สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ, ที่เที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ


สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ
เมืองโบราณ เมืองโบราณ (Muang Boran)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หลังจากนั้นก็ได้มีการสร้างเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน เมืองโบราณได้เริ่มก่อสร้างขึ้นมาในปี พ.ศ. 2506 ด้วยการจำลองสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมชิ้นโบว์แดงของ 76 จังหวัดทั่วไทยมารวมไว้ ในผังบริเวณ สมัยนั้น ที่จำลองให้คล้ายไทยแลนด์แดนขวานทอง และเมื่อแล้วเสร็จ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 300 เด็ก 200 และสำหรับค่าจอดรถยนต์และรถตู้ 50 บาท
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2323 9253 0 2224 1058-7, 0 2226 1936-7

ป้อมพระจุลจอมเกล้า (Pom Phra Chulachomklao )
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตั้งอยุ่ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลแหลมฟ้าผ่า อยู่ห่างจากแยกพระสมุทรเจดีย์ ไปตามถนนสุขสวัสดิ์ ปัจจุบันป้อมพระจุลจอมเกล้าขึ้นตรงกับฐานทัพเรือกรุงเทพ และได้ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อเป็นราชานุสรณ์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้และกองทัพเรือได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้ประชาชนเข้าชมด้วย

ป้อมพระจุลจอมเกล้าเป็นป้อมที่ทันสมัยและมีบทบาทสำคัญยิ่งในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นที่ทำการยิงต่อสู้กับอริราชศัตรูมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2436 เป็นป้อมที่จารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยและประวัติศาสตร์ชาติไทยมายาวนาน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เรือหลวงแม่กลอง เป็นเรือรบประจำการมีอายุการใช้งานนานที่สุดในกองทัพเรือเป็นเวลากว่า 60 ปี จนกระทั่งกระทรวงกลาโหมได้พิจารณาเห็นว่ามีสภาพทรุดโทรมมากจึงปลดประจำการเพื่ออนุรักษ์เป็นพิพิธภัณฑ์

สิ่งที่น่าสนใจในป้อมพระจุลจอมเกล้า :

ป้อมปืนเสือหมอบ (Pom Puen Suea Mop or Machine Gun)
เป็นปืนประจำป้อมพระจุลจอมเกล้า มีลักษณะเป็นปืนหลุม 7 หลุมโดยปืนมีสมรรถนะสูงทั้ง 7 กระบอกนี้ได้สั่งมาจากบริษัท เซอร์ดับบลิวจีอาร์มสตรอง จำกัด ประเทศอังกฤษ ถือเป็นปืนใหญ่บรรทุกท้ายรุ่นแรกที่มีใช้ในกองทัพเรือเพื่อใช้สำหรับการต่อสู้กับกองกำลังที่ไม่เป็นมิตร ตั้งอยู่บริเวณฐานล่างของป้อม

เรือหลวงแม่กลอง
เรือหลวงแม่กลองเป็นเรือรบประเภทเรือสลุป ต่อที่อู่เรืออูรางา เมืองโยโกสุกะ ประเทศญี่ปุ่น ปลดระวางประจำการเมือ พ.ศ. 2539 นับว่าเป็นเรือรบที่ประจำการยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย และเป็นเรือรบที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลก

ปัจจุบันกองทัพเรือได้ดำเนินการอนุรักษ์และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์เรือรบไทย เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การเดินทาง : โดยรถยนต์ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 303
โดยรถประจำทาง มีรถประจำทางปรับอากาศและแบบธรรมดา สาย 20 (ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำท่าดินแดง) ก็สามารถไปถึงป้อมพระจุลจอมเกล้าได้เช่นกัน
เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

ป้อมแผลงไฟฟ้า
ป้อมแผลงไฟฟ้า (Pom Phlaeng Faifa)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาด สภาพสมบูรณ์อยู่บางส่วน เป็นป้อมปราการแห่งหนึ่งของฐานทัพเมืองนครเขื่อนขันธ์ เป็นเสมือนหนึ่งฐานทัพด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเมืองที่มีป้อมปราการหลายแห่งโดยบริเวณข้างบนของป้อมได้จัดปืนใหญ่ โบราณหลายกระบอกตั้งไว้ให้ชมรอบๆ บริเวณจัดปลูกต้นไม้ร่มรื่น สถานที่ตั้ง : อำเภอพระสมุทรเจดีย์
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทโบราณสถานและเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ ซึ่งมีผู้คนมาเคารพสักการะบูชา และยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสมุทรปราการ ผู้คนทั่วไปจะเรียกกันติดปากว่า พระเจดีย์กลางน้ำ เนื่องจากเดิมบริเวณที่ก่อสร้างพระสมุทรเจดีย์เป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบ แต่ต่อมาแผ่นดินได้งอกเพิ่มออกมาจนในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีสภาพเป็นเกาะอีกต่อไป วัดกลางวรวิหาร (Wat Klang Worawihan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดกลางวรวิหาร ตั้งอยู่ถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ วัดตะโกทอง พระอุโบสถได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าบันมีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายคราม ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องปฐมสมโพธิกถา ต่อมาเมื่อพ.ศ. 2449 มีการสร้างพระมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย หน้าบันมีลายปูนปั้นเครื่องแถวประดับด้วยถ้วยจานเบญจรงค์ ยอดสุดแต่ละมุมมีปูนปั้นหน้าของท้าวจตุโลกบาล ตามเค้าโครงเรื่องไตรพระภูมิพระร่วง เบื้องบนของผนังภายในซุ้มพระพุทธรูปขนาดย่อมโดยรอบ ศาลาการเปรียญลักษณะเป็นเรือนไทยแบบเรือนหมู่ไม้สักทั้งหลัง หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อนสวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง การเดินทางจากสามแยกสมุทรปราการตรงไปตามถนนประโคนชัย (เข้าตลาดปากน้ำ) จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนศรีสมุทรจะพบวัดอยู่ในสุดของถนน
วัดบางพลีใหญ่ในตลาดและเก่า (Wat Bang Phli Yai Nai and Old Market)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ชื่อวัดพลับพลาไชยชนะสงคราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สมัยสุโขทัยปางมารวิชัยลืมเนตร หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์เป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนโดยทั่วไปนาม หลวงพ่อโต วัดนี้จึงมีอีกชื่อว่า "วัดหลวงพ่อโต"

เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

วัดอโศการาม สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่เทศบาลบางปูซอย 60 ถนนสุขุมวิทสายเก่า ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร (เข้ามาจากถนนสุขุมวิทประมาณ 1 กิโลเมตร) สร้างเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ฝ่ายธรรมยุตินิกาย โดยพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีร์เมธาจารย์ (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร) เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง และเป็นสถานที่สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน มีสิ่งที่น่าชม เช่น พระธุตังคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ แต่ละองค์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่ระลึกถึงธุดงควัตร 13 ประการ และวิหารวิสุทธิธรรมรังสี อาคารจตุรมุข 3 ชั้นส่วนยอดเป็นมณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเช่นกัน ภายในวิหารประดิษฐานสรีระท่านอาจารย์ลี ติดต่อสอบถามรายละเอียดโทร. 0 2395 0003
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (City Pillar Shrine)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ที่ตำบลตลาด สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2356 เป็นหลักเมืองเก่าของอำเภอพระประแดง ในสมัยเมื่ออำเภอนี้มีฐานะเป็นเมือง ชาวบ้านถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญแห่งหนึ่งซึ่งชาวเมืองเคารพนับถือกันมาก หลักเมืองนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีรูปของพระพิฆเนศวร์สถิตอยู่เหนือเสา
วัดโปรดเกศเชษฐาราม (Wat Protketchettharam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระประแดง
อยู่ที่ตำบลทรงคะนอง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดพุทธไทยเพียงวัดเดียวในย่านพระประแดง ส่วนวัดอื่น ๆ มักเป็นพุทธรามัญ พระยาเพชรพิชัย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มีลักษณะสถาปัตยกรรมดีเด่นคือ พระอุโบสถมุงหลังคาด้วยกระเบื้องมอญเก่า ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ภายในมีพระประธานหล่อด้วยโลหะ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับพระอุโบสถ ภายในมีพระพุทธไสยาสน์พระพักตร์งามมาก เหนือหน้าต่างมีภาพปริศนาธรรม เป็นศิลปะตะวันตกซึ่งหาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีพระมณฑปหลังคามุงด้วยกระเบื้องรายรอบด้วยเก๋งจีน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มีพระปรางค์ที่มุมทั้ง 4 ด้าน ภายในพระมณฑปมีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำลองประดับมุข
วัดทรงธรรมวรวิหาร (Wat Songtham Worawihan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระประแดง
ตั้งอยู่ถนนทรงธรรม เลยจากวัดโปรดเกศเชษฐาราม ประมาณ 200 เมตร เป็นวัดเก่าแก่ในพุทธศาสนารามัญนิกาย สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในสมัยรัชกาลที่ 2 มีกุฏิและพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้ฝากระดาน ต่อมาในรัชกาลที่ 3 ทรงเห็นว่าวัดชำรุดทรุดโทรมมากจึงโปรดฯ ให้พระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) รื้อกุฏิมาสร้างเป็นหมู่เดียวกัน ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท มีพระรามัญเจดีย์องค์ใหญ่ ศิลปะรามัญ พระวิหารก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้สัก ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
วัดบางพลีใหญ่กลาง (Wat Bang Phli Yai Klang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางพลี
วัดบางพลีใหญ่กลาง ตั้งอยู่บริเวณคลองสำโรงฝั่งเหนือ ตำบลบางพลีใหญ่ ห่างจากวัดบางพลีใหญ่เล็กน้อย สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2367 ชาวบ้านเรียกว่า วัดกลาง ต่อมาเปลี่ยนเป็น วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม และครั้งสุดท้ายเปลี่ยนเป็นวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร พระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ยาวประมาณ 53 เมตร ภายในองค์พระแบ่งเป็น 4 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องปฏิบัติธรรม ชั้นที่ 2 ประดิษฐานพระอรหันต์ 500 รูป มีภาพวาดห้องนรกและห้องสวรรค์ ชั้นที่ 3 มีภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ และชั้นที่ 4 เป็นชั้นที่บรรจุพระสาริกธาตุซึ่งพระอาจารย์จำนงค์ไปอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ณ วะละ เมืองโคลัมโบเมื่อปี พ.ศ. 2530 ในชั้นนี้มีห้องประดิษฐานหัวใจพระซึ่งประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นศิริมงคล พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ (The Dinosaur Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในพื้นที่ของฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ เพื่อให้นักศึกษา หรือ นักท่องเที่ยว ได้ศึกษาเรื่องราวของไดโนเสาร์ช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ อาคารพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านนอกอาคารจัดแสดง และภายในอาคาร เป็นของส่วนนิทรรศการ ที่มีหุ่นไดโนเสาร์ที่ตั้งอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ 2 ชนิด คือ ชนิดกินพืชและกินเนื้อ ซึ่งมีขนาดใหญ่สูง 8 เมตร ยาว 15 เมตร และขนาดเท่าตัวจริงกว่า 13 ชนิด

ภายในตัวอาคารได้จัดแสดงถึงความเป็นไปของโลก กำเนิดสัตว์โลก การขุดค้นพบ ฟอสซิลในโลกและในประเทศไทยในยุคต่างๆ ชั้นบนซึ่งเป็นห้องประชุมสามารถรองรับคนได้ถึง 350 คน ที่มีภาพยนตร์และพร้อมการฉายสไลด์มัลติวิชั่น เรื่องของมนุษย์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย

ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการแห่งนี้เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 300 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการวิทยากร ควรมีหนังสือติดต่อล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มจระเข้และ สวนสัตว์สมุทรปราการ 555 ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280 หรือ โทร. 0 2703 4891 และ 0 2703 514, 0 2703 5144-8 พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ (The Erawan Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ของบริษัท ธนบุรีประกอบยนต์ จำกัด ตำบลบางเมืองใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างจากแรงบันดาลใจ และความคิดของ คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อให้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป ช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น

อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนบนของตัวช้าง เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน และลำตัวช้างหนัก 150 ตัน สูง 29 เมตร กว้าง 12 เมตร และยาว 39 เมตร นอกจากนี้ยังมีศาลา ซึ่งเป็นการตกแต่งภายใน การผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้กระจกสีแบบศิลปะตะวันตก เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นโบราณชนิดต่าง ๆ อาทิ คนธรรพ์บรรเลงดนตรี รูปพญานาค ของช่างเมืองเพชร ส่วนชั้นใต้ดินที่เรียกว่า "ชั้นบาดาล" เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่าง ๆ และเครื่องลายครามของจีน ระเบียงรอบนอกตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มแปดซุ้ม รอบพิพิธภัณฑ์เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี และพันธุ์ไม้หายากจากทุกภูมิภาคของประเทศ มีงานประติมากรรมลอยตัวเรื่อง รามเกียรติ์ วางเรียงรายล้อมรอบอาคาร
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ (Naval Musem)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือเป็นพิพิธภัณฑสถานแบบพิเศษ ทำหน้าที่ รวบรวม อนุรักษ์ วัตถุพิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และโบราณคดี ที่เกี่ยวกับกิจการทหารเรือ ภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นที่รวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับ วัตถุพิพิธภัณฑ์สมัยโบราณของกองทัพเรือไทย ยุทธนาวีการรบครั้งสำคัญ ๆ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่เคยใช้ในการรบเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเรือจำลองสมัยต่าง ๆ เช่น เรือที่ใช้ในพระราชพิธีกระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค ในสมัยรัชกาลที่ 5 เรือหลวงพระร่วง เรือเหรา และเรือหลวงมัจฉาณุ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือที่หาชมได้ยาก ก็คือ เรือหลวงมัจฉานุ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำรุ่นแรกของกองทัพเรือไทย ที่บางส่วนได้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้

พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน เวลา 09.00 – 15.30 น. (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ดังนี้
1. การเข้าชมเป็นรายบุคคล สามารถเ้ข้าชมได้ตามวัน-เวลา ที่กำหนด
2. การเข้าชมเป็นหมู่คณะ สามารถเ้ข้าชมได้ตามวัน-เวลา ที่กำหนดเช่นกัน และทางพิพิธภัณฑ์จะจัดวิทยากรในการบรรยาย (แบบฟอร์มขอเข้าชม)
3. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เลขที่ 99 ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270 โทร. 0 2394 1997 หรือ 0 2475 3808 ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง (Bang Namphueng Floating Market)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระประแดง
เกิดจากแนวคิดขององค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้งและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีความเห็นพ้องต้องกันว่าต้องการทำตลาดน้ำขึ้นมา ทั้งนี้ในเบื้องต้นต้องการจัดทำเป็นศูนย์จำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรเท่านั้น แต่เมื่อนำเอาแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมประชาตำบล กลับได้รับการตอบรับและขยายการดำเนินงานให้กว้างขวางขึ้นในลักษณะศูนย์จำหน่ายสินค้าของชุมชน โดยการจัดสร้างซุ้มจำหน่ายสำหรับขายของ ซุ้มจำหน่ายสินค้าโอท็อปและสะพานริมปูน ริมคลอง ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบ จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรวมใช้ระยะเวลาดำเนินงานกว่า 3 ปีจึงสามารถเปิดดำเนินการได้ ปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้นำผัก ผลไม้ที่มีอยู่ในสวน อาหารคาวหวานพื้นเมือง งานฝีมือ มาจำหน่ายซึ่งเป็นนโยบายหลักของผู้ดำเนินงานที่จะเน้นการท่องเที่ยวแบบผสมผสานเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเป็นแนวคิดในการดำเนินงานและเอกลักษณ์ที่สำคัญของตลาดบางน้ำผึ้ง

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เปิดให้บริการทุกวันเว้นวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 14.00 น.

บึงตะโก้ บึงตะโก้ (Bueng Tako)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง

บึงตะโก้ เป็นบึงที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นกีฬาทางน้ำ ได้แก่ เคเบิ้ลสกีและวินด์เซิร์ฟ อัตราค่าบริการชั่วโมงละ 200 บาท 2 ชั่วโมง 300 บาท 3 ชั่วโมง 400 บาท ทั้งวัน 500 บาท เปิดให้บริการทุกวัน วันธรรมดาเปิด 12.00-18.00 น. วันหยุดเปิด 10.00-18.00 น.

การเดินทาง จากทางด่วนสายบางนา-ตราด ให้ตรงไปประมาณกิโลเมตรที่ 13 ปากทางเข้าบึงตะโก้จะอยู่ทางด้านขวามือติดกับ บริษัท มิตซูบิชิ จำกัด เข้าไป 100 เมตร และเลี้ยวขวาเข้าซอยสุกไสว (ใกล้กับไปรษณีย์บางพลี) 200 เมตร ก็จะถึงบึงตะโก้ สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2316 7805-10 สถานตากอากาศบางปู สถานที่ตั้ง : อำเภอพระประแดง
อยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ ริมถนนสุขุมวิท ประมาณกิโลเมตรที่ 37 ตรงข้ามกับนิคมอุตสาหกรรมบางป ู ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมาเป็นเวลานานและเป็นสถานพักฟื้น พักผ่อน ของกรมพลาธิการทหารบก ภายในมีร้านอาหารบริการ ในวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. จะมีกิจกรรมพิเศษเปิดฟลอร์ลีลาศกับเสียงเพลงสุนทราภรณ์อันไพเราะ โดยคิดค่าดนตรีภายในฟลอร์ลีลาศเพียงคนละ 50 บาท นอกจากนี้ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน บริเวณบางปูจะมีนกนางนวลอพยพมาหากินอยู่ตามชายทะเล เหมาะที่จะมาเที่ยวชมในยามเย็นพร้อมกับชมพระอาทิตย์อัสดง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2323 9138, 0 2323 9983 ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ (Crocodile Farm)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในเขตตำบลท้ายบ้าน ซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่าง ๆ กว่า 40,000 ตัว พร้อมมีการแสดงวิธี จับจระเข้ด้วยมือเปล่าทุกวัน ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ

ในส่วนการแสดงของช้างแสนรู้เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก มีการแสดงทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น. ทุกวัน นอกจากการเลี้ยงจระเข้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีสัตว์แสนรู้อื่น ๆ อีก เช่น เสือ และลิงชิมแปนซี สัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่น ชะนี เต่า งูเหลือม งูหลาม นก อูฐ ฮิปโป และปลาจำนวนมาก

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ฟาร์มหนองงูเห่าและฟาร์มเสือ อยู่ที่ตำบลบางโฉลง ถนนบางนา-ตราด ประมาณกิโลเมตรที่ 14-15 แยกเข้าทางซ้าย 300 เมตร (เข้าซอยวิทยาลัยเกริก) เริ่มเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2529 มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงงูเห่าชนิดต่าง ๆ และมีการแสดงวิธีรีดพิษงู การจับงู พร้อมทั้งมีผลิตภัณฑ์ทำด้วยหนังงูจำหน่ายในราคาย่อมเยา เช่น รองเท้า กระเป๋า เข็มขัด ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการแสดงเสือให้ชมอีกด้วย เปิดให้เข้าชม 09.00-17.00 น. ปกติจะอนุญาตให้เข้าชมเฉพาะบริษัทนำเที่ยวที่มีการติดต่อกันไว้แล้วเท่านั้น หากบุคคลทั่วไปสนใจจะเข้าชมต้องทำหนังสือหรือติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มหนองงูเห่า เลขที่ 23/2 หมู่ 6 กิโลเมตรที่ 15 ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร. 0 2312 5990 โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 50 บาท

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร