สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์, ที่เที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์

สถานที่ท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวในย่านอำเภอเขาค้อ-หล่มสัก ส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินป่า เล่นน้ำตก ดูนก ดูดาว หากมีเวลาหลายวันอาจเที่ยวต่อเนื่องกันได้ แต่ถ้ามีเวลาหรืองบประมาณจำกัด ควรเลือกไปที่ใดที่หนึ่งจะดีกว่า เนื่องจากที่เที่ยวแต่ละแห่งอยู่ไกลกัน บางที่ก้มีพื้นที่กว้างขวางหรือมีจุดสนใจหลายแห่ง เช่น อช.น้ำหนาว เขาค้อ ต้องใช้เวลามาก กว่าจะเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่างๆ ได้ครบ เส้นทางส่วนใหญ่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขาสูง บางแห่งไม่มีรถประจำทางเข้าถึง เพื่อความสะดวกควรเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือเหมารถเที่ยว

ที่พักในอำเภอเขาค้อ มักเป็นรีสอร์ทหรือบ้านพักที่ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม บางแห่งปลูกลดหลั่นลงไปตามไหล่เขา มองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคาไม่แพง เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชอบความสะดวกสบาย แต่ถ้าต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง การพักแรมในอช.น้ำหนาวน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมีบริการทั้งบ้านพักราคาประหยัดและที่กางเต๊นท์

ที่เที่ยวในอำเภอเมือง ส่วนมากเป็นวัดวาอาราม และยังมีอ่างเก็บน้ำ นักตก และสวนรุกขชาติอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปเล็กน้อย ข้อดีสำหรับการพักในอำเภอเมืองก็คือ มีโรงแรมราคาประหยัดให้เลือกหลายแห่ง และสามารถแวะเที่ยวตามรายทางในเส้นทางอำเภอศรีเทพ-วิเชียรบุรี-หนองไผ่ก่อนได้ มีทั้งโบราณสถาน วัด ถ้ำ น้ำตก ให้เที่ยวชม สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือนั่งรถประจำทางจากตัวเมืองไปก็สะดวก
โบราณสถานและประวัติศาสตร์
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีเทพ
เป็นโบราณสถานสำคัญที่น่าสนใจศึกษาหาความรู้มากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ ซึ่งมีชื่อเดิมว่า เมืองอภัยสาลี สร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เมืองส่วนใน มีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง พื้นที่ภายในเป็นที่ราบลอนคลื่น มีสระน้ำ หนองน้ำกระจายอยู่ทั่วไป พบซากโบราณสถานกว่า 70 แห่ง บางแห่งได้รับการขุดแต่งบูรณะแล้ว และ เมืองส่วนนอก มีพื้นที่ 1,589 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อกับเมืองส่วนใน ขนาดเป็น 2 เท่าของเมืองส่วนใน มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง มีสระน้ำ กระจายอยู่ทั่วไป และพบโบราณสถานกระจายอยู่แบบเดียวกัน โบราณสถานและสถานที่สำคัญในอุทยานฯ สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยวและการศึกษาภายในเขตอุทยานฯ มีดังนี้

ศูนย์บริการข้อมูล: เป็นอาคารจัดแสดงโบราณสถาน และนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีของเมืองโบราณศรีเทพ ภายในประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการ และส่วนจำหน่ายหนังสือ สินค้าที่ระลึก

อาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี: เป็นอาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้างที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อพ.ศ. 2531

ปรางค์สองพี่น้อง: ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีประตูทางเข้าทางเดียว จากการขุดแต่งทางโบราณคดี พบทับหลังที่มีจำหลักเป็นรูปพระอิศวรอุ้มนางปารพตีประทับนั่งอยู่เหนือโคอุศุภราช ลักษณะของทับหลังและเสาประดับกรอบประตูเป็นสิ่งกำหนดอายุของปรางค์ โดยพบร่องรอยการสร้างทับบนกำแพงแก้วที่ล้อมรอบปรางค์องค์ใหญ่ และยังมีการก่อปิดทางขึ้นโดยเสริมทางด้านหน้าให้ยื่นออกมา และก่อสร้างอาคารขนาดเล็กทางทิศเหนือเพิ่มขึ้น

ปรางค์ศรีเทพ: เป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ฐานล่างก่อด้วยศิลาแลงเป็นฐานบัวลูกฟักแบบเดียวกับสถาปัตยกรรมเขมรทั่วไป เรือนธาตุก่อด้วยอิฐ ในการขุดค้นบริเวณนี้ พบชิ้นส่วนทับหลังรูปลายสลักอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างเพิ่มหลังจากโบราณสถานเขาคลังใน ต่อมาประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 มีการพยายามจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่แต่ไม่สำเร็จ โดยสันนิษฐานจากการค้นพบชิ้นส่วนทิ้งกระจัดกระจาย

ระหว่างปรางค์สองพี่น้องและปรางค์ศรีเทพมีกำแพงล้อมรอบและมีอาคารปะรำพิธีขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางผังในรูป ของศาสนสถานศิลปะเขมรแบบเดียวกับที่พบในภาคอีสานของประเทศไทย

โบราณสถานเขาคลังใน: ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมือง สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-12 ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผังเมืองและศิลปะการก่อสร้างเป็นสมัยทวารวดี ซึ่งคล้ายกับการค้นพบที่จังหวัดนครปฐม และเมืองโบราณบ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี มีการใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ที่ฐานมีรูปปูนปั้นบุคคลและสัตว์ประดับเป็นศิลปะสมัยทวารวดี เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติจึงเรียกว่า "เขาคลัง"

โบราณสถานเขาคลังนอก: อยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองโบราณศรีเทพ ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นสถูปที่ตั้งอยู่บนฐานขนาดใหญ่ ตั้งอยู่นอกตัวเมืองโบราณ มีการใช้พื้นที่ประกอบศาสนพิธีอยู่ด้านบน มีรูปแบบศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียอย่างชัดเจน อายุสมัยน่าจะอยู่ในช่วงราว 1,200-1,300 ปี มาแล้ว หรือในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี และมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับชุมชนที่เจริญขึ้นที่เมืองโบราณศรีเทพ และเขาถมอรัตน์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน โดยมีภาพสลักเกี่ยวกับพุทธศาสนามหายานอยู่ภายในถ้ำบนยอดเขา และน่าจะมีอายุร่วมสมัยกัน จุดเด่นของโบราณสถานแห่งนี้ อยู่ที่ฐานอาคาร ซึ่งยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ และมีรูปแบบศิลปะอินเดียผสมผสานอยู่มาก

ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ: อยู่บริเวณด้านในประตูแสนงอน (ประตูด้านทิศตะวันตก) เป็นศาลที่เคารพสักการะของชาวบ้านทั่วไป ในวันขึ้น 2-3 ค่ำ เดือน 3 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มีงานบวงสรวงทุกปี

การเดินทาง: เมืองศรีเทพอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 130 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรี-หล่มสัก ถึงหลักกิโลเมตรที่ 102 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2211 ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตรจะเห็นป้ายบอกทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่ด้านขวามือ รถโดยสารประจำทาง มีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ มาลงที่ตลาดอำเภอศรีเทพ (บ้านกลาง) แล้วต่อรถรับจ้างไปอุทยานฯ

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.
ศาสนสถาน
วัดช้างเผือก
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ที่ตำบลวังชมภู ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 24 กิโลเมตร บริเวณปากทางเข้าวัดจะเห็นรูปปั้นช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ ภายในวัดเก็บรักษาสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของพระครูพัชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ บรรจุศพอยู่ในโลงแก้ว เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ตามประวัติเล่าว่า หลวงพ่อทบได้ศึกษาวิชาอาคมมาจากเขมร จนเป็นที่เลื่องลือทางด้านเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อเสียงในด้านแคล้วคลาดจากภยันตราย อยู่ยงคงกะพัน ในเดือนมีนาคมจะมีการจัดงานประจำปีครบรอบวันมรณภาพของหลวงพ่อทบเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้บริเวณลานกลางแจ้งยังมีรูปปั้นหลวงพ่อทบให้สักการะบูชา และซากโบสถ์เก่าแก่สมัยอยุธยา อายุกว่า 300 ปี

การเดินทาง: จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ลงมาทางทิศใต้ ถึงสามแยกวังชมพูเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางอำเภอหนองไผ่ อยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 118 ก่อนถึงสามแยกบ้านนายม ซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดไปอีกประมาณ 700 เมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
วัดมหาธาตุ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่บนถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูงประมาณ 3 วา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่องาม ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น.
วัดพระแก้ว
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง เดิมมี 3 วัดตั้งอยู่เรียงกันคือ วัดพระสิงห์อยู่ทางทิศเหนือ วัดพระแก้วอยู่ตรงกลาง และวัดพระเสืออยู่ทางทิศใต้ โบราณสถานสำคัญที่น่าชม ได้แก่ พระเจดีย์ในวัดพระสิงห์ และพระปรางค์กลีบมะเฟืองที่วัดพระแก้ว มีการขุดพบพระพุทธรูปที่กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าสร้างมานานกว่าเจ็ดร้อยปี นอกจากนี้ยังพบกรุ โอ่ง พระพุทธรูปและของสำคัญต่าง ๆ เช่น เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปทองคำเนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อเงิน แผ่นทองคำ และพระผงดินเผา แบบสุโขทัย

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00น.
วัดไตรภูมิ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่บนถนนเพชรรัตน์ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความเป็นมาหลายร้อยปี วัดแห่งนี้คงความสำคัญในฐานะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่เคารพสักการะของประชาชน โดยพระพุทธมหาธรรมราชานั้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพระพักตร์รูปเหลี่ยม ทรงเทริดหรือชฏา มีสร้อยพระศอ ข้อพระกร และข้อพระบาทดูงามยิ่ง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์แห่งนครธม

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว (อยู่ระหว่างจัดตั้งเป็น วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว
พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว
ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน เมื่อเข้ามาถึงวัดแล้ว จะมองเห็นองค์พระเจดีย์ตั้งโดดเด่น ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป เน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ด้านหลังเขาเงียบสงบ สวยงาม เป็นที่ตั้งของศาลาปฏิบัติธรรม ซึ่งมีลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสโปร่ง มีชานระเบียงยื่นลงมาด้านหลัง สามารถดูวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา โดยวิวทางด้านหน้า จะมองเห็นหมู่บ้านทางแดง ซึ่งมีบ้านชาวบ้านปลูกสร้างไล่เรียงไปตามเส้นทางของหุบเขา เป็นทางยาวไปจนถึงถนนใหญ่ เมื่อเงยหน้าขึ้นสูงหน่อย ก็พบกับเนินเขาลูกเล็ก ลูกน้อย สลับกันไปมา เงยหน้าสูงขึ้นไปอีก ก็พบกับผาซ่อนแก้ว ผาใหญ่ที่สงบเงียบมั่นคง สวยงามสุดๆในฤดูฝน เพราะเมฆหมอกจะมารวมตัวกันอยู่บริเวณนี้เกือบทั้งวัน ส่วนวิวทางด้านหลัง เป็นหุบเขาใหญ่ เขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นหุบเขาบริเวณเดียวกับที่ได้ชมวิวจากร้าน คอฟฟี่ ฮิลล์ รายล้อมไปด้วยยอดเขาสูงใหญ่ กับสีเขียวของป่าไม้ที่มีการรณรงค์ให้อนุรักษ์ เพื่อรักษาต้นน้ำ และเพื่อเป็นแนวป้องกันการเกิดดินถล่มลงไปยังชุมชนเชิงเขา ภายในบริเวณวัดนี้ยังมีบ้านพัก และอาคารพักอาศัย สำหรับญาติโยม ซึ่งถูกออกแบบจัดสร้างขึ้นในลักษณะที่กลมกลืนกับสถานที่ทั้งหมด ดูเป็นหนึ่งเดียว และมีความสวยงามอย่างโดดเด่น

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.
วัดศรีมงคล (วัดนาทราย)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหล่มเก่า
ตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านนาทราย ตำบลวังบาล บนเส้นทางสี่แยกวังบาล-โจะโหวะ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เขียนสวยงามตามแบบโบราณ เกี่ยวกับประวัติพระเจ้าสิบชาติ ภาพนรก-สวรรค์ และภาพที่สะท้อนให้เห็นชีวิตของสังคมท้องถิ่นในอดีต เช่น การประกอบอาชีพ การค้าขายทางเรือ การเดินทางจะใช้ทางหลวงสายหล่มเก่า-วังบาล ระยะทางจากอำเภอหล่มเก่าประมาณ 3 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าหมู่บ้านนาทราย อีกประมาณ 1 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
วัดวิเชียรบำรุง
สถานที่ตั้ง : อำเภอวิเชียรบุรี
ตั้งอยู่ตำบลท่าโรง ภายในบริเวณวัดประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์วิเชียรบุรีศรีรัตนมิ่งมงคล” พระนอนสีทององค์ใหญ่ตั้งอยู่กลางแจ้ง มีความยาวประมาณ 50 เมตร สูง 5 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก องค์พระหล่อด้วยปูนทาสีทอง ภายในองค์พระเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระรากขวัญ (ไหปลาร้า) ด้านหลังองค์พระมีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยาและสมเด็จพระเอกาทศรถ นอกจากนี้ยังมีเรือมาด (เรือขุดที่มีประทุน) ขุดแต่งจากไม้ตะเคียนทั้งต้น อายุราวสมัยอยุธยา ค้นพบในแม่น้ำป่าสัก อำเภอวิเชียรบุรีและนำมาตั้งแสดงอยู่ที่วัดนี้

การเดินทาง: ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 และมีทางแยกขวาเข้าตัวอำเภออีก 7 กิโลเมตร เข้าทางแยกซ้ายข้างที่ว่าการอำเภอ และสถานีตำรวจภูธรตำบล (สภต.)วิเชียรบุรีไปอีก 200 เมตร เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00น.

อนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง
อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง
ศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ศาลหลักเมืองหลวงนครบาลเพชรบูรณ์ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวเพชรบูรณ์ แสดงหลักฐานการย้ายเมืองหลวงมาตั้งอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ให้ความเคารพบูชา ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง โดยหลักเมือง มีลักษณะเป็นเสาไม้เนื้อแข็ง ตั้งอยู่ภายในศาลหลักเมือง อาคารเดิมเป็นอาคารไม้จตุรมุข ตั้งอยู่บนเนินดิน ปัจจุบันได้รื้อถอนแล้วสร้างใหม่ เป็นอาคารจตุรมุขยอดปรางค์แบบขอม และมีรูปแบบศิลปะสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ การเดินทาง ใช้เส้นทางเข้าสู่ศาลหลักเมืองหลวง ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ห่างจากอำเภอหล่มสัก 19 กิโลเมตร ใกล้สี่แยกบุ่งน้ำเต้า ห่างจากสี่แยกบุ่งน้ำเต้าประมาณ 100 เมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น.
หลักเมืองหล่มเก่า
สถานที่ตั้ง : อำเภอหล่มสัก
ตั้งอยู่ที่สี่แยกบุ่งน้ำเต้า ตำบลบุ่งน้ำเต้า หลักเมืองนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2487 เป็นหลักเมืองที่ทำด้วยซีเมนต์ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม เป็นประธานทำพิธีฝังหลักเมืองเมื่อวันที่ 23 เมษายน2487 การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปถ้ำฤาษีสมบัติแต่อยู่ทางแยกขวามือปากทางเข้าสนามบินเพชรบูรณ์

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น.
อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง
สถานที่ตั้ง : อำเภอหล่มสัก
ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมือง (จุดตัดของทางหลวงหมายเลข 21 กับทางหลวงหมายเลข 12) บริเวณบ้านน้ำชุน ห่างจากที่ว่าการอำเภอหล่มสักประมาณ 3 กิโลเมตร พระรูปทำด้วยโลหะในอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาทรงดาบปักลงดิน พระหัตถ์ซ้ายชี้ลงพื้น เป็นที่เคารพสักการะของชาวเพชรบูรณ์และผู้ที่เดินทางผ่านไปมาบนเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ร้านค้า ที่จอดรถกว้างขวาง และมีห้องน้ำไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สถานที่ตั้ง : อำเภอวิเชียรบุรี
ตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการอำเภอวิเชียรบุรี ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งชาวอำเภอวิเชียรบุรี ร่วมใจกันก่อสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งที่เสด็จยกกองทัพไปตีทัพเขมรที่เมืองวิเชียรบุรีแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จมาทำพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2518 เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอวิเชียรบุรี และชาวเมืองใกล้เคียงเป็นอันมาก ทางอำเภอจึงร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลอง ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวันกองทัพไทยเป็นเวลา 3 วัน คือในวันที่ 25-27 มกราคมของทุกปี ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ระดับ จังหวัดทีเดียว การเดินทาง ห่างจากแยกทางหลวงหมายเลข 21 ตามเส้นทาง เข้าตัวอำเภอวิเชียรบุรีเป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
พิพิธภัณฑ์
หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์ หอวัฒนธรรมแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2546 เพื่อเป็นอนุสรณ์การก่อตั้ง "นครบาลเพชรบูรณ์" เนื่องจากในระหว่าง พ.ศ. 2486-2488 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ออกพระราชกำหนดเพื่อย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่เพชรบูรณ์ โดยใช้ ชื่อว่า "นครบาลเพชรบูรณ์" ภายในตัวอาคารเป็นหอประชุมขนาดใหญ่ และมีการจัดแสดงภาพถ่ายและโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับความเป็นมา ประวัติศาสตร์ ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้านนอกอาคารมีรูปปั้นฝักมะขามยักษ์สีทองโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.
หอสมุดนานาชาติเขาค้อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ตำบลเขาค้อ บ้านกองเนียม ตรงข้ามทางแยกขึ้นอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ออกแบบเป็นรูปเพชรคว่ำ สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง ภายในเก็บรักษาหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ และในบริเวณโดยรอบยังปลูกไม้ดอกเมืองหนาวสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายรูปอีกด้วย ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจัดงาน "วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ" โดยเชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ มาร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดหอสมุดฯ การเดินทาง จากสี่แยกสะเดาพงษ์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าหอสมุด ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
สวนสาธารณะ
สวนรุกขชาติหนองนารี (สวนรุกขชาติผาเมือง)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่ริมถนนนารีพัฒนา ตำบลสะเตียง ข้างสนามกีฬาเทศบาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณสวนเป็นบึงบัวขนาดใหญ่ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ สามารถขับรถเที่ยวรอบบึง บรรยากาศร่มรื่น มีร้านอาหารบริการแก่นักท่องเที่ยว

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น.
สวนรุกขชาติซับชมภู
สถานที่ตั้ง : อำเภอหนองไผ่
ตั้งอยู่ที่บ้านซับชมภู ตำบลบ้านโภชน์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีพื้นที่ทั้งหมด 180 ไร่ เป็นแหล่งความรู้ทางพฤกษศาสตร์ มีทั้งป่าเบญจพรรณ และสมุนไพรนานาชนิด ภายในสวนรุกขชาติตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม มีน้ำตก 3 แห่ง ได้แก่ น้ำตกหินงาม น้ำตกไทรงาม และน้ำตกธารงาม การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านบ้านวังชมภูทางไปอำเภอหนองไผ่ ประมาณกิโลเมตรที่ 156 แล้วแยกเข้าทางสายบ้านโภชน์-วังปลาไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
สวนสาธารณะเทศบาลตำบลพุเตย
สถานที่ตั้ง : อำเภอวิเชียรบุรี
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพุเตย เป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก ภายในมีบ่อน้ำแร่ ตกแต่งบริเวณสวนสวยงาม ที่สำคัญคือ มี “พุเตยสปา” ดำเนินการโดยเทศบาลตำบลพุเตย มีห้องแบ่งเป็นสัดส่วนแยกชายหญิง มีบริการนวดตัว นวดหน้า นวดเท้า และแช่น้ำแร่ร้อนในอ่างจากุซซี่ ที่สะอาดและทันสมัย การเดินทาง อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 117 ด้านขวามือระหว่างทางจากอำเภอศรีเทพไปวิเชียรบุรี

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 19.00 น.
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ถ้ำฤาษีสมบัติ
สถานที่ตั้ง : อำเภอหล่มสัก
ตั้งอยู่บ้านถ้ำสมบัติ ตำบลบุ่งน้ำเต้า อยู่ห่างจากจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 36 กิโลเมตร เมื่อครั้งสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศพระราชกำหนดระเบียบบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2487 และได้ตั้งกระทรวงการคลังขึ้นที่ถ้ำฤาษีสมบัติซึ่งใช้เป็นที่เก็บสมบัติของแผ่นดิน ในสมัยนั้น ในปัจจุบันสิ่งก่อสร้างที่เป็นอาคารไม่ปรากฏ นอกจากถ้ำซึ่งมองเห็นเป็นร่องรอยการก่อสร้าง การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้ทางหลวง หมายเลข 21 ระหว่างกิโลเมตรที่ 251-252 จะมีป้ายบอกทางเข้าถ้ำฤาษีสมบัติตรงทางแยกซ้ายมือตรงข้ามกับทางเข้าสนามบินเพชรบูรณ์ เข้าไปประมาณ 6.5 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
แก่งบางระจัน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
เป็นแก่งที่อยู่กั้นกลางระหว่างเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงกับอุทยานแห่งชาติเขาค้อ มีลักษณะเป็นแก่งน้ำในลำน้ำเข็ก (แม่น้ำวังทอง) มีความยาวหลายกิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นแมงกระพรุนน้ำจืดได้ที่นี่ (ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่หายาก) ทั้งยังมีโขดหินที่สวยงามเป็นขั้นๆ มีลำน้ำเข็ก ไหลผ่านตลอดทั้งปี สภาพป่าสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดรวมทั้งผีเสื้อพันธุ์หายากหลายพันธุ์ อาทิ ไกเซอร์ดำ ผีเสื้อจันทรา เหลืองหนานแฟ้นฉาน ถุงทองป่าสูง จรกา หนอนกะหล่ำ เหลืองหนามใหญ่โคนปีกดำ สะพายฟ้า หางติ่งปารีส หางดาบ หางพลิ้ว แผนที่ หนอนจำปี ฯลฯ ซึ่งผีเสื้อมักจะออกมาให้เห็นในช่วงที่มีแดดจัด เวลา 09.00-14.00 น. ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ตั้งอยู่ตำบลหนองแม่นา มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศในแหล่งธรรมชาติ กิจกรรมพายเรือท่องป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืดในช่วงหน้าแล้ง ราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี และวิถีชีวิตชุมชน โดยมีกลุ่มชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้บริหาร จัดการกิจกรรมท่องเที่ยวในบริเวณนี้ โดยกิจกรรมการท่องเที่ยวมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบค้างแรมในป่า 2 วัน 1 คืน หรือ แบบเช้าไปเย็นกลับ นอกจากนี้ยังสามารถทำกิจกรรมระยะสั้น โดยนั่งเรือเรือแจวจากแก่งบางระจันไปยังแก่งสอง โดยใช้เวลาไปกลับประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสวยงามเงียบสงบของป่าต้นน้ำเข็ก ซึ่งอยู่ระหว่างพื้นที่รอยต่อจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ โดยการนั่งเรือแจว หรือเรืออีโปงของชาวบ้านที่ใช้สัญจรหรือทำมาหากินในอดีตถึงปัจจุบัน

การเดินทาง: จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 (หล่มสัก-สระบุรี) ไปทาง อำเภอหล่มสัก เมื่อถึงสี่แยกบ้านนางั่ว (ประมาณ กม.ที่ 238) จะพบทางแยกอยู่ด้านซ้ายมือเป็นทางขึ้นสู่อำเภอเขาค้อ เป็นทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านทางแยกบ้านสะเดาะพงษ์ไปหนองแม่นา ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จะพบที่ทำการกลุ่มฯ อยู่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงหน่วยหนองแม่นา ซึ่งบริเวณหน่วยพิทักษ์มีที่กางเต๊นท์พักแรม บ้านพัก และร้านอาหารมีบริการที่บริเวณหมู่บ้านทานตะวัน
น้ำตกศรีดิษฐ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อซึ่งมีธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บริเวณน้ำตก เป็นดินแดนประวัติศาสตร์ทางด้านการทหาร และมีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่าง น้ำตกเป็นหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เป็นผาหินชั้นเดียวลักษณะ 90 องศาสูงประมาณ 30 เมตร ขนาดกว้างประมาณ 50 เมตร ระหว่างสองฝั่งมีแอ่งน้ำเป็นลานกว้างรับน้ำตกทางด้านล่าง แซมสลับไปกับโขดหินน้อยใหญ่และต้นไม้ป่านานาชนิด ตัวน้ำตกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและป่าดิบชื้น ถือเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง ในฤดูฝนกระแสน้ำค่อนข้างแรงและสายน้ำเป็นสีเหลืองขุ่นมีน้ำมาก แต่ในหน้าแล้งกระแสน้ำจะไม่แรงมีน้ำน้อยสายน้ำเป็นสีขาวใส สิ่งที่น่าสนใจคือ ครกตำข้าวพลังงานน้ำตก การเดินทาง มาได้สองเส้นทาง เดินทางรถยนต์จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ไปอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่ว ให้เลี้ยวซ้ายที่สามแยกนางั่ว ทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงสามแยกหนองแม่นา บ้านหนองแม่นา ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2325 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จะเห็นป้ายทางเข้าน้ำตกศรีดิษฐ์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงลานจอดรถ และเดินเข้าไปประมาณ 100 เมตร จะถึงตัวน้ำตก

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น.
เขารัง
สถานที่ตั้ง : อำเภอชนแดน
ถือเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ตั้งอยู่บนเส้นทางสายเพชรบูรณ์-ตะพานหิน ถนนสายนี้สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเปิดสู่เมืองเพชรบูรณ์ การก่อสร้างถนนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ผู้คนที่สร้างทางจำนวนมากเสียชีวิตด้วยโรคไข้มาลาเรีย

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น.
ภูทับเบิก (Unseen In Thailand)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหล่มเก่า
ภูทับเบิก
ภูทับเบิก
ตั้งอยู่ตำบลวังบาล ถือเป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ตอนเช้ามีกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ 14 และหมู่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา นอกจากนี้ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสักที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ “ดาวบนดิน” จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติบริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า “นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน” พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณหมู่บ้านทับเบิก ได้แก่ ลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านอาหาร จุดกางเต็นท์ และบ้านพัก ไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวบริเวณภูทับเบิก อาทิเช่น

วัดป่าภูทับเบิก: เป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นช่วงที่กระแสลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยพัดผ่าน โดยมีอุณหภูมิต่ำที่สุดบนภูทับเบิก เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระมหาเจดีย์โพธิปักขิยธรรม เจดีย์เพชร 37 ยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ธาตุ กว้าง 40 เมตร ยาว 40 เมตร สูง 80.09 เมตร

แปลงปลูกกะหล่ำปลี: ถือเป็นแปลงปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งชาวไทยภูเขาเผ่าม้งปลูกในฤดูหนาว ทำให้ “ภูทับเบิก” สวยงามและมีสีสันด้วยดอกพระยาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ซึ่งออกดอกบานสะพรั่งบนเนินเขาต่างๆ อีกด้วย

สถานีวิจัยเพชรบูรณ์: แปลงทดลองทับเบิก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถานีสาธิตปลูกพืชเกษตรเมืองหนาว เช่น สตรอเบอร์รี่ สาลี่ พลัม ท้อ และจำหน่ายผลผลิตสด ๆ ที่แปลง ตามฤดูกาล

จุดชมวิวดูดาวบนดินและลานกางเต็นท์: จากการที่ยอดภูทับเบิกเป็นเป็นจุดที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์และดูดาวบนฟ้า และจุดดูดาวบนดินทั้ง 4 กลุ่ม ได้อย่างสวยงามตลอดค่ำคืน

การเดินทาง: จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกสูงชัน และคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง อีกเส้นทางหนึ่งคือ ทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่ลงไปยังอำเภอหล่มเก่า ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.
ดงรอยเท้าไดโนเสาร์
สถานที่ตั้ง : อำเภอน้ำหนาว
ตั้งอยู่บ้านนาสอพอง ตำบลน้ำหนาว บนหน้าผาหินทราย บริเวณเชิงเขาในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตรอยต่อกับป่าอุทยานแห่งชาติน้ำ พบรอยเท้าไดโนเสาร์ประมาณ 300 รอย แสดงให้เห็นว่ามีไดโนเสาร์ไม่น้อยกว่า 2 ตัว วัดขนาดรอยเท้ายาวประมาณ 12 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว เป็นรอบที่มี 3 นิ้ว ในขณะที่ส่วนปลายมีร่องรอยของเล็บที่แหลมคม ซึ่งเป็นลักษณะของไดโนเสาร์กินเนื้อ เดินด้วยสองขาหลังเป็นหลัก การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2216 ห้วยสนามทราย-น้ำหนาว-กกกะทอน ถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 19-20 จะมีทางแยกข้างหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.5 (นาพอสอง) เป็นถนนลูกรังซึ่งเป็นเส้นทางเข้าน้ำตกตาดพรานบา เข้าไปราว 3 กิโลเมตร จะมีถนนแยกด้านซ้ายระยะทางราว 2 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าลัดเลาะไปตามสันไหล่เขาเข้าไปอีกราว 1 กิโลเมตรจึงจะถึงแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ รถยนตร์ควรเป็นชนิดขับเคลื่อนสี่ล้อ และหลีกเลี่ยงเดินทางเข้าไปหากมีฝนตก เพราะเส้นทางขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและบุกเบิก อาจเกิดอันตรายได้
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ไร่กำนันจุล (ฟาร์มสเตย์)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่ตำบลวังชมภู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ ลักษณะเป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน มีการปลูกต้นหม่อนเลี้ยงไหม ผลิตเส้นใยไหมสำหรับทอผ้า เริ่มจากการฟักไข่ไหมเป็นตัวหนอนและตัวดักแด้ จากนั้นจึงนำมาสาวใยไหมออกเป็นเส้น นอกจากนี้ยังมีสวนสละพันธุ์หม้อบนพื้นที่ 200 ไร่ ปลูกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ สวนส้มโอขาว ส้มโชกุน ส้มเขียวหวาน ส้มเช้งกำนันจุล และมีการเลี้ยงปลาน้ำจืดหลายชนิด ติดต่อเข้าชมล่วงหน้า 3 วัน มีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น ชมการทำประมงน้ำจืด การแปรรูปปลา ชมสวนส้มโชกุน ส้มโอ ส้มเช้ง สาธิตการผสมเกสรสละ ชมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กิจกรรมการตกปลา จำหน่ายผลผลิตต่างๆ จากไร่ที่หน้าฟาร์ม

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.30 - 19.30 น.
สวนภูพนา
สถานที่ตั้ง : อำเภอน้ำหนาว
ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำหนาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของอำเภอน้ำหนาว อยู่เลยที่ว่าการอำเภอน้ำหนาวทางไปอำเภอหล่มเก่าประมาณ 3 กิโลเมตร ด้านซ้ายมือ ด้านหน้าสวนมีร้านกาแฟสดในสวนไม้ดอกร่มรื่น ภายในสวนมีแปลงปลูกพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่เด่นที่สุดคือ ดอกหน้าวัว ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น พลายชุมพล (ดอกสีแดง)และทองคำ (ดอกสีส้ม) โดยเฉพาะดอกหน้าวัวพันธุ์พลายชุมพลจากสวนภูพนาแห่งนี้ได้รับรางวัล ชนะเลิศการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ ในงานมหกรรมพืชสวนโลกที่ จังหวัดเชียงใหม่ จึงนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่งที่น่าศึกษาค้นคว้า

เปิดให้เข้าชม : ฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยป่าแดง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
เป็นแหล่งพักผ่อนริมน้ำที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นห้วยป่าแดงในตำบลป่าเล่า อ่างเก็บน้ำนี้แวดล้อมด้วยทัศนียภาพของขุนเขา และสายน้ำที่งดงามโดยเฉพาะยามเช้าตรู่และยามเย็น ช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้น-ลง ประชาชนนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งรับประทานอาหาร สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ในบริเวณมีร้านอาหารบริการ อาหารที่ขึ้นชื่อคืออาหารจำพวกปลาน้ำจืด เช่น ปลาเผา ปลาทอด การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตก ตามทางหลวงหมายเลข 2006 ประมาณ 8 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00น.
สถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ที่ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ เป็นสถานที่ทดลองปลูกไม้เมืองหนาวจากสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี เดิมทีเกษตรที่สูงเขาค้อ เน้นวิจัยทางด้านเกษตรอย่างเดียว แต่ต่อมารัฐบาลได้เสนอให้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวเพราะเขาค้อ มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมค่อนข้างมากเป็นปกติ จากจุดเด่นเรื่องของอากาศที่เย็นสบายตลอดปี และหนาวมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะลดต่ำลงเหลือ 4-5 องศาเซลเซียสเท่านั้น ภายในสถานีได้ปลูกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น พลับฝาด พลับเนคตาซีน แมคคาเดเมียนัท กาแฟ มะกอกน้ำ ลิ้นจี่ เสาวรส สตรอเบอร์รี่ อะโวคาโด นอกจากนี้ยังมีแปลงดอกไม้เมืองหนาว เช่น กล้วยไม้ บอนสี สับปะรดสี กุหลาบพันปี หน้าวัว และยังมีสวนสมุนไพร ซึ่งรวบรวมพืชสมุนไพรต่างๆ ภายในศูนย์ยังมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกและที่พักอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่มีความประสงค์ จะเข้าชมภายในสถานีทดลองการเกษตรที่สูงเขาค้อจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และสามารถจองเต็นท์พักได้

การเดินทาง:
โดยรถยนต์ จากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 21 เส้นอำเภอหล่มสัก ประมาณ 14 กิโลเมตร ถึงสามแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 2258 เส้นอำเภอเขาค้อ ตรงไปประมาณ 24 กิโลเมตร ถึงสี่แยกรื่นฤดี ศูนย์ฯ จะอยู่ทางขวามือ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 42 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง จากตัวเมืองเพชรบูรณ์นั่งรถโดยสารประจำทางสายเพชรบูรณ์-เขาค้อ ที่หลังตลาดเทศบาลเพชรบูรณ์มาลงที่ศูนย์ฯ มีรถบริการตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น.
หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวเขาบ้านเข็กน้อย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ เป็นหมู่บ้านม้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีกิจกรรมท่องเที่ยวซึ่งหาดูได้ยาก เช่น ชมการจำลองวิถีชีวิตชาวม้ง ชมการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ วิถีชีวิต 12 เดือนของม้ง รำแคน ระบำกระดัง ระบำขลุ่ย เดินแบบชุดม้ง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวม้ง อาทิ ผ้าปักลาย พืชผักการเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น ภูทับเบิก เขาค้อ ทุ่งแสลงหลวง เป็นต้น การเดินทาง จากพิษณุโลกมาตามเส้นทางหมายเลข 12 เลี้ยวซ้ายระหว่าง กม. ที่ 92 - 93

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ร้านกาแฟ ค้อ อิน เลิฟ
ร้านกาแฟ ค้อ อิน เลิฟ
ไร่ บี.เอ็น.
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเป็นจุดแวะของนักท่องเที่ยวเพื่อซื้อพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวสด ๆ นานาชนิดตามฤดูกาล เช่น บรอคเคอรี่ ฟักแม้ว ผักกาดแก้ว มะเขือม่วง มะระหวาน สตรอเบอร์รี่ ลิ้นจี่ น้อยหน่าออสเตรเลีย แมคคาเดเมียนัท อโวคาโด ลูกพลับ ผลไม้แปรรูปทั้งอบแห้ง กวน แช่อิ่ม และแยม รวมทั้งไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด เช่น เบิร์ดออฟพาราไดซ์ ดาหลา ตระกูลเฮลิโกเนีย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงผัก สวนพันธุ์ไม้ในบริเวณได้ การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก หลักกิโลเมตรที่ 100 บริเวณบ้านแคมป์สน แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 ประมาณ 3 กิโลเมตร จะเห็นป้ายแสดงทางเข้าไร่ แล้วเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น.
หมู่บ้านท่องเที่ยวชาวดอย (ม้ง) เล่าลือ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของเขาค้อ ซึ่งมีชาวม้งอาศัยอยู่มาก ในอดีตชาวม้งนิยมปลูกฝิ่นกันมาก แต่ทางการได้เข้ามารณรงค์ให้เลิกปลูกฝิ่น และหาอาชีพเกษตรอื่นๆ มาทดแทน ปัจจจุบันชาวเขาเผ่าม้ง ประกอบอาชีพปลูกข้าวโพด ข้าวไร่ แปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ ซึ่งทำให้ชาวเขาเผ่าม้งสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านจะได้พบเห็นบ้านเรือนและวิถีชีวิตชาวม้ง ยังพบเห็นชาวเขาที่แต่งกายด้วยผ้าที่ทอขึ้นเอง มีครกไม้ตำข้าว และสัตว์เลี้ยงต่างๆ ในบริเวณหมู่บ้าน การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ทางหลวงหมายเลข 2325 บ้านเล่าลืออยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 16 นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเที่ยวในหมู่บ้านได้

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ภูแก้ว แอดเวนเจอร์ ปาร์ค
ภูแก้ว แอดเวนเจอร์ ปาร์ค
ร้านกาแฟ ค้อ อิน เลิฟ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ห่างจากแยกแคมป์สนประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นร้านกาแฟแนะนำสำหรับแฟนคลับคอกาแฟ ของร้าน คอฟฟี่ ฮิลล์ เดิม เพราะว่าทีมงานที่มาทุ่มแรงกาย แรงใจสร้างค้อ อิน เลิฟ ก็คือทีมงานเดิมทั้งหมด ทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้ ถือเป็นว่าเป็นร้านกาแฟที่ขายทั้งกาแฟ ที่มีรสชาติดีที่สุด รวมกับบรรยากาศการพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่สุดควบคู่ไปด้วย มีร้านอาหารไว้คอยบริการลูกค้า เป็นจุดแวะพัก รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเขาค้ออีกด้วย โดยกิจกรรมที่น่าสนใจของที่ร้านนี้ คือ การป้อนนมแกะด้วยนมแกะแท้ๆ ซึ่งทางร้านได้ทำการบรรจุใส่ขวดไว้คอยให้บริการลูกค้า หลายๆ มุมของร้านมีการตกแต่งได้อย่างน่ารัก ผสมกับกลิ่นอายของวิถีไทย วิถีชีวิตแบบชาวบ้านบนเขาค้อ ทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้ไปสัมผัสรู้สึกปลดปล่อย รวมถึงมีการตกแต่งแทรกด้วยดอกไม้เมืองหนาวในหลายจุด ช่วยสร้างสีสัน และความสดใสให้กับสถานที่โดยรวมเป็นอย่างมาก

การเดินทาง: หากลงมาจากเขาค้อ ถึงสามแยกแคมป์สนก็เลี้ยวซ้าย หากมาจากหล่มสัก ก็ขับรถผ่านแยกแคมป์สนโดยไม่ต้องเลี้ยวเข้าเขาค้อ เลยภูแก้วไปเล็กน้อย ที่จอดรถกว้างขวาง แต่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในจุดที่อาจมีรถลงจากเนินเขาด้วยความเร็วสูง
บริษัทอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ จำกัด ในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก (เขาค้อ) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ตรงสี่แยกรื่นฤดี ตำบลสะเดาพงษ์ ประกอบด้วย 3 อาคาร ได้แก่ อาคารที่ 1 เป็นอาคารผลิตอาหารกระป๋องสำเร็จรูป เพื่อนำผลผลิตของเกษตรกร มาแปรรูปให้เก็บไว้ได้นาน อาคารที่ 2 เป็นอาคารอบแห้ง โดยมีเครื่องจักรอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้เป็นโครงการสาธิตต้นแบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ในอุตสาหกรรม และอาคารที่ 3 เป็นอาคารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เพื่อทำการวิจัยและขยายพันธุ์พืชของเกษตรกรให้มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมี สถานีทดลอง และวิจัยพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรม มีพื้นที่ 30 ไร่ ตั้งอยู่ที่บ้านกองเนียม และโรงเรียนเกษตรอินทรีย์ สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ สินค้าที่ผลิตและจำหน่าย ได้แก่ ผัก ผลไม้และน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง เช่น เสาวรส องุ่น มะเขือเทศ มะขาม ผัก ผลไม้ เครื่องเทศและสมุนไพรอบแห้ง เช่น ใบกะเพรา ตะไคร้ กระชาย มะขาม สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจเข้าชมกิจการภายในโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นหมู่ คณะควรทำหนังสือติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้า 1 สัปดาห์

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. อ่างเก็บน้ำรัตนัย
อ่างเก็บน้ำรัตนัย
เขาค้อทะเลภู หรือ ศูนย์กลางวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาเพื่อการพึ่งตนเอง (ศวต)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
เป็นศูนย์การผลิตการจำหน่ายทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของเขาค้อของจังหวัดเพชรบูรณ์ และภูมิภาค เป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเครือข่ายต่างๆ ยังทำการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูปของเขาค้อทะเลภู ไม่ปิดบังเป็นความลับ กลับพยายามเผยแพร่เพราะตระหนักในความสำคัญของการพึ่งตนเอง ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศและภูมิปัญญาไทย และเกื้อกูลกันของสังคมและผู้คน นั่นคือศูนย์กลางวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทยเพื่อการพึ่งตนเอง คือ ศูนย์การผลิต การจำหน่าย การเรียนรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูปและการตลาดครบวงจรโดยอาศัยภูมิปัญญาไทยเป็นทิศทางนำ

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.
ภูแก้ว แอดเวนเจอร์ ปาร์ค
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนภายในภูแก้วรีสอร์ท ตำบลแคมป์สน นำเสนอกิจกรรมกลางแจ้งแนวผจญภัยท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ได้แก่ ปีนหน้าผาจำลอง โล้ชิงช้าด้วยการดิ่งตัวจากความสูง 20 ฟุต เหิรเวหา รถเลื่อนภูเขาความเร็วสูง ฐานเชือกผจญภัย รถดุ๊กดิ๊กสำหรับเด็ก ผจญภัยไต่ยอดไม้ ล่องแก่งน้ำตก ยิงธนู รองเท้าก้าวกระโดด และพายแคนู เป็นต้น กิจกรรมทุกอย่างถูกออกแบบ ติดตั้ง ดูแลและทดสอบ โดยทีมงานที่ผ่านการอบรม มีประสบการณ์มากว่า 10 ปี อุปกรณ์ทุกชนิดได้ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ความปลอดภัยในระดับสากล บนทางหลวงหมายเลข 12

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ร้านกาแฟ รูท 12
ร้านกาแฟ รูท 12
อ่างเก็บน้ำรัตนัย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
อ่างเก็บน้ำรัตนัย หรือ อ่างเก็บน้ำบ้านรัตนัย เป็นอ่างเก็บน้ำความจุ 2,020,000 ลูกบาศก์เมตร บนเนื้อที่ 1,600 ไร่ มีอาคารระบายน้ำล้น กว้าง 15 เมตร พร้อมทำนบดิน สูง 15 เมตร ยาว 250 เมตร ในบริเวณอ่างเก็บน้ำมีลักษณะคล้ายทะเลสาบ ในตอนเย็นมีลมพัดเย็นสบายเหมาะแก่การ นั่งพักผ่อน ติดด่อเข้าล่วงหน้าได้ที่ กรมชลประทานจังหวัดเพชรบูรณ์ การเดินทาง อยู่บนทางหลวงหมายเลข 2325 เลยกิโลเมตรที่ 5 ไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นทางเข้าอ่างเก็บน้ำทางด้านซ้ายมือ เข้าไปตามทางเดินอีกประมาณ 400 เมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.
ร้านกาแฟ รูท 12
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาค้อ
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างจังหวัดพิษณุโลกมุ่งหน้าสู่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการออกแบบลักษณะของร้านกาแฟ ด้วยการนำของเก่าที่ดูคลาสสิค ออกแนวเรทโทร มาใช้เป็นอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอตกแต่งร้านให้ดูน่าสนใจ ด้านหลังร้านเป็นวิวทิวเขาที่เขียวขจีดูสวยงามเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ขับรถจากพิษณุโลกและมุ่งหน้าสู่เขาค้อจะแวะพักที่นี่กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าร้านนี้ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก - หล่มสัก ตรงช่วง กม ที่ 95 สังเกตุได้ไม่ยาก
ทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน
สถานที่ตั้ง : อำเภอบึงสามพัน
มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ที่บ้านเขาพลวง บ้านป่ายาง ตำบลสระแก้ว มีการปลูกทานตะวันบนภูเขาหลวง ครอบคลุมพื้นที่กว่าหมื่นไร่ เมื่อดอกทานตะวันบานในตอนเช้าภูเขาบริเวณนี้จะกลายเป็นทุ่งทานตะวันมีสีเหลืองอร่ามสวยงาม ในเดือนธันวาคมทางอำเภอบึงสามพันจัดงาน “ตะวันบานบนภูที่บึงสามพัน” ภายในงานมีการจัดประกวดดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุด การประกวดธิดาตะวัน การแปรรูปเมล็ดทานตะวัน และการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอหนองไผ่ ไปจนถึงสี่แยกราหุล แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 225 ไปทางจังหวัดชัยภูมิอีก 18 กิโลเมตร ถึงสี่แยกซับบอน เลี้ยวซ้ายไปอีก 14 กิโลเมตร ถึงบริเวณบ้านป่ายางจะเห็นไร่ทานตะวันนับหมื่นไร่

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น. ไร่ชนิกา
ไร่ชนิกา
บึงสามพัน
สถานที่ตั้ง : อำเภอบึงสามพัน
ตั้งอยู่ตำบลซับสมอทอด ห่างจากที่ว่าการอำเภอบึงสามพันประมาณ 5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 323 ไร่ มีลักษณะเป็นลำคลองยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีน้ำใสตลอดทั้งปี เป็นบึงที่ใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม แหล่งเพาะพันธุ์ปลา บริเวณริมบึงมีร้านอาหารบริการ และในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ทางอำเภอบึงสามพันจัดให้มีการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้ทางหมายหลวงเลข 21 ผ่านบ้านวังชมภู ผ่านอำเภอหนองไผ่ สู่อำเภอบึงสามพันตรงสี่แยกไฟแดง บริเวณกิโลเมตรที่ 340-341 มีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าบึงสามพันไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันเวลา 24 ชั่วโมง
ไร่ชนิกา
สถานที่ตั้ง : อำเภอบึงสามพัน
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งอยู่ที่ตำบลซับสมอทอด อำภอบึงสามพัน เป็นไร่มะขามหวานที่เก่าแก่ และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายในไร่ล้วนแต่มีต้นมะขามขนาดสูงใหญ่ จึงทำให้บรรยากาศในไร่ร่มรื่น ชวนให้น่าเดินชมเป็นอย่างมาก ส่วนด้านหน้าสวนมีร้านค้าจำหน่ายสินค้า ที่ผลิตในท้องถิ่นหลากหลายอย่าง เช่น สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตรกรรมนานาชนิด โดยเฉพาะมะขาม มีทั้งแปรรูปและมะขามสด กิ่งพันธุ์มะขามหวาน มะขามเปรี้ยวพันธุ์ยักษ์ ให้บริโภคตลอดทั้งปี การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายสระบุรี-หล่มสัก หลักกิโลเมตรที่ 137-138 เข้าเส้นทางสู่ตำบลซับสมอทอด จะเห็นไร่ชนิกาอยู่ทางซ้ายมือ ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 263 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น.
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร