สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี, ที่เที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี


สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี
กลุ่มโบราณสถานสระมรกต (Morakot Historical Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีมโหสถ
กลุ่มโบราณสถานสระมรกตตั้งอยู่ที่วัดสระมรกต ตำบลโคกไทย เป็นกลุ่มโบราณสถานทางพุทธศาสนาขนาดใหญ่ ที่สร้างซ้อนทับกันหลายสมัย เริ่มตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างศิลาแลงและอิฐ ส่วนใหญ่คงเหลือเฉพาะรากฐานอาคารเท่านั้น ระหว่างการขุดแต่งได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทคู่สลักอยู่บนศิลาแลง ที่ฝ่าพระบาทสลักรูปธรรมจักรนูนทั้งสองข้างและยังมีการสลักรูปกากบาท โดยที่ตรงกลางมีหลุมสำหรับใช้ปักเสา สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อปักฉัตรหรือร่ม รอยพระพุทธบาทคู่นี้คาดว่าสร้างขึ้นครั้งแรกสมัยทวารวดีถึงสมัยลพบุรี นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ใกล้กันมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพบพระพุทธรูปและโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมี สระมรกต เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้างประมาณ 115 เมตร ยาว 214 เมตร ลึก 3.50 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ สันนิษฐานว่าขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำ และได้นำศิลาแลงไปใช้เป็นสถาปัตยกรรม นอกจากสระมรกตแล้วยังมี สระบัวหล้า และ ศูนย์นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรีได้ใช้สถานที่แห่งนี้จัดงาน "มาฆปูรมีศรีปราจีน" เป็นประจำทุกปี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3727 6084

กลุ่มโบราณสถานสระมรกตประกอบด้วย :

พุทธสถานโบราณ (Buddhist Historical Site) :
มีการก่อสร้างซ้อนทับกันมาหลายสมัย เริ่มตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 11 เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 18 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างศิลาแลงและอิฐ ส่วนใหญ่คงเหลือรากฐานเฉพาะอาคารเท่านั้น เมื่อ พ.ศ. 2529 ระหว่างการขุดแต่งได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทคู่สลักอยู่บนศิลาแลงที่ฝ่าพระบาทสลักรูปธรรมจักรนูนทั้งสองข้างระหว่างรอยพระบาท มีการกากบาทสลักลึกเป็นร่องตรงกลางมีหลุมสันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อปักฉัตรหรือร่มรอยพระพุทธบาทคู่นี้คาดว่า สร้างขึ้นสมัยทวารวดีถึงสมัยลพบุรีนับเป็นรอยพระพุทธบาทที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

สระมรกต (Sa Morakot Ancient Site) :
เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้างประมาณ 115 เมตร ยาว 214 เมตร ลึก 3.50 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ สันนิษฐานว่าขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำ และได้นำศิลาแลงไปใช้เป็นสถาปัตยกรรม สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีมโหสถ
โบราณสถานเมืองศรีมโหสถเป็นศูนย์กลางรัฐมโหสถมีคูน้ำคันดิน มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมนขนาดกว้าง 700 เมตร ยาว 1,500 เมตร ปัจจุบันเรียกเมืองมโหสถ อยู่บ้านโคกวัด อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี มีร่องรอยศาสนสถานขนาดใหญ่น้อยกระจายทั้งนอกเมืองและในเมือง รวมแล้วมีจำนวนมาก มีสระน้ำหลายแห่ง ที่สำคัญคือ สระแก้ว สระมรกต สระบัวล้า สันนิษฐานว่าเป็นเมืองในสมัยทวารวดี หลักฐานส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์และฮินดูอาทิเช่น เทวาลัย เทวรูปและศิวลึงค์ เป็นต้น

โบราณสถานที่สำคัญในเมืองศรีมโหสถประกอบด้วย :

กลุ่มโบราณสถานกลางเมือง (Historical Site) :
อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นหมู่เทวาลัย ฐานก่อด้วยศิลาแลง ด้านบนก่อด้วยอิฐ ด้านหลังมีบ่อน้ำก่อด้วยศิลาแลง โบราณวัตถุที่ขุดพบได้แก่ เทวรูปต่างๆ และเศษเครื่องปั้นดินเผา สมัยลพบุรี สุโขทัย อยุธยาและรัตนโกสินทร์

โบราณสถานสระแก้ว (Sakaeo Ancient Site) :
เป็นโบราณสถานที่เป็นสระน้ำโบราณ สระน้ำขุดลงไปในชั้นของศิลาแลงธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกเมืองศรีมโหสถ ตัวสระเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีทางลงทำเป็นขั้นบันได ผนังขอบสระทุกด้านมีการแกะสลักภาพนูนต่ำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น รูปช้าง สิงห์ หมู กินรี งูพันเสา สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ชั้นสูง สันนิษฐานว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 6-11

ภูเขาทอง (Golden Mount) :
เป็นเจดีย์รูปกลม ลักษณะเหมือนโอคว่ำ สมัยทวารวดี โบราณสถานหมายเลขที่ 25 เป็นเทวาลัย รากฐานอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยศิลาแลงอายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-12

วัดแก้วพิจิตร วัดแก้วพิจิตร (Wat Kaeo Pichit)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2422 โดยนางประมูล โภคา (แก้ว ประสังสิต) ภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถเพิ่มเติมในปี พ.ศ.2456 จึงมีลักษณะสถาปัตยกรรมและลวดลายประดับอาคาร ประสมประสานระหว่างศิลปไทย จีน ยุโรป และเขมร สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองปราจีนบุรี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ภายในวัดมีพระพุทธรูป 3 องค์ ประดิษฐานเรียงรายไปตามริมแม่น้ำ คือ พระพุทธรูปปางลีลา พระนามว่า "พระสิริมงคลนิมิต"
วัดต้นศรีมหาโพธิ์ (Wat Ton Pho Si Maha Pho)
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีมโหสถ
ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จากตัวเมือง ใช้เส้นทางสายปราจีนบุรี - อำเภอพนมสารคาม ทางหลวงหมายเลข 319 ระยะทางประมาณ 32 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กม.ก็จะถึงวัดนี้ ภายในวัดมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นวัดโดยรอบประมาณ 20 เมตร ตามตำนาน เชื่อว่าเป็นต้นศรีมหาโพธิ์ที่นำหน่อมาจากพุทธคยา มาปลูกเป็นต้นแรกในประเทศไทย อายุประมาณ 2000 ปี พระเจ้าทวานัมปะยะดิษฐ์เจ้าครองเมืองศรีมโหสถ ในสมัยขอมเรืองอำนาจทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนาจึงได้ส่ง คณะทูตเดินทางไปขอกิ่งต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับ เมื่อคราวตรัสรู้ จากเจ้าผู้ครองนครปาตุลีบุตรประเทศ อินเดีย แล้วนำกิ่งโพธิ์นั้นมาปลูกที่วัดต้นโพธิ์ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดปราจีนบุรี ในวันวิสาขบูชาของทุกปีจะมีงานนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี (Prachinburi National Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ห่างจากศาลากลางประมาณ 200 เมตร เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2528 ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของโบราณวัตถุในเขต 7 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด และระยอง ภายในมีการจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ได้จากเมืองโบราณสมัยทวาราวดี ที่ชาวบ้านเรียกว่า เมืองศรีมโหสถ ดงศรีมหาโพธิ์ อำเภอโคกปีบ จังหวัดปราจีนบุรี อาทิเช่น พระพุทธรูป เทวรูป ทับหลัง เครื่องใช้สำริด เป็นต้น และจัดแสดงศิลปะในประเทศไทยสมัยต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาเปรียบเทียบ รวมทั้งเครื่องถ้วยสังคโลกที่พบใต้ทะเล จากบริเวณเกาะครามจังหวัดชลบุรี นอกจากนั้นยังจัดสถานที่ส่วนหนึ่ง สำหรับนิทรรศการชั่วคราวในโอกาสต่าง ๆ ด้วย

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคารและ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 - 16.00 น.

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ (Yusuksuwan Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร ทางไปอำเภอประจันตคาม ด้านซ้ายมือ เป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่าของเอกชน เก็บสะสมตะเกียงไว้มากที่สุดในประเทศไทย พื้นที่โดยรอบปลูกพรรณไม้สวยงามนานาชนิด อีกทั้งยังมีสัตว์ต่าง ๆ เลี้ยงไว้มากมาย พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00 - 17.00 น. ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 30 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท โทร. 0 3746 5300 , 0 3746 5333 โทรสาร. 0 3721 1345 อุทยานแห่งชาติทับลาน (Thap Lan National Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาดี
มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำลำธารต่างๆ และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น หุบผา หน้าผา น้ำตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ คือ มีเนื้อที่ประมาณ 1,397,375 ไร่ หรือ 2,235.80 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 39 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2524 เป็นอุทยานที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอุทยานแห่งชาติทับลาน

เขื่อนลำปลายมาศ (Lam Plai Mat Dam) :
ระยะทางห่างจากตัวอำเภอเสิงสาง ประมาณ 17 กิโลเมตร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม คือ หาดชมตะวัน ความยาวประมาณ 300 เมตร อุทยานแห่งชาติทับลานได้ร่วมกับอำเภอเสิงสาง จัดทำแหล่งท่องเที่ยวในปีอะเมชซิ่งไทยแลนด์ มีกิจกรรมล่องเรือ ล่องแพ บริเวณหาดทรายสามารถเล่นน้ำได้ เหมาะสำหรับที่จะท่องเที่ยวแบบครอบครัว แบบหมู่คณะ ทางอุทยานแห่งชาติมีบ้านพักรับรองและสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ ท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโดยโทรมาที่หมายเลข 0 8109 7989-5

น้ำตกสวนห้อม ห้วยขมิ้น ห้วยใหญ่ใต้ (Suan Hom - Huai Kha Min - Huai Tai Yai Waterfall) :
อยู่ในท้องที่ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวันครราชสีมา ห่างจากถนนสาย 304 ประมาณ 6 กิโลเมตร น้ำตกมีลักษณะเป็นหน้าผา สูงประมาณ 50 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตร น้ำตกมีความสวยงามมากในฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคม - กันยายน ในฤดูแล้งน้ำจะค่อนข้างน้อย บริเวณใกล้เคียงน้ำตกทางอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้จัดสถานที่กางเต็นท์อยู่บนเนินเขาไว้บริการนักท่องเที่ยว จากจุดกางเต็นท์นี้สามารถมองเห็นน้ำตก ทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติได้อย่างดี นับเป็นสถานที่กางเต็นท์ที่นักท่องเที่ยวน่าไปสัมผัสอีกแห่งหนึ่ง

ผาเก็บตะวัน (Pha Geb Tawan Viewpoint) :
ผาเก็บตะวัน ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 11 (ไทยสามัคคี) ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากถนนหมายเลข 304 ประมาณ 13 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น และเป็นที่ตั้งของหลักแบ่งเขตจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครราชสีมาที่ใหญ่ที่สุด และยังเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลกอีกด้วย

ลำแปรง (Lam Prang) :
ห่างจากอำเภอครบุรี ประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีสัตว์ป่า ดูนก เข้าค่ายของนักเรียน นักศึกษา มีบ้านพักรับรอง มีสถานที่กางเต็นท์ เส้นทางสามารถเดินทางไปอุทยานแห่งชาติปางสีดาได้ น้ำตกเขาอีโต้ น้ำตกเขาอีโต้ (Khao Ito Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ตำบลดงขี้เหล็ก น้ำตกเขาอีโต้เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ความสูงไม่มากนัก สภาพบริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง มีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ แต่อยู่เลยไปอีกประมาณ 700 เมตร
น้ำตกเหวนรก (Heo Narok Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่บนเส้นทางสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครราชสีมา และสระบุรี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวย ความสูงประมาณ 60 เมตร และมีหน้าผาสูงชัน น้ำไหลแรงสู่หุบเหวเบื้องล่างในช่วงฤดูฝน

การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามถนนสุวรรณศรจนถึงสี่แยกเนินหอม (เวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3077 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ เป็นระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าไปตัวน้ำตก การเดินทางที่จะเข้าไปชมน้ำตกนั้นต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร บริเวณต้นน้ำตกมีทางเดินลงไปยังจุดชมวิวน้ำตกที่สามารถมองเห็นน้ำตกเหวนรกในมุมมองที่สวยงาม

สถานที่ตั้ง : อำเภอประจันตคาม
ตั้งอยู่ที่บ้านตะคร้อ ตำบลบุฝ้าย น้ำตกตะคร้อ อยู่ห่างจากด่านตะคร้อ ประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นแก่งน้ำกว้าง มีสะพานแขวนทอดข้ามน้ำตกตะคร้อ ฝั่งซ้ายของลำธารเป็นเนินเขา ส่วนทางด้านฝั่งขวาเป็นป่าโปร่ง เหมาะแก่การพักผ่อน จากน้ำตกตะคร้อมีทางเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงน้ำตกสลัดได เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม หากจะเดินทางเข้าไปชมน้ำตกสลัดได ควรทำการติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 10 ที่ตั้งอยู่บริเวณน้ำตกตะคร้อ โทร. 0 8175 5485-2, 0 9913 5058

การเดินทางจากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามทางถนนปราจีน-ตะคาม (เส้นทางหลวงหมายเลข 3452) ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงสี่แยกประจันตคาม แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนน รพช. หรือจะใช้เส้นทางสี่แยกเนินหอมแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงสี่แยกประจันตคาม ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนน รพช. ประมาณ 16 กิโลเมตร และเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร จนถึงตัวน้ำตกตะคร้อ

น้ำตกธารทิพย์ สถานที่ตั้ง : อำเภอประจันตคาม
อยู่เลยอำเภอสังคมไปประมาณ 9 กิโลเมตร น้ำตกธารทิพย์ เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ตั้งอยู่ที่บ้านเนินหินตั้ง ตำบลหนองแก้ว เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินต่างระดับ บางช่วงไหลผ่านลานหินบริเวณกว้าง บางช่วงเป็นแอ่งน้ำลึก สามารถลงเล่นน้ำได้ มีลานหินสำหรับนั่งพักผ่อน ฝั่งซ้ายของลำธารลักษณะค่อนข้างสูงชัน สภาพโดยทั่วไปยังเป็นป่าที่คงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่น เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างดี การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามทางถนนสายปราจีนบุรี-ประจันตคาม เส้นทางหลวงหมายเลข 3452 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงสี่แยกประจันตคาม หรือ จะใช้เส้นทางสี่แยกเนินหอมแล้วเลี้ยว ขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงสี่แยกประจันตคาม จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนน รพช. ตรงไปจนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 9 จะเห็นป้ายน้ำตกธารทิพย์ และเข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร สวนนกวัดสันทรีย์ (Wat Sansi's Bird Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สวนนกวัดสันทรีย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดโบสถ์ เป็นที่ชุมนุมของนกนานาชนิด เช่น นกแขวก นกกาน้ำ นกกระยาง จำนวนนับหมื่นจะมาชุมนุมกันทุกปี ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับนักดูนก การเดินทาง ใช้เส้นทางเข้าทางเดียวกับวัดโบสถ์แต่มีทางแยกขวามือ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร สถานที่ตั้ง : อำเภอนาดี
แก่งหินเพิง ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ที่สวยงามอยู่ในลำน้ำใสใหญ่ อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 อำเภอนาดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่เหมาะแก่การล่องเรือยางที่ท้าทาย และสนุกสนาน ในช่วงฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำหลากล้นแก่ง และไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เหมาะสำหรับการล่องแก่งหินเพิง หากพ้นช่วงฤดูฝนไปแล้วแก่งหินเพิงนี้จะกลายเป็นลานโขดหินกว้างใหญ่ การล่องแก่งหินเพิงจะผ่านแก่งต่าง ๆ ได้แก่ แก่งหินเพิง แก่งวังหนามล้อม แก่งวังบอน แก่งลูกเสือ แก่งวังไทร แก่งงูเห่า ใช้ระยะเวลาในการล่องแก่งประมาณ 45 นาที

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร