สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว, ที่เที่ยวจังหวัดสระแก้ว

สถานที่ท่องเที่ยว
สระแก้ว เป็นจังหวัดชายแดน มีของดี 5 อย่างที่ทางจังหวัดนำเสนอให้เลือกชม ช็อป ชิม ภายใต้โครงการ “ท่องเที่ยวสระแก้วคุ้มค่า 5555” ดังนี้
ก้าวตามรอยพ่อ 5 แห่ง
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองสระแก้ว
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดสระแก้ว กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง ทางหลวงชนบท ทั้งยังได้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกันระหว่างโครงการพระราชดำริ เข้ามาถ่ายทอดความรู้ระดับท้องถิ่นสู่ท้องถิ่น ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และภูมิปัญญาในระดับชาวบ้านด้วยกัน มีวัตถุประสงค์ ในการสร้างเพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกกระบือให้สามารถไถนาและทำงานด้านการเกษตรกรรม และฝึกเกษตรกรให้คุ้นเคยกับ การใช้ชีวิตร่วมกับกระบือ สามารถใช้อุปกรณ์ไถนาได้อย่างถูกต้อง ควบคุมกระบือให้อยู่ในคำสั่ง สามารถเลี้ยงและดูแลกระบือ มีความรู้ในการจัดการเรื่องหญ้าและอาหารเสริม มีความรู้ด้านการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ผสมผสาน และยังเป็นสถานที่ให้ความรู้กับประชาชน ในเรื่องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านที่เรียบง่าย และการใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย นักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าไปชมการไถนา ดำนา การทำปุ๋ยและแก๊สชีวภาพ นิทรรศการเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำนา ซึ่งทำขึ้นตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ชมแปลงนาที่ปลูกข้าวในระยะเวลาต่างกัน ชมบ้านดิน ต้นแบบของที่อยู่อาศัยโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น ชิมกาแฟอร่อย อาหารเพื่อสุขภาพ ผักพื้นบ้าน เช่น กระเบา มะรุม แค ขี้เหล็ก ชะอม ยอ มะดัน มะม่วง มะยม ชมพู่ ขนุน มะยงชิด มะปราง หว้า กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม อ้อย มะกอก กระวาน อบเชย ข่า ตะไคร้ ไผ่ เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อ ของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์ของมูลนิธิชัยพัฒนา ที่ร้านกาแฟควายคะนอง ซึ่งเป็นชื่อพระราชทานโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
สวนของพ่อ
สวนของพ่อ
สวนของพ่อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองสระแก้ว
โครงการตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 84 พรรษา (สวนของพ่อ) ตั้งอยู่ที่บ้านคลองน้ำเขียว ตำบลท่าแยก เพื่อปรับปรุงพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดสระแก้ว และเพื่อใช้น้ำในการเพาะปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว ตามโครงการพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาตามแนวเทือกเขาบรรทัด โดยทรงพระราชทานแนวทางพัฒนา 3 ด้าน คือ พัฒนาด้านที่อยู่อาศัย พัฒนาด้านการส่งเสริมการประกอบอาชีพ และพัฒนาด้านจิตใจของราษฏร ปัจจุบันสถานีพัฒนาที่ดินสระแก้ว ได้ทำการดูแลและบำรุงรักษาแปลงไม้ผล ประกอบด้วย มะม่วง มะขาม ขนุน กระท้อน มะปราง มะยงชิด ลำไย ไผ่ลวก ไผ่เลี้ยง ไผ่สีสุก และปลูกพืชผักสวนครัว ทำนาข้าวพันธุ์หอมมะลิ 105 และลิ้นจี่ โดยเฉพาะลิ้นจี่เป็นไม้ผลพันธุ์ดี (พันธุ์กะโหลกใบยาว) นอกจากนี้ยังมีแปลงสาธิตรวบรวมสายพันธุ์หญ้าแฝก จุดเรียนรู้การปรับปรุงบำรุงดินด้วยพืชปุ๋ยสด และจุดเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมัก ไว้ให้ผู้ที่สนใจเดินชมสวน โดยสามารถขอความรู้เรื่องการดูแลต้นไม้แต่ละชนิด วิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ และมีกล้าไม้แจกอีกด้วย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสระแก้ว
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสระแก้ว
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสระแก้ว
สถานที่ตั้ง : อำเภอวัฒนานคร
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสระแก้ว เดิมชื่อ “สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดปราจีนบุรี” ตั้งอยู่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำท่ากะบากบนพื้นที่ของ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำบลหนองตะเคียนบอน อำเภอวัฒนานคร ตามโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขาจังหวัดปราจีนบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการและสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2525 ตามลำดับ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจศึกษา เรียนรู้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและทรัพยากรประมงน้ำจืดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงพันธุ์สัตว์น้ำหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ของแต่ละท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดสอบ วิจัยและพัฒนา โดยเน้นงานวิจัยที่เชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆ ของสำนักฯ เพื่อนำเทคโนโลยีมาทดสอบขยายผล ภายใต้ข้อจำกัดของสภาพพื้นที่จริง นอกจากนี้ทางศูนย์ยังให้บริการทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และให้การสนับสนุนทางวิชาการกับหน่วยงานส่วนภูมิภาค ในเรื่องการกำกับ ดูแลด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและทำการประมง พื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ตราด ปราจีนบุรี และจันทบุรี โดยภายในอาคารมีการจัดนิทรรศการแสดงพันธุ์ปลาหายากของสระแก้ว 84 ชนิด และปลาไทยเผือกชนิดต่างๆ เช่น ปลายี่สก ปลาชะโอนหิน เป็นต้น อีกด้วย
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน
สถานที่ตั้ง : อำเภอวัฒนานคร
กรมป่าไม้โดยกองอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนขึ้นบนพื้นที่ 430 ไร่ ตั้งอยู่บ้านคลองคันโท ตำบลหนองหมากฝ้าย ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหายาก และใกล้สูญพันธุ์ เพื่อปล่อยคืนสู่ป่า และเลี้ยงเพื่อเศรษฐกิจ ตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ได้มุ่งเน้นการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลาน แบ่งเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ แปลงเพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ และส่วนเพาะเลี้ยง ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์นกเงือก นกแก๊ก เป็ดก่า นกกรงหัวจุก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสัตว์ในบรรยากาศร่มรื่น มีทั้งหมูป่า กวาง เก้ง เนื้อทราย ลิง นกเงือก นกยูง นกแก้ว นกขุนทอง ไก่ฟ้า ไก่ป่า นอกจากนี้ยังถ่ายทอดความรู้ และวิธีการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจแก่ผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม ดังนี้

กิจกรรมตามรอยแม่นกเงือกผู้ยิ่งใหญ่: เพื่อศึกษาพฤติกรรมการทำรังวางไข่ของแม่พันธุ์นกเงือกเหล่านั้นทำอะไรบ้าง วางไข่วันใด กกไข่กี่วันไข่นกจึงฟักเป็นลูกนกเงือก และยื่นปากออกมารับอาหารจากพ่อพันธุ์ที่รับภาระหาอาหารมาป้อนตลอดฤดูการทำรังวางไข่วันละกี่ครั้ง ถ่ายมูลวันละกี่ครั้ง มีความยากลำบากเพียงใดในภาวะที่ต้องอยู่ในโพรงรังแคบๆ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมตามรอยแม่นกเงือกผู้ยิ่งใหญ่ ที่เสียสละความสุขส่วนตัว เข้าไปขังตัวเองอยู่ในโพรงรังแคบๆ เป็นเวลา 3-4 เดือนได้ โดยเฝ้าดูภาพจากกล้องวงจรปิด ได้ที่ สำนักงานสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน และในฤดูการทำรังวางไข่ช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม ได้ทุกวัน

กิจกรรมตามรอยเป็ดก่า: หลังปล่อยคืนป่า ที่ปางสีดา มีเป้าหมายที่จะเพาะพันธุ์เป็ดก่า สัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์อย่างยิ่ง เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา โดยให้ประชาชนผู้สนใจได้ร่วมกิจกรรมในวันปล่อยเป็ดก่าคืนสู่ธรรมชาติ และสามารถติดตามศึกษาพฤติกรรมของเป็ดก่าภายหลังการปล่อยได้ตลอดเวลาที่เข้าเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติปางสีดา

กิจกรรมตามรอยเลียงผา สัตว์ป่าสงวน: จากการที่ “กูเกิ้ล” ลูกเลียงผาเพศเมีย ถูกยิงที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี สัตวแพทย์ได้ทำการผ่าตัดและรักษาบาดแผลจนหายดีแล้ว จึงมอบให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนเลี้ยงดูจนเจริญเติบโตขึ้น เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสภาพกรงเลี้ยงให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของเลียงผา สัตว์ป่าสงวนที่หายากในปัจจุบัน ผู้สนใจทุกท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
โพธิวิชชาลัยสระแก้ว
โพธิวิชชาลัยสระแก้ว
โพธิวิชชาลัยสระแก้ว
สถานที่ตั้ง : อำเภอวัฒนานคร
"โพธิวิชชาลัย" ถือกำเนิดขึ้นมาจากอุดมการณ์ น้ำใจ และความร่วมมือของทุกภาคส่วนของจังหวัดสระแก้วเข้าด้วยกัน ซึ่งประกอบด้วย ภาควิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดสระแก้ว ภาคราชการจังหวัดสระแก้วและหน่วยงานด้านความมั่นคง ภาคประชาสังคมและสื่อมูลนิธิเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ศูนย์พัฒนาข้อมูลและสื่อทางเลือก จังหวัดสระแก้ว ภาคเอกชน บริษัทน้ำตาล ขอนแก่น จำกัด (มหาชน) และภาคประชาชนทุกชุมชนในจังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นทางออกของแพทย์ทางเลือก เศรษฐกิจทางเลือก เกษตรทางเลือก การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การผลิตพลังงานทดแทน และการศึกษาทางเลือก เป็นต้น บนพื้นฐาน ของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงบนเนื้อที่ 61 ไร่ของอำเภอวัฒนานคร มีเป้าหมายคือ ต้องการให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วม ในด้านการศึกษา มาช่วยกันออกแบบการศึกษาที่สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ กิจกรรมที่น่าสนใจคือ เดินชมฐานการเรียนรู้ป่าชื้นริมห้วย และฐานการเรียนรู้ต่างๆ ภายในวิทยาลัย
สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 ที่
ศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมือง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองสระแก้ว
ศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 เกิดจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 9 และเป็นศูนย์รวมขวัญกำลังใจ ความสามัคคีในหมู่พสกนิกร ชาวสระแก้ว เนื่องด้วยสระแก้วเป็นจังหวัดที่ 74 ของประเทศไทย โดยศาลหลักเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในปริมณฑลสวนกาญจนาภิเษฏ ตำบลท่าเกษม มีลักษณะเป็นปรางค์ห้าองค์ที่มีทางเดินเชื่อมถึงกัน โดยเสาหลักเมืองอยู่ในปรางค์องค์ตรงกลาง เสาหลักเมืองทำจากต้นชัยพฤกษ์ที่มีคุณลักษณ์ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และตามแบบมาตรฐาน ของกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร รูปแบบเป็นปรางค์องค์ใหญ่ ภายในศาลประดิษฐานเสาหลักเมือง และติดแผ่นทองดวงเมืองที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2539 และมีการประกอบพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นประดิษฐานในศาล เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2539 สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากสามแยกสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทางอำเภอวัฒนานครประมาณ 3 กิโลเมตร ศาลหลักเมืองอยูทางขวามือ
หลวงพ่อทองวัดสระแก้ว
หลวงพ่อทองวัดสระแก้ว
หลวงพ่อทองวัดสระแก้ว
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองสระแก้ว
หลวงพ่อทองหรือพระครูรัตนสราธิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระแก้วที่ชาวสระแก้วให้ความเคารพนับถือทั้งในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และใช้วิชาแพทย์แผนโบราณรักษาโรคให้ชาวบ้าน ประดิษฐานพระรูปหล่ออยู่ภายในวิหารหลวงพ่อทองของวัดสระแก้ว วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนสุวรรณศร ตำบลสระแก้ว วิหารมีลักษณะเป็นทรงไทย สวยงาม เดิมวัดสระแก้วแห่งนี้ ชาวบ้านเรียกว่า “วัดหรอง วัดศาลานอก หรือวัดหนองกอไผ่” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2453 ปลายรัชกาลที่ 5 ต่อมาพระครูรัตนสราธิคุณ หรือหลวงพ่อทอง ร่วมกับหลวงพ่อพรหมา จนฺทสโร เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงร่วมกับท่านขุนประกอบวิชาการ, ปลัดกิ่งอำเภอสระแก้ว, และชาวบ้าน ย้ายมาสร้างวัดในที่แห่งใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2466 จนได้รับการแต่งตั้งเป็นจ้าอาวาสรูปแรกเมื่อ พ.ศ. 2491 และวัดสระแก้วเลื่อนเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีแห่งแรกของจังหวัดสระแก้ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2543 สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากอำเภอเมืองสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทาง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีประมาณ 600 เมตร วัดอยู่ทางซ้ายมือ
หลวงพ่อขาววัดนครธรรม
หลวงพ่อขาววัดนครธรรม
หลวงพ่อขาววัดนครธรรม
สถานที่ตั้ง : อำเภอวัฒนานคร
หลวงพ่อขาวพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 130.9 เซ็นติเมตร สูง 199 เซ็นติเมตร สร้างด้วยปูนขาว ชาวบ้านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “หลวงพ่อปูน” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้เคารพศรัทธากันมาก โดยมีการปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ ประดิษฐ์านพระบรมสารีริกธาตุุอยู่ภายในวิหารที่สวยงามของวัดนครธรรม วัดแห่งนี้ตั้งอยู่อยู่บ้านสระลพ ตำบลวัฒนานคร โดยวิหารตั้งโดดเด่นทางด้านซ้ายสุดของวัด สร้างด้วยไม้ทรงไทยสวยงามไม่ยกพื้น หลังคาจั่ว มีเสาไม้กลมรองรับชายคารอบอาคาร ช่วงตรุษจีน (ราวเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์) มีงานประเพณีแห่พระบรมสารีริกธาตุและงานนมัสการหลวงพ่อขาว เป็นประจำทุกปี สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากสี่แยกวัฒนานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข3395 ไปทางอำเภอคลองหาด ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงวัด
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สถานที่ตั้ง : อำเภอวัฒนานคร
ชาววัฒนานครร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นใน พ.ศ. 2537 เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งที่พระองค์โปรดให้พระยานครนายก พระยาปราจีน พระยาวิเศษเมืองฉะเชิงเทรา และพระสระบุรี เกณฑ์ไพร่พลไปตั้งค่ายที่ ตำบลทำนบ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอำเภอวัฒนานคร เพื่อปราบพระยาละแวกแห่งกัมพูชาที่เป็นกบฏต่อกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2126 ตั้งอยู่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ริมถนนสุวรรณศร ตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาชนิด อนุสาวรีย์สูงประมาณ 2.8 เมตร เป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในพระอิริยาบถทรงยืน พระหัตถ์ขวาชูดาบเหนือพระเศียร แสดงพระราชอำนาจในการปกป้องพสกนิกรของพระองค์ นับเป็นอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเศวรฯ ในพระอิริยาบถนี้เพียงแห่งเดียวในประเทศ สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากสี่แยกวัฒนานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทาง อำเภอเมืองสระแก้วประมาณ 1.5 กิโลเมตร อนุสาวรีย์อยู่ในสวนเฉลิมพระเกียรติทางขวามือ
พระสยามเทวาธิราช
พระสยามเทวาธิราช
พระสยามเทวาธิราช
สถานที่ตั้ง : อำเภออรัญประเทศ
พระสยามเทวาธิราชองค์จำลองนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมื่องอรัญประเทศ หน้าสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ เป็นประติมากรรมรูปคล้ายพระอินทร์ ทรงเครื่องอย่างนักรบ ขนาดสูง 1.29 เมตร ทรงช้างเอาราวัณสามเศียรซึ่งเป็นพาหนะของพระอินทร์ ประดิษฐานอยู่ในบุษบก ลักษณะเป็นซุ้มเปิดโล่งทั้งสี่ทิศ เรือนยอดทรงเจดีย์กลมประดับลายกลีบบัว โดยจำลองจากพระสยามเทวาธิราชองค์จริงที่ประดิษฐานในพระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสระแก้ว ทั้งยังเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้คนที่อาศัยในแถบนี้เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ชายแดนด้านอรัญประเทศ-กัมพูชายังไม่สงบ โดยพระครูอุทัยธรรมธารี (พระอาจารย์เส็ง) วัดป่ามะไฟ จังหวัดปราจีนบุรี ดำริให้จำลองขึ้นในปี พ.ศ. 2518 สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากอำเภอเมืองสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทางอำเภออรัญประเทศ จนถึงสี่แยกวงเวียนตัวเมืองอรัญประเทศแล้ว ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนมหาดไทย จะสังเกตเห็นพระสยามเทวาธราชอยู่ทางขวามือถัดจากโรงพยาบาลอรัญประเทศเล็กน้อย

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น.
ชมของดี 5 อย่าง
เขาฉกรรจ์
เขาฉกรรจ์
เขาฉกรรจ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอเขาฉกรรจ์
ตั้งอยู่ภายในวัดถ้ำเขาฉกรรจ์ บ้านเขาฉกรรจ์ ตำบลเข้าฉกรรจ์ ห่างจากตัวเมืองสระแก้วประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นภูเขาหินปูนรูปลักษณ์แปลกตาสามลูกต่อเนื่องกัน ยอดกลางสูงสุด 324 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาเป็นหน้าผาสูงชันทำมุมเกือบตั้งฉากกับพื้นดิน พื้นผิวหน้าผาเป็นริ้วคล้ายม่าน ตามซอกหินมีพรรณไม้นานาชนิด ขึ้นแซม มีโพรงถ้ำที่น่าเที่ยวชมหลายแห่ง เช่น ถ้ำทะลุ ตั้งอยู่บนส่วนยอดของเขาฉกรรจ์ เป็นถ้ำหนึ่งในจำนวน 72 ถ้ำของเขาฉกรรจ์ นักท่องเที่ยวต้อง เดินขึ้นบันไดพญานาคไปกว่า 300 ขั้น ถ้ำมีลักษณะเป็นช่องโหว่กลางเขาทะลุไปอีกด้านหนึ่ง หากมองจากด้านล่างขึ้นไปจะมองช่องทะลุได้อย่างชัดเจน ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป พระพุทธบาทจำลอง และฤาษีสองตน ให้ผู้ศรัทธาได้เข้ามานมัสการ และในช่วงเช้าและช่วงเย็นลิงวอกนับพันตัว ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเขาฉกรรจ์์จะพากันลงมารอรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่บริเวณลานจอดรถ การปีนป่ายลงมาตามหน้าผาสูงชันของบรรดาลิง เป็นความสามารถและพฤติกรรมที่น่าสนใจ ลิงบางตัวมีลูกน้อยตัวเล็กจิ๋วขนาดเท่าลูกแมวเกาะอกแม่ลงมาด้วย นอกจากนี้ในช่วงค่ำค้างคาว จะพากันบินออกจากถ้ำไปหากินเป็นภาพที่สวยงามน่าชม ปัจจุบันจัดเป็นสวนรุกขชาติ ผู้สัญจรผ่านไปมาบนทางหลวงสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากสามแยกสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 317 ไปทาง อ.เขาฉกรรจ์ประมาณ 16 กิโลเมตร พบสวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ทางซ้ายมือ เลยไปเล็กน้อยพบทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายประมาณ 250 เมตร ถึงเขาฉกรรจ์

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
ตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก
ตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก
ตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก
สถานที่ตั้ง : อำเภออรัญประเทศ
ตลาดโรงเกลือ เป็นตลาดการค้าชายแดนขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ตั้งอยู่ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ ประกอบไปด้วยตลาดย่อยๆ อีก 5 ตลาด ได้แก่ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล 3 (โกลเด้นเกต) และตลาดเบญจวรรณ แต่ละแห่งมีร้านค้านับร้อยร้าน สร้างเป็นแบบโรงเรือนแบ่งเป็นห้องๆ สินค้าที่น่าสนใจมีหลากหลาย ส่วนใหญ่มาจากหลายถิ่น เช่น ประเทศกัมพูชา ประเทศจีน ประเทศเกาหลี ประเทศฮ่องกง หรือเป็นสินค้าของประเทศไทยเอง บรรยากาศการค้าชายแดนเริ่มต้นตั้งแต่ 7 โมงเช้า สินค้าที่จำหน่าย เช่น เครื่องทองเหลือง เครื่องเคลือบ เครื่องกระเบื้อง ถ้วยชาม เสื้อผ้า รองเท้า ผ้าม่าน เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศรัสเซียเครื่องจักสาน ปลาแห้ง สินค้าบางประเภทเป็นของใหม่และของมือสองที่มีคุณภาพ รวมไปถึงสินค้าสินค้าเลียนแบบที่ผลิตในประเทศเวียดนาม กัมพูชาและจีน ทั้ง กระเป๋าถือสุภาพสตรี เข็มขัด เป็นต้น รวมไปถึงของกินทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง อย่าง ปลาย่างปลากรอบ แมลงหลายชนิด ปลาน้ำจืดจากทะเลสาบในประเทศกัมพูชา เช่น ปลาเนื้ออ่อน ปลากราย ปลาแดง ที่นำเข้าวันละหลายสิบตันก่อนกระจายส่งขายไปทั่วประเทศ มีทั้งแบบปลาสดและแบบย่างรมควันจนแห้ง ส่วนข้าวของเครื่องใช้ก็มีทั้งเครื่องจักสาน เช่น กระบุง ตะกร้า กระจาด ที่ทำจากไผ่และหวาย เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้วยชามกระเบื้อง ของเด็กเล่น เป็นต้น ผู้ซื้อต้องใช้เวลาในการเลือกเพื่อให้ได้ของดีมีคุณภาพและราคาย่อมเยา อีกทั้งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนกัมพูชาบริเวณตะเข็บชายแดนอีกด้วย เนื่องด้วยตลาดมีขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวจึงนิยมเช่ารถกอล์ฟ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ ที่มีให้บริการหลายแห่ง เพื่อจะได้สะดวกในการเลือกซื้อสินค้า

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางมาตั้งแต่เช้า เพราะอากาศไม่ร้อน ระยะทางจากตลาดไปอีกประมาณ 300 เมตร จะถึงจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปยังประเทศกัมพูชาได้ โดยจำเป็นต้องมี Passport เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดเสียมราฐ เป็นที่ตั้งของนครวัด นครธม 1 ใน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก รวมถึงได้สัมผัสวิถีชีวิตคนกัมพูชาอีกด้วย ด้วยระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากตลาดชายแดนบ้านคลองลึก มีบริการรถตู้ รถปิกอัพนำเที่ยวให้เช่าเหมาจากบริษัทนำเที่ยวของคนไทยไปยังตลาดปอยเปต เมืองเสียมเรียบ อันเป็นที่ตั้งของปราสาทนครวัด-นครธม ติดต่อได้ที่บริเวณตลาดบ้านคลองลึก ปัจจุบันด่านคลองลึกเปิดระหว่างเวลา 07.00 - 20.00 น. สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ (ใช้ถนนหมายเลข 305 หรือ 33 ) - นครนายก - ปราจีนบุรี (ถนนหมายเลข 33 สระแก้ว - อรัญประเทศ หรือจากกรุงเทพฯ-มีนบุรี ฉะเชิงเทรา (ใช้ถนนหมายเลข 304) - สระแก้ว - อรัญประเทศ โดย รถไฟ มีบริการขบวนโดยสารสายกรุงเทพฯ - สระแก้ว - อรัญประเทศ และโดย รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00 - 18.00 น.
อาหารอร่อย 5 ชนเผ่าเมืองอรัญ
อาหารอร่อย 5 ชนเผ่าเมืองอรัญ
อาหารอร่อย 5 ชนเผ่าเมืองอรัญ
สถานที่ตั้ง : อำเภออรัญประเทศ
จากความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่เมืองอรัญประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว เขมร จีน ย้อ และไทย ทำให้เกิดความหลากหลายของอาหารการกิน ที่สามารถเลือกชิมตามร้านอาหารทั่วไปในตัวเมืองอรัญฯ โดยเฉพาะอาหารที่อร่อยที่เลื่องชื่อที่ใครมาแล้วต้องไม่พลาดลิ้มลอง ได้แก่ "อาหารญวน" บริเวณชุมชนถนนมิตรสัมพันธ์หรือซอยบ้านญวน เช่น จ้างหล่อง บั๊นหอยหรือ (หมี่หน้าหมู) แหนมเนือง หว๋อนก๊วน (เปาะเปี๊ยะสด) อาหารจำพวกผักของเผ่าย้อ เช่น แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง แกงผำ ลาบเหลว และอาหารลาวยอดนิยมอย่าง ส้มตำ ซุปหน่อไม้ นอกจากนี้ก็ยังมี ก๊าจ๋า แหนมเหนือง หว๋อยก๊วน จ๋าหย่อ บ่อกุ้ง จ๋าเจียง นอกจากนั้นยังมีอาหารย้อบำรุงสุขภาพ เช่น แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง แกงผำ ลาบเหลว หมกกุ้ง เป็นต้น
สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น
สถานที่ตั้ง : อำเภอวังสมบูรณ์
สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกคลองหาด ตำบลวังใหม่ จัดตั้งเป็นศูนย์รับน้ำนมดิบ เป็นแหล่งผลิตน้ำนมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2530 ปัจจุบันมีสมาชิก 1,000 กว่าราย มีระบบการจัดการที่ดี มีการควบคุมขั้นตอนการผลิตอย่างมีคุณภาพ เลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง และการตรวจสอบคุณภาพด้วยโรงงานอันทันสมัย น้ำนมมีรสชาติ หอม มัน อร่อย มีจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์นมหลากหลายประเภททั้ง นมยูเอชที รสหวาน รสจืด นมเปรี้ยวหลากหลายรสชาติ ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นนมโรงเรียน ส่งจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัดทั่วประเทศ สามารถเดินทางเข้าชมโดยรถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 317 สาย สระแก้ว - จันทบุรี ซึ่งในปัจจุบันมีศูนย์รับน้ำนมดิบทั้งหมด จำนวน 5 ศูนย์ ได้แก่

สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น
สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น
ศูนย์รับน้ำนมดิบวังใหม่: ตั้งอยู่ภายในสำนักงานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว อยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดสระแก้ว ตามเส้นทางหลวง 317 สระแก้ว - จันทบุรี มีระยะทางห่างจากตัวจังหวัดสระแก้วประมาณ 40 กิโลเมตร

ศูนย์รับน้ำนมดิบไพรจิตร: ตั้งอยู่ที่บ้านสี่แยกไพรจิตร ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว อยู่ทางทิศตะวันตกของ สำนักงานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ตามเส้นทางสี่แยกสหกรณ์ - หนองคอก ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร

ศูนย์รับน้ำนมดิบคลองหินปูน: ตั้งอยู่ในพื้นที่สหกรณ์นิคมวังน้ำเย็น ตำบลคลองหินปูน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว อยู่ทางทิศเหนือของสำนักงานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 317 สระแก้ว-จันทบุรี ระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร ระยะทางจากสำนักงานสหกรณ์ ฯ ประมาณ 20 กิโลเมตร

ศูนย์รับน้ำนมดิบวัฒนานคร: ตั้งอยู่ตำบลหนองตะเคียนบอน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว อยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสระแก้ว

ศูนย์รับน้ำนมดิบลาดตะเคียง: ตั้งอยู่ที่บ้านลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.
ปราสาทสด๊กก๊อกธม
ปราสาทสด๊กก๊อกธม
ปราสาทสด๊กก๊อกธม
สถานที่ตั้ง : อำเภอโคกสูง
ปราสาทสด๊กก๊อกธม หรือปราสาทเมืองพร้าว ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง เป็นโบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้ว และยังเป็นโบราณสถานขอมที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเสม็ด ตำบลโคกสูง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15 - 16 เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพและใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อถือใน ลัทธิศาสนาฮินดู โบราณสถานประกอบด้วยองค์ปราสาท 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เช่นเดียวกับปราสาทขอมอื่นๆ ด้วยความเชื่อของขอมที่ว่า ทิศตะวันออกเป็นทิศแห่งพลังแสงสว่าง และสิริมงคล ส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศแห่งความตาย โดยมีคูน้ำล้อมรอบ 4 ด้าน มีกำแพงแก้ว 2 ชั้น ชั้นนอกทำด้วยศิลาแลง ชั้นในทำด้วยหินทราย ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยหินทราย มีโคปุระหรือซุ้มประตูเหลืออยู่เพียงด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเท่านั้น ภายในระเบียงคดมีบรรณาลัยก่อด้วยหินทราย 2 หลัง อยู่หน้าปราสาทหลังกลางซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ปราสาทด้านซ้ายมือและปราสาทองค์ประธาน อยู่ในสภาพปรักหักพัง ตามจารึกกล่าวว่า ประดิษฐานศิวลึงก์ ด้านนอกปราสาททางทิศตะวันออกมีสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยม มีถนนปูด้วยหิน จากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำตลอดแนว ได้มีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึง อายุการสร้างปราสาทสด๊กก๊อกธมแห่งนี้ ตลอดจนบอกถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างจารึกหลักที่ 2 นัยว่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระเจ้าอาทิตยวรมันที่ 2 ในโอกาสที่บูรณะปราสาทสด๊กก๊อกธมสำเร็จเมื่อปีพุทธศักราช 1595 และกษัตริย์แห่งอาณาจักรขอมเป็นผู้อุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โดยมีพราหมณ์ปุโรหิตเป็นผู้นำศาสนา ให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นสื่อกลางระหว่างเทพเจ้าและกษัตริย์ รวมทั้งประวัติสายสกุลพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีเทวราชา การปฏิบัติพระเทวราชและรูปเคารพ การสร้างหมู่บ้าน การบุญต่างๆ ในศาสนา เป็นต้น ปัจจุบันจารึกทั้ง 2 ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากอำเภออรัญประเทศ ใช้เส้นทางอรัญประเทศ-ตาพระยา ทางหลวงหมายเลข 348 ไปทางอำเภอตาพระยา ผ่านที่ว่าการอำเภอโคกสูงไปประมาณ 3.5 กิโลเมตร ซ้ายมือจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง เลยไปจะมีทางแยกมีป้ายบอกไปปราสาทสด๊กก๊อกธม ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงชนบท สก 3018 ผ่านบ้านสุขสำราญไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงสามแยกบ้านหนองเสม็ด ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรตามทางราดยางไปเรื่อยๆ ไปตามป้าย จะพบเส้นทางเข้าปราสาททางขวาให้เลี้ยวไปอีก 2.5 กิโลเมตร ถึงปราสาทสด๊กก๊อกธม
เที่ยวแหล่งธรรมชาติ 5 สถาน
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมืองสระแก้ว
อุทยานแห่งชาติปางสีดา มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอตาพระยา อำเภอวัฒนานคร อำเภอเมืองจังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า มีสภาพธรรมชาติและเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกปางสีดา น้ำตกผาตะเคียน น้ำตกแควมะค่า จุดชมวิว โขดหินตามลำน้ำที่มีลักษณะแปลกๆ มีเนื้อที่ประมาณ 527,500 ไร่ หรือ 844 ตารางกิโลเมตร

การเดินทาง
รถยนต์
สายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ จากสถานีขนส่งหมอชิต ถึงตัวเมืองสระแก้ว ระยะทาง 256 กิโลเมตร จากนั้นนั่งรถจากอำเภอสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว โดยสารรถประจำทางไปตามถนนเร่งรัดพัฒนาชนบท (ร.พ.ช.) สายสระแก้ว-บ้านคลองน้ำเขียว ตามทางหลวงหมายเลข 3462 ระยะทาง 27 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ เป็นทางลูกรังผิวเรียบรถยนต์แล่นได้สะดวก เหมาะแก่การขี่จักรยานสือภูเขาเที่ยวในหน้าแล้ง ทางหลวงนี้เคยผ่านไปถึง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แต่ปัจจุบันทางอุทยานฯ ได้ปิดเส้นทาง จึงไปถึงได้เพียงที่พักหลักกิโลเมตรที่ 25 ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ตก และชมหมอกยามเช้าในฤดูฝน ส่วนบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20 จุด ที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ปด.5 (ห้วยน้ำเย็น) เป็นที่กางเต้นท์อีกจุดหนึ่ง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร อากาศเย็นสบาย ธรรมชาติสวยงาม นักท่องเที่ยวควรขับขี่ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะชนสัตว์ที่กำลังเดินข้ามถนน และไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนสัตว์จนแตกตื่น

รถไฟ
สายตะวันออก กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ เที่ยวแรกออกเวลา 06.00 น. เที่ยวสองออก 13.00 น. ถึงสถานีรถไฟสระแก้ว แล้วนั่งรถโดยสารจากอำเภอสระแก้วถึงที่ทำการอุทยานฯ

อุทยานแห่งชาติปางสีดา
อุทยานแห่งชาติปางสีดา
แหล่งท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าสนใจ ที่เที่ยวที่เข้าถึงได้สะดวก เรียงรายอยู่บนเส้นทางหลวงหมายเลข 3462 (บางแห่งต้องเดินเข้าไปแต่ไม่ไกลนัก) มีดังนี้

น้ำตกปางสีดา: อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 3462 อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 800 เมตร มีลานจอดรถและห้องน้ำ จากลานจอดรถเดินลงหุบเขาไปตามป้ายบอกทางเพียง 100 เมตร (ช่วงเทศกาลดูผีเสื้อบริเวณลานจอดรถนี้จะเป็นจุดชมผีเสื้อจุดหนึ่ง) น้ำตกปางสีดาเกิดจากคลองน้ำเขียวซึ่งต้นน้ำมาจากยอดเขาเขียวทางตอนเหนือของอุทยานฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าทึบร่มรื่น สายน้ำไหลตกลงมาจากผาหิน 3 ชั้น สูงประมาณ 10 เมตร ช่วงฤดูฝนสายน้ำจะไหลแผ่เต็มลานน้ำตก งดงามมาก เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำและลานหินกว้าง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะสมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ

จุดชมวิว กม.25: จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 25 มีลักษณะเป็นหุบเขากว้าง สามารถมองเห็นภูมิประเทศป่าไม้และทิวเขาสลับซับซ้อนที่สวยงาม เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น การเดินทางไปจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 25 สามารถเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามเส้นทางสายความมั่นคง จนถึงกิโลเมตรที่ 25 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางรถยนต์ในปัจจุบัน

ทุ่งหญ้าบุตาปอด: เดิมทุ่งหญ้าบุตาปอดในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านเก่า แต่เมื่อมีการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติปางสีดา ก็ได้มีการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านได้ถูกทิ้งไว้เป็นพื้นที่รกร้างจนเกิดเป็นทุ่งหญ้า ซึ่งถือว่าเป็นป่ารุ่นใหม่ ที่มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้ากว้างคล้ายกับทุ่งหญ้ามอสิงโตในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยเป็นแหล่งหากินของสัตว์ป่าหลายประเภท และมีสัตว์ป่าเข้ามาอาศัยหากินจำนวนมาก เช่น กระทิง หมูป่า ช้างป่า เก้ง กวางป่า ฯลฯ ในบริเวณทุ่งหญ้านี้ยังมีโป่งเทียมซึ่งอุทยานฯ ได้นำเกลือไปเสริมโป่งเดิมไว้ เพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า รวมถึงจัดทำหอดูสัตว์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการเฝ้าดูสัตว์ป่าของนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไปไว้ด้วย การเดินทางสู่ทุ่งหญ้าบุตาปอดทำได้โดยใช้เส้นทาง 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางจากถนนภายในอุทยานแห่งชาติตรงกิโลเมตรที่ 3.5 และกิโลเมตรที่ 6 โดยทั้งสองทางใช้ระยะทางเท่ากัน คือ 2 กิโลเมตร

น้ำตกแควมะค่า: เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในผืนป่าปางสีดา เนื่องจากน้ำตกจะไหลลงมาตามลานผาหินสูงประมาณ 50 เมตร ประกอบด้วยน้ำตกที่งดงามต่างๆ มากมาย ซึ่งอยู่บนเส้นทางสายเดียวกัน เช่น น้ำตกรากไทรย้อยห่างจากน้ำตกแควมะค่า 500 เมตร น้ำตกลานหินใหญ่ห่างจากน้ำตกรากไทรย้อย 1 กิโลเมตร น้ำตกสวนมั่น-สวนทองห่างจากน้ำตกลานหินใหญ่ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นแนวหินลาดเอียงประมาณ 45 องศา สลับกับแอ่งน้ำเล็กๆ ยาวต่อเนื่องกันราว 100 เมตร ตอนบนของน้ำตกมีสายธาร 2 สาย ไหลซอกซอนลงมาบรรจบกันเป็นสายเดียวก่อนสู่เบื้องล่าง และน้ำตกม่านธารา ห่างจากน้ำตกสวนมั่นสวนทอง 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นชะง่อนผากว้าง 30 เมตร สูงราว 15 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่าทางไกลแบบค้างแรมในป่า โดยนักท่องเที่ยวต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อน การเดินทางจากบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปยังหลักกิโลเมตรที่ 40 จากนั้นก็ต้องเดินเท้าจากปากทางเข้าน้ำตกไปอีกประมาณ 6-7 กิโลเมตร โดยทางเดินสู่น้ำตกแควมะค่านั้นค่อนข้างลำบาก ต้องใช้ความอุตสาหะในการเข้าถึงพอสมควร ใช้เวลาในเดินทางไปกลับ 3 วัน 2 คืน

ลานหินดาด: เป็นแหล่งศึกษาวิจัยที่มีความสำคัญด้านการอนุรักษ์จระเข้น้ำจืดแหล่งสุดท้ายของประเทศไทยและเป็นที่ดูผีเสื้อ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 11 กิโลเมตร การเข้าไปในพื้นที่ต้องขออนุญาตก่อนเข้าไป

น้ำตกสวนมั่นสวนทอง: อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 15 กิโลเมตร การเดินทางยังไม่สะดวก ต้องค้างแรมในป่าทึบ

น้ำตกถ้ำค้างคาว: จากที่ทำการ 22 กม. แล้วเดินทางเท้าอีกประมาณ 8 กม. บริเวณน้ำตกร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ และที่ใต้หน้าผาน้ำตกเป็นถ้ำขนาดเล็ก พบค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

น้ำตกทับเทวา: เป็นน้ำตกที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติปางสีดา โดยน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 6 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวใช้เวลาในการเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกประมาณ 1.5 กิโลเมตร

อ่างเก็บน้ำท่ากระบากและน้ำตกท่ากระบาก: เป็นอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่จะปรับปรุงระบบชลประทาน ในเขตพื้นที่ราบเชิงเขา มีขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง ปลูกต้นไม้พันธุ์ต่างๆ ทั้งไม้ยืนต้นและไม้ประดับ ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีทิวทัศน์และธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและเที่ยวชมธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 37 กิโลเมตร และถัดจากอ่างเก็บน้ำท่ากระบากไปประมาณ 1 กิโลเมตร หรือถัดจากอุทยานแห่งชาติิปางสีดาประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบกับน้ำตกท่ากระบาก ทางเข้าน้ำตกยังไม่ค่อยสะดวกมากนัก โดยตัวน้ำตกมี 3 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 400-500 เมตร เบื้องล่างของแต่ละชั้นเป็นแอ่งน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้

น้ำตกธารพลับพลึง: เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ห่างจากน้ำตกถ้ำค้างคาวประมาณ 500 เมตร

น้ำตกผาตะเคียน: อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2.4 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือของน้ำตกปางสีดาราว 2.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางเท้าได้ 2 ทาง เหมาะสำหรับเดินป่าศึกษาธรรมชาติ หากเดินป่าช่วงเช้าจะได้ชมนกหลากชนิดที่พากันออกหากิน โดยจะมีป้ายบอกระยะทางทุกๆ 300 เมตร และระหว่างทางจะมีป้ายบอกชื่อพันธุ์ไม้ต่างๆ เพื่อให้ความรู้ทางด้านธรรมชาติวิทยาอีกด้วย น้ำตกมีลักษณะสายน้ำไหลตกจากผาสูง 10 เมตร ลงกระทบโขดหินเบื้องล่างอย่างแรง มีปริมาณน้ำมากในช่วงฤดูฝน และมีน้ำน้อยในช่วงหน้าแล้งราวเดือน กุมภาพันธ์-พฤษภาคม

น้ำตกม่านธารา: อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 40 กิโลเมตร การเดินทางยังไม่สะดวก ต้องค้างแรมในป่าทึบ

เขาเจดีย์: ลักษณะเป็นการรวมตัวของกลุ่มก้อนหิน มีรอยแตกคล้ายกับภูหินร่องกล้า สูงประมาณ 4 เมตร มีเส้นรอบวงประมาณ 25 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 40 กิโลเมตร
เขื่อนพระปรง
สถานที่ตั้ง : อำเภอวัฒนานคร
เขื่อนพระปรง
เขื่อนพระปรง
เขื่อนพระปรง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดา บ้านระเบาะหูกวางและบ้านห้วยชัน ตำบลช่องกุ่ม เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สำคัญของภาคตะวันออก หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในจังหวัดสระแก้ว สร้างกั้นต้นน้ำห้วยพระปรง ซึ่งเป็นลำน้ำที่ไหลลงมาจากอุทยานแห่งชาติปางสีดา ด้วยสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ปลานานาชนิด ทำให้ชาวบ้านแถวนี้หลังจากว่างเว้นจากการทำไร่ ทำนา จึงหารายได้เสริมด้วยการจับปลาขาย เหมาะสำหรับน้กท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมล่องเรือ ตกปลา ดูลีลานกงู สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ นั่งเรือและแพชมทิวทัศน์ ทางเหนือเขื่อนแวดล้อมด้วยทิวเขาบรรทัด เขียวชอุ่มด้วยผืนป่าของอุทยานแห่งชาติปางสีดา ระหว่างเส้นทางเรือจะแล่นผ่านป่าต้นลานริมเขื่อนและทิวไม้ที่ยืนต้นตาย ไม่ไกลกันมีเกาะกลางเขื่อนซึ่งนักท่องเที่ยวนำเต้นท์ไปกางได้ บริเวณเขื่อนนี้เป็นแหล่งอาัศัํยของนกน้ำนานาชนิด โดยเฉพาะนกอ้ายงั่วนกหายากชนิดหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่านกงู ถ้าโชคดีอาจได้เห็นมันกำลังดำน้ำจับปลาหรือเกาะกิ่งไม้กางปีกอวดขนาดวงปีก ช่วงเดือน พฤษภาคม-กรกฏาคม มีการจัดเทศกาลดูนกน้ำ ตามเส้นทางนกงู ขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้อาหารเมนูปลาหลากหลายชนิดของที่นี่ขึ้นชื่อ จึงเป็นแหล่งพักผ่อนของนักท่องเที่ยวและคนในจังหวัดเป็นอย่างดี ตามสโลแกนที่ว่า "ล่องเรือ ตกปลา เดินป่า ที่เขื่อนพระปรง" สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากอำเภอเมืองสระแก้วเมื่อถึงสี่แยกไฟแดงวัฒนานคร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3198 ไปประมาณ 18.5 กิโลเมตร พบสามแยกบริเวณ โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา สังเกตป้อมตำรวจสี่แดงอยู่ซ้ายมือ มีป้ายบอกไปอ่างเก็บน้ำพระปรงให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 6 กิโลเมตร พบแยกท่าช้างให้ตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ผ่านเข้าโครงการชลประทานพระปรง ถึงตัวเขื่อน เมื่อขับรถลงไปจะมีร้านอาหารของเอกชนอยู่ซ้ายมือ ส่วนร้านอาหาร บริการ ล่องเรือ และบ้านพักที่บริหารจัดการโดย องค์การบริหารส่วนตำบลช่องกุ่ม ต้องเลี้ยวขวาไปตามทางอีกประมาณ 800 เมตร
น้ำตกเขาตะกรุบ
สถานที่ตั้ง : อำเภอวังน้ำเย็น
น้ำตกเขาตะกรุบ
น้ำตกเขาตะกรุบ
น้ำตกเขาตะกรุบ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน บริเวณเขาตะกรุบ บ้านคลองตะเคียนชัย ตำบลทุ่งมหาเจริญ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางป่าสูงทึบ อยู่ห่างจากด่านตรวจประมาณ 2.8 กิโลเมตร น้ำตกสูง 50 เมตร โดยมีสายน้ำไหลจากหน้าผาที่สูงชันเกือบ 90 องศา ลงสู่เบื้องล่างก่อนจะไหลลงสู่น้ำตกเล็กอีกชั้นหนึ่ง ช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมน้ำตกจะสวยมากเป็นพิเศษ และมีน้ำมากในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว (ราวเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม) บริเวณทางขึ้นน้ำตกเป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมหนาแน่นและเฟิร์นหลายชนิดแทรกขึ้นตามซอกหินดูสวยงาม เส้นทางก่อนถึงลานไทรโดยเฉพาะช่วงเวลาเย็นอาจพบร่องรอยของช้างป่า เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมดูนกและดูผีเสื้อ สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากที่ว่าการอำเภอวังน้ำเย็น ใช้ทางหลวงหมายเลข 317 ไปทางอำเภอวังสมบูรณ์ประมาณ 8 กิโลเมตร พบสี่แยก ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3259 ไปประมาณ 13 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3434 ไปอีก 13 กิโลเมตร พบสี่แยกบริเวณบ้านแสนสุข ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางอีก 11.5 กิโลเมตร ถึงด่านตรวจให้ตรงไปอีก 2.8 กิโลเมตร จอดรถที่ล้านจอดรถ แล้วเดินป่าด้วยเท้าไปยังน้ำตกอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ทางค่อนข้างชัน
ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอคลองหาด
ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง
ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง
ถ้ำเพชรโพธิ์ทองตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาเหลื่อม บ้านเขาเลื่อม ตำบลคลองหาด ทางเดินขึ้นไปยังถ้ำระยะทางราว 700 เมตร ร่มรื่นด้วยป่าดงดิบและต้นจันผาที่ชุมชนช่วยกันอนุรักษ์และปลูกเพิ่มจากเดิมที่กำลังจะสูญพันธุ์ เป็นถ้ำขนาดกลางที่อยู่ในภูเขาที่ทอดยาวขนานไปกับพื้นดิน โดยมีความยาว 120 เมตร บริเวณปากถ้ำเป็นลานหินกว้าง มีปุ่มหินงอกกระจายอยู่ทั่วไป มีลมเย็นพัดผ่านช่องเขาเข้าไปในถ้ำ ส่งผลให้ภายในถ้ำเย็นสบายตลอดทั้งปี ทางเดินบางช่วงเป็นบันไดและมีไฟส่องสว่าง ภายในถ้ำจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 จุด ได้แก่ ประตูสู่ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ ห้องมุขประดับเพชร และและประตูสู่ปราสาทถ้ำ บริเวณใกล้เคียงถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ยังสามารถชมความงามของถ้ำหาดทรายแก้ว ซึ่งเป็นถ้ำขนาดเล็ก ภายในมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา เช่น หินงอกรูปปะการัง รูปหอยสังข์ หรือหัวพญาเต่า บริเวณถ้ำมีหน้าผาสูงราว 25 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานไต่หน้าผา ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และยังมีกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาบริการให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย (หากนักท่องเที่ยวมาเป็นหมู่คณะต้องติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบลก่อนล่วงหน้า) เมื่อเดินตามไหล่เขาต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถศึกษา พืชสมุนไพรและพันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นโมกราชินี กวาวเครือ สลัดได บนเส้นทางเดินป่ามีฝูงค้างคาวและลิงป่าอาศัยอยู่ใกล้ถ้ำ มีจุดชมทิวทัศน์ 2 จุด ได้แก่ จุดแรก คือ ผาโมกราชินี ทางขึ้นลาดชันแต่ร่มรื่นด้วยไม้นานาชนิด มีลักษณะเป็นลานหินกว้างพอประมาณ มีต้นโมกราชินีและสลัดไดขึ้นแซม มองเห็นทิวไม้และไร่ข้าวโพดของชาวบ้านระยะไกล จุดที่ 2 คือ ผาหินเทิบ อยู่ไม่ไกลจากจุดแรก สามารถมองเห็นบ้านพนมไดของประเทศกัมพูชา สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากตัวจังหวัดสระแก้ว ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 317 เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ตัดเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 3067 ระยะทาง 13 กิโลเมตร ถึงสี่แยกคลองหาดให้เลี้ยวขวาผ่าน ที่ว่าการอำเภอคลองหาด ประมาณ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงถ้ำเพชรโพธิ์ทองและถ้ำหาดทรายแก้ว หรือจากอำเภอคลองหาด ใช้ทางหลวงหมายเลข 3395 ไปทางจังหวัดจันทบุรีประมาณ 4.5 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดเขาเลื่อมจะพบทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถ

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
ละลุ
สถานที่ตั้ง : อำเภอตาพระยา
ละลุ
ละลุ
ละลุ เป็นภาษาเขมร แปลว่า ทะลุ ตั้งอยู่บ้านคลองยาง ตำบลทัพราช มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ครอบคลุม 6 หมู่บ้าน ท่ามกลางท้องทุ่งและภูเขาเขียวชอุ่มทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทางธรณีที่เกิดจากการยุบตัวหรือพังทลายของดินที่อ่อนและหนาแน่นน้อยด้วยอิทธิพลของสายฝน และกระแสลมพัดกระหน่ำกัดกร่อน ผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ดินที่แข็งจะคงอยู่ ในขณะที่ดินอ่อนก็จะพังทลายและถูกกัดกร่อนลงไป เกิดเป็นแท่งหินเป็นรูปร่างลักษณะแตกต่างกัน ชวนให้จินตนาการไปต่างๆ นานา มองคล้ายกำแพงเมืองหรือเสาหิน เหมือนกันกับ “แพะเมืองผี” ที่จังหวัดแพร่ ยอดปราสาท ยอดเจดีย์ หอคอย บ้่านเรือน หรือเห็ดยักษ์ เป็นต้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดเฉพาะท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเป็นดินปนทราย เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศไทย (Unseen in Thailand) ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ช่วงเช้าหรือเวลาเย็นเพราะแดดไม่ร้อนมากเกินไป การเดินทางเข้าละลุ ต้องนำรถส่วนตัวไปจอดที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แล้วนั่ง “รถอีแต๊ก” ที่ชาวบ้านนำมาให้บริการลัดเลาะดูวิถีชีวิตของหมู่บ้าน ก่อนออกไปตามท้องทุ่งประมาณ 10 นาทีถึงตัวละลุ มีค่าใช้จ่ายบริการนั่งรถอีแต๊ก และในชุมชนบ้านหนองผักแว่นยังมีโฮมสเตย์ให้พักค้างสัมผัสกับวิถีชาวบ้านกว่า 20 หลัง ถ้ามาเป็นหมู่คณะอาจมีกิจกรรมเสริมทั้งการแสดงโปงลาง กันตรึมของนักเรียน และการบายศรีสู่ขวัญ ต้องติดต่อก่อนล่วงหน้า เดินทางโดย รถยนต์ จากอำเภออรัญประเทศ ใช้ทางหลวงหมายเลข 348 ไปทางอำเภอตาพระยาประมาณ 35.5 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 35-36 บ้านกุดเตย ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3486 ไปอีก 4.5 กิโลเมตร พบถึงสี่แยกโคคลานตรงไปจะมีป้ายบอกทางไปละลุทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวไปตามทางอีก 18 กิโลเมตร ผ่านโรงเรียนบ้านหนองผักแว่นทางซ้ายมือไปจะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไป 500 เมตร จะมองเห็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทางซ้ายมือ หรือจากอำเภอวัฒนานคร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3128 ถึงสามแยกช่องกุ่ม ประมาณ 25 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทาง 3393 ผ่านบ้านเขาพรมสุวรรณ จนถึงหลักกิโลที่ 20 เลยไปไม่ไกล ซ้ายมือมีป้าย “หมู่บ้านวัฒนธรรมละลุ” ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนคอนกรีตประมาณ 800 เมตร จนถึงเส้นทางตัดกับถนนลาดยางเข้าหมู่บ้าน (เส้นเดียวกับที่เข้ามาจากสี่แยกโคคลาน) ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร ผ่านโรงเรียนบ้านหนองผักแว่นทางซ้ายมือไปจะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไป 500 เมตร มองเห็นอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ทางซ้ายมือ

เปิดให้เข้าชม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น.

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร