อุทยานแห่งชาติจังหวัดตาก, ข้อมูลอุทยานแห่งชาติ จังหวัดตาก, แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ
อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ
อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ระมาด
ขุนพระวอเป็นผืนป่าบนเทือกเขาสลับซับซ้อนทางด้านตะวันตกในเขตจังหวัดตาก ความชุ่มชื้นของป่าดงดิบที่ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยหลายสายและเกิดน้ำตกสวยงามหลายแห่งภายในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติขุนพะวอมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 137,500 ไร่ หรือ 220 ตารางกิโลเมตร อยู่ในอำเภอแม่สอด และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
การเดินทาง
รถยนต์
จากจังหวัดตากใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 เส้นทางตาก - แม่สอด ถึงอำเภอแม่สอด เลี้ยวขวาไปทางอำเภอแม่ระมาด แล้วเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1175 เส้นทางแม่ระมาด - บ้านตาก ประมาณ 16 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนพะวอ ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ
แหล่งท่องเที่ยว
ศาลเจ้าพ่อพะวอ: ตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 62-63 ริมทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) ตามตำนานเล่าว่า เจ้าพ่อพะวอเป็นชายชาตินักรบชาวกะเหรี่ยงมีศักดิ์ฐานะ เป็นนายด่านแม่ละเมาเมืองหน้าด่านของไทย ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดือน 11 (ตุลาคม) ปีมะแม สัปตศก พุทธศักราช 2318 กองทัพ ข้าศึกเคลื่อนทัพมายังไทย โดยผ่านด่านแม่ละเมา เจ้าพ่อพะวอตัดสินใจนำกำลังไพร่พลเข้าปะทะกับข้าศึกอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวทุกคนยอมตายถวายชีวิต ณ ยุทธภูมิแห่งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน ชาวเมืองตากจึงได้พร้อมใจกันสร้างศาลขึ้น พร้อมทั้งได้อัญเชิญรูปหล่อจำลองขึ้นประดิษฐานเมื่อปี 2507 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุที่เจ้าพ่อพะวอท่านเป็นนักรบที่กล้าหาญ จึงมีประชาชนที่ขับรถยนต์ผ่านไปมาให้ความเคารพสักการะ นิยมยิงปืน จุดปะทัด และบีบแตรรถถวาย เพื่อแสดงถึงความเคารพ

น้ำตกขุนพะวอ: เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม สูงประมาณ 100 เมตร เป็นต้นน้ำของลำห้วยแม่จะเรา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 1.5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินเท้าลัดเลาะไปตามหน้าผา ตลอดการเดินทางจะพบเห็นต้นปรงขึ้นอยู่ทั่วไป อากาศเย็นสบาย ใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 3 ชั่วโมง หากจะชมน้ำตกต้องไต่เขาลงไปเบื้องล่างอีกประมาณ 300 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

น้ำตกป่าหมาก: เป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่ลำห้วยสะมึนหลวง เป็นน้ำตกที่มีน้ำผุดออกมาจากพื้นดินแล้วตกลงมาเป็นน้ำตกสูงประมาณ 60 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี อยู่บริเวณบ้านป่าหมาก ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 40 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบท่องป่า

น้ำตกผึ้งหลวง: เป็นน้ำตกขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตร อยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1175 (แม่ระมาด-บ้านตาก) มีน้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการประมาณ 10 กิโลเมตร อยู่ในท้องที่ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด

น้ำตกห้วยกระทิง: เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่ง สูงประมาณ 40 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 7 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถยนต์และเดินเท้าอีก 600 เมตร มีน้ำมากตลอดทั้งปี

ผาชมปรงและจุดชมทัศน์: เป็นหน้าผาอยู่บริเวณเส้นทางไปน้ำตกขุนพะวอ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1 กิโลเมตร ในท้องที่ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด มีต้นปรงดึกดำบรรพ์ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากตามหน้าผา มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทัศนียภาพของอำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด และสหภาพพม่าได้ จึงเหมาะที่จะชมความงามยามดวงอาทิตย์ตกในยามเย็น และชมทะเลหมอกในยามเช้า
อุทยานแห่งชาติลานสาง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อุทยานแห่งชาติลานสาง
อุทยานแห่งชาติลานสาง
อุทยานแห่งชาติลานสาง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดตาก มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่าชุกชุม และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น เช่น น้ำตกที่งดงามหลายแห่ง ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือ “น้ำตกลานสาง” เหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง อุทยานแห่งชาติลานสาง มีเนื้อที่ประมาณ 65,000 ไร่ หรือ 104 ตารางกิโลเมตร
การเดินทาง
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ให้เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1(สายเอเชีย)ก่อนถึงจังหวัดตากประมาณ 7 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้าย ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105(สายเอเชีย 2 ตาก-แม่สอด) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 12 ให้เลี้ยวซ้ายตรงป้ายอุทยานแห่งชาติลานสาง ไปตามถนนอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติลานสาง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 430 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ - ตาก ลงที่สถานนีขนส่งจังหวัดตาก หรือสายอื่นๆ แต่ต้องแจ้งพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารว่าต้องการลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก จากนั้นเดินทางต่อโดยรถตู้หรือรถบัส สายตาก - แม่สอด ให้แจ้งพนักงานขับรถโดยสารว่าต้องการไปที่อุทยานแห่งชาติลานสาง (ประมาณกิโลเมตรที่ 12) เมื่อถึงปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และร้านอาหาร และเดินเท้าอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ค่ายพักแรม และร้านอาหาร การเดินเท้าเข้าอุทยานแห่งชาติ เส้นทางสบายๆ ถนนลาดยาง ไม่ลาดชัน ระหว่างทางมีน้ำตกให้ลงเล่นน้ำได้
แหล่งท่องเที่ยว
น้ำตกผาลาด: เป็นน้ำตกชั้นแรกที่รอต้อนรับการมาเยือน ห่างจากด่านเก็บค่าบริการผ่านเข้าเขตอุทยานแห่งชาติประมาณ 200 เมตร บริเวณหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติลานสาง น้ำตกผาลาดมีลักษณะเป็นแผ่นหินลาดชันเล็กน้อย ขนาดกว้างประมาณ 25 เมตร กระแสน้ำของห้วยลานสางจะไหลบ่าไปตามแผ่นหินแผ่กระจายออกเป็นแผ่นบางๆ แล้วค่อยรวมตัวไหลลงแอ่งเล็กๆ ใกล้ๆ กับบริเวณน้ำตกจะมีพื้นที่เป็นลานหินกว้างสำหรับกางเต็นท์พักแรม หรือลองเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งก็เป็นสวนสมุนไพรที่รวบรวมเอาสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่พบภายในป่าลานสางนำออกมาให้ผู้สนใจได้ศึกษา และหากผู้ใดที่อยากรู้สรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด อุทยานแห่งชาติลานสางก็ได้จำแนกสมุนไพรเป็นหมวดหมู่ พร้อมกับสรรพคุณของสมุนไพรไว้ด้วย

น้ำตกลานเลี้ยงม้า: อยู่ตอนต้นของลำห้วยลานสางถัดจากน้ำตกผาลาดประมาณ 200 เมตร มีลักษณะเป็นเนินเตี้ยกลางเว้าเป็นช่องว่างประมาณ 6 เมตร กระแสน้ำที่ไหลมาตามลำห้วยลานสาง เมื่อไหลถึงเนินเตี้ยๆ น้ำจะไหลมาตามช่องหินซึ่งแคบเล็กลง น้ำจะถูกบีบจนมีระดับน้ำสูงขึ้นพุ่งผ่านยอดน้ำตก ด้วยเสียงของน้ำที่ไหลจากที่สูงตกลงสู่แอ่งน้ำโดยไม่กระทบกับก้อนหิน จนเกิดเป็นเสียงดังต่างจากน้ำตกผาลาด รอบๆ บริเวณน้ำตกดูมืดครึ้มไปด้วยเรือนยอดของพรรณไม้นานาชนิดที่ขึ้นอยู่ตลอดแนวน้ำตก เหนือตัวน้ำตกมีสะพานไม้เพื่อเป็นทางเชื่อมไปยังลานหินอีกฟากหนึ่ง และเป็นเส้นทางที่นำไปสู่เส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ จากน้ำตกลานเลี้ยงม้าไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

น้ำตกลานสาง: อยู่ตอนบนของห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกลานเลี้ยงม้าประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพียง 150 เมตร เดินเลียบไปตามไหล่เขาแต่ต้องเดินด้วยความระมัดระวังเพราะทางเดินเท้าค่อนข้างแคบ สองข้างทางเดินในช่วงฤดูฝนจะพบกับพืชพื้นล่างเล็กๆ จำพวกเปราะ กระเจียวขาว และกล้าไม้ของต้นเสลาดำขึ้นอยู่ สักพักก็จะถึงน้ำตกลานสางโดยต้องเดินลงไปเบื้องล่าง น้ำตกลานสางมีความสูงประมาณ 40 เมตร สายน้ำจะไหลพุ่งออกจากซอกเขา แล้วหักเหลี่ยมลดหลั่นลงมา 3 ชั้น รวมตัวลงสู่แอ่งน้ำตกลานเลี้ยงม้า

น้ำตกผาน้อย: อยู่สูงขึ้นไปจากลำห้วยลานสาง ห่างจากน้ำตกผาผึ้ง 150 เมตร มีลักษณะเป็นช่องแคบๆ มีความสูงประมาณ 10 เมตร น้ำตกจะไหลรวมตัวพุ่งออกจากซอกเขากระจายตัวลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง

น้ำตกผาเท: เป็นน้ำตกชั้นสุดท้ายในเส้นทางเดินเท้า อยู่สูงขึ้นไปจากลำห้วยห่างจากน้ำตกผาน้อยประมาณ 1,350 เมตร มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน สูงประมาณ 25 เมตร กระแสน้ำจะไหลตามซอกเขาอย่างรวดเร็ว และตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบน้ำตกจะล้อมรอบไปด้วยผืนป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ บริเวณรอบน้ำตกจะมีที่สำหรับนั่งพัก มีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำ

น้ำตกผาผึ้ง: อยู่ห่างจากน้ำตกลานสางประมาณ 600 เมตร วันใดที่ท้องฟ้าอากาศแจ่มใสจะยิ่งเพิ่มความงามแก่น้ำตกอย่างมาก เมื่อสายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงประมาณ 30 เมตร เอียงลาดชันลดหลั่นลงมาตามชั้นเล็กๆ และแผ่กว้างออกเป็นผืนน้ำบางๆ แล้วแยกออกเป็น 2 สาย ไหลไปตามลำธารเล็กๆ ภายในบริเวณน้ำตก ทำให้บริเวณนั้นเย็นชุ่มชื่นตลอดเวลา สภาพแวดล้อมโดยรอบมีลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณที่อุดมไปด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

น้ำตกท่าเล่: อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลส.2 (ท่าเล่) น้ำตกจะไหลพุ่งออกมาจากซอกเขา ลงมาตามชั้นหินแล้วทิ้งตัวไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง

ยอดเขาอุมยอม: บนยอดเขาอุมยอม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800 เมตร มีป่าสนสองใบ ขึ้นอยู่เป็นลานกว้างมีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกล และเหมาะแก่การกางเต็นท์พักค้างแรมในป่า สามารถมองเห็นทิวทัศน์และสภาพของผืนป่าได้อย่างกว้างไกล

จุดชมทิวทัศน์ดอยผาแดง: อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลส.3 (ดอยผาแดง) บนความสูง 1,000 เมตร มีสภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ สลับกับทุ่งหญ้า อากาศจะมีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีพื้นที่ราบบนเนินเขาเป็นบริเวณกว้างมองเห็นทิวทัศน์สวยงาม เหมาะสำหรับกางเต็นท์พักแรม ปั่นจักรยานชื่นชมธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ และห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไปทางทิศเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีน้ำตกเขาหินปูนที่สวยงาม เป็นต้นกำเนิดลำห้วยลานสาง

จุดชมทิวทัศน์เขาน้อย: ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทางขึ้นอยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของผืนป่าในอุทยานแห่งชาติลานสาง และไกลไปจนถึงตัวเมืองตาก

จุดชมทิวทัศน์เขาแสนห่วง: อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 400 เมตร สามารถมองเห็นวิถึชีวิตหมู่บ้านและสภาพผืนป่าได้อย่างกว้างไกล นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติลานสางได้จัดทำเส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย
อุทยานแห่งชาติแม่เมย
สถานที่ตั้ง : อำเภอสองยาง
อุทยานแห่งชาติแม่เมย
อุทยานแห่งชาติแม่เมย
อุทยานแห่งชาติแม่เมย ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าท่าสองยาง ในท้องที่ตำบลแม่สอง และตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 40 ก ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2542 มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร ในท้องที่ตำบลแม่อุสุนั้น เดิมเป็นวนอุทยานถ้ำแม่อุสุ มีอาณาเขตทิศเหนือจดแม่น้ำเมย ทิศใต้จดห้วยโป่งและห้วยม่วง ทิศตะวันออกจดห้วยพูลซะ ห้วยพอนอโก ตามทางหลวงสายแม่สอด-แม่สะเรียง ทิศตะวันตกจดแม่น้ำเมย ในท้องที่ตำบลแม่สอง เดิมเป็นพื้นที่ป่าสัมปทานเก่า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าสองยาง มีอาณาเขตติดต่อดังต่อไปนี้ คือ ทิศเหนือจดทางหลวงสายแม่สลิด – อมก๋อย ทิศใต้จดลำน้ำแม่สองและทางหลวงสายแม่สอด–แม่สะเรียง ทิศตะวันออกจดห้วยแม่หลุยและลำน้ำแม่สอง ทิศตะวันตกจดแม่น้ำเมย
การเดินทาง
รถยนต์
จากจังหวัดตาก มาอำเภอแม่สอด และอำเภอท่าสองยาง รวม ประมาณ164 กิโลเมตร จากอำเภอท่าสองยางใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สอด – แม่สะเรียง) ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ถึงทางแยกแม่สลิดหลวง เลี้ยวขวาตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1267 (แม่สลิด-อมก๋อย) ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างชัน ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย
ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105(แม่สอด – แม่สะเรียง) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้านทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ

รถโดยสารประจำทาง
การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต ซึ่งจะมีรถจากกรุงเทพฯ เดินทางมาอำเภอแม่สอด ของบริษัทขนส่ง จำกัด และบริษัท เชิดชัย ทัวร์ มีทั้งรถปรับอากาศชั้น 2 รถปรับอากาศชั้น 1 และรถ VIP จำนวนประเภทละ 3 เที่ยวต่อวัน โดยช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.00 น. ส่วนช่วงเย็น เวลาประมาณ 20.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง
เมื่อถึงสถานีขนส่งอำเภอแม่สอด จะมีรถโดยสารแม่สอด - แม่สะเรียง ซึ่งจะผ่านปากทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง

แหล่งท่องเที่ยว
จุดชมทะเลหมอก: จุดชมทะเลหมอกนี้อยู่หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีความสูงประมาณ 1,100 เมตร เป็นจุดที่มองเห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลมาก รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก อีกทั้งเป็นจุดชมวิวที่ต้อนรับผู้ที่นิยมการเดินป่า เพราะจะต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง และต้องพักค้างแรม 1 คืน เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงาม

ถ้ำแม่อุสุ: เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดกว้างใหญ่ มีลำน้ำแม่อุสุไหลเข้าสู่ปากถ้ำซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วไหลเวียนไปออกด้านหลังถ้ำลงไปสู่แม่น้ำเมยซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีระยะทางโดยประมาณ 450 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ภายในของถ้ำมีคูหาใหญ่ๆ อยู่ 3 คูหา มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก เวลากลางวัน แสงอาทิตย์ส่องลาดผ่านปล่องถ้ำลงมากระทบหินทราย เกิดประกายแวววาว บริเวณปากทางเข้าถ้ำมีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวชมภายใน ทางเดินในถ้ำค่อนข้างสะดวก มีเพียงบางช่วงที่ต้องปีนป่ายก้อนหินบ้าง ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 1 ชั่วโมง ในช่วงฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะขึ้นสูงจนไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้ ถ้ำแม่อุสุจึงเที่ยวได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง ถ้ำแม่อุสุอยู่ห่างจากอำเภอท่าสองยางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 สายแม่สอด - แม่สะเรียง ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามถนน รพช. ผ่านบ้านทีโนะโคะ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ถึงถ้ำแม่อุสุ

น้ำตกชาวดอย: อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามถนนแม่สลิด-แม่ระเมิง ประมาณ 5 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18 มีเส้นทางเดินเท้าประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที จะพบกับน้ำตกชาวดอยที่ไหลจากหน้าผาสูงราว 25-30 เมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางชั้นเดียวที่ทิ้งลงสู่เบื้องล่าง รวมตัวเป็นสายธารไหลลัดเลาะไปตามโขดหินที่ระเกะระกะกลางลำห้วยแลดูสวยงามแปลกตา

น้ำตกแม่ระเมิง: น้ำตกแม่ระเมิง จากที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ ตามเส้นทางสู่ม่อนกิ่วลมอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20 ทางด้านขวามือจะพบน้ำตก ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็กสูงราว 15 เมตร ตกลงมาเป็นสองชั้นไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง

น้ำตกแม่สลิดน้อย: อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินทางเท้าลัดเลาะไปตามลำห้วยแม่สลิด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางจะมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจให้ศึกษา เช่น ดอกเทียน หงอนเงือกเล็ก แววมยุราเล็ก ดอกไม้เถา เห็ดป่าสีสวยสดใส และเฟิร์น ใช้ชมตลอดทาง ถึงน้ำตกชั้นแรก แยกเป็นสองสายตกจากหน้าผาสูงราว 40 เมตร ส่วนชั้นที่ 2, 3 และ 4 ต้องปีนป่ายไปตามไหล่เขาที่สูงชัน ชั้นบนสุดจะพบน้ำตกอีกสองชั้นใหญ่ๆ มีสายน้ำทิ้งตัวไหลลงสู่เบื้องล่างติดต่อกันลงมาถึงสองชั้น จากหน้าผาสูงชันไม่น้อยกว่า 80 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำใหญ่ด้วยความแรงของสายน้ำทำให้เกิดละอองเป็นฝอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่สลิดน้อย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินท่องธรรมชาติ ฟังเสียงสายน้ำ และศึกษาพรรณไม้นานาชนิด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1.8 กิโลเมตร ระหว่างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติมีน้ำตกขนาดเล็กมากมายให้ได้ชม

ม่อนกิ่วลม: ที่ใช้ชื่อว่า ม่อนกิ่วลม ก็เพราะที่แห่งนี้มีช่องหรือกิ่ว ที่มีลมพัดผ่านอยู่เสมอ เป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยที่สุดบนเส้นทางสายสายแม่สลิดน้อย-แม่ระเมิง ม่อนกิ่วลมอยู่บนความสูง 940 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นทะเลหมอกปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง โดยมียอดเขาสูงต่างๆ โผล่พันสายหมอกแลดูราวกับเกาะใหญ่น้อยกลางทะเลสีขาว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบเขา จุดชมทิวทัศน์ม่อนกิ่วลม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 12 กิโลเมตร

ม่อนครูบาใส: เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างพากันลุ่มหลงกับความสวยงามของสายหมอก อยู่ใกล้เคียงกับม่อนพูนสุดา ห่างกันประมาณ 200 เมตร สามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและชมพระอาทิตย์ตกดินได้ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 7 กิโลเมตร

ม่อนปุยหมอก: ม่อนปุยหมอกเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจ ตลอดเส้นทางเดินเท้าไปม่อนปุยหมอก จะมีทุ่งหญ้าสีทองอยู่ตามข้างทางพลัดปลิวไสว เหมือนดั่งปุยฝ้ายอยู่ตามทางมากมาย มีการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 3.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมงเป็นจุดที่สูงที่สุดและสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน

ม่อนพูนสุดา: เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากม่อนกระทิง 2 กิโลเมตร ชื่อม่อนตั้งขึ้นตามชื่อของนักถ่ายภาพชั้นครูของเมืองไทย คือ อาจารย์พูน เกษจำรัส และภรรยาของท่านชื่อ สุดา เพื่อเป็นเกียรติแด่อาจารย์พูน ในฐานะที่เป็นผู้เดินทางมาถ่ายภาพบนหม่อนนี้เป็นคนแรก
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
สถานที่ตั้ง : อำเภอพบพระ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
น้ำตกพาเจริญเป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามด้วยชั้นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยจำนวนมาก และตั้งอยู่ริมทางหลวงไม่ไกลจากเมืองแม่สอด จึงเป็นจุดที่นิยมแวะมาท่องเที่ยวและพักผ่อน อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใน อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ประกอบไปด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็น แหล่งต้นน้ำลำธาร และยังเป็นต้นกำเนิดของห้วยแม่ละเมา มีเนื้อที่ประมาณ 534,375 ไร่ หรือ 855 ตารางกิโลเมตร
การเดินทาง
รถยนต์
จากอำเภอแม่สอด ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1090 ถึง กม. ที่ 37 มีทางแยกเข้าไปประมาณ 700 เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

รถโดยสารประจำทาง
เดินทางโดยรถ บขส. จากกรุงเทพฯ-แม่สอด โดยอาศัยทางเดินหมายเลข 105 ทางตอนเหนือ ของทางหลวงหมายเลข 1090 ทางทิศตะวันตก และทิศใต้ก็จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติ น้ำตกพาเจริญ
แหล่งท่องเที่ยว
จุดชมทิวทัศน์ดอยเกี๊ยะ: เป็นจุดสูงสุดบริเวณชายแดนไทย-พม่า สำหรับชมทัศนียภาพของแม่น้ำเมย และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ทั้งในฝั่งไทยและพม่า ส่วนในฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกสวยงาม

ถ้ำช้างร้อง หรือ อุโมงค์วงกต: อยู่หมู่ที่ 8 บ้านเสรีราษฎร์ใหม่ ตำบลช่องแคบ ริมทางหลวงหมายเลข 1090 (แม่สอด-อุ้มผาง) ระหว่างกิโลเมตรที่ 43-44 เป็นถ้ำที่ลึกมากประมาณ 10 เมตร จะพบภายในถ้ำเป็นห้องกว้างประมาณ 7 เมตร เคยเป็นแหล่งที่หลบซ่อนของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์มาก่อน

น้ำตกธารารักษ์: อยู่เขตบ้านเจดีย์โค๊ะ ริมทางหลวงหมายเลข 1090 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 26 มีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่น้ำตก ระยะทางประมาณ 700 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กชั้นเดียว มีน้ำตลอดปี แต่ไม่มีแอ่งสำหรับเล่นน้ำ ลักษณะเป็นน้ำไหลตกลงมาจากหน้าผาหินปูนที่ชันระดับ 90 องศา สูงประมาณ 30 เมตร ข้างบนมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ต้องปีนไปตามหินซึ่งลื่นมาก

น้ำตกนางครวญ: เป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลางซึ่งไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ การเดินทางจากอำเภอแม่สอดใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1090 แล้วแยกเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1206 ไปทางอำเภอพบพระ ประมาณ 12 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก

น้ำตกป่าหวาย: เป็นน้ำตกหินปูนเกิดจากลำห้วยหวายมีน้ำไหลตลอดปีมีจำนวนชั้นมากกว่า 100 ชั้น สภาพป่าบริเวณน้ำตกสมบูรณ์มาก มีไม้ตั้งแต่ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ เนื่องจากพันธุ์ไม้บริเวณน้ำตกมีไม้หวายจำนวนมาก จึงเรียกน้ำตกป่าหวาย เป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำอุ้มเปี่ยมอยู่ในท้องที่ หมู่ 3 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปัจจุบันทางอำเภอพบพระได้พัฒนาทางเข้าชมน้ำตกป่าหวายจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1090 ตรงกิโลเมตรที่ 40 เข้าถึงหมู่บ้านป่าหวายเป็นระยะทาง 17 กิโลเมตร และจากหมู่บ้านป่าหวายถึงน้ำตกป่าหวาย อีก 3 กิโลเมตร นับว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามและสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์

น้ำตกพาเจริญ: เป็นน้ำตกหินปูนเกิดจากห้วยน้ำนัก มีน้ำตลอดปี มีถึง 97 ชั้น สภาพป่าบริเวณน้ำตก อากาศเย็นสบายห่างจากทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1090 เพียง 700 เมตร กม.ที่ 37 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ชื่อของน้ำตกตั้งตามชื่อของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นผู้พบน้ำตกคนแรกนามว่า สหายพา ต่อมาชาวบ้านเข้ามาอาศัยในพื้นที่บริเวณนี้ จนเกิดเป็นชุมชนที่เจริญขึ้น จึงต่อคำว่าเจริญท้ายชื่อน้ำตกเป็นน้ำตกพาเจริญ นอกจากนี้ยังมีเรียกน้ำตกนี้อีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกร่มเกล้า 97 ชั้น

น้ำตกสายฟ้า: มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกสายรุ้ง อยู่ท้องที่หมู่ที่ 4 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก มีถนนเข้าถึง ซึ่งสามารถเข้าชมได้เฉพาะฤดูแล้งและฤดูหนาวมีต้นกำเนิดจากห้วยน้ำนักมีน้ำตลอดปี น้ำตกมีความสวยงามตามธรรมชาติและละอองน้ำกระทบแสงแดดเป็นรุ้งกินน้ำ

น้ำตกห้วยตะปูเคาะ: เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งอยู่ทางทิศเหนือของป่าแม่สอด ห่างจากถนนหลวงสาย 105 บริเวณกิโลเมตรที่ 33 ประมาณ 1 กิโลเมตร เกิดจากห้วยตะปูเคาะ ที่มีต้นน้ำอยู่บริเวณดอยบุญตา พื้นที่นิคมชาวเขาดอยมูเซอร์ น้ำตกหลายชั้นแตกต่างกันไป มีน้ำไหลตลอดปี แต่สวยงามมากในฤดูฝน สภาพบางช่วงยังอุดมสมบูรณ์อยู่มีไม้ใหญ่ขึ้นอยู่จำนวนมาก เป็นแหล่งต้นน้ำของห้วยแม่ละเมาแห่งหนึ่ง และบางส่วนถูกแผ้วถางใช้เป็นที่ทำการเกษตรอยู่ในท้องที่หมู่ 5 ตำบลแม่ละเมา อำเภอแม่สอด ปัจจุบันไม่เป็นที่รู้จักแต่สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เพราะอยู่ไม่ห่างจากถนนมากนัก ใกล้จุดชมวิวถนนหลวงสาย 105 ตรงกม. ที่ 33 และร้านค้าชาวเขาดอยมูเซอร์ การเดินเที่ยวชมสะดวกมาก เนื่องจากมีทางเดินชาวเขาเผ่ามูเซอร์

บ่อน้ำร้อนพาเจริญ: เป็นบ่อน้ำร้อนตามธรรมชาติ อุณหภูมิของบ่อน้ำในบ่อวัดได้ 60 องศาเซลเซียส มีถึง 3 บ่อ ในบริเวณใกล้เคียงกัน ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 อำเภอพบพระ ในเขตป่าแม่สอด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดกับถนน รพช. สายพบพระ-ช่องแคบ สามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี และมีห้วยน้ำนักไหลผ่านด้านหลังบ่อน้ำร้อน
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในท้องที่ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด ติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก–แม่สอด) ห่างจากตัวอำเภอเมืองตากประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละเมา ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 954 (พ.ศ.2524) และประกาศทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท้อ–ห้วยตากฝั่งขวา ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 145 (พ.ศ.2509) มีพื้นที่ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวน 93,125 ไร่ แต่มีพื้นที่จริงจากการคำนวนเท่ากับ 163,750 ไร่
การเดินทาง
รถยนต์
จากจังหวัดตาก เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (ตาก – แม่สอด) ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 25+980 จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ทางด้านขวามือ เลี้ยวไปตามถนนลาดยางแยกเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รถยนต์สามารถเดินทางได้สะดวกทุกฤดูกาล

รถโดยสารประจำทาง
จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือ สายกรุงเทพฯ - ตาก ลงที่สถานนีขนส่งจังหวัดตาก หรือสายอื่นๆ แต่ต้องแจ้งพนักงานขับรถโดยสารหรือพนักงานเก็บค่าโดยสารว่าต้องการลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก จากนั้นเดินทางต่อโดยรถตู้หรือรถบัส สายตาก - แม่สอด ให้แจ้งพนักงานขับรถโดยสารว่าต้องการไปที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช (ประมาณกิโลเมตรที่ 26) เมื่อถึงปากทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ การเดินเท้าเข้าอุทยานแห่งชาติ เส้นทางสบายๆ ถนนลาดยาง ไม่ลาดชัน อากาศส่วนใหญ่เย็นสบาย และได้ชมทิวทัศน์ในระหว่างทางด้วย
แหล่งท่องเที่ยว
ถ้ำธารลอดผาขาว-ผาแดง: เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง ไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ความลึกที่สำรวจได้ 100 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม มีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 32 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง

น้ำตกปางอ้าน้อย: เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ กว้างประมาณ 8 เมตร สูง 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เดินต่อจากต้นกระบากใหญ่เลียบลำน้ำไปตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงน้ำตก

น้ำตกปางอ้าใหญ่: เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ความสูงประมาณ 80 เมตร จำนวน 4 ชั้น อยู่ห่างจากจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 24 กิโลเมตร ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

น้ำตกผาขาว–ผาแดง: เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว – ผาแดง กว้างประมาณ 10 เมตร ชั้นสูงที่สุด 30 เมตร มี 2 ชั้น จะมีน้ำไหลจากน้ำตกในช่วงหน้าฝน ส่วนช่วงหน้าแล้งน้ำจะลอดผ่านถ้ำธารลอดแทน ฤดูที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 35 กิโลเมตร ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

น้ำตกสามหมื่นทุ่ง: เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วยสามหมื่นหลวง มีความสูงประมาณ 50 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง

สะพานหินธรรมชาติ: มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมติดกับหน้าผาสองข้างเข้าด้วยกัน คล้ายสะพาน มีความกว้างและความสูงประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี สภาพป่าโดยรอบเขียวชะอุ่มร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ใกล้กับสะพานหินมีถ้ำหินงอกหินย้อยงดงาม สะพานหินธรรมชาติอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 10 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางก่อนเข้าไปเที่ยวชมทุกครั้ง
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร