สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดจันทบุรี
อู่ต่อเรือพระเจ้าตาก หรือ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม (King Taksin Shipyard or Samet Ngam Shipyard)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากตัวเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร โดยไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3146 เป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตรงไปทางขวายังหมู่บ้านเสม็ดงามอีก 5 กิโลเมตร หน่วยโบราณคดีใต้น้ำ กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ขุดค้นซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดีตามริมฝั่งอ่าว พบแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่ง พร้อมทั้งส่วนประกอบต่างๆ ของเรือโบราณและสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรือสำเภาจีนแบบฟูเจียนขนาดเล็กใช้สำหรับบรรทุกสินค้ามีใบสามเถาใช้หางเรือเสือขนาดเรือยาว 24 เมตร กว้าง 5 เมตร บริเวณใกล้เคียงมีโรงเก็บเรือจำลองและเรือของชาวบ้านที่เคยใช้กันในอดีตสันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้เป็นอู่ต่อเรือเมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่าหลังจากที่กรุงศรีอยุธยาแตก เพื่อกู้เอกราชชาติไทยเมื่อ พ.ศ. 2310

การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหมู่บ้านเสม็ดงามเลยไปจนถึงวัดเสม็ดงาม เลี้ยวขวาตรงป้ายบอกทางเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

ตึกแดง (Tuk Daeng)
ตึกแดง สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือแหลมสิงห์ใกล้กับคุกขี้ไก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 พร้อมกับคุกขี้ไก่เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตรซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรีได้รื้อป้อมแห่งนี้ลงและสร้างตึกแดงขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศสเป็นตึกชั้นเดียวสีแดงหลังคามุงกระเบื้อง
ศาสนสถาน (Religious Site)
วัดคาทอลิกจันทบุรีหรืออาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธิ นิรมล (The Catholic Church)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นวัดที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 ปี ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2254 บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี โดยคุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโนและบรรดาคาทอลิกชาวญวน จนถึงปี พ.ศ. 2377 ได้มีการย้ายวัดมาสร้างบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจันทบุรีอันเป็นสถานที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมิได้มีการบันทึกถึงสาเหตุของการย้ายแต่ประการใด และในปี พ.ศ. 2446 ได้ก่อสร้างวัดหลังปัจจุบันขึ้นให้มีขนาดใหญ่กว่าวัดหลังเก่าเพื่อรองรับกับ จำนวนคริสตศาสนิกชนที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิคภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่าสเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่างๆ ซึ่งมีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง วัดคาทอลิกจันทบุรี

หลังจากนั้นได้มีการรบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด จนถึงปี พ.ศ. 2528 ได้มีการจัดงานฉลองวัดคาทอลิกจันทบุรีครบรอบ 75 ปี ขึ้นในปีดังกล่าวด้วย นับได้ว่าวัดคาทอลิกแห่งนี้เป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่และกล่าวกันว่ามีความงดงามมากที่สุดในประเทศ
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. การเข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้า
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 3931 1578

เสาหลักเมือง และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนท่าหลวงบริเวณหน้าค่ายตากสินเป็นอาคารรูปทรงเก้าเหลี่ยม หลังคาเป็นรูปพระมาลาหรือหมวกยอดแหลมภายในประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งในแต่ละวันจะมีประชาชนมาสักการะบูชาเป็นจำนวนมากและในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์จะจัดให้มีการทำบุญตักบาตรและถวายเครื่องราชสักการะเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงกอบกู้กรุงศรีอยุธยา
วัดทองทั่ว (Wat Thong Thua)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองราว 4 กิโลเมตร วัดทองทั่วมีโบสถ์หลังเก่าซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบต้นรัตนโกสินทร์ สร้างทับไปบนศาสนสถานแบบขอม ทางทิศตะวันออก หน้าโบสถ์มีสิงห์นั่งแกะสลักด้วยหินทรายสีแดง สูง 90 เซ็นติเมตร หน้าประตูมีชิ้นส่วนธรณีประตู หินทรายสีขาวในโบสถ์เก่าหลังนี้อยู่ไม่ห่างจากโบราณสถานเมืองเพนียดมากนัก ปัจจุบันเป็นที่เก็บทับหลังหินทรายสีขาวและสลักเป็นศิลปแบบถาลาบริวัตรต่อสมโบรไพรกุก (พ.ศ. 1150) อีกชิ้นคือ ทับหลังหินทรายสีขาวเช่นเดียวกันและสลักเป็นรูปลายพันธุ์พฤกษา พวงมาลัยเป็นลักษณะศิลปแบบไพรกเมง (พ.ศ. 1180 - 1250) ยังมีเสาประดับกรอบประตูเทวสถาน ลักษณะศิลปสครวัด มีโกลนพระคเณศแกะไม่เสร็จเนื่องจากยังกำหนดรูปแบบศิลปะไม่ได้แต่ร่องรอยด้านหลังที่เป็นรอยเศียรนาคคือ การดัดแปลงพระพุทธรูปนาคปรกให้เป็นเทวรูป แสดงให้เห็นถึงลักษณะศิลปะทวารวดีที่ปะปนกับขอมซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ครองนครจะเลื่อมใสศาสนาใดมากกว่ากัน ลักษณะแบบนี้พบในเมืองโบราณหลายแห่งทางภาคตะวันออกนี้เช่น เมืองพระรถ เมือง-ศรีมโหสถเมืองดงละครและโคกกระโดน
วัดพลับ (Wat Phlup)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ ห่างจากค่ายเนินวงประมาณ 1 กิโลเมตร สังเกตป้ายบอกทางเข้าทางซ้าย ตามหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานว่าพื้นที่ชุมชนวัดพลับและบ้านบางกะจะคงมีอายุในราว พ.ศ. 2300 เป็นบริเวณที่กองทัพของพระเจ้าตากสินมหาราชได้ใช้พักไพร่พล สิ่งก่อสร้างในวัดมีด้วยกันหลายสมัย ตู้พระไตรปิฎกไม้ลงรักปิดทองเขียนลายรดน้ำศิลปะแบบอยุธยาตอนปลาย เจดีย์ทรงปรางค์สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2441 หอไตรกลางน้ำเป็นอาคารไม้ เสารองรับหลังคาเป็นของเดิมมีเขียนลายรดน้ำปิดทองอายุเก่ากว่าสมัยก่อนอยุธยา ได้รับการซ่อมเมื่อปี พ.ศ. 2518 เจดีย์กลางน้ำเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบรัตนโกสินทร์ วิหารไม้หลังคาทรงจตุรมุขที่มีอายุนับร้อยปี ภายในประดิษฐานพระประธานปางทุกรกิริยาสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน เมื่อครั้งเสด็จเมืองจันทบุรีและพระอุโบสถแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่ปลุกเสกมุรธาภิเษกในสมัยต้นราชวงศ์จักรี (มุรธาภิเษก คือ น้ำรดพระเศียรในงานราชาภิเษกหรือพระราชพิธีอื่นๆ ) ด้านหลังวัดเคยมี "สำซ่าง" ซึ่งเชื่อว่าเหลืออยู่ที่วัดนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เป็นที่เผาศพแบบโบราณ มีลักษณะเป็นหลังคาลดชั้น 5 ชั้น ยอดแหลมมุงด้วยกระเบื้องเกล็ดเต่า (กระเบื้องดินเผาปลายตัดเป็นมุมแหลม ผิวด้านสีแดงตามเนื้อดิน ใช้มุงหลังคา โบสถ์ วิหาร) แต่ปัจจุบันพังทลายลงไปแล้ว
วัดเขาสุกิม (Wat Khao Sukim)
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าใหม่
วัดเขาสุกิม ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดมีบริเวณกว้างขวาง อยู่สูงขึ้นไปบนเนินเขามีพื้นที่ประมาณ 3,280 ไร่ ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุและวัตถุโบราณล้ำค่าต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีโรงเรียน โรงพยาบาลที่พระอาจารย์สมชายได้สร้างให้เป็นสมบัติของทางราชการด้วย มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธ ศาสนิกชนทั่วไปกว่า 20 ท่านเช่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่นฯลฯ
เปิดให้เข้าชมทุกวัน : ตั้งแต่เวลา 06.30–17.00 น. ผู้สนใจที่จะพักที่วัด(ทั้งผู้ที่ไปปฏิบัติธรรมหรือผู้ที่ไปพักแรม) สามารถ ติดต่อโดยตรงได้ที่ 0 1456 8384

การเดินทาง วัดเขาสุกิมอยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ สามารถเดินทางไปได้หลายเส้นทางคือ จากถนนสุขุมวิทถึงกิโลเมตรที่ 305 บริเวณบ้านห้วยสะท้อน ตรงสี่แยกบ้านเนินสูง มีทางแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3322 ไปวัดเขาสุกิมเป็นระยะทาง 13 กิโลเมตร หรือหากเลยแยกนี้ไปจะมีทางเข้าวัดได้อีกทางหนึ่งที่บ้านเนินสูงเป็นระยะทาง 16 กิโลเมตร หรืออาจใช้เส้นทางไปน้ำตกกระทิงก็ได้ โดยแยกจากถนนบริเวณกิโลเมตรที่ 324 บริเวณสี่แยกเขาไร่ยาเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร

วัดมังกรบุปผาราม หรือ วัดเล่งฮัวยี่ (Wat Mangkon Buppharam)
วัดมังกรบุปผาราม สถานที่ตั้ง : อำเภอแหลมสิงห์
ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท เส้นทางสายจันทบุรี-ขลุง ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 16 กิโลเมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520 เป็นวัดในพุทธศาสนา นิกายมหายาน มีศาลาและพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกเป็นลวดลายต่างๆ อย่างงดงาม ภายในวัดมีบรรยากาศที่เงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรม ซึ่งทางวัดยินดีจะอำนวยความสะดวกในด้านที่พัก

วัดแห่งนี้มีงานประจำปีที่สำคัญ 2 งาน คือ งานบุญกฐินจะจัดขึ้นหลังช่วงเทศกาลออกพรรษาและงานทำบุญประจำปีของวัด ซึ่งจะจัดขึ้นหลังวันตรุษจีน 21 วัน ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญถือศีล และพำนักที่วัดตลอดช่วงการจัดงานนาน 7-10 วัน

วัดมังกรบุฟผาราม หรือ วัดเล่งฮัวยี่ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าน้ำตกพลิ้ว อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วอยู่ในเขตอำเภอแหลมสิงห์ บนเทือกเขาสระบาป มีเนื้อที่ทั้งหมด 84,063 ไร่ (134.5 ตารางกิโลเมตร) พันธุ์ไม้ต่างๆ ที่พบเช่น ขนุนป่า กระท้อนป่า พิมเสนขึ้นอยู่ทั่วไปและยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อีกมากมายที่เห็นได้บ่อยคือ หมูป่า เลียงผา พังพอน กระแต หมีควาย ชะนี ลิงฯลฯ และยังเป็นที่อยู่ของปลานานาชนิดเช่น ปลาพลวง ปลาดุก ปลาฉาก

คำว่า "พลิ้ว" กล่าวกันว่าเป็นภาษาชองซึ่งเป็นเจ้าของถิ่นเดิมแปลว่า ทราย หรือ หาดทราย แต่เข้าใจกันว่าน้ำตกพลิ้วคงจะได้ชื่อมาจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งชอบขึ้นในดินปนทราย เป็นไม้เถามีดอกเป็นผลเล็กขนาดลูกเกด สีเหลืองอมแดง ขึ้นทั่วไปในแถบนี้ น้ำตกพลิ้วเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีน้ำตลอดปี น้ำใสมองเห็นพื้นล่างส่วนใหญ่เป็นดินปนทราย

สำนักงานโบราณคดีใต้น้ำ (Underwater Archaeological Office)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายเนินวงเป็นสถานที่เก็บรวบรวมและรักษาโบราณวัตถุที่นำขึ้นมาจากเรือสำเภาโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลอ่าวไทย โบราณวัตถุเหล่านี้ประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผาประเภทถ้วย โถ ไห กระปุก สำนักงานโบราณคดีใต้น้ำ ตุ๊กตารูปคนและรูปสัตว์ ซึ่งเป็นเครื่องสังคโลกไทยจากแหล่งเตาศรีสัชนาลัยและเตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันกรมศิลปากรกำลังดำเนินการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทบุรี เพื่อเป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้าประวัติความเป็นมาด้านสังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติวิทยารวมทั้งวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของจันทบุรี รวมทั้งจัดแสดงหลักฐานความเป็นมาเกี่ยวกับการพาณิชย์นาวีของไทยไว้ด้วย
เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00–16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม

การเดินทาง จากอำเภอเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 3146 บ้านท่าแฉลบ ผ่านโรงแรมอีสเทอร์นไป 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปอำเภอท่าใหม่ตรงไปประมาณ 400 เมตร

ศูนย์วัฒนธรรมจันทบุรี (Chantaburi Cultural Centre)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ภายในสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 316 อยู่บริเวณที่เป็นพระตำหนักสวนบ้านแก้วพระราชนิเวศน์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 โดยมีการรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นอนุสรณ์ของพระองค์ท่านเก็บไว้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยเสื่อกก และยังมีโบราณวัตถุที่เก็บจากท้องที่จังหวัดจันทบุรีนำมาแสดงไว้ด้วย เปิดให้เข้าชมในช่วงวันและเวลาราชการ โดยต้องทำหนังสือขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้าไปที่สถาบันราชภัฏรำไพพรรณีอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
ตลาด (Market)
ถนนศรีจันทร์ ถนนศรีจันทร์ / ถนนอัญมณี (Si Chan Road)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ถนนอัญมณีเป็นคำเรียกขานคือ บริเวณถนนศรีจันทร์และตรอกกระจ่าง นับเป็นถนนเศรษฐกิจของจังหวัด เพราะเป็นที่ตั้งของร้านเจียระไนพลอยและร้านค้าอัญมณีต่างๆ ซึ่งอาจนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดค้าพลอยเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ในวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. ยังสามารถเห็นบรรยากาศการซื้อขายพลอยของบรรดานายหน้าและพ่อค้าพลอย ที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ กันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองจันทบุรี ซึ่งไม่อาจพบได้ในจังหวัดอื่น อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว (Namtok Phliu National Park)
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว สถานที่ตั้ง : อำเภอแหลมสิงห์
จากตัวเมืองขับรถออกมาที่ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ตรง กิโลเมตรที่ 346 มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกพลิ้ว ระยะทาง 2 กิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ 134.5 ตารางกิโลเมตร น้ำตกมี 3 ชั้น ซึ่งมีความเย็นและความใสของน้ำแตกต่างกันอย่างชัดเจน สายน้ำตกที่มีหมู่ปลามากมายแหวกว่ายและในบริเวณน้ำตกพลิ้วยังมีโบราณสถานที่สำคัญอยู่สองแห่งได้แก่

อลงกรณ์เจดีย์ สร้างด้วยศิลาแลงเมื่อ พ.ศ. 2419 โดยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วเมื่อปี พ.ศ. 2417 ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยในน้ำตกพลิ้วมาก จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและพระราชทานนามเจดีย์นี้ว่า "อลงกรณ์เจดีย์"

ปิรามิดพระนางเรือล่ม เป็นสถูปทรงปิรามิดสร้างด้วยหินแกรนิตเมื่อปี พ.ศ.2424 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทาฯ หลังจากที่พระองค์เสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระประเทียบล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในปิรามิดบรรจุพระอังคารส่วนหนึ่งของพระองค์ไว้ด้วย

วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ (Khao Laem Sing Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอแหลมสิงห์
การเดินทางมี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางสายท่าใหม่-บางกะไชย เป็นระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางผ่านวัดเขาแหลมสิงห์ ตรงขึ้นไปทางขวาก็จะถึงที่ทำการวนอุทยานฯ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สะดวก หรืออีกเส้นทาง คือ เช่าเรือจากชายหาดแหลมสิงห์ไปประมาณ 20 นาที ไปขึ้นที่หาดอ่าวกระทิง แล้วเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงวนอุทยานฯ ที่นี่ไม่มีที่พักให้บริการ แต่สามารถนำเต็นท์มากางพักแรมได้ จากที่ทำการบนเขามองเห็นทิวทัศน์ชายทะเลกว้างไกล และยังเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม มีทางเดินลงไปยังหาดอ่าวกระทิง ซึ่งเป็นชายหาดเล็กๆที่สวยงามและเงียบสงบ หาดทรายสีเหลืองนวล สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาคิชฌกูฏ
ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขามและกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ อุทยานแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี สภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขาและป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายากคือ ไม้กฤษณา เนื่องจากเป็นป่าที่อยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกชนิดต่างๆ ตามลำห้วยมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทาง ใช้ถนนสุขุมวิท เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ยา แยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3249 ระยะทาง 24 กิโลเมตร จะถึงอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏหรือสามารถนั่งรถสองแถวสีฟ้าสายจันทบุรี-จันทเขลม รอขึ้นได้ที่ศาลาหน้าสถานีขนส่งค่าโดยสาร 20 บาทต่อคน และถ้าหากต้องการให้ส่งถึงน้ำตกค่าโดยสาร 30 บาท หาดอ่าวยาง (Hat Ao Yang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าใหม่
เป็นชายหาดเล็กๆ อยู่ใกล้กับอ่าวกระทิง มีบรรยากาศร่มรื่นมีบ้านพักและร้านอาหารของเอกชนบริการอาจเช่าเรือจากหาดแหลมสิงห์ไปประมาณ 30 นาที หรือทางรถยนต์ใช้เส้นทางสายท่าใหม่-บางกะไชย ถึงปากทางเข้าอ่าวยาง ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร จากนั้นเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึง

การเดินทาง สู่วนอุทยานเขาแหลมสิงห์ มีสองเส้นทางคือ ลงเรือข้ามฟากจากอำเภอแหลมสิงห์มาขึ้นที่หาดกระทิง ค่าโดยสารคนละ 10 บาท แล้วเดินเท้าอีกประมาณ 400 เมตร จะถึงวนอุทยานฯ แต่เส้นทางที่สะดวกคือ อำเภอท่าใหม่-บางกะไชยระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะผ่านวัดเขาแหลมสิงห์ตัดขึ้นภูเขาไปจนถึงที่ทำการ

หาดคุ้งวิมาน (Hat Khung Wiman)
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าใหม่
ตั้งอยู่ในเขต อำเภอนายายอาม ห่างจากอำเภอนาใหญ่ประมาณ 50 กิโลเมตร ไปตามถนนสุขุมวิท ตรงกิโลเมตรที่ 301 เลี้ยวซ้ายไป 18 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ทอดยาว เป็นชายทะเลที่เงียบสงบและมีทัศนียภาพที่สวยงาม ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนคือ ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม
อ่าวคุ้งกระเบน (Hat Khung Kraben)
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าใหม่
เป็นหาดต่อเนื่องกับหาดแหลมเสด็จ มีหาดทรายที่ขาวสะอาดตาบรรยากาศร่มรื่น พื้นที่ภายในอ่าวมีลักษณะเป็นชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารและที่เพาะพันธุ์ของบรรดาสัตว์น้ำเล็กๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา

ที่อ่าวคุ้งกระเบนยังเป็นที่ตั้งของ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดจันทบุรี โครงการหนึ่งที่ศูนย์ทำขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลนและรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด หาดคุ้งวิมาน
หาดแหลมเสด็จ (Hat Laem Sadet)
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าใหม่
ห่างจากอำเภอท่าใหม่ 25 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางท่าใหม่-บ้านหมูดุด เป็นชายหาดที่มีความสวยงามและมีบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาตั้งแค้มป์พักแรม หาดแห่งนี้มีบริการด้านอาหารและห้องน้ำเท่านั้น
วิหาดเจ้าหลาว (Hat Chao Lao)
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าใหม่
หาดเหล่านี้ อยู่ในอำเภอท่าใหม่และอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร หาดเจ้าหลาวเป็นชายหาดที่ผู้คนต่างพูดกันว่าสวยที่สุดในจังหวัดจันทบุรี เป็นหาดทรายทอดยาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าที่ใสสะอาดห่างจากชายฝั่งไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบกับแนวปะการังน้ำตื้น ที่นี่มีอำนวยความสะดวกคอยให้บริการกับนักท่องเที่ยวรวมทั้งโรงแรมและบังกะโลอยู่หลายแห่ง
บริเวณชายหาดมีโรงแรม ที่พัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะหาดเจ้าหลาวที่มีทั้งโรงแรมและบ้านพักแบบเป็นหลังอยู่ห่างจากหาดเพียง 1 กิโลเมตร และห่างจากแหล่งดำน้ำ ชมปะการังเขากวางที่สวยงาม 14 กิโลเมตร บริเวณดังกล่าวมีเรือท้องแบนแบบท้องเรือใสสำหรับมองสัตว์ใต้น้ำให้เช่าและที่อ่างคุ้งกระเบนมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติพื้นป่าชายเลน
หาดแหลมสิงห์ (Hat Laem Sing)
สถานที่ตั้ง : อำเภอแหลมสิงห์
ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามถนนสุขุมวิทเส้นทางไปจังหวัดตราด ถึงกิโลเมตร 347 มีทางแยกขวาไปหาดแหลมสิงห์อีก 16 กิโลเมตร เป็นชายหาดปากอ่าวที่แม่น้ำจันทบุรีไหลมาออกอ่าวไทย ร่มรื่นด้วยทิวสนยาวไปตามแนวของชายหาด มีที่นั่งพักผ่อนพร้อมทั้งร้านจำหน่ายอาหารตั้งเรียงรายอยู่ริมหาด มีบริการด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว จากบริเวณหาดมองออกไปจะเห็นเกาะจุฬาและเขาแหลมสิงห์อยู่เบื้องหน้า ในบริเวณใกล้เคียงมีเรือให้เช่าไปเที่ยวเกาะจุฬา และเกาะนมสาว

หาดแหลมสิงห์ เกาะแหลมสิงห์เป็นภูเขาขนาดเล็ก สูงจากระดับน้ำทะเลราว 172 เมตร เหตุที่เรียกว่าเขาแหลมสิงห์ เนื่องจากด้านหน้าเขามีหินเป็นเกาะแก่งยื่นล้ำไปในทะเลรูปคล้ายสิงห์หมอบ มีหัว ลำตัว หาง เท้าและดวงตา บนเขาเป็นที่ตั้งของป้อมไพรีพินาศ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งแต่เดิมนั้นไม่มีการตั้งชื่อ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งยังมิได้เสวยราชย์เสด็จ ประพาสเมืองจันทบุรีจึงได้พระราชทานนามให้

เมื่อปี พ.ศ. 2436 เมื่อครั้งฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่ขึ้น เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา

ถ้ำเขาวง (Tham Khao Wong)
สถานที่ตั้ง : อำเภอแก่งหางแมว
ตั้งอยู่ที่บ้านเขาวงกต อำเภอแก่งหางแมว เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เดินทางไปตามเส้นทางระยอง–จันทบุรี ก่อนถึงตัวเมืองจันทบรีประมาณ 40 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 3 มีแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 286 (บ้านกองดิน) ระยะทาง 11 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางหนึ่งแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทกิโลเมตรที่ 288 บริเวณตลาดนายายอามเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร จากถ้ำนี้เดินตรงไปสามาพบถ้ำมาอีกหลายแห่ง และสามารถติดต่อของคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่นำทางได้จากหน่วยพิทักษ์อุทยานที่เขาวง

อยู่บ้านเขาวงกตลักษณะภูมิประเทศมีทั้งเขาหินปูน จุดเด่นของที่นี่คือมีการสำรวจพบถ้ำถึง 80 กว่าแห่ง ถ้ำที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีประมาณ 20 ถ้ำ แบ่งเป็น 3 โซน ถ้ำทั้งหมดมีทางเชื่อมถึงกัน ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็เที่ยวได้ทั่ว การเข้าชมถ้ำควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วยเนื่องจากในถ้ำไม่มีแสงสว่าง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเข้าไปสำรวจถ้ำ คือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน ช่วงเวลาอื่นจะเป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้น

ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม (The Chamsom Crocodile Farm and Zoo)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่บ้านชำโสม ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี เดินทางไปตามถนนสุขุมวิทถึงกิโลเมตรที่ 324 เลี้ยวตรงสี่แยกเขาไร่ยา ทางไปน้ำตกกระทิง (ทางหลวง 3249) เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร อยู่ทางด้านขวามือ เป็นศูนย์รวมพันธุ์จระเข้น้ำจืดและจระเข้น้ำกร่อยหลายชนิดนับพันตัวและมีสัตว์อื่นๆ อีกนานาชนิด บริเวณรอบฟาร์มเป็นสวนผลไม้เช่น ทุเรียน เงาะ สละ มังคุด และกระท้อน นอกจากนี้ยังมีการแสดงจับจระเข้ วันละ 2 รอบ เวลา 11.00 น. และ 14.00 น. และการแสดงช้าง วันละ 2 รอบ เวลา 12.00 น. และ 15.00 น. ทั้ง 2 การแสดงจะมีทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ คนละ 60 บาท
เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–17.30 น.
รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ : 0 3931 2399, 0 3937 3256-7
จุดล่องแก่งที่คลองโป่งน้ำร้อน (Shooting the Rapids at Khlong Pong Nam Ron)
สถานที่ตั้ง : อำเภอโป่งน้ำร้อน
นักท่องเที่ยวนิยมมาล่องแก่งที่คอลงโงน้ำร้อน ในช่วงเดือนกรกฏาคม-เดือนมกราคม จุดล่องแก่งทั้งหมดแบ่งเป็นระดับความยากง่ายตั่งแต่ 2-4 ใช้เวลาในการล่องผ่านลำน้ำประมาณ 2 ชั่วโมง ผ่านพื้นที่ป่าสีเขียวชอุ่มและสวนผลไม้ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตัวแทนทัวร์หรือรีสอร์ทในอำเภอโป่งน้ำร้อนได้

น้ําตกเขาสอยดาว การเดินทาง จากตัวเมืองจันทบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 317 ที่หลักกิโลเมตรที่ 62 เลี้ยวซ้ายไปยังน้ำตกเขาสอยดาว รวมระยะทางจากตัวเมืองจันทบุรี 70 กิโลเมตร สภาพป่าดงดิบที่คงความสมบูรณ์อยู่มากและเจ้าหน้าที่ทางเขาสอยดาวก็มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้ด้วย น้ำตกเขาสอยดาวถือว่าเป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามมากแห่งหนึ่ง เขาสอยดาวมีน้ำตกที่สูงถึง 16 ชั้น ให้นักท่องเที่ยวได้ท้าทายและชมความงดงาม กับหลากหลายพันธุ์ผีเสื้อและนก เนื่องจากเป็นน้ำตกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตเฉพาะกลางวันเท่านั้น

โอเอซีส ซี เวิลด์ (Oasis Sea World)
สถานที่ตั้ง : อำเภอแหลมสิงห์
ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 25 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า 68 ไร่ ก่อนจะถึงหาดแหลมสิงห์ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรีซึ่งมีอยู่ 2 พันธุ์คือพันธุ์หัวบาตรและพันธุ์หัวขวด มีสวนผีเสื้อที่มีอยู่หลากหลายชนิด โดยมีวงจรชีวิตในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังมีที่พักบริการให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

ปัจจุบัน โอเอซีส ซีเวิลด์ เปิดการแสดงโชว์ทุกวัน การแสดงของปลาโลมามีให้ชมทุกวันวันละประมาณ 5 รอบ วันธรรมดามีรอบ 9.00, 11.00, 13.00, 15.00 และ 17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบเวลา 7.00 น. อัตราค่าเข้าชมเด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 90 บาท ชาวต่างประเทศ 180 บาท ซึ่งโลมาสามารถแสดงกิจกรรมเด่นๆในการโชว์กว่า 30 รายการ นอกจากนี้ ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับโลมาอย่างใกล้ชิดโดยการเล่นน้ำกับโลมา ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้มาเยือนซึ่งเป็นคนไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีแพสำราญท่องลำน้ำ ที่บริการนำนักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพบริเวณปากแม่น้ำแหลมสิงห์ ซึ่งมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบนแพด้วย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 3939 9015, 0 3936 3238-9

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ขณะนี้ประเทศไทยเวลา 05:14 
 • หน้าหลัก สวัสดีดอทคอม
 • จังหวัดในประเทศไทย
 • ภาคเหนือ
 • ภาคกลาง
 • ภาคใต้
 • ภาคอีสาน
 
 • โรงแรม ที่พัก ในประเทศไทย
 • ข้อมูลทั่วไปของประเทศไทย
 • แผนที่ประเทศไทย
 • ตารางเวลาการเดินทาง
   รถทัวร์, รถไฟ & เครื่องบิน
 • สนามกอล์ฟในไทย
 
 • จังหวัดกรุงเทพฯ
 • เกาะสมุย, เกาะพงัน
 • จังหวัดกระบี่, พีพี, ลันตา
 • จังหวัดชุมพร, เกาะเต่า
 • จังหวัดภูเก็ต
 • จังหวัดพังงา, เขาหลัก
 • จังหวัดระยอง, เกาะเสม็ด
 • พัทยา, เกาะช้าง
 • หัวหิน, ชะอำ
 • จังหวัดเชียงใหม่
 • จังหวัดเชียงราย
 • จังหวัดกาญจนบุรี
 
 • ข้อมูลทั่วไป
 • โรงแรม ที่พักในจันทบุรี
 • เทศกาลและงานประเพณี
 • สภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิ
 • การเดินทาง
 • แผนที่
 • สถานที่ท่องเที่ยว
   - โบราณสถานและประวัติศาสตร์
   - ศาสนสถาน
   - พิพิธภัณฑ์
   - ตลาด
   - สวนสาธารณะและอุทยาน
   - แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
   - สวนสัตว์และสวนสนุก
   - กิจกรรม
 
โรงแรมใน ภาคอีสาน
โรงแรมใน ภาคเหนือ
โรงแรมใน ภาคกลาง
โรงแรมใน ภาคใต้
โรงแรมใน กรุงเทพมหานคร