อุทยานแห่งชาติจังหวัดเพชรบูรณ์, ข้อมูลอุทยานแห่งชาติ จังหวัดเพชรบูรณ์, แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเขาค้อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอหล่มสัก
เขาค้อ
เขาค้อ
อุทยานแห่งชาติเขาค้อ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่ป่าท้องที่อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเนื้อที่ 304,521 ไร่ บริเวณพื้นที่ป่าที่จะประกาศกำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เดิมเป็นวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ มีลักษณะเป็นภูเขาทอดยาว ตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ ตอนบนสุดเป็นภูเขาสูงชัน มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดราบ หรือมีที่ราบอยู่บนยอดเขา เช่น แหล่งท่องเที่ยวของเพชรบูรณ์ “ภูทับเบิก” และบริเวณตอนใต้ของพื้นที่สำรวจในเขตอำเภอเขาค้อ และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ (บริเวณเขาย่า) จะมีลักษณะเป็นสันเขายาวลาดลงทางทิศเหนือ - ตะวันตก แต่บริเวณเชิงเขาค้อ ในเขตอำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก อำเภอเขาค้อ (ทางส่วนตะวันตก) จะเป็นหน้าผาสลับซับซ้อน อันเนื่องมาจากการกัดเซาะ เพราะบริเวณขอบเขานั้น เป็นหินทรายที่ยังจับตัวกันไม่แน่น ทำให้ง่ายต่อการกัดเซาะ นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติเขาค้อ ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย เช่น น้ำตก ถ้ำ เกาะ แก่ง หน้าผา จุดชมทิวทัศน์ แหล่งประวัติศาสตร์ของสมรภูมิการสู้รบ ระหว่างรัฐบาลกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เป็นเวลายาวนานจึงสงบ ปัจจุบันได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์ผู้เสียสละจารึกชื่อผู้เสียชีวิต จากการสู้รบในสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อหมู่บ้าน/สะพานจะใช้ชื่อ/นามสกุล เป็นอนุสาวรีย์แก่ผู้เสียสละชีวิตหลายท่าน พระตำหนักเขาค้อที่สวยงาม สร้างไว้ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเสด็จที่เขาค้อ เพชรบูรณ์ เป็นที่ประทับแรม ฯลฯ
การเดินทาง
รถยนต์
จากกรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัดสระบุรีไปจนถึงสวนพฤกษศาสตร์พุแค ตรงกิโลเมตร 125 แยกขวามือเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี - หล่มสัก) ต่อไปอีก 221 กิโลเมตร ถึงจังหวัดเพชรบูรณ์รวมระยะทางทั้งสิ้น ประมาณ 346 กิโลเมตร และจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ( สระบุรี - หล่มสัก) สายเพชรบูรณ์ - หล่มสัก ประมาณ 28 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 250 สี่แยกบุ่งน้ำเต้า จากนั้นแยกซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 2302 (บุ่งน้ำเต้า–ทุ่งสมอ) ระยะทาง 4 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีก 1 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาค้อ (ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก) รวมระยะทาง 32 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาค้อ อยู่ห่างจากอำเภอหล่มสัก 21 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากสนามบินเพชรบูรณ์ 9 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยว
เขาค้อ: เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า “เขาค้อ” เพราะป่าบริเวณนี้เดิมมีต้นค้อซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปีแม้ในฤดูร้อน และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์

เขาค้อประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทรายและเขาอุ้มแพ ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่งโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์ ได้แก่
อนุสรณ์จีนฮ่อ เป็นอนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อ และเสียชีวิตในการสู้รบ ตั้งอยู่บนเขาค้อ อยู่เลยกิโลเมตรที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย
เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์
พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริ และทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด 15 ห้อง รูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่น สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ บริเวณใกล้กันมีบ้านพักทหารม้าซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวพักค้างแรมได้ มีร้านค้าสวัสดิการตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินขึ้นยอดเขาย่าซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์เขาค้อโดยรอบได้สวยงาม การเดินทาง จากสี่แยกสะเดาพงษ์ ใช้ทางหมายเลข 2258 ทางไปหนองแม่นา ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ไปประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางชันมาก ควรขับรถอย่างระมัดระวัง
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่พ.ศ. 2511-2525 สร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหารในปี พ.ศ. 2524 ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย มีทางแยกขวาไปตามทางหมายเลข 2323 ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร
ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) ตั้งอยู่บนเขาค้อ บนทางหลวงหมายเลข 2196 เลยหลักกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดหนึ่งที่เห็นทิวทัศน์สวยงามและเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถังและอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ มีห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ

นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกด้วย ส่วนที่พักบนเขาค้อ มีให้เลือกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อประมาณ 30 กิโลเมตร ที่พักที่อยู่ใกล้ที่สุดได้แก่ บ้านพักทหารม้า กิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 กองพลทหารม้าที่ 28 และเรือนพักผู้ติดตามอยู่ใกล้กับพระตำหนักเขาค้อและเขาย่า มีรีสอร์ทต่างๆ ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้ออีกหลายแห่ง

การเดินทาง
- จากเพชรบูรณ์ไปเขาค้อใช้ทางหลวงหมายเลข 21 สายเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสามแยกนางั่ว ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 อีก 30 กิโลเมตร
- จากทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สน เลี้ยวเข้าเขาค้อตามทางหลวงหมายเลข 2196 อีกประมาณ 33 กิโลเมตร เส้นทางนี้มีรีสอร์ทที่สวยงามหลายแห่ง

หมายเหตุ
พาหนะที่จะขึ้นเขาค้อ ไม่ควรใช้รถบัสขนาดใหญ่ เพราะมีทางโค้งมาก ถนนค่อนข้างแคบและลาดชัน ควรใช้รถปิคอัพหรือรถตู้สภาพดี
นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถประจำทางสามารถติดต่อรถสองแถวขึ้นเขาค้อได้ที่ บริษัท เขาค้อเดินรถ จำกัด โดยมีคิวรถอยู่ที่บริเวณแคมป์สน กิโลเมตรที่ 100 และที่บ้านนางั่ว

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.
โรงแรม : โรงแรมใน เขาค้อ

น้ำตกห้วยใหญ่: ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าพล อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ น้ำตกห้วยใหญ่มีขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 12-20 เมตร การเดินทางยังไม่สะดวก เดินทางเข้าถึงได้เฉพาะฤดูหนาว-ร้อน ใช้เส้นทางเดียวกันกับทางไปน้ำตกห้วยจอก

น้ำตกแก่งเลียงผา: มีลักษณะเป็นลานหินกว้างและเป็นหน้าผาที่สูงชันที่มีความงดงามตามธรรมชาติเป็นอย่างมาก โดยทางตอนเหนือน้ำของน้ำตก มีลักษณะเป็นขั้นบันไดยาวประมาณ 300 เมตร

จุดชมทิวทัศน์บ้านคอยน้ำเพียงดิน: ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2331 สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ภูหอ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ภูผาจิต และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

จุดชมทิวทัศน์ผาขาว: ตั้งอยู่ห่างจากพระตำหนักเขาค้อ ประมาณ 10 กิโลเมตร มีความสูง 1,200 เมตร สามารถมองเห็นตัวเมืองเพชรบูรณ์ และอ่างเห็บน้ำเขื่อนป่าแดง

จุดชมทิวทัศน์ยอดเขาย่า: หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ศาลาพระเทพ ตั้งอยู่บนยอดเขาย่า (ที่ตั้งพระตำหนักเขาค้อ) มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,305 เมตร ทางขึ้นเป็นบันได ระยะทาง 770 เมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา

จุดชมทิวทัศน์สวนรัชมังคลาภิเษก: ตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 หลักกิโลเมตรที่ 108 มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมาก ได้แก่ ผาซ่อนแก้ว เขาน้ำก้อใหญ่ และผาดำ

จุดชมวิวยอดเขาโปลกหล่น: ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 2302 (บุ่งน้ำเต้า-ทุ่งสมอ) มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,000 เมตร เป็นลานดินบนยอดเขาและป่าสน สามารถมองทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง (360 องศา) อีกทั้งสามารถมองเห็นอำเภอเขาค้อได้ทั้งอำเภอ

ถ้ำใหญ่น้ำก้อ: ตั้งอยู่บนหน้าผาเขาน้ำก้อใหญ่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,023 เมตรห่างจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2008 เป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เคารพบูชาของชาวบ้านน้ำก้อและบริเวณใกล้เคียง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอหล่มสักได้ไกลมาก

น้ำตกขั้นบันได: เป็นน้ำตกมีลักษณะคล้ายขั้นบันไดบ้าน มีประมาณ 20 กว่าขั้น อยู่ตอนเหนือน้ำของน้ำตกธารทิพย์ประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ตามริมลำธารยังมีความสวยงามร่มรื่น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก

น้ำตกตาดเพชร: อยู่บริเวณบ้านเพชรช่วย ตำบลสะเดาะพง อำเภอเขาค้อ เป็นน้ำตกที่ค้นพบขึ้นใหม่ มีความสูงหลายชั้น แต่ละชั้นของน้ำตกมีความสวยงามและมีป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก

น้ำตกตาดฟ้า: ตั้งอยู่ทางตอนเหนือในเขตอำเภอหล่มเก่า และอำเภอหล่มสัก ทางเข้าน้ำตกตาดฟ้าแยกจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2008 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียว มีความสูงประมาณ 40 เมตร กว้างประมาณ 100 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความสูงและมีขนาดใหญ่ที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผจญภัยเดินป่าชมธรรมชาติหรือล่องแก่งล่องน้ำตามลำธาร

น้ำตกธารทิพย์: เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และชาวเพชรบูรณ์ ในอีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำตกหมูบูด" ตัวน้ำตก มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 26 เมตร กว้างราว 30 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สวยงามตระการตา และยังเป็น ต้นน้ำของห้วยน้ำคล้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดธารน้ำไหล จนกลายเป็นน้ำตก ชั้นเล็กๆ ลดหลั่นไป ตลอดสาย ขณะเดียวกันตามลำธารดังกล่าว ยังเต็มไปด้วย ตาดน้ำ แก่งหิน ลดหลั่นกันไปเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร จนแลดูสวยงาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศ ของกลิ่นไอธรรมชาติ ที่ร่มรื่น ความโดดเด่นของ น้ำตกธารทิพย์นั้น นอกจากจะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ แล้วสภาพโดยรอบ น้ำตกยังเต็มไปด้วย ป่าไม้นานาพรรณทั้ง ป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง ขณะเดียวกันสภาพป่า ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ค่อนข้างมาก สำหรับเส้นทางเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกธารทิพย์นั้น จากป้อมเจ้าหน้าที่ วนอุทยานฯไปถึงตัวน้ำตกมีระยะทางยาว 1.2 กิโลเมตร และตลอดเส้นทางจะมีจุดให้ศึกษาธรรมชาติ และระบบนิเวศน์โดยตลอด นอกจากนี้มีน้ำตกอื่นเป็นองค์ประกอบสำคัญ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามไม่แพ้กัน เนื่องจากสายน้ำที่ไหลตกกระทบกับแก่งหินในลักษณะที่เป็นขั้นบันได จำนวนกว่า 10 ขั้น ทำให้น้ำตกขั้นบันไดเป็นน้ำตกที่ได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเส้นทางไปน้ำตกขั้นบันได จะมีเส้นทางเดินเท้าแยกจากเส้นทางไปน้ำตกธารทิพย์ ระยะทางราว 400 เมตร แต่ทางขึ้นจะค่อนข้างลำบาก เพราะทางลาดชัน แต่ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายบรรดานักท่องเที่ยว ห่างจากที่ทำการวนอุทยานราว 5 กิโลเมตร

เนินมหัศจรรย์: ตั้งอยู่ที่บริเวณ กิโลเมตรที่ 17.5 ถนนสายนางั่ว-สะเดาะพง (ทางหมายเลข 2258) ความมหัศจรรย์ของถนนเมื่อขับรถมาถึงตรงนี้ และดับเครื่องรถจะเคลื่อนที่ขึ้นเนินได้เอง ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดจากภาพลวงตา เพราะในความเป็นจริงเมื่อวัดระดับความสูงของพื้นที่สองจุดแล้ว ความสูงของเนินจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน

น้ำตกผาลาด: อยู่ในท้องที่ตำบลบุ่งคล้า อำเภอหล่มสัก สามารถเดินทางเข้าไปยังที่ทำการวนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ แล้วเดินตามเส้นทางเดินป่าอีกประมาณ 5 กิโลเมตร หรือเดินทางไปยังบ้านหัวนา ตำบลบุ่งคล้า แล้วเดินตามทางเดินป่าอีกประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่า จากน้ำตกผาลาดสามารถเดินตามทางเดินป่าเชื่อมต่อไปยัง น้ำตกธารทิพย์ น้ำตกขั้นบันได จุดชมวิวเขาแก้ว น้ำตกห้วยจอก ซึ่งจะผ่านสภาพป่าที่หลากหลายและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม

น้ำตกภูทับเบิก: ตั้งอยู่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า เป็นน้ำตกชั้นเดียว มีความสูงประมาณ 300 เมตร มีความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 958 เมตร จากทางหลวง 2331 เข้าเส้นทางบ้านทับเบิก หมู่ 16 ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เส้นทางสู่ตัวน้ำตกประมาณ 1,50 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยเดินป่าชมธรรมชาติ สภาพป่าสมบูรณ์และมีความสวยงาม

น้ำตกวังตุ้ม: ตั้งอยู่ในเขตตำบลแค็มป์สน อำเภอเขาค้อ เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 40 เมตร อยู่ในห้วยซำม่วง ด้านหน้ามีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการพักผ่อน อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวโรยตัว ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของเขาค้อ ที่ผสมผสานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวผจญภัยเข้าไว้ด้วยกัน การเดินทางจากตำบลแค็มป์สนไปยังบ้านดงหลง แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร

น้ำตกวังน้ำริน: เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำผุดตลอดทั้งปี สูงประมาณ 5 เมตร เต็มไปด้วยเฟิร์นนานาชนิด อยู่ห่างจากน้ำตกธารทิพย์ ประมาณ 150 เมตร เหนือวังน้ำรินขึ้นไปจะเป็นจุดชมทิวทัศน์สามารถมองเห็นทัศนียภาพของน้ำตกธารทิพย์ได้อย่างชัดเจน

น้ำตกสามสิบคต: น้ำตกสามสิบคต บ้านพัฒนวรพงษ์ น้ำตกชั้นเดียวที่มีความสวยงาม น้ำใส เหมาะแก่การพักผ่อน

น้ำตกห้วยจอก: ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าพล อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จำนวน 3 ชั้น น้ำชั้นที่ 1 สูงประมาณ 10 เมตร ด้านหน้าน้ำตกมีแอ่งน้ำ การเดินทางเข้าถึงไม่สะดวกมากนัก เนื่องจากเป็นทางลูกรัง จากบริเวณบ้านอมชี ตำบลท่าพลไปทางตะวันตกประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรือหากนักท่องเที่ยวชื่นชอบในการเดินป่าก็สามารถเดินป่าจากน้ำตกธารทิพย์ได้ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร

น้ำตกหิมาลัย: เป็นน้ำตกที่ค้นพบใหม่ อยู่ในท้องที่ตำบลป่าเลา อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ กั้นระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาค้อกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังโป่ง-ชนแดน เป็นน้ำตกชั้นเดียว มีความคล้ายคลึงกับน้ำตกแก่งโสภา มีแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้ และมีสัตว์ป่ามากกว่า 100 ชนิด การเดินทางเข้าไปใช้เส้นทางด้านหลังพระตำหนัก ประมาณ 20 กิโลเมตร น้ำตกมีความสวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวแบบผจญภัยเป็นอย่างมาก

ศาลหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์: ศาลหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์หรือศาลเมืองหลวงเพชรบูรณ์ มีกำเนิดจากการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพมหานครไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อหลบภัยสมครามโลก ครั้งที่ 2 ตามพระราชกำหนดระเบียบการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ และสร้างพุทธบุรี พ.ศ. 2487 ลักษณะศาลทำด้วยไม้มงคล 9 ชนิด เสาสร้างด้วยไม้ชัยพฤกษ์ 8 เหลี่ยม ยอดเส้นเป็นหัวเม็ดทรงมน ด้านล่างประดับรอบด้วยไม้มงคล 8 ชนิด ปัจจุบันศาลหลักเมืองฯ สร้างเป็นทรงจตุรมุขยอดหกปรางค์ สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
สถานที่ตั้ง : อำเภอน้ำหนาว
สวนสนภูกุ่มข้าว
สวนสนภูกุ่มข้าว
เป็นอุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่ป่าท้องที่อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก และอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเขตกั้นระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นเนินยอดป้านที่เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกบริเวณนี้ในอดีต ประกอบด้วย ภูผาจิต ภูกุ่มข้าว และภูด่านอีป้อง โดยภูด่านอีป้องเป็นจุดสูงสุด ประกอบขึ้นเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดของลำธารสายยาว เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วยน้ำเชิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนจุฬาภรณ์ ทั้งยังมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง มีเนื้อที่ประมาณ 603,750 ไร่ หรือ 966 ตารางกิโลเมตร

ป่าน้ำหนาวเป็นป่าไม้ผืนใหญ่ติดต่อกัน และมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วย ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา และป่าเต็งรัง เนื่องจากป่าส่วนหนึ่งเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้าและป่าดิบ มีดินโปร่งและน้ำไหลผ่านตลอดปี จึงทำให้ป่านี้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่า เก้ง เสือโคร่ง เสือดาว ค่าง หมีควาย หมีคน เลียงผา หมาป่า กระจง เม่น หมูป่า กระต่ายป่า ค้างคาวมงกุฎหูโตมาร์แชล ค้างคาวไอ้แหว่งน้อย เต่าปูลู และเต่าเดือย สำหรับช้างป่านั้นมีอยู่ทั่วไป ซึ่งเราจะเห็นกองมูลช้างที่ถ่ายไว้ริมทางหลวงอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีนกชนิดต่างๆ มากว่า 200 ชนิด ตามทางเดินในป่าจะพบนกสีสวยๆ อยู่เสมอ เช่น นกแก้ว นกขุนแผน นกหก นกพญาปากกว้าง นกเดินดง นกแต้วแร้ว นกโพระดก นกหัวขวาน นกเหงือก นกกระจ้อย นกกินแมลงชนิดต่างๆ ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ป่า เป็นต้น และยังมีความหลากหลายของผีเสื้อมากกว่า 340 ชนิด
การเดินทาง
รถยนต์
จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลขที่ 21 จากเพชรบูรณ์ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ 39 กิโลเมตร เมื่อถึงทางแยกหล่มสัก ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลขที่ 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) อีกประมาณ 50 กิโลเมตร จะถึงทางแยกซึ่งเป็นทางลูกรังเข้าไปยังที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

จากจังหวัดขอนแก่น ให้ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 จะมีทางแยกเข้าที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งเป็นทางลูกรัง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

โดยรถประจำทาง
จะมีรถโดยสารทั้งจากขอนแก่นและจากหล่มสัก ผ่านหน้าที่ทำการอุทยานฯ ทุกวัน
แหล่งท่องเที่ยว
ทุ่งหญ้ากงวัง หรือ ทุ่งกงวัง: ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงสายหล่มสัก-ชุมแพ ลึกเข้าไปทางด้านหลังของหน่วยพิทักษ์ถ้ำห้วยประหลาดประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าตามธรรมชาติที่กว้างหลายตารางกิโลเมตร มีหญ้าขึ้นอยู่นานาชนิด เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่มากมาย

จุดชมทิวทัศน์ถ้ำผาหงษ์: ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ดอยหล่มสัก-ชุมแพ) มีทางเดินเท้าเข้าไปประมาณ 300 เมตร มีลักษณะเป็นถ้ำขนาดเล็ก ภายในมีช่องหลืบแคบๆ ซับซ้อน มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม เป็นที่อยู่อาสัยของค้างคาวหลายชนิด โดยเฉพาะค้างคาวมงกุฎมาร์แชล ซึ่งเป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ พื้นที่โดยรอบเป็นป่าไผ่และชะง่อนหินแหลมคม มีทางเท้าเดินขึ้นยอดเขาประมาณ 200 เมตร เพื่อชมทิวทัศน์และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น

สวนสนบ้านแปก: ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ดอยหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ดงแปก” ลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าและหญ้าเพ็กเป็นจำนวนมาก มีความสวยงาม เส้นทางเดินเข้าสวนสนบ้านแปกได้ผ่านป่าที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้นและป่าดิบเขา ระหว่างทางจะมีโอกาสพบสัตว์ป่าและนกนานาชนิด และในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ระหว่างทางจะมีกล้วยไม้ป่าและพันธุ์ไม้หลายชนิดออกดอกสวยงาม

สวนสนภูกุ่มข้าว: ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) มีทางลูกรังระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบ ลำต้นขนาดสูงใหญ่ ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น พื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร และบริเวณสวนสนนี้ มีเนินเขาเตี้ยๆ ลูกหนึ่ง เรียกว่า “ภูกุ่มข้าว” เป็นเนินเขาที่เป็นจุดเด่นจุดหนึ่งท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนบนเนินเขาภูกุ่มข้าว จะเห็นแนวยอดสนอยู่ในระดับสายตา สามารถมองเห็นแนวยอดสนเป็นแนวติดต่อกันพืดทั้งสี่ด้านของภูกุ่มข้าว ดูแล้วจะเห็นคล้ายๆ ท้องทะเลของยอดสน เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นอ่างน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ (น้ำพรม) ที่กว้างใหญ่ ไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าคา หญ้าเพ็ก จำนวนมากเช่นเดียวกัน ในฤดูแล้ง ทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ พอถึงฤดูฝนใหม่ทุ่งหญ้าเหล่านี้ก็จะกลับเขียวอีกครั้งหนึ่ง เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ไป โดยเฉพาะฤดูฝนตามทุ่งหญ้าจะมีพันธุ์ไม้หลากสีนานาพรรณขึ้นอยู่อย่างสวยงามมาก

น้ำตกซำผักคาว: ตั้งอยู่ตอนบนของลำห้วยสนามทราย มีทางเดินเท้าเข้าไปได้ตรงหลักกิโลเมตรที่ 64 ของถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้าประมาณ 400 เมตร น้ำตกมีความสูงประมาณ 3 เมตร

น้ำตกทรายแก้ว: ตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกซำผักคาวประมาณ 500 เมตร มีทางเท้าซึ่งเดินจากถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ ตรงกิโลเมตร 67.5 น้ำตกมีความสูงประมาณ 5 เมตร

น้ำตกทรายเงิน: ตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกทรายแก้วประมาณ 700 เมตร มีทางเท้าจากถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ เช่นเดียวกัน ปากทางเข้าน้ำตกอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 64.5 น้ำตกมีความสูงประมาณ 5 เมตร

น้ำตกทรายทอง: เป็นน้ำตกที่อยู่ห่างจากน้ำตกเหวทรายประมาณ 500 เมตร มีความกว้างที่สุดประมาณ 30 เมตร สูง 4 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝน คือประมาณเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ของทุกปี มีทางเดินเท้ามาทางน้ำตกเหวทราย ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร

น้ำตกเหวทราย: ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ดอนหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยสนามทราย ซึ่งมีต้นน้ำที่ป่าดงดิบชื่อ “ดงแหน่ง” ไหลผ่านป่าซำผักคาว โดยลำห้วยสนามทรายนี้เป็นแนวธรรมชาติที่แบ่งเขตแดนระหว่างกิ่งอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ กับอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ น้ำตกแห่งนี้ถือเป็นต้นน้ำตกที่มีความสูงสุดในบรรดาน้ำตกทั้ง 5 แห่ง ซึ่งเกิดจากลำห้วยสนามทราย มีความสูง 20 เมตร บริเวณลำห้วยใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำ สามารถเล่นน้ำได้ มีบริเวณสำหรับตั้งแคมป์หรือเต็นท์พักแรมได้ ใต้น้ำตกมีชะง่อนหินเป็นเพิง สามารถหลบฝนหรือพักแรมได้ บรรยากาศตามบริเวณลำน้ำห้วยน่าเดินเล่น เพราะมีต้นไม้ปกคลุมตลอด ในฤดูฝนน้ำตกมีประมาณน้ำมากและสวยงามมาก

น้ำผุด: ตั้งอยู่ถัดจากน้ำตกทรายทองไปไม่ไกลมากนัก จะพบกับธรรมชาติที่พิสดารและสวยงาม คือมีน้ำไหลซึมตามก้อนหินผุดออกมาเป็นบ่อๆ คล้ายๆ กับบ่อน้ำร้อนที่ผุดออก

ภูผาจิต (ภูด่านอีป้อง): ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 69 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ดอนหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 10 กิโลเมตร ทางค่อนข้างลำบาก ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6-7 ชั่วโมง สภาพป่าสวยงามมาก มีลักษณะเด่นตั้งโดดเดี่ยวบนที่ราบสูง ลักษณะสัณฐานคล้ายภูกระดึงแต่เล็กกว่า เป็นภูเขาที่มียอดราบแบบโต๊ะ มีไม้สนขึ้นอยู่ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ มีต้นไม้มีค่าหลายชนิด ภูเขานี้มียอดสูงสุดในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สูง 1,271 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

หนองปลาไหล: ตั้งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ชำบอนประมาณ 5 กิโลเมตร ป็นหนองน้ำที่อยู่ใจกลางของป่าสน มีน้ำอยู่ตลอดปี เป็นหนองน้ำที่มีปลาไหลอยู่ชุกชุม จึงได้ชื่อว่าหนองปลาไหล ในฤดูแล้งบริเวณทุ่งหญ้าหนองปลาไหลจะถูกไฟไหม้เกือบทุกปี พอฤดูฝนมาถึงรอบบริเวณหนองน้ำ พรรณไม้ต่างๆ ก็จะเริ่มผลิดอกออกช่อ ทุ่งหญ้าก็แลดูเขียวชอุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นหมุนเวียนเช่นนี้ตลอดไป

น้ำตกตาดพรานบา: ตั้งอยู่ใกล้ที่ว่าการกิ่งอำเภอน้ำหนาว กิโลเมตร 20 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า เป็นทางลูกรังรถยนต์เข้าถึงน้ำตก มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ปานกลาง ตกจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร น้ำตกจากหน้าผาสูงพุ่งเป็นลำสู่เบื้องล่างเป็นสองชั้น มีน้ำซึ่งเกิดจากลำน้ำเชิญตลอด

ผาล้อมผากอง: ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 40 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.2 (ภูผากลางดง) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5-7 กิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาสูง เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบๆ บริเวณได้ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพรรณไม้ที่มีค่ามาก บริเวณใกล้เคียงยังมีผากลางโหล่น มีความสูงประมาณ 850 เมตร ผาต้นฮอม มีความสูงประมาณ 900 เมตร ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามมากเช่นเดียวกัน

ถ้ำใหญ่น้ำหนาว (ภูน้ำริน): ตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า บ้านหินลาด มีทางรถยนต์เข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.6 (ถ้ำใหญ่น้ำหนาว) ประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเขาหินปูนสูง มีความงามวิจิตรพิศดารโดยธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อยและที่แปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมากอีกด้วย โดยมีชนิดที่เป็นสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์คือ ค้างคาวมงกุฎมาร์แชล ค้างคาวหูหนูยักษ์ และค้างคาวท้องน้ำตาลใหญ่ ภายในถ้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ช่วงแรกระยะทางประมาณ 400 เมตร มีทางเดินเท้าไปตามคูหาต่างๆ ซึ่งมีหินงอกหินย้อยและเสาถ้ำ ทางเดินจะไปสุดที่คูหาซึ่งมีม่านหินงดงาม ช่วงที่ 2 จากระยะทาง 400-1,000 เมตร จะมีทางลัดเลาะ บางครั้งต้องมุดและปีนป่ายเข้าไป ช่วงที่ 3 ระยะทางจาก 1,000 เมตร เข้าไป จะมีลำธารน้ำรินไหล ถ้ำมีความลึกประมาณ 4.5 กิโลเมตร ถ้ำใหญ่น้ำหนาวอยู่บนเขาสูงประมาณ 955 เมตร ลักษณะเป็นหินปูน เป็นถ้ำใหญ่ที่มีความวิจิตรพิสดารของธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อยและแปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำริน ภายในถ้ำจะมีปล่องธรรมชาติที่แสงแดดสามารถส่องไปในถ้ำซึ่งมีอยู่เป็นช่วง ภายในถ้ำเป็นที่อาศัยของค้างคาวนับเป็นจำนวนแสนตัว ความลึกของตัวถ้ำนั้นไม่มีใครทราบแน่ชัด เนื่องจากเป็นถ้ำที่มีความลึกมาก และยังไม่มีผู้ใดเข้าไปทำการสำรวจอย่างทั่วถึง

ผาสวรรค์: ตั้งอยู่ที่บ้านดงคล้อย ตำบลวังกวาง อำเภอน้ำหนาว เป็นหน้าผาสูง 50 เมตร ยาว 200 เมตร มองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำเลย ภูหลวง ภูหอ และภูกระดึง ได้อย่างชัดเจน

ป่าเปลี่ยนสี: ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 63-70 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายหล่มสัก-ชุมแพ ในประมาณเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี ผืนป่าบริเวณนี้ซึ่งเป็นป่าผสมผลัดใบ ก่อนที่พันธุ์ไม้จะผลัดใบจะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติของป่าเปลี่ยนสีที่สวยงาม น่าชมยิ่ง โดยเฉพาะที่ภูหลังกงเกวียน จุดที่มองเห็นภูหลังกงเกวียนได้ชัดเจนที่สุดคือ บริเวณ กม.ที่ 61 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12

จุดชมทิวทัศน์ภูค้อ: ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 46 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ในยามเช้า สามารถมองเห็นผืนป่าสวนสนภูกุ่มข้าวสลับกับป่าดงดิบ โดยมีฉากหลังเป็นภูกระดึงและภูผาจิต นอกจากนี้ทางอุทยานแห่งชาติยังได้จัดทำเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทาง ประมาณ 4 กิโลเมตร ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย
อุทยานแห่งชาติตาดหมอก
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองเพชรบูรณ์
น้ำตกสองนาง
น้ำตกสองนาง
อุทยานแห่งชาติตาดหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากบริเวณที่ดินป่าตะเบาะ และป่าห้วยใหญ่ ในท้องที่ตำบลห้วยใหญ่ ตำบลบ้านโคก และตำบลนาป่า อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ ป่า ภูเขา และน้ำตกที่สวยงามยิ่ง สมควรกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพื่อสงวนไว้ให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิม มิให้ถูกทำลายหรือเปลี่ยนแปลงไป เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมย์ของประชาชน และเพื่ออำนวยประโยชน์อื่นแก่รัฐและประชาชน มีเนื้อที่ประมาณ 181,250 ไร่ หรือ 290 ตารางกิโลเมตร
การเดินทาง
รถยนต์
จากศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ไปทางทิศตะวันออกตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2271 ถึงบ้านเฉลียงลับระยะทาง 12 กิโลเมตร เมื่อถึงสามแยกให้เลี้ยวขวาไปทางบ้านน้ำร้อน ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2275 ประมาณ 200 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ตามเส้นทาง รพช. (บ้านเฉลียงลับ- ตาดหมอก) ระยะทาง 19 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินด้วยเท้าตามลำห้วยอีก 2 กิโลเมตร เพื่อชมความงามน้ำตกตาดหมอก และน้ำตกสองนาง
แหล่งท่องเที่ยว
น้ำตกสองนาง: จัดว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง เพราะสายน้ำจะไหลผ่านโขดหินลดหลั่นกันลงมาทั้งหมด 12 ชั้น แต่ละชั้นสูงต่ำไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ชั้นที่สูงเพียง 5 เมตร และชั้นที่สูงถึง 100 เมตร ไหลลงสู่คลองห้วยบง สู่เขื่อนบ้านเฉลียงลับ สิ้นสุดที่แม่น้ำป่าสัก น้ำตกตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับน้ำตกตาดหมอก โดยมีทางแยกไปน้ำตกสองนางก่อนถึงน้ำตกตาดหมอก

น้ำตกตาดหมอก: ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปตามทางถนน 7 กิโลเมตร แล้วเดินลัดเลาะไปตามลำห้วยอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก ทางช่วงสุดท้ายเป็นทางขึ้นเขาชัน น้ำตกมีลักษณะเป็นน้ำตกสูงเด่น ไหลลงจากหน้าผาสูงมีชั้นเดียวโดดๆ ความสูงประมาณ 200-300 เมตร สายน้ำที่ไหบลงมาจากหน้าผาสูง ทำให้สายน้ำแตกกระจายเป็นละอองน้ำคละคลุ้งไปทั่ว ยิ่งในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำมาก ละอองน้ำจะฟุ้งกระจายจนไม่สามารถยืนอยู่ใกล้น้ำตกได้
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร