สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม, ที่เที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสงคราม
โบราณสถานและประวัติศาสตร์ (Historic Building)
ค่ายบางกุ้ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคนที
เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ค่ายบางกุ้ง เรียกว่า "ค่ายบางกุ้ง" โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่าย เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร ภายหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ค่ายบางกุ้งก็ร้างไปจนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานีจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรีรวบรวมผู้คนมาตั้งกองทหารรักษาค่าย จึงมีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่า "ค่ายจีนบางกุ้ง" ในปี พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรีมาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระมหามนตรี (บุญมา) เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเหลือทหารจีนขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย หลังจากนั้นค่ายบางกุ้งแห่งนี้ก็ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ 200 ปี จนมาถึง พ.ศ. 2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น (ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว) และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์ ภายในค่ายยังมีโบสถ์ปรกโพธิ์ เป็นอุโบสถหลังเดิมที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีจะถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกรและต้นกร่าง
ศาสนสถาน (Religious Site)
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด อาสนวิหารแม่พระบังเกิด
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคนที
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2433 โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯ โบสถ์ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามซึ่งไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำมากนัก
วัดบางแคใหญ่
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2357 ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหญ่อายุกว่า 150 ปี ด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสองศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย ปั้นด้วยศิลาแลงมีธรรมเจดีย์ 7 องค์สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2415 มีกำแพงแก้วล้อมรอบและบนฝาประจัน (ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว เขียนในปลายสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ ร.2 โปรดให้ไปขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2364 ซึ่งไม่ได้เปิดให้ชมทั่วไปต้องขออนุญาตเท่านั้น
วัดอัมพวันเจติยาราม
วัดอัมพวันเจติยาราม
วัดอัมพวันเจติยาราม
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
อยู่ติดกับอุทยานรัชกาลที่ 2 เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และ คุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ของวัดอัมพวันเจติยาราม เดิมเป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย ซึ่งต่อมาได้เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐานอยู่ด้วย
วัดจุฬามณี
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2)
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง เป็นวัดโบราณ ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง เดิมชื่อว่า "วัดศรีจำปา" มีอายุไม่น้อยกว่า 500 ปี เป็นวัดสำคัญที่สุดในจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญ หรือที่เรียกกันว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม" เป็นที่เลื่องลือรู้จักกันทั่วไปในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ จึงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอารามหลวงชั้นวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า "วัดเพชรสมุทรวรวิหาร"

บริเวณด้านซ้ายมือของวัด(ด้านที่ติดกับแม่น้ำ) จะมีท่าเทียบเรือ ซึ่งจะมีทั้งเรือเมล์ เรือหางยาว สามารถที่จะเช่าท่องเที่ยวไปตามลำน้ำแม่กลอง หรือสถานที่ต่าง ๆ อาทิเช่น อุทยาน ร.2, วัดบางแคน้อย, ค่ายบางกุ้ง, อาสนวิหารแม่พระบังเกิด หรือตลาดน้ำดำเนินสะดวก ในจังหวัดราชบุรีซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงครามได้
วัดเจริญสุขารามวรวิหาร
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคนที
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระอุโบสถที่มีศิลปะการก่อสร้างเฉพาะตัว เพดานโบสถ์เป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตลักษณะเป็นพระปฏิมากรสมัยสุโขทัยสร้างด้วยศิลาแลง ขนาดหน้าพระเพลากว้าง 178 เซนติเมตร สูงจากพื้นรองประทับถึงจุฬา 208 เซนติเมตร บริเวณท่าน้ำหน้าวัดมีฝูงปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะปลาตะเพียนเงิน และปลาตะเพียนทอง ประชาชนนิยมมาให้อาหารปลาและรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติอร่อยบริเวณท่าน้ำ การเดินทางไปได้โดยไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร. 2) ประมาณ 5 กิโลเมตร ผ่านอาสนวิหารแม่พระบังเกิด ข้ามสะพานบางนกแขวก จะเห็นป้ายวัดอยู่ด้านขวามือ เลี้ยวขวาเข้าประมาณ 500 เมตร วัดเจริญสุขารามวรวิหาร
วัดเจริญสุขารามวรวิหาร
อนุสาวรีย์ (Monument)
อนุสาวรีย์แฝดสยามอิน-จัน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กิโลเมตร) ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จัน ตั้งอยู่กลางลาน ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารโถงจัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน และในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เรือ ซึ่งรวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง
ตลาด (Market)
ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำท่าคา
ตลาดน้ำท่าคา
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (ทุก ๆ 5 วัน) ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00 - 11.00 น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้ (มีในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ ช่วงเวลา 07.00-12.00 น.)

การเดินทาง สามารถไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ 32 (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก 5 กิโลเมตร หรือสามารถเดินทางไปโดยรถประจำทาง ขึ้นรถที่คิวหน้าธนาคารทหารไทย ปลายทางตลาดน้ำท่าคา สายท่าคา-วัดเทพประสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา 07.00–18.00 น. รถออกทุก 20 นาที
ตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวา
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
อัมพวาเป็นตลาดน้ำยามเย็น จะมีทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.00 -22.00 น.วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. ตลาดน้ำโดยทั่วไปมักจะจัดขึ้นในเวลากลางวัน แต่ตลาดน้ำยามเย็น ที่อัมพวาแห่งนี้ จะจัดขึ้นในช่วงเวลาเย็นเรื่อยไปจนถึงเวลาพลบค่ำ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย ที่จัดในลักษณะเช่นนี้ ในตอนเย็นชาวบ้านจะเริ่มทยอยพายเรือนำสินค้าหลากหลายนานาชนิด อาทิ อาหาร ผลไม้ พืชผัก ขนม ของกินของใช้มาขายให้กับนักท่องเที่ยว หรือคนในท้องถิ่นที่สัญจรไปมาที่ตลาดอัมพวา ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติของชีวิตของชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถที่จะหาซื้ออาหารมานั่งรับประทานพร้อมชมวิวทิวทัศน์ได้ บริเวณริมน้ำหรือตลาด

ที่อัมพวาแห่งนี้ มีเสน่ห์ในตัวเองเนื่องจากอยู่แบบพอเพียง นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นๆ จึงทำให้ตลาดน้ำอัมพวาโด่งดังไปอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากตลาดน้ำยามเย็นที่มีของอร่อยๆ ให้เลือกมากมายหลายอย่างแล้วยังมีวิถีชีวิตริมคลอง บ้านเรือนที่เก่าแก่นับร้อยปี มีวัฒนธรรมที่สวยงาม อีกทั้งมีโบสถ์เก่าแก่ที่เป็นสถานที่สำคัญของไทยอีกด้วย
สวนสาธารณะและอุทยาน (Park & National Park)
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย - อุทยาน ร.2 อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
อุทยาน ร.2
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลปะวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม เป็นผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย มีทั้งหมด 11ไร่ ซึ่งที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอาคารทรงไทย 4 หลัง จัดแสดงศิลปะวัตถุในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ความเป็นอยู่ของชาวไทยในสมัย ร.2 มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้หอกลางประดิษฐาน พระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และโบราณวัตถุหอนอนชาย แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทย หอนอนหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงโบราณชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณห้องครัว และห้องน้ำ แสดงลักษณะครัวไทยและห้องน้ำของชนชั้นกลาง นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้ง สวนพฤกษชาติ เป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิด และร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและผลไม้ตั้งอยู่บริเวณลานจอดรถและ บริเวณแม่น้ำท้ายอุทยานฯการเดินทางไปอุทยานฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 35 ถึงกิโลเมตรที่ 63 เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 325 เข้าจังหวัดสมุทรสงคราม 6 กิโลเมตร ถึงบริเวณอุทยานฯ (มีป้ายบอกตลอดทาง) จากตัวเมืองมีรถประจำทางสาย บางมูลนากผ่าน ขึ้นได้ที่ตลาดเทศบาลเมือง อุทยานฯเปิดให้ชมทุกวันเวลา 09.00-8.00 น. พิพิธภัณฑ์ จะเปิดตั้งแต่วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (Natural Attractions)
ดอนหอยหลอด
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นสันดอนปากน้ำแม่กลอง ที่เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย (ชาวบ้าน เรียกทรายขี้เป็ด) มีอาณาบริเวณกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร มี 2 แห่ง คือ ดอนนอกอยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ ส่วนดอนในอยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และที่ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนนี้มีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง และโดยเฉพาะหอยหลอดมีมากที่สุด หอยหลอดเป็นหอยชนิด 2 ฝา ตัวสีขาวขุ่นมีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟฝังตัวอยู่ในทราย การจับหอย หลอดจะใช้ไม้เล็กๆ ขนาดก้านธูปจุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ดอนหอยหลอดนี้ ในเวลาน้ำมากจะถูกน้ำท่วม และในช่วงเวลาน้ำน้อยขณะน้ำลงจะสามารถไป เที่ยวชมทัศนียภาพได้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชมดอนหอยหลอด คือ ระยะเวลาเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ของทุกปี ที่บริเวณใกล้เคียงดอนหอยหลอดคือ หมู่บ้านฉู่ฉี่นี้ เป็นที่ตั้งศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และมีร้านอาหาร ร้านขายสินค้าพื้นเมือง เช่น หอยหลอดแห้ง อาหารทะเลสด น้ำปลา กะปิคลองโคน น้ำตาลปึก น้ำตาลสด ฯลฯ มีจำหน่ายอยู่หลายร้าน สถานที่จอด รถสะดวกกับการเดินทางไปดอนหอยหลอด
กิจกรรม (Activity)
เที่ยวชมทางน้ำ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
การนั่งเรือชมทัศนียภาพโดยเริ่มจากตัวเมืองสมุทรสงคราม ชมริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองไปเรื่อยๆ สองฝั่งแม่น้ำจะเป็นสวนมะพร้าวและยังมีบ้านแบบโบราณ ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบันนี้ นอกจากสวนมะพร้าว ยังมีสวนลิ้นจี่ซึ่งปลูกกันมากในบริเวณ ตำบลแควอ้อม และตำบลเมืองใหม่ เขตติดต่อระหว่างอำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที ในทุกๆ ปีประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะมีการประกวดลิ้นจี่เป็นประจำ จากอำเภออัมพวาผ่านไปถึงอำเภอบางคนที แล้วสิ้นสุดที่ปากคลองบางนกแขวก ทางขวามือมีโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมองเห็นแต่ไกล สามารถที่จะแวะชมได้
บ้านดนตรี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยใช้อาคารโรงเรียนเป็นที่ทำการสอนดนตรีไทย ด้วยสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสงครามเล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์สืบทอดให้ลูกหลานชาวสมุทรสงครามได้ภาคภูมิใจ จึงได้รวบรวมนักดนตรีไทยรุ่นเก่าๆที่สมัครใจให้อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดความเป็นเมืองแห่งดนตรีไทยไว้สืบชั่วลูกหลาน เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา สอนทั้งในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และวันเสาร์-อาทิตย์
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ (Other Attractions)
บ้านเบญจรงค์บางช้าง
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
อยู่บนถนนสมุทรสงคราม-บางแพ ไม่ไกลจากตลาดน้ำอัมพวา เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ที่มีความงดงาม แสดงถึงฝีมืออันปราณีต และศิลปไทยอันงดงาม เหมาะแก่การซื้อหาเป็นของใช้ ของแต่งบ้านและของฝาก อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมกรรม วิธีการผลิตถ้วยชามเบญจรงค์ดังกล่าวได้
บ้านแมวไทยโบราณ
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
ตั้งอยู่เลขที่ 2/1 หมู่ 7 ตำบลแควอ้อมเป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณ บ้านแมวไทยโบราณเกิดจากการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทยเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทย เป็นสมบัติของชาติตลอดไปและเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง คุณปรีชา พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทยโบราณเล่าให้ฟังว่า "เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ สมัยนั้นผมยังเด็กไม่ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมาเรื่อยๆ แมววิเชียรมาศไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยมเลี้ยงแมวมากขึ้น ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้ เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด ช่างประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา" แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท ศุภลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่าง ๆ การเดินทางสามารถไปได้โดยไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3062 ข้ามคลองประชาชมชื่น ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่จะเห็นป้ายบ้านแมวไทย

บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่น่าสนใจเหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เรื่องแมวไทยพันธุ์แท้ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3473 3284, 0 8400 3419-4
ออร์คิดฟาร์ม
สถานที่ตั้ง : อำเภออัมพวา
ตั้งอยู่ริมถนนสมุทรสงคราม-บางแพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสวนกล้วยไม้และสวนผีเสื้อที่สวยงาม ให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายของที่ระลึกและของฝากมากมาย เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-11.00 น.
ศิลปะการทำซออู้ บ้านพญาซอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคนที
ซอเป็นเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลาง บ้านพญาซอเป็นบ้านช่างซออู้ ที่นำศิลปะการเล่นดนตรีไทยมาผนวกกับการแกะสลักซอเป็นลวดลายที่งดงาม โดยการนำผลมะพร้าวที่ใช้ทำซอซึ่งมีลักษณะพิเศษ มาแกะสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายตัวละคร ลายพุดตาน ลายนามย่อ ลายนามปีนักษัตรเช่น ชวด ฉลู ปัจจุบันหาชมศิลปะการแกะสลักเช่นนี้ได้ยาก นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถชมศิลปะการแกะสลักซอและเรียนรู้การใช้ซอได้ที่ บ้านคุณสมพร เกตุแก้ว เลขที่ 43 หมู่ 5 ตำบลบางพรหม อำเภอบางคนที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3476 1949, 0 8174 2178-6
เตาตาล
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางคนที
เป็นเตาทำน้ำตาลมะพร้าว ซึ่งในอำเภอบางคนทีมีเตาตาลอยู่หลายเตาด้วยกัน เตาขนาดเล็กส่วนใหญ่จะอยู่ตามบ้านสวน ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ค่อนข้างยาก แต่ก็มีเตาตาลขนาดใหญ่หลายเตาตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 325 ช่วงกิโลเมตรที่ 30 - 34 และยังมีการสาธิตขั้นตอนวิธีการทำน้ำตาลมะพร้าว จำหน่ายน้ำตาลมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร