วัดในจังหวัดสงขลา, ข้อมูลวัดในจังหวัดสงขลา

วัดในจังหวัดสงขลา
วัด
วัดเกาะถ้ำ (Wat Koh Tham)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดเกาะถ้ำ ในอดีตมีชื่อว่า วัดสะพานยาว สร้างอยู่บริเวณที่เคยเป็นสนามรบของเมืองสงขลากับทัพข้าศึกสมัยก่อน พระยาวิเชียรคีรี เจ้าเมืองสงขลา ได้สร้างพระพุทธบาทจำลองบนหิน ประดิษฐานไว้บนเขาแล้วให้ย้ายวัดสะพานยาวมาสร้างบนเขา เปลี่ยนชื่อเป็น วัดเกาะถ้ำ ภายในวัดประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง 2 หลัง ศาลาพระนอน ศาลาสถูป ศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน หอสมุด โรงครัว และศาลาเก็บของเก่า เป็นต้น ปูชนียวัตถุและโบราณวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ รอยพระพุทธบาทจำลองบนหิน พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดยาว 8 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2500 และพระเจดีย์ภายในถ้ำ

การเดินทาง : วัดเกาะถ้ำ ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา
วัดเขาบ่อ (Wat Khao Bo)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดเขาบ่อ เดิมชื่อ วัดศาลาบ่อ ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มริมทะเล สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2477 ภายในวัดประกอบด้วย อุโบสถ กุฏิสงฆ์ 8 หลัง หอฉัน หอระฆัง ศาลาการเปรียญ เป็นต้น เป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และ รูปเคารพต่างๆ เช่น รูปเคารพพระศรีนิ ผู้สร้างวัด ศาลาจตุรมุขที่ประดิษฐานพระพรหม ศาลเจ้าพระอธิการกุหลาบ กาญจโนศาลา ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปช้างหินที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์นิยมมาลูบช้างเพื่อขอโชคลาภ พระโพธิสัตว์กวนอิม (เจ้าแม่กวนอิม) และพระสังกัจจายน์ เป็นต้น

การเดินทาง : วัดเขาบ่อ ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา
วัดชัยมงคล (Wat Chai Mongkhl)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดชัยมงคล เป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดที่เก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด ซึ่งวัดนี้สร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดเพชรมงคล เป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา เป็นที่เคารพสักการะ ของชาวจังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ที่วัดมีองค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ภายในอีกด้วย วัดชัยมงคล เดิมมีชื่อว่า “วัดโคกเสม็ด” เพราะตั้งอยู่บนเนินทรายที่มีต้นเสม็ดอยู่จำนวนมาก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดชัยมงคล”

การเดินทาง : วัดชัยมงคล ตั้งอยู่บนถนนเพชรมงคล-ชัยมงคล ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
วัดโพธิ์ปฐมาวาส (Wat Pho Pathamawas)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดโพธิ์ปฐมาวาส สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในบริเวณที่ตั้งวัด เดิมเรียกว่า สถานที่ค้าโภค์ หมายถึง ตลาดนัด จึงเรียกกันว่า วัดโภค์ ต่อมาเพี้ยนเป็น วัดโพธิ์ จนกระทั่งพระครูสังฆโศภณ เป็นเจ้าอาวาส ได้เปลี่ยนเป็น วัดโพธิ์ปฐมาวาสและได้รับการบูรณปฎิสังขรณ์โดยเจ้าพระยาวิเชียรคีรี (บุญสังข์) ผู้สำเร็จราชการสงขลา กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 โบราณสถานที่สำคัญในวัด ได้แก่ อุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หน้าบันตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นรูปพานวางซ้อนกัน 2 ชั้น รองรับพระอภิธรรมปิฎก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังภาพเทพชุมนุม พระอาทิตย์ทรงรถ นรกภูมิและภาพปริศนาธรรม สอดแทรก

การเดินทาง : วัดโพธิ์ปฐมาวาส ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา
วัดมัชฌิมาวาส หรือ วัดกลาง (Wat Matchimawat or Wat Klang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดมัชฌิมาวาส
วัดมัชฌิมาวาส
วัดมัชฌิมาวาส หรือ วัดกลาง เป็นพระอารามหลวงที่เก่าแก่ และสำคัญที่สุดในจังหวัดสงขลา มีอายุราว 400 ปี สร้างในอยุธยาตอนปลาย เดิมเรียกว่า "วัดยายศรีจันทร์" กล่าวกันว่ายายศรีจันทร์ คหบดีผู้มั่งคั่งในเมืองสงขลาได้อุทิศเงินสร้างขึ้น ต่อมามีผู้สร้างวัดเลียบ ทางทิศเหนือ และวัดโพธิ์ ทางทิศใต้ ชาวสงขลาจึงเรียกวัดยายศรีจันทร์ว่า "วัดกลาง" และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดมัชฌิมาวาส" โดยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรสคราวเสด็จเมืองสงขลาเมื่อ พ.ศ. 2431 วัดนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่คล้ายโบสถ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ขนาดเล็กกว่า สร้างขึ้นโดยฝีมือช่างหลวงในกรมช่างสิบหมู่ ร่วมกับช่างประจำเมืองสงขลา ส่วนประดับของเครื่องบนหรือหลังคา มีช่อฟ้า แต่ไม่มีนาคสะดุ้ง หน้าบันด้านหน้าเป็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณสามเศียร ด้านหลังเป็นรูปพระพรหมทรงหงส์ รอบโบสถ์มีเสารองรับชายคาโดยรอบ ระหว่างช่องเสาด้านนอกเป็นรูปจำหลักบนหินเรื่องสามก๊ก ประตูหน้าต่างมีซุ้มมงกุฎประดับอยู่ด้านนอก

การเดินทาง : วัดมัชฌิมาวาสตั้งอยู่ที่ถนนไทรบุรี หมู่ 11 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
วัดขวด (Wat Kord)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
วัดขวด
วัดขวด
วัดขวดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520 โดยพระครูสุนทรธรรมสิริ หรือหลวงพ่อคำใส จากจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ก่อตั้งวัดล้านขวด วัดนี้สร้างขึ้นจาก “ขวดแก้ว” หลากหลายชนิดในหลายสีสันซึ่งถูกนำมาประดับตกแต่ง ทุกตารางนิ้วภายในวัด ตั้งแต่กำแพง ศาลาการเปรียญ วิหารเจดีย์ทรงไทย แม้แต่ห้องน้ำ รวมทั้งกุฏิของพระสงฆ์ ทั้งหมดทำขึ้นจากขวดล้วนๆ ที่เลือกใช้ขวดมาสร้างวัดเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและ วัสดุรีไซเคิลเหล่านี้ยังแฝงคติธรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความฟุ่มเฟือยของมนุษย์ ซึ่งหมดไปกับสิ่งมึนเมาไร้ประโยชน์ วัดขวดแห่งนี้จึงเหมือนเป็น อนุสรณสถานที่คอยย้ำเตือนจิตใจปุถุชนคนรุ่นหลังไม่ให้ลุ่มหลงของมึนเมานั่นเอง

การเดินทาง : วัดขวด ตั้งอยู่ที่ ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 408 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4196 เข้าอำเภอกระแสสินธุ์
วัดหาดใหญ่ใน (Wat Hat Yai Nai)
สถานที่ตั้ง : อำเภอหาดใหญ่
วัดหาดใหญ่ใน หรือ วัดหัตตมังคลาราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยความยาว 35 เมตร สูง 15 เมตร กว้าง 10 เมตร ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนอย่างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า พระพุทธมหัตตมงคล วัดหาดใหญ่ในแรกเริ่มสร้างโดยสามีภรรยาคู่หนึ่ง ชื่อ นายทองและฉิ้น ใจเย็น ได้บริจาคที่ดินจำนวน 1 ไร่ สำหรับสร้างวัดนี้ ต่อมา นายจินต์ รักการดี นายอำเภอหาดใหญ่ (สมัยนั้น) พร้อมประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์เพื่อซื้อที่ดินเพิ่มเติม

การเดินทาง : วัดหาดใหญ่ในตั้งอยู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ริมคลองอู่ตะเภา บริเวณหลังตลาดหาดใหญ่
เจดีย์พี่น้องยอดเขาแดง (Twin Pagodas on Khao Daeng Hill)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสิงหนคร
เจดีย์พี่น้องยอดเขาแดง
เจดีย์พี่น้องยอดเขาแดง
เจดีย์พี่น้องยอดเขาแดง เป็นเจดีย์เก่าแก่ 2 องค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาแดง เรียกว่า เจดีย์องค์ดำ - องค์ขาว เพราะมีลักษณะสีแตกต่างกัน องค์หนึ่งมีสีดำคล้ำ อีกองค์หนึ่งมีสีขาว เจดีย์องค์ดำ เป็นเจดีย์ที่สร้างโดย เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) สมุหพระกลาโหม หรือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ในปี พ.ศ. 2373 ซึ่งเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ก่อด้วยหินฉาบปูน เมื่อครั้งที่ท่านปราบกบฎไทรบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ได้มาตั้งทัพที่เมืองสงขลา เจดีย์องค์ขาว เป็นเจดีย์ที่สร้างโดย พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (ทัด บุนนาค) น้องชายร่วมมารดาเดียวกัน กับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ในปี พ.ศ. 2381 ซึ่งเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองบนฐานสี่เหลี่ยม องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐฉาบปูนสีขาว เมื่อครั้งที่ท่านยกกองทัพเมืองหลวงออกมาปราบกบฎเมืองไทรบุรี ปัตตานี ปีนังและมลายู

การเดินทาง : เจดีย์พี่น้องยอดเขาแดง ตั้งอยู่ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
วัดดีหลวง (Wat Dee Luang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
วัดดีหลวง เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดกุฎีหลวง เป็นวัดที่หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้หรือสมเด็จพะโคะ เคยบวชเป็นสามเณรเรียนกับพระอธิการจวง ซึ่งเป็นหลวงลุงและเจ้าอาวาสวัดดีหลวงในสมัยนั้น ภายในวัดมีประติมากรรมที่โดดเด่น แสดงถึงฝีมือช่างท้องถิ่นภาคใต้ เช่น ลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันพระอุโบสถเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณและเทวดาในลายก้านต่อดอก ลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันศาลาไม้เก่าแก่เป็นรูปเทพพนม รูปฤาษี มีการบูรณะอุโบสถครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2539 โดยอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร มีเจดีย์ก่อด้วยอิฐถือปูน รูปทรงแบบมณฑปย่อมุมไม้สิบสอง มี 5 ยอดคล้ายกับพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านหลังอุโบสถมีเจดีย์ก่อด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ทางทิศเหนือและทิศใต้อุโบสถมีเจดีย์ก่อด้วยอิฐถือปูนด้านละ 3 องค์ เป็นแบบทรงลังกา ภายในอุโบสถมีพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 ด้านหน้าพระประธานมีรูปจำลองสมเด็จเจ้าพะโคะ หรือหลวงพ่อทวดหล่อด้วยสำริดและรูปจำลองพระอธิการแก้ว

การเดินทาง : วัดดีหลวง ตั้งอยู่ที่ ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ
วัดท้ายยอ (Wat Tai Yor)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
วัดท้ายยอ
วัดท้ายยอ
วัดท้ายยอ ตั้งอยู่บริเวณท้ายเกาะยอ เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ปรากฎหลักฐานการสร้างที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2311 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2540 โบราณสถานสำคัญภายในวัดได้แก่ อุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาชั้นเดียวต่อด้วยปีกนก มุงด้วยกระเบื้องดินเผาเกาะยอ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย กุฎิเจ้าอาวาส เป็นกลุ่มเรือนไทยโบราณทรงปั้นหยาของภาคใต้ อายุ 200 ปี ประกอบด้วยเรือน 3 หลัง มีชานเรือนต่อเชื่อมกัน แต่ละเรือนมีหลังคาชั้นเดียว มุงด้วยกระเบื้องดินเผาเกาะยอ และกระเบื้องลอนแบบเก่า มีจุดเด่น คือ เสาเรือนเป็นไม้เนื้อแข็งตั้งอยู่บน “ตีนเสา” ที่ก่ออิฐถือปูน เพื่อป้องกันไม่ให้เสาผุกร่อน จากความชื้นในดินที่เกิดจากน้ำฝนและช่วยป้องกันแมลง อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายเรือนทั้งหลังได้อย่างสะดวก วัดท้ายยอ ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญเช่น บ่อน้ำโบราณ สระน้ำโบราณ สถูป หอระฆัง และมีร่องรอยของท่าเรือโบราณของชาวเกาะยอ บริเวณด้านหลังของวัดท้ายยอเป็นที่ตั้งของเขาเพหารหรือเขาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์ทรงลังกา
วัดท่าคุระ (Wat Tah Kura)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
วัดท่าคุระ เดิมเรียกว่า วัดท่าทอง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2210 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดท่าคุระ เนื่องจากมีต้นคุระขึ้นอยู่จำนวนมาก ภายในวัดท่าคุระเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่อยู่หัว พระพุทธรูปทองคำปางสมาธิ สูง 25 เซ็นติเมตร เป็นที่เคารพสักการะของชาวท่าคุระ ในทุกวันพุธแรกของเดือน 6 ข้างแรม จะมีพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ โดยอัญเชิญเจ้าแม่อยู่หัวออกมาให้ชาวบ้านได้สรงน้ำปีละครั้ง เรียกว่างาน ตายายย่าน หมายถึงการแสดงความเคารพและกตัญญูกตเวทีต่อองค์เจ้าแม่อยู่หัว และเพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย โดยมีพิธีไหว้ครูโนราห์ การแสดงโนราห์ เป็นต้น

การเดินทาง : วัดท่าคุระ ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองรี อำเภอสทิงพระ
วัดพะโคะ หรือ วัดพระราชประดิษฐาน (Wat Phakho or Wat Rachpraditsatharn)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
วัดพะโคะ หรือ วัดพระราชประดิษฐาน
วัดพะโคะ หรือ วัดพระราชประดิษฐาน
วัดพะโคะเป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ วัดหลวง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดราชประดิษฐาน แต่ชาวบ้านก็ยังคงนิยมเรียกกันติดปากว่าวัดพะโคะอยู่อย่างนั้น วัดพะโคะตั้งอยู่บริเวณเขาพัทธสิงค์ ใช้เป็นสถานที่กระทำพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาและ เคยเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ เช่น พระสุวรรณมาลิก เจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากลังกา พระพุทธไสยาสน์ หรือพระโคตมะ พระพุทธรูปปั้นสีทองปางปรินิพพาน รอยพระพุทธบาท ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรอยพระบาทของหลวงปู่ทวด รูปจำลองและอนุสาวรีย์ของหลวงปู่ทวด และ พิพิธภัณฑ์วัดพะโคะ จัดแสดงของต่าง ๆ มากมาย เช่น พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผาเครื่องทองเหลือง มีดพร้า ตะบันหมากทองเหลือง ธนบัตรและเหรียญสมัยก่อน เครื่องถ้วยกระเบื้อง นอกจากนี้ยังมีวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับหลวงพ่อทวด เช่น อัฐบริขาร จีวร ไม้เท้าของหลวงปู่ทวด ลูกแก้วบารมี เป็นต้น

ปาฏิหาริย์แห่งหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเล
มีเรื่องเล่ากันว่า วันหนึ่งมีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามฝั่ง เห็นสมเด็จพะโคะ หรือหลวงปู่ทวดเดินอยู่ ซึ่งท่านมีลักษณะแปลกกว่าคนทั้งหลาย จึงใคร่จะลองดี โจรสลัดได้จอดเรือและจับสมเด็จพะโคะไป เมื่อเรือแล่นมาได้สักครู่ เกิดเหตุเรือแล่นต่อไปไม่ได้ ต้องจอดอยู่หลายวันจนในที่สุดน้ำจืดหมดลง โจรสลัดเดือดร้อนกันไปทั่ว สมเด็จพะโคะสงสารจึงเอาเท้าซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเล เกิดเป็นประกายโชติช่วง และน้ำทะเลได้กลายเป็นน้ำจืด โจรสลัดเกิดความเลื่อมใสศรัทธากราบไหว้ขอขมา และนำสมเด็จพะโคะขึ้นฝั่ง ตั้งแต่นั้นมาเมื่อเรื่องราวแพร่สะพัด ประชาชนจึงพากันไปกราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก

การเดินทาง : วัดพะโคะ ตั้งอยู่บริเวณเขาพัทธสิงค์ หมู่ที่ 6 ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ อยู่ห่างจากสงขลา 48 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 407 ทางสะพานติณสูลานนท์ ผ่านเกาะยอแล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 408 (สงขลา-ระโนด) หลักกิโลเมตรที่ 110 ทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพะโคะ
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7423 1055, 0 7423 8518, 0 7424 3747
วัดสทิงพระ หรือ วัดจะทิ้งพระ (Wat Chathing Phra)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
วัดสทิงพระ หรือ วัดจะทิ้งพระ
วัดสทิงพระ หรือ วัดจะทิ้งพระ
วัดจะทิ้งพระ เดิมเรียกว่า "วัดสทิงพระ" แต่ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น "วัดจะทิ้งพระ" เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองประจำอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1542 ภายในวัดมีโบราณสถานซึ่งเป็นศิลปะสมัยศรีวิชัยน่าชม ได้แก่ เจดีย์พระมหาธาตุ และจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารที่มีอายุประมาณ 100 วัดจะทิ้งพระได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ จากกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2518 เจดีย์พระมหาธาตุ ตัวเจดีย์มีลักษณะเป็นรูปโอคว่ำแบบลังกาอย่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่ไม่มีรัตนบัลลังก์ เป็นศิลปะแบบปาละ สมัยศรีวิชัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐดินเผา และอิฐปะการังสอด้วยดิน ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีเสาหลอกแบ่งเป็นช่อง ๆ ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลายมีการบูรณะเปลี่ยนฐานเป็นสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบ แต่ละด้านมีซุ้มพระหนึ่งซุ้ม มีลักษณะโค้งแหลมแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคซึ่งเข้ามามีอิทธิพลในสถาปัตยกรรมไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231)

การเดินทาง : วัดจะทิ้งพระตั้งอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7423 1055, 0 7423 8518, 0 7424 3747
วัดแหลมวัง (Wat Laem Wang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสทิงพระ
วัดแหลมวัง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ลักษณะเป็นแหลมยื่นลงไปในทะเลสาบสงขลา จึงเรียกว่า วัดแหลมวัง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2225 สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเรียกว่า วัดออก เดิมตั้งอยู่ริมคลองด้านตะวันออกเฉียงเหนือ และได้มีการย้ายวัดมาตั้งในที่ปัจจุบัน ห่างจากที่เดิม 800 เมตร ภายในวัดมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ จำนวน 3 องค์ มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ คือ พระประธานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองเหลือง พระพุทธรูปสำริด พระโมคคัลลาน์ พระสารีบุตร รูปเหมือนหลวงพ่อพระครูจันทรสาราภิรัต ประดิษฐานอยู่ในมณฑปจันทรสาราภิรัต

การเดินทาง : วัดแหลมวัง ตั้งอยู่ที่ ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ
วัดคงคาเลียบ (Wat Khongkha Liab)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางกล่ำ
ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมา ตำบลท่าช้าง พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบรุ่ม แวดล้อมด้วยหมู่บ้าน และสายน้ำ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ อาทิ มณฑปพ่อท่าน คล้าย วาจาสิทธิ์ หลวงพ่อปัญญา ญานวโร หลวงพ่อไข่ ธนุติโก เจดีย์บรรจุอัฐิ หลวงพ่อเฟื่อง เป็นต้น
วัดถ้ำเขารูปช้าง (Wat Tham Khao Roop Chang)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสะเดา
วัดถ้ำเขารูปช้าง
วัดถ้ำเขารูปช้าง
วัดถ้ำเขารูปช้าง เป็นวัดจีนที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นแห่งหนึ่งของภาคใต้ เป็นศาสนสถานที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ และเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและมาเลเซีย ภายในวัด มีบรรยากาศร่มรื่น กว้างขวาง อีกทั้งยังมีถ้ำจำนวน 3 แห่ง ตั้งอยู่ภายในวัดอีกด้วย แบ่งเป็นห้องๆ ประดิษฐานพระพุทธรูป พระพุทธไสยาสน์ เจ้าแม่กวนอิม บางห้องมีหินงอกหินย้อยรูปทรงสวยงาม มีน้ำไหลลอดถ้ำ บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ

การเดินทาง : วัดถ้ำเขารูปช้าง ตั้งอยู่ที่บ้านเขารูปช้าง ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา การเดินทางเริ่มจากอำเภอสะเดาใช้ทางหลวงหมายเลข 4054 ตรงไปผ่านด่านปาดังเบซาร์ เมื่อข้ามทางรถไฟขับตรงไปจนถึงสามแยก ให้เลี้ยวขวาจากนั้นเลี้ยวซ้ายผ่านบ้านชายควัน บ้านทุ่งไม้ด้วน และจะถึงบ้านเขารูปช้าง
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น.
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 7423 1055, 0 7423 8518, 0 7424 3747
วัดเจดีย์งาม (Wat Chedi Ngam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอระโนด
วัดเจดีย์งาม เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1210 สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยศรีวิชัย วัดเจดีย์งาม หรือวัดพระใจดีงาม ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2478 ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง และได้รับการบูรณะครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2512 เช่น เจดีย์พระมหาธาตุมีความงดงาม ก่อด้วยอิฐปะการังทั้งองค์ ฐานเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สันนิษฐานว่าองค์เจดีย์เดิมเป็นแบบศรีวิชัยอย่างพระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเปลี่ยนเป็นแบบลังกา คือ แบบโอคว่ำแบบเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่ยังมีการก่อสร้างเจดีย์บริวารล้อมรอบเจดีย์องค์ใหญ่ อิทธิพลศิลปะศรีวิชัยให้เห็น นอกจากนี้ยังมีวิหารพระโพธิสัตว์ สันนิษฐานว่าสร้างพร้อมเจดีย์องค์ใหญ่ ภายในมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิทรงเครื่องแบบกษัตริย์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน โดยเรียกกันว่า พระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรย

การเดินทาง : วัดเจดีย์งาม ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด
วัดเอกเชิงแส (Wat Aek Cherngsae)
สถานที่ตั้ง : อำเภอกระแสสินธุ์
วัดเอกเชิงแส เดิมชื่อ วัดเอก เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ “หลวงพ่อเดิม” อันเป็นพระประธานในพระอุโบสถ รวมทั้งรอยพระพุทธบาทจำลองทำจากไม้แกะสลัก ซึ่งลอยน้ำมาพร้อมกับหลวงพ่อเดิม ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้บูชาหลวงพ่อเดิมเพื่อ ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ทัศนียภาพโดยรอบของวัดเอกเชิงแสมีความร่มรื่นและสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาตนเองสำหรับพุทธศาสนิกชน ซึ่งมีโครงการปฏิบัติธรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการปฏิบัติธรรมตามหลัก การทางพุทธศาสนา ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา

การเดินทาง : วัดเอกเชิงแส ตั้งอยู่ที่ ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 408 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4196 เข้าอำเภอกระแสสินธุ์
วัดถ้ำตลอด (Wat Tham Talord)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสะบ้าย้อย
วัดถ้ำตลอด
วัดถ้ำตลอด
วัดถ้ำตลอดมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ผ่านทะลุออกไปอีกฟากหนึ่งของภูเขาได้ จึงถูกเรียกว่า ถ้ำตลอด ภายในถ้ำมี 3 คูหา และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์เก่าแก่สร้างด้วยไม้ อายุหลายร้อยปี รวมทั้งพระพุทธรูปปางสมาธิทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ จำนวนมากกว่า 100 องค์ หน้าถ้ำมีรูปปั้นยักษ์ขนาดใหญ่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ บริเวณถ้ำมีบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

การเดินทาง : วัดถ้ำตลอด ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำตลอด ตำบลเขาแดง ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสะบ้าย้อยประมาณ 25 กิโลเมตร ตามถนนสาย รพช. (ตำบลสะบ้าย้อย-ตำบลเขาแดง)

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร