สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี, ที่เที่ยวจังหวัดลพบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดลพบุรี
พระปรางค์สามยอด พระปรางค์สามยอด (Phra Prang Sam Yot)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนเนินดินด้านทิศตะวันตกของทางรถไฟใกล้กับศาลพระกาฬลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกัน 3 องค์ มีฉนวนทางเดินเชื่อมต่อกัน ปรางค์องค์กลางสูงประมาณ 21.5 เมตร เป็นศิลปะเขมรแบบบายนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ก่อด้วยศิลาแลงและตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม เป็นโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ลักษณะเป็นปราสาทเขมรในศิลปะบายน (พ.ศ. 1720 - 1773) โครงสร้างเป็นศิลาแลงประดับปูนปั้น สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ครองราชย์ พ.ศ. 1724 - ประมาณ 1757) เพื่อเป็นพุทธสถานในลัทธิวัชรยานประจำเมืองละโว้หรือลพบุรี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรกัมพูชา แต่เดิมภายในปราสาทประธานประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรกทรงเครื่อง ปราสาททิศใต้ประดิษฐานรูปพระโลเกศวร (พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร) สี่กร และปราสาททิศเหนือประดิษฐานรูปพระนางปรัชญาปารมิตาสองกร
เปิดให้เข้าชม : ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น.
บ้านหลวงรับราชทูตหรือบ้านวิชาเยน สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนวิชาเยนทร์ สำหรับเป็นที่รับรองราชทูตที่มาเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่เมืองลพบุรีมีอาณาเขตกว้างขวางแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ด้านทิศตะวันตกเป็นที่พักอาศัยของคณะทูต ตอนกลางเป็นหอระฆัง และโบสถ์คริสต์ซึ่งอยู่ทางด้านหลัง ซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปจั่ว ด้านทิศตะวันออกมีบันไดขึ้นทางด้านหน้าเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมและมีซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปครึ่งวงกลม ด้านหลังเป็นถังเก็บน้ำ และด้านหน้าเป็นสนามหญ้า
เปิดให้เข้าชม : วันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น.
ศาลพระกาฬ (San Phra Kan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เทวสถานเก่าของขอมสร้างด้วยศิลาแลงเรียงซ้อนกันเป็นฐานสูง มีลักษณะเป็นปรางค์เดี่ยวขนาดใหญ่ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขยื่นด้านหน้ามีบันไดขึ้นลง 4 ด้าน เรือนธาตุหรือองค์ปรางค์พังหมดแล้วอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 16 และนอกจากนี้แล้ว ที่ศาลพระกาฬยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ฝูงลิงซึ่งมีอยู่เป็นจำนวณมากและมีความคุ้นเคยกับผู้คน ศาลพระกาฬ สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลทะเลชุบศร ห่างจาก ตัวเมืองประมาณ 4 กิโลมตร พระที่นั่งแห่งนี้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชณ เมืองลพบุรี องค์พระที่นั่งตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลชุบศร มีเขื่อนหินถือปูนล้อมรอบ ลักษณะทาง สถาปัตยกรรม เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว ก่ออิฐถือปูน สภาพปัจจุบันคงเหลือกำแพงและผนัง ส่วนทะเลชุบศรในสมัยโบราณนั้น เป็นที่ลุ่มมีน้ำขังอยู่ตลอด สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ทำทำนบใหญ่กั้นน้ำไว้ เพื่อชักน้ำจากทะเลชุบศรผ่านท่อน้ำดินเผาไปยังเมืองลพบุรี
ศาสนสถาน (Religious Site)
วัดเสาธงทอง (Wat Sao Thong Thong)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนฝรั่งเศสซึ่งตัดเชื่อมระหว่างพระนารายณ์ราชนิเวศน์กับบ้านหลวงรับราชทูตมีโบราณสถานที่น่าสนใจคือ พระวิหารซึ่งเดิมเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามของชาวเปอร์เซีย สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่พำนักแขกเมืองและราชทูตต่างประเทศชาวเปอร์เซีย วัดเสาธงทอง สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนร่วมมิตร ทางเข้าวิทยาลัยนาฏศิลป์ลพบุรี เป็นวัดของพวกบาทหลวงเยซูอิต สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ปัจจุบันคงเหลือเพียงผนังด้านหนึ่งและหอดูดาว
วัดนครโกษา (Wat Nakhon Kosa)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสถานีรถไฟลพบุรี ด้านตะวันออกใกล้กับศาลพระกาฬเดิมคงเป็นเทวสถานของขอม มีพระปรางค์แบบลพบุรีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 อยู่ด้านหน้า แต่พระพุทธรูปปูนปั้นแบบอู่ทองบนปรางค์นั้นคงสร้างเพิ่มเติมขึ้น ภายหลังได้พบเทวรูปหินขนาดใหญ่แบบลพบุรีซึ่งมีร่องรอยดัดแปลงเป็นพระพุทธรูป 2 องค์ ปัจจุบันนำไปไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
จุดเด่นคือพระเจดีย์ทรงแปลกที่ก่อเป็นเหลี่ยมสูงชะลูดขึ้นไปคล้ายกับเจดีย์เหลี่ยมสมัยเชียงแสน (ล้านนา) แต่ตรงมุมมีการย่อมุมไม้สิบสองทำเป็น 3 ขั้น มีซุ้มประตูยอดแหลมด้านข้างทั้ง 4 ด้านทุกชั้น นอกจากนี้ภายในวัดยังมีต้นโพธิ์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเพาะเมล็ดและนำมาปลูกไว้
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (Wat Phra Si Maha That)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นวิหารหลวงสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทางทิศใต้ของวิหารหลวงเป็นพระอุโบสถขนาดย่อม ประตูหน้าต่างเป็นศิลปะแบบฝรั่งเศสทั้งหมด ห่างไปทางทิศตะวันตกของวิหารหลวงเป็นพระปรางค์ประธานองค์ปรางค์ ก่อด้วยศิลาแลงโบกปูน มีเครื่องประดับลวดลายเป็นพระพุทธรูป และพุทธประวัติอายุประมาณช่วงปี พ.ศ.1800 วัดไลย์สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าวุ้ง
ได้ก่อสร้างวิหารสำหรับประดิษฐานพระศรีอาริย์ขึ้นใหม่ ด้านหน้าเป็นรูปมณฑปจตุรมุขแลดูสง่างามมากนอกจากนี้แล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่างเช่น ศาลาริมน้ำซึ่งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสวัดไลย์ทางน้ำ วิหารเก้าห้องสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนต้นคือ มีลักษณะเจาะช่อง ผนังแทนหน้าต่างภายในมีพระประธานขนาดใหญ่ปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีซุ้มเรือนแก้วแบบพระพุทธชินราช สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านหมี่
เป็นวัดที่อยู่ในวงล้อมของภูเขาสามด้าน บริเวณกว้างขวางถึง 30 ไร่ ถ้ำค้างคาวซึ่งอยู่บนไหล่เขาเหนือพระอุโบสถ นับว่าเป็นถ้ำค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี ภายในถ้ำมีค้างคาวนับล้านๆ ตัว สถานที่ตั้ง : อำเภอบ้านหมี่
วัดนี้เคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างความจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดค้างคาวแต่ปัจจุบันไม่มีค้างคาวอาศัยอยู่แล้ว สิ่งที่น่าชื่นชมของวัดนี้คือ ภาพเขียนที่ผนังโบสถ์เรื่องพุทธประวัติทั้ง 4 ด้าน มีลักษณะการเขียนภาพแบบตะวันตกเข้ามาปะปนอยู่บ้างเช่น การแรเงาต้นไม้เป็นภาพเขียนในสมัยรัชกาลที่ 4 ฝีมือช่างพื้นบ้านแต่มีความงดงามเป็นอย่างมาก สถานที่ตั้ง : อำเภอชัยบาดาล
วัดเขาสมโภชน์อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอชัยบาดาลไปตามเส้นทางสายบัวชุมประมาณ 30 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร จากถนนใหญ่ เขาสมโภชน์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่รอบๆ บริเวณร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งของวัดสำหรับปฏิบัติธรรม ภูเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยถ้ำต่างๆ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 19 ถ้ำ เฉพาะถ้ำที่ปรากฏชื่อมีดังนี้คือถ้ำใหญ่ ถ้ำเจดีย์ ถ้ำเพชร ถ้ำรำวง ถ้ำสิงโต ถ้ำบ่อทิพย์ฯลฯ ภายในแต่ละถ้ำจะแลเห็นหินงอกหินย้อยตามหลีบซอกเขาที่สวยงาม พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (Phra Narai Ratchaniwet or King Narais Palace)
พระบรมอนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรีแบ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอกเขตพระราชฐานชั้นกลางและเขตพระราชฐานชั้นใน กำแพงพระราชวังก่อด้วยอิฐถือปูนมีใบเสมาเรียงรายบนสันกำแพงมีซุ้มประตูทั้งหมด 11 ซุ้ม ช่องประตูเข้าโค้งแหลมหลังคาประตูเป็นทรงจตุรมุข ตรงจั่วซุ้มประตูตกแต่งลายกระจัง ปูนปั้นที่วิวัฒนาการมาจากดอกบัวที่ซุ้มประตูและกำแพงพระราชฐานชั้นกลางและชั้นในมีช่องเล็กๆ เจาะเป็นรูปโค้งแหลมคล้ายบัวเรียงเป็นแถวสำหรับวางตะเกียง

สิ่งก่อสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช:

พระที่นั่งองค์นี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ด้านหน้ามีมุขเด็จ ภายหลังเมื่อได้สร้างพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ขึ้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งองค์ใหญ่ และโปรดให้ใช้พระที่นั่งจันทรพิศาลเป็นที่ออกขุนนาง ซึ่งตรงกับบันทึกของชาวฝรั่งเศสว่าเป็นหอประชุมองคมนตรี ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงบูรณะพระที่นั่งองค์นี้ตามแบบเดิม

ตึกที่ตั้งเรียงรายอยู่ระหว่างอ่างเก็บน้ำและตึกเลี้ยงรับรองแขกเมืองเป็นอาคารที่สร้างอย่างมีระเบียบด้วยอิฐเป็น 2 แถว ยาวเรียงชิดติดกันมีถนนผ่านกลาง รวม 12 หลัง เข้าใจว่าเป็นคลังเก็บสินค้าหรือเก็บสิ่งของที่ใช้ในราชการอ่างเก็บน้ำ หรือถังเก็บน้ำประปา

• โรงช้างหลวง (Elephant and Horse Stables)
ตั้งอยู่ใกล้บริเวณผนังแยกด้านนอก และตรงกลางส่วนของวังเป็นที่อยู่ของช้าง พระที่นั่งของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและเจ้านายสำหรับใช้ในราชการเสด็จประพาสป่า ล่าสัตว์และที่พักของควาญช้าง ซึ่งหมุนเวียนกันเข้ามาดูแลช้างเผือก ลักษณะเป็นอาคารทรงตึกแบบยุโรป ประตูหน้าต่างเป็นรูปโค้งแหลม

เป็นที่กักเก็บน้ำใช้ภายในพระราชวัง ก่อด้วยอิฐฉาบปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังอิฐมีความหนาเป็นพิเศษ เก็บน้ำที่ไหลจากอ่างซับเหล็กตามท่อดินเผามายังพระราชวัง เป็นฝีมือการก่อสร้างของวิศวกรชาวฝรั่งเศสและบาทหลวงชาวอิตาลี

เป็น พระที่นั่งที่มีลักษณะเป็นท้องพระโรงที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จออกต้อนรับคณะราชฑูตต่างประเทศ และเจ้านายประเทศราชใกล้เคียง พระที่นั่งองค์นี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเขตพระราชฐานชั้นกลาง มีผนังอาคารที่สร้างสูงกว่าพระที่นั่งองค์องค์อื่น ๆ ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบอาคารทรงตึกเป็นการผสมผสานกัน ระหว่างศิลปะแบบไทยกับแบบยุโรป

เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ และเป็นที่ที่พระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคต

คาดเด่าว่าเป็นหอพระประจำพระราชวัง ชื่อ "พระเจ้าเหา" หมายถึง พระพุทธรูปเก่าแก่สำคัญที่อยู่ภายในตึกนี้ลักษณะเป็นอาคารทรงตึกแบบยุโรปผสมผสานกับแบบไทย ประตูหน้าต่างประดับลวดลายปูนปั้นที่ซุ้มเรือนแก้วและฐานสิงห์แบบไทย สมเด็จพระเพทราชาทรงประกาศยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ ตึกนี้เมื่อปี พ.ศ.2231

ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอกใกล้กับหมู่ตึกสิบสองท้องพระคลังเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสตั้งอยู่กลางอุทยาน รอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบภายในคูมีน้ำพุพุ่งเรียงรายได้ระยะ 20 แห่ง

สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 ตึกมีทั้งหมด 3 ชั้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระราชทานให้เป็นศาลากลางจังหวัด ต่อมาเมื่อศาลากลางจังหวัดย้ายไปอยู่ที่เมืองใหม่ พระที่นั่งหมู่นี้จึงรวมกับพระที่นั่งจันทรพิศาลเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์

ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งพิมานมงกุฎ ซึ่งเป็นเขตพระราชฐานฝ่ายในเป็นตึกชั้นเดียว 2 หลัง ก่อด้วยอิฐปูน 2 ชั้น มี 8 หลัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายในที่ตามเสด็จรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองลพบุรี

• ที่พักของทหารรักษาการณ์ (Royal Guards Residence)
เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นกลางข้างประตูทั้งสองด้าน ตรงบริเวณสนามหญ้าจะเห็นศาลาโถงข้างละหลังนั่นคือตึก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักของทหารรักษาการณ์ในเขตพระราชวังสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบรมอนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (King Narai the Great Statue)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนถนนนารายณ์มหาราช เป็นรูปปั้นในท่าประทับยืนผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบทอดพระบาทซ้ายออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ที่ฐานพระบรมราชานุสรณ์ได้จารึกพระเกียรติคุณของพระองค์ไว้

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร