สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยา, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยา, ที่เที่ยวจังหวัดอยุธยา

สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดอยุธยา
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย (Somdet Phra Suriyothai Monument)
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหม่ ทุ่งมะขามหย่องตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาออกไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร มีสภาพเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทิศตะวันออก ภายในมีพระรูปสมเด็จพระสุริโยทัยหล่อด้วยสำริดมีขนาดหนึ่งเท่าครึ่งขององค์จริงประทับบนหลังพระคชาธารพร้อมด้วยกลุ่ม อนุสาวรีย์ประติมากรรมประกอบกันทั้งสิ้น 49 ชิ้น มีประติมากรรมจำลองประวัติศาสตร์ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และสวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน ทุ่งมะขามหย่องแห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างไทย-พม่าหลายครั้ง จนเกิดเป็นมหาวีรกรรมคือ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสุริโยทัยพระอัครมเหสีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงทำยุทธหัตถีกับพระเจ้าแปร จนต้องพระแสงของ้าวสิ้นพระชนม์บนคอช้าง และต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาเป็นกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งหลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพได้ 2 ปี พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงได้ให้มังมอดราชบุตรชายยกทัพมาตั้งที่ทุ่งมะขาม หย่องและทัพพระเจ้าหงสาวดีตั้งค่ายหลวงบริเวณขนอนปากคู่ซึ่งอยู่ถัดจากทุ่งมะขามหย่องลงมาทางใต้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนำพลออกมาปล้นค่ายพม่าหลายครั้งโดยจะใช้ปากคาบพระแสงดาบ ปีนเสาระเนียดเข้าไปในค่ายพระเจ้าหงสาวดีและได้ชัยชนะทุกครั้ง พระแสงดาบนั้นจึงปรากฏนามว่า "พระแสงดาบคาบค่าย"

ด้วยเหตุที่ทุ่งมะขามหย่องเคยเป็นสมรภูมิที่มีความสำคัญทางประวัติศาตร์ ทางรัฐบาลจึงได้จัดทำโครงการสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย เป็นโครงการจัดสร้างขึ้นตามพระราชดำริ รัฐบาลและพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมกันสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535
พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง (King U-Thong Monument)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ประดิษฐานอยู่ระหว่างบึงพระรามกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระบรมรูปของพระเจ้าอู่ทองมีขนาดเท่าครึ่งของคนธรรมดา หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์และรมด้วยน้ำยาสีเขียว ในพระอิริยาบถประทับยืน พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระเกล้าเกศาฉลองพระองค์แบบพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2513 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา (Chao Sam Phraya National Museum )
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
พิพิธภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ศิลปกรรมและหัตถกรรมสมัยอยุธยา ในส่วนแสดงมีวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายหลายชิ้น เครื่องประดับที่ทำจากทองคำและมีอัญมณีประดับ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปโบราณที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์หลายองค์และแผงแกะสลัก อีกทั้งยังมีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและศิลปวัตถุอื่นๆ ที่มีอายุกว่า 500 ปี

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย ถนนโรจนะ ตรงข้ามกับสถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
เปิดให้เข้าชม : ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตั้งแต่ 09.00-16.00 น.
พิพิธภัณฑ์เรือไทย (Thai Boat Museum)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามกับวัดมหาธาตุ ภายในบริเวณบ้านพักของอาจารย์ไพฑูรย์ ขาวมาลา(ผู้ก่อตั้ง) เป็นสถานที่เก็บรวบรวมเรือจำลองรูปแบบต่างๆ โดยต่อขึ้นตามแบบเรือจริงทุกประการ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจที่จะอนุรักษ์ศิลปะและภูมิปัญญาอันเป็นมรดกและสมบัติของชาติ

พิพิธภัณฑ์มีเรือกว่า 100 ลำ ตั้งแต่ขบวนเรือพระราชพิธี เรือรบ ตลอดจนเรือพื้นบ้านและมีเรือบางลำเป็นเรือโบราณที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน อาจารย์ไพฑูรย์ ขาวมาลาได้จำลองขึ้นจากการศึกษาค้นคว้าทั้งเอกสาร ภาพจิตรกรรมตามวัดในอยุธยาและที่กล่าวถึงไว้ในวรรณคดีไทยเรื่องต่างๆ นำมาปะติดปะต่อกันจนต่อเรือสำเร็จ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดมหาธาตุ ถนนบางเอียน
เปิดให้เข้าชุม : ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษมหรือวังหน้า (Chankasem or Front Palace National Museum)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษมหรือวังหน้า สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
เป็นที่รู้จักกันดีอีกชื่อหนึ่งคือ "วังจันทรเกษมหรือวังหน้า" ตั้งอยู่ถนนอู่ทอง ริมแม่น้ำป่าสักมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเมืองใกล้ตลาดหัวรอ ตามหลักฐานพงศาวดารว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช โดยมีพระราชประสงค์เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อคราวเสียกรุงในปี พ.ศ. 2310 วังได้ถูกข้าศึกเผาทำลายเสียหายมากและถูกทิ้งร้างจนได้รับการบูรณะ และหลังจากนั้นกรมศิลปากรเข้ามาดูแลและจัดทำเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเวลาต่อมา
เปิดให้เข้าชม : วันพุธ - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนอาคารหลัก ตั้งอยู่ที่ถนนโรจนะ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเป็นสถาบันวิจัยแห่งชาติด้านอยุธยาศึกษาโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ไทย สมัยที่พระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อยุธยาซึ่งแสดงสิ่งจำลองที่ได้จากการค้นคว้าวิจัย โดยวิธีการและเทคโนโลยีของการจัดพิพิธภัณฑ์
เปิดให้เข้าชม : วันจันทร์-อังคาร ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (Ayutthaya Tourism Centre)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
อยู่บริเวณอาคารศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังเก่า จัดตั้งขึ้นตามแผนแม่บทการอนุรักษ์พัฒนาและฟื้นฟูนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (กรมศิลปากร) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน้าอาคารมีรูปปั้นวีรกษัตริย์และวีรกษัตรีสำคัญสมัยอยุธยา 6 พระองค์คือ สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา ชั้นที่ 1 ด้านหน้าปีกขวาเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว ในส่วนของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 0 353 2 2730-1

ชั้นที่ 2 เป็นห้องนิทรรศการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดย นำเสนอผ่านระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิเช่น คอมพิวเตอร์ทัชสกรีน / โกสต์ บ็อกซ์ โดยแบ่งเป็น 5 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 เป็นการนำเสนอเรื่องราวซึ่งแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรม ส่วนที่ 2 เป็นการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนที่ 3 เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตามความเชื่อทางศาสนาเรื่องไตรภูมิและจักรวาลวิทยา ส่วนที่ 4 เป็นการแนะนำวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอยุธยา ส่วนที่ 5 สรุปการชมนิทรรศการด้วยการชมวิดีทัศน์ ชุดชีวิตชีวานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ฉายวิดีทัศน์
เปิดให้ชม : ทุกวันยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น.

ชั้นที่ 3 สถานที่จัดแสดง "หอศิลป์ร่วมสมัยอโยธยา" ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับการแสดงออกการแลกเปลี่ยนทางความคิด วิถีชีวิตระหว่างศิลปิน นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ นักท่องเที่ยวประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจต่อการแสดงออกทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม ศิลปะร่วมสมัยและภูมิปัญญาแห่งท้องถิ่น รวมถึงเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในเชิงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และท้องถิ่นเพื่อให้พัฒนาสู่ระดับสากล พื้นที่ภายใน "หอศิลป์ร่วมสมัยอโยธยา" แบ่งออกเป็นห้องนิทรรศการร่วมสมัย ห้องนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมศิลปะเพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนรู้ของเยาวชน การเปิดอบรมศิลปะเด็กทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นต้น
เปิดให้เข้าชม : วันพฤหัสบดี-วันอังคาร (ปิดวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 0 3521 0225
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT)
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ สถานที่ตั้ง : อำเภอบางไทร
ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร ประกอบด้วย 2 อาคารหลักคือ อาคารพระมิ่งมงคลและอาคารตลาดศิลปาชีพบางไทร

อาคารพระมิ่งมงคลเป็นอาคารใหญ่ 4 ชั้นสำหรับแสดงสินค้าศิลปะหัตถอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก มีพื้นที่ 34,340 ตารางเมตร ชั้นล่างแบ่งออกเป็น 4 ส่วน โดยส่วนแรกคือหอศิลปาชีพ จัดแสดงของตกแต่ง เครื่องแต่งกาย ของขวัญหรือของชำร่วยและของใช้ในครัวเรือน ส่วนที่ 2 จัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมของศูนย์ศิลปหัตถกรรมของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และยังมีร้านค้าที่จัดจำหน่ายสินค้าศิลปาชีพซึ่งผลิตจากฝีมือนักเรียนศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และศูนย์ศิลปาชีพต่างๆ ส่วนที่ 3 ร้านค้าจำหน่ายสินค้าศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งมีทั้งร้านค้าจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์และร้านค้าจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมจากภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนที่ 4 พื้นที่สาธิตการแสดงศิลปหัตถกรรมไทยที่หาชมได้ยาก บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ใช้เป็นห้องประชุมและห้องเจรจาการค้า เพื่อเป็นการสร้างตลาดและกระจายสินค้าศิลปาชีพไปยังตลาดต่างประเทศอย่างกว้างขวาง

อาคารตลาดศิลปาชีพบางไทร อาคารนี้สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการขายสินค้าหัตถกรรมและสินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จาก 76 จังหวัดของประเทศ
เปิดให้เข้าชม :จันทร์ถึงศุกร์ตั้งแต่ 10.00-17.00 น., วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการจาก 9.00-18.00 น. สถาบันอยุธยาศึกษา
สถาบันอยุธยาศึกษา (Ayutthaya Studies Institute)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
เป็นอาคารเรือนไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาค้นคว้าวิจัยรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ในด้านอยุธยาศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการจัดแสดงนิทรรศการบนเรือนไทย 5 หลัง แบ่งออกเป็นห้องอยุธยาศึกษา ห้องภูมิปัญญาท้องถิ่น ห้องมรดกทางด้านศิลปกรรม ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ห้องพิธีการและนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสาธิตจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

สถาบันอยุธยาศึกษาตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเปิดทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30-15.30 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่อาคารเรือนไทย สถาบันอยุธยาศึกษา โทร. 0 3524 1407 หรือ 0 8911 55181
ตลาด (Market)
ตลาดโก้งโค้ง (Gong Khong Market)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบางปะอิน
เป็นตลาดโบราณย้อนยุคคำว่า "ตลาดโก้งโค้ง" เป็นคำที่ใช้เรียกตลาดในสมัยโบราณที่คนนั่งขายสินค้าจะนั่งอยู่บนพื้น คนที่มาซื้อจะต้องโก้งโค้งเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ ตลาดมีการจัดจำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษจากสวน สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ รวมทั้งอาหารคาว หวาน นานาชนิด พ่อค้า แม่ค้าแต่งกายย้อนยุค สวนศรีสุริโยทัย (Si Suriyothai Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงงานสุราอยุธยาใกล้กับเจดีย์พระศรีสุริโยทัยมีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ประกอบด้วยศาลาอเนกประสงค์ พลับพลาสมเด็จพระสุริโยทัย เนินเสมาหินอ่อนโบราณอายุกว่า 400 ปี บรรจุชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ชำรุดอัญเชิญมาจากวัด พุทไธสวรรค์ (พระตำหนักเวียงเหล็กของพระเจ้าอู่ทอง) องค์การสุรา กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เป็นผู้สร้างสวนนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายอดีตพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในที่ดิน ซึ่งเคยเป็นเขตพระราชฐานชั้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อว่า "สวน ศรีสุริโยทัย" ขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2532
เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. สถานที่ตั้ง : อำเภอพระนครศรีอยุธยา
ตั้งอยู่ถนนอู่ทอง ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเมืองอยุธยา เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กว้างขวางในพื้นที่ปลูกต้นไม้ต่างๆ ในวรรณคดี ศาลาไทยและมีซากโบราณสถาน นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาพื้นที่เป็นสวนป่าสมุนไพร

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วให้ข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตรงไปจนสุดถนน พอถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาจะเห็นสามแยกข้างหน้าให้เลี้ยวซ้ายตรงไป จนถึงสามแยกไฟแดงแล้วเลี้ยวขวาตรงไปผ่านโรงพยาบาลจังหวัดไปไม่ไกลนัก จะเห็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์อยู่ทางขวามือ

หมู่บ้านอรัญญิก (Aranyik Village)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนครหลวง
มีดอรัญญิกทำที่หมู่บ้านต้นโพธิ์และบ้านไผ่หนอง ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่มีดที่ทำออกจำหน่ายกลับมีชื่อว่ามีดอรัญญิกซึ่งเป็นชื่อหมู่บ้าน เนื่องจากในสมัยก่อนชาวบ้านต้นโพธิ์และชาวบ้านไผ่หนอง นำมีดไปขายที่โรงบ่อนอรัญญิก คนที่ซื้อไปใช้จึงเรียกว่ามีดอรัญญิก ซึ่งในสมัยโบราณหมู่บ้านนี้ได้ทำมีดและตีดาบเพื่อใช้ในการรบ

ปัจจุบันอรัญญิกไม่ได้มีเพียงมีดเท่านั้นยังมีผลิตผลิตภัณณฑ์อื่นที่ถูกทำขึ้นคุณภาพระดับ OTOP เพื่อการส่งออกอาทิเช่น ช้อนส้อม และอุปกรณ์ครัวอื่นๆ

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมวิธีการทำมีดอรัญญิกและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อย่างใกล้ชิด และเยี่ยมชมวิถีชาวบ้านซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยในหมู่บ้านมีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้บริการอยู่ มีโฮมสเตย์และที่พักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบริการนักท่องเที่ยว หมู่บ้านหัตถกรรมมีดอรัญญิก
หมู่บ้านหัตถกรรมมีดอรัญญิก (Handicrafted Aranyik Knife Villages)
สถานที่ตั้ง : อำเภอนครหลวง
บ้านต้นโพธิ์และบ้านไผ่หนอง 2 หมู่บ้าน ในตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง พระนครศรีอยุธยา ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งใหญ่ของประเทศในการทำมือผลิตภัณฑ์มีดที่มีคุณภาพมาเกือบ 200 ปี

เดิมทีคำว่า "มีดอรัญญิก" ในสมัยโบราณมีตลาดร้านค้า มีโรงบ่อนอยู่ที่บ้านอรัญญิก ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านต้นโพธิ์เเละหมู่บ้านไผ่หนอง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร มีผู้คนนำสินค้ามาซื้อขายเเลกเปลี่ยนกันมากในยุคนั้นชาวบ้านก็นำเอามีดไปขาย เมื่อคนที่ซื้อไปใช้เห็นว่าคุณภาพดีจึงบอกต่อๆ กันไปว่ามีดคุณภาพต้องมีดอรัญญิก เลยเรียกติดปากไปหาซื้อมีดต้องไปที่อรัญญิก ที่จริงเเล้วทำที่หมู่บ้านต้นโพธิ์ หมู่บ้านไผ่หนองเเละหมู่บ้านอื่นๆ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า "มีดอรัญญิก"

ลักษณะทั่วไปของผลิตภัณฑ์มีดอรัญญิกมีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท ได้แก่มีดประเภทเกษตรกรรม มีดประเภทคหกรรม มีดประเภทอาวุธและมีดประเภทอื่นๆ แต่ละตระกูลสามารถจำแนกตามการใช้งานได้อีก 12 ประเภท ซึ่งในแต่ละประเภทประกอบด้วยชนิดของมีดต่างๆ อีกมากมายตามขนาดและความแตกต่างของวัสดุที่ใช้ในการผลิต ของชิ้นส่วนและองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งจากการศึกษาปรากฏว่ามีมากถึง 274 ชนิด

มีประเพณีเเละวัฒนธรรมที่ได้ถือปฏิบัติสืบทอดต่อๆ กันมาตั้งเเต่สมัยบรรพบุรุษคือ งานมาฆบูชา บุญวิสาขบูชา บุญเข้าพรรษา บุญกฐิน บุญตักบาตรดอกไม้ บุญสงกรานต์ บุญเข้าสลาก บุญออกพรรษา บุญมหาชาติ เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีเเละวัฒนธรรมของชนชาติไทยทั่วไปที่ปฏิบัติกันมาเป็นประจำ เเต่ยังมีประเพณีหนึ่งที่ขาดไม่ได้ซึ่งเป็นประเพณีที่น่าประทับใจของชุมชนฯ เเละถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญมากคือ การไหว้ครูหรือไหว้ครูบูชาเตา ซึ่งปกติเเล้วจะทำกันทุกหมู่บ้าน เมื่อทำบุญบำเพ็ญกุศล ตรุษเเละสงกรานต์ ผู้ใหญ่จะประชุมหารือกำหนดวันไหว้ครู ส่วนมากกำหนดวันข้างขึ้นเดือนหกตรงกับวันพฤหัสบดี เมื่อหารือกันดีเเล้วทุกบ้านจะลงมือซ่อมเเซมเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดหนึ่งหรือสองวันเเละทำความสะอาดเครื่องมือเเล้วนำมาวางไว้ในที่อันสมควร เตาเผาเหล็กจะต้องปั้นขึ้นใหม่เเละจัดเตรียมเครื่องสังเวยไหว้ครูอย่างครบครัน มีเครื่องบูชาพระพุทธเเต่งเป็นขันห้า พอรุ่งอรุณของวันพฤหัสบดีก็จะนำเครื่องบูชาเเละอาหารคาวหวานเป็นเครื่องบูชา บูชาพระภูมิ เเม่ธรณี

เครื่องบูชาบูชาพระภูมิ เเม่ธรณี ส่วนเครื่องสังเวยต่างๆ ที่ได้ตระเตรียมไว้จะต้องนำมาวางไว้ที่เครื่องมือเเล้วจัดทำพิธีสวดโองการเชิญเทพเจ้ามาเป็นศิริมงคลเเล้วผู้ใหญ่ในเรือนนั้นจะเรียกลูกหลานมาบูชากราบไหว้ขอพรอันศักดิ์สิทธิ์อันเป็นศิริมงคลเเก่ทุกคน สำหรับในวันนั้นทุกบ้านจะต้อนรับทุกคนที่มาเยือน ชุมชนเเห่งนี้ยังรักษาประเพณีนี้ไว้นับเป็นประเพณีอันดีงามในวันนั้นเขาถือว่าเป็นมงคลเรื่องอัปมงคลจะไม่เกิดขึ้นเลย

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร