วัดในภูเก็ต


วัดในจังหวัดภูเก็ตนั้นมีอยู่มากมายและมีนักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะไม่ขาดสาย ตั้งออกไปนอกตัวเมืองภูเก็ต เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เดินทางโดยใช้ถนนวิจิตรสงครามไปยังถนนเลี่ยงเมือง และเลี้ยวซ้ายแล้วขับไปอีกประมาณ 10 นาที วัดฉลองจะอยู่ทางซ้ายมือของคุณ ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม ผู้ที่ช่วยเหลือชาวเมืองภูเก็ตจากกบฏอั้งยี่ หรือกุลีจีน ซึ่งเป็นกบฏในระหว่างสมัยรัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องไม่พลาดที่จะไปนมัสการรูปปั้นเหมือน หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม ซึ่งมีกิตติศัพท์ในเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ การรักษาโรค บุญญาบารมี และเมตตาธรรมที่สูงส่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง
ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 20 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเทพกระษัตรี ถึงสี่แยกอำเภอถลาง วัดจะตั้งอยู่ทางด้านซ้าย เป็นวัดประจำอำเภอถลาง เป็นวัดที่เก่าแก่และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์เมืองถลางที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเคยเป็นค่ายสู้รบกับพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2328 นอกจากนี้ ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก 3 องค์ เรียกว่า "พระในพุง" หรือ "พระสามกษัตริย์" ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ 3 องค์อีกชั้นหนึ่ง
วัดพระทอง (วัดพระผุด) อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 21 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพกระษัตรีผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ถึงที่ว่าการอำเภอถลาง ทางด้านขวามือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพระทอง วัดนี้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ เมื่อคราวศึกพระเจ้าปะดุง ยกพลมาตีเมืองถลาง พ.ศ. 2328 ทหารพม่าพยายามขุดพระผุดเพื่อนำกลับไปพม่า แต่ขุดลงไปคราวใดก็มีฝูงแตนไล่ต่อยจนต้องละความพยายาม ต่อมาชาวบ้านได้นำทองมาหุ้มพระพุทธรูปที่ผุดจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ดังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน

มีนิทานพื้นบ้านเล่าถึงประวัติพระผุดนี้ว่า ครั้งหนึ่งมีเด็กเลี้ยงควายได้เอาควายไปผูกไว้กับพระเกตุมาลาที่โผล่มาเพราะคิดว่าเป็นไม้ หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ทั้งเด็กและควายก็เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาพ่อของเด็กได้มีฝันบอกเหตุว่า เป็นเพราะบุตรชายได้เอาควายไปผูกไว้ที่พระเกตุมาลาของพระพุทธรูป ในตอนรุ่งเช้าไปดูเข้าจึงรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่จมอยู่ในดิน แต่ขุดขึ้นมาได้เพียงแค่ครึ่งองค์เท่านั้น ภายหลังมีพระธุดงค์มาปักกลดบริเวณนั้นแล้วพบเข้าจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น

นอกจากนี้วัดพระทองยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง” ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต เช่น "จังซุ่ย" ซึงเป็นเสื้อกันฝนชาวเหมืองแร่ดีบุก รองเท้าตีนตุกของสตรีเชื้อสายจีนที่ต้องมัดเท้าให้เล็กตามค่านิยมของสังคมสมัยนั้น เป็นต้น พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. – 17.00 น.

ตั้งอยู่ บ้านโคกโตนด ถนนเจ้าฟ้า ตำบลฉลอง สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2301 ต่อมาได้โยกย้ายไปสร้างวัดใหม่ขึ้นมาคือ "วัดฉลอง" ทำให้วัดเดิมต้องกลายสภาพเป็นวัดร้างชั่วระยะหนึ่ง ชาวบ้านเรียกบริเวณนั้นว่า "โคกวัด" ได้ใช้เป็นป่าช้า เมื่อ พ.ศ.2446 มีพระธุดงค์มาปักกลด ชาวบ้านเลื่อมใสจึงได้บูรณะพัฒนาขึ้น จนได้รับยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2507 ทางวัดเปิดสอนพระปริยัติธรรม และได้ให้ทางราชการสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในวัด นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดไว้บริการประชาชนอีกด้วย
วัดลัฏฐิวนาราม (วัดใต้) วัดลัฏฐิวนาราม (วัดใต้) ถือได้ว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์ ร่มรื่นและสะดวกสบาย เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอีกวัดหนึ่ง ใน พ.ศ. 2504 มีการสร้างพระพุทธไสยาสน์ ขนาดความยาวองค์ตลอด 18.5 เมตร ประดิษฐานไว้บนยอดเขาเกาะสิเหร่
วัดเกาะสิเหร่ วัดเกาะสิเหร่ ตั้งอยู่บนถนนพิสิทธิ์กรณี ตำบลป่าตอง
วัดสุวรรณคีรีวงก์ วัดสุวรรณคีรีวงก์ ตั้งอยู่ในตัวเมือง ซอยวชิระ บริเวณเขารัง
วัดเทพขจรจิตร วัดเทพขจรจิตร ตั้งอยู่ถนนวิชิตสงคราม อำเภอกะทู้
วัดอนุภาษกฤษฎาราม  (วัดเก็ตโฮ่) วัดอนุภาษกฤษฎาราม  (วัดเก็ตโฮ่) ตั้งอยู่ที่ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เป็นวัดที่มีบริเวณกว้างขวาง พระอุโบสถตั้งเด่นเป็นสง่า ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังประดับอยู่สวยงามมาก
วัดเชิงทะเล วัดเชิงทะเล
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ขณะนี้ภูเก็ตเวลา 06:18  [ eng | ไทย ]