาดและโตกว่าปกติจึงมีเรียกชื่อถ้ำนี้ว่า "ถ้ำผีหัวโต" นอกจากนี้ตามฝาฝนังภายในถ้ำยังพบกับภาพเขียนสีก่อนสมัยประวัติศาสตร์จำนวนมาก ทั้งรูปคน รูปสัตว์ และรูปอวัยวะต่างๆ บนพื้นถ้ำมีเปลือกหอยทับถมกันอยู่จำนวนมาก สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมถ้ำผีหัวโตได้โดยเช่าเรือได้จากบริเวณท่าเรือบ่อท่อ ห่างจากที่ว่าการอำเภออ่าวลึกประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ 3 องค์ รอบฐานมีพระพุทธองค์เล็กแกะสลักด้วยไม้ตั้งอยู่โดยรอบ มีเรื่องเล่ากันว่าพระพุทธรูปเหล่านี้สร้างพร้อมกับพระบรมธาตุเมืองนครฯ แต่เนื่องจากการสร้างองค์พระบรมธาตุเสร็จสิ้นแล้ว จึงนำทรัพย์สินเงินทองของผู้ศัทธามาร่วมสร้างพระพุทธรูป 3 องค์นี้ขึ้นแทนและได้ฝังทรัพย์สินเงินทองลงไปด้วย อยู่ห่างจากสี่แยกตลาดอ่าวลึกเหนือ 3 กิโลเมตร ด้านหน้าถ้ำมีพระพุทธรูปปูนประดิษฐานอยู่และที่ผนังถ้ำจะมีหินสะท้อนแสงส่องประกายระยิบระยับสวยงามราวกับเพชรอยู่ตามผนังถ้ำ ถ้ำนี้จึงถูกเรียกว่า "ถ้ำเพชร" หากต้องการจะไปเยี่ยมชมก็ควรจะติดต่อคนนำทางจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีได้และควรจะนำไฟฉายติดตัวไปด้วย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภออ่าวลึกไปตามถนนอ่าวลึก แหลมสัก ประมาณ 2 กิโลเมตร ใกล้กับทางน้ำไหลของคลองท่าปรัง ซึ่งถ้ำลอดเหนือเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ มีแนวอุโมงค์ที่คดเคี้ยว ส่วนถ้ำลอดใต้เป็นภูเขาหินปูน มีธารน้ำไหลผ่านอุโมงค์ที่แคบและปากถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ซึ่งถ้ำลอดใต้จะยาวกว่าถ้ำลอดเหนือลักษณะคล้ายๆกับอ่าวพังงา และเรือสามารถแล่นผ่านได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น หากต้องการเดินทางไปเที่ยวสามารถเช่าเรือหางยาวได้ที่ท่าบ่อท่อ แล้วล่องเรือตามลำคลองท่าปรัง ผ่านป่าชายเลนไปประมาณ 10 นาที ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแหลมสัก ในอ่าวที่สวยงามแวดล้อมด้วยธรรมชาติของเกาะหินปูน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และภาพเขียนฝาฝนั่งสมัยก่อนประวัติศาสตร์ทั้งรูปคน รูปสัตว์ และรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ โดยสันนิษฐานกันว่าภาพเขียนเหล่านี้น่าจะเกิดหลังภาพเขียนที่ถ้ำผีหัวโต หากต้องการไปเยี่ยมชมก็สามารถใช้โดยสารเรือบริเวณสะพานปลาที่แหลมสัก โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ถึง 15 นาที ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของถ้ำผีหัวโต ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับหู และกำไลมือสำริดจำนวนหนึ่ง ตั้งอยู่โดยห่างจากถ้ำผีหัวโตเพียง 100 เมตรเท่านั้น ถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบโดยชาวบ้านแถบนั้นชื่อ นายบุญมาก ซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่และภายในเป็นถ้ำมืดมาก มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และบริเวณด้านหน้าของถ้ำมีการขุดพบเศษภาชนะดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก มีทั้งลายทับเชือกซึ่งลักษณะหนาและเนื้อหยาบกว่าที่เคยพบในที่อื่น ๆ ตั้งอยู่ในบ้านนบ ตำบลคลองหิน ซึ่งถ้ำนี้มีลักษณะเป็นชั้นซ้อนกันอยู่ถึง 3 ชั้น และแต่ละชั้นจะมีหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายองค์พระและคล้ายนาคก็มี ซึ่งสันนิษฐานกันว่าถ้ำแห่งนี้จะเป็นที่พักอาศัยของเจ้าพ่อโต๊ะหลวง จึงตั้งชื่อว่า “ถ้ำโต๊ะหลวง” เป็นถ้ำที่อยู่ห่างจากถ้ำหัวกะโหลกในบ้านบ่อท่อแค่ 2 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่เป็นธรรมชาติและเงียบสงบอย่างมาก ส่วนภายในถ้ำก็สวยงามและมีการขุดพบภาชนะเครื่องเผาปั้นดินเผาอีกด้วย เป็นสำนักสงฆ์เทพนิมิตร อุโมงด้านหน้าของถ้ำจะต่ำและมีน้ำทะเลไหลผ่านเข้ามา ตามฝาฝนังถ้ำจะเต็มไปด้วยเปลือกหอยจำนวนมากที่ทับถมกันอยู่อย่างหนาแน่น และถัดขึ้นไปอีกประมาณ 50 เมตรก็จะมีถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่คล้ายหลอดแก้วสวยงามและแปลกตากว่าถ้ำอื่นๆ และจะยิ่งสวยงามเมื่อมีแสงแดดส่องมากระทบ ทำให้เกิดแสงระยิบระยับ มีลักษณะคล้ายกับอ่าวมาหยาที่เกาะพีพี และสามารถนั่งเรือหางยาวลอดภายในถ้ำไปยังอีกด้านหนึ่งได้ โดยใช้เวลาแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้น อยู่ทิศตะวันออกของปลายแหลมสัก ซึ่งได้ค้นพบภาพเขียนสีทั้งรูปคนและสัตว์ในบริเวณหน้าผาของอ่าวหินใบ ตรงกลางของเกาะจะมีภูเขาสูงประมาณ 45 เมตรและมีช่องทะลุกว้าง 30 เมตร ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ เกาะทะลุ” และบนเกาะแห่งนี้ยังเป็นที่ทำรังของนกนางแอ่นจำนวนมาก และปริมาณนกนางแอ่นเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันอีกด้วย เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงาม หาดมีความยาวประมาณ 25 เมตร และตัวถ้ำสามารถเดินลอดผ่านได้ ซึ่งกว้างประมาณ 70 เมตร สูง 20 เมตร หมู่เกาะห้อง เกาะห้องหรือเกาะเหลาปิเละจะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเกาะต่างๆที่ถูกแบ่งออกเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมากมายในหมู่เกาะห้อง ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของเกาะเป็นรูปทรงกลายครึ่งวงกลม ตรงอ่าวของเกาะมีทั้งปะการังน้ำตื้นและปะการังน้ำลึก ซึ่งเหมาะที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักกิจกรรมตกปลาและการดำน้ำดูปะการัง และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่นๆที่รู้จักกันดีได้แก่ เกาะเหลาหรือเกาะซากา เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ และเกาะเหลาลาดิง หากต้องการจะไปหมู่เกาะเหล่านี้สามารถเช่าเรือได้ที่อ่าวนาง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง