เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร
เศรษฐกิจ
ภาพรวมเศรษฐกิจ
การบริโภคภายในประเทศ ขยายตัวต่อเนื่องโดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้
  1. การปรับเพิ่มขึ้นของฐานรายได้
  2. การเพิ่มขึ้นของรายได้เกษตรกร
  3. อัตราการว่างงานเฉลี่ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ
  4. การปรับตัวดีขึ้นของความเชื่อมั่นผู้บริโภค

การลงทุน ยังคงขยายตัวได้ดีโดยเป็นการขยายตัวในการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการแข็งค่าของเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ การส่งออกและการน้ำเข้า ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
- การส่งออกจะยังคงขยายตัวได้ดี แต่ในอัตราที่ชะลอลงเนื่องจากการปรับตัวเข้าสู่ฐานที่สูงขึ้นรวมทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจ
- การนำเข้าคาดว่าจะขยายตัวได้ดีในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากฐานการนำเข้าที่สูงในปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศ

การส่งออกและการนำเข้า ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
- การส่งออกจะยังคงขยายตัวได้ดี แต่ในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากการปรับตัวเข้าสู่ฐานที่สูงขึ้น รวมทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอลง
- การนำเข้าคาดว่าจะขยายตัวได้ดีในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากฐานการนำเข้าที่สูงในปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนภายในประเทศ

การแข็งค่าของเงินบาท ขึ้นอยู่กับกระแสเงินทุนไหลเข้าในภูมิภาคเอเชียเป็นปัจจัยหลังที่ส่งผลให้ค่าเงินบานแข็งค่าโดยมีแรงสนับสนุนจาก ภาพรวมเศรษฐกิจไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การอ่อนตัวของค่าเงินดอลลาร์
- ปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายเชิงประมาณของสหรัฐอเมริการ
- วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นในไทยและประเทศในภูมิภาค

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ $ 565.8056 พันล้านดอลล่าร์
อัตราการเติบโตของ GDP 7.81%
ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อต่อคน $ 8,190 ดอลล่าร์
GDP แยกตามภาค:
เกษตรกรรม 12 %
อุตสาหกรรม 39 %
การบริการ 49%
สัดส่วนประชากรที่มีรายจ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจน
0.5% (ข้อมูลปี พ.ศ.2553)
โทรคมนาคม
มีหมายเลขสำรองสำหรับให้บริการโทรศัพท์ได้ทั้งหมด 400 ล้านเลขหมาย
ระบบโทรศัพท์
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นระบบการสื่อสารที่เพิ่งจะเริ่มขยายตัวและมีผู้ใช้อย่างกว้างขวาง สามารถใช้แทนระบบโทรศัพท์แบบมีสายแบบเดิมเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยลักษณะการสื่อสารจะเป็นแบบการสื่อสารแบบสองทางที่ใช้ความถี่คลื่นวิทยุโดยชื่อของระบบมีรัศมีราวๆ 1.5 ถึง 2.4 กิโลเมตร ประเทศอังกฤษเป็นประเทศแรกที่มีการให้บริการที่เรียกว่า PCN ที่ให้บริการที่ความถี่ราว 1.8 GHz สำหรับ PCN และระบบโทรศัพท์มือถือแบบอื่นจะมีการทำงานที่ช่วงความถี่ 900 MHz โดยใช้มาตรฐานของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ GSM ซึ่งทำให้ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถใช้งานข้ามประเทศได้ ถ้ามีระบบเครือข่ายที่เข้ากันได้รองรับที่เรียกว่าบริการ Roaming

การเติบโตของอินเทอร์เน็ตทำให้มีการพัฒนาระบบการเข้าถึงข้อมูล โดยผ่านทางระบบโทรศัพท์มือถือมาตรฐานในระบบ GSM ได้ขยายออกเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลแบบดิจิตอลผ่านระบบเครือข่ายแบบ GSM ได้ โดยวิธีการที่เรียกว่า GPRS ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์มือถือ สามารถรับส่งข้อมูลได้เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้โมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ โดยอัตราการส่งข้อมูลในระบบ GPRS ได้ปรับปรุงเพิ่มขึ้น ในช่วงที่เริ่มมีการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์สำหรับส่ง ข้อมูลมีการกำหนดมาตรฐาน การใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยผ่านโทรศัพท์มือถือหรือ WAP ซึ่งทำให้การใช้งานโทรศัพท์มือถือ สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต ได้เหมือนกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ แต่เนื่องจากข้อจำกัดในการแสดงผลของโทรศัพท์ที่มีขนาดเล็กและการส่งข้อมูลที่มีขนาดจำกัด จึงมีการพัฒนามาตรฐานและแนวทางอื่นสำหรับการใช้งานขึ้นมาแทน ปัจจุบันมีการใช้มาตรฐานการส่งข้อมูลในแบบดิจิตอลในรุ่น 3G

ภายในประเทศ : ใช้ความถี่คลื่นวิทยุ
ต่างประเทศ : ดาวเทียม อินเทลแซท (Intelsat) สื่อสารทางพาณิชย์ 2 สถานี (ตำแหน่งของดาวเทียมดวงนี้ อยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติค ทำการเชื่อมโยงการสื่อสาร ระหว่างทวีปยุโรป กับทวีปอเมริกาเหนือ 1 ดวงและเหนือมหาสมุทรอินเดียอีก 1 ดวง)
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
สถานีวิทยุ AM 200 (ควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ) FM 100 (ควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ)และวิทยุคลื่นสั้น
สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
สถานีโทรทัศน์แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย:
ภูมิประเทศ
ที่ตั้งของประเทศไทย
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ ทวีปเอเชีย ในพื้นที่ที่เรียกว่า "คาบสมุทรอินโดจีน"
พิกัดทางภูมิศาสตร์
15000 N, 100000 E
อ้างอิงแผนที่
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พื้นที่
พื้นที่รวม: 514,000 ตารางกิโลเมตร
ผืนดิน: 511,770 ตารางกิโลเมตร
ผืนน้ำ: 2,230 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่เปรียบเทียบ
ใหญ่กว่ารัฐไวโอมิ่ง ประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 2 เท่า
ขอบเขตประเทศ
พื้นที่ทั้งหมด: 4,863 กิโลเมตร
ชายแดนประเทศ: ชายแดนพม่า 1,800 กิโลเมตร, ชายแดนกัมพูชา, 803 กิโลเมตร, ชายแดนลาว 1,754 กิโลเมตร, ชายแดนมาเลเซีย 506 กิโลเมตร
ความยาวของชายฝั่งทะเล: 3,219 กิโลมตร
ไหล่ทวีป: ความลึก 200 เมตร หรือที่ระดับของการแสวงหาผลประโยชน์
เขตเศรษฐกิจเฉพาะ: 200 ไมล์ทะเล (370.4 กิโลเมตร)
การอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทางทะเล: 12 ไมล์ทะเล
ภูมิอากาศ
ประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ ภูมิอากาศ ของประเทศมีลักษณะเป็นแบบร้อนชื้นหรือแบบสะวันนา
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมเมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยและร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทยทำให้มีฝนชุกทั่วไป ร่องความกดอากาศต่ำนี้ปกติจะพาดผ่านภาคใต้ในเดือนพฤษภาคมแล้วจึงเลื่อนขึ้นไปทางเหนือตามลำดับจนถึงช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายน
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ในช่วงกลางเดือนตุลาคม
ภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของประเทศไทยแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะกว้างๆ ดังนี้
  1. ภูเขา บริเวณที่เป็นภูเขาได้แก่ทิวเขาที่สำคัญในประเทศ ทิวเขาธงชัย ทิวเขาแดนลาว ทิวเขาตะนาวศรี ทิวเขาหลวงพระบาง ทิวเขาผีปันน้ำ ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาดงพญาเย็น ทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาพนมดงรัก ทิวเขาบรรทัด ทิวเขาจันทบุรี ทิวเขานครศรีธรรมราช ทิวเเขาภูเก็ตและทิวเขาสันกาลาคีรี
  2. ที่ราบสูง บริเวณที่ราบสูงโคราชมีขอบสูงชันถึง 2 ด้านขอบทางด้านตะวันตกคือ แนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ซึ่งยกตัวสูงขึ้นไปจากที่ราบภาคกลาง ส่วนขอบเขาทางใต้ซึ่งติดกับที่ราบกัมพูชาเป็นแนวเทือกเขาสันกำแพงและพนมดงรัก
  3. ที่ราบ ภาคกลางเป็นที่ราบที่กว้างขวางที่สุดของประเทศไทยได้แก่ ที่ราบดินตะกอนของภาคกลาง ซึ่งมีแม่น้ำเจ้าพระยาและสาขาและแม่น้ำอื่นๆไหลผ่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบที่กว้างขวางลุ่มแม่น้ำมูล แม่น้ำชีและสาขา ภาคเหนือเป็นลักษณะที่ราบลุ่มแม่น้ำระหว่างภูเขา ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงใต้มีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล
ระดับความสูงต่ำ
จุดต่ำสุด: ทะเลอ่าวไทย 0 เมตร
จุดสูงสุด: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 2,576 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ทรัพยากรธรรมชาติ
ดิน ป่าไม้ น้ำ ยาง แก๊สธรรมชาติ ลิกไนต์ น้ำมันดิบ หินน้ำมัน แร่โลหะได้แก่เหล็ก ทองแดง ดีบุก ทังสแตน แทนทาลัม ทองคำ สังกะสี ตะกั่ว แมงกานีส พลวง แพลทินัม แร่อโลหะได้แก่ ยิปซัม หินอ่อน ทรายแก้ว แร่รัตนชาติไดเแก่พลอย
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม: 34%
ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมพืชยืนต้น: 6%
ที่ดินเพื่อเป็นทุ่งหญ้าถาวร: 2%
ที่ดินเพื่อเป็นป่าไม้: 25.28%
การใช้ประโยชน์ที่ดินอื่นๆ: 32%
พื้นที่ทำชลประทาน
44,000 ตารางกิโลเมตร
รัฐบาล
ชื่อประเทศ
ชื่ออย่างเป็นทางการ: ราชอาณาจักรไทย
ชื่อย่างย่อ: ไทย
รหัสประเทศตามมาตรฐาน ISO ,2 หลัก และ 3 หลัก
TH, THA
ระบอบการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐภายใต้รัฐธรรมนูญ
เมืองหลวง
กรุงเทพมหานคร
เขตการปกครอง
ปัจจุบันประเทศไทยมีทั้งหมด 77 จังหวัด
1 อำนาจเจริญ 21 ลพบุรี 41 เพชรบูรณ์ 61 สิงห์บุรี
2 อ่างทอง 22 แม่ฮ่องสอน 42 เพชรบุรี 62 ศรีสะเกษ
3 บุรีรัมย์ 23 มหาสารคาม 43 พิจิตร 63 สมุทรสงคราม
4 ฉะเชิงเทรา 24 มุกดาหาร 44 พิษณุโลก 64 สุโขทัย
5 ชัยนาท 25 นครนายก 45 อยุธยา 65 สุพรรณบุรี
6 ชัยภูมิ 26 นครปฐม 46 แพร่ 66 สุราษฎร์ธานี
7 จันทบุรี 27 นครพนม 47 ภูเก็ต 67 สุรินทร์
8 เชียงใหม่ 28 นครราชสีมา 48 ปราจีนบุรี 68 ตาก
9 เชียงราย 29 นครสวรรค์ 49 ประจวบคีรีขันธ์ 69 ตรัง
10 ชลบุรี 30 นครศรีธรรมราช 50 ระนอง 70 ตราด
11 ชุมพร 31 น่าน 51 ราชบุรี 71 อุบลราชธานี
12 กาฬสินธุ์ 32 นราธิวาส 52 ระยอง 72 อุดรธานี
13 กำแพงเพชร 33 หนองบัวลำภู 53 ร้อยเอ็ด 73 อุทัยธานี
14 กาญจนบุรี 34 หนองคาย 54 สระแก้ว 74 อุตรดิตถ์
15 ขอนแก่น 35 นนทบุรี 55 สกลนคร 75 ยะลา
16 กระบี่ 36 ปทุมธานี 56 สมุทรปราการ 76 ยโสธร
17 กรุงเทพมหานคร 37 ปัตตานี 57 สมุทรสาคร 77 บึงกาฬ
18 ลำปาง 38 พังงา 58 สมุทรสงคราม    
19 ลำพูน 39 พัทลุง 59 สระบุรี    
20 เลย 40 พะเยา 60 สตูล    
ความเป็นเอกราช
ประเทศไทยรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงได้ในสมัยราชอณาจักรสุโขทัย เป็นราชอาณาจักรไทยโบราณมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองสุโขทัยในเหนือภาคกลางของประเทศไทยในวันนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1238 ประเทศไทยไม่เคยเป็นอณานิคมของประเทศใด
รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550
ระบบกฎหมาย
ใช้ระบบกฎหมาย Civil law หรือเรียกว่าระบบประมวลกฎหมาย ตามระบบกฏหมายหลักของโลก เป็นระบบที่ใช้กันในภาคพื้นทวีปยุโรป โดยมีหลักกฎหมายซึ่งสืบทอดมาจากหลักกฎหมายโรมัน
สิทธิในการเลือกตั้ง
อายุ 18 ปี บริบูรณ์
การปกครอง
ผู้ปกครอบประเทศ: พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ลำดับที่เก้าแห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489
นายกรัฐมนตรี: ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะรัฐมาตรีคณะที่ 60 เริ่มวาระ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
คณะรัฐมนตรี: สภาคณะรัฐมนตรี
ฝ่ายนิติบัญญัติ
ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ ตัวแทนของประชาชนที่ไปทำหน้าที่ออกกฎหมาย พิจารณางบประมาณของแผ่นดิน เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาของแผ่นดินและประเทศชาติ องค์ประกอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่
  1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ที่ประชาชนเลือกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนในการทำงาน ตามความต้องการของ ประชาชน
  2. วุฒิสมาชิก เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากสาขาอาชีพต่างๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์
  3. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
  4. ประธานวุฒิสภา
รัฐสภาไทยเป็นแบบระบบสองสภา ประกอบด้วย วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกรัฐสภาทั้งสิ้น 650 คน ใช้อาคารรัฐสภาเป็นที่ประชุม

สภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกจำนวนทั้งสิ้น 500 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปี มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 คน และมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 100 คน สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเลือกพรรคการเมือง ที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้น มีอำนาจที่สำคัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่างพระราชบัญญัติ ตลอดจนการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินอาทิ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

วุฒิสภามีสมาชิก จำนวนทั้งสิ้น 150 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 6 ปี มีอำนาจกลั่นกรองและยับยั้งกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของแผ่นดินเป็นต้น
ฝ่ายการพิจารณาคดี
เป็นศาลยุติธรรมชั้นสูงสุด มีเขตอำนาจทั่วทั้งราชอาณาจักร มีอำนาจพิจารณาพิพากษาบรรดาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายว่าด้วยการฎีกา และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นโดย ตรงต่อศาลฎีกาไม่ต้องผ่านศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคตามกฎหมายเฉพาะ เช่น คดีแรงงาน คดีภาษีอากร คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีล้มละลายเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เป็นต้น และคดีที่กฎหมายอื่นบัญญัติให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษา รวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดหรือสั่งคำร้องคำขอที่ยื่นต่อศาลฎีกาตามกฎหมาย (พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23) คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลฎีกาเป็นที่สุด (พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23)
การมีส่วนร่วมระหว่างองค์กรระหว่างประเทศ
APEC, AsDB, ASEAN, CCC, CP, ESCAP, FAO, G-77, IAEA, IBRD, ICAO, ICFTU, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, IHO, ILO, IMF, IMO, Inmarsat, Intelsat, Interpol, IOC, IOM, ISO, ITU, NAM, OPCW, PCA, UN, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, UNIDO, UNIKOM, UNMIBH, UNU, UPU, WCL, WFTU, WHO, WIPO, WMO, WToO, WTrO
ธงประจำชาติ
ธงชาติไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สีหลักในธง 3 สี คือ สีแดง ขาว และน้ำเงิน ภายในแบ่งเป็นแถบ 5 แถบ แถบในสุดสีน้ำเงิน ถัดมาด้านนอกทั้งด้านบนและล่างเป็นสีขาวและสีแดงตามลำดับ แถบสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่กว่าแถบสีอื่นเป็น 2 เท่า ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์นั้นหมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทย คือ ชาติ (สีแดง) ศาสนา (สีขาว) และพระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน) สีทั้งสามนี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ (ไตร = สาม, รงค์ = สี)
การทหารในประเทศไทย
กองทัพไทย
ประกอบด้วยกองบัญชาการกองทัพไทย, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศและส่วนราชการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ประชากร
ประชากร
จำนวนประชากรไทย (คน): 63,878,267
ชาย (คน): 31,451,801
ผู้หญิง (คน): 32,426,466 (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
โครงสร้างอายุ
วัยเด็ก (0-14 ปี): 20.7%
วัยแรงงาน (15-64 ปี): 67.4%
กลุ่มผู้สูงอายุ (65 ปี): 11.9% (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
อัตราการเติบโตของประชากร
0.60 (สำรวจในปี พ.ศ. 2553)
อัตราการเกิด
12.4 คน ต่อประชากร 1,000 คน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
อัตราการตาย
6.90 คน ต่อประชากร 1,000 คน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
อัตราการย้ายถิ่นฐาน
56.80 คน ต่อประชากร1,000 คน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
อัตราส่วนเพศ
เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี: 13,010,000 คน
วัยทำงาน (อายุระหว่าง 15-59 ปี): 43,091,000 คน
ผู้สูงวัย (อายุ 60 ปีขึ้นไป): 7,790,000 คน
ผู้สูงวัย (อายุ 65 ปีขึ้นไป): 5,212,000 คน
วัยเรียน (อายุ 6 - 12 ปี): 15,192,000 คน
สตรีวัยเจริญพันธุ์ (อายุระหว่าง 15 - 49 ปี): 17,711,000 คน
สัญชาติ
สัญชาติ - ไทย
กลุ่มชาติพันธุ์
ไทย 80%, จีน 15% , กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ 5%
ศาสนา
พุทธ 95%, มุสลิม 3.8%, คริสเตียน 0.5%, ฮินดู 0.1%, ศาสนาอื่นๆ 0.6% (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
ภาษา
ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ (เป็นภาษาที่สอง)
การรู้หนังสือ
ประชากรทั้งหมด: 96%
ชาย: 90 - 97%
หญิง: 90 - 97% (ข้อมูลปี พ.ศ. 2554)
การคมนาคมขนส่ง
ระบบราง (รถไฟ)
การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเดินรถในความยาวเส้นทางทั้งสิ้น 4,623 กิโลเมตร (เป็นทางคู่ระยะทาง 1 เมตร (เป็นทางคู่ 31 กิโลเมตร และทางสามช่วงระยะทาง 59 กิโลเมตร)
รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองเดียวที่มีระบบรถไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย 3 ระบบ คือ รถไฟฟ้า BTS ,รถไฟฟ้าใต้ดิน และ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในอนาคต อาจมีความยาวเกือบ 400 กิโลเมตร ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล
ระบบถนน
ทางหลวงยาว: 64,600 กิโลเมตร
ลาดยางแล้ว: 62,985 กิโลเมตร
ยังไม่ลาดยาง: 1,615 กิโลเมตร (ข้อมูลปี พ.ศ. 2539)

ทางหลวงสายหลักในประเทศไทย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) และถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) และยังมีทางหลวงพิเศษ ใน 2 เส้นทางคือ มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร - ทางหลวงหมายเลข 9)

การขนส่งทางน้ำ
เส้นทางน้ำสายสำคัญ 3,999 กิโลเมตร 3,701 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่มีน้ำลึกไม่ต่ำกว่า 0.9 เมตร ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเล็กๆ อีกจำนวนมาก ที่ใช้เรือขนาดเล็กเช่นเรือหางยาวในการเดินเรือ
การขนส่งทางท่อ
ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 67 กิโลเมตร
แก๊สธรรมชาติ 350 กิโลเมตร
ท่าเรือและเมืองท่า
กรุงเทพ, แหลมฉบัง(จังหวัดระยอง), ปัตตานี, สัตหีบ(จังหวัดชลบุรี), ศรีราชา (จังหวัดชลบุรี), สงขลา
เรือเดินสมุทร
ทั้งหมด: 299 ลำ (ขนาดใหญ่เกิน 1,000 ตันกรอส) หรือคิดเป็นขนาด 1,848,626 ตันกรอส หรือ 2,989,382 DWT แบ่งออกเป็น
1 Bulk 39 ลำ 6 เรือบรรทุกแก๊สปริโตรเลียมเหลว 19 ลำ 11 roll-on/roll-off 2 ลำ
2 เรือสินค้า 135 ลำ 7 Multi-functional large load carrier 3 ลำ 12 เรือขนส่งผู้โดยสารทางทะเลระยะสั้น 2 ลำ
3 เรือถังบรรทุกสารเคมี 3 ลำ 8 เรือโดยสาร 1 ลำ 13 specialized tanker 5 ลำ
4 Combination bulk 1 ลำ 9 เรือถังบรรทุกปริโตรเลียม 63 ลำ    
5 เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 13 ลำ 10 เรือสินค้าแช่เย็น 13 ลำ    
ท่าอากาศยานในประเทศไทย
จำนวนทั้งสิ้น 106 แห่ง (ข้อมูลปี พ.ศ. 2542) ท่าอากาศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในประเทศไทย คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทางวิ่งลาดยาง: รวม 56 แห่ง ทางวิ่งไม่ลาดยาง: รวม 50 แห่ง
ท่าเฮลิคอปเตอร์
ทั้งหมด 17 แห่ง (ข้อมูลปี พ.ศ. 2550)