บริการรับจองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ทในภูเก็ต, หาดป่าตอง, หาดกะรน, หาดกมลา และหาดอื่นๆ ด้วยราคาสุดพิเศษ ถูกสุดๆ พร้อมข้อมูลการท่องเที่ยว

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ข้อมูลทั่วไปของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์:
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
หลายปีมาแล้ว หมู่เกาะสุรินทร์เป็นแหล่งที่พึ่งสำหรับเรือประมง เป็นพื้นที่ชุมชนเล็กๆ ของชาวยิปซีทะเล หรือ ชาวเล จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2514 กรมป่าไม้จึงได้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่เนื่องจากพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์อยู่ในเขตสัมปทานปิโตรเลียมของบริษัท WEEKS PETROLEUM มติดังกล่าวจึงต้องระงับไป และบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ยังเคยถูกเสนอให้ใช้เป็นค่ายญวนอพยพ แต่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรอันล้ำค่าทั้งบนบกและในท้องทะเล ประกอบกับทิวทัศน์ธรรมชาติทางทะเลอันงดงาม เหมาะสมที่จะจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาหาความรู้ในด้านธรรมชาติวิทยา กรมป่าไม้จึงได้คัดค้านและได้ดำเนินการสำรวจและประกาศจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันโดยมีระยะห่างจากฝั่งบริเวณท่าเรือคุระบุรี ในจังหวัดพังงา ประมาณ 60 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 135 ตารางกิโลเมตร ในจำนวนนี้คิดเป็นพื้นที่ในส่วนที่เป็นน้ำประมาณ 102 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 76 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ประกอบด้วยเกาะต่างๆ รวม 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี (เกาะสต๊อร์ค) เกาะกลาง (ปาจุมบา) และเกาะไข่ (เกาะตอรินลา) โดยมีเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่วางตัวตามแนวทิศเหนือใต้ ด้านทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติเป็นเขตแดนติดต่อกับประเทศพม่า ส่วนทางด้านทิศใต้ในระยะที่ไม่ห่างไกลกันนักเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

ภูมิประเทศ:
หมู่เกาะสุรินทร์ประกอบด้วย เกาะหลัก 5 เกาะ รวมทั้งเกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ คือเกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ตั้งอยู่ชิดกันคล้ายเกาะแฝด โดยมีพื้นน้ำตื้นๆ กว้างประมาณ 200 เมตร กั้นอยู่ ในช่วงน้ำลงสามารถข้ามไปยังอีกเกาะได้ เรียกว่า อ่าวช่องขาด ส่วนเกาะขนาดเล็กอีกสามเกาะเป็นเกาะหินที่มีต้นไม้แคระแกร็นขึ้นอยู่ไม่หนาแน่นนัก พืชพรรณที่พบเป็นพืชป่าดิบชื้น เป็นแหล่งกำเนิดของแนวปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ภูมิอากาศ:
สามารถแบ่งฤดูกาลออกได้เป็น 2 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งช่วงนี้จะมีระดับปริมาณน้ำฝนสูงสุด ปริมาณฝนเฉลี่ยในแต่ละปีจะมีค่ามากกว่า 3,000 มิลลิเมตร ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 83 เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักท่องเที่ยว ในช่วงฤดูฝนจะปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 พฤศจิกายน ของทุกปี
พืชพรรณและป่าไม้:
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ สามารถจำแนกสังคมพืช ได้ดังนี้
- ป่าดงดิบ
เป็นบริเวณป่าที่มีการครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ลักษณะภูเขาลาดชันเป็นเนินเขา พืชที่สำคัญ ได้แก่ มะพลับ เคยลักเกลือ ดำตะโก เป็นต้น
- ป่าชายหาด
ประกอบด้วย จิกเล ตีนเป็ดทะเล เป็นต้น
- ป่าชายเลน หรือ ป่าโกงกาง
พื้นที่ส่วนมากเป็นโคลน ที่แหล่งนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์ แต่สามารถหาพืชบางชนิดได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก โกงกางหัวสุม ตะบูน ลำแพนหิน ตีนเป็ดทะเล และพืชอิงอาศัยพวกกระแตไต่ไม้และกล้วยไม้บางชนิด
สัตว์ป่า:
ค้างคาวแม่ไก่ จากการสำรวจทั้งหมดพบว่า 91 ชนิดเป็นนก รวมนกท้องถิ่นอีกด้วย 57 ชนิดและนกชนิดอื่นๆ ที่อพยพมาจากที่อื่นได้แก่ นกนางนวล นกเด้าดิน นกยางเขียว เป็นต้น ประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบเห็น 22 ชนิดรวมพวกค้างคาวไปอีก 12 ชนิด ได้แก่ ค้างคาวแม่ไก่ ค้างคาวปีกถุงเคราดำ ลิงกัง หมูป่า เป็นต้น ส่วนสัตว์เลื้อยคลานที่ค้นพบอีก 6 ชนิด ได้แก่ ตะกวด ตัวเหี้ย จิ้งเหลน งูเหลือม และสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังอีกมากมาย สำหรับประเภทปลา ได้แก่ ปลาแดมเซล ปลาทะเลในตระกูล Labridae กลุ่มปลาผีเสื้อ ปลาตีน ม้าน้ำ เป็นต้น

ตะกวด เต่าทะเลเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่เกิดร่วมยุคเดียวกับไดโนเสาร์ และสามารถวิวัฒนาการสืบพันธุ์ออกลูกออกหลานมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้ว ปัจจุบันเต่าทะเลเป็นสัตว์ที่หาดูได้ยากและใกล้ที่จะสูญพันธุ์เช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากชายทะเลที่เต่าทะเลใช้เป็นที่วางไข่ถูกรบกวน ทั้งจากการพัฒนาและการท่องเที่ยว อีกทั้งเต่าทะเลวัยอ่อนมักจะได้รับภัยอันตรายจากมนุษย์และภัยธรรมชาติทำให้มีผลต่ออนาคต ดังนั้นการดำเนินการตามหลักการแล้ว คือช่วยกันอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นที่อยู่อาศัยของมันให้ปลอดภัยจากการถูกรบกวนใดๆ ในหมู่เกาะสุรินทร์โดยปกติเต่าทะเลจะขึ้นมาวางไข่บนชายหาดที่เงียบสงบ เต่าทะเลที่พบ เช่น เต่ากระ เต่าหญ้าและเต่าตนุ ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2533 พบว่ารังเต่า หมู่เกาะสุรินทร์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการว่ายน้ำและการพบเต่าทะเล นักท่องเที่ยวส่วนน้อยมากที่จะมีโอกาสพบและใกล้ชิดกับเต่าทะเล

แหล่งท่องเที่ยว:
เป็นความจริงที่ว่า สถานที่แห่งนี้เป็นสวรรค์เขตร้อน ซึ่งอยู่ท่ามกลางแผ่นดินและเกาะป่าขนาดใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยน้ำใสสะอาด และความสวยงามของแนวปะการังที่หลากหลาย การดำน้ำดูปะการังก็นับว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว การใช้ท่อช่วยหายใจก็เพียงพอต่อการเข้าไปดำน้ำดูปะการังได้แล้ว ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มากมาย ซึ่งหมู่เกาะสุรินทร์ก็เป็นเกาะหนึ่งที่เป็นจุดดำน้ำหลักของประเทศไทย และเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี เพื่อเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด บางวันของเกาะแทบจะมีนักท่องเที่ยวมากันอย่างล้นหลามอีกด้วย เกาะแห่งนี้ได้ถูกการค้นคว้าและสำรวจจากทีมวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ที่สนใจสภาพแวดล้อมต่างๆรอบเกาะ รวมถึงแนวปะการังที่สำคัญอีกมากมาย
ประวัติศาสตร์และความเป็นมา:
ยิปซีทะเล- ยิปซีทะเล
 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ชาวมอแกน เป็นกลุ่มคนเร่ร่อนที่อาศัยตามชายหาดทะเลในหมู่เกาะมะริด บางครอบครัวอพยพโยกย้ายมาจากประเทศอินโดนีเซีย ชื่อมอแกนมาจากภาษาของพวกเขาเอง ซึ่งเป็นภาษาสากลของกลุ่มยิปซีทะเล มอแกนมีถิ่นฐานและความดั้งเดิมในด้านวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาก พวกเขาให้ความเคารพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบข้างมาก พวกเขาสร้างแหล่งที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า และวัสดุการก่อสร้างเรือ มาจากธรรมชาติทั้งหมด สำหรับอาหารการกินก็อาศัยแหล่งการประมงในการเก็บหอยและอาหารทะเลมากมาย การอพยพและเร่ร่อนของพวกชาวยิปซีทะเลนั้น จำต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากเช่นเดียวกัน พวกเขามักจะหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฤดูฝนที่เกิดจากมรสุม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน จะทำการหยุดพักและจอดท่าเรือไว้ ซึ่งชาวยิปซีทะเลหลายครอบครัวจะตั้งที่อยู่เป็นแบบชั่วคราว และเมื่อผ่านพ้นช่วงฤดูฝน พวกเขาจะทำการเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้งตั้งแต่ เดือนธันวาคมถึงเมษายน

กลุ่มมอแกนไม่มีภาษาเขียน แต่มีภาษาอื่น รวมทั้งภาษาไทยและภาษามาเลเซีย ในช่วงระหว่างเดือนเมษายน จะมีพิธีกรรมสำคัญเกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ และกลุ่มชาวยิปซีทะเลได้เดินทาง มาเพื่อเข้าร่วมประเพณีนั้นด้วย ส่วนมากจะมาจากพม่าและหมู่เกาะของคาบสมุทรไทยและมาเลเซีย

กิจกรรม
- ชมวัฒนธรรมประเพณีของชาวยิปซีทะเล งานประเพณีที่สำคัญของชาวยิปซีทะเล เรียกว่า พิธีลอยเรือ เป็นประเพณีที่สำคัญเกี่ยวกับการบูชาบรรพบุรุษและขอให้เหล่าวิญญาณนั้นดูแลปกป้องชาวยิปซีทะเล
ความสวยงามของธรรมชาติ:
อ่าวเต่า- อ่าวเต่า
อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้ มีเต่าทะเลอาศัยอยู่จำนวนมากบริเวณใกล้แนวปะการัง และมีแนวปะการังที่สวยงามห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 2 กิโลเมตร
กิจกรรม - ดำน้ำตื้น
- อ่าวผักกาด
 อยู่ทางทิศใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ มีแนวปะการังที่ยัง สมบูรณ์สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 5 กิโลเมตร
เกาะปาจุมบากิจกรรม - ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก
- เกาะปาจุมบา
หรือเรียกอีกอย่างว่า เกาะมังกร ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ มีแนวปะการังที่สวยงามมีปลาฝูงใหญ่จำนวนมาก เป็นพื้นที่สงวนสำหรับการอนุรักษ์เต่าทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 5 กิโลเมตร
กิจกรรม - ไม่มี
- อ่าวไม้งาม
อ่าวไม้งาม อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะสุรินทร์เหนือ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 2 กิโลเมตร สามารถเดินเท้าผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติหาดไม้งาม หรือนั่งเรือหางยาว มีแหล่งน้ำจืดและชายหาดที่เหมาะสำหรับเล่นน้ำและชมปะการัง
กิจกรรม - ดำน้ำตื้น กิจกรรมชายหาด ส่องนก เดินชมธรรมชาติ ล่องเรือแคนู
- เกาะตอรินลา
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะไข่ อยู่ทางทิศใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 6 กิโลเมตร เกาะตอรินลาเป็นจุดดำน้ำชั้นยอดของหมู่เกาะสุรินทร์ บริเวณนี้มีทั้งแนวปะการังและกองหินใต้น้ำสลับกัน จัดเป็นจุดดำน้ำที่ใหญ่มาก กินอาณาเขตเกือบทั่วร่องน้ำระหว่างเกาะตอรินลากับเกาะสุรินทร์ใต้ มีดงปะการังเขากว้างที่กว้างใหญ่ มีปลาสวยงามมากมาย มากกว่า 200 ชนิด ที่โดนเด่นคือ มีปลากระโทงแทงกระโดดให้เห็นกันบ่อยๆ ถือเป็นจุดชมปลากระโทงแทงชั้นเยี่ยมแห่งหนึ่งของทะเลไทย ข้อควรระวังสำหรับนักดำน้ำ คือ บริเวณร่องน้ำเกาะตอรินลา มีกระแสน้ำอันรุนแรง บางครั้งไหลวน จึงควรดำน้ำความความระมัดระวัง
กิจกรรม - ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก
อ่าวจาก- อ่าวจาก
อยู่ด้านทิศเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ มีแนวปะการังที่สวยงามสมบูรณ์มาก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 10 กิโลเมตร
กิจกรรม - ดำน้ำตื้น
- อ่าวสุเทพ
ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นสถานที่สำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำตื้นตอนกลางคืน อยู่ไม่ไกลจากสำนักงานใหญ่
กิจกรรม - ดำน้ำตื้น
สิ่งอำนวยความสะดวก:
ที่พัก: มีบังกะโลตั้งอยู่ที่อ่าวช่องขาด เหนือหมู่เกาะสุรินทร์
ลานตั้งแค้มป์/เต็นท์: ที่ตั้งแค้มป์สำหรับนักท่องเที่ยว อยู่บริเวณอ่าวไม้งามทางเหนือของหมูเกาะสุรินทร์
ร้านอาหาร: มีร้านอาหาร ห้องพยาบาล และของที่ระลึก ตั้งอยู่บริเวณอ่าวช่องขาด เหนือหมู่เกาะสุรินทร์ นอกจากนี้ยังมีท่าจอดเรือ และบริการทัวร์เรือตามเกาะต่างๆ
จากท่าเรือคุระบุรี ไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อัตราค่าโดยสารประมาณ 1,000 บาท/เที่ยว/คน (ไป-กลับ)
และท่านที่ต้องการชมปะการังรอบเกาะ อัตราค่าโดยสารประมาณ 120/เที่ยว/คน
ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว: ตั้งอยู่บริเวณอ่าวช่องขาด เหนือหมู่เกาะสุรินทร์
อื่นๆ: มีเส้นทางสำหรับศึกษาธรรมชาติอ่าวไม้งาม
และมีเส้นทาง สำหรับการดำน้ำที่อ่าวสุเทพและอ่าวเต่ายาวประมาณ 200 เมตร และทางใต้ของเกาะสุรินทร์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามของใต้ทะเล พืชพรรณและสัตว์ป่า
ช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยว:
ช่วงฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม ในทางเหนือจะมีลมตะวันตกที่มีระดับปริมาณของน้ำฝนสูงสุด ดังนั้นจะปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 14 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
การเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์:
- ทางรถยนต์
ขับรถไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ อำเภอคุระบุรี ระยะทางประมาณ 720 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอคุระบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 721 มีทางแยกเลี้ยวเข้าท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 2 กิโลเมตร จะมองเห็นป้ายอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์อยู่ทางขวามือ จากนั้นให้เลี้ยวเข้าไปจอดรถบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ (บนฝั่ง)
- ทางรถโดยสารประจำทาง
เริ่มต้นจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ เวลาออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 19.00 น. ถึงคุระบุรี เวลา 05.00 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 480 บาท จากบริเวณสถานีขนส่งคุระบุรี ในอำเภอคุระบุรี มีบริการรถมอเตอร์ไซด์และรถยนต์เช่าเหมาคันเดินทางไปส่งยังบริเวณท่าเรือคุระบุรี อันเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร สำหรับอัตราค่าโดยสารมีดังต่อไปนี้ คือ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง 50 บาท/คน รถยนต์เช่าเหมา 200 บาท/คัน โปรดตรวจสอบ ตารางเดินรถโดยสารประจำทาง
- ทางเครื่องบิน
โดยสารเครื่องบินมาลงที่สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต จากนั้นจึงค่อยเดินทางด้วยรถยนต์มายังอำเภอคุระบุรี ใน จังหวัดพังงาต่อไป โปรดตรวจสอบ ตารางโดยสารเครื่องบิน
- ทางเรือ
การเดินทางโดยเรือ เริ่มจากท่าเรือคุระบุรี ไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีการบริการเรือสปีดโบ๊ทของบริษัทเอกชน โดยให้บริการกับนักท่องเที่ยวทุกวัน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อรอบประมาณ 1,200 - 1,500 บาท การเดินทางเริ่มตั้งแต่ 09.00 น. ทุกวัน และจะมาถึงสำนักงานอุทยานแห่งชาติประมาณ 13.00 น. ระยะทางจากท่าเรือประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง และสำหรับเรือกลับจากหมู่เกาะสุรินทร์ ไปยังท่าเรือคุระบุรี เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. ทุกวัน แต่จะปิดบริการเดินเรือช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม ของทุกปี เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน
ติดต่อและสอบถามเพิ่มเติม:
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
ต.เกาะพระทอง,อ. คุระบุรี จ. พังงา 82150
โทร: (076) 491378, (076)491582 แฟกซ์: (076)491583 อีเมล์: surin_np@yahoo.co.th