สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา, ที่เที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา

สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดฉะเชิงเทรา
โบราณสถานและประวัติศาสตร์
ป้อมและกำแพงเมืองฉะเชิงเทรา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ. 2337 โดยมีกรมหลวงรณเรศเป็นแม่กองก่อสร้าง เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ ซึ่งเป็นพ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมก์ชาวเมือง บริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง มีปืนใหญ่ตั้งอยู่ตามกำแพงเมือง วัดโสธรวรารามวรวิหาร
วัดโสธรวรารามวรวิหาร

ศาสนสถาน
 วัดโสธรวรารามวรวิหาร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดอยู่ในเขตเทศบาลเมืองริมแม่น้ำบางปะกง เดิมวัดนี้ชื่อว่า "วัดหงส์" สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพุทธโสธร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งชาวเมืองเคารพนับถือกันมาก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ หายเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิหน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร โดยฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่าเป็นพระพุทธรูปปาฏิหาริย์ลอยทวนน้ำมาและมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐาน ที่วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2313 สมัยต้นกรุงธนบุรี แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมากแต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนต่างมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก

วิหารจำลอง ประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลอง สืบเนื่องจากทางคณะกรรมการวัดมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งมีสภาพทรุดโทรม คับแคบและสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยได้อัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้ เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการและปิดทองตามปกติ

เปิดให้เข้าชม : วันธรรมดาระหว่างเวลา 07.00-16.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ระหว่างเวลา 07.00-17.00 น.

ศาลหลักเมือง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยหลังคาทรงจตุรมุข ส่วนบนเป็นยอดปรางค์ ภายในศาลมีเสาหลักเมือง ๒ เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองเก่าสร้างเมื่อพ.ศ.๒๓๗๗ สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ อีกเสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบันสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๘ สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอยู่ในบริเวณเดียวกัน

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 07.00 – 17.00 น.

วัดจีนประชาสโมสร หรือ วัดเล่งฮกยี่
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลบ้านใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด ๑ กิโลเมตร เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๙ เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี เพื่อเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ได้ทรงพระราชทานนามวัดว่า "วัดจีนประชาสโมสร" ส่วนชื่อภาษาจีนของวัด คำว่า "ฮก แปลว่า วาสนา โชคลาภ ความมั่งมีศรีสุข เล้ง หรือ เล่ง หมายถึง มังกร จึงมีผู้เรียกวัดนี้ ว่า มังกรวาสนา หรือ มังกรแห่งโชค" ตามหลักฮวงจุ้ยจีนกล่าวว่า วัดนี้ถือเป็นตำแหน่งท้องมังกร ส่วนตำแหน่งหัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพฯ และหางมังกรนั้นอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่ จังหวัดจันทบุรี ทั้งสามตำแหน่งของมังกรพาดผ่านดินแดนของความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ เยาวราชดินแดนแห่งการค้าขาย เมืองแปดริ้วดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารและจังหวัด จันทบุรี เมืองแห่งอัญมณีพลอย ภายในวัดจีนประชาสโมสรมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ่ ๔ องค์ทำจากกระดาษที่ประตูทางเข้า พระประธาน ๓ องค์และองค์ ๑๘ อรหันต์ ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน รูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ(ไฉ่เซ่งเอี้ย) ที่อยู่ด้านขวาขององค์พระประธานและยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ตามคติจีน ระฆังใบใหญ่น้ำหนักกว่า ๑ ตัน ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓ ใบในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตรถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็ เหมือนกับการสวดมนต์ซึ่งได้บุญกุศล นอกจากนี้ยังมีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่กวนอิม วิหารตี่จั๊งอ๊วงและสระนทีสวรรค์ เป็นต้น
วัดอุภัยภาติการาม วัดซำปอกง
สถานที่ตั้ง อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่ เดิมเป็นวัดจีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนในลัทธิมหายานภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้าเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "เจ้าพ่อซำปอกง" ในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น ประดิษฐานอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร (ฝั่งธนบุรี)กรุงเทพฯ วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์และไต้หวันมานมัสการอยู่เป็นประจำ

เปิดให้เข้าชม : วันธรรมดา 07.00 – 16.15 น. และ วันหยุด 07.00 – 17.00 น.

วัดพยัคฆอินทาราม หรือ วัดเจดีย์
สถานที่ตั้ง อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ตำบลบ้านใหม่ จากหลักฐานจารึกแผ่นเงินที่พบบริเวณรอยแตกตรงคอระฆังของเจดีย์องค์ใหญ่ภายในวัดทำให้ทราบว่าวัดนี้สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยนายเสือ หรือ พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรากับภรรยาชื่ออิน โดยแรกเริ่มดำเนินการสร้างเจดีย์ก่อนเมื่อปี พ.ศ.2416 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2418 ส่วนวัดนั้นสร้างเสร็จภายหลังในราวปี พ.ศ. 2424 นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2525 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่เจดีย์องค์ใหญ่ 1 องค์ เจดีย์องค์เล็ก 2 องค์ วิหารพระพุทธบาท อุโบสถและหอระฆัง
วัดสัมปทวนนอก
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ถนนศุภกิจ เดิมชื่อวัดสวนพริก (นอก) สร้างขึ้นปลายสมัยกรุงธนบุรี โดยพระภิกษุอินและชาวบ้าน มีตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อพุทธโสธรที่ลอยทวนน้ำในแม่น้ำบริเวณหน้าวัด มาเป็นชื่อเรียกวัดและสถานที่แห่งนี้ว่า "สามพระทวน" และกลายเป็น "สัมปทวน" ในที่สุด สิ่งที่น่าชมคือ พระอุโบสถที่มีลายปูนปั้นอยู่บนชายคาระเบียงโบสถ์แสดงภาพพระเวสสันดรชาดก อีกด้านหนึ่งเป็นภาพวิถีชีวิตชาวแปดริ้วในอดีต ที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธิรังษีมุนีวงศ์ (ฮ้อ พรหมโชโต) เป็นเจ้าอาวาส หน้าวัดมีหอพระงดงาม บริเวณท่าน้ำจะมองเห็นเขื่อนทดน้ำบางปะกง วัดเมือง
วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์)
วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๗๗ พร้อมๆ กับการสร้างป้อมและกำแพงเมือง โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพ มหานคร ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า "วัดเมือง" ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์" แปลว่าวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง
เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ประดิษฐานอยู่ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา (หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา) ถนนศุภกิจ ตำบลหน้าเมือง เป็นรูปยืนองค์ลอย สูงประมาณ ๑๑๙ เซนติเมตร น้ำหนัก ๔๐ กิโลกรัม ทำจากซีนีก้า ด้านในหล่อเต็มองค์ เนื้อองค์สีออกเหลือง ในมือของเจ้าแม่กวนอิมถือคัมภีร์ กล่าวได้ว่าเป็นปางถือคัมภีร์ โปรดสั่งสอนมนุษย์ทุกชนชั้นวรรณะ มีผู้พบลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๐ ชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ ที่แห่งนี้ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเดินทางไปสักการะเป็นประจำ
วัดสายชล ณ รังษี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดสายชล ณ รังษี ตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง เดิมชื่อว่า “วัดแหลมบน” สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับอิทธิพลรูปแบบสถาปัตยกรรม จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน้าบันพระอุโบสถเป็นรูปแกะสลักพระนารายณ์ทรงครุฑ สลักด้วยไม้สัก ช่อฟ้า ใบระกา เป็นไม้สัก ลงรัก ติดกระเบื้อง

ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติ และยังมีอาคารไม้ที่สวยงาม รวมทั้งโรงเรียนวัดสายชล ณ รังษี (เฉลิมอริยราษฎร์) สร้างด้วยไม้ใน พ.ศ. 2481 เป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ตั้ง โดยทางการ ชื่อว่า โรงเรียนประชาบาล ตำบลบ้านใหม่ 2 (วัดแหลมบน) อาคารเรียนนี้ก่อสร้างด้วยไม้ โดยสร้างชั้นบนก่อน ส่วนชั้นล่างเป็นใต้ถุน เนื่องจากงบประมาณจำกัด ต่อมาใน พ.ศ. 2494 ได้รับงบ ประมาณต่อเติมอาคารชั้นล่างจนแล้วเสร็จ
วัดสมานรัตนาราม
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดสมานรัตนาราม หรือ วัดใหม่ขุนสมาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง ใกล้กับโครงการเขื่อนทดน้ำบางปะกง ลักษณะที่ตั้งของวัด จะเห็นได้ว่า เหมือนเป็นเกาะที่มี แม่น้ำบางปะกงล้อมรอบทางฮวงจุ้ยเขาเรียกว่า ถุงเงินถุงทอง ก็จัดว่าเป็นทำเลที่ดี

ภายในวัดมีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง โดยมีถึง 3 อำเภอที่สามารถมองเห็นได้ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน วัดสมานรัตนารามยังมีพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งสององค์ องค์ที่ 1 คือ พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย(นาม หลวงพ่อโต) อายุกว่า 120 ปี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของตำบลและอำเภอองค์หนึ่ง เป็นที่ศรัทธาเคารพนับถือแก่ประชาชนโดยทั่วไป โดยทั่วไป องค์ที่ 2 คือ พระประธานหน้าวัดตั้งประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงหน้าวัด เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำบางปะกง สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลสังฆปรินายก ทรงถวายพระนามว่า พระพุทธมหากรุณาคุณประสิทธิ์ และทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุ 9 องค์บรรจุบนเกตุพระ
วัดโพธิ์บางคล้า
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคล้า
อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา ๒๓ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๓๑ ไร่ ชื่อว่า "วัดโพธิ์" สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๓๑๐-๒๓๒๕ สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศิลปะอยุธยากับรัตนโกสินทร์ พระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐฉาบปูน หลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องเกล็ดเต่าทำจากดินเผา ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ บริเวณวัดจะเห็นค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่ตามต้นไม้ ค้างคาวแม่ไก่เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ มีปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก กางปีกกว้างประมาณ ๓ ฟุต แม่ค้างคาวให้กำเนิดลูกได้ครั้งละ ๑ ตัว ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน อาหารของค้างคาวจะเป็นพวกผลไม้และใบไม้อ่อนเช่น ใบโพธิ์ ใบมะม่วง ใบมะขาม เป็นต้น เคยมีผู้เฝ้าสังเกตการหากินของค้างคาวที่นี่พบว่าค้างคาวบินไปหากินตามเขต ชายแดนไทยหรือฝั่งประเทศกัมพูชา หากล่องเรือชมทัศนียภาพตามลำน้ำบางปะกงจะผ่านวัดนี้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นชมวัดได้จากท่าน้ำของวัด
วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสนามชัยเขต
ตั้ง อยู่หมู่ ๒ ตำบลลาดกระทิง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒๕๙ (สายสนามชัยเขต-ท่าตะเกียบ) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๙ กิโลเมตร ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ เช่น หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางประทานพร หน้าตักกว้าง ๑๗ เมตร สูง ๑๙ เมตร ฐานสูง ๕ เมตร พระมหาธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีเหลือง น้ำเงิน ขาว สูง ๕๐ เมตร ฐานรอบเจดีย์กว้าง ๔๕ เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในองค์เจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมากและภาพเขียนสีน้ำมันแสดงเรื่องราวใน พุทธประวัติ มีบันไดขึ้นไปด้านบนได้หลายชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบและอ่างเก็บน้ำลาดกระทิงซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ท่านพ่อขุนอนุสาวรีย์สมเด็จพ่อแสนคำฟ้าและวิหารพระนอนสภาพโดยรอบวัดคงความเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

เปิดให้เข้าชม : เป็นเวลา 08.00 - 17.00

อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร
(น้อย อาจารยางกูร)
อนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ถนนศรีโสธรตัดใหม่ ตรงข้ามสัมมนาคารบางปะกงปาร์ค (มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์) รูปปั้นทำด้วยโลหะหล่อสูง ๒.๖๕ เมตร ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๒ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็นชาวแปดริ้ว เป็นนักปราชญ์ทางด้านภาษาไทย ตลอดชีวิตท่านได้รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทมาตั้งแต่สมัยรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ท่านแต่งโคลงสุภาษิต คำประกาศราชพิธี แบบเรียนภาษาไทยหลายเล่มเพื่อใช้ในการสอน เช่น มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังคโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ พิศาลการันต์ นับเป็นแบบเรียนภาษาไทยที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับเยาวชนไทยในยุคนั้น
อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคล้า
สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทางทัพผ่านในการกอบกู้เอกราช หลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้นเคยเป็นที่ตั้ง ของเจดีย์ อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์เมื่อสู้รบกับพม่าที่บริเวณนั้น ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์ พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531

ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง ใกล้กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศาลนี้แต่เดิมอยู่ที่วัดดอยเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 ชาวเมืองเห็นว่าศาลนั้นไม่สมพระเกียรติ จึงช่วยกันสร้างศาลขึ้นใหม่พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2277 สวรรคต พ.ศ. 2325 รวม 48 พรรษา ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป
ตลาด
ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ (ทางไปอำเภอบางน้ำเปรี้ยว) เป็นตลาดโบราณริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงอายุกว่า ๑๐๐ ปีที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตผู้คนกับชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำมาเก่าแก่ตั้งแต่ ก่อนสมัยรัชกาลที่ ๕ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบนี้เอาไว้และสร้างอาชีพให้ชาวชุมชน จึงเกิด "ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่" ในตลาดจะมีสินค้าต่างๆ จำหน่ายทั้งอาหาร ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยวเป็ด กาแฟโบราณ เครื่องดื่มโบราณ สมุนไพร ขนมทั้งไทย จีน ของเล่นโบราณ ของฝากของที่ระลึกต่างๆ

เปิดให้เข้าชม : เปิดขายเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 - 17.00 น.

ตลาดโบราณนครเนื่องเขต
ตลาดโบราณนครเนื่องเขต
ตลาดโบราณนครเนื่องเขต
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตลาดโบราณนครเนื่องเขต เป็นตลาดริมสองฟากฝั่งคลองนครเนื่องเขตที่มีมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ลักษณะเป็นบ้านเรือนไม้และตลาดของชุมขน ไทย-จีนขนานไปกับริมคลองและมีทางเดินเท้าและสะพานเชื่อมถึงกัน

เทศบาลตำบลนครเนื่องเขตได้ฟื้นฟูภาพวิถีชีวิตของชุมชนชาวตลาดริมคลองขึ้นมา ใหม่ โดยจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองนานาชนิด อาทิ ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนม กาแฟโบราณ ผลไม้ และพืชผัก มีทั้งร้านค้าบนบกและเรือพายขายอาหารในลำคลอง

เปิดให้เข้าชม : เปิดขายเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

ตลาดคลองสวน 100 ปี
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านโพธิ์
ตั้งอยู่ในเขตตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทราและเทศบาลตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ในอดีตคลองสวนเป็นเส้นทางสำหรับเดินทางไปกรุงเทพฯ จากประตูน้ำท่าถั่ว (ฉะเชิงเทรา) แล่นผ่านตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) กรุงเทพฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันวิถีชีวิตของชาวคลองสวนทั้งชาวไทยจีน ชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ผสมผสานวัฒนธรรมการดำรงชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขซึ่งจะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้างเช่น โรงเจ วัด สุเหร่าจะตั้งอยู่ใกล้เคียงกันและตลาดแห่งนี้จะเป็นแหล่งนัดพบของผู้คนมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติอัน ได้แก่ ร้านกาแฟซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจจะชมบรรยากาศของวิถีชีวิตร่วมสมัยย้อนยุคกว่า 100 ปี ได้ชิมอาหารอร่อยทั้งอาหารคาวที่มีสูตรเฉพาะ ขนมหวาน กาแฟสูตรโบราณดั้งเดิม ชมของเก่าและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สามารถแวะชมได้ที่ตลาดคลองสวนแห่งนี้

การเดินทาง: โดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปโดยรถยนต์สามารถไปได้ทางถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 35 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางไปไทย คันทรี่ คลับ ประมาณ 15 กิโลเมตร จนเจอถนนหมายเลข ฉช 3001 เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10 หรือ กิโลเมตรที่ 10-11 จากแยกร่มเกล้าไปอีก ประมาณ 27 กิโลเมตร ไปตามทางหมายเลข ฉช 3001 ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10หรือ กิโลเมตรที่ 10-11 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยรถประจำทาง นั่งรถประจำทางสายฉะเชิงเทรา-ลาดกระบัง ลงหน้าทางเข้าตลาด แล้วเดินต่อเข้าไปประมาณ 200 เมตร
สวนสาธารณะ
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด บนเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ เป็นสวนสาธารณะที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางสวน มีทางเดินโดยรอบสระและต้นไม้ขึ้นร่มรื่นเหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
เขื่อนทดน้ำบางปะกง
เขื่อนทดน้ำบางปะกง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ 643,750 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่รอยต่อ 5 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและปราจีนบุรี เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา คลองโตนดจังหวัดจันทบุรีและแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 30-150 เมตร ยอดเขาสูงสุดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขตรักษาพันธุ์ฯ คือ เขาสิบห้าชั้น ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 802 เมตร

นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไน หรือ น้ำตกบ่อทอง อยู่ที่หน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกบ่อทอง เกิดจากคลองหมากบนเขาอ่างฤาไน เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ ๔๐ กิโลเมตร มีทางเข้าจากบริเวณบ้านหนองคอก เส้นทางต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกบ่อทองประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ศึกษา ธรรมชาติอย่างแท้จริง และ น้ำตกเขาตะกรุบ ขึ้นอยู่กับหน่วยพิทักษ์ป่าเขาตะกรุบ เลยจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ ๓๐ กิโลเมตร
เขื่อนทดน้ำบางปะกง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บริเวณบ้านไผ่เสวก ตำบลบางแก้ว ห่างจากตัวเมืองไปตามลำน้ำบางปะกง ประมาณ ๖ กิโลเมตร ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-บางคล้า เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกง เป็นเขื่อนป้องกันน้ำเค็ม ใช้อุปโภคบริโภค และจัดสรรน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
ปราสาททราย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากวัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร) 800 เมตร ติดห้างคาร์ฟูร์ ปราสาททรายถูกสร้างขึ้นเพื่อร่วมฉลองปีมหามงคล เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา บริษัท เอ็ดดูเทนเม้นท์ แพลนเน็ท จำกัด จึงร่วมกับสำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทราและเทศบาล เมืองฉะเชิงเทราจัดงานมหกรรมปั้นทรายโลกแห่งแรกแห่งเดียวในประเทศไทย โดย บริษัท เอ็ดดูเทนเม้นท์ แพลนเน็ท จำกัด ได้เชิญนักปั้นทรายมืออาชีพจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเซ็กและไอร์แลนด์ มาสร้างปรากฏการณ์นี้ร่วมกับทีมปั้นทรายตัวแทนแห่งประเทศอีกหลายทีม

เปิดให้เข้าชม : วันธรรมดาเวลา 10.00-19.00 น. วันเสาร์ -อาทิตย์ เวลา 09.00-20.00 น. และวันนักขัตฤกษ์เริ่มเวลา 08.00-23.00 น.

หมู่บ้านน้ำตาลสด
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคล้า
ตั้งอยู่ที่บ้านปากน้ำ หมู่ที่ ๑๑ ถนนวนะภูติ ตำบลปากน้ำ เป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่มแห่งเดียวในภาคตะวันออก ชมขั้นตอนการผลิตน้ำตาลสดจากต้นตาลโตนด และสัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกรที่ผลิตน้ำตาลสด ชมกระบวนการผลิตน้ำตาลสด เริ่มด้วยการปีนต้นตาลสูงระฟ้าเพื่อรองน้ำตาลยามเช้าและเย็น ต่อด้วยขบวนการต้มน้ำตาลสด ก่อนที่จะส่งไปขายทั่วประเทศ การทำน้ำตาลปึก และชิมน้ำตาลสดหอมหวาน ก่อนเดินทางกลับเลือกซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์เป็นของฝากกลับบ้าน เช่น น้ำตาลสดพร้อมดื่ม น้ำตาลปึก หมวกกุ้ยเล้ย งวงตาลตัวผู้ที่ชาวบ้านเชื่อว่ารักษาโรคเบาหวานได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา
สวนมะม่วง
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคล้า
ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมะม่วงมากที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 86,000 ไร่ อำเภอที่ปลูกมากที่สุดคือ อำเภอบางคล้าและอำเภอแปลงยาว มะม่วงที่นิยมปลูกได้แก่ แรด เขียวเสวย น้ำดอกไม้ เจ้าคุณทิพย์และทองดำ เป็นต้น มะม่วงจะเริ่มออกในเดือนมีนาคม ทางจังหวัดได้จัดงานมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้วเป็นประจำทุกปี สำหรับผู้ที่สนใจจะเที่ยวชมสวนมะม่วง ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางคล้า
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สถานที่ตั้ง : อำเภอพนมสารคาม
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ศูนย์ตั้งอยู่ตำบลเขาหินซ้อน ริมทางหลวงหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 51-52 เส้นฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี อยู่ห่างจากอำเภอพนมสารคาม 17 กิโลเมตร ศูนย์แห่งนี้ได้รับสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2522 เนื่องมาจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพเสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์และเนื้อดินเป็นทรายมีการชะล้างพังทลายของดินสูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพัฒนาพื้นที่สภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์บริเวณศูนย์ใหม่

จัดเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ โดยความร่วมมือทั้งจากส่วนราชการและเอกชน มีการจำแนกพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตลักษณะงานต่างๆได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปลูกพืช การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร โดยจัดตั้งเป็น "สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก" เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชต่างๆ ทั้งสมุนไพรและต้นไม้หายากได้แก่ ต้นลาพรรษาและต้นชมพูภูคา ซึ่งขณะนี้พบได้ที่นี่แห่งเดียวในโลก ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่างๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 กิโลเมตรที่ 51 – 52 ในเขตตำบลเขาหินซ้อน และตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 1,929 ไร่

ภายในศูนย์ฯ มีการแบ่งพื้นที่เพื่อทำการสาธิตและทดลองงานต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน การปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร มีแปลงทดลองปลูกพืชนานาชนิดอาทิ พันธุ์หวายที่มีในประเทศไทย อโวคาโด มะม่วงทุกพันธุ์ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ โดยจัดตั้งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก เพื่อดูแลงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของพืชสมุนไพรต่าง ๆ ภายในอาคารจัดเป็นนิทรรศการบรรยายและสาธิตการผลิตสมุนไพรต่างๆ มีห้องอบและห้องนวดสมุนไพร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.

ศูนย์ศึกษาพัฒนาการสังคมหมู่บ้านวนเกษตร หรือ บ้านศานติธรรม
สถานที่ตั้ง : อำเภอสนามชัยเขต
ตั้งอยู่ตำบลลาดกระทิง ภายในอาณาบริเวณเกือบ ๑๐ ไร่ มีพันธุ์ไม้กว่า ๗๐๐-๘๐๐ ชนิด เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ภายในมีเรือนไม้แบบไทย มุงด้วยกระเบื้องว่าว ใต้ถุนสูงสำหรับประชุมหรือบรรยาย ชั้นบนใช้เก็บและแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านวัตถุโบราณ ของใช้รุ่นเก่าต่างๆ ด้านหลังบ้านมียุ้งข้าวจำลองและอุปกรณ์นวดข้าว สีข้าว บริเวณบ้านส่วนหนึ่งจัดไว้เป็นที่สำหรับตั้งค่ายพักแรมสำหรับเยาวชน มีลานสันทนาการ และบริเวณทำกิจกรรม เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาวิถีชีวิตการพึ่งพาตนเองแบบธรรมชาติ

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร