เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
สาระหน้ารู้ก่อนเดินทางและคู่มือเพื่อสุขภาพ
เนื่องจากในแต่ละภาคของประเทศไทยมีภูมประเทศที่แตกต่างกันออกไปดังนั้น อาจจะส่งผลให้แต่ละภาคมีโรคภัยที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ เนื้อหาด้านล่างที่เราได้นำเสนออาจเป็นข้อมลูที่ทำให้นักท่องเที่ยว ได้มีการเตรียมตัวที่ดีก่อนเดินทางหรือไปในสถานที่ๆ ต้องเสี่ยงกับการติดโรค ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไข้ไทรอยด์ เป็นต้น
โรคไข้เลือดออก

ยุงลายเป็นพาหะนำโรค
สถานที่พบ : ทุกภาคในประเทศไทยโดยเฉพาะในป่าชื่น
อาการ : ไข้ 39-40, มักมีหน้าแดง, โดยมักไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอเด็กโตอาจมีอาการ ปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน หรือ เลือดกำเดาไหล, เลือดออกตามไรฟัน, จะเกิดช่วงไข้จะลดโดย ผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่ายมือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อค ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ
วิธีป้องกัน : ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดยุงลายที่เป็นพาหะไข้เลือดออก เป็นยุงตัวเมีย มักชอบกัด เวลากลางวันสำหรับท่านที่เดินทางเข้าป่าควร เตรียมยาทากันยุงไว้ให้พร้อม
โรคไข้สมองอักเสบ
สถานที่พบ : ทุกภาคในประเทศไทยโดยเฉพาะในป่าชื่น
อาการ : เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเจอีที่สมอง โดยมีพาหะสำคัญคือ ยุงรำคาญ ชนิด Culex tritaeniorrhynchus ซึ่งมักแพร่พันธุ์ในนาข้าว โรคนี้เป็นโรคสมองอักเสบ ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับเชื้ออาจมี หรือไม่มีอาการป่วยก็ได้ ประมาณว่าผู้ติดเชื้อ 300 คน อาจป่วยเป็นโรคนี้ได้ 1 คน ผู้ป่วยมักแสดงอาการหลังได้รับเชื้อ 5-15 วัน ในระยะแรกจะมีไข้สูง อาเจียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ซึ่งจะกินเวลา 1-7 วัน (ส่วนใหญ่ 2-3 วัน) หลังจากนั้น จะมีอาการทางสมอง เช่นคอแข็ง สติสัมปชัญญะเลวลง ซึม เพ้อคลั่ง ชักหมดสติ หรือมือสั่น อัมพาต ระยะนี้กินเวลา 3-6 วัน ผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจถึงตายได้ในระยะนี้ (อัตราการตายร้อยละ 15-30 ของผู้ป่วย) หลังจากนั้นไข้จะค่อยๆลดลงสู่ปกติ และอาการทางสมองจะค่อยๆดีขึ้น แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่รอดชีวิตจะยังมีความผิดปกติทางสมองเหลือ อยู่ เช่น เกร็ง อัมพาต ชัก ปัญญาอ่อน หงุดหงิดง่าย พูดไม่ชัด เป็นต้น
วิธีป้องกัน : หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี ได้ใช้วัคซีนป้องกันโรคนี้พบว่าผู้ป่วยในประเทศดังกล่าวลดลงอย่างมาก วัคซีนป้องกันโรคที่มีใช้ในประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นวัคซีนที่ผลิตจากไวรัสที่ทำให้ตาย แล้วใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง รวม 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรกฉีดห่างกัน 1 สัปดาห์ และครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งที่ 2 นาน 1 ปี ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตวัคซีนได้ และกระทรวงสาธารณะสุขมีโครงการที่จะฉีดให้เด็กตั้แต่อายุ 1 ปีขึ้นไปทุกคน สำหรับการป้องกันอื่นๆ เช่น กำจัดยุง ป้องกันไม่ให้ยุงกัดและควบคุมการเลี้ยงหมูเป็นไปได้ยาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม มีการทำนา และเลี้ยงหมูอยู่ทั่วไป ผู้ที่จะเข้าไปในแหล่ง ระบาดของโรคและไม่เคยได้รับวัคซีน ควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยครั้งหลังควรได้รับก่อนเข้าไปแหล่งระบาด 2 สัปดาห์
โรคไข้มาลาเรีย
สถานที่พบ : ภาคใต้
อาการ : อาการที่สำคัญ ของมาลาเรีย คือ อาการไข้ ช่วงแรก อาจมีอาการไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว
แต่หลังจากนั้นจะมีไข้สูง หนาวสั่น อาจจะมีไข้เป็นพักๆ หรือสูงลอยก็ได้ อาการไข้มักเกิดหลังรับเชื้อประมาณ 9-17 วัน ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวหลังจากเข้าป่าประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรไปรับการตรวจหาเชื้อมาลาเรียทันที
วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการเข้าไป ในป่าทีมียุงก้นปล่องอาศัยอยู่ และมีการระบาดของเชื้อมาลาเรีย คือ ตามป่าเขา ตามแนวชายแดน แต่ปัจจุบันนี้ มีการท่องเที่ยวธรรมชาติกันมากขึ้น การป้องกันจากโรคนี้คือ การป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยควรใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีคล้ำ เพราะยุงชอบแสงสลัวๆ หลีกเลี่ยงการพักแรมในป่าทึบ ถ้าจำเป็น ควรนอนในมุ้ง ในเต็นท์ที่กันยุงได้หรือห้องที่มีมุ้งลวด
โรคพิษสุนัขบ้า

การติดเชื้อพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมว
สถานที่พบ : ภาคกลาง
อาการ : ในระยะแรกผู้ป่วยมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว คันบริเวณรอยแผลที่ถูกสัตว์กัด อาการคันลามไปที่อื่น ต่อมาจะหงุดหงิด น้ำลายไหลมาก กล้ามเนื้อคอกระตุกเกร็ง บางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรง มักป่วยอยู่ประมาณ 2 ถึง 6 วัน และเสียชีวิตเนื่องจากกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจเป็นอัมพาต
วิธีป้องกัน : ควรอยู่ห่างจากสัตย์เลี้ยงที่ท่านคิดว่าติดเชื่อพิษสุนัขบ้า อาการของสัตย์ที่ติดเชื่อ สุนัขมักจะหลบซุกตัวในมุมมืด ถ้าถูกรบกวน อาจจะกัด บางตัวอาจแสดงอาการคล้ายกระดูกหรือก้างติดคอ ทำให้เจ้าของเข้าใจผิดคิดว่ากระดูกติดคอ พยายามล้วงปากสุนัขเพื่อหาเศษกระดูก ทำให้ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าโดยไม่รู้ตัว ส่วนชนิดดุร้ายจะมีอาการทางประสาท กระวนกระวาย หงุดหงิด ดุร้าย กัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า ถ้าเกิดถูกสุนัขกัดควรรีบล้างแผลโดยทันทีพยายามล้างให้ถึงลอยลึกของแผลและรีบไปปรึกษาแพทย์
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Red light district
ย่านโคมแดง
เป็นการติดเชื้อที่เกิดขึ้นและแพร่กระจายด้วยการมีเพศสัมพันธ์ โรคนี้เป็นโรคที่แพร่หลาย มีการติดเชื้อใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา กว่าล้านรายต่อปี ถึงแม้ว่าบางชนิดของ STD สามารถรักษาและดูแลได้ การป้องกันเป็นกุญแจหลักที่จะต่อสู้กับ STD โดยการรู้ถึงความจริง เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งจะสามารถป้องกันตัวเองได้
อาการ : สามารถแบ่งได้ตั้งแต่ระคายเคืองเล็กน้อยไปสู่อาการเจ็บปวดอย่าง รุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาการแสดงที่เกิดขึ้นนั้นมาจากโรคที่รุนแรงขึ้น ในหลายๆ ตัวอย่าง ปัญหาสุขภาพระยะยาวที่อาจจะเกิดขึ้นสามารถหลีกเลี่ยงได้ถ้ารีบรักษาแต่เนิ่นๆ
วิธีป้องกัน : สาเหตุโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือ เชื้อไวรัส ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาได้โดยการ ให้ยาปฏิชีวนะ แต่สำหรับเชื้อไวรัสนั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ ได้เพียงแต่รักษาตามอาการเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์สามารถที่จะแพร่กระจายเชื้อได้ถึงแม้ว่าจะไม่มี อาการเกิดขึ้น แต่ก็มี การตรวจหลายๆวิธีที่สามารถกระทำได้เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อ วิธีการป้องกันควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์, ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B วัคซีนป้องกันเชื้อ HPV, รู้จักคู่นอนของตนเอง และ จำกัดจำนวนคู่นอน, หลีกเสี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง เป็นต้น
ไข้ไทฟอยด์ หรือ ไข้รากสาดน้อย

แมลงวันเป็นพาหะนำโรค
เกิดจากเชื้อ Salmonella typhi เป็นแบคทีเรียชนิดแท่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 106 types เคลื่อนไหวได้ เชื้อ Salmonella typhi ที่ทำให้เกิดไข้ไทฟอยด์นี้พบเฉพาะในคนเท่านั้น โดยติดต่อทางอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ
สถานที่พบ : ทุกภาคในประเทศไทยในช่วงที่อากาศร้อน
อาการ : เชื้อ Salmonella มีระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยทั่วไปอยู่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ หลังจากร่างกายได้รับเชื้อนี้แล้ว เชื้อจะเข้าสู่เซลล์น้ำเหลืองของลำไส้เล็ก จะเจริญและแบ่งตัวที่นั่น ต่อมาเชื้อจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือด และกระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการต่างๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียนปวดท้อง ท้องเดิน บางรายอาจมีอาการท้องผูก ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร ปวดศรีษะ มีไข้สูง และอ่อนเพลีย ในรายที่ไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อนจะมีชีพจรเต้นช้ากว่าปกติ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคนี้ มักจะเสียชีวิตเนื่องจากเลือดออกในลำไส้เล็กและลำไส้ทะลุ อันตรายที่มักเกิดกับผู้ป่วยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก หากซื้อยาถ่ายมารับประทาน อาจเป็นการกระตุ้นทำให้มีเลือดในลำไส้ออกและทะลุเร็วขึ้น ส่วนในรายที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน ไข้จะค่อยๆ ลดลงจนหายเป็นปกติได้ กรณีผู้ป่วยที่หายเองร่างกายจะผอมและทรุดโทรมมาก ต้องใช้เวลานานในการรักษา
วิธีป้องกัน :
  1. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหารหรือก่อนเตรียมนมให้เด็ก หลังจากการเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
  2. ดื่มน้ำที่สะอาดหรือน้ำต้มสุกและรับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหมๆ ไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม หากต้องการจะเก็บรักษาอาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้รับประทานในวันต่อไปควรใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิดเก็บไว้ในตู้เย็นและนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง
  3. สำหรับผู้ประกอบอาหาร และพนักงานเสิร์ฟอาหาร ควรหมั่นล้างมือก่อนจับต้องอาหาร / ภาชนะทุกครั้งและดูแลรักษาความสะอาด ภายในครัวและอุปกรณ์เครื่องใช้ในการประกอบอาหาร ตลอดจนกำจัดขยะมูลฝอยและเศษอาหารทุกวัน หากมีอาการอุจจาระร่วง ควรพบแพทย์และหยุดปฏิบัติงานจนกว่าจะหาย หรือตรวจไม่พบเชื้อในอุจจาระ
โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส

การฉีดวัคซีน
สถานที่พบ : ทุกภาคในประเทศไทย
อาการ : เริ่มแรกจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด เจ็บเสียดบริเวณชายโครงขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของตับแล้วต่อมาจะมีอาการสำคัญที่ บ่งว่าเป็นโรคตับ คือ อาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเหลืองเข้มหรือที่เรียกว่า "ดีซ่าน: นอกจากนี้ ถ้าคนไข้ได้รับการเจาะเลือดตรวจจะพบว่า ระดับเอนไซม์ทรานซามิเนส ได้แก่ เอสจีโอที (SGOT) และเอสจีพีที (SGPT) ขึ้นสูงกว่าคนปกติ ทำให้วินิจฉัยได้แน่นอนว่า อาการดีซ่านที่เกิดจากโรคตับนั้น เป็นโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสเชื้อไวรัสตับอักเสบที่พบบ่อยไนเวลา นี้ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือไวรัสตับอักเสบชนิดเอ, ไวรัสตับอักเสบชนิดบี และไวรัสตับอักเสบที่ไม่ใช่เอและบี
วิธีป้องกัน : อาจแบ่งเป็น 2 วิธีตามฐานะทางเศรษฐกิจ ถ้าบุคคลใกล้ชิดสามารถจัดหาวัคซีนได้ ควรเจาะเลือดเจาะดูว่า มีภูมิคุ้มกันหรือไม่ ถ้ามีแล้วก็ไม่ติดเชื้ออีก ถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกันแนะนำให้ฉีดวัคซีน วิธี ปฏิบัติตัวเพื่อรักษาสุขภาพของผู้ป่วยเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ได้แก่ วิธีปฏิบัติที่ทราบกันในสุขศึกษา ได้แก่ การพักผ่อนและออกกำลังกายพอสมควร ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม หลีกเลี่ยงสารที่ทำอันตรายต่อตับ เช่น ไม่ดื่มสุรา รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และตรงตามมื้อ ตรวจดูเชื้อไวรัสและหน้าที่ของตับเป็นระยะทุก 6 เดือนถึง 1 ปี ข้อ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:
กระทรวงสาธารณสุข
สถานที่ตั้ง: เลขที่ 88/20 หมู่ที่ 4 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
เบอร์โทร : 0 2259 0100
เว็บไซต์ : www.eng.moph.go.th
สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควมคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สำนักงานใหญ่)
สถานที่ตั้ง: เลขที่ 88/20 หมู่ที่ 4 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
เบอร์โทร : 0 2590 6381, 0 2951 0777
เว็บไซต์ : www.thaigcd.ddc.moph.go.th/informations/view/125
ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สถานที่ตั้ง: เลขที่ 999 หมู่ 10 ถนนบางนาตราด ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
เบอร์โทร : 0 2134 0134, 0 2134 0139
เว็บไซต์ : www.thaigcd.ddc.moph.go.th/home