เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
สูตรอาหารไทยยอดนิยม
อาหารไทยนับเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาอันปราดเปรื่องของคนไทยแต่โบราณที่คัดสรรพืชพรรณธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัวมาผสมผสานปรุงรสกับส่วนผสม อื่นๆ จนได้เมนูอาหารอร่อยและเต็มไปด้วยคุณค่าต่อร่างกายและด้วยอิทธิพลการปรุงอาหารที่หลากหลายจากภายนอก ส่งผลให้อาหารไทยต้นตำรับมีความโดดเด่นและสร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม

อาหารไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยความสมดุลของรสชาติทั้ง 4 คือ เปรี้ยว เค็ม หวานและเผ็ดร้อนที่ผสมกันอย่างกลมกล่อม เครื่องเทศเป็นของหอมฉุนและเผ็ดร้อนที่ได้จากพืช เช่น เมล็ด เปลือกเมล็ด ผล ผิวนอกของผล ใบ ราก ลำต้น นำมาทำให้แห้งแล้วนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับปรุงอาหาร เช่น กระวาน กานพลู จันทร์เทศ ดีปลี พริกไทย นับเป็นตัวชูกลิ่น รส ให้อาหารไทยมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นไปทั่วโลก

ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ
ข้าวเหนียว ไก่ย่าง
ไก่ย่าง ข้าวเหนียวและส้มตำ
ข้าวเหนียวนึ่ง
  1. ตวงข้าวเหนียวที่เตรียมไว้ใส่กะละมัง เลือกเศษสิ่งที่ไม่ต้องการออกให้หมดนำไปล้างน้ำให้สะอาดโดยล้างประมาณ 2 -3 น้ำ
  2. เติมน้ำสะอาดลงไปให้พอท่วม แช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ก็สามารถนำไปนึ่งได้
  3. เทข้าวเหนียวที่ล้างแล้วใส่ภาชนะที่จะนำไปนึ่ง จากนั้นนำไปนึ่งในน้ำเดีอดไฟแรงจนสุก ข้าวเหนียวที่ได้ก็จะเงาดูสวย เมล็ดข้าวนิ่มน่ารับประเทาน
ส่วนประกอบ
ข้าวเหนียว 4 ถ้วยตวง น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
ไก่ย่าง
  1. นำไก่สดหั่นเป็นชิ้นๆ ได้แก่ น่อง ขา ปีก สะโพกนำไปล้างให้สะอาด ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วตัวไก่เพื่อให้น้ำหมักซึมเข้าในเนื้อไก่ได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำมาคุกเคล้ากับพริกไทยกระเทียมรากผักชีที่โขลกละเอียด ใส่เกลือป่น น้ำผึ้ง กะทิหรือนมจืด น้ำปลา ขิงสดสับละเอียด ซีอิ้วหวานและน้ำตาลทราย คลุกให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. นำไก่ที่หมักมาเสียบไม้ ปีก น่อง ขาสะโพก เสียบชิ้นละไม้
  3. จากนั้นนำมาย่างเตาไฟปานกลาง ย่างจากถ่านจะทำให้รสชาดดีกว่าย่างด้วยเตาไฟฟ้า ใช้เวลาย่างประมาณครึ่งชั่วโมงหรือจนไก่สุกทั่ว ระหว่างย่างใช้น้ำหมักทาที่เนื้อไก่เป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้ผิวแห้งเกินไปและกลับข้างไก่ด้วยเพื่อให้สุกทั่วดีและป้องกันไก่ไหม้
ส่วนประกอบ
ไก่ 1 ตัว น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา กะทิหรือนมจืด 1/2 ถ้วยตวง
กระเทียม 12 - 15 กลีบ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา ขิงสดสับ 1 ช้อนชา
รากผักชี 3 ราก ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ
ส้มตำ
ส้มตำไทย
  1. โขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูเข้าด้วยกัน ใส่กุ้งแห้ง ถั่วฝักยาว น้ำตาลปี๊บ โขลกต่อเบาๆ
  2. ใส่มะละกอ ถั่วลิสง หั่นมะเขือสีดาใส่ครก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำส้มมะขาม เคล้าให้เข้ากันเบาๆ
  3. ชิมรส ปรุงเพิ่มให้ถูกใจ ตักใส่จานเสิร์ฟ
ส่วนประกอบ
มะละกอดิบสับเป็นเส้นเล็กๆ 2 ถ้วย ถั่วลิสง 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมกลีบเล็ก 5 กลีบ น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวน 5 เม็ด น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือสีดา หั่วขวาง 3 ผล น้ำมะนาว หรือ น้ำส้มะขาม 1/4 ถ้วยตวง
ถั่วฝักยาว 1 ฝัก กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
หมูสะเต๊ะ
หมูสะเต๊ะ
ไก่สะเต๊ะ
  1. ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด ซับน้ำให้แห้งแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 1 นิ้วครึ่ง หนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
  2. นำลูกผักชีและยี่หร่าไปคั่วในกระทะใช้ไฟอ่อนจนหอม จากนั้นก็นำมาโขลกให้ละเอียด
  3. นำลูกผักชีและยี่หร่าที่โขลกได้ใส่ลงไปในเนื้อหมูที่หั่นไว้ เติมเครื่องปรุงต่างๆ ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วหมักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืน
  4. เมื่อหมักได้ที่แล้ว นำเนื้อหมูที่ได้มาเสียบไม้ (ก่อนเสียบไม้ให้นำไม้ไปแช่น้ำไว้ก่อนประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยไม่ให้ไม้ไหม้)
  5. วางหมูที่เสียบไม้เรียบร้อยแล้วลงบนตะแกรง นำหัวกะทิ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำมันพืช 1 ช้อนชามาทาให้ทั่วทุกไม้ก่อนนำไปย่าง
  6. จากนั้นนำมาย่างเตาไฟปานกลาง ย่างจากถ่านจะทำให้รสชาดดีกว่าย่างด้วยเตาไฟฟ้า พลิกกลับด้านทากะทิลงไปอีกครั้งให้ทั่วทุกไม้แล้วย่างอีกด้านจนสุก นำออกมาเสริ์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มและอาจาด
ส่วนประกอบ
เนื้อไก่ 1 กิโลครึ่ง ตะไคร้สับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
ลูกผักชี 1/4 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ยี่หร่า 1/4 ช้อนโต๊ะ กระเทียมกลีบเล็ก 5 กลีบ
พริกไทยป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ กะทิ 1 ถ้วยตวง
ผงขมิ้น 1/4 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ผงกะหรี่ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
ข่า 3 ชิ้น ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
แกงเขียวหวานเนื้อ
แกงเขียวหวาน
แกงเขียวหวาน
แกงเขียวหวาน เป็นอาหารไทยประเภทแกง ประกอบด้วยเนื้อ ปลา ไก่ หรือหมูและผัก ปรุงรสด้วยกะทิ มะเขือ น้ำตาล น้ำปลา ใบมะกรูดและใบโหระพา นิยมรับประทานกับข้าวสวยหรือขนมจีน
  1. โขลกลูกผักชี ยี่หร่าและพริกไทยเข้าด้วยกันให้ละเอียดตักใส่ถ้วยไว้
  2. โขลกพริกขี้หนูสีเขียวกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียดใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูดและรากผักชี โขลกพอละเอียด ใส่กระเทียม หอมแดง โขลกให้ละเอียด ใส่เครื่องเทศที่โขลกและกะปิ โขลกให้เข้ากัน
  3. ล้างเนื้อ หั่นเป็นชิ้นบางขนาด 3 ซม. ผัดน้ำพริกแกงเขียวหวานกับน้ำมันในกระทะด้วยไฟกลางจนหอม ลดเป็นไฟอ่อน ใส่กะทิทีละน้อย ผัดจนแตกมันสีเขียวลอยหน้า ใส่จนหมดกะทิ 1 1/2 ถ้วย
  4. ใส่เนื้อกับใบมะกรูด ผัดนานประมาณ 3 นาทีพอสุกและมีกลิ่นหอม ตักใส่หม้อยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง พอเดือดใส่กะทิที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พอเดือดอีกครั้งใส่มะเขือเปราะ พอมะเขือสุกใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าสีแดง ปิดไฟ
  5. ตักแกงใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ ตักใส่จานเสิร์ฟ
ส่วนประกอบ
เนื้อวัวส่วนสันใน 450 กรัม น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ข่าแก่หั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 2 หัว มะเขือเปราะผ่าสี่ 5 ลูก
ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ กะทิ 2 1/2 ถ้วย
ยี่หร่าคั่ว 1 ช้อนชา ใบมะกรูดฉีก 6 ใบ
พริกไทยเม็ด 5 เม็ด ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 8 กลีบ พริกขี้หนูสีเขียวเม็ดใหญ่ 10 เม็ด
กะปิ 1 ช้อนชา พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ 10 เม็ด
ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1/4 ช้อนชา น้ำพริกแกงเขียวหวาน 4 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 2 ต้น    
ผัดผักรวม
ผัดผักรวม
ผัดผักรวม
  1. ปลอกเปลือกกระเทียม เด็ดขั้วพริกหยวก นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนพริกหวกนำมาหั่นชิ้นยาวพักไว้
  2. นำผักคะน้ามาหั่นใบแก่ออก บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั้งนำไปล้างน้ำให้สะอาดตัดเป็นท่อนๆ ละ 1 นิ้ว เห็ดหอมสดหั่นครึ่ง เห็ดหูหนูหั่นเป็นเส้นบางๆ ถั่วงอกและถั่วหิมะ ตัดหัวและปลายทิ้ง ส่วนแครอทนำมาปลอกเปลือกล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นยาว
  3. เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำกระเทียมที่สับไว้และพริกหั่นลงไปผัดให้หอมและให้เข้ากัน
  4. ใส่แครอทและผักคะน้าลงไป เติมซีอิ้วขาวและน้ำตาลทราย ผัดให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จึงใส่ผักต่างๆ ที่หั่นเตรียมไว้ใส่ลงไป
  5. ผัดซักพักจนผักต่างๆ เริ่มสลดจึงใส่เน้ำมันหอยแล้วผัดเร็วๆ ให้เข้ากัน จากนั้นปิดเตาและยกลง ตักใส่จานเสิร์ฟ
ส่วนประกอบ
กะหล่ำปลี 1 1/2 ถ้วยตวง เห็ดหูหนู 1/4 ถ้วย
บร็อคโคลี่ 1 หัว ถั่วงอก 1/2 ถ้วยตวง
ถั่วหิมะ 10 ชิ้น กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนชา
แครอท 10 ชิ้น น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
หน่อไม้ฝรั่ง 10 ชิ้น ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมสด 3 ชิ้น ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกหยวกสีเขียวและสีแดง 1/2 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา