จังหวัดฉะเชิงเทรา, ฉะเชิงเทรา, ข้อมูลจังหวัดฉะเชิงเทรา, เทศกาลและงานประเพณีจังหวัดฉะเชิงเทรา

ยินดีต้อนรับสู่ จังหวัดฉะเชิงเทรา
ข้อมูลแนะนำจังหวัดฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา หรือที่หลายคนมักเรียกว่าเมืองแปดริ้ว คือจังหวัดใกล้กรุงที่ยังดกดื่นร่มรื่นด้วยสวนผลไม้ โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์ดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยการเป็นเมืองเก่าแก่ริมน้ำบางปะกง ซึ่งมีวัดหลวงพ่อโสธร หรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน

ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง มีพื้นที่ประมาณ 5,351 ตารางกิโลเมตร เป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าถือกำเนิดขึ้นเมื่อไร แต่จากการสำรวจและขุดค้นตามแหล่งอารยธรรมสำคัญโดยนักโบราณคดี ทำให้รู้ว่าพื้นที่นี้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา สันนิษฐานว่า ในยุคนั้น ฉะเชิงเทราเป็นดินแดนสำคัญแห่งหนึ่งทางด้านชายฝั่งทะเลตะวันตะวันออก

จังหวัดฉะเชิงเทราแบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และอำเภอคลองเขื่อน
อาณาเขต
ทิศเหนือ : ติดต่อกับ จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี
ทิศใต้ : ติดต่อกับ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และอ่าวไทย
ทิศตะวันออก : ติดต่อกับ จังหวัดสระแก้ว
ทิศตะวันตก : ติดต่อกับ จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร
ระยะทาง
ระยะทางจากจังหวัดอ่างทองไปยังจังหวัดใกล้เคียง
จังหวัดชลบุรี 44 กม. จังหวัดนครนายก 100 กม.
จังหวัดสมุทรปราการ 75 กม. จังหวัดสระแก้ว 124 กม.
จังหวัดปราจีนบุรี 76 กม. จังหวัดระยอง 137 กม.
กรุงเทพมหานคร 82 กม. จังหวัดจันทบุรี 190 กม.
จังหวัดปทุมธานี 85 กม.    

ระยะทางจากอำเภอเมืองอ่างทองไปยังอำเภอต่างๆ
อำเภอบ้านโพธิ์ 14 กม. อำเภอพนมสารคาม 32 กม.
อำเภอคลองเขื่อน 18 กม. อำเภอแปลงยาว 35 กม.
อำเภอบางน้ำเปรี้ยว 19 กม. อำเภอสนามชัยเขต 50 กม.
อำเภอบางปะกง 24 กม. อำเภอราชสาส์น 53 กม.
อำเภอบางคล้า 25 กม. อำเภอท่าตะเกียบ 85 กม.
เทศกาลและงานประเพณี
งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร
งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร
งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร
วันที่จัดงาน: หนึ่งปีมีการจัดขึ้น 3 ครั้งโดยมีกำหนดจันทรคติ
สถานที่จัดงาน: อำเภอเมือง, วัดโสธรฯ
งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร หนึ่งปีมีการจัดขึ้น 3 ครั้งโดยมีกำหนดจันทรคติ ดังนี้

1. งานเทศกาลกลางเดือน 5 เริ่มตั้งแต่วันขึ้น15 ค่ำ ถึง แรม 2 ค่ำ รวม 3 วัน 3 คืน ถือว่าเป็นงานฉลองสมโภชในวันที่ อาราธนาหลวงพ่อพุทธโสธรขึ้นจากน้ำ มาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้

2. งานเทศกาลกลางเดือนสิบสอง เริ่มงาน วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ (เดือนพฤศจิกายน) เนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2433 เกิดโรคฝีดาษระบาด ไปทั่ว ชาวบ้านจึงบนบานต่อหลวงพ่อพุทธโสธรขอให้หาย จึงได้จัดพิธีสมโภชจนกลายเป็นประเพณี สืบต่อกันมา ปัจจุบันทางจังหวัดฉะเชิงเทรา และทางวัดโสธรฯ ได้ร่วมกันจัด งานนมัสการ พระพุทธโสธร และงานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประจำทุกปี มีการเฉลิมฉลอง เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัด เริ่มจากมีพิธีการบวงสรวงสถานที่สำคัญ 4 แห่ง ได้แก่ องค์หลวงพ่อพุทธโสธร, ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5, กรมหมื่นมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี , ขบวนแห่หลวงพ่ออย่างยิ่งใหญ่ ทั้งทางบกและทางน้ำตามเส้นทางแม่น้ำบางปะกง การแข่งเรือยาวประเพณี ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง หน้าวัดโสธร ฯ การแข่งขันเรือเครื่อง เรือหางยาว สกู๊ตเตอร์ เรือสูตรฟอร์มูล่า และชมการแข่งว่ายน้ำข้ามแม่น้ำบางปะกง ชมการแสดงของเหล่าศิลปินนักแสดง เลือกซื้อสินค้า นึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของดีเมืองแปดริ้ว และการออกร้านกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา

3. งานเทศกาลตรุษจีน จัดโดยสมาคมชาวจีน พร้อมด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัด เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 5 ค่ำ (ปีใหม่ตามจันทรคติของจีน) รวม 5 วัน 5 คืน
งานประเพณี ขึ้นเขา เผาข้าวหลาม
วันที่จัดงาน: เดือนกุมภาพันธ์
สถานที่จัดงาน: ชุมชนหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว
ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามของชาวชุมชนหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอพยพมาจากเวียงจันทน์ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ชาวลาวเวียง” ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา “บุญข้าวหลาม” เป็นประเพณีการทำบุญถวายข้าวหลาม ขนมจีนน้ำยาป่า แด่พระภิกษุสงฆ์วัดหนองบัว วัดหนองแหน ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอพนมสารคาม เหตุที่ถวายข้าวหลามนั้น อาจเป็นเพราะเดือน ๓ เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา จึงนำข้าวอันเป็นพืชหลักของตนที่ได้จากการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ซึ่งเรียกว่าข้าวใหม่ มีกลิ่นหอม น่ารับประทานมาก นำมาทำเป็นอาหารโดยใช้ไม้ไผ่สีสุกเป็นวัสดุประกอบในการเผา เพื่อทำให้ข้าวสุก เรียกว่า “ข้าวหลาม” เพื่อนำไปถวายพระภิกษุ

การเผาข้าวหลาม ชาวบ้านจะเริ่มเผาในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ โดยชาวบ้านจะออกไปหาไม้ไผ่ ซึ่งมีอยู่มากในหมู่บ้าน มาทำกระบอกข้าวหลาม ซึ่งจะต้องเลือกลำไผ่ที่ไม่แก่ หรืออ่อนมากเกินไปไม่มีตามด เพราะตามดจะทำให้มีกลิ่นเหม็น และไม่มีเยื่อ ทำให้ข้าวติดกระบอก ความยาวของปล้องไม้ไผ่ห่างพอควร ยาวประมาณ ๑๘ นิ้ว นำไม้ไผ่ทั้งลำมาตัด หรือเลื่อยเป็นท่อน ๆ โดยมีข้อต่อที่ก้นกระบอก จากนั้นนำ ”ข้าวเหนียว” ที่มีกะทิผสมเรียบร้อยแล้ว ใส่กระบอกนำไปเผาไฟที่ลานบ้าน โดยขุดดินเป็นรางตื้น ๆ เป็นที่ตั้งกระบอกข้าวหลาม ส่วน ๒ ด้านของกระบอกข้าวหลาม ก่อกองไฟขนานไปกับข้าวหลาม บางบ้านใช้ต้นไม้ที่ตายแล้วทั้งต้นมาเป็นเชื้อเพลิง เช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านจะนำข้าวหลาม ขนมจีนไปทำบุญที่วัด

การทำบุญข้าวหลามของชาว ”ลาวเวียง” ยังคงทำกันตามประเพณีดั้งเดิม และผสมผสานกับประเพณีไทยก็คือ การปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองที่วัดเขาดงยาง (วัดสุวรรณคีรี) เขตตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กลางเดือน ๓ ชาวบ้าน “ลาวเวียง” ซึ่งอยู่ห่างจากวัดดงยาง ประมาณ ๔ – ๖ กิโลเมตร ต้องเดินทางด้วยเท้าไปปิดทอง โดยใช้เส้นทางผ่านบ้านหัวสำโรง ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายเขมร ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ประเพณี บุญข้าวหลาม จึงแพร่หลายสู่บ้านหัวสำโรง และรับเป็นประเพณีของชนกลุ่มตน เป็นประเพณี “ขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” ของชาวชุมชนหัวสำโรง ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา มาจนถึงทุกวันนี้ เทศกาลท่องเที่ยว มะม่วง อาหาร และของดีเมืองบางคล้า
เทศกาลท่องเที่ยว มะม่วง อาหาร
และของดีเมืองบางคล้า
เทศกาลท่องเที่ยว มะม่วง อาหาร และของดีเมืองบางคล้า
วันที่จัดงาน: เดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี
สถานที่จัดงาน: ที่ว่าการอำเภอบางคล้า
จัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี ที่หน้าที่ว่าการอำเภอบางคล้า ในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ อิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายรายการ เช่น กุ้งเผา ปลากะพงเผาเกลือ - นึ่งมะนาว ซื้อมะม่วงสุกรับประทานกับข้าวเหนียวหวาน - มัน , มะม่วงดิบ รับประทานกับน้ำปลาหวาน การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การแข่งขันกีฬาทางน้ำ ซื้อผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ของดีบางคล้าในราคาประหยัด ล่องเรือชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง – รอบเกาะลัด
งานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว
วันที่จัดงาน: เดือนเมษายน
สถานที่จัดงาน: อำเภอเมือง
จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตมะม่วงมาเป็นเวลานานเพราะมะม่วง แปดริ้วมีรสชาติดีถูกใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ พันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูก คือมะม่วงแรด เขียวเสวย ฟ้าลั่น น้ำดอกไม้เบอร์ 4 น้ำดอกไม้สีทอง และทะวายเดือนเก้า เป็นต้น โดยการปลูกมะม่วงของจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น จะมี 2 ลักษณะคือ ในพื้นที่ลุ่มดินค่อนข้างเหนียว โดยมีการปลูกแบบร่องสวนในเขตพื้นที่อำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น และอำเภอคลองเขื่อน อีกลักษณะหนึ่งก็คือ ที่ค่อนข้างดอน ดินเป็นลูกรังหรือร่วนทราย จะปลูกสภาพไร่ไม่ยกร่อง นิยมปลูกในพื้นที่อำเภอพนมสารคาม สนามชัยเขต แปลงยาวและท่าตะเกียบ เป็นต้น ทำให้จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นที่กล่าวขานอย่างมากในเรื่องของมะม่วงรสอร่อยและ สายพันธุ์ชั้นยอด จนมีการจัดงานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว เป็นประจำทุกปี

งานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2513 ณ บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ด้านริมน้ำโดยใช้ชื่องานว่า “งานวันมะม่วง” ในช่วงเวลานั้นการปลูกมะม่วงท้องที่จังหวัดต่างๆ ยังมีไม่มากเหมือนปัจจุบัน จึงทำให้มะม่วงแปดริ้วมีความโดดเด่นมากในด้านคุณภาพ การจัดงานจึงมุ่งเน้นที่จะเผยแพร่ชื่อเสียงเป็นสำคัญ ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

ปัจจุบันเมื่อพูดถึงแปดริ้ว ทุกคนจะคิดถึงมะม่วงเมืองแปดริ้วเป็นอันดับแรก ในอดีต งานมะม่วงเป็นเทศกาลส่งเสริมการเกษตรประจำปีที่จัดติดต่อกันมา จนกระทั่งถึงปี 2540 – 2541 ทางจังหวัดจึงได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร จัดงานร่วมกันโดยใช้ชื่อว่า งานวันมะม่วงแห่งชาติและของดีเมืองแปดริ้ว จนกระทั่งทุกวันนี้ กำหนดการจัดงานจะจัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพราะเป็นช่วงตลาดรับซื้อใน กรุงเทพฯหยุด และมีประชาชนมาเที่ยวนมัสการพระพุทธโสธรเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรชาวสวนมะม่วงขายมะม่วงได้เป็นจำนวนมาก โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมมากมาย
งานสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ
วันที่จัดงาน: เดือนมิถุนายนเป็นประจำทุกปี
สถานที่จัดงาน: อำเภอท่าตะเกียบ
เมื่อกล่าวถึงประเพณีบุญบั้งไฟ ทุกคนมักจะนึกถึงจังหวัดยโสธรเป็นสถานที่แรก ซึ่งถือเป็นต้นตำหรับของประเพณีบุญบั้งไฟ แค่ถ้าเป็นประเพณีบุญบั้งไฟที่จัดขึ้นในแถบภาคกลางของประเทศไทยนั้น จังหวัดฉะเชิงเทราคงเป็นสถานที่ที่น้อยคนจะรู้ว่ามีการจัดประเพณีบุญบั้งไฟ เช่นเดียวกันซึ่งได้จัดกันต่อเนื่องมากว่า 20 ปีแล้ว ที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา

การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอท่าตะเกียบ แรกเริ่มเดิมทีนั้นเกิดจากการอพยพของประชาชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสภาพภูมิศาสตร์ทางกายภาพของพื้นที่ในภาคตะวันอกกเฉียงเหนือของประเทศไทย นั้น ส่วนใหญ่จะมีสภาพแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประสบปัญหาในการดำรงชีวิตจึงเกิดการอพยพไปหาแหล่งที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่ อุดมสมบรูณ์ จังหวัดฉะเชิงเทราจึงเป็นจังหวัดหนึ่งในเขตภาคกลางที่มีธรรมชาติสมบรูณ์ทั้ง ดินและน้ำ ประชาชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตอำเภอท่าตะเกียบ

การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอท่าตะเกียบนั้นได้จัดกันต่อเนื่องมากว่า 20 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการจัดงานเล็กๆของหมู่บ้าน ต่อมามีผู้ให้ความสนใจและร่วมงานเป็นจำนวนมากขึ้น จนได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลตลองตะเกรา จึงได้พัฒนาจนกลายเป็นประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอท่าตะเกียบ ตราบจนทุกวันนี้ ชมโลมา ชิมปลากะพง เที่ยวดงนก
ชมโลมา ชิมปลากะพง เที่ยวดงนก
ชมโลมา ชิมปลากะพง เที่ยวดงนก
วันที่จัดงาน: ช่วงปลายเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์
สถานที่จัดงาน: บริเวณปากอ่าวไทย ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง
โลมา - สีสันแห่งท้องน้ำ สัตว์ที่อ่อนโยน รักสนุก ขี้เล่น ปลากะพง – สีสันแห่งอาชีพ เลี้ยงมากที่สุดในภาคตะวันออก นกน้ำ -สีสันแห่งท้องฟ้า สัตว์ที่ขยัน อดทน รักเผ่าพงษ์ยิ่ง บริเวณปากอ่าวไทย ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ของทุกปี จึงมีโลมาฝูงใหญ่ว่ายตามลมหนาว กระแสน้ำเค็มและแหล่งอาหาร นั้นคือ ปลาดุกทะเลเข้ามาถึงปากอ่าวไทย จุดสิ้นสุดของแม่น้ำบางปะกง หากลมทะเลพัดเบา ๆ โลมาจะโผล่น้ำขึ้นมาหายใจเนื่องจากออกซิเจนในน้ำมีน้อย หากลมทะเลพัดแรง ถึงคราวที่จะต้องลุ้นระทึกตามหาโลมา ครอบครัวโลมาจะว่ายเป็นฝูงและหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน
งานลอยกระทง ย้อนเวลาหาวิถีไทย
วันที่จัดงาน: เดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี
สถานที่จัดงาน: สวนมรุพงษ์ ริมแม่น้ำบางปะกง
กระแสธาราที่ไหลเวียน ดุจกาลเวลาไม่ย้อนกลับ หลายสิ่งอาจว่างเปล่าไร้ค่า และสูญสลายตามวันเวลา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงงดงามและเพิ่มพูน สัมผัสได้ถึงความภาคภูมิและความสุข นั่นคือสายสัมพันธ์แห่งสายน้ำบางปะกง ผสานกับความรัก ความสามัคคีของชาวแปดริ้ว

การจัดงานลอยกระทง ย้อนเวลาหาวิถีไทย จัดโดยคณะทำงานของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา สร้างสรรค์พื้นที่บริเวณ สวนมรุพงษ์ ริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามแตกต่างจากสถานที่จัดงานในจังหวัดอื่นๆ เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของชาวเมืองแปดริ้ว โดยมีกิจกรรมการละเล่น การสาธิตและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่สามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด การจัดลานตำรับสำรับไทยอาหารพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายอาหาร การประกวดหนูน้อยนพมาศ การประกวดกระทงใหญ่ นิทรรศการภาพถ่ายที่สามารถมาร่วมย้อนรำลึกวิถีชีวิตในอดีตกว่า 20 ปี ของชาวแปดริ้วในภาพถ่าย “ภาพเก่า เล่าเรื่อง เมืองฉะเชิงเทรา” และร่วมชมการแสดงพลุดอกไม้ไฟ รวมไปถึงการแสดงจากศิลปินชื่อดังร่วมสมัย

ทั้งนี้ การจัดงานลอยกระทง ย้อนเวลาหาวิถีไทย จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ควรพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทยเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจใน เอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆภายในงานและความประทับใจให้สมกับที่ เมืองแปดริ้วเป็นเมืองน่าอยู่เคียงคู่วัฒนธรรมงาม
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร