สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดน่าน, ที่เที่ยวจังหวัดน่าน

สถานที่ท่องเที่ยว
โบราณสถานและประวัติศาสตร์
เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาน้อย
เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม
เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม
เสาดิน หรือ ฮ่อมจ๊อม อยู่ที่ตำบลเชียงขอม อำเภอนาน้อยมา ประมาณ 60 กิโลเมตร ตามเส้นทางน่าน-เวียงสา-นาน้อย จากอำเภอนาน้อย มีทางแยกไปตามเส้นทางหมายเลข 1083 ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นเสาดินรูปร่างแปลกคล้ายกับ "แพะเมืองผี" จังหวัดแพร่จากหลักฐานทางธรณีวิทยาเสาดินนาน้อยที่ปรากฏขึ้นนั้น เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ในช่วงระยะเวลา และการกัดกร่อนตามธรรมชาติของน้ำและลม นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าอาจจะมีอายุระหว่าง 10,000 -30,000 ปี และ เคยเป็นก้นทะเล มีการค้นพบของใช้และเครื่องประดับโบราณเช่น กำไลหินและขวานโบราณ ซึ่งในสถานที่นี้ ปัจจุบันเก็บรักษา ไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคหินเพลิโอะลีธอิค
ศาสนสถาน
วัดพญาวัด
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดนี้ตั้งอยู่ก่อนถึงตัวเมืองบนเส้นทางหลวงหมายเลข 101 ที่ตั้งของศาสนสถานโบราณและมีฐานเจดีย์ เป็นทรงซุ้มสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 5 ชั้น แต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ซึ่งเป็นศิลปะผสมผสานระหว่าง ล้านนา ล้านช้างและศิลปะน่าน
วัดสวนตาล
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดนี้ตั้งอยู่ในตำบลในเวียงอำเภอเมืองมีเจดีย์สวยงาม มีลวดลายเป็นชั้นๆ ชั้นล่างมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ ภายในมีพระพุทธรูป ทองสำริด ความสูง 4.11 เมตร องค์ใหญ่คือ "พระเจ้าทองทิพย์" มีงานนมัสการและสรงน้ำเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาล สงกรานต์และมีการเฉลิมฉลองทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะแห่เทศกาลของหลายๆรายการของจังหวัดน่านก็จะมารวมกันที่ วัดสวนตาลแห่งนี้เพื่อ เฉลิมฉลองเทศกาลนั้นๆไป วัดสวนตาลมีสถานที่ที่กว้างขวางมีลานกว้างและมีวิหารที่สวยงาม
วัดช้างค้ำ หรือ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดภูมินทร์
วัดภูมินทร์
อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านเดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปั้นด้วยปูน เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ ที่นี่มีการพบหินจารึกไทยโบราณเกี่ยวกับพันธมิตรระหว่างกษัตริย์แห่งน่านและสุโขทัยเมื่อสมัยเมือง น่านยังคงเป็นรัฐอิสระ
วัดภูมินทร์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นวัดที่มีลักษณะแปลกกว่าวัดอื่นๆ คือ โบสถ์สร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่สี่องค์ ประทับนั้งบนฐานชุกชี หันพระพักตร์ออกด้านประตู ทั้งสี่ทิศ ประตูไม้ทั้งสี่ทิศ แกะสลักลวดลายงดงามโดยฝีมือช่างเมืองน่าน นอก จากนี้ ยังมีจิตรกรรมฝาผนังแสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุดสมัยที่ผ่านมา

วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อปี พ.ศ. 2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อมนานถึง 7 ปี จิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงก็เขียนขึ้นในช่วงนี้ ภาพจิตรกรรมหรือ "ฮูบแต้ม" ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนาเป็นตำ นานท้องถิ่นและวิถีชีวิตในสมัยนั้น ซึ่งรวมถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายพื้นเมืองการทอและการค้ากับต่างประเทศ
วัดพระธาตุเขาน้อย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระธาตุเขาน้อย มีองค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่านอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพญาวัด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2 เคยถูกปล่อยร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะ พม่าผสมล้านนาภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้า สุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449 - 2454 โดยช่างชาวพม่า จากวัดพระธาตุเขาน้อยสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ ของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทาน พร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
วัดพระธาตุแช่แห้ง
วัดพระธาตุแช่แห้ง
วัดพระธาตุแช่แห้ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอภูเพียง
เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน บริเวณที่เป็นศูนย์กลางเมืองน่านเดิม หลังจากที่ย้ายมาจากเมืองปัว วัดพระบรมธาตุแช่แห้งสร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ.1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 1897

องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้งสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญ ไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบัน เหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุ ประจำปีกระต่าย ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวัดพระธาตุแช่แห้งได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 - 18.00 น
วัดหนองแดง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเชียงกลาง
วัดหนองแดงใน ตำบลเพียว ถูกสร้างใน พ.ศ 2330 โดยไทยลื้อและชาวไทยพวนผู้ก่อสร้างพระประธารองค์ปัจจุบันคือ ครูบาสิทธิการ พระวิหารบูรณะครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ 2492 และในปี พ.ศ 2538 อีกครั้งในภายหลัง จะแล้วเสร็จในปี พ.ศ 2539 ภายในบริเวณวัดมีลาน กว้างร่มรื่น ช่อฟ้าพระอุโบสถสลักรูปนกหัสดีลิงค์ นกที่เป็นตำนานในวรรณคดีที่ศีรษะเป็นช้าง ตัวเป็นหงส์ คนไทยลื้อเชื่อว่าเป็นสัตว์ชั้นสูงจาก ทรวงสวรรค์ และชายคา ประดับประดากับ ไม้แกะสลักไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยลื้อ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานบนฐานชุกชี เรียกว่า "นาคบัลลังก์" จะได้รับการเชื่อว่านาคเป็นสัญลักษณ์ของความนุ่มนวล ความดีและความสง่างาม และเป็นอารักษ์แห่งพุทธศาสนา วัดหนองแดงได้รับรางวัลดีเด่น ของประสิทธิภาพในประเภทของแหล่งวัฒนธรรมในภาคเหนือของประเทศไทย ในรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวครั้งที่ 5 ประจำปี พ.ศ. 2547
วัดหนองบัว
สถานที่ตั้ง : อำเภอท่าวังผา
ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหนองบัว เป็นวัดที่สร้างด้วยฝีมือช่างไทยลื้อ ซึ่งได้โยกย้ายถิ่นฐานมาจากแคว้นสิบสองปันนาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ภายในวิหารวัดหนองบัวมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม มีเอกลักษณ์ซึ่งแตกต่างไปจากวัดอื่น ๆ ตามประวัติกล่าวว่า ภาพเหล่านี้เขียน ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือชาวไทยลื้อเมืองน่าน นับว่ามีคุณค่าทางศิลปะ และความสมบูรณ์ของภาพ ใกล้เคียงกับ ภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดภูมินทร์ในเมืองน่าน
อนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์วีรกรรมทุ่งช้าง
สถานที่ตั้ง : อำเภอทุ่งช้าง
อนุสาวรีย์วีรกรรมทุ่งช้าง
อนุสาวรีย์วีรกรรมทุ่งช้าง
อนุสาวรีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร และ พิพิธภัณฑ์ทหารทุ่งช้าง สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้พลีชีพ เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดและวางพวงมาลา เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2519 จึงถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันวางพวงมาลาและบำเพ็ญกุศลแก่วีรชน สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน-ทุ่งช้าง หลักกิโลเมตรที่ 84 ภายในพิพิธภัณฑ์ทหารทุ่งช้างจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหาร ให้บุคคลทั่วไปตลอดจนผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้
พิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ใกล้กับวัดภูมินทร์ เรียกว่า “หอคำ” เนื่องจากเดิมที่นี่เป็นคุ้มของเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดช สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 กรมศิลปากรได้รับมอบอาคารหอคำ เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่านเมื่อปี พ.ศ.2517 จัดแสดงโบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่นไว้อย่างมีระบบ และระเบียบสวยงาม ที่นี่ยังเป็นที่เก็บปูชนียวัตถุคู่เมืองน่าน คือ “งาช้างดำ” ตามประวัติกล่าวว่าได้มาจากเมืองเชียงตุงตั้งแต่ ครั้งโบราณ เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงแก่พิราลัย เจ้านายบุตรหลานจึงมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน พร้อมกับหอคำ ลักษณะของงาช้างดำนี้ เป็นงาปลีเปลือกสีน้ำตาลเข้ม มีความยาว 97 เซนติเมตร วัดโดยรอบ 47 เซนติเมตร หนักประมาณ 18 กิโลกรัม

เปิดให้เข้าชม : 09.00 - 16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ค่าเข้าชม : คนไทย 10 บาท คนต่างชาติ 30 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร.: 0 5471 0561, 0 5471 0261
ตลาด
กาดแลง หรือ ตลาดตอนเย็น
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
กาดแลง หรือ ตลาดตอนเย็น
กาดแลง หรือ ตลาดตอนเย็น
ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำน่านในจังหวัดน่าน มีร้านค้ามากมายกว่า 300 ร้านค้า เป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรม ขายของที่ระลึก ผักผลไม้ ของสดและของแห้งที่หลากหลาย ตลาดจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 14.00 น. มีทั้งประชาชน ในอำเภอเมืองและอำเภอใกล้เคียงออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างครึกครื้น
ตลาดชายแดนบ้านห้วยโก๋น
สถานที่ตั้ง : อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ตลาดชายแดนบ้านห้วยโก๋น อยู่บริเวณด่านผ่านแดนบ้านห้วยโก๋น ด่านตรงข้ามคือเมืองน้ำเงิน แขวงไชยะบุรี สาธารณรัประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ห่างจากเมืองน่าน 138 กิโลเมตร ตลาดจะมีทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่เช้า ถึงประมาณใกล้เที่ยง สินค้าที่เข้ามาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นผ้าทอลายน้ำไหล ฝีมือชาวไทลื้อจากบ้านเมืองเงิน หงสา ของประเทศลาว นอกจากนั้นยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคเช่น ของป่า ลูกต๋าวเป็นต้น อนุญาตให้ประชาชนไทย-ลาว เข้า ออกด่านนี้ทุกวัน ระหว่าง เวลา 08.00 - 17.00 น.
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
น้ำตกศิลาเพชร
สถานที่ตั้ง : อำเภอปัว
ตั้งอยู่ที่บ้านป่าตอง ตำบลศิลาเพชร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 56 กิโลเมตร บนเส้นทางหลวงหมายเลข 1080 สายน่าน-ปัว ก่อนถึงอำเภอปัว ตรงหลักกิโลเมตรที่ 41-42 มีทางแยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 1170 ไปประมาณ 14 กิโลเมตร น้ำตกสายนี้จะตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตลาดชายแดนบ้านห้วยโก๋น
ตลาดชายแดนบ้านห้วยโก๋น
แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก บริเวณบ้านบ่อสวกนี้ในอดีตเคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาที่ สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองน่าน มีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาเป็นลักษณะเฉพาะของและเป็น เอกลักษณ์

คาดว่าเครื่องเคลือบภาชนะดินเผาจากบ้านบ่อสวกคงจะเคยได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะได้ขุดพบตามแหล่งฝังศพของ คนในสมัยก่อน โดยเฉพาะแถบเทือกเขาในเขตอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดตากและกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าการผลิตเครื่องเคลือบที่บ้านบ่อสวกเริ่มขึ้นและพัฒนาในสมัยเจ้า พระยาพลเทพฤาชัย (พ.ศ. 2071 - 2102) ซึ่งเป็นยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของเมืองน่าน วิทยาการเตาเผาและเครื่องเคลือบเมืองน่านได้รับจากล้านนา เช่น จากกลุ่มสันกำแพง กลุ่มกาหลง ซึ่งเป็นกลุ่มเตาใกล้นครเชียงใหม่
บ้านมณีพฤกษ์โครงการพัฒนาความมั่นคงของจังหวัดน่าน
สถานที่ตั้ง : อำเภอทุ่งช้าง
โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง (พมพ.) บ้านมณีพฤกษ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตร มีโครงการทดลองปลูกผล ไม้เมืองหนาวสามารถไปแวะชมได้ นอกจากนั้นยังมีดอกเสี้ยวขาวซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด ต้นนางพญาเสือโคร่ง บริเวณโครงการเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งและเผ่าลั๊วะ สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการนี้ ตั้งอยู่บนเทือกดอยภูคา จึงพบต้นชมพู ภูคาอยู่หลายกลุ่ม แต่ต้นที่สมบูรณ์และนักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้อยู่ห่างจากศูนย์ฯ บริการนักท่องเที่ยว 3-4 กิโลเมตร รถเข้าถึงปากทาง จากนั้นต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 30 เมตร
หมู่บ้านประมงปากนาย
น้ำตกศิลาเพชร
น้ำตกศิลาเพชร
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาหมื่น
หมู่บ้านประมงปากนาย เดิมเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำน่าน หลังการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ หมู่บ้านปากนายได้กลายเป็น ส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งมีลักษณะเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยทิวเขาเขียวขจี ชาวบ้าน ปากนายประกอบอาชีพประมงมีแพร้านอาหารให้เลือกชิม ปลาจากเขื่อนมีหลากหลายชนิดเช่น ปลากด ปลาบู่ ปลาคัง ปลาแรด ปลาทับทิม เป็นต้น และบางแห่งทำเป็นห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จากบ้าน ปากนาย สามารถเช่าเรือ ไปท่องเที่ยวตามแนวแม่น้ำน่านไปเขื่อนสิริกิติ์ และชมทัศนียภาพของป่าภูเขาสวยงามเกาะแก่งและบ้านแพของชาว ประมง นอกจากในฤดูฝนแล้ว ชาวบ้านมีบริการแพ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการและนั่งทานอาหารบนแพได้ การเดินทางใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมีบริการเรือข้ามฟากไปอำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์
หมู่บ้านไทยลื้อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอทุ่งช้าง
หมู่บ้านไทยลื้อหนองบัวอยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา จากตัวเมืองน่านใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1080 ระยะทาง 41 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอท่าวังผามีทางแยกซ้ายไปอีก 3 กิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่มีฝีมือในการทอผ้าพื้นเมือง ที่สวยงาม เรียกว่า "ผ้าลายน้ำไหล" ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน นับเป็นหัตถกรรมที่ตกทอดมาหลายยุคหลาย สมัย มีการปรับปรุงในการออกแบบ แต่ยังคงรักษารูปแบบเดิม วัสดุใช้ผ้าพื้นเมืองและตอนนี้เป็นที่ยอดนิยมซื้อกันในหมู่ นักท่องเที่ยว
บ่อเกลือสินเธาว์
สถานที่ตั้ง : อำเภอบ่อเกลือ
แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก
แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก
บ่อเกลือสินเธาว์ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน 80 กิโลเมตร ชาวอำเภอบ่อเกลือนอกจากจะมีอาชีพทำนาทำไร่แล้วยังมีอาชีพทำเกลือสินเธาว์อีกด้วย โดยมีแหล่ง เกลือสินเธาว์อยู่บนภูเขา (บ่อเกลือจะปิดช่วงเข้าพรรษาเพราะเป็นช่วงฤดูฝน)
หมู่บ้านพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาป่ากลาง
สถานที่ตั้ง : อำเภอปัว
ตั้งอยู่ในตำบลศิลาแลง ห่างจากศาลากลางจังหวัดน่านไปประมาณ 69 กิโลเมตร ตำบลป่ากลางเป็นตำบลที่มีประชากร ชาวเขาทั้งหมดจำนวน 3 เผ่า คือ เผ่าม้ง เผ่าเมี่ยน และเผ่าถิ่น ดั้งเดิมชาวเขาเหล่านี้ตั้งบ้านเรือนอยู่บนภูเขาสูงที่บ้าน น้ำเปินในปี พ.ศ. 2510 ชาวเขาเหล่านี้ได้ถูกคุกคามจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ทำให้เกิดการเสียชีวิตและทรัพ สินจำนวนมาก บางส่วนหนีอพยพข้ามภูเขามาทางตำบลสกาด ในเขตอำเภอปัว เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และทางอำเภอปัวได้จัดพื้นที่ตรงป่ากลาง ตำลบศิลาแลง อำเภอปัว เป็นที่พักอาศัย ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวีถีการดำรงชีวิต ของชาวเขาแต่ละชนเผ่าที่ยังคงสภาพเดิมเหมือนในอดีต รวมถึงการผลิตหัตถกรรมฝีมือที่สวยงามเพี่อขายให้กับผู้ที่เดินทาง เข้าไปเที่ยว
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร