สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร, ที่เที่ยวจังหวัดพิจิตร

สถานที่ท่องเที่ยว
โบราณสถานและประวัติศาสตร์
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
เป็นที่ตั้งของเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ประมาณปี พ.ศ. 1601 ภายในบริเวณกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษ ประกอบด้วยซากโบราณสถาน อาทิ กำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมารซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 ภายในบริเวณอุทยานแห่งนี้ได้จัดเป็นสวนรุกขชาติมีต้นไม้ร่มรื่นหลายชนิดเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

แหล่งท่องเที่ยว
ศาลหลักเมือง: สร้างเมื่อ พ.ศ. 2520 อาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่างจะเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบองซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "พ่อปู่"

วัดมหาธาตุ: เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองพิจิตรเก่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านเก่า กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานของวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2478 ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงลังกา ภายในมีพระเครื่องชนิดต่างๆซึ่งถูกลักลอบขุดค้นไป ด้านหน้าพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารเก้าห้อง ด้านหลังพระเจดีย์เป็นพระอุโบสถ มีใบเสมา 4 มุม ส่วนหลังคาถูกต้นไม้ล้มทับหักลงมาโดนองค์พระ ปัจจุบันเหลือแต่ฐานอิฐสูง กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งเมื่อ พ.ศ. 2534 บริเวณใต้เนินดิน ส่วนวิหารได้พบสิ่งก่อสร้าง 2 ยุคสมัย คือสมัยสุโขทัย และสมัยอยุธยา บริเวณโดยรอบพบเจดีย์รายจำนวนมาก และแนวกำแพงขนาดใหญ่

ถ้ำชาละวัน: มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องไกรทอง บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ลักษณะเป็นช่องขุดลึกลงไปในดิน มีเรื่องเล่าว่าเมื่อ 64 ปีก่อนมีพระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่งจุดเทียไขเดินเข้าไปในถ้ำ จนหมดเล่มหนึ่งก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำ แต่ในปัจจุบันดินพังทลายทับถมถ้ำจนตื้นเขิน ทางจังหวัดได้สร้างรูปปั้นไกรทองและชาละวันไว้ที่บริเวณปากถ้ำด้วย

เกาะศรีมาลา: มีลักษณะเป็นมูลดินคล้ายเกาะเล็กๆ อยู่กลางคูเมืองนอกกำแพงเก่า มีคูล้อมรอบเกาะแต่ตื้นเขิน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นหอคอยรักษาการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะตั้งอยู่นอกเมืองและอยู่กลางคูเมือง
ศาสนสถาน
วัดท่าหลวง
วัดท่าหลวง
วัดท่าหลวง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดนี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2388 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร
วัดนครชุม
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดนี้เป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุราว 800 ปี ด้านตะวันออกมีพระอุโบสถเก่าแก่มาก ก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูน เครื่องบนเป็นไม้โดยใช้สลักไม้แทนตะปู มีช่องระบายลมแทนหน้าต่าง พระอุโบสถหลังนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งปัจจุบันได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดท่าหลวง ปัจจุบันประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลักษณะแบบสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปที่ใช้เป็นประธานในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยก่อน
วัดโรงช้าง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมัยพระยาโคตรบองขึ้นครองราชย์ สถานที่แห่งนี้เรียกว่า กองช้าง เพราะเป็นที่พักของกองช้าง ต่อมาได้เรียกกันเพี้ยนไปเป็น คลองช้าง จนกระทั่งทางราชการได้เปิดโรงเรียนประชาบาลขึ้นที่วัดนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดโรงช้าง บริเวณวัดโรงช้างมีพระพุทธรูปใหญ่อยู่กลางแจ้ง 3 องค์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ปางห้ามญาติ และปางไสยาสน์ สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือเจดีย์องค์ใหญ่ของวัด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 บริเวณรอบองค์เจดีย์มีตู้พระไตรปิฎก จำนวน 108 ตู้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทำบุญใส่ตู้เพื่อเป็นสิริมงคล และภายในองค์เจดีย์ได้สร้างเป็นห้องลับใต้ดินเพื่อใช้สำหรับเก็บแผ่นอิฐจารึกพระไตรปิฎกจำนวน 84,000 พระธรรมขันธ์
วัดโพธิ์ประทับช้าง
สถานที่ตั้ง : อำเภอโพธิ์ประทับช้าง
วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2242-2244 ในสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี(ขุนหลวงสรศักดิ์หรือพระพุทธเจ้าเสือ) พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา หน้าวัดมีต้นตะเคียนซึ่งกล่าวกันว่ามีอายุราว 260 ปี วัดโดยรอบได้ 7 เมตร 60 เซนติเมตร หรือ 7 คนโอบ ภายในวัดมีพระวิหารสูงใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น เป็นศิลปะแบบอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 ภายในโบสถ์เป็นศิลปะแบบอยุธยา ภายในประดิษฐาน "หลวงพ่อโต" หรือ "หลวงพ่อยิ้ม" เนื่องจากพระพักตร์ของท่านดูยิ้มแย้มเป็นที่อิ่มเอมใจแก่ผู้ที่มาสักการะ
วัดเขารูปช้าง
สถานที่ตั้ง : อำเภอตะพานหิน
วัดเขารูปช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลดงป่าคำ ตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร มีเจดีย์แบบลังกาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง สามารถเดินขึ้นทางบันไดนาคที่มีความสูง 136 ชั้น แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ มีลานกว้างบนยอดเขาเพื่อเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองพิจิตร และตัวเมืองตะพานหินได้อย่างชัดเจน
วัดพุทธบาทเขารวก
สถานที่ตั้ง : อำเภอตะพานหิน
วัดพระพุทธบาทเขารวก ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลวังหลุม อยู่ห่างจากอำเภอตะพานหินไปประมาณ 10 กิโลเมตร ภายในวัดมีรอยประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งจำลองมาจากวัดพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี และมี พระอาจารย์โง่น ไสรโย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจำพรรษาอยู่ ซึ่งท่านเป็นผู้สร้างพระพุทธวิโมกข์ปางสมาธิ มอบให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลองที่ทำด้วยไม้ประดู่ใหญ่ที่สุดในโลก และรูปปั้นฤาษีอายุ 1,000 - 1,500 ปี ซึ่งเป็นหินศิลาแลงจากลุ่มแม่น้ำเขิน ภายในวัดยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กซึ่งมีสัตว์หลายชนิดไว้ให้ชมและศีกษาอีกด้วย
วัดห้วยแขน
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางมูลนาก
วัดห้วยเขน ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยเขน อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายบางมูลนาก - วังงิ้ว ภายในวัดมีโบสถ์เก่าซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับเรื่องพุทธประวัติเรื่องรามเกียรติ์ เป็นภาพของเก่าโบราณที่ยังไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมใดๆ บึงสีไฟ
บึงสีไฟ
วัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน
สถานที่ตั้ง : อำเภอโพธิ์ทะเล
วัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน เดิมมีชื่อว่า “วัดวังตะโก” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านเก่า สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจของวัดนี้คือ พิพิธภัณฑ์นครไชยบวร เป็นพิพิธภัณฑ์รูปมณฑป 2 ชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศรู้จักและเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง
ตลาด
ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่างๆ ที่ชาวบ้านผลิตขึ้นเองเช่น เครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอบ้านป่าแดง มะขามแก้วสี่รสฯลฯ เปิดจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทุกวันเว้นวันจันทร์

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น.
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ร่อนทองคำที่เขาพนมพา
ร่อนทองคำที่เขาพนมพา
บึงสีไฟ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
บึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง และชมพระอาทิตย์ตก กลางบึ่งสีไฟ ในยามเย็น บึงสีไฟถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ภายในบึงสีไฟมีถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ พิจิตร รูปปั้นพญาชาละวัน สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจังหวัดพิจิตร
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ พิจิตร สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อพศ. 2527 มีเนื้อที่ประมาณ 170 ไร่ เป็นสวนพักผ่อนริมบึงสีไฟ มีสะพานทอดลงสู่น้ำศาลาใหญ่ นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารปลา และชมอาทิตย์อัสดง
รูปปั้นพญาชาละวัน เป็นรูปปั้นจระเข้อยุ่ด้านหน้าบึงสีไฟ ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร ภายในตัวจระเข้นี้ทำเป็นห้องประชุมขนาด 25-30 ที่นั่ง
สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ ลักษณะอาคารเป็นรูปดาวเก้าแฉก ยื่นลงไปในบึงสีไฟ ภายในประกอบด้วยตู้แสดงพันธุ์ปลามากกว่า 20 ชนิด และมีการสับเปลี่ยนชนิดของปลาเป็นประจำ นอกจากนั้นตรงส่วนกลางของอาคารยังทำเป็นช่องเปิด สำหรับชมปลาในบึงสีไฟซึ่งมีพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ มาชุมนุมเป็นจำนวนมาก เพื่อรอกินอาหารที่นักท่องเที่ยวโปรย

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 18.00 น. สวนเกษตรวังทับไทร
สวนเกษตรวังทับไทร
เหมืองแร่ทองคำเขาพนมพา
สถานที่ตั้ง : วังทรายพูน
เหมืองแร่อยู่ที่บ้านเขาพนมพา หมู่ 7 ตำบลหนองพระ เป็นเนินเขาขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นเขาลูกโดดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ เป็นเหมืองทองคำเปิดแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปซื้อดินที่ถลุงจากเขาพนมพา นำไปร่อนยังสถานที่ที่ทางองค์การบริหารจังหวัดพิจิตรจัดให้ สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกรรมวิธีการร่อนหาทองคำแบบชาวบ้านได้ทุกวัน

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
ศาลเจ้าแม่ทับทิม
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ทางด้านหลังใกล้ริมทางรถไฟสายเหนือ (สายเชียงใหม่ - กรุงเทพฯ) ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) เป็นองค์ประธาน ด้านขวาเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากง และปุ้นเถ่าม่า ศาลเจ้าแม่ทับทิม มีผู้เลื่อมใสและศรัทธาทั้งใกล้และไกล โดยมีสิ่งที่น่าสนใจตามหลักฐานประวัติและถาวรวัตถุอันล้ำค่า คือ เกี้ยวสำหรับประทับขององค์จ้าแม่ที่นำมาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นเรือนไม้แกร่งแกะสลักทั้งหลังด้วยลายดอกไม้ และสัตว์ต่างๆตาแบบฉบับศิลปะของจีน วัตถุกายสิทธิ์ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำเซียนทั้งแปด (โป๊ยป้อ) จำนวน 2 ชุด (16 อัน) อันเป็นวัตถุล้ำค่า ซึ่งทำมาเฉพาะจากนครกวางเจาในสมัยนั้น ไร่องุ่นดงเจริญ
ไร่องุ่นดงเจริญ
สวนเกษตรวังทับไทร
สถานที่ตั้ง : อำเภอสากเหล็ก
ตำบลวังทับไทร เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพชรบ้านลาด ฟ้าลั่น โชคอนันต์ และมะปรางหวาน มะยงชิดพันธุ์พันธุ์ไข่ไก่ จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชม และเลือกซื้อได้ ช่วงฤดูกาลเที่ยวสวนมะม่วง อยู่ระหว่างมกราคม– พฤษภาคม ฤดูกาลเที่ยวสวนมะปราง อยู่ระหว่างกุมภาพันธ์ - มีนาคม
ไร่องุ่นดงเจริญ (ไร่องุ่นขจรฟาร์ม)
สถานที่ตั้ง : อำเภอตะพานหิน
ถนนตลิ่งชัน-บึงสามพัน อยู่ห่างจากขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ) ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นไร่องุ่นพันธุ์ดี ในพื้นที่ 200 ไร่ พันธุ์ที่มีชื่อเสียงคือพันธ์แบล็คควีน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทิวทัศน์ที่สวยงามของไร่องุ่น ได้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกองุ่นทั้งสำหรับทำไวน์ องุ่นทานเป็นผลสดๆ ชมโรงบ่มไวน์ ที่ไร่องุ่นนี้ จะออกผลให้ซื้อทานได้ในช่วง มีค.-เมย. กค-สค. และช่วงที่ ออกผลดีที่สุด คือช่วงพย.-ธค.
ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)
ฟาร์มนกกระจอกเทศ
ฟาร์มนกกระจอกเทศ
สถานที่ตั้ง : อำเภอตะพานหิน
121 หมู่ 2 ตำบลวังงิ้ว ห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 57 กิโลเมตร ไปทางอำเภอตะพานหินถึงบ้านเขาทราย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ไปอีก 12 กิโลเมตร ถึงแยกบางมูลนาก-นครสวรรค์ เลี้ยวขวาไปตามทางเดียวกับเหมืองแร่ยิบซั่มอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านโคกสนั่น-บ้านตลิ่งชัน จะมีป้ายฟาร์มนกกระจอก เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ภายในฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศไว้ประมาณ 1,000 ตัว นอกจากนี้ บริเวณรอบ ๆ ฟาร์ม ยังมีบ่อเลี้ยงจระเข้ นกยูง กวาง

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร