สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดแพร่, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดแพร่, ที่เที่ยวจังหวัดแพร่

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่
โบราณสถานและประวัติศาสตร์
วัดพระนอน
วัดพระนอน
วัดพระนอน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระนอนตั้งอยู่บนถนนพระนอนเหนือ ใกล้วัดหลวง จัดเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ยิ่งแห่งหนึ่งในเมืองแพร่ สร้างด้วยศิลปะแบบผสมผสานถึงสามยุค คือ เชียงแสน สุโขทัย และอยุธยาตอนปลาย วัดพระนอนสร้างโดย เจ้าพระยาชัยชนะสงคราม และพระนางเจ้าอู่ทองศรีพิมพาเมื่อ จ.ศ. 236 มีพระอุโบสถแบบเชียงแสนคือไม่มีหน้าต่างแต่ทำเป็น ช่องรับแสงแทน ส่วนหน้าบันแกะสลักอย่างงดงามเป็นลายก้านขด มีภาพรามเกียรติ์ประกอบ ส่วนวิหารตกแต่งชายคาด้วยไม้ฉลุโดยรอบ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นยาว 9 เมตร ลงรักปิดทองตลอดองค์
พระธาตุพระลอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พระธาตุพระลอ เป็นโบราณสถานที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับเวียงสอง เมืองโบราณที่กล่าวถึงวรรณคดีไทยเรื่องลิลิตพระลอ และเป็นที่ประดิษฐานพระศรีสรรเพชญ พระคู่บ้านคู่เมือง ของอำเภอสอง ภายในวัดมีรูปปั้นของพระลอ พระเพื่อน พระแพง ประวัติความเป็นมาเดิมวัดพระธาตุพระลอนี้เดิมเรียก ธาตุหินส้ม เพราะแต่เดิมก่อนที่จะสร้างพระธาตุนั้นพบว่า มีซากอิฐและหินกองใหญ่อยู่ หินนี้มีลักษณะเป็นหินส้ม แต่ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนแปลงชื่อเป็น พระธาตุพระลอ การก่อสร้างสันนิฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เนื่องจากมีการขุดพบโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น ดาบ และพระพุทธรูป ซึ่งเป็น ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย หล่อด้วยตะกั่ว รูปแบบเจดีย์เป็นทรงลังกา พ.ศ. 2325 ได้รับพระ ราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2521

จังหวัดให้สร้างอนุสาวรีย์พระลอ พระเพื่อนพระแพงขึ้นในบริเวณวัด เป็นรูปปั้นของกษัตริย์ทั้งสามพระองค์ที่ถูกทหารยิงด้วยธนูจนสิ้นพระชนม์ ประเพณีการนมัสการพระธาตุพระลอกำหนดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 เหนือของทุกปี พระธาตุพระลอ อยู่ที่ตำบลบ้านกลาง ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1154 กม.ที่ 54 ห่างจากอำเภอสอง ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงความรักอมตะของพระลอแห่งนครแมนสรวง และพระเพื่อน-พระแพง แห่งเมืองสรอง เป็นต้นกำเนิดของวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอ ซึ่งจัดว่าเก่าแก่ที่สุด สันนิษฐานว่าน่าจะแต่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น การเดินทาง ไปตามเส้นทางหลวงหมาย เลข 101 ประมาณ 24 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 103 อีกราว 18 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาสู่อำเภอสองใช้เส้นทางหมายเลข 1154 จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงพระธาตุพระลอ
ศาสนสถาน
วัดจอมสวรรค์
วัดจอมสวรรค์
ศาลหลักเมืองแพร่
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
นหลักใหม่สร้างตามนโยบายมหาดไทย ปี 2535 ตั้งอยู่คู่กับหลักศิลาจารึกเก่าที่กล่าวถึงการสร้างวัดศรีบุญเริง สมัยรามคำแหงมหาราช ซึ่งในปัจจุบันวัดนี้ไม่มีแล้วกลายเป็นที่ตั้ง เรือนจำจังหวัด อักษรบนจารึกเป็นภาษาไทยอาหม ศาลหลักเมืองแพร่เป็นหลักเมืองที่ สร้างขึ้นใหม่ ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2535 ตั้งอยู่คู่กับหลักศิลาจารึกเก่า ที่กล่าวถึงการสร้างวัดศรีบุญเริง สมัยรามคำแหงมหาราช ซึ่งในปัจจุบันวัดนี้ไม่มีแล้วกลายเป็นที่ตั้งเรือนจำจังหวัด อักษรบนจารึกเป็นภาษาไทยอาหม ศาลหลักเมืองแพร่ เป็นสถานที่ เคารพศักดิ์สิทธิ์ของคนจังหวัดแพร่ และคนต่างจังหวัดที่มาอาศัย หรือทำงานที่จังหวัดแพร่

แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า สะดือเมือง ตั้งอยู่ถนนคุ้มเดิม เยื้องจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นศาลหลักเมืองที่สวยงาม สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนาลงรักปิดทอง ประกอบด้วยเสาไม้สัก ขนาดใหญ่ฝังในผนังปูนอย่างกลมกลืนทั้งสี่มุม

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 06.00 – 21.00 น.
วัดจอมสวรรค์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดจอมสวรรค์ ตั้งอยู่บนถนนยันตรกิจโกศล ตำบลทุ่งกวาว ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตรครับ เป็นวัดไทยใหญ่ สร้างแบบศิลปะพม่า ตัวอารามเป็นไม้ล้วนและเป็น ทั้งโบสถ์วิหาร และกุฏิไปในตัว ภายในมีศิลปะการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยฝีมือการฉลุไม้ประดับกระจกสีสันงดงาม หลวงพ่อสาน เป็นพระพุทธรูปที่สร้างโดยใช้ไม้ไผ่สาน เป็นองค์ลงรักปิดทอง พระพุทธรูปงาช้าง ซึ่งเป็นศิลปะแบบพม่า คัมภีร์งาช้าง หรือคัมภีร์ปาติโมกข์ โดยนำงาช้างมาบดแล้วอัดเป็นแผ่นบางๆ เขียนลงรักแดง จารึกเป็นอักษรพม่า และยังมี บุษบก ลวดลายวิจิตรงดงามประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน
วัดหลวง
วัดหลวง
วัดหลวง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนคำลือ ซอย 1 ตำบลในเวียง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสร้างขึ้นพร้อมกับ การสร้างเมืองแพร่ วัดนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมหลายยุคหลายสมัย สิ่งที่น่าสนใจ ภายในวัดได้แก่
  • วิหารหลวงพลนคร : วิหารเก่าแก่สร้างพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่ ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญคือ พระเจ้าแสนหลวง สร้างโดยเจ้าเมืององค์ หนึ่งเมื่อ พ.ศ.2057
  • พระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ : พระเจดีย์ศิลปะเชียงแสน ประดิษฐานพระธาตุที่นำมาจากเมืองหงสาวดี
  • พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ : เป็นสถานที่รวบรวมพระพุทธรูปเก่าแก่หลายองค์ที่มีอายุเกือบ 500 ปี และโบราณวัตถุต่างๆ ของเมืองแพร่ นอกจากนี้ยังมีคุ้มพระลอ ซึ่งเป็นการจัดแสดงตัวอย่างบ้านแบบล้านนาโบราณ โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00 - 18.00 น.
  • หอวัฒนธรรม : เป็นที่เก็บรวบรวม ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมากมาย
วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมืองแพร่ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร แต่เดิมนั้นเป็นวัดราษฎร์ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 ได้ยกฐานะ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ประเภทวรวิหาร นั้นวัดพระบาทมิ่งเมืองมาจากสองวัดรวมกัน ได้แก่ วัดพระบาท และวัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ห่างกันเพียงมีถนน กั้นเท่านั้น วัดพระบาทเป็นวัดของอุปราชหรือเจ้า หน้าหอ ส่วนวัดมิ่งเมืองเป็นวัดของเจ้าผู้ครองนครแพร่เมื่อเมือง แพร่ล้มเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร วัดทั้งสองก็ถูกทอดทิ้งอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากกระทั่ง คณะกรรมการ จังหวัดเห็น สมควรรวมสองวัดเข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า วัดพระบาทมิ่งเมือง มาจนทุกวัน ปัจจุบันวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่และ ยังมีพระเจดีย์มิ่งเมือง ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีรอย พระพุทธบาทจำลองอยู่ภายใน นอกจากนี้วัดนี้ยังเป็นที่ตั้งของมูลนิธิยาขอบอนุสรณ์เพื่อระลึกถึง "ยาขอบ"หรือ นายโชติ แพร่พันธุ์ นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้วซึ่งเป็นทายาทเจ้าเมืองแพร่คนสุดท้าย
วัดพระธาตุช่อแฮ
วัดพระธาตุช่อแฮ
วัดพระธาตุช่อแฮ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแพร่มาช้านาน เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีขาล(เสือ) หากว่าผู้ที่เกิดปีขาลนำผ้าแพรสามสีมาถวายจะทำให้ ชีวิตมีพลังคุ้มครอง ป้องกันศัตรูได้ องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้ สิบสอง ศิลปะเชียงแสน สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง องค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม 3 ชั้นรองรับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำและชุดท้องไม้แปดเหลี่ยม ซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง 1 ชั้น และหน้ากระ ดานหนึ่งชั้น จนถึงองค์ระฆังแปดเหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังค์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉน ส่วนยอดฉัตรประดับตกแต่งด้วยเครื่องบนแบบล้านนา หุ้มด้วยทองเหลืองที่ตีแผ่เป็นแผ่น บางตลอดทั้งองค์ มีรั้วเหล็กรอบองค์พระธาตุ 4 ทิศ มีประตูเข้าออก 4 ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม สำหรับชื่อพระธาตุช่อแฮนั้น บ้างว่าได้มาจาก ชื่อผ้าแพรชั้นดีซึ่งทอจากสิบสองปันนา และชาวบ้านนำมาผูกบูชาพระธาตุ บ้างก็ว่ามาจากผ้าแพรที่ขุนลัวะอ้ายก๊อมนำมาถวาย
วัดพระธาตุจอมแจ้ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระธาตุจอมแจ้ง ตั้งอยู่บ้านไคร้ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เลยพระธาตุช่อแฮไป 1 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดราว 10 กิโลเมตร วัดพระธาตุจอมแจ้งมีองค์พระธาตุ จอมแจ้ง ตั้งบนเนินเขาเตี้ย รูปทรงพระธาตุคล้ายกับพระธาตุช่อแฮ เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระหัตถ์ซ้ายของพระพุทธเจ้า พระธาตุจอมแจ้งเป็นเจดีย์ทรง พุ่มศิลปผสมระหว่างสุโขทัยกับศิลปเวียงโกศัย ยังอยู่ในลักษณะค่อนสมบูรณ์

นอกจากองค์พระธาตุจอมแจ้งแล้ว ยังมีพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ปางพระนาคปรกประดิษฐานอยู่คู่กับองค์พระธาตุ มีพระนอนปางไสยาสน์องค์ขนาดใหญ่ในสวนลานปฎิบัติธรรมอยู่ บริเวณซ้ายมือของทาง เข้าประตูวัด ภายในวิหารมีหลวงพ่อจอมแจ้งซึ่งมีอายุประมาณ 600 กว่าปี เป็นพระประธาน ด้านหลังมีองค์พระธาตุอันเก่าแก่อีกองค์หนึ่งซึ่งไม่ได้มีการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ ยังคงไว้ในรูปแบบของการก่อสร้างด้วยอิฐ และมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของโบราณของวัด มีรูปปั้นแสดงรูปสวรรค์ นรก จำลองเพื่อเตือนให้คนทำดีละเว้นความชั่ว
วัดสระบ่อแก้ว
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2419 นับถึงปัจจุบันครบ 134 ปี ถึงแม้จะเป็นวัดที่มีการก่อสร้างไม่นานนักแต่ก็มีความน่าสนใจคือเป็นวัดที่มีศิลปะการก่อ สร้างแบบพม่าสร้างขึ้นเพื่อปฏิบัติกิจทางศาสนา ประวัติความเป็นมา มีชนชาวพม่า 3 เผ่าคือ เผ่าพม่า เผ้าต่อสู้และเผ่าไทยใหญ่หรือเงี้ยวที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เพื่อค้าขาย เป็นลูกจ้างของบริษัทอีสเอเชียติค ซึ่งบริษัทอังกฤษที่ได้เข้ามารับการสัมปทานทำไม้และขุดพลอยที่ตำบลบ่อแก้ว ต่อมาได้ภรรยาเป็นคนไทย ต่างก็นับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกับคน ไทยในจังหวัดแพร่ แต่มีพิธีกรรมต่างๆที่แตกต่างไปจากชาวไทยทำให้มีอุปสรรคทั้งการใช้ภาษาขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมในการบำเพ็ญกุศล ตลอดจนถึงทำนองในการ สวดมนต์ไหว้พระแม้แต่ภาษาบาลีก็ไม่เหมือนกับพระสงฆ์ไทย ชาวพม่าจึงได้ร่วมใจกันสร้างวัดของแต่ละกลุ่มชนขึ้นเพื่อเป็นที่ทำบุญบำเพ็ญกุศลของตนขึ้นดังนี้
  • วัดจองเหนือ (วัดจอมสวรรค์)สร้างประมาณ พ.ศ. 2542
  • วัดจองกลาง (วัดสระบ่อแก้ว) สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2419
  • วัดจองใต้ (วัดต้นธง) สร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจน
ชื่อวัดสระบ่อแก้ว มาจากคำ 3 คำ คือ สระ ในอดีตบริเวณวัดด้านเหนือนี้มีสระอยู่ หายถึงความอุดมสมบูรณ์ บ่อ คือ บ่อน้ำโบราณอยู่ทางทิศใต้ของวัดหมายถึงความร่วมเย็น และแก้ว คือ แก้วหรือดอกพิกุลอยู่หน้าวัด สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ พระพุทธรูปพระอุปคุต ที่ชาวล้านนาให้ความนิยมนับถือบูชา และเชื่อกันว่าท่านยังเป้นพระที่มีชีวิตอยู่ใจกลางมหาสมุทร โดย ทุกคืนวันเพ็ญขึ้น15 ค่ำที่ตรงกับวันพุธพระอุปคุตจะออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ ดังนั้นใครที่ได้ตักบาตรพระอุปคุตจะเป็นผู้ที่มีโชคดีและประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ
วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี
วัดพระธาตุจอมแจ้ง
วัดพระธาตุจอมแจ้ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเด่นชัย
สร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2520 ตั้งอยู่บนถนนสายแพร่-ลำปาง วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี หรือ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม มีจุดเด่นคือเป็นวัดที่รวบรวมศิลปกรรม ล้านนาประยุกต์ที่สวยงามมากที่สุด และจำลองงานศิลป์ชั้นยอดของล้านนา จากหลายแหล่งหลายจังหวัดทั้งในไทยและสิบสองปันนาในมณฑลยูนานของจีน มารวมไว้ในที่เดียว ภาพจิตรกรรมบนฝาผนังระเบียงคตเป็นเรื่องราวของชาดกพื้นบ้านและภาพพุทธ ประวัติ ในบริเวณวัดมีเจดีย์ทรงล้านนากว่า 30 องค์ ด้านหน้าบันไดทางขึ้นทิศตะวันออกมีรูปปั้น สิงห์ขนาดใหญ่ มีอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทรงล้านนา ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของล้านนาและเมืองแพร่ จัดแสดงเครื่องใช้ อาวุธของนักรบโบราณ รวมทั้งภาพถ่ายของเจ้านายฝ่ายเหนือ และภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในล้านนา งานรวบรวมและจำลองของใหม่ เกิดจากแรงผลักดันของเจ้าอาวาสพระครูบามนตรี ธมฺมเมธี ผู้มีฝีมือเก่งกาจงานศิลปะล้านนา ทั้งการหล่อพระ การปั้นและแกะสลักไม้ การไปเยือนวัดนี้จึงดูประหนึ่งไหว้พระในวัดบนเขา และชมของดีเมืองเหนือที่ได้รวบรวมไว้อย่างน่าทึ่ง วิจิตรงดงาม เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเกินกว่าจะประเมิน ค่าได้

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 09.00-16.00 น.

วัดพระธาตุศรีดอนคำ
สถานที่ตั้ง : อำเภอลอง
วัดพระธาตุศรีดอนคำ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดห้วยอ้อ อยู่เลยที่ว่าการอำเภอลองไปเล็กน้อย ห่างจากตัวเมืองแพร่ 45 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1023 เป็นพระธาตุเก่าแก่ ขนาดใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1078 คราวพระนางจามเทวีเสด็จจากเมืองละโว้ไปเมืองหริภุญชัย พระธาตุแห่งนี้ได้รับการ บูรณะหลายครั้ง ปัจจุบันมีฐานเป็นปูน ส่วนบนประดับด้วยแผ่นโลหะสีทอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมตำนานพระพุทธรูป และมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า ที่ทำจากไม้เรียกว่า "พระเจ้าพร้าโต้" ตลอดจนคัมภีร์ต่าง ๆ ซึ่งเก็บไว้ในหอไตรของวัด
อนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์
อนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์
อนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดแพร่ ประมาณ 4 กิโลเมตร ริมทางหลวงแผ่นดินสาย 101 พระยาไชยบูรณ์เป็นข้าหลวงเมืองแพร่ ที่ถูกพวกเงี้ยวฆ่าตาย เนื่องจากไม่ยอมลงนามยก เมืองแพร่ให้ระหว่างที่พวกเงี้ยวก่อการกบฏ ในปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ส่งกองทหารมาปราบพวกเงี้ยว แล้วสร้างอนุสาวรีย์ให้กับ พระยาไชยบูรณ์เป็นอนุสรณ์ และเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาราฃฤทธานนท์พหลภักดี

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน 08.00 am. – 04.00 pm.

พิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ “คุ้มเจ้าหลวง”
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ ตั้งอยู่ที่ถนนคุ้มเดิม ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ ตรงข้ามโรงเรียนนารีรัตน์ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เป็นผู้ดูแลรักษาและบริหารจัดการ จุดเด่น คือ อาคารมีความสง่างาม โอ่โถง มีประตู หน้าต่างรวม 72 บาน รูปทรงแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคต้น คือ ไทยผสมยุโรป หรือทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น หลังคามุงด้วยไม้เรียกว่า “ไม้แป้นเกล็ด” ไม่มีหน้าจั่ว เป็นแบบหลังคาเรือนปั้นหยา มีมุขสี่เหลี่ยมยื่นออกมาด้านหน้าของตัวอาคาร หลังคามุขมีรูปทรงสามเหลี่ยม ทั้งปั้นลมและชาย คาน้ำรอบตัวอาคารประดับด้วยไม้แกะฉลุสลักลวดลายอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นฝีช่างชาวจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูน มี 2 ชั้น ไม่มีการฝังเสาเข็ม แต่ใช้ไม้ซุงท่อน ส่วนใหญ่เป็นไม้แก่น ไม้แดง และไม้เนื้อแข็ง รองรับฐานเสาทั้งหลัง อาคารนี้เคยใช้เป็นที่ประทับแรม ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวที่เสด็จมาเยี่ยมเยือนราษฎรจังหวัดแพร่ในปี 2501 และยังได้รับพระราชทานรางวัลอาคาร อนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2536 และสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบัน และสาธารณะ ประจำปี 2540 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ภายในอาคารมีห้องจัดแสดงมรดกภูมิปัญญา ท้องถิ่นของเมืองแพร่ ข้าวของเครื่องใช้ตามธรรมเนียมประเพณีเจ้านายฝ่ายเหนือ ห้องว่าราชการของเจ้าหลวงเมืองแพร่ในอดีต ห้องแสดงประวัติของเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประวัติและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ และที่น่าสนใจ คือ ชั้นบน เปิดให้เข้าไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และมีพระรูปปั้นของเจ้าหลวงพิริยะ เทพวงศ์ให้กราบไหว้บูชา นอกจากนี้ยังมีห้องบรรทมของเจ้าหลวงในอดีต โดยแสดงเตียงจำสอง และแสดงภาพถ่ายพระแท่นบรรทมของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เคยมาประทับแรมในคราวเสด็จฯเยี่ยมเยือนราษฎรจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 15–17 มีนาคม 2501

และใต้ถุนอาคารซึ่งเคยเป็นห้องสำหรับ คุมขังทาสบริวารที่กระทำความผิด เปิดให้เข้าชมด้วย โดยแบ่งเป็น 3 ห้อง คือ ห้องจำโทษเบา 2 ห้อง แยกหญิงและชาย และห้องจำโทษ หนัก อยู่ตรงกลางไม่มีแสงสว่างเล็ดลอดเข้าไป ใช้เป็นที่คุมขังผู้ที่มีโทษร้ายแรง ในแต่ละห้องได้นำโซ่ตรวน ที่เคยใช้ล่ามทาสบริวารมาจัดวางด้วย พร้อมแสดงภาพถ่ายจำลองการลงโทษ ในสมัยก่อน ทำให้ที่นี่มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับวิญญาณที่สิงสถิตมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ “คุ้มเจ้าหลวง” เป็นที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์ และได้รับประกาศจากจังหวัดแพร่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ โดยล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เปิดอบรมโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นฟรี ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ด้วย

เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5452 4158

บ้านวงศ์บุรี
บ้านวงศ์บุรี
บ้านวงศ์บุรี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งในตัวอำเภอเมือง ถูกสร้างในปี พ.ศ 2440 โดยเจ้าพรหม (พลวงพงษ์พิบูลย์) และ เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) ช่างที่สร้างบ้านหลังนี้มาจากเมืองกวาง ตุ้งประเทศจีน และใช้ช่างไม้พื้นถิ่น เป็นบ้านไม้สักสองชั้นแบบยุโรปประยุกต์ ปัจจุบัน บ้านวงศ์บุรีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนหลังเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้าน กับส่วนหน้า ที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้านายในอดีต มีห้องที่เด่นๆอย่าง ห้องของแม่เจ้าบัวถา ห้องรับแขก ห้องนอน แต่ละห้องเพียบพร้อมไปด้วย ข้าวของ เครื่องใช้ต่างๆ อาทิ ตู้ เตียงนอน โต๊ะ โต๊ะเครื่องแป้ง เก้าอี้ ถ้วยโถโอชาม เครื่องเงิน กำปั่นเหล็ก แหย่งช้าง อาวุธโบราณ พระพุทธรูปโบราณสมัยเชียงแสน อู่ทอง รูปภาพเก่าแก่ต่างๆ ที่ ประดับบอกเรื่องราวของบ้านหลังนี้

นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บเอกสารทรงคุณค่าในอดีตที่หาดูได้ยาก อย่าง เอกสารการขอสัมปทานป่าไม้ในอดีต ตั๋ว รูปพรรณช้าง โค สัญญาบัตรที่ได้รับการโปรดเกล้าจากรัชกาลที่ 5 และเอกสารการซื้อ-ขาย ทาสที่เรียกความสนใจของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และด้วยความสวยงามโดดเด่นทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทำให้บ้านวงศ์บุรีได้รับการยกย่องให้เป็น "อาคารอนุรักษ์ดีเด่น" ประจำปี 2536 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เมื่อ"ตะลอนเที่ยว"เข้ามาสัมผัสดูแล้วรู้สึกว่าที่นี่ดุจดังโลกใบน้อยสี ชมพูที่คอยสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอยู่มิสร่างซา

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 08.30 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน (บ้านฝ้าย)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสูงเม่น
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนแพร่-สูงเม่น ประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ในบริเวณเดียวกับสวนอาหารบ้านฝ้าย ถนนยันตรกิจโกศล เป็นสถานที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ในรูปแบบ อาคารบ้านเรือน และของใช้ในครัวเรือนของชาวเมืองแพร่เมื่อราว 100 กว่าปีมาแล้ว

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 09.00 - 22.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5552 3114

พิพิธภัณฑ์เงินตราสยามเวียงสรอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอสอง
มีพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ของครอบครัวอุปวรรณ ที่เก็บรวบรวมเงินตรา และเหรียญกษาปณ์ต่างๆ ของไทยตลอดจนเงินสกุลอื่นๆ ตั้งแต่สมัยทวารวดี ศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ จนถึงปัจจุบันที่หายากไว้มากมาย นอกจากนี้ยังมีสิ่งของเครื่องใช้วัตถุโบราณ เช่น ถ้วยชามสังคโลก และเอกสารต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 จัดแสดง เพื่อให้นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปได้เข้าชม

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 08.30 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม : คนละ 30 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5463 4237, 0 5463 4395

ตลาด
ตลาดหัวดง
สถานที่ตั้ง : อำเภอสูงเม่น
ตั้งอยู่ในอำเภอสูงเม่น เส้นทางหลวงหมายเลข 101 เป็นแหล่งรวมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้และหวาย เช่น เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในครัวเรือนต่างๆ
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
วนอุทยานแพะเมืองผี
วนอุทยานแพะเมืองผี
น้ำตกแม่แคม
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ในเขตตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง จากสี่แยกบ้านทุ่งข้ามสะพานข้ามคลองแม่สาย แล้วเลี้ยวซ้าย ไปตามถนนสายป่าแดง-ทุ่งโฮ้ง 4 กม.จะมีป้ายแยกทางไปน้ำตกแม่แคม อีก 12 กม. น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 2 ชั้น น้ำไหลแรงตลอดปี สภาพทั่วไปเป็นป่า เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเดินป่า
วนอุทยานแพะเมืองผี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
แพะ เมืองผีอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดิน และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆ ประวัติความเป็นมาวนอุทยานแพะ เมืองผี เป็นหน่วยงานสังกัดสำนักบริหาร จัดการในพื้นที่อนุรักษ์ 13 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการประกาศจัดตั้ง เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2524 มีเนื้อที่ 167 ไร่ เป็นสถานที่มีความสวยงามด้านธรณีวิทยา หน้าผา เสาดิน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

"แพะเมืองผี " มีตำนานเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความลี้ลับจนเป็นความเชื่อของคนในท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้เล่าสืลต่อกันมาว่า มียายชราคนหนึ่ง เข้าไปในป่าถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ได้พบหลุมเงินหลุมทองยายชราพยายามจะเอาเงิน เอาทองใส่หาบกลับบ้าน แต่เทพยาดาอารักษ์ไม่ให้เอาไปเพียงแต่เอาอวดให้เห็นเท่านั้น พอไปตามชาวบ้านมาดูก็พบแต่รอบเท้า หาบเงิน หาบทอง หายไป ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่นี้ว่า "แพะเมืองผี"
น้ำตกตาดหมอก
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
น้ำตกตาดหมอก หรือน้ำตกแม่คอย อยู่ที่ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 22 กม. เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 3 ชั้น สวยงามมาก แต่ต้องเดินทางเท้าเข้าไปอีกราว 1 กม.
อ่างเก็บน้ำแม่มาน
น้ำตกห้วยโรง
น้ำตกห้วยโรง
สถานที่ตั้ง : อำเภอสูงเม่น
อยู่ห่างจากอำเภอเมืองแพร่ ตามถนนแพร่-สูงเม่น-เด่นชัย ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีทิวทัศน์สวยงามมโดยเฉพาะในตอนเช้า เหมาะสำหรับชมพระ อาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเหนือเขื่อน
น้ำตกห้วยโรง
สถานที่ตั้ง : อำเภอร้องกวาง
น้ำตกห้วยโรง หรือ น้ำตกห้วยลง ตั้งอยู่ที่อำเภอร้องกวาง 81 กิโลเมตรจากอำเภอเมือง เดินทางไปจังหวัดน่าน ตามถนนสายแพร่-น่านเลี้ยวซ้ายเข้าไปทางบ้านห้วยโรง ที่มีป้ายบอก ว่าทางเข้าน้ำตกห้วยโรงขับรถเข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะพบน้ำตกห้วยโรงที่ลือชื่อของจังหวัดแพร่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็น น้ำตกใหญ่ มี 3 ชั้น เช่นเดียวกับน้ำตกตาดหมอก ภายในน้ำตกนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างอื่นอีก เช่นน้ำตกตาดซาววาเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั่วไป และชาวไทยได้เดินทาง เข้าไปเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงานแห่งนี้ในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก
ถ้ำผานางคอย
สถานที่ตั้ง : อำเภอร้องกวาง
ถ้ำผานางคอยอยู่ที่บ้านผาหมู อำเภอร้องกวาง เป็นถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่นี้มีความสวยงาม มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำนางคอย ปัจจุบันจึ่งมักนิยมเรียกว่า ถ้ำผานางคอย ตัวถ้ำอยู่บนผาสูง ประมาณ 50 เมตร หน้าถ้ำมีลานหินกว้าง ตัวถ้ำมีความลึก ที่มีลักษณะยาวขนานไปในระดับพื้นดินประมาณ 150 เมตร กว้างประมาณ 20 เมตร ภายในถ้ำเป็นพี้นดินเรียบ บาง ตอนมีเหวลึก ผนังถ้ำมีหินงอก หินย้อยที่สวยงาม ส่งแสงสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ เมื่อต้องแสงสว่างไปตลอดความยาวของถ้ำ เมื่อเกือบถึงปากสุดของถ้ำที่ทะลุมีทางออกกว้าง บริเวณกลางถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายผู้หญิงอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขน เรียกว่า ผานางคอย เป็นจุดสำคัญของถ้ำนี้
เกาะแมลงปอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอสอง
เกาะแมลงปอ เป็นเกาะที่สวยงามมากในอ่างเก็บน้ำแม่สอง ต้นไม้และหญ้าที่มีน้ำท่วมเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับแมลงปอหลายชนิด ความงามที่ล้ำลึกของสิ่งแวดล้อมและภูเขาเพิ่มความ งดงามด้วยฝูงแมลงปอ
อ่างเก็บน้ำแม่สอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอสอง
อ่างเก็บน้ำแม่สอง เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดแพร่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร จากทางเหนือของอำเภอสอง และมีความสวยงามมากของป่าผสมและมีภูเขาล้อมรอบอ่างเก็บน้ำ มีความสวยงามเขาสูงสุดคือ "ผาพี่ผาน้อง"ซึ่งเป็นหน้าผาที่โดดเด่นที่ขอบของสงบลึกอ่างเก็บน้ำแม่สองใสสะอาด ความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 65,800,000 ของลูกบาศก์เมตร
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
บ้านประทับใจ
บ้านประทับใจ
หมู่บ้านร่องฟอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หมู่บ้านร่องฟอง เป็นหมู่บ้านผลิตเครื่องมือเกษตรที่ทำจากเหล็กเช่น จอบ เสียม มีด พร้า เคียว ชมวิธีการตีเหล็ก และการทำผลิตภัณฑ์จากผ้าร่ม การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 101(สายแพร่-น่าน) ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1101 จะพบป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้าน
หมู่บ้านโป่งศรี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หมู่บ้านโป่งศรี ตำบลถิ่น เส้นทางเดียวกับบ้านร่องฟอง เป็นหมู่บ้านซื้อขายแลกเปลี่ยนของเก่า ทั้งที่เป็นของมีค่า และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เฟอร์นิเจอร์จากล้อเกวียน นอก จากนั้นยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเงินโบราณ และมีโรงงานผลิตผ้าบาติกด้วย
บ้านประทับใจ บ้านเสาไม้สักร้อยต้น
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
บ้านประทับใจสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ตั้งอยู่ในพื้นที่ขนาด 1 ไร่เศษ ปลูกสร้างโดยใช้ไม้สักทั้งหลัง โดยใช้ไม้สักท่อนขนาดใหญ่เป็นเสาบ้านรวมทั้งหมด 130 ต้น แต่ละต้น มีอายุราว 300 ปี ชั้นล่างของบ้านเป็นห้องโถงโล่งกว้าง ด้านหนึ่งจัดเป็นส่วนขายสินค้าที่ระลึก อีกด้านหนึ่งปล่อยทิ้งไว้มีตู้โต๊ะตั่งเตียงเก่าที่แกะสลักด้วยไม้สักสวยงาม วางกระจัดกระ จายอยู่ระหว่างช่องว่างของเสาไม้สักขนาดใหญ่ ส่วนชั้นบนของบ้าน แบ่งพื้นที่เป็นลานกลางบ้าน และห้องหับต่างๆ มีมุมเล็กมุมน้อยที่ประดับประดาด้วยเครื่องเรือนและเครื่องมือ เครื่องใช้ สมัยโบราณ เรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้านถูกบอกเล่าด้วยภาพถ่ายที่ติดตาม ฝาหรือจัดวางไว้ในตู้ไม้โบราณ ให้บรรยากาศที่ดูเข้มขลังน่าเกรงอกเกรงใจเหมือน มีใครกำลังจ้องมองไปทุกย่างก้าวที่เดินอยู่ในบ้าน

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม : คนไทย 15 บาท คนต่างชาติ 20 บาท (ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5451 1008

หมู่บ้านทุ่งโฮ้ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หมู่บ้านทุ่งโฮ้ง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองไปตามตามทางหลวงหมายเลข 101 ประมาณ 3 กิโลเมตร อาชีพหลักของชาวบ้านทุ่งโฮ้ง คือการทำผ้าหม้อห้อมแท้ เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษ ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ จนได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP เชิงหัตถกรรม

บ้านทุ่งโฮ้งมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสำหรับบริการให้ข้อมูลและเอกสารแก่นักท่อง เที่ยวพร้อมทั้งยังเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้า OTOP ภายในหมู่บ้านอีกด้วย และเป็นหมู่บ้านเชิง หัตถกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถชมกระบวนการผลิตผ้าหม้อ ห้อมได้ทุกขั้นตอน และสามารถเลือกซื้อได้โดยตรงจากชาวบ้าน

บ้านวิชัยราชา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า คุ้มวิชัยราชาเรือนไม้สองชั้นรูปแบบผสมเรือนขนมปังขิงกับล้านนานี้สร้างขึ้นเมื่อใด แต่เป็นแบบที่นิยมกันมากในสมัยที่สยามทำการติดต่อ ทำการค้ากับประเทศตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม (ปลายรัชกาลที่ 4 – ต้นรัชกาลที่ 7) ประวัติความเป็นมา สันนิษฐานว่าเป็นคุ้มของพระยาแสนศรีขวามาก่อน และสืบ ทอดกันมาจนถึงยุคสมัยของพระวิชัยราชา และแม่เจ้าคำป้อ ที่ได้สร้างคุ้มวิชัยราชา เรือนไม้ ทรงมะนิลา คาดว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2434 - 2438 ปัจจุบันยังมีโครง สร้างที่มั่นคงแข็งแรง ตัวบ้านมีลวดลายฉลุที่สวยงามดู อ่อนซ้อย ทั้งที่จั่งบ้าน บังลม ระเบียง ตลอดจนไม้ช่องลมเหนือบานประตูและหน้าต่างล้วนเป็นศิลปะสวยงามและหายาก สมควรอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ขบวนการเสรีไทยเคยใช้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์กลางประสานไปยังหนองม่วงไข่เวียง ต้าและอำเภอต่างๆ ของจังหวัด
หมู่บ้านทอผ้าตีนจก
สถานที่ตั้ง : อำเภอลอง
ผ้าตีนจกของอำเภอลองเป็นงานฝีมือที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มีความประณีตสวยงาม ทอด้วยผ้าไหม และผ้าฝ้าย โดยเน้นสีดำแดงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย มีแหล่งผลิตอยู่ที่บ้านนาตุ้ม บ้านหัวทุ่งบ้านนามน
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร