สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย, ที่เที่ยวจังหวัดสุโขทัย

สถานที่ท่องเที่ยวในสุโขทัย
โบราณสถานและประวัติศาสตร์
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุโขทัยตามทางหลวงแผ่นดินสายสุโขทัย-ตาก ทางหลวงหมายเลข 12 ไปทางทิศตะวันตก 12 กม. ถนนหลวงตัดผ่านกลางเมืองจากตะวันออก ไปตะวันตก เมื่อผ่านเข้าเขตเมืองเก่าจะแลเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่างๆ อันสง่างามและวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ กำแพงเมืองสุโขทัยตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพง และพื้นดินที่ขุดขึ้นยังเป็นคูน้ำไว้ใช้สอยและเป็นกำแพงน้ำขึ้นอีก 2 ชั้น กำแพงด้านทิศเหนือจดทิศใต้ยาว 2,000 เมตร ด้านทิศตะ วันตกยาว 1,600 เมตร มีประตูเมือง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกว่า "ประตูศาลหลวง" ด้านใต้เรียกว่า "ประตูนะโม" ด้านทิศตะวันออกเรียกว่า "ประตูกำแพงหัก"ด้านทิศตะวัน ตกเรียกว่า "ประตูอ้อ" ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กม. มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยกรม ศิลปากร และได้รับการจัดตั้งให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปี2537 ข้อมูลเพิ่มเติม

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 08.30 – 16.30 น.
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีสัชนาลัย
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม เดิมชื่อว่า "เมืองเชลียง" แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "ศรีสัชนาลัย" ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้น ใหม่เป็น ศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง มีโบราณสถานและโบราณวัตถุอยู่มากมาย สำรวจค้นพบแล้ว 134 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ข้อมูลเพิ่มเติม

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 08.30 – 17.00 น.

ศาสนสถาน
ศาลแม่ย่า
ศาลแม่ย่า
ศาลแม่ย่า
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย ถนนนิกรบำรุง (ริมน้ำยม)ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสุโขทัยทั่วไป เพราะศาลนี้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระแม่ย่าและดวงวิญญาณ ของพ่อขุนรามคำแหง มหาราช รูปพระแม่ย่านี้ทำด้วยศิลาสลักแบบเทวรูป พระพักตร์ยาว พระหนุเสี้ยม พระเกตุมาลายาวประดับเครื่องทรงแบบนางพญาสูงประมาณ 1 เมตร พระแม่ ย่าองค์นี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่ คือนางเสือง การที่เรียกว่า "พระแม่ย่า" นี้เพราะว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเรียกมารดาว่า "พระแม่" และชาวเมืองสุโขทัยเคารพพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสมอด้วยบิดา ดังนั้น จึงรวมเรียกพระมารดาของพระองค์ว่า "พระแม่ย่า" ดังกล่าว แต่เดิมพระแม่ย่า ประดิษฐานอยู่บนเขาพระแม่ย่าห่างจากตัวเมืองเก่า ประมาณ 8 กิโลเมตร ตรงยอดเขามีเพิงหินเป็นผาป้องกันแดดฝน ต่อมาชาวสุโขทัยได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่เมืองใหม่ โดยสร้าง ศาลขึ้นที่หน้าศาลากลางจังหวัดริมแม่น้ำยมดังเช่นปัจจุบัน และมีการจัดงานเฉลิมฉลองทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า "งานพระแม่ย่า"
หลวงพ่อศิลา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเทุ่งเสลี่ยม
วัดทุ่งเสลี่ยมเป็นสถานที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อศิลา เป็นพระพุทธรูป สกัดจากหินทรายสีเทา ศิลปะทวารวดี พบอยู่ในถ้ำเจ้าราม หลวงพ่อศิลา เดิมประดิษฐานอยู่ถ้ำเจ้าราม มีฝูงค้างคาว อาศัยอยู่มาก ชาวบ้านไปหามูลค้างคาว พบพระพุทธรูปทำด้วยศิลาปางนาคปรก เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านไปบอก พระอภัยที่เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งเสลี่ยม หารือกับผู้ใหญ่บ้านว่าจะอัญเชิญ หลวงพ่อศิลามาไว้วัดทุ่งเสลี่ยม เนื่องจากพระอภัยสูงอายุ เดินทางไม่ไหว จึงได้ล้มเลิก ความรู้ถึงครูบาก๋วนเจ้าอาวาสวัดแม่ปะหลวง ตำบลแม่ปะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง นำชาวบ้านไปอัญเชิญ หลวงพ่อศิลา เมื่อเข้าไปในถ้ำเจ้ารามพบพระพุทธรูปปางนาคปรก มีค้างคาวบินวนเวียนมากมาย ครูบาก๋วนได้อัญเชิญพระพุทธรูปออกจากถ้ำเจ้าราม ในราวปี 2472-2475 เดินทางกลับ ด้วยความลำบาก ผ่านหนองปลาซิว (บ้านห้วยทราย) หนองส้มป่อย (บ้านน้ำดิบ) จนถึงทุ่งเสลี่ยม ชาวทุ่งเสลี่ยมจัดขบวนแห่ต้อนรับ เมื่อถึงวัดทุ่งเสลี่ยมเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ท้องฟ้าที่แจ่มใส ก็ถูกบดบังด้วยเมฆฝน เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน เมื่อฝนหยุดตกมีฝูงค้างคาวบินวนเหนือวัดทุ่งเสลี่ยม แล้วบินกลับถ้ำเจ้าราม ชาวบ้านเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูป ไม่ยอมให้ครูบา ก๋วนอัญเชิญกลับไปยังอำเภอเถิน เจ้าอาวาสวัดทุ่งเสลี่ยมจึงหารือกับเจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก ซึ่งตกลงให้พระพุทธรูปศิลาประดิษฐานที่วัดทุ่งเสลี่ยม ชาวบ้านตั้งชื่อว่า "หลวงพ่อศิลา" ครูบา ก๋วนจึงได้จำลองหลวงพ่อศิลา อัญเชิญไปไว้ที่วัดแม่ปะหลวง อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ด้วยใจศรัทธา
วัดพิพัฒน์มงคล
สถานที่ตั้ง : อำเภอเทุ่งเสลี่ยม
วัดพิพัฒน์มงคล เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม
พิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์สังคโลกสุโขทัย
พิพิธภัณฑ์สังคโลกสุโขทัย
พิพิธภัณฑ์ปลาในวรรณคดี
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ภายในสวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9 บนทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย-พิษณุโลก พิพิธภัณฑ์อยู่ทางขวามือ ภายใน อาคารจัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดในวรรณคดีมากมาย อาทิ ปลาจากกาพย์ห่อโคลงนิราศพระบาท กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) และนิราศอิเหนา เป็นต้น

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ จำนวน 34 ชนิด มีปลาในวรรณคดีไทย เช่น ปลาน้ำผึ้ง ปลาแก้มช้ำ ปลาก้างพระร่วง ปลากา ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีปลาสวยงาม เช่น ปลาตะเพียนทอง ปลากระทิงไฟ ปลากราย ปลาเสือพ่นน้ำ ปลาเสือตอ ที่เป็นปลาเศรษฐกิจก็มี เช่น ปลาค้าว ปลาเทโพ ปลาเทพา ปลายี่สก ปลาหมอ เป็นต้น โดยจัดแสดงในตู้ มีคำอธิบาย ลักษณะ ถิ่นที่อยู่อาศัย ชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพันธ์ปลาในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน เว้นวันอังคาร เวลา 09.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี

พิพิธภัณฑ์สังคโลกสุโขทัย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พิพิธภัณฑ์ สังคโลกเกิดขึ้นจากความคิดและความตั้งใจของคุณดำรงค์ และคุณกุศล สุวัฒนเมฆินทร์ ซึ่งเป็นชาวสุโขทัยโดยกำเนิด โดยมุ่งหวังจะนำความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของเมือง สุโขทัยราชธานีแห่งแรก ของไทย และผลงานศิลปะชั้นเอกสมัยสุโขทัย มานำเสนอให้คนไทยและชาวต่างชาติ ได้ร่วมกันประจักษ์ในความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของเมืองสุโขทัย ท่านได้ นำของสะสมที่เก็บรวบรวมมาเป็นเวลากว่า 50 ปี อันได้ แก่พระพุทธรูป เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญยิ่งคือ เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย มาจัดแสดงในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ที่ทันสมัย และได้มาตรฐานเช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของคนสุโขทัยในสมัยโบราณ

นอก จากนิทรรศการอันเกิดจากความภาคภูมิใจในความเป็นคนสุโขทัยแล้ว ความรักในเครื่องสังคโลกที่สูงด้วยคุณค่าอมตะและกลายเป็นสินค้าสำคัญเมื่อ 700 ปีก่อน ทำให้เกิดการสะสม ผลงานเครื่องสังคโลกจากล้านนา ซึ่งงดงามเป็นเอกด้วยฝีมือช่างศิลปะที่เยี่ยมยอด ดังนั้นในพิพิธภัณฑ์สังคโลกนี้จึงมีเครื่องสังคโลกจากล้านนาตั้งแสดงอยู่ ด้วย พิพิธภัณฑ์ สังคโลกมีเนื้อที่ทั้ง หมด 1,376.75 ตารางเมตร ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ มีลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายมณฑปสี่เหลี่ยมสมัยสุโขทัย ภายในแบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปวัตถุเครื่องสังคโลกและศิลปวัตถุโบราณ โดยใช้รูปแบบก้าวหน้าทันสมัยเช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ นอกจากจะเข้าชมโดยศึกษาจากคู่มือนำชมแล้วยังมีการจัดทำเทปบรรยายการจัดแสดง ศิลปวัตถุเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอื่นอีกด้วย

เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 250 บาท, เยาวชน (อายุไม่เกิน 17 ปี) 50 บาท, นักเรียนในเครื่องแบบ 20 บาท

สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
สถานที่ตั้ง : อำเภอคีรีมาศ
สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ ตั้งอยู่เลขที่ 477/2 ต.หาดเสี้ยว จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของผ้าทอมือลายโบราณ ชาวไทพวน บ้านหาดเสี้ยวได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จก 9 ลาย ผ้าที่ใช้ในพิธีบวชนาคด้วยขบวนช้าง ผ้าที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ซึ่งล้วนเป็นเอกลักษณ์ผ้าทอมือของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยวที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยปี นอกจากนี้ยังมีผ้าซิ่นทองคำ (ซิ่นไหมคำ) ผืนเก่าที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และผืนใหม่ ซึ่งจัดทอขึ้นเพื่อใช้ในพิธีแต่งงาน ผ้าซิ่นทองคำนี้เป็นผ้าที่มีความประณีตงดงาม ตามแบบฉบับของราชวงศ์ทางเหนือ และ ร้านยังได้มีการจัดแสดงเรือนไทยของชาวไทยพวนในสมัยโบราณ พร้อมทั้งมีการสาธิตกรรมวิธีในการทอผ้าซิ่นตีนจกของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว เปิดให้เข้าชม : เปิดบริการทุกวัน 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5567 1143, 0 1042 7542
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
สถานที่ตั้ง : อำเภอสวรรคโลก
ตั้งอยู่ที่ตำบลวังไม้ขอน หลังวัดสวรรคาราม (วัดกลาง) ห่างจากสุโขทัย 38 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ชั้นบนจัด แสดงประติมากรรมสมัยต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมบัติของพระสวรรควรนายก และบางส่วนย้ายมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ก่อนยุคสุโขทัย จนถึงศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนบริเวณชั้นล่าง จัดแสดงเครื่องถ้วยสังคโลก เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้เรื่องเครื่องถ้วยสังคโลก ซึ่งขุดค้นพบมากที่แหล่ง โบราณคดี เครื่องถ้วยสังคโลกบ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย รวมทั้งแสดงเครื่องถ้วยสมบัติใต้ทะเลที่งมได้มาจากแหล่งเรือจม

เปิดให้เข้าชม : ปิดบริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5564 1571

สวนสาธารณะ
สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ
สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ
สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสวรรคโลก
ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลป่ากุมเกาะ แต่เดิมเคยเป็นหนองน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 830 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นน้ำ 645 ไร่ พื้นดิน 185 ไร่ ลักษณะของสวนนี้เป็นเกาะ มีน้ำล้อมรอบมองเห็นทิวทัศน์ได้ เหมาะสำหรับที่จะพักผ่อน ภายในบริเวณมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สะพานไม้โบราณ ที่ข้ามอ่างน้ำเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง มีความยาว 300 เมตร สักการะบูชาพระร่วง ณ วงเวียนประดิษฐานรูปพระร่วง อยู่ปากทางเข้าเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง สักการะบูชาพระมหาโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม และนมัสการศาลปู่ก๊อก ข้างที่ทำการองค์การบริหาร ส่วนตำบลป่ากุมเกาะ พักผ่อนศาลาที่พักริมทาง ชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานหลายด้าน เช่น โครงการเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงไก่ พิพิธภัณฑ์ชาวนา แหล่งรวบรวมอุปกรณ์ชาวนาโบราณแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวนาสมัย สุโขทัย แปลงสวนสมุนไพรสาธิต เรือนเพาะชำกล้าไม้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5564 2100

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
เขาหลวง
เขาหลวง
สมุนไพร และว่าน
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
ในพื้นที่อุทยานฯ มีว่าน และสมุนไพรอยู่หลายชนิด เช่น โด่ไม่รู้ล้ม หอมไกลดง นางคุ้ม หนุมานประสานกาย กำลังเสือโคร่ง เป็นต้น
น้ำตกหินราง
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
น้ำตกหินรางตั้ง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นร่องหินที่มีน้ำไหลลงมาเป็นทางมีน้ำไหลเป็น บางฤดู
เขาหลวง
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
Iเขาหลวง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,200 เมตร เป็นภูเขาที่มีหน้าผาสูงชัน และมียอดเขาสูงที่สุดอยู่ทางด้าน ทิศใต้ของเมืองสุโขทัย บนยอดเขามีทิวทัศน์ที่สวยงาม ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าธรรมชาติ ประกอบด้วยยอดเขา 4 ยอดด้วยกัน คือ ยอดเขานารายณ์ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,160 เมตร เป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเขานารายณ์ ของกองทัพอากาศมีเนื้อที่ 25 ไร่ บริเวณเขานารายณ์มีหน้าผาที่สวยงาม และสูงชันเหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อน สามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเขา ในเวลากลางคืนจะเห็น แสงไฟจากจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก ยอดเขาพระแม่ย่า สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร เดิมเคยเป็นที่ประทับ จำศีลภาวนาของพระแม่ย่า ยอดเขาภูกา สูงจากระดับ น้ำทะเล 1,200 เมตร และ ยอดเขาพระเจดีย์ สูงจากระดับน้ำทะเล 1,185 เมตร เมื่อมองจากยอดเขาเหล่านี้ลงไปสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม และจะเห็นทำนบกั้นน้ำ ที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยที่เรียกว่า “สรีดภงค์” และตัวจังหวัดสุโขทัยได้อย่างชัดเจน
น้ำตกลำเกลียว
น้ำตกสายรุ้ง
น้ำตกสายรุ้ง
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
น้ำตกลำเกลียว เป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำไหลตลอดปี น้ำใส โอบล้อมไปด้วยสภาพธรรมชาติที่สวยงามของป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งที่แทรกตัว อยู่เป็นระยะๆ มีโขดหินขนาดใหญ่ จำนวนมาก มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น เย็นสบาย และให้ความเป็นส่วนตัว การเดินทางใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1319 เมื่อถึงสี่แยกที่บ้านนาสระลอยเลี้ยวซ้ายเข้า ไปประมาณ 150 กิโลเมตร เมื่อถึงที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติชั่วคราว (น้ำตกลำเกลียว) ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นที่สูงสุด ห่างจากที่ทำการอุทยาน แห่งชาติ ประมาณ 20 กิโลเมตร
ทุ่งหญ้าธรรมชาติ
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
บนยอดเขาจะเป็นทุ่งหญ้าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ มีหญ้าหลายชนิดขึ้นอยู่รวมกัน และบางชนิดเป็นพืชสมุนไพร
ถ้ำพระแม่ย่า
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
ถ้ำพระแม่ย่า เป็นเพิงหินขนาดใหญ่เคยเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปปั้นพระแม่ย่า ปัจจุบันได้อัญเชิญไว้ที่ศาล พระแม่ย่าบริเวณศาลากลางจังหวัดสุโขทัย
น้ำตกสายรุ้ง
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, อำเภอคีรีมาศ
น้ำตกสายรุ้งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สูงชันและสวยงาม เกิดจากต้นน้ำบริเวณเขาเจดีย์มาเป็นลำธารคลองไผ่นาไหลลงมาทางทิศตะวันตก เฉียงใต้ มีโตรกผาสูงชันกว่าร้อยเมตร มีทั้งหมด 4 ชั้น น้ำตกชั้นบนสุดเป็นชั้นสูงใหญ่และงดงามมาก แต่ต้องเดินเท้าทวนสายน้ำตกขึ้นไปประมาณ 1.2 กิโลเมตร น้ำตกสายรุ้งมีน้ำตกเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น การเดินทางจากอำเภอคีรีมาศ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ไปประมาณ 16 กิโลเมตร แล้วมีทางแยกเข้าสู่บ้านใหม่เจริญผล เข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร จะพบทางแยก เข้าไปอีก 4 กิโลเมตร ถึงน้ำตก
ถ้ำเจ้าราม หรือ ถ้ำค้างคาว
ถ้ำธาราวสันต์
ถ้ำธาราวสันต์
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย, อำเภอศรีสัชนาลัย
ถ้ำเจ้ารามหรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า "ถ้ำค้างคาว" เป็นถ้ำที่เก็บตัวเงียบลึกลับอยู่ในป่าโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาที่ทอดยาวและ สลับซับซ้อน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย พื้นที่ตำบลกลางดง อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย แต่การเดินทางเข้าไปยังถ้ำเจ้ารามนั้นมักจะนิยมไปทางอำเภอบ้านด่านลานหอยกัน มากกว่าที่จะไปทางอำเภอทุ่งเสลี่ยมเนื่องจาก มีความสะดวก และปากทางเข้าถ้ำเจ้ารามก็ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านด่านลานหอย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม มีอาณาบริเวณคาบเกี่ยว 3 อำเภอ ประกอบด้วยของ ศรีสำโรง ทุ่งเสลี่ยม และบ้านด่านลานหอย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง ถ้ำเจ้ารามเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก และเป็นที่ อยู่อาศัยของค้างคาว นับแสนตัว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 20 กิโลเมตร
น้ำตกห้วยทรายขาว
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย, อำเภอศรีสัชนาลัย
This beautiful waterfall originated from Sai Khao stream is composed of 7 cascades in the surroundings of lofty mountains and peaceful shading trees. It’s 3 km far from park headquarters.
โป่งน้ำเดือด
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย, อำเภอศรีสัชนาลัย
อยู่ห่างจากบ้านป่าคาประมาณ 500 เมตร น้ำใสสะอาด มีลักษณะเหมือนเดือดตลอดเวลา แต่มีกลิ่นคล้ายแก๊สไข่เน่าระเหยออกมาด้วย ปัจจุบันถูกทำลายไปแล้วโดยพวกเหมืองแร่เหลือแต่น้ำ อุ่นในฤดูหนาว
น้ำตกตาดเดือน
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย, อำเภอศรีสัชนาลัย
เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่ท่าแพ เป็นลานหินกว้าง และแอ่งน้ำเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร
ถ้ำธาราวสันต์
สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย, อำเภอศรีสัชนาลัย
เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก ลักษณะเป็นลานกว้างเป็นชั้นๆ ภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ จากปากถ้ำต้องไต่เขาลงไปในถ้ำตามซอกหิน มีอุโมงค์ทางเดินที่เป็นผนังหินของภูเขาสอง ลูกมาชนกัน ผ่านอุโมงค์ที่คล้ายธารน้ำไหล ผนังหินเป็นหินที่มีลักษณะคล้ายหินอ่อน และมีบริเวณหนึ่งเป็นหินทรายรูปหัวสิงโต จากบริเวณนี้จะไปออกพ้นขึ้นเหนือถ้ำบนเชิงหน้าผา และทางด้านซ้ายมือมีทางเดินลงไปในอีกถ้ำหนึ่งซึ่งภายในค่อนข้างมืด เป็นถ้ำโล่ง มีค้างคาวอาศัยอยู่มาก รอบบริเวณพบพรรณไม้และสัตว์ป่าได้ทั่วไป เช่น จันทน์ผา เลียงผา เป็นต้น ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 1.5 กิโลเมตร โดยไปตามทางร่องน้ำเก่าซึ่งผ่านป่าดงดิบอันร่มครึ้ม บางช่วงจะผ่านป่าสัก
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)
ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)
บ้านทุ่งหลวง
สถานที่ตั้ง : อำเภอคีรีมาศ
บ้านทุ่งหลวง เป็นชุมชนโบราณแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัย ตั้งอยู่ในต.ทุ่งหลวง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ราษฎรทำนา เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ชาวบ้านจะนำดินเหนียวที่มีอยู่ในพื้นที่มา ทำเครื่องปั้นดินเผาชนิดต่างๆ เช่น กระถาง โอ่งน้ำ หม้อดิน ฯลฯ เมื่อเหลือใช้แล้ว จึงหาบไปแลกเปลี่ยนกับของกินของใช้อื่นๆ กับหมู่บ้านใกล้เคียง

สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้บันทึกไว้ในจดหมายเหตุ เมื่อครั้งเดินทางมาสำรวจมณฑลพิษณุโลกในปี พ.ศ.2444 ความตอนหนึ่งว่า "วันที่ 18 เวลาตื่นตอนเช้า พระยาสุโขทัยเอาหม้อกรันมาให้ 3 ใบ เป็นหม้อที่ตั้งใจทำอย่างประณีตภาษาบ้านนอก เขาทำที่บ้านทุ่งหลวง อยู่ใต้เมืองสุโขทัยฝั่งตะวันตก" หม้อกรันที่กล่าวถึงนั้นคือ หม้อน้ำใน สมัยโบราณ รูปแบบเฉพาะของบ้านทุ่งหลวงที่ยังคงมีการผลิตอยุ่กระทั่งถึงทุกวันนี้ โดยใช้กรรมวิธีที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ ถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดสุโขทัย

เครื่องปั้นดินเผาทุ่งหลวง เป็นงานฝีมือที่ประณีตงดงามเป็นที่ยอมรับของตลาด มีการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ รูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทั้งประเภท เครื่องใช้ภาย ในบ้าน เครื่องประดับตกแต่ง เช่น คนโทน้ำ หม้อดิน แจกัน รูปปั้น โคมไฟ ฯลฯ กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาทุ่งหลวง ได้จัดเส้นทางการท่องเที่ยวภายในหมู่บ้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน ในเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตชุมชน ชมกรรมวิธีผลิตเครื่องปั้นดินเผา และกิจกรรมต่างๆ โดยมีค่าบริการในการจัดการ ควรติดต่อล่วงหน้า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โทร. 0 5569 3451

ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีสัชนาลัย
ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะน้อย อยู่เหนือเมืองศรีสัชนาลัยไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร มีเตาเผาที่ขุดพบแล้วกว่า 500 เตา ในบริเวณยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมของเมือง ศรีสัชนาลัย มีการขุดพบเครื่องสังคโลกทั้งในสภาพสมบูรณ์และแตกหักเป็นจำนวนมาก ลักษณะเตาเผาจะเป็นรูปยาวรีคล้ายประทุนเรือจ้างยาวประมาณ 7-8 เมตร ศูนย์ศึกษาฯ ดังกล่าว ปัจจุบันมีอยู่ 2 อาคาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเตาที่ใช้เป็นที่ศึกษา มีหมายเลขเตาที่ใช้เรียกในการศึกษา คือ เตาที่ 42 และเตาที่ 61 ภายในตัวอาคารจะมีการตั้งแสดงโบราณวัตถุ เอกสารทางวิชา การ ตลอดจนวิวัฒนาการเครื่องถ้วยสมัยโบราณให้นักท่องเที่ยวชมอีกด้วย โดยศูนย์ฯ

การเดินทาง : จากบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือ ทางประตูหม้อไปถึงบ้านเกาะน้อยราว 5 กิโลเมตร จะเห็นซากเตาเผาโบราณเรียงรายอยู่โดย ทั่วไป หรือจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัย ใช้เส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1201 ลงมาที่บ้านเกาะน้อย ประมาณ 7 กิโลเมตร จะเห็นอาคารศูนย์ฯ อยู่ทางซ้ายมือ

เปิดให้เข้าชม : ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และเวลา 13.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม : คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร