|
สปาไทย |
||||||
|
||||||
![]() |
||||||
![]() นวดแผนไทยหรือนวดแผนโบราณ ได้รับการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานไม่น้อยกว่า 2,500 ปี เป็นการปฏิบัติตามแนวคิดของพระพุทธเมตตา หรือความรัก ความเมตตา การนวดแผนไทยเป็นวิธีการบำบัดที่ให้ความสำคัญของจิตใจ การเชื่อมโยงของร่างกาย และความชำนาญในการบำบัด ซึ่งเป็นเครื่องมือในการรักษาความผิดปกติทางอารมณ์และจิตใจ การนวดแผนไทยอยู่บนพื้นฐานหลักของเส้นต่างๆ ที่ทำงานภายในร่างกายซึ่งเรานั้นมองไม่เห็น โดยเน้นเส้นประธานทั้ง 10 เส้น การนวดจะเป็นการคลายเส้นที่อุดตันเพื่อให้เกิดการไหลเวียนของพลังงานทั่วร่างกาย ลูกค้าจะต้องนอนอยู่บนฟูก และห่มด้วยผ้า การบำบัดใช้วิธีการกดโดยใช้นิ้วหัวแม่มือ ปลายนิ้วมือ มือ เท้า แขนและขา กดโดยใช้น้ำหนักตัวของผู้นวดกดไปยังพื้นที่กว้างๆของร่างกาย เช่น หลังและสะโพก แรงกดรวมกับยืดกระดูกสันหลังและข้อต่อออกจากร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาอาการตึงเครียดได้ ผู้บำบัดนั่งคุกเข่าหรือนั่งบนพื้นข้างลูกค้าซึ่งจะนวดตั้งแต่เท้าถึงหัวไหล่ และคอให้ทั่วใบหน้าและบนหนังศรีษะ นวดแผนไทยจะช่วยให้ผ่อนคลายได้มาก อย่างไรก็ตาม หากมันยากที่จะทำให้เกิดความผ่อนคลายและพักผ่อน ก็จะต้องมีการนวดในขั้นสูง ซึ่งมันมีการฝึกอบรมการรักษาโรคเช่นกัน
การนวดชิอัตสึ(Shiatsu) ถือกำเนิดมาจากประเทศจีน และได้รับการพัฒนาโดยประเทศญี่ปุ่น หรือเรียกว่า แอคคูเพลสเชอร์ (acupressure) คำว่า Shiatsu หมายถึงการกดจุดด้วยนิ้ว แต่การนวดมีลักษณะคล้ายกับการนวดแผนไทยที่ใช้มือ เข่า ข้อศอก หรือเท้าของผู้นวดในการกดจุดตามส่วนต่างๆของร่างกาย การนวดซิอัตสึ เป็นไปตามหลักการของพลังงานที่ไหลผ่านช่องพลังงานภายในร่างกาย ที่มีหน้าที่ควบคุมอวัยวะภายในรวมถึงการเผาพลาญพลังงานทั้งหมด โดยจะกดจุดไปตามแนวเส้นทางพลังงานภายในร่างกายซึ่งมีทั้งหมด 14 ช่องพลังงานและมีประมาณ 600 จุดทั่วร่างกาย การกดจุดจะมีผลต่อการปรับความสมดุลของพลังงานภายในร่างกาย ซึ่งจะช่วยรักษาหรือคืนพลังงานใหม่ๆให้แก่ร่างกาย หลังจากที่ร่างกายอ่อนล้าเนื่องจากการทำงานจนพลังงานหมด เราจะต้องนำพลังงานส่วนเกินที่มีอยู่ในร่างกายนั้นออกมาใช้แทน การนวดไม่จำกัดอยู่แค่การกดจุดเท่านั้น แต่การนวดซิอัตสึยังสามารถยืดและโยกย้ายร่างกายพร้อมกับการมีส่วนร่วมของลูกค้าเพื่อประสานลมหายใจเมื่อมีการโยกย้าย การนวดลูกค้าจะต้องสวมเสื้อผ้าที่หลวมๆ สบายๆ นอนอยู่บนเสื่อหรือที่นอน การบำบัดด้วยการนวดซิอัตสึจะช่วยทำให้อ่อนเยาว์ขึ้น มีความแข็งแรง บรรเทาอาการภูมิแพ้ ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ช่วยในการรักษาโรคหืด โรคทางเดินอาหาร นอนไม่หลับ ปวดศรีษะหรือไมแกรน ประจำเดือนมาไม่ปกติ โรคไซนัสอักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้การนวดซิอัตสึสามารถใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพที่สมบูรณ์แบบหรือเพื่อลดความเครียดและผ่อนคลาย การนวดแบบสวีดิชเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเป็นต้นแบบของการนวดแบบสมัยใหม่ในโลกตะวันตก และยังคงได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ที่ไปทำสปาครั้งแรก การนวดโดยทั่วไปใช้น้ำมันพืช ครีมและแป้งในบางครั้ง และประกอบการตี การลูบ การนวด การขัด การสั่นและการเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้น โดยการใช้มือ ผ่ามือ นิ้วโป้งและปลายนิ้ว การเคลื่อนไหวมีผลโดยตรงต่อหัวใจและวัตถุประสงค์หลักของการนวดคือเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนในเลือดและล้างสารพิษออกจากกล้ามเนื้อ โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดจึงทำให้กล้ามเนื้อนั้นอบอุ่นและรู้สึกผ่อนคลาย และการฟื้นตัวจากการตึงของกล้ามเนื้อจะสั้นลง โดยร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกจากร่างกายเช่น กรดแลคติค กรดยูริคที่สะสมอยู่ในนื้อเยื่อและของเสียอื่นๆได้ ทำให้สีผิวดีขึ้นและจากการกระตุ้นทำให้เซลลูไลท์และระบบน้ำเหลืองลดลง นอกจากนี้ยังกระตุ้นระบบประสาททำให้ลดความเครียดทั้งอารมณ์และร่างกายได้ การนวดแบบสวีดิชช่วยในการผ่อนคลายและคืนความชุ่มชื่นให้กับผิว มันมีผลต่อเส้นประสาทที่กล้ามเนื้อและการไหลเวียนของต่อมในขณะที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
การนวดแบบทุยหน่ามาจากตะวันออก เป็นการบำบัดรักษาการทำงานของร่างกายที่มีการใช้อยู่ในประเทศจีนถึง 2,000 ปี จะใช้ทฤษฎีพื้นฐานทางการแพทย์แบบจีน โดยใช้การไหลของลมปราณผ่านแนวเส้นพลังงาน ซึ่งเป็นการบำบัดขั้นพื้นฐานของตะวันออก ทุยหน่ามีเทคนิคที่หลากหลายที่ใช้จังหวะที่แตกต่างกันมากมาย เช่น การคลึง การกด การนวด การดึง และ การสั่น ซึ่งวิธีการเหล่านี้ใช้กับตำแหน่งจุดต่างๆและกลุ่มกล้ามเนื้อ เมื่อทำอย่างถูกวิธีจะมีการแลกเปลี่ยนพลังงานลมปราณระหว่างแพทย์และผู้ป่วยทำให้ได้การรักษาที่ดีที่สุด ตลอดจนการใช้เทคนิคการนวดและเทคนิคการใช้มือ การนวดแบบทุยหน่าเน้นการไหลของลมปราญผ่านระบบของช่องทาง ซึ่งช่วยให้ร่างกายรักษาตัวเองตามธรรมชาติ การนวดด้วยวิธีทุยหน่ามีเป็นการใช้เทคนิคการนวดด้วยมือสัมผัสบนผิวหนังอ่อนๆของร่างกาย เทคนิคการกดจุดโดยมีผลโดยตรงต่อการไหลของลมปราณและเทคนิคการใช้มือ เช่นเดียวกับการนวดแบบซิอัตสึและนวดแผนไทยที่ผู้นวดจะต้องสวมเสื้อผ้าหลวมๆ อยู่บนโต๊ะหรือเสื่อ การนวดแต่ละครั้งใช้เวลาในการนวดประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ทุยหน่าเหมาะสำหรับการรักษาความผิดปกติของกล้ามเนื้อและโรคความเครียด โรคระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจและระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ
การนวดน้ำมันอโรม่าไม่ได้เป็นเพียงการนวดโดยใช้น้ำมันหอมระเหยเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงซับซ้อนมากกว่านั้น โดยนักบำบัดจะทำการพิจารณาก่อนการรักษาเพื่อประเมินสุขภาพโดยทั่วไปของลูกค้า อาหารและการออกกำลังก่อนที่จะผสมน้ำมัน การผสมน้ำมันอาจแตกต่างกันเพื่อกระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลาย การนวดส่วนใหญ่จะใช้เวลานาน ต้องมีความอ่อนโยน และการลูบน้ำมันเพื่อให้มีอารมณ์สงบ ลดความเครียดโดยเน้นการระบายน้ำเหลือง อัตราการดูดซึมของน้ำมันจะเพิ่มขึ้นระหว่างการนวด ซึ่งน้ำมันระเหยนั้นสกัดมาจากส่วนต่างๆของพืช เช่น กลีบ ใบ รากและลำต้น มีองค์ประกอบของโมเลกุลเล็กที่ละลายได้ง่ายในแอลกอฮอล์ อิมัลซิไฟเออร์และไขมัน ในระหว่างการนวดน้ำมันซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด โดยจะใช้วิธีนี้ในการลดความเครียดซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น การอายุรเวชซึ่งมีอายุเก่าแก่สืบทอดมาจากประเทศอินเดียกว่า 5,000 ปี เป็นการบำบัดรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ คำว่า Ayur เป็นคำสันสกฤต หมายถึง ชีวิต และ veda หมายถึง ศาสตร์ หรือ ปัญญา ในปรัชญาของอายุรเวท มี 3 โทษะ (doshas) คือ วาตะ ปิตตะ และกพะ แต่ละอันเป็นตัวแทนของร่างกาย การนวดอยุรเวทเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันแบบดั้งเดิมที่ทำกันในตอนเช้า การบำบัดรักษานี้เพื่อสุขภาพโดยรวมและความเป็นอยู่ การนวดอายุรเวทจะช่วยในการบำรุง บรรเทาความเหนื่อยล้าให้แข็งแรง และเป็นประโยชน์ในการรักษาไขข้อ และการนอนกรน ส่งผลให้มีความเป็นอยู่ที่ดี การนวดอายุรเวทสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นการนวดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ น้ำมันยาใช้สมุนไพรที่เตรียมไว้สำหรับวาตะที่ไม่สมดุล ในส่วนของปิตตะและกพะใช้กับร่างกาย ซึ่งการนวดในลักษณะนี่ กำหนดโดยสองนักบำบัดโรค
![]() การนวดศรีษะแบบอินเดียหรือที่เรียกว่า Champissage (จำปี) มีมานานกว่าพันปี เป็นประเพณีของครอบครัวกรูมมิ่งและเป็นส่วนหนึ่งของการนวดอายุรเวทแบบการบำบัดและผ่อนคลาย แรกเริ่มการนวดศรีษะแบบอินเดียเป็นการพัฒนาโดยผู้หญิงที่ใช้น้ำมันที่แตกต่างกันตามฤดูกาลเพื่อให้ผมที่แข็งแรงเงาและอยู่ในสภาพสวยงาม การนวดศรีษะแบบอินเดียประกอบด้วยหัวแม่มือ แรงกดนิ้ว และการขัด พร้อมกับการลูบเน้นที่คอและไหลซึ่งมีผลต่อความเครียดของกล้ามเนื้อกลุ่มใหญ่ การนวดศรีษะแบบอินเดียยังสามารถใช้ได้กับแขนบน หนังศรีษะและใบหน้า ช่วยลดการตึงของกล้ามเนื้อ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งช่วยลดสารพิษที่กระจายตัวอยู่บริเวณกล้ามเนื้อที่ตึง ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและเรียกการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองกลับมา จะช่วยลดอาการปวดตา ไซนัสอักเสบ และอาการเครียดได้ เน้นความเข้มข้นและปรับปรุงรูปแบบการนอนหลับ สุดท้ายของการรักษาจะทำให้เกิดการพักผ่อนและระดับพลังงานดีขึ้น นวดศรีษะแบบอินเดียสามารถปลดล็อคอารมณ์และพลังงานเชิงลบทำให้รู้สึกบวกได้. |
||||||
|
| Web(AD) Sponsors |
|
|
|
|
|
| place your Web(AD) here |