บริการรับจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในภูเก็ต, หาดป่าตอง, หาดกะรน, หาดกมลา และหาดอื่นๆ ด้วยราคาสุดพิเศษ ถูกสุดๆ พร้อมข้อมูลการท่องเที่ยว

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร

โครงการคืนชะนีสูป่า (GRP) เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย นายนพดล พฤกษะวัน หัวหน้ากรมป่าไม้จังหวัดภูเก็ตในช่วงเวลานั้น นายถาวร ศรีอุ่น หัวหน้าสาขาบางแป องค์การกองทุนสัตว์ป่าแห่งเอเชีย และนายเทอร์แรนซ์ ดิลลอน มอร์ริน นักสัตววิทยาอเมริกัน จนมาในช่วงปี พ.ศ. 2537 มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย ได้ทำการสนุบสนุนโครงการนี้อย่างเป็นทางการ 1. การนำสัตว์เหล่านี้มาฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อให้โอกาสสัตว์เหล่านี้กลับคืนสู่ธรรมชาติ : GRP ได้ทำการทดสอบและเรียนรู้มานานกว่า 10 ปี และทุกการเรียนรู้ของการวิจัยนั้น ยังดูค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ ทั้งด้านการอนุรักษ์และการเคลื่อนย้ายพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับสัตว์ป่า

2.ความต้องการในการเลี้ยงชะนีอย่างผิดกฏหมายไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือ นำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ต้องผ่านการศึกษามาก่อน ซึ่งสามารถเข้าชมได้ที่ศูนย์อนุรักษ์ ซึ่งเป็นการระดมทุน เพื่อสร้างความตระหนักให้เห็นในความเป็นอยู่ของชะนีและชะนีในรุ่นทารก

เก็บรวบรวมข้อมูลและติดตามความเป็นอยู่ของชะนีในป่า นายเทอร์แรนซ์ ดิลลอน มอร์ริน นักสัตววิทยาอเมริกัน
เก็บรวบรวมข้อมูลและติดตามความเป็นอยู่ของชะนีในป่า นายเทอร์แรนซ์ ดิลลอน มอร์ริน นักสัตววิทยาอเมริกัน
3. การตั้งถิ่นฐานในป่าฝนล่าสุดในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) ชะนีได้ถูกการล่าและสูญพันธุ์ในภูเก็ตไปนานกว่า 25 ปี โครงการ GRP จัดตังขึ้นเพื่อหวังว่าจะให้การอยู่อาศัยของชะนีนั้นกลับมาสู่สภาพเดิม ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ถูกคุมขังไว้ หลังจากนั้นโครงการนี้ได้ถูกรื้อฟื้นและเริ่มทำโครงการกันอย่างต่อเนื่อง ช่วงปีแรกใน พ.ศ. 2535, 2536 และ 2537 ตามลำดับ

4. เพื่อสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม GRP ยังมีทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากมาย การอบรมและสอนการศึกษาให้กับชาวบ้านและเด็กนั้น จะทำให้ได้มองเห็นความสำคัญของป่าไม้และสัตว์ป่า

5. เปิดอาสาสมัครสำหรับการศึกษาชะนีขาว อาสาสมัครซึ่งมาจากทั่วโลก เพื่อมาทำการศึกษาชะนีขาว ชะนีที่จะได้รับอนุญาติจากโครงการนั้น มีหลายรูปแบบของการวิจัย อย่างเช่น พฤติกรรมการถูกจับของชะนีและการวิจัยโรคที่เกิดขึ้นกับชะนี

หนังสือสนับสนุนโครงการ GRP
สภาท้องถิ่นได้ทำการสนับสนุนโครงการและงานวิจัยที่เราทำอยู่ พวกเขาจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของวารสารการท่องเที่ยว เพื่อทำการส่งไปยังแขกผู้มาเยือน หรือบริษัทฟิล์ม ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ นอกจากการตั้งโครงการศูนย์อนุรักษ์ การศึกษาวิจัยและการระดมทุน พวกเราจะนำสัตว์เหล่านี้มาฟื้นฟูสภาพกลับคืนสู่ธรรมชาติเช่นเดิม นับว่าเป็นความสำคัญหลักอย่างหนึ่งในการปลดปล่อยชีวิตสัตว์อย่างอิสระ เพื่อคืนเข้าสู่ ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

WAR เป็นมูลนิธิที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่ ในภายใต้กฏหมายของไทย -ใบอุนญาตเลขที่ GT20
The vice governor of Phuket
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร
เริ่มเข้าถึงโครงการช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544 และเห็นรุ่นแรกของชะนีในเขาพระแทว
1.สัตว์ป่าได้รับความคุ้มครองในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี พ.ศ. 2535 ซึ่งเมื่อก่อนการถือสิทธิ์ครอบครองหรือเป็นเจ้าของชะนีนั้น ถือเป็นเรื่องผิดกฏหมาย แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2535 แล้ว ยกเว้นถ้าเป็นชะนีพันธุ์ผสมจากการถูกกักขัง โดยผู้มีสิทธิ์ครอบครองจะต้องมีใบรับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ใดที่ทำการละเมิดต้องโดนระวางโทษไม่เกิน 4 ปี หรือ โดนปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งสองอย่าง จนในช่วงปี พ.ศ. 2535 ผู้มีสิทธิ์ครอบครองได้เกรงกลัวต่อกฏหมายนี้ จึงได้ทำการคืนชะนีไปยังกรมป่าไม้ และในเวลาต่อมา โครงการดังกล่าวได้ถูกจัดตั้งขึ้น โดย นายนพดล พฤกษะวัน หัวหน้ากรมป่าไม้จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ทำการสนับสนุนศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนีขึ้นมา แต่เหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการมากนัก หลังจากที่กฏหมายมีการจัดตั้งขึ้น

2. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ตั้งอยู่ในอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าหลากหลายชนิดรวมทั้งชะนี ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ชะนีได้สูญพันธุ์เยอะมากและกลายเป็นป่าที่เงียบสงบไป หลังจากนั้นก็ได้มีการตั้งโครงการฟื้นฟูชะนีขึ้นมาใหม่ ดังนั้นงานของเรานั้น จึงต้องการให้ชะนีกลับคืนสู่สภาพธรรมชาติดังเดิม เพราะชะนีมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของป่าฝน รวมทั้งพืชพรรณที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณป่า

เขาพระแทว เป็นพื้นที่ค่อนข้างเล็ก (2,333 ไร่) และล้อมรอบไปด้วยถนน หมู่บ้านและพื้นที่ไร่ ซึ่งจะมีสัตว์น้อยชนิดที่จะอาศัยอยู่บนคาบสมุทร จึงทำให้สังเกตุได้ยาก ในผืนป่าอันหนาแน่น จะทำให้เกิดพฤติกรรมทางธรรมชาติมากมาย ความกลัวของสัตว์เหล่านั้น จะทำให้การเรียนรู้ของพวกมันมีมากขึ้นในการหลบหลีกจากการถูกล่า การเดินตามรอยสัตว์นั้น เรามักจะได้ยินเสียงจากสัตว์หลายชนิดที่อยู่ตามแหล่งป่า และโอกาสน้อยที่เราจะมองเห็นตัวมันด้วยเช่นกัน บางทีก็ทำให้เกิดความท้อแท้ที่จะเลิกสนใจสัตว์เหล่านี้ แต่กระนั้นเราก็ต้องระมัดระวังจากการเป็นผู้ถูกล่าจากสัตว์ที่ดุร้ายภายในป่าเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องถูกให้มีการควบคุมอยู่เพื่อการดำรงชีวิตไว้ต่อไป แต่ในกรณีใดๆก็ตามที่ดูเป็นอุปสรรคจะเป็นแหล่งพืชพันธุ์ที่อยู่กันอย่างหนาแน่น และความหลากหลายซับซ้อนที่มีอยู่มากมายเกี่ยวกับระบบนิเวศน์ในป่าเขาแห่งนี้

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว
ต้นปาล์มที่ถูกคุกคามโดย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ป่าที่ล้อมรอบไปด้วยหมู่บ้าน ถนน และพื้นที่ไร่

- เขาพระแทว:

ภูเก็ตในปัจจุบัน ที่เป็นทั้งเกาะและจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย มีศูนย์อำนวยการบริหาร เป็นจังหวัดที่เปรียบเสมือนตู้กระจกแสดงสินค้าในอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูเก็ต ได้ถูกการปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นที่รู้จักกันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เป็นเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ และแหล่งธรรมชาติที่เต็มไปด้วยป่าที่หนาแน่นในเขตร้อน พร้อมกับการพัฒนาชนบทให้ดูร่มรื่นและเขียวขจี แต่ปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งเคยถูกทำลายลงจนกลายเป็นเหมืองเก่า ถูกบันทึกไว้และปรากฏเป็นหลักฐานมายาวนานจากยุคแรกๆ พร้อมร่องรอยการค้นพบที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทางด้านเกี่ยวกับตรรกวิทยา เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มีการขยายขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้น การสำรองพื้นที่ในเขาพระแทว จะเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นประโยชน์ สำหรับสถานที่พักผ่อนและศูนย์บริการการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในภายภาคหน้า เขาพระแทว อยู่ในบริเวณที่ปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์ดั้งเดิม อยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอถลาง กรมป่าไม้ได้ประกาศเขาพระแทวให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2523 นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2520 พบว่าป่าสงวนแห่งชาติ เขาพระแทวมีพื้นที่ครอบคลุมอุดมสมบูรณ์ไป ด้วยพรรณไม้และ สัตว์ป่านานาชนิด และได้ค้นพบปาล์มพันธุ์ใหม่ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต จัดเป็นพันธุ์ไม้เดียว ของประเทศไทย และของโลก โดยตามชื่อเรียกจากพฤกษศาสตร์ เรียกว่า Kerriodoxa elegans ชื่อเรียกสามัญว่า ปาล์มหลังขาว, ทังหลังขาว หรือ ปาล์มเจ้าเมืองถลาง

นับว่าโชคดีที่ภูเก็ต ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงสภาพป่าของในเขตภาคใต้ ของประเทศไทยอยู่ไกลเกินความเป็นจริงมากนัก เพราะสภาพแวดล้อมแลดูร่มรื่นและพืชพันธุ์ที่อยู่เรียงกันอย่างหนาแน่น และเป็นที่รู้จักกันดีว่า ป่าที่หนาแน่นต้องอยู่ในเขตร้อน การสังเกตซึ่งพบว่าความหนาแน่นของป่า จะอยู่ในบริเวณพื้นที่ภูเขา แต่กระนั้นการกระจายน้ำก็เพียงพอทั้งในฤดูแล้งและการระบายน้ำให้ในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันผลกระทบต่อการพังทลายของหน้าดิน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเกษตรและการตั้งถิ่นฐาน ภายใต้สภาพภูมิอากาศนี้ การตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ที่สูง จะมีโอกาสในการรักษาพื้นที่ภูเขาลาดชันไว้คงเดิมได้ แหล่งต้นน้ำจากธรรมชาติในระยะสั้นก็ยังไม่เหมาะสมสำหรับการใช้ประโยชน์มากนัก ทั้งเกาะนี้ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขในเรื่องการปลูกต้นไม้ที่อย่างน้อยต้องพื้นที่ลาดต่ำและความชันน้อย จึงไม่สามารถที่จะตรวจสอบสำหรับการสร้างพื้นที่สำรองของเขาพระแทวได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่สำคัญนอกเหนือกว่านั้น คือการพัฒนาที่มากขึ้นในช่วงปัจจุบัน เพื่อให้สมดุลตามทางความคิด

- สถานการณ์และรายละเอียด
ขอบคุณสำหรับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่ได้ทำให้เกิดความสมดุลทางชีวภาพที่หลากหลายขึ้นมา เขาพระแทวตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เขตร้อน มีพืชขึ้นหนาแน่น ซึ่งจะพบอยู่ทางใต้ของประเทศไทย อย่างไรก็ตามพืชส่วนใหญ่ได้ถูกจำกัดขอบเขตให้คงอยู่มากมาย ถ้าไม่ถูกการทำลายหรือรบกวนจากมนุษย์เสียก่อน บางพื้นที่ถูกแทนที่ด้วยพืชเขตร้อนในหลายทวีป มีดินที่เป็นลักษณะสีน้ำตาลเหลือง หรือ เกิดจากการย่อยสลายของหินแกรนิต เป็นบริเวณที่มีการกระจายน้ำฝนอย่างพอเพียง นอกจากนี้ยังจะช่วยให้การเพิ่มพื้นที่เพื่อเป็นสิ่งเริ่มต้นสำหรับในการข้ามไปยังคาบสมุทรต่างๆ เป็นบริเวณป่าฝนที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มและพืชผักตลอดปี หากแต่ต้นไม้จะมีการผลัดใบทุกช่วงสองสามวัน ขึ้นอยู่กับชนิดของใบพืชนั้น ในความเป็นจริงแล้วป่าแห่งนี้ มีกิจกรรมทางชีววิทยาตลอดเวลา เราสามารถมองเห็นการความสมดุลระหว่างการสลัดใบในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงพร้อมกัน แนวโน้มสำหรับสภาพอากาศที่ชื้น จะไม่พบในเขตอากาศร้อนแบบนี้มากนัก เพราะเป็นเขตที่มีฤดูแล้งยาวนาน เป็นบริเวณที่มีพืชมากมาย ส่วนมากจะพบในที่กำบังต่ำ และที่โดดเด่นที่สุดของเขาพระแทวคือ ต้นปาล์ม ซึ่งมีปาล์มสกุลใหม่ของโลก (new genus) และได้ตั้งชื่อว่า Kerriodoxa นับเป็นปาล์มที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะมีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติดั้งเดิมเพียงที่เขาพระแทวแห่งเดียวในเมืองไทย และเป็นแห่งเดียวในโลกที่ยังคงแพร่พันธุ์อยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบในโครงสร้างของพฤกษศาสตร์ที่มีความซับซ้อนตามลำดับชั้นต่างๆ ในของต้นไม้ในแต่ละต้น

  • บ่าง
    บ่าง
  • ปูแดงน้ําตก
    ปูแดงน้ําตก
  • นกบั้งรอกใหญ่
    นกบั้งรอกใหญ่

- ภูมิประเทศ, ดินและสภาพภูมิอากาศ
มีพื้นที่สงวนยาวตลอดเหนือจรดใต้ แต่เป็นข้อยกเว้นสำหรับเขาพระบาท ทางตอนใต้มีลักษณะเป็นภูเขาตั้งอยู่โดดเด่นแยกจากเทือกเขาออกมาอย่างชัดเจน มีความสูงประมาณ 400 - 450 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาพระแทวมีความลาดชันสูงประกอบด้วย ลุ่มนาขนาดเล็ก ทำให้เกิดกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเวลาฝนตก ภายในระบบนิเวศของน้ำ จะมีการระบายน้ำที่มีความซับซ้อนฝังอยู่ในตัวของมัน การไหลของกระแสน้ำในลำธารอาจจะเป็นลักษณะของกระแสน้ำที่เชี่ยว มีน้ำตกที่ไหลตามลำธารลงมาเป็นลำดับชั้น ในส่วนของท้องลำธารภายในเขาพระแทว ประกอบด้วยหินแกรนิตที่โผล่พ้นน้ำมามากมาย ช่วยในการชลอความเร็วของน้ำและช่วยให้น้ำไหลซึมลงสู่ดินได้มากขึ้น บางพื้นที่ที่ลาดเอียงประกอบด้วยก้อนกรวดขนาดเล็กที่เกิดจากการแตกสลายของหิน ทำให้เกิดดินสีเหลืองครอบคลุมพื้นดินของเทือกเขานี้ และเป็นที่มาของฮิวมัสสีน้ำตาลที่อยู่ผิวหน้าดิน ดินในบริเวณนี้จึงมีลักษณะร่วนซุย ป่าเทือกเขาพระแทวมีสภาพภูมิอากาศแบ่งออกสองลักษณะคือ แบบเปียกชื้นและฤดูแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีประมาณ 28 องศาเซลเซียส ค่าเฉลี่ยสูงสุดเป็น 31 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 31 องศาเซลเซียสแต่จะเป็นช่วง 33 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนมากที่สุด และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเซียส ในช่วงระยะเวลา 8 เดือนนี้จะมีการแบ่งฤดูออกมา ตั้งแต่ช่วงเมษายน-พฤศจิกายน จะเป็นช่วงแห้งแล้ง ส่วนเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่คงที่ สำหรับช่วงเดือนธันวาคมจะมีความชื้น และ ช่วงเดือนมีนาคมจะมีความแห้งแล้ง ในฤดูฝนมี ปริมาณฝนเท่ากับ 3 ถึง 4 ครั้งโดยเฉลี่ยของอุณหภูมิ ในฤดูแล้ง ปริมาณน้ำฝนเท่ากับ 2 ถึง 3 ครั้งโดยเฉลี่ยของอุณหภูมิ แต่ในช่วงเดือนที่แล้ง ปริมาณน้ำฝนจะมีไม่ถึง 2 ครั้งโดยค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิ ดังนั้นพื้นที่ของเขาพระแทวจะมีความชื้นมากและร้อนน้อย ซึ่งเป็นแหล่งพรรณพืชและป่าไม้มากมาย จึงทำให้การเข้าถึงฝนน้อย ทำให้การใช้ประโยชน์มีไม่มากนัก สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว ตั้งอยู่ในทางตอนใต้ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว และอยู่ทางตะวันตกของ น้ำตกโตนไทร เพื่อให้สำหรับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ที่มีความสนใจเข้ามาทัศนศึกษาดูงาน สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า จัดตั้งขึ้นโดยเขาพระแทว เป็นเขตสำหรับห้ามล่าสัตว์ โดยทำหน้าที่ส่งเสริมเผยแพร่และ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าตลอดจน สิ่งแวดล้อมต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีน้ำตกโตนไทร แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยม ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจมากมาย จะมีกลุ่มผู้คนประมาณ 20-50 คนเข้าชมทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะเป็นตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา บางครั้งจะมีกลุ่มนักศึกษาเข้าชมต้นไทร ผู้เข้าชมจะได้รับการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้และลักษณะทั่วไปของป่าเขาพระแทว จะมีเส้นทางเดินเท้าเพื่อศึกษาธรรมชาติ ซึ่งสามารถขอคำแนะนำได้จากเจ้าหน้าที่สถานีย่อยได้ มีห้องพักสำหรับผู้เข้าชม สามารถสำรองที่พักได้ตลอดปี มีบริการร้านอาหารเล็กๆ และเครื่องดื่มผ่อนคลาย น้ำตกบางแปส่วนสำคัญของเขาพระแทว จะเป็นป่าดงดิบชื้น ที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มและความหลากหลายของพืชและสัตว์ป่ามากมาย พืชที่เกิดขึ้นมากที่สุดในเขาพระแทว อย่างเช่น ยางนา ไม้ตะเคียนทอง หลุมพอ และพุ่มเล็กอื่นๆ ที่ยังอยู่ในระดับล่างของป่าดิบชื้นแห่งนี้ ได้แก่ ปาล์ม หวาย ไผ่ กล้วยไม้ เฟิร์นและมอส ซึ่งบางทีพบตามลำต้นไม้ต่างๆ ป่าแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำหลายสายในพื้นที่ เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศน์ที่หลากหลายชนิดมากที่สุดในโลก ดังนั้นบางครั้ง ก็มีการสูญเสียจากการทำลายป่าดิบชื้นแห่งนี้ที่กำลังเติบโตเช่นเดียวกัน เพียงแต่มนุษย์ต้องเปิดใจให้กว้างมองเห็นคุณค่าและความงามของผืนป่าแห่งนี้ ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะได้ดำรงอยู่ต่อไปตามความสมดุลของธรรมชาติ

- น้ำตกบางแป
บางแปเป็นพื้นที่ครอบคลุมน้อยและมีน้ำตกขนาดเล็ก ส่วนที่สวยงามที่สุดของน้ำตกนี้จะเป็นหน้าผา ซึ่งมีน้ำไหลผ่านด้วยความสูง 16.7 เมตร ไหลลงตามกระแสน้ำ ระยะทางประมาณ 524 เมตร มีบางจุดของน้ำตกที่สามารถว่ายน้ำได้ มีสัตว์ป่าบริเวณนั้นด้วย ได้แก่ หมูป่า เม่น กระจงปูนและแมลงจำนวนมากมาย ที่มักจะออกมาหาอาหาร ในบริเวรที่พื้นที่ร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์ มีเขื่อนที่ถูกสร้างไว้สำหรับการทำชลประทานและการเกษตร แสดงให้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ได้ประโยชน์จากสถานที่แห่งนี้มากมาย

- นก
birdในช่วงระหว่างการเดินทางตามป่าเขาพระแทว คุณจะพบเห็นนกหลายชนิดตามต้นไม้หรือบนพื้นดิน บริเวณนี้จะพบนกอยู่สองประเภทคือ นกท้องถิ่นและนกอพยพ คนทั่วไปจะพบรังเพื่อวางไข่ของนกตลอดทุกปี ประเภทของนกเหล่านี้ จะรวมไปถึง นกที่มาจากเอเชีย อย่างเช่น นกเขียวก้านตองใหญ่ นกบั้งรอกปากแดง นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ เหยี่ยวแดง เป็นต้น ส่วนนกอพยพ อย่างเช่น นกเด้าลม นกแต้วแล้ว นกเขนน้อยไซบีเรีย นกกลุ่มนี้จะไม่สร้างรังบริเวณนี้ และจะพบเจอได้ระหว่างช่วงเดือนตุลาคม - มีนาคม การสังเกตและส่องนกในธรรมชาติ จะเป็นที่นิยมสำหรับนักดูนกเป็นอย่างมาก แต่นกยังเป็นสิ่งที่สำคัญในการกระจายเมล็ดพันธุ์พืชที่จะเพิ่มความหลากหลายให้กับระบบนิเวศน์ ต้นไม้เลื้อยจะพบเห็นได้ตามป่าดงดิบ ยิ่งไม้เลื้อยขนาดใหญ่ จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบชื้นไปทันที การเข้าถึงของแสงแดดน้อยเพราะส่วนมากเป็นต้นไม้ที่แย่งการขึ้นอย่างหนาแน่น จึงทำให้บริเวณนี้เห็นแสงสว่างน้อย การเจิรญเติมโตของต้นไม้ต้องลงทุนใช้พลังงานจากพืชบางชนิดมาช่วยการสนับสนุนการเจริญเติบโต และทำให้การปรับตัวของพืชมีผลไปตามพืชชนิดอื่นๆด้วย

Bamboo- ต้นไผ่
คนทั่วไปมักจะคิดว่าความสูงของต้นเหล่านี้ อาจจะเป็นเหมือนต้นไม้ทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว ต้นไผ่เป็นไม้ยืนต้น ที่มีการเติบโตที่รวดเร็ว ลักษณะของต้นไผ่จะเป็นลำต้นใหญ่ จะขึ้นตามดินที่แข็งและหนา มีอายุอยู่ได้นาน 50-60 ปี ส่วนประกอบจะเป็น หน่อ ราก ลำต้นและ ใบ คุณสมบัติของมันสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และยังเป็นแหล่งอาหารที่ดีให้กับสัตว์ป่าจำนวนมาก อย่างเช่น หมูป่า เม่นและกวาง ดอกที่เกิดจากต้นไผ่จะมีการออกดอกเพียงแค่ครั้งเดียว นกกับกระรอกจะพากันมากินเมล็ดเหล่านี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยเหลือการดำรงอยู่ของชีวิตในระบบนิเวศน์ได้อย่างสมบูรณ์

Fern- เฟิร์น
เฟิร์นเป็นสิ่งที่อยู่มากับเรานานกว่า 400 ล้านปีมาแล้วและก่อนพืชชนิดอื่นๆในโลก เฟิร์น (หรือเรียกอีกอย่างว่า "Goud" ซึ่งถูกเรียกโดยคนท้องถิ่น) ลักษณะที่ดูแตกต่างจากพืชทั่วไปคือขนาดและรูปทรงของใบเฟิร์น และลำต้นเฟิร์นนั้น เติบโตในทุกถิ่นทั่วโลก เราจะพบเห็นได้ง่ายจากถิ่นอาศัยที่หลากหลายตั้งแต่ภูเขาสูงที่ห่างไกลอย่างภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ชุ่มชื้น แต่บางชนิดก็เติบโตในพื้นดินที่แห้งหรือรอยแตกบนหิน ในป่าดิบชื้นอย่างป่าเขาพระแทว เฟิร์นหลายชนิด จะสามารถพบได้ง่ายบนดินที่ชุ่มชื้นและร่มรื่น หรืออยู่ตามทางเดินป่า อย่างเช่น เฟิร์นดิน เฟิร์นกระแตไต่ไม้ เฟิร์นข้าหลวง เหล่านี้จะขึ้นกันอย่างหนาแน่นบริเวณต้นไม้

- ปูน้ำตก
พบได้ทั่วไปบริเวณที่มีน้ำตกหรือลำธารน้ำไหลแรง ลักษณะที่เห็นจะเป็นสีแดงตัวเล็กๆ สองก้ามน้อยใหญ่ ตัวมันจะประมาณ 1-2 เซนติเมตร ความกว้างและยาวของลำตัวจะช่วยให้มันเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว ปูชนิดนี้ตามวิทยาศาสตร์จะชื่อว่า Phricotelphusa limula ปูน้ำตกนี้อยู่ใต้โขดหิน ตาสองข้างของมันจะเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะสามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างได้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างรวดเร็วและหาที่พักตามโขดหินต่างๆ ปูชนิดนี้มักจะไม่เลือกกินอาหารมากนัก และจะทำหน้าที่เหมือนคนเก็บขยะเพื่อเป็นการช่วยในเรื่องความสะอาดของระบบนิเวศน์ไปด้วย

  • น้ำตกบางแป
    ต้นน้ำของวังไทร อยู่ที่น้ำตกบางแป
  • น้ำตกบางแป
    น้ำตกบางแป
  • ปาล์ม
    การคุกคามของปาล์ม


- กระรอก
กระรอก เป็นสัตว์ประเภทเลี้ยงลูกด้วยนม ตามต้นไม้จะพบกับกระรอกดินเป็นส่วนใหญ่ กระรอกมักจะหาแหล่งอาหารในช่วงกลางวันและเฉพาะช่วงฤดูผสมพันธุ์ การหาอาหารของกระรอกนั้น จะขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรือหาเท่าที่มันจะหาได้ อาหารของกระรอกคือ ผลไม้ และ เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่กระรอกก็ยังชอบกินแมลงด้วยเหมือนกัน กระรอกหลายชนิดจะมีคนพบเห็นได้ง่ายมากตามทางเดินของป่าเขาพระแทว อย่างเช่น พญากระรอกสีดำ กระรอกท้องแดงและกระรอกปลายหางดำ สำหรับพบพญากระรอกดำ เป็นกระรอกชนิดที่ใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย หางยาวเป็นพวง ขนตามลำตัวและหางสีดำสนิท บางตัวอาจมีสะโพก หรือโคนหางออกสีน้ำตาล ขนบริเวณแก้มและท้องสีเหลือ และอีกชนิดหนึ่งคือ กระรอกท้องแดง มีสีลำตัวและหางสีน้ำตาล หลังมีแถบสีดำ ส่วนท้องเป็นสีแดง ลักษณะคล้ายกับกระรอกปลายหางดำ กระรอกมีบทบาทสำคัญในเรื่องของห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศ เนื่องจากช่วยในเรื่องของการกระจายเมล็ดพันธุ์พืชด้วย ปาล์มหลังขาว (ปาล์มเจ้าเมืองถลาง สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ ได้แสดงถึงการคุกคามของปาล์ม

- ประวัติความมา
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) ดร.เอเอฟจี เดออร์ นายแพทย์ชาวไอร์แลนด์และนักพฤกษศาสตร์ ได้เดินทางมาสำรวจพรรณพฤกษชาติป่าเทือกเขาพระแทว ได้เก็บตัวอย่างพันธุ์ไม้แห้ง (herbarium specimen) ของปาล์มพันธุ์ใหม่ชนิดหนึ่งบริเวณฝั่งลำธาร แต่ยังไม่สามารถจำแนกชื่อและสกุลได้ จึงได้นำตัวอย่างแห้งของปาล์มนี้ไปเก็บรักษาไว้ที่หอพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์ KEW กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งอุทยานสัตว์ป่าเขาพระแทว เมื่อปี พ.ศ. 2520 (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว) ศาสตราจารย์ ดร. เต็ม สมิตินันทน์ ผู้เชี่ยวชาญพฤกษศาสตร์ป่าไม้ และนายจรัล บุญแนบ หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง จังหวัดตรัง ได้กล่าวถึงปาล์มที่มีลักษณะเด่นพันธุ์นี้แก่ ดร.จอนน์ แดรนฟิลล์ นักพฤกษศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญพันธุ์ไม้วงศ์ปาล์ม ก็พบว่าเป็นปาล์มสกุลใหม่ของโลก จึงได้ตีพิมพ์ในวารสารพฤกษศาสตร์ PRINCIPES เล่ม 27 ปี ค.ศ. 1983 ตั้งชื่อสกุล Kerriodoxa เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.เอเอฟจี เดออร์ นักพฤกษศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงผู้ริเริ่มงานศึกษาพรรณพฤกษชาติของไทย ระหว่างปี ค.ศ. 2445-2475 มีพันธุ์ไม้เพียงชนิดเดียว ได้แก่ Kerriodoxa elegans Dransfield เรียกชื่อสามัญว่า ปาล์มหลังขาว, ทังหลังขาว หรือ ปาล์มเจ้าเมืองถลาง จึงจัดได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้ถิ่นเดียวของประเทศไทยและของโลกที่ จัดอยู่ในสถานภาพที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์เนื่องจากแหล่งนิเวศหรือสภาพป่าดงดิบชื้นถูกคุกคาม ทำให้การแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติอยู่ในขีดจำกัด

เอกสารอ้างอิง :
- นายอวัช นิติกุล หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
- หนังสืออุทยานสัตว์ป่าเขาพระแทวโดย Jean Boulbet และ นพดล พฤกษะวัน

ศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนี ตั้งอยู่ที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ใกล้น้ำตกบางแป จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 9 กิโลเมตรทางฝั่งตะวันออกจากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์และท้าวศรีสุนทร เมื่อคุณไปยังศูนย์จะพบเห็นชะนีตามชานชลา ศูนย์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 -16.00 น. ไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการเข้าชม และหากท่านต้องการเข้าชมเป็นกลุ่มใหญ่ กรุณาติดต่อได้ที่สำนักงานของศูนย์ ศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนีตั้งอยู่ห่างจากสนามบินภูเก็ต ประมาณ 20 กิโลเมตร มาตามเส้นทางจะมีป้านบอกไปอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 4027 จากนั้นไปตามเส้นทาง จะเห็นป้ายเลี้ยวซ้ายเข้าน้ำตกบางแป ประมาณ 1 กิโลเมตร คุณจะต้องจ่ายค่าเข้ากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากนั้นไปตามเส้นทางอีกหน่อย จะมีที่สำหรับจอดรถไว้และสามารถเดินทางที่นี่ไปยังศูนย์ฟื้นฟูสภาพชะนี