เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
ประวัติความเป็นมาของอัญมณีในประเทศไทย
อัญมณีมีความเป็นมายาวนานหลายล้านปีพอๆ กับอายุของผืนแผ่นดินที่มันฝังตัวอยู่ ความรู้ที่รวบรวมได้จากสุสานโบราณทำให้เรารู้ว่ามีการนำเอาอัญมณี มาใช้ทำเป็นอาวุธพอๆ กับทำเครื่องประดับ เพชร, พลอย ที่ขุดพบในหลุมฝังศพอายุประมาณ 20,000 ปี มีตั้งแต่ เปลือกหอยทะเลราคาถูกไปจนถึงก้อนมรกตที่ยังไม่เจียระไน ในอดีดผู้คนนำอัญมณีในท้องถิ่นมาใช้เป็นส่วนใหญ่ ประเทศจีนมีการแกะสลักหยกตั้งแต่เมื่อ 4,500 ปีก่อน ช่างชาวอียิปต์และสุเมเรียนใช้ ลาพิส ลาซูลี คาร์เนเลียน และเทอร์คอยส์ และช่างชาวโรมันใช้อะเกตในการแกะสลัก ส่วนทางเอเชียนิยมใช้เพชร ทับทิมและแซปไฟร์ตำนานและการแพทย์ ผู้คนเชื่อกันว่าทั้งสีที่ส่องประกายและรูปผลึกที่ สมบูรณ์เป็นความงดงามของอัญมณีที่มาจากสวรรค์ จึงเกิดความหลงเชื่อไปทั่วว่าอัญมณีแต่ละชนิดบันดาล ให้เกิดสิ่งต่างๆ ได้

ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านการเป็นศูนย์กลางของ อารยธรรมในตะวันออก โดยมีผลมาจากการที่ไทยมีศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ฝีมือศิลปะของช่างคนไทยไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็จะมีชื่อเสียงในเรื่องของความ สวยงามประณีตและละเอียดของชิ้นงานซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเป็นการส่งต่อผลงานและชื่อเสียงมายาวนานจากรุ่นเก่าจนมาถึงช่างรุ่นปัจจุบัน

อัญมณีและเครื่องประดับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม หลักที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ และด้วยความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าการสวมใส่อัญมณีตามราศีที่เกิด หรือสวมใส่เสื่อผ้าที่มีสีสันตามสีประจำวันนั้น จะเป็นการนำความโชคดีและความสำเร็จในเรื่องต่างๆนั้นก็ยังคงเป็นความเชื่อ และถือปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้
ถิ่นกำเนิดและแหล่งจำหน่ายอัญมณีฝีมือระดับโลก
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางและเป็นแหล่ง อัญมณีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ไม่ใช่แค่จะมีช่างที่ฝีมือดีและมีพรสวรรค์ทางด้านนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพลอยที่สำคัญอีกด้วย แซปไฟร์มีการค้นพบในจังหวัดกาญจนบุรี จันทบุรี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี แพร่ เพชรบูรณ์ และสุโขทัย นอกจากนี้จันทบุรีในอำเภอโป่งน้ำร้อน บ่อไร่และเขาสมิงก็ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตทับทิมที่สำคัญของไทย รู้จักกันดีในนามของ "เมืองแห่งอัญมณี" และรวมไป ถึงอำเภอน้ำยืนในจังหวัดอุบลราชธานีด้วยเช่นกัน ทับทิมสีแดงพบมากในจันทบุรี และได้รับการเรียกขานกันว่า "ทับทิมสยาม" ซึ่งรับการยอมรับจากนักอัญมณีทั่วโลกในเรื่องของลักษณะการพราวแดงและขลัง ทับทิมสยามจึงทำให้ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือในการที่จะเป็น "ดินแดนแห่งอัญมณีตะวันออก"

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยได้ขยายและพัฒนาระบบการ ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นขนาดใหญ่ขึ้นจากในอดีต ซึ่งเป็นอีกภาคการผลิตที่ทำให้ประเทศมีรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ประทศติด 10 อันดับต้นของประเทศ ซึ่งรายได้ที่เข้ามาจากหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจนับพันล้านบาทเลยที่เดียว นอกจากนี้ยังมีการสร้างงานให้คนได้นับล้านคนเลยเช่นกัน คุณภาพของสินค้า ความใส่ใจในรายละเอียดและราคาที่เหมาะสมเป็นองค์ประกอบสำคัญในความสำเร็จ อย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอัญมณีไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจที่รัฐบาลไทยได้รับการยกเว้นภาษี วัตถุดิบนำเข้า นอกจากจะทำให้การซื้ออัญมณีและเครื่องประดับในประเทศไทยยังเป็นที่น่าสนใจ รัฐบาลไทยได้ตกลงที่จะคืนเงินให้เต็มมูลค่าภาษีเพิ่ม (VAT) กำหนดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้ออัญมณีของไทยอีกด้วย

คุณภาพของอัญมณีไทยนั้นมั่นใจได้เสมอ
การค้าปลีกของอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศ ไทยอยู่ภายใต้กฎการค้าที่เหมาะสมภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยรัฐบาลและองค์กรอุตสาหกรรม คุณภาพของอัญมณีและเครื่องประดับได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยหน่วยงานท้อง ถิ่น และได้รับการยอมรับในระดับสากลเช่น Asian Institute of Gemological Science (AIGS), the International Gemological Institute (IGI) สถาบันอัญมณีและเครื่องประดับแห่งประเทศไทยฯลฯ

กระบวนการตรวจสอบเข้มงวดได้เป็นที่ยอมรับและการออกใบรับรองคุณภาพมั่นใจได้ในมาตรฐานคุณภาพของสินค้าที่คุณซื้อว่าตรง กับความคาดหวังของคุณทั้งความพอใจและคุ้มค่าเงินที่จ่ายไป ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาสิ่งที่ระลึกเพื่อเตือนความจำของคุณกับการมาเยื่อน ถึงดินแดนแห่งอารยธรรมตะวันออกที่อุดมไปด้วยศิลปะ มรดกและมิตรภาพแล้วหล่ะก็คุณไม่ควรพลาดที่พิจารณาหาซื้ออัญมณีไทยสักชิ้นหนึ่งไว้เป็นของแทนใจละความ รู้สึกดีๆ จากที่นี่

อัญมณีประจำวันเกิดและราศี
ทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานความ เชื่อเกี่ยวกับอัญมณีประจำวันเกิดของแต่ละคนที่จะนำมาซึ่งความโชคดีและ มั่งคั่ง ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นรายละเอียดของอัญมณีสำหรับผู้ที่เกิดในเดื่อนต่างๆ อัญมณีที่ถูกโฉลกและเสริมอำนาจโชคชะตาราศีให้แก่ท่านคือ
อัญมณีประจำวันเกิด
วันอาทิตย์ สวมเครื่องประดับด้วยโทับทิม โกเมน เพทาย เพรชสีแดง
วันจันทร์ สวมเครื่องประดับด้วยมุกดา บุษราคัม แซฟไฟร์สีเหลือง ซิทริน อำพัน เพรชสีเหลืองและไข่มุกสีทอง
วันอังคาร สวมเครื่องประดับด้วยปะการัง แซฟไฟร์สีชมพู โรสควอตซ์ เพรชสีชมพูและไข่มุกสีชมพู
วันพุธ สวมเครื่องประดับด้วยมรกต หยก กรีน ทูร์มาลีน มาลาไคด์ เพริดอต เขียวส่อง โกเมนสีเขียว
วันพฤหัสบดี สวมเครื่องประดับด้วยไฟร์ โอปอล คาร์เนเลียน ไพฑูรย์ โกเมนส้ม แซฟไฟร์สีส้ม
วันศุกร์ สวมเครื่องประดับด้วยไพลิน บลูโทปาซ ลาพิสลา ซูลี เทอร์ควอยซ์ เพทายสีฟ้า-สีน้ำเงิน
วันเสาร์ สวมเครื่องประดับด้วยอเมทิสต์ แซฟไฟร์สีม่วง นิล หยกดำ โอนิกซ์
อัญมณีประจำเดือนเกิด :
มกราคม พลอยโกเมน หรือการ์เนต
กุมภาพันธุ์ พลอยแอเมทิสต์ (พลอยที่มีสีม่วง)
มีนาคม อะความารีน บลัดสโตน
เมษายน เพชร
พฤษภาคม มรกต
มิถุนายน ไข่มุก จ้าวสามสี มุกดาหาร
กรกฎาคม ทับทิม
สิงหาคม เพอริดอต ซาร์โดนิกซ์
กันยายน แซปไฟร์ ไพลิน
ตุลาคม โอปอ ทัวร์มาลีน
พฤศจิกายน บุษราคัมหรือโทแพซ
ธันวาคม เพทาย เทอร์คอยส์
วิธีการเลือกอัญมณีและเครื่องประดับ
อันดับแรกเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับลักษณะสี ความใส ลักษณะการตัดและน้ำหนักของอัญมณีที่คุณจะเลือกเสียก่อน ซึ่งโดยทั่วไปมีพลอย 2 ชนิดด้วยกัน คือพลอยแท้และพลอยสังเคราะห์ ซึ่งพลอยแท้ได้แก่เพชร ทับทิม ไพลิน บุษราคัม มรกตและเพชรตาแมว พลอยสังเคราะห์ได้แก่ ทัวร์มาลีน เปอริด็อท ทาเซไนท์ โกเมน โอปอล นิล เพทาย ฟ้าอ่อน พลอยมูนสทอน อาเกต มุก ซันสโตน ฯลฯ มูลค่าการค้าขาย ความแข็งแกร่งและความทนทานของพลอยสังเคราะห์โดยปกติมีค่าน้อยกว่าพลอยแท้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งอัญมณีประเภทคอรันดัมที่สำคัญที่สุดของโลก ชื่อ Gemological Collective สำหรับทับทิมและไพลิน


ทับทิม
ช่วงสีจากสีแดงเข้มเพื่อความแข็งสีชมพู ตามตารางการวัดความแข็งของโมห์มีความแข็งอยู่ที่ระดับ 9 ดัชนีสะท้อนเป็น 1.762-1.770 (+ /- 0.009 - 0.005) และความถ่วงจำเพาะของ 4.00 (+/- 0.10-0.05) พลอยนี้ได้กำเนิดในในประเทศไทย กัมพูชา พม่า เวียดนามและแทนซาเนีย

พลอยไพลิน
เป็นชนิดหนึ่งของคอรันดัมมีคุณสมบัติค่อนข้างคล้ายกับทับทิมในแง่ของสีและความแข็งเฉพาะแรงโน้มถ่วง กำเนิดเป็นไทยกัมพูชาและพม่า

บุษราคัม
เป็นส่วนหนึ่งในตระกูลคอรันดัม บุษราคัมมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับไพลินและทับทิม ส่วนใหญ่พบในประเทศไทยและศรีลังกา

เพรช
พบมากในแอฟริกา ออสเตรเลีย รัสเซียและอเมริกาใต้ เพชรปกติไม่มีสี แต่เมื่อวางในร่มเงาจะเป็นสีเหลืองและสีน้ำตาล ตามตารางการวัดความแข็งของโมห์มีความแข็งอยู่ที่ระดับ 10 ในการวัดดัชนีสะท้อนเป็น 2.417: ความถ่วงจำเพาะของ 3.52 (+/- 0.01)
การประเมินคุณภาพและคุณค่าของอัญมณี
มูลค่าของอัญมณีจะประเมิณค่าจากความงามของสี เงา ความโปร่งใส ความชัดเจน ความสมบูรณ์ของการตัด (ขัดมัน) ขนาด ความทนทาน และความหายาก
ทับทิม
ทับทิมที่มีมูลค่ามากที่สุดสีแดงเลือดนกพิราบ หินที่มีสีเข้มเป็นสีม่วงแดงมีค่ารองลงมา ทับทิมที่โปร่งใสถือว่าสวยงามมากขึ้นและมีค่ามากขึ้นแต่ก็ยังน้อยกว่าแบบแรก มูลค่าของทับทิมยังสามารถตัดสินโดยความชัดเจนซึ่งปกติเป็นลักษณะสำคัญของหิน และแหล่งที่เกิดความงามอื่นๆของทับทิมที่พิจารณาคือลักษณะเป็น "ดอกจันสามดอก" หรือดาวในหินที่เรียกกันว่า "ดาวทับทิม" ซึ่งดาวจะมีรูปร่างลักษณะที่สวยงามที่สุดเมื่ออยู่ในดวงไฟ
ไพลินสีน้ำเงินและบุษราคัมสีเหลือง
ไพลินที่มีราคาสูงที่สุดคือไพลิน "บริสุทธิ์" สีน้ำเงิน ซึ่งสียังไม่เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวหรือสีเทา โดยที่สียังไม่มืดหรือดำจนเกินไปและสำหรับบุษราที่สวยงามต้องเป็นสีเหลืองและ สีเหลืองทอง ความนิยมของทั้งสองสีแตกต่างนี้จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด ในเรื่องของรสนิยมและแฟชั่น ทั้งไพลินสีน้ำเงินและบุษราคัมสีเหลืองจะสวยงาม นั้นขึ้นอยู่กับความโปร่งใส ขนาดและปัจจัยอื่นๆ รวมไปถึงไพลินสีน้ำเงินและบุษราคัมสีเหลืองจะหาง่ายและมีขนาดใหญ่กว่าทับทิม และในขณะที่ดาวมีในทับทิมแต่มันจะหายากมากในบุษราคัมสีเหลือง
เพชร
ช่วงสีของเพชรจะมีมากกว่าอัญมณีอื่นๆคือ แสงสีเหลืองและแสงสีน้ำตาลในขณะเมื่อมีแสงมาตกกระทบ (* ดูตารางเปรียบเทียบสี) นอกจากนี้ยังมีการวัดระดับความคมชัดของเพชร (* ดูตารางเปรียบเทียบความสะอาด) เพชรที่มีขนาดใหญ่กว่าก็จะมีมูลค่ามากกว่า เพชรที่มีการตัดมุมน้อยกว่าแต่สามารถสะท้อนแสงได้มากกว่ามีประกายเมื่อโดยแสงไฟมากกว่าก็จะมีมูลค่าสูงกว่า

การพิจารณาประเมินคุณภาพเพชรขึ้นอยู่กับ 4 C's แต่ละ C จะมีการเกี่ยวเนื่องต่อ ความสวยงามของเพชรและเป็นตัวกำหนดค่าของเพชร ดังนี้
- การเจียระไน (Cut)
- สี (Color)
- ความสะอาด (Clarity)
- น้ำหนักกะรัต (Carat Weight)

การเจียระไน
การ เจียระไนเพชรให้ได้สัดส่วนที่ดี เพื่อให้เพชรมีการทอประกายแสงที่สวยงาม และทำให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ ฉะนั้นการเจียระไนเพชรที่ได้สัดส่วนที่ดีจึงมีความสำคัญมาก ผู้คิดค้นเหลี่ยมในการเจียระไนเพชรในรูปทรงต่างๆ ต้องคำนึงถึงหลักหลายๆ ประการ โดยเฉพาะรูปทรงของเพชรกับการเอียงของมุมเหลี่ยมต่าง ๆ เพื่อให้เพชรเม็ดนั้น สามารถทอประกายแสงหรือเล่นแสงได้มากที่สุด รวมทั้งการรักษาน้ำหนักที่สูญเสียไปจากการเจียระไนให้น้อยที่สุด
มาตรฐาน การจัดลำดับสีของอัญมณี
มาตรฐาน การจัดลำดับสีของเพชรนั้นมีหลากหลายรูปแบบ แล้วแต่สถาบันแต่ละสถาบันจะกำหนด แต่ที่นิยมและเชื่อถือกันมากที่สุด คือ มาตรฐานการจัดลำดับสีเพชรของสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งอเมริกา (The Gemological Institute of America- GIA) ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

การจำแนกสีเพชรโดยใช้ระบบของ GIA จะมีทั้งหมด 23 ระดับ ตั้งแต่ D - Z ซึ่งที่มาของการเริ่มต้นด้วยอักษร D นั้น เนื่องจากก่อนที่จะกำหนดระบบนี้ขึ้นมาในที่นี่จะกล่าวถึงระบบของ GIA ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และไม่ซ้ำกับระบบที่ใช้อยู่เดิม จึงได้กำหนดให้เริ่มต้นด้วยอักษร D ซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าระบบอื่น ๆ จะยังคงมีผู้ใช้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีระบบใดที่ชัดเจนและ ได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากลเท่ากับระบบที่ กำหนดโดย GIA การจำแนกสีของเพชร จะแยกเฉพาะโทนสี ขาว และเหลืองเท่านั้น หากแยกออกไปจากนี้จะเป็นรูปแบบเพชรแฟนซี ซึ่งจะมีสีสันสดใสและแปลกตาออกไปตามตารางดังต่อไปนี้

ตารางเทียบความระดับความบริสุทธิ์ของเพชร
ระดับความบริสุทธิ์ คำที่ใช้เรียกกันทางการค้า
ไร้สี D ไร้สี ขาวเหลืองฟ้าอ่อนมากๆ ขาวเหลืองฟ้าอ่อนๆ ไร้สี
ไล่ระดับความขาวลงมาเรื่อยๆ จนถึง E ขาวเหลืองฟ้าอ่อนมากๆ
F ไร้สี ขาวเหลืองฟ้าอ่อนมากๆ ขาวเหลืองฟ้าอ่อนมากๆ ไร้สี
G เกือบไร้สี ขาวบริสุทธิ์ เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรให้เห็นได้น้อยมากๆ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น และจะต้องใช้เวลาในการค้นหาค่อนข้างนาน แล้วแต่ความชำนาญของผู้ตรวจสอบ
H เกือบไร้สี ขาว ขาว
I ขาวติดเหลืองเกือบจางมากๆ ขาวติดเหลืองจางมากๆ
J ขาวติดเหลืองจางๆ ขาวติดเหลืองจางๆ เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรในระดับที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า อาจมีสีต่างๆ ในเนื้อของมลทินที่สามารถมองเห็นได้
K สีนวลอ่อน ขาวติดเหลืองอ่อน ขาวติดเหลืองอ่อนๆ
L
M สีนวลอ่อน เหลืองอ่อนมากๆ ขาวติดเหลือง เป็นระดับของมลทินที่สามารถมองเห็นได้ทันทีภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่าและบางกรณีสามารถเห็นสีต่างๆ ในเนื้อของมลทินได้ด้วยตาเปล่า
N สีเหลืองแชมเปญ เหลืองอ่อนมากๆ
O สีเหลืองแชมเปญ ขาวติดเหลือง เหลืองอ่อนมากๆ
P
Q
R
S เหลืองอ่อน ดำติดเหลือง
T
U
V
W
X
Y
สีเหลืองแฟนซี Z แฟนซี ดำติดเหลือง
ความหมายของคำที่ใช้เรียกเพชรตามมาตรฐานของ GIA
D เป็นสีที่ขาวบริสุทธ์มากที่สุดไม่มีสีอื่นเจือปนเลย เป็นเพชรระดับไร้สี
D E และ F เป็นเพชรไม่มีสีหรือเพชรสีขาว ได้แก่ เพชรน้ำ 100, 99, 98
E และ F เป็นสีขาวเหมือนกันแต่ไม่เทียบเท่าสี D อาจมีสีอื่นเจือปนบ้างเล็กน้อย ได้แก่ เพชรน้ำ 99, 98
G H I และ J เป็นเพชรที่เกือบเป็นสีขาว โดยไล่ระดับความขาวลงมาเรื่อยๆ ซึ่งถ้าสังเกตุด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นสีนวลๆ ได้แก่เพชรน้ำ 97, 96, 95, 94
K L และ M เป็นสีเหลืองจางๆ หรือสีนวลอ่อนมากแต่สังเกตเห็นได้
N O P Q และ R เพชรสีเหลืองอ่อน
S จนถึง Z เพชรสีแฟนซี เช่น เพชรสีเหลือง เพชรสีน้ำเงิน หรือสีอื่นๆ
ความสะอาด
ความสะอาดถือเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินคุณภาพเพชร ความสะอาดหมายถึงไม่มีตำหนิ การกำหนดความสะอาดของเพชรจากไม่มีตำหนิจนถึงเพชรที่มีตำหนิมาก ๆ การแบ่งลักษณะตำหนิจึงแบ่งออกเป็นตำหนิภายใน ( Inclusions) และตำหนิภายนอก (Blemishes)
ตารางการลำดับความสะอาดของเพชร
ระดับความสะอาดขอเพชร สแกนดิเนเวีย เอ็กซ์เชนจ์ รัสเซีย ยุโรปตะวันตก
FL FL   10X CLEAN IF
IF IF PURE
VVS 1 VVSI 1 VVS 10X CLEANISH VVS 1
VVS 2 VVSI 2
VS 2 VSI 1 10X VERY SLIGHT VS 1
VS 1 VSI 2 SI
SI 1 SI 1 10 SLIGHT EYE CLEAN SI
SI 2 SI 2
I 1 PIQUE 1 PIQUE VERY SLIGHT TO THE EYE PIQUE 1
I 2 PIQUE 2 SLIGHT TO THE EYE PIQUE 2
I 3 PIQUE 3 MARKED TO THE EYE PIQUE 3
ความหมายของคำย่อในการจัดลำดับขั้นความสะอาดตามมาตรฐานของ GIA
FL เป็นเพชรชั้นยอดน้ำงามที่สุด ไม่มีตำหนิหรือมลทินใดๆ ในทั้งเนื้อเพชรและผิวของเพชร เมื่อมองภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า
IF เป็นเพชรชั้นยอดที่ไม่มีตำหนิภายในเนื้อเพชรเลย เมื่อมองภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า
VVS1, VVS2 เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรให้เห็นได้น้อยมากๆ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น
VS1, VS2 เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรในระดับที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น
SI1, SI2 เป็นระดับของมลทินที่สามารถมองเห็นได้ทันทีภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่าและบางกรณีสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
I1, I2 เป็นระดับมลทินที่สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน
PIQUE เป็นระดับที่สามารถเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่าและหากมองด้วยกล้องขยายก็จะเห็นตำหนิภายในได้ง่ายมากๆ ระดับ I ถือว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุด แต่ก็ยังสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับย่อย
น้ำหนักกะรัต
"กะรัต" เป็นหน่วยน้ำหนักที่มาจากเมล็ด "การ๊อบ (Carob Seed)" เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมากที่เมล็ดการ๊อบเล็กๆ มีน้ำหนักเท่ากันทุกเม็ด พ่อค้าเพชรในสมัยโบราณจึงได้ใช้เมล็ดการ๊อบมาชั่งเทียบเป็นหน่วยน้ำหนักเพชร ในการซื้อขายเมล็ดการ๊อบ 1 เม็ด เมื่อเทียบเท่าน้ำหนักเพชร 1 กะรัต
หน่วยน้ำหนัก 1 กะรัต = 100 สตางค์
  1 กะรัต = 200 มิลลิกรัม = .200 กรัม
น้ำหนักทองและทองคำขาว
ทองคำ แพลทินัม (ทองคำขาว)
24 เค เป็นทองคำบริสุทธิ์ แท้ 100%
22 เค = 92%
18 เค = 75%
16 เค = 67%
14 เค = 58.5%
12 เค = 50%
10 เค = 41.7%
PT 950= ส่วนผสมของแพลตินัม 95%
PT 900 = ส่วนผสมของแพลตินัม 90%
มาตรฐานการรับรองอัญมณีและเครื่องประดับ
ในทางปฏิบัติตามปกติการออกหนังสือรับรองความถูกต้องสำหรับการซื้อเครื่องประดับที่ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการ บัตรแต่ละใบดังกล่าวจะสามารถออกโดยผู้เชี่ยวชาญที่จบการศึกษาจากสถาบัน Gemological และรับงานตามร้านค้าอัญมณี สำหรับการเติบโตของหินสังเคราะห์ในวงการเครื่องประดับ เป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ซื้อต้องการใบรับรองผลิตภัณฑ์ของแท้ ซึ่งจะมีรายงานระบุเกี่ยวกับรายชื่ออัญมณีต่างๆที่ถูกออกโดยนักอัญมณีศาสตร์ ที่มีอำนาจจากร้านค้าที่พวกเขาได้ซื้อไป
รายชื่อสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ
กรมทรัพยากรธรณี
สถานที่ตั้ง : แผนกฟิสิกส์ ถนนพระราม เขตพญาไทกรุงเทพฯ 10400
เบอร์โทร : 0 2202 3690 แฟกซ์ : 0 2202 3681
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
สถานที่ตั้ง : 140, 140/1-3, 140/5 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 1 - 4 และชั้น 6 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เบอร์โทร : 0 2634 4999 แฟกซ์: 0 2634 4970
สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งเอเซีย (AIGS)
สถานที่ตั้ง : เครื่องประดับอาคารศูนย์การค้า ชั้น 6 เมตร 919/1 ถนนสีลม กรุงเทพฯ 10500
เบอร์โทร : โทรศัพท์: 0 2267 4325-7 แฟกซ์: 0 2267 4327
สถาบันอัญมณีศาสตร์สากล (IGI)
สถานที่ตั้ง : B.G.I. อาคาร 9 ซอยเจริญกรุง 36 ถนนใหม่ กรุงเทพ
เบอร์โทร : 0 2630 6726-7
โตเกียวจิมแลบบอราทอรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด
สถานที่ตั้ง : 1 ชั้น 55/11 ซอยเจริญกรุง 42/1 ถนนใหม่ กรุงเทพ
เบอร์โทร : 0 2235 1667-8, 0 2235 7324 แฟกซ์: 0 2630 9735