สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา, ที่เที่ยวจังหวัดสงขลา

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา

โบราณสถานและประวัติศาสตร์ (Historical Sites)
ป้อมปืนปากน้ำแหลมทราย (Laem Sai Estuary Fortress)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ป้อมปืนปากน้ำแหลมทราย สร้างขึ้นโดยเจ้าพระยาวิเชียรคิรี (บุญสังข์ ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาระหว่าง พ.ศ. 2390 – 2402 เรียกว่า ป้อมรักษาขอบเขต เพื่อป้องกันเรือที่แล่นผ่านปากน้ำเข้ามา ลักษณะเป็นป้อมรูป 8 เหลี่ยมยกพื้นสูง ก่อด้วยอิฐและศิลา ขนาดกว้างยาว 20 เมตร มีช่องใบเสมาสำหรับวางกระบอกปืนใหญ่โดยรอบ จำนวน 30 กระบอก ซึ่งนำมาจากเมืองควนธานี จังหวัดตรัง เมืองสงขลา แหลมสน และที่อื่นๆ สามารถเข้าชมได้ทุกวันโดยจอดรถในกองบังคับการตำรวจภูธร

การเดินทาง :
ป้อมปืนปากน้ำแหลมทราย ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา อยู่ใกล้ปากน้ำสงขลา บริเวณหลังกองบังคับการตำรวจภูธร
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง (Historical Tunnel, Nam Khang Mountain)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง

อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง เป็นอุโมงค์ดินเหนียวมีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย ขุดด้วยกำลังคน ใช้เวลาประมาณ 2 ปี ภายในแบ่งเป็น 3 ช่องทาง ลึก 3 ชั้น อุโมงค์แห่งนี้สามารถรองรับผู้คนได้ประมาณ 200 คน และภายในอุโมงค์แบ่งเป็นห้องๆ เช่น ห้องประชุม ห้องพยาบาล ห้องวิทยุ ห้องครัว สนามซ้อมยิงปืน เป็นต้น ด้านหน้าก่อนเดินเข้าไปชมภายในอุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง จะมีนิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมา ข้อมูลและภาพถ่ายให้ได้ชมกัน ซึ่งบริเวณอุโมงค์ในอดีตเป็นหมู่บ้านคอมมิวนิสต์ หลังจากการสู้รบกับฝ่ายรัฐบาลเกือบ 40 ปี พรรคคอมมิวนิสต์ได้ประกาศยุติการต่อสู้ และเข้าร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเมื่อปี พ.ศ. 2530

การเดินทาง :
อุโมงค์ประวัติศาสตร์เขาน้ำค้าง ตั้งอยู่บริเวณเขาน้ำค้าง หมู่ 1 ตำบลคลองกวาง ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ หรือ หมู่บ้านปิยมิตร 5 ประมาณ 4 กิโลเมตร ถนนเป็นทางลาดยางเดินทางสะดวก สองข้างทางเป็นป่าที่ยังสมบูรณ์

เส้นทางที่ 1 จากอำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลาไปตามถนนสายสงขลา-นาทวีถึงแยกป่าชิงอำเภอจะนะ ระยะทาง 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาผ่านแยกเข้าอำเภอจะนะถึงอำเภอนาทวี ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากอำเภอนาทวี ผ่านสามแยกบ้านสะท้อน บ้านนาปรัง ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ระยะทาง 27 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 86 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 จากอำเภอหาดใหญ่ไปทางแยกคลองหวะตามถนนสายหาดใหญ่-สะเดา ถึงอำเภอสะเดา ระยะทาง 57 กิโลเมตร จากอำเภอสะเดา ผ่านบ้านม่วง บ้านเกาะหมี ตำบลสำนักแต้ว ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ระยะทาง 27 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 84 กิโลเมตร
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 2628 6300-9
ชุมชนโบราณสทิงพระ (Sating Phra Ancient Community)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
ชุมชนโบราณสทิงพระเป็นชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ในภาคใต้ เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยชุมชนเกษตรกรรม ทำการค้า ทั้งทางเรือและทางบก ยุคแรกๆ รับอิทธิพลจากอินเดียและจีน ตั้งอยู่ห่างจากอ่าวไทย 500 เมตร และห่างจากทะเลสาบสงขลา 3,500 เมตร มีการขุดค้นพบซากโบราณสถานที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบอิฐประกอบหิน และยังขุดพบเศษภาชนะดินเผาปะปนอยู่มากมาย มีทั้งภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดาของพื้นเมือง ที่มีการตกแต่งผิวด้วยตัวอักษรโบราณ คือปัลลวะบนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งของจีนสมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161 - 1451 และภาชนะดินเผาสีเขียวไข่กาของอันนัม ซึ่งเป็นภาชนะดินเผาร่วมสมัยราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 1503 - 1822) และราชวงศ์หยวน (พ.ศ. 1822 - 1911)

การเดินทาง :
จากตัวจังหวัดสงขลา ใช้ทางหลวงหมายเลข 408 ประมาณ 36 กิโลเมตร
ศาสนสถาน (Religious Sites)
ศาลหลักเมืองสงขลา (Songkhla's City Pillar)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ศาลหลักเมืองสงขลา
ศาลหลักเมืองสงขลา

ศาลหลักเมืองสงขลา สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเมืองสงขลา สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เจ้าเมืองสงขลา ทำพิธีฝังหลักเมือง เมื่อ พ.ศ. 2385 ลักษณะเป็นอาคารรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบเก๋งจีน จำนวน 3 หลัง โดยศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสงขลา อย่างมาก นอกจากนี้ บริเวณศาลหลักเมืองยังมีศาลเจ้าเสื้อเมือง ศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาลเจ้าล่ำเล้งเตียน กวนแตกุ้น ด้านหลังเป็นที่ตั้งสมาคมฮกเกี้ยน และโรงเรียนสงขลามูลนิธิ

การเดินทาง :
ศาลหลักเมืองสงขลา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ตำหนักพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม (Chao Mae Kuan Im)
สถานที่ตั้ง: อำเภอนาทวี
ตำหนักพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ กวนอิมพันมือ ที่ทั้งชาวสงขลา และ ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ให้ความเคารพนับถือ ภายในตำหนักมีเสามังกรทำจากไม้ตะเคียนทั้งต้นและมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ให้ผู้มี จิตศรัทธา ได้มากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

การเดินทาง :
ตำหนักพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี
พระตำหนักและพระราชวัง (Palace)
ตำหนักเขาน้อย (Khao Noi Palace)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง ตำหนักเขาน้อย
ตำหนักเขาน้อย

ตำหนักเขาน้อยประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อปี 2537 จากกรมศิลปากร ซึ่งตำหนักเขาน้อยสร้างขึ้นเพื่อที่จะเป็นที่ประทับของนายพลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เมื่อครั้งเสด็จมาดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ก่อนที่จะเป็นสมเด็จอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ พระตำหนักฯแห่งนี้ เคยถูกใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสงขลา เมื่อปี 2458 และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ ในคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดภาคใต้ ในปี พ.ศ. 2502 อีกทั้งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ลี้ภัยทางการเมืองภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของ พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เช่น พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีอีกด้วย ปัจจุบันพระตำหนักฯ ได้ถูกใช้เป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
อนุสาวรีย์ (Monument)
อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (Prince of Chumphon Shrine)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อยู่บริเวณปลายแหลมสนอ่อน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแหลมสมิหลา ร่มรื่นด้วยทิวทัศน์ทะเลสาบสงขลาได้สวยงาม กองทัพเรือ ร่วมกับ ชาวจังหวัดสงขลา และกลุ่มอาสาป้องกันชาติในทะเลจังหวัดสงขลา พร้อมใจกันสร้างพระอนุเสาวรีย์นี้เพื่อเป็นที่เคารพสักการะ จึงมักได้ยินเสียงจุดประทัดเพื่อแก้บนอยู่เป็นระยะๆ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 บริเวณด้านหน้าอนุสาวรีย์ติดกับทะเล มีกำแพงและป้อมปืนใหญ่จำลอง และกันพื้นที่ไว้เป็นเขตอภัยทาน

การเดินทาง :
อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

อนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (Prince of Lopburi Ramesaun Shrine)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง อนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
อนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์

อนุสาวรีย์พลเอก กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ประดิษฐานอยู่บนเขาน้อย ชาวสงขลาร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างขึ้นด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม-มกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2538

การเดินทาง :
อนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ตั้งอยู่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (The memorial statue of King Rama VI)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ประดิษฐานอยู่ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความกตัญญูกตเวที และเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน

การเดินทาง :
อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

อนุสาวรีย์กรมหลวงสงขลานครินทร์ (Prince of Song Kha Nakarin Shrine)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
อนุสาวรีย์กรมหลวงสงขลานครินทร์ หรือ อนุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร-อดุลยเดชวิกรม (สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าถวายความกตัญญูกตเวที และเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณให้ไพศาล เป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่นหลังได้เจริญตามรอยพระยุคลบาทสืบไป

การเดินทาง :
อนุสาวรีย์กรมหลวงสงขลานครินทร์ ตั้งอยู่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (The memorial statue of King Rama VI)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายเสนาณรงค์ (มณฑลทหารบกที่ 42) สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าถวายความกตัญญูกตเวที และรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อประเทศชาติ และปวงชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทุกปี วันที่ 23 ตุลาคม จะมีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ

การเดินทาง :
อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

พิพิธภัณฑ์ (Museums)
สถาบันทักษิณคดีศึกษา (Institute for Southern Thai Studies) สถาบันทักษิณคดีศึกษา
สถาบันทักษิณคดีศึกษา

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นสถานที่เรียนรู้วัฒนธรรมภาคใต้ในเชิงลึก ครอบคลุมพื้นที่ ทั้งหมด 23 ไร่ ตัวอาคารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้ แบ่งออกเป็น 4 อาคาร ซึ่งสถาบันแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 แต่ละอาคารแบ่งเป็นห้อง อาทิเช่น ห้องแสดงวิถีชีวิตชาวใต้ เช่น การแสดงการละเล่นและของเล่นเด็ก เช่น การเล่นซัดราว การเล่นว่าว ลูกข่าง ห้องแสดงกระต่ายขูดมะพร้าวรูปทรงต่างๆ ที่มีรูปแบบหาชมได้ยาก ห้องแสดงการละเล่นพื้นเมือง เช่น หนังตะลุง โนราห์ ลิเกป่า ห้องแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ โบราณวัตถุที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนท้องถิ่น เครื่องประดับศาสตราวุธที่ใช้กันในภาคใต้ เช่น กริช มีดชายธง มีดหางไก่ การแสดงผ้าทอพื้นเมือง เช่น ผ้าทอพุมเรียง ผ้าทอปัตตานี ห้องแสดงประเพณีการบวช ห้องแสดงการรักษาพยาบาลแบบโบราณ นอกจากนี้สถาบันฯ มีห้องพักไว้บริการนักท่องเที่ยว ห้องสัมมนา และร้านขายสินค้าพื้นเมือง เช่น หัตถกรรมกระจูด หัตถกรรมปาหนัน หัตถกรรมย่านลิเพา ผ้าทอเกาะยอ ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว เครื่องเงิน เป็นต้น อีกทั้งจุดชมวิวของสถาบันฯ แห่งนี้ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบสงขลา

การเดินทาง :
สถาบันทักษิณคดีศึกษา ตั้งอยู่บ้านอ่าวทราย ตำบลเกาะยอ บริเวณใกล้เชิงสะพานติณสูลานนท์ช่วงที่ 2
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท
คนต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท
(ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7433 1184-9
พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ หรือ พะธำมะรง (Phathammarong Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ เป็นพิพิธภัณฑ์ฯที่ปรับเปลี่ยนมาจากบ้านของตระกูลติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นบ้านพักเดิมของรองอำมาตย์โทขุนวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) บิดาของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ฯ พิพิธภัณฑ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบเรือนไทยยกพื้นชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา 2 หลังคู่ มีชานเปิดโล่งเชื่อมถึงกันสร้างขึ้นเพื่อจำลองสถานที่เกิดของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษซึ่งเป็นชาวจังหวัดสงขลา ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของครอบครัวติณสูลานนท์ในอดีต รวมทั้งประวัติตระกูล ซึ่งปัจจุบันเทศบาลนครสงขลาเป็นผู้รับผิดชอบและพัฒนาให้เป็นศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว

การเดินทาง :
พิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ ตั้งอยู่ถนนจะนะ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7423 1055, 0 7423 8518, 0 7424 3747
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา (Songkhla National Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลานับเป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่มีความสวยงามมาก อาคารภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนอายุกว่า 100 ปี ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2516 จากกรมศิลปากร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัตถุภาคใต้ตอนล่าง และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ชาติพันธุ์วิทยา ศิลปะจีน ศิลปะพื้นบ้านพื้นเมือง ผ่านวัตถุโบราณเก่าแก่ที่น่าสนใจมากมาย เช่น บานประตูไม้เดิมของจวน อันเป็นศิลปะพุทธศตวรรษที่ 24 ทำด้วยไม้จำหลักเขียนสี และประดับมุกฝีมือช่างชาวจีนชั้นครู แสดงออกถึงคตินิยมในธรรมเนียมประเพณีวรรณคดีศาสนาตามแบบจีนที่วิจิตรงดงาม รวมทั้งโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ได้จากแหล่งโบราณคดีจากบ้านเชียงและกาญจนบุรี นอกจากนี้ ยังจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุเกี่ยวกับตระกูล ณ สงขลา ซึ่งเป็นตระกูลเจ้าเมืองสงขลาในอดีตด้วย

การเดินทาง :
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสงขลา ตั้งอยู่ที่ถนนวิเชียรชม อยู่ตรงข้ามกำแพงเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
เปิดให้เข้าชม : วันพุธ - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น.
อัตราค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท
คนต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท
(ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7433 1184-9
สวนสาธารณะและอุทยาน (Park & National Park)
สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ หรือ สวนป๋าเปรม (Pa Prem Garden)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

สวนประวัติศาสตร์พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนชาวสงขลา และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 15 ปี บนเนื้อที่ 150 ไร่ เพื่อเชิดชูเกียรติในคุณความดีของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ภายในสวนประวัติศาสตร์พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้แบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมตามความสนใจเฉพาะตัว ได้แก่

บริเวณที่ 1 คือหอประวัติ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อเชิดชูเกียรติคุณความดีของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

บริเวณที่ 2 ประกอบด้วยสวนสาธารณะ ประติมากรรมกลางแจ้ง สวนพฤกษศาสตร์ สวนตาลโตนด แหล่งน้ำกลางสวน เวทีเปิดอัฒจันทร์ธรรมชาติ ลานวัฒนธรรมกลางแจ้ง ศูนย์จำหน่ายเครื่องดื่ม อาคารบริการท่าเทียบเรือ และศูนย์บริการท่องเที่ยวทางน้ำ

บริเวณที่ 3 ประกอบด้วยศูนย์บริการการเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน ที่มีสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติชีวภาพป่าชายเลน (Walk way) ความยาว 800 เมตร มีศาลานิทรรศการ 4 ศาลา เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน มีลานพักแรม (Camping) สำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ตลอดจนศูนย์ฝึกอบรม (ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาค 11) อาคารบ้านพักพนักงานและเรือนเพาะชำ

การเดินทาง :
สวนประวัติศาสตร์พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ตั้งอยู่ ริมทางหลวงหมายเลข 408 เชิงสะพานเชื่อมเกาะยอ
เปิดให้เข้าชม : สวนประวัติศาสตร์ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05:00 - 20:00 น.
หอประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปิดวันพุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09:30 - 16:30 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7433 0267-8
อุทยานนกน้ำคูขุด (Khu Khut Water Fowl Park)
อุทยานนกน้ำคูขุด
อุทยานนกน้ำคูขุด

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อุทยานนกน้ำคูขุด ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง โดยรวมประมาณ 227,916 ไร่ ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของทะเลสาบสงขลาแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2519 จากการสำรวจของกรมป่าไม้พบว่ามีนก 44 วงศ์ 137 สกุล 219 ชนิด โดยบริเวณที่จะชมนก คือ เกาะโคบ และท่าหิน ซึ่งนั่งเรือไปประมาณ 1 ชั่วโมง และช่วงเวลาที่เหมาะดูนกอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มีนาคมของทุกปี นอกจากนี้บริเวณเขตห้ามล่าฯ ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม รวมทั้งมีร้านอาหาร บ้านพักบรรยากาศดีให้บริการนักท่องเที่ยว บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีเรือบริการนำชมนก ค่าบริการชั่วโมงละ 200 บาท เรือนั่งได้ 6 คน อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ จำนวน 4 ห้อง ห้องละ 200 บาท

การเดินทาง :
อุทยานนกน้ำคูขุด ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลคูขุด ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา 55 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4083 มีถนนแยกจากทางหลวงเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร สามารถนั่งรถโดยสารสายนครศรีธรรมราช-หาดใหญ่ หรืออำเภอระโนด-หาดใหญ่ แล้วลงรถที่หน้าอำเภอสทิงพระ และต่อรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปยังอุทยานฯ
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7439 7042
สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหาดใหญ่ (Hat Yai City Municipality Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหาดใหญ่
สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหาดใหญ่

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับ ลักษณะพื้นที่รายล้อมด้วยภูเขา มีสระน้ำ หอดูดาว หอศิลป์เฉลิมพระเกียรติ ไอซ์โดม กระเช้าไฟฟ้า สำหรับชมทิวทัศน์เมืองหาดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 4 สถานี แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เริ่มต้นจากสถานีที่ 3 บริเวณพระพุทธมงคลมหาราช ไปยังสถานีที่ 4 บริเวณท้าวมหาพรหม และระยะที่ 2 เริ่มต้นจากสถานีที่ 1 บริเวณสนามเด็กเล่น ไปยังสถานีที่ 2 บริเวณพระโพธิสัตว์กวนอิม และไปยังสถานีที่ 3 ใช้เวลาในการเดินทางเร็วที่สุด 2 นาที นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินร่วมสมัยทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ เป็นสถานที่จัดงานรื่นเริงต่างๆ เช่น งานประเพณีสงกรานต์ เทศกาลโคมไฟสีสันเมืองใต้ เป็นต้น

การเดินทาง :
สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหาดใหญ่ ตั้งอยู่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7433 0267-8
อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง (Khao Nam Khang National Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนาทวี อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง
อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง

อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง มีสภาพป่าและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา ซึ่งมีการสำรวจพบสัตว์ป่าหลายชนิด ได้แก่ หมูป่า หมี เก้ง เลียงผา ลิงหางสั้น ชะนี สมเสร็จ เสือดำ กระจง อีเห็น เต่า ตะกวด และนกนานาชนิด เช่น นกเงือก นกหว้า ไก่ฟ้า นกกระทาดง นกยูง นกขุนทอง นกกางเขน เป็นต้น นอกจากนี้ ที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติศึกษาระบบนิเวศน์ บ้านพักและสถานที่กางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว

จุดที่น่าสนใจ ในการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง คือ ฤดูกาลเหมาะสม ในการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง
สภาพภูมิอากาศของอุทยานฯ ค่อนข้างมีฝนตกชุก ได้รับมรสุมทั้งปี มีฤดูฝนอันยาวนานและ ฝนตกกระจายตลอดทั้งปี ฤดูฝนอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคม-มกราคม และฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

การเดินทาง :
อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ตั้งอยู่ที่อำเภอนาทวีและอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา สามารถเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ได้สองเส้นทาง ได้แก่
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7437 1010
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี (San Kala Khiri National Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสะบ้าย้อย อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี

อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ถือกำเนิดขึ้นจาก นายสมภพ สุขวงศ์ ได้บินตรวจสภาพพื้นที่ป่าในท้องที่จังหวัดสงขลา และเล็งเห็นว่าพื้นที่ป่าของ เทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเทพาที่มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในท้อง ที่อำเภอสะบ้าย้อยและอำเภอใกล้เคียง จึงได้จัดตั้งให้ผืนป่าแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อที่จะอนุรักษ์ป่าผืนนี้ให้คงอยู่ตลอดไป เทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นภูเขาที่สลับซับซ้อน เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ผืนป่าผืนนี้ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิดที่น่าสนใจ ประกอบกับมีจุดเด่นของธรรมชาติที่สวยงาม เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเทพา

จุดที่น่าสนใจ ในการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี คือ
อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี มีสภาพผืนป่าเป็นป่าดิบชื้น มีเรือนยอดของต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญและมีค่าหายากหลายชนิด อาทิเช่น หลุมพอ ไข่เขียว สยา ตะแบก เสียดช่อ ตังหน ตะเคียน แคหิน กฤษณา เป็นต้น สัตว์ป่าส่วนใหญ่ที่พบเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก นก สัตว์เลื้อยคลาน แมลง และสัตว์ป่าที่มีค่าหายากต่างๆ เช่น สมเสร็จ กระทิง เสือโคร่ง เสือปลา กระจง เก้ง เลียงผา ไก่ป่า นกกางเขนดง นกเงือกกรามช้าง นกเงือกกรามช้างปากเรียบ นกแก็ก นกเงือกหัวแรด นกกก เป็นต้น

ฤดูกาลเหมาะสม ในการมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี
สภาพภูมิอากาศได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงทำให้ฝนตกชุก มีฤดูฝนยาวนานระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนมกราคม และฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เดือนเมษายน

สถานที่ท่องเที่ยว
ถ้ำกระดูก - อยู่ห่างจากบ้านซ๊หุย ประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในเป็นลานกว้างคล้ายห้องโถงใหญ่ จุคนได้ราว 50 คน และถ้ำนี้เคยเป็นที่เก็บกระดูกของคนในยุคนั้น

ถ้ำผึ้ง - ลักษณะเป็นถ้ำหินปูนที่มีความงามตามธรรมชาติ ในทุกๆ ปี จะมีผึ้งมาทำรังบริเวณชะง่อนผาด้านบนของถ้ำเป็นจำนวนมาก ประกอบกับทัศนียภาพโดยรอบมีความร่มรื่น

คลองเทพา (Klong Tapa) - เป็นลำน้ำสายสำคัญของจังหวัดสงขลา มีต้นน้ำอยู่ในผืนป่าของอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปอีก 17 กิโลเมตร ถึงบ้านบาโหย จากนั้นต้องเดินผ่านป่าทึบเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงแม่น้ำเทพา ซึ่งสองฝั่งน้ำเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ร่มรื่นมากระหว่างเส้นทางจากบ้านถ้ำตลอดจนถึงบ้านบาโหย จะผ่านไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยป่าดงดิบชื้นหนาแน่น

วัดถ้ำตลอด (Wat Tam Talod)

สิ่งอำนวยความสะดวก
ที่พัก - ลานกางเต็นท์ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี

การเดินทาง :
การเดินทางไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี สามารถเดินทางโดยรถยนต์ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 (สงขลา-ปัตตานี) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4085 ผ่านอำเภอเทพา ถึงอำเภอสะบ้าย้อย จากอำเภอสะบ้าย้อยไปตามเส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4095 ผ่านบ้านเขาแดงจนถึงบ้านถ้ำตลอด แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7432 9644-5
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (Natural Attractions)
เขาเก้าเส้ง (Khao Kao Seng)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง เขาเก้าเส้ง
เขาเก้าเส้ง

เขาเก้าเส้งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดเขาเก้าแสน ตามตำนานของเขาเก้าเส้งหรือที่เรียกกันในภาษาพื้นเมืองว่า "หัวนายแรง" เล่าว่า เมื่อครั้งนั้นทางเมืองนครศรีธรรมราชกำหนดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์ และจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โต บรรดา 12 หัวเมืองปักษ์ใต้ต่างก็ต้องการนำเงินทองไปบรรจุในพระบรมธาตุ เมืองที่นายแรงเป็นเจ้าเมืองก็เป็นเมืองขึ้นนครศรีธรรมราชด้วย ประกอบกับนายแรงมีความศรัทธาในพุทธศาสนา จึงขนเงินทองเป็นจำนวนมากถึงเก้าแสนบรรทุกเรือสำเภา พร้อมด้วยไพร่พลออกเดินทางไปเมืองนครศรีธรรมราช ขณะกำลังเดินทางเรือสำเภาถูกคลื่นลมซัดทำให้เรือชำรุด จึงต้องเข้าจอดเรือที่ชายฝั่งแห่งหนึ่งเพื่อซ่อมแซมเรือ พอได้ทราบข่าวว่าทางเมืองนครศรีธรรมราชได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเสร็จแล้ว นายแรงเสียใจมากจึงกลั้นใจตาย แต่ก่อนที่นายแรงจะเสียชีวิตได้สั่งให้ไพร่พลขนเงินทองบรรจุไว้บนยอดเขาลูกหนึ่ง และสั่งให้ลูกเรือตัดหัวของตนไปวางไว้ที่ยอดเขา ซึ่งเขาลูกนี้ภายหลังเรียกว่า "เขาเก้าแสน" และเรียกเพี้ยนไปเป็น "เก้าเส้ง" โดยมีก้อนหินปิดทับบนยอดเขาเรียกว่า "หัวนายแรง" ชาวบ้านเชื่อว่าดวงวิญญานของนายแรงยังเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์มาจนทุกวันนี้

การเดินทาง :
จากหาดสมิหลา ก่อนถึงตลาดเก้าเส้ง ให้ใช้เส้นทางเข้าไปยังสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จะมีป้ายบอกทางไปยังวัดเขาเก้าแสน

เขาตังกวน (Khao Tang Kuan)
เขาตังกวน
เขาตังกวน

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เขาตังกวนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวจังหวัดสงขลา ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา คือพระธาตุเจดีย์หลวง และมีจุดชมวิวซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในจังหวัดสงขลา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมวิว ได้แบบ 360 องศา รอบตัวเมืองสงขลา นอกจากนี้เขาตังกวนยังมีโบราณสำคัญ ได้แก่ ศาลาพระวิหารแดง ประภาคาร และประภาคารฟารอสจำลอง อีกทั้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะบูชา ดังนี้ หลวงปู่ทวด พระสยามเทวาธิราช พระพรหม 4 หน้า รัชกาลที่ 5 องค์พระพุทธชินราช สมเด็จพระพุฒาจารย์โต และพระปรมาจารย์ทองเฒ่า เขาตังกวนเป็นเนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ฟุต และในเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีพิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์ ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว

การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาตังกวน มี 2 วิธี คือ :
การเดินทาง :
เขาตังกวนตั้งอยู่ในตัวเมืองสงขลาใกล้กับหาดสมิหลา สามารถนั่งรถโดยสารแดง หรือรถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์ ที่ให้บริการอยู่ในตัวเมือง
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 19:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7431 6330
ทะเลสาบสงขลา (Songkhla Lake)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ทะเลสาบสงขลา
ทะเลสาบสงขลา

ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราช ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบแบบลากูน ซึ่งเกิดจากน้ำจืดจากลำคลองหลายสาย น้ำจากแผ่นดินก่อนที่จะไหลสู่อ่าวไทยและน้ำเค็มจากทะเลมาผสมกัน ด้วยเหตุนี้ความเค็มของน้ำในทะเลสาบจึงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ความแตกต่างระหว่างบริเวณต่างๆ การผสมของน้ำจืดและน้ำเค็มจึงแตกต่างกัน จึงมีการกล่าวขานกันว่า ทะเลสาบสงขลาเป็น "ทะเลสาบสามน้ำ" คือ มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ภายในทะเลสาบสงขลามีเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะสี่ เกาะห้า เกาะหมาก เกาะนางคำและเกาะยอ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเที่ยวตามเกาะต่างๆ และชมวิถีชีวิตชาวบ้านรอบๆทะเลสาบได้ ในบริเวณแหลมสนอ่อน

น้ำตกโตนงาช้าง (Tone Nga Chang Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่ น้ำตกโตนงาช้างได้ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในภาคใต้ ตั้งอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ประกอบด้วยน้ำตก 7 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 โตนบ้า ชั้นที่ 2 โตนปลิว ชั้นที่ 3 โตนงาช้าง ชั้นที่ 4 โตนดำ ชั้นที่ 5 โตนน้ำปล่อย ชั้นที่ 6 โตนฤๅษีคอยบ่อ และชั้นที่ 7 โตนเหม็ดชุน ซึ่งการเดินให้ครบทุกชั้นของน้ำตกนั้นต้องเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร จึงขอแนะนำชั้นที่ 2 จะเหมาะแก่การเล่นน้ำเพราะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ส่วนชั้นที่ห้ามพลาดคือชั้นที่ 3 ซึ่งมีสายน้ำตกแยกออกมา ลักษณะคล้ายงาช้าง อันเป็นที่มาของคำว่า โตนงาช้าง ซึ่งหมายถึง น้ำตกรูปงาช้างนั่นเอง และตั้งแต่ชั้น 4 เป็นต้นไปทางจะชันมากขึ้นนักท่องเที่ยวต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินขึ้นน้ำตกมากขึ้น

การเดินทาง :
โดยทางรถยนต์ เริ่มจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปตามถนนเพชรเกษม หาดใหญ่ - รัตภูมิ ถึงกิโลเมตรที่ 13 แยกซ้ายเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง 13 กิโลเมตร ถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง รวมระยะทางหาดใหญ่ถึง สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง 26 กิโลเมตร

น้ำตกโตนหญ้าปล้อง (Tone Ya Pong Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
น้ำตกโตนหญ้าปล้องเป็นน้ำตกขนาดปานกลางและตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหาดใหญ่ รอบๆ น้ำตกโตนหญ้าปล้องยังคงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไม้ป่านานาพันธุ์และแมลงหลากหลายชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และต้องการหลีกหนี ความวุ่นวายในเมือง ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือน มกราคม-มีนาคม และช่วงเดือน มิถุนายน-กันยายน ของทุกปี

การเดินทาง :
จากหาดใหญ่มาทางถนนกาญจนวนิช (สายหาดใหญ่-สงขลา สายเก่า) ถึงแยกไฟแดงน้ำน้อยเลี้ยวขวาเข้ามาทางถนนสายบ้านหัวนอนถนน-ทุ่งหวัง ประมาณ 2 กม. (เข้ามาทางโรงเรียนหาดใหญ่พิทยาคม) ก่อนถึงสะพานคอกช้าง มีทางแยกเลี้ยวขวาเป็นถนนลูกรังเข้าสู่น้ำตกโตนหญ้าปล้อง เป็นระยะทาง 1.7 กิโลเมตร

วนอุทยานควนเขาวัง (Kuan Khao Wang Forest Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
วนอุทยานควนเขาวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถนำเต็นท์มากางเพื่อพักแรมและรอชมความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่จุดชมวิวได้ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติจำนวน 2 เส้นทาง คือ ระยะทาง 800 เมตร และระยะทาง 1,500 เมตร เส้นทางดูนก 3 เส้นทาง คือ ระยะทาง 500 เมตร, 1,200 เมตร และ 2,000 เมตร

การเดินทาง :
ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (สายเก่า) จากอำเภอหาดใหญ่ – อำเภอ รัตภูมิ ถึง กม. ที่ 18 เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางถนนทางหลวงชนบท ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ถึงวนอุทยานควนเขาวัง

น้ำตกบริพัตร (Boriphat Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอรัตภูมิ น้ำตกบริพัตร
น้ำตกบริพัตร

น้ำตกบริพัตรเป็นน้ำตกที่เกิดจากเทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกที่ตกลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ กว่า 10 ชั้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินชื่นชมความสวยงามได้อย่างปลอดภัยตั้งแต่ชั้นล่างสุดจนถึงชั้น 5 ถัดจากนั้นขึ้นไป ต้องปีนป่ายใช้ความสามารถกันตามสมควร บริเวณชั้นล่างสุดจะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่เหมาะแก่การเล่นน้ำ ภายในน้ำตกมีต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นอยู่มากมายทำให้ที่นี่เย็นช่ำและร่มรื่นตลอดทั้งปี น้ำตกแห่งนี้ เดิมชื่อน้ำตกคลองลำเรียน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๙-๒๔๗๑ ปีใดยังไม่ปรากฏชัด จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้เสด็จเดินทางมาเกี่ยวกับราชการ จากจังหวัดสงขลาสู่จังหวัดสตูลได้และทรงพักผ่อนที่น้ำตก และได้ทรงจารึกพระนามไว้ที่หน้าผาของน้ำตกว่า "บริพัตร" น้ำตกคลองลำเรียนจึงได้ชื่อว่า น้ำตกบริพัตรตั้งแต่นั้นมา

การเดินทาง :
น้ำตกบริพัตร ห่างจากอำเภอเมือง 52 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 406 ระหว่างกิโลเมตรที่ 35-36 แยกจากปากทาง 800 เมตร

ถ้ำรูนกสัก (Roo Noksak Cave)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสะบ้าย้อย
ถ้ำรูนกสักเป็นถ้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา มีความยาวประมาณ 300 เมตร เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลผ่านกลางถ้ำ มีหินงอกหินย้อยรูปร่างลักษณะต่างๆ ดูสวยงามแปลกตา ในบางช่วงของถ้ำจะมืดและบางช่วงจะสว่างควรระมัดระวังในการเดินชมและ การเดินทางเที่ยวถ้ำแห่งนี้ต้องปีนป่ายซอกหินลาดชันเล็กน้อย แต่ไม่เหนื่อยมากนัก เพราะการเดินทางทุกย่างก้าวผ่านธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และงดงามยิ่ง

การเดินทาง :
ถ้ำรูนกสักตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลคูหา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อย ประมาณ 14 กิโลเมตร (ตามถนนสาย รพช. ต.สะบ้าย้อย-ต.เขาแดง) ระหว่างทางจะมีป้ายด้านขวามือแสดงเส้นทางเข้าไปยังถ้ำรูนกสัก
สวนสัตว์และสวนสนุก (Zoo & Amusement Park)
สวนสัตว์สงขลา (Songkhla Zoo)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง สวนสัตว์สงขลา
สวนสัตว์สงขลา

สวนสัตว์สงขลา ตั้งอยู่ ท่ามกลางขุนเขา และถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบสงขลา เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของภาคใต้ ภายในสวนสัตว์นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของสัตว์นานาชนิด สวนสัตว์สงขลา เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2541 นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองสงขลาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ไฮไลต์ในสวนสัตว์ โชว์น่าชม
ภายในสวนสัตว์ยังมีการแสดงวิถีชีวิตสัตว์ป่าให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ชม โดยมีตารางดังนี้ การเดินทาง :
สวนสัตว์สงขลา ตั้งอยู่ที่ ถนนสงขลา-นาทวี ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:30 น.
อัตราค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก 20 บาท
คนต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
(ราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ)
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7433 6038-40
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ (Other Attractions)
บ้านศรัทธา (Home of Faith)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
บ้านศรัทธาเป็นบ้านที่ชาวสงขลาพร้อมใจกันสร้างเพื่อมอบให้กับฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ต่อมาท่านได้มอบบ้านศรัทธานี้คืนให้กับชาวสงขลาเมื่อปี พ.ศ.2539 พร้อมกันนี้ทางจังหวัดสงขลาได้จัดสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลาขึ้น เพื่อเปิดเป็นที่ศึกษาค้นคว้า ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านศรัทธา และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2540 บ้านศรัทธาตั้งอยู่บนเนินเขา รายรอบด้วยสวนมะพร้าว สามารถมองเห็นทัศนียภาพถึงสะพานติณสูลานนท์ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร รวมทั้งทะเลสาบสงขลาและเกาะยอด้วย

การเดินทาง :
บ้านศรัทธา ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

สะพานติณสูลานนท์ (Tinnasulanon Bridge)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง และ อำเภอสิงหนคร สะพานติณสูลานนท์
สะพานติณสูลานนท์

สะพานติณสูลานนท์เป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 เชื่อมระหว่างทางหลวงหมายเลข 407 สายหาดใหญ่-สงขลา กับทางหลวงหมายเลข 4083 สายสงขลา-ระโนด โดยเป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาจากฝั่งบ้านน้ำกระจายผ่านเกาะยอ ไปฝั่งเขาเขียว เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมให้มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องรอ ข้ามแพขนานยนต์ บริเวณฝั่งหัวเขาแดง สะพานแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก เชื่อมระหว่างชายฝั่งอำเภอเมือง สงขลา บริเวณบ้านน้ำกระจาย กับชายฝั่งตอนใต้ของเกาะยอ ความยาวรวมเชิงสะพานทั้งสองด้าน ประมาณ 1,140 เมตร ช่วงที่ 2 เชื่อมระหว่างฝั่งด้านเหนือของเกาะยอกับฝั่งบ้านเขาเขียว ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 1,800 เมตร สะพานนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อ 26 มีนาคม 2527 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2529

การเดินทาง :
สะพานติณสูลานนท์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองสงขลา และอำเภอสิงหนคร สะพานแห่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 4083 (ระโนด-เขาแดง) กับทางหลวงหมายเลข 407 (สงขลา-หาดใหญ่)

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร