สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี, ที่เที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี


สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี

สระศักดิ์สิทธิ์ (The Four red Ponds)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ในเขตตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง ริมถนนสายดอนเจดีย์-สุพรรณบุรี ห่างจากตัวเมือง 14 กิโลเมตร น้ำในสระทั้ง 4 นับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ เป็นน้ำที่ใช้ในพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาและพระราชพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก
กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง (Ancient Town Walls and Gate)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เมืองสุพรรณบุรีเก่าอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ (บ้านขุนช้าง) ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี โดยยังหลงเหลือแนวกำแพงดินและคูเมืองให้เห็นระหว่างทางไปวัดป่าเลไลยก์กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กำแพงทางด้านทิศตะวันตกของเมืองทำแข็งแรงเป็นพิเศษสองชั้น มีคูน้ำกั้นอยู่ ชั้นนอก มีเนินดิน และกำแพงอยู่ชั้นในยาวถึง 3,500 เมตร ส่วนด้านกว้างกำแพงยาว 1,000 เมตร จดแม่น้ำ ด้านตะวันออกไม่พบตัวกำแพง เพราะถูกรื้อในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ในพระราชหัตถเลขา เรื่อง เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า บ รรยายภาพกำแพงเมืองสุพรรณบุรีว่า "เมืองสุพรรณบุรีมีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลกยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว 25 เส้น ดูกว้างประมาณ 6 วา นอกเชิงเทิน" ส่วนประตูเมืองตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนบนแนวกำแพงเมืองเก่า ประตูเมืองที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบกรมศิลปากร ตรงสถานที่ที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม
โบราณสถานบึงหนองสาหร่าย (Bueng Nong Sarai Histrorical Site)
สถานที่ตั้ง : อำเภอดอนเจดีย์
โบราณสถานบึงหนองสาหร่าย อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร เลยพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 3038 ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามยุทธหัตถี ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า สมเด็จพระนเรศวรทรงเลือกบริเวณหนองสาหร่ายเป็นที่ตั้งทัพ เพราะน้ำบริเวณหนองสาหร่ายมีมากพอที่จะให้ทหารจำนวนแสนคน พร้อมช้างและม้า ได้อาศัยเป็นเวลาแรมเดือน ประกอบกับเป็นชัยภูมิที่ตั้งสูงห่างข้าศึก ปัจจุบันสภาพหนองน้ำตื้นเขินและมีเนื้อที่เหลือที่เป็นหนองน้ำเพียง 29 ไร่ บริเวณโดยรอบมีต้นไม้เรียงรายร่มรื่น เนื่องจากสภาพทรุดโทรมนักท่องเที่ยวไม่นิยมมาท่องเที่ยว ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (City Pillar Shine)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เดิมเป็นศาลไม้ทรงไทย มีเทวรูปพระอิศวร และพระนารายณ์สวมหมวกเติ๊ก (หมวกทรงกระบอก) สลักด้วยหินสีเขียว สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ มีอายุมานานกว่า 800 ปี วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ "หลวงพ่อโต" ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกลเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปาง ป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่สูง 23 เมตรเศษ สร้างตามแบบศิลปอู่ทองรุ่นที่สอง ซึ่งเป็นศิลปะฝีมือสกุลช่างอู่ทองแท้ งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ มีปีละสองครั้งคือ ช่วงเดือนเมษายนและพฤศจิกายน
วัดพระนอน (Wat Phra Non)
วัดพระนอน สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ตำบลพิหารแดง เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมี อุทยานมัจฉา อยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณวัดจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด และยังมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน มีลักษณะแปลกกว่าที่อื่นคือ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงายขนาดเท่าคนโบราณยาวประมาณ 2 เมตร ลักษณะคล้ายกับพระนอนที่เมืองกุสินาราประเทศอินเดีย สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดสนามไชย ห่างจากริมฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำสุพรรณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นวัดร้าง เหลือแต่ซากเจดีย์ ทางด้านเหนือเพียงซีกเดียว ซากเจดีย์นี้ใหญ่โตมาก ประมาณว่าถ้าหากอยู่ในสภาพสมบูรณ์จะมีความสูงประมาณ 70-80 เมตร เมื่อต้นปี พ.ศ. 2505 กรมศิลปากรได้ขุดแต่งองค์เจดีย์เพื่อหาโบราณวัตถุ แต่ไม่ปรากฏว่าพบอะไร คงเป็นเพราะได้ถูกคนลักลอบขุดค้นไปหมดเมื่อหลายปีมาแล้ว เพียงแต่พบอัฐิธาตุของคน ซึ่งสันนิษฐานไว้ทางหนึ่งว่า เป็นอัฐิของทหารนักรบโบราณที่เสียชีวิตในสงคราม สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่บนฝั่งทิศตะวันตก ของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดเก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลายที่มีอายุยาวนานไม่ต่ำกว่า 600 ปี ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูน ยาว 13 เมตร สูง 3 เมตร ชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้ว พระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. 1800-1893 และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย วัดสุวรรณภูมิ สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หรือเรียกกันว่า วัดใหม่ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนต้น ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณณสิริมหาเถระ) สร้างเมื่อ พ.ศ. 2514 อาคารมี 2 ชั้นเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ เช่น พระพุทธรูป นาฬิกา อาวุธ เชี่ยนหมาก ถ้วยชาม แจกัน แก้ว โดยเฉพาะบาตรสังคโลกสมัยสุโขทัยพุทธศตวรรษที่ 18–19 ซึ่งมีชิ้นเดียวในประเทศไทย

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. (ควรติดต่อขออนุญาตเข้าชมล่วงหน้า) โทร. 0 3552 2331, 0 3552 3603

สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ 300 เมตร เขตตำบลรั้วใหญ่ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี มีปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่า ปรางค์องค์นี้น่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะจากหลักฐานการก่อสร้างองค์ปรางค์เป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา
วัดเขาดีสลัก (Wat Khao Di Salak)
สถานที่ตั้ง : อำเภออู่ทอง
วัดเขาดีสลัก ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลดอนคา ห่างจากอำเภออู่ทอง 8 กิโลเมตร ภายในวัดมีศาสนสถานหรือลวดลายประดับประติมากรรม อันเนื่องในพุทธศาสนาในสมัยทวารวดี บริเวณฝ่าพระบาททำเป็นรูปธรรมจักรขนาดเล็กมีกงล้อธรรมจักรจำนวน 16 ซี่ อยู่กลางฝ่าเท้าและรายล้อมด้วยภาพสลักรูปมงคล 108 ประการ อยู่ในกรอบวงกลม มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบที่อื่นคือ รอยพระพุทธบาทนูน ขนาดกว้างประมาณ 65.5 เซนติเมตร ยาว 141.5 เซนติเมตร อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-16 มีทางรถขึ้นไปชมรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา ระยะทาง 2 กิโลเมตร ทางวัดปรับปรุงภูมิทัศน์บนยอดเขา ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในเขตอำเภออู่ทองโดยรอบ นอกจากนี้ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่างๆ อีกหลายชนิด วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สถานที่ตั้ง : อำเภอสองพี่น้อง
สร้างขึ้นในสมัยปัจจุบัน ประมาณปี พ.ศ. 2469 อยู่ที่ตำบลบางตาเถร ริมคลองพระยาลันลือ อำเภอสองพี่น้อง เป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธโคดม" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดหน้าตักกว้าง 10เมตร สูง 26 เมตร ภายในบริเวณวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา เช่น วังสามฤดู ของเจ้าชาย สิทธัตถะ สถานที่แสดงปฐมเทศนา ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมืองนรก เป็นต้น การเดินทางสามารถใช้เส้นทางหมายเลข 321 ไปยังอำเภอสองพี่น้อง แล้วแยกขวาไปวัดไผ่โรงวัว
วัดทับกระดาน (Wat Thap Kradan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสองพี่น้อง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 3387 ประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3351 กิโลเมตรที่ 10 อำเภอสองพี่น้องเป็นอำเภอบ้านเกิดของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังซึ่งมีคนนิยมฟังเพลงของเธอมากมายและ ได้เสียชีวิตไป ทำให้แฟนเพลงเสียใจกันมาก จึงมีการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ ที่ใช้ในการร้องเพลง รวมทั้งรูปถ่ายจากข่าวหนังสือพิมพ์ไว้ในโบสถ์ของวัดนี้ เนื่องจาก พุ่มพวงคุ้นเคยกับวัดนี้ตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้บริเวณศาลาท่าน้ำจะมีรูปวาดของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่มีคนนำมาให้เพื่อแก้บน ด้านหน้าวัดมีร้านขายของสด แห้งต่างๆ เช่น น้ำพริก หน่อไม้ ผลไม้ต่างๆ ทุกปีจะมีการจัดงานครบรอบวันเสียชีวิตของนักร้องผู้นี้ มีผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ (Don Chedi Monument)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 31 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 322 (สุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์) ประกอบด้วยพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถี ที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคมปี พ.ศ.2135

ในปี พ.ศ. 2495 กองทัพบกได้บูรณะปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2502 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 25 มกราคม ของทุกปี เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์และถือเป็นวันกองทัพไทย พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ทุกปี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย (Thai Rice Farmers National Museum)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา ตำบลท่าพี่เลี้ยง ในบริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นอาคารคอนกรีต ออกแบบผสมผสานระหว่างเรือน ไทยและยุ้งฉางของชาวนา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทำนาโดยไม่ได้จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ ชั้นล่าง จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา ประเพณีวิถีชีวิตของชาวนา เรื่องราวของข้าวในอดีต และที่น่าสนใจ คือ การพบเศษภาชนะดินเผาที่บ้านบางปูน ตำบลพิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งอาจเป็นหลักฐานพระราชพิธีแรกนาขวัญในสมัยอยุธยา ชั้นบ น จัดแสดงพระราชจริยวัตรพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูชาวนาไทยทรงพัฒนาการทำนาและการเกษตรของชาติ มีการจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เมื่อปีพ.ศ. 2529 ณ แปลงนาสาธิต บึงไผ่แขก ตำบลดอนโพ ธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ทรงทำปุ๋ยหมัก หว่านและเก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง และยังคงเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงใช้ นอกจากนี้ชั้นล่างยังมี ห้องค้นคว้าข้อมูล สำหรับค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุที่จัดแสดง พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. โทร. 0 3552 2191 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง สถานที่ตั้ง : อำเภออู่ทอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง ห่างจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 33 กิโลเมตร ในเขตเมืองโบราณการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมศิลปวัตถุในสมัยต่างๆที่ขุดค้นพบ แสดงถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคสมัยต่างๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบสุพรรณบุรี รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้สมัยหินใหม่ไปจนถึงสมัยสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปสมัยทวารวดี และอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ เมืองโบราณอู่ทอง จากการขุดแต่ง โบราณสถานในชั้นหลัง ทำให้ทราบว่า โบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบมีอายุมากกว่า 200 ปี ลักษณะตัวเมืองเป็นรูปรี ค่อนข้างกลม ซากโบราณสถาน โบราณวัตถุ และเจดีย์สถานที่ถูกสร้างในสมัยทวารวดี นอกจาก นี้ยังมีธรรมจักรพร้อมเสาและฐานที่พบในเมืองร้างแห่งนี้ เป็นธรรมจักรที่มีความสมบูรณ์ และสวยงามมากที่สุดในประเทศไทย

เปิดบริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ - อังคาร และวัน หยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 8.30 - 16.00 น.

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี (National Museum, Suphan Buri)
สถานที่ตั้ง : อำเภออู่ทอง
ซึ่งตั้งอยู่นอกตัวเมือง ริมถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) ภายในศูนย์ราชการกรมศิลปากรจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งประกอบด้วยวิทยาลัยนาฏศิลป์ พิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุ หอสมุดและโรงละคร อาคารเหล่านี้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 ตามโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง ตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพฯ ที่โปรดให้กรมศิลปากรเพิ่มสาขาวิชาอื่นๆ ในการจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รอบด้านทั้งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยาและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ ระหว่าง 09.00-16.00 น.

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 (Industrial Promotion Centre Region 8)
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมในเขตพื้นที่ 14 จังหวัดภาคตะวันตก มีอาคารแสดงนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมฝีมือดีเด่นสวยงามประเภทต่างๆ เช่น เครื่องหนัง เสื้อผ้า เครื่องหวาย จากในเขตพื้นที่ดูแล รวมทั้งจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาย่อมเยา เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-16.00 น. โทร. 0 3554 5518-9 ตลาดร้อยปี ตลาดสามชุก (Old Market by Tha Chin River or Tarad Samchuk)
สถานที่ตั้ง : อำเภอสามชุก
ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 340 ริมแม่น้ำท่าจีนเป็นตลาดไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เป็นชุมชนชาวจีนเก่าที่มีการดำรงชีวิต และสภาพบ้านเรือนแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนที่ยังมีภาพบรรยากาศของบ้านเรือน รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตให้ได้ชม ร้านขายยาเก่าแก่ ที่ยังใช้เครื่องบดยาและเครื่องหั่นยาแบบโบราณอยู่ โรงแรมอุดมโชคเป็นโรงแรมเก่าที่ยังเปิดให้บรอการอยู่ บริเวณนั้น มีน้ำพริกแม่กิมลั้ง ของฝากตลาดสามชุกและขนมไข่สูตรโบราณเจ้าอร่อย อุทยานแห่งชาติพุเตย (Phu Toei National Park)
อุทยานแห่งชาติพุเตย สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อุทยานแห่งชาติพุเตย เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวในจังหวัดสุพรรณบุรี ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันมาก ส่วนที่สูงที่สุดเรียกว่า "ยอดเขาเทวดา" มีระดับความสูง 1,123 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย มีป่าสนสองใบธรรมชาติที่สวยงามเหมาะที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมีเนื้อที่ประมาณ 198,422 ไร่ (317.48 ตารางกิโลเมตร) สถานที่ตั้ง : อำเภออู่ทอง
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลจระเข้สามพัน ห่างจากจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร ไปทางหลวงหมายเลข 321 กิโลเมตรที่ 128–129 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3342 ไป 500 เมตร จะเห็นทางเข้าวนอุทยานพุม่วงทางขวามือ อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 1,725 ไร่ สภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณสลับกับป่าไผ่รวก สถานที่น่าสนใจในวนอุทยาน อาธิเช่น น้ำตกพุม่วง ซึ่งมีชื่อปรากฏอยู่ในวรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน มีทั้งหมด 5 ชั้น คอกช้างดินสมัยทวารวดีอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการ อายุราว 1,500 ปี จำนวน 3 คอก มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีวิหารศิลาแลงสมัยทวารวดี สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่สำหรับกษัตริย์ทำพิธีบวงสรวงสังเวยเพื่อคล้องช้างป่า บึงฉวาก (Bueng Chawak)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
บึงฉวากนั้นเดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้ง หน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์เป็นปีที่50 ได้จัดสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำขึ้นและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2541 มีพื้นที่รวมประมาณ 2700 ไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 พื้นที่ส่วนที่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีมีประมาณ 1700 ไร่ ริมบึงฉวากมีบรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบายตลอด ในบริเวณบึงเต็มไปด้วยดอกบัวสีแดงและชมพู ในช่วงตอนเช้าบัวจะบานสวยงาม นกเป็ดแดงฝูงใหญ่จับกลุ่มอยู่ตามกอบัวในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมและนกจะทยอยกลับในช่วงเดือนเมษายน มีศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน มีบริการขี่จักรยานน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมริมบึง

ที่นี่ยังมีสวนสัตว์ขนาดย่อม ตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีกรงนกใหญ่ที่เลี้ยงนกไว้ในสภาพธรรมชาติ และพืชผักทางการเกษตรที่ปลูกไว้กว่า 500 ชนิด

บึงฉวากโปรแกรมทัวร์บึงฉวาก :
ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 10.30 น. และ 11.30 น.
ช่วงเช้า ตั้งแต่เวลาช่วงเที่ยง 02.30 น. และ 3.30 น.
และช่วงเวลาปกติ เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08.30 - 14.00 น.

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อุทยานผักพื้นบ้าน เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์มีความหลากหลาย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 และสามารถเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 ประกอบด้วยอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 3 หลัง  เวทีริมบึง บ่อจระเข้น้ำจืด กรงเสือและสิงโต เกาะกระต่าย ศูนย์แสดงสินค้าชุมชน โรงสีชุมชุมชน อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ ภายในบึงฉวากมีบริการนวดแผนไทย และเรือเร็วบริการอีกด้วย
ช่วงเวลาทำการ :
จันทร์-ศุกร์ 10.00 - 05.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 09.00 - 06.00 น.

สวนกล้วยไม้แอฟฟีนิท (Affinit Orchids)
สถานที่ตั้ง : อำเภออู่ทอง
ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 321 ถึงทางแยกแล้วเลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข 324 ประมาณ 5 กิโลเมตร (ระหว่างกิโลเมตรที่ 46–47) มีป้ายสวนกล้วยไม้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 200 เมตร เป็นสวนกล้วยไม้บนเนื้อที่ 20 ไร่ มีกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆ เพื่อการศึกษาและการจำหน่ายเช่น กล้วยไม้พันธุ์หวาย แคทรียา แวนด้า ม๊อคคาร่า เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า โทร. 0 8164 9858-5, 0 2974 0886 เขื่อนกระเสียว สถานที่ตั้ง : อำเภอด่านช้าง
เป็นเขื่อนดินกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว ยาว 4,250 เมตร สูง 32.5 เมตร พื้นที่กักเก็บน้ำ 28,750 ไร่ ปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเขื่อนดินที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งรวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทิวทัศน์สวยงาม สถานที่ตั้ง : อำเภอด่านช้าง
ห่างจากอำเภอด่านช้างประมาณ 51 กิโลเมตร อยู่เลยไปจากน้ำตกพุกระทิง โดยใช้เส้นทางจากทุ่งมะกอกไปบ้านป่าผาก แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นเขาไปบ้านตะเพินคลี่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงเก่าแก่ อยู่ติดเขตแนวกันชนมรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุด มีน้ำตกไหลตลอดปี มองจากน้ำตกจะเห็นยอดเขาเทวดาสูง 1,123 เมตร น้ำตกแห่งนี้เคยมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่สำคัญของทางจังหวัดสุพรรณบุรี ถ้ำเวฬุวัน
ถ้ำเวฬุวัน (Tham Weruwan)
สถานที่ตั้ง : อำเภอด่านช้าง
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดวังคัน ห่างจากอำเภอด่านช้างประมาณ 14 กิโลเมตร ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติพุเตย 1 กิโลเมตร มีบันไดคอนกรีตขึ้นถึงบริเวณปากถ้ำจำนวน 61 ขั้น สภาพภายในถ้ำมีไฟฟ้าสว่างพอให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพภายในถ้ำ ซึ่งมีหินงอกและหินย้อยสวยงาม และมีพระพุทธรูปจำลองปางป่าเลไลยก์ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา นอกจากนั้นในบริเวณวัด ทางอำเภอได้จัดทำเป็นสวนไผ่เทิดพระเกียรติ มีพันธุ์ไผ่ต่าง ๆ ปลูกไว้ประมาณ 10 กว่าชนิด โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี (The Western National Theatre of Suphan Buri)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ริมถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) ตำบลสนามชัย ภายในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโรงละครภูมิภาคขนาด 850 ที่นั่ง ซึ่งกำหนดให้สร้างขึ้นสำหรับภาคตะวันตกของประเทศ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการแสดง ให้บริการทางวิชาการด้านนาฏศิลป์ ดนตรี รวมทั้งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างชาติประจำภาคตะวันตก มีการจัดการแสดงละครและกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมโดยนักเรียนของวิทยาลัยนาฎศิลปให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม ทุกวันเสาร์ที่ 1, 2 และ 3
อุทยานมัจฉาวัดป่าพฤกษ์ (Wat Pa Phruek’s Fish Sanctuary)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางปลาม้า
อุทยานมัจฉาวัดป่าพฤกษ์ อยู่ที่ตำบลบ้านแหลม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 17 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 86 จะเห็นป้ายทางเข้าจากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 3351 กิโลเมตรที่ 10 บริเวณหน้าวัดมีฝูงปลาโดยเฉพาะปลาสวาย ปลาเทโพและปลานิลเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถยืนชมและให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิด บริเวณริมแม่น้ำซึ่งทางวัดก่อสร้างเป็นเขื่อนทางเท้าริมน้ำยาวประมาณ 100 เมตร หอคอย บรรหาร-แจ่มใส (Banharn - Jamsai Tower)
หอคอย บรรหาร-แจ่มใส สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ถนนนางพิม หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เป็นหอคอยชมวิวแห่งแรก และสูงที่สุดในประเทศไทยมองเห็นโดดเด่นอยู่กลางเมือง มีความสูงถึง 123.25 เมตร ฐานกว้าง 30 เมตร การขึ้นเที่ยวชมหอคอย จะมีจุดแวะพักชมวิว 4 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่จำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ชั้นที่ 2 เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มอาหารว่างและจุดนั่งชมสวน ชั้น 3 เป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกและจุดชม ตัวเมือง ชั้นที่ 4 อยู่ในระดับสูงสุด 78.75 เมตร เป็นจุดชมทิวทัศน์ของจังหวัดสุพรรณบุรีโดยรอบ มีกล้อง ส่องทางไกลบริการ ผนังห้องแสดงภาพวาดสีน้ำมันเกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
สวนนกแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่ดินของนางสาวนกพันธุ์เผือกและนายจอม-นางถนอม มาลัย ซึ่งมีนกมาอาศัยทำรังอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นตัวเช่น นกป่ากห่า นกยาง นกกาน้ำ นกกาบบัว นกกระสา นกแขวก และนกช้อนหอยเป็นต้น ในช่วงเวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง ส่วนในตอนเย็นจะมีนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน นกเหล่านี้ได้มาอาศัยอยู่ในสวนที่นี่เกือบ 10 ปีแล้ว ขณะนี้กรมป่าไม้จัดเจ้าหน้าที่มาประจำสวนนกแห่งนี้ และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ ช่วงที่มีนกมากคือในช่วงเดือนตุลาคม หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย (Buffalo Village)
สถานที่ตั้ง : อำเภอศรีประจันต์
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ ติดถนนทางหลวงหมายเลข 340 มีเนื้อที่ 70 ไร่ มีประชากรควายประมาณ 100 ตัว วัตถุประสงค์ที่สร้างบ้านควายสุพรรณบุรีขึ้นมานั้น เพื่อสะท้อนถึงวิถีการดำรงชีวิตของชาวนาไทยในชนบท ซึ่งในสมัยก่อน การทำนาโดยวิธีแบบโบราณจะมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับควายเป็นอย่างมาก นอกจาก นี้ยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รักษาขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมที่เป็นมรดกของชาติไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นเป็นความรู้

เปิดให้ผู้สนใจเข้า เยี่ยมชมทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น.

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร